Group Blog
 
All Blogs
 
ภาพเก่าเล่าเรื่อง (๒๙) สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ภาพเก่าเล่าเรื่อง (๒๙)

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประวัติ

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า






ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง





ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสะพานข้ามแม่น้ำแควเดิมได้รับความเสียหาย และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม ปัจจุบัน มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ






เดิมที สะพานข้ามแม่น้ำแคว ไม่เคยมีจริงในประวัติศาสตร์ แต่เนื่องจากทางอเมริกาได้ทำเป็นหนัง ดังนั้นทางจังหวัดจึงมีความเห็นให้ตั้งชื่อสะพานที่ท่ามะขามให้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อให้เหมือนในหนัง และได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาตามหาจริงๆ สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น

สะพานเดิมนั้นจะเป็นเหล็กโค้ง ส่วนที่เป็นสี่เหลี่ยมเป็นการซ่อมแซม สะพานเหล่านี้เดิมทีมีมากมายหลายแห่งในประเทศไทยและลาวพม่าแต่ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ในไทยมีที่ทำจากเหล็กไม่ถึง 15 สะพาน



งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว

งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

มีการแสดงนิทรรศการในทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการแสดง แสง สี เสียง บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว







เมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๐๙ คณะกระจอกทัวร์หรือขบวนการย้ายที่กินเหล้า ได้ไปทัศนาจร สะพานข้ามแม่น้ำแคว คราวนี้ไปกันหกคน

นั่งรถไฟสายธนบุรี – น้ำตก (เขาพังหรือไทรโยคน้อย) ออกจากสถานีธนบุรีเก่า ริมแม่น้ำ ผ่านสถานีบ้านฉิมพลี – ศาลายา - นครไชยศรี - ท่าเรือน้อย

พอถึงสถานีงิ้วราย มีกลอนพรรณนาว่า

ถึงงิ้วรายมองซ้ายขวาหาต้นงิ้ว
ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหยิบขวดส่ง
รินสุรามาให้นายออดชง
บอกตรงตรงว่างี้ดีนะพี่สัน
ห่อสำนองสนองรับขยับแก้ว
แมวรินแล้วส่งให้ไม่เหหัน
นายพึงรีบรับด้วยฉับพลัน
วิรัชท้วงทันควันฉันมั่งซี

ต่อไปถึงท่าม่วง สงสัยเหล้าคงจะหมด จึงรำพันว่า

ถึงท่าม่วงง่วงจริงเหมือนลิงหลับ
โงกหงุบหงับง่วงเหงาเศร้าสุดแสน
ตกถึงถิ่นฐานใดไม่เคยแคลน
มายากแค้นท่าม่วงง่วงเสียจัง
ถึงสถานีเหมือนป่าช้าเวลาดึก
ที่เคยคึกเก่งกล้าเป็นบ้าหลัง
กลับมาหดหมดปัญญาน่าชิงชัง
ต่างก็นั่งจับเจ่าง่วงเหงาเอย

แต่ก็สลึมสลือมาจนถึงสถานีกาญจนบุรี เพื่อเดินทางไปสะพานข้ามแม่น้ำแควจนได้

นั่งรถไฟมาเมืองกาญจน์รำคาญเหลือ
แสนน่าเบื่อนั่งมานานรำคาญยิ่ง
เพราะรถไฟแล่นนานรำคาญจริง
แล้วมันวิ่งช้าไปให้รำคาญ
ถึงเขาดินไม่เห็นหมีมีแต่กล้วย
ให้งงงวยโอ้ฉันนั่งฝันหวาน
ตัวรถไฟแล่นอยู่ดูเหมือนคลาน
โอ้เมืองกาญจน์อีกเมื่อไรได้ถึงเอย

แล้วก็ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่ตำบลท่ามะขาม

ท่าเอยท่ามะขาม
เขาขานนามแม่น้ำแควแน่หนักหนา
สร้างสะพานรถไฟผ่านไปมา
ตั้งแต่ศึกบูรพาจนบัดนี้
คนญี่ปุ่นเขาดีช่างมีจิต
อุตส่าห์คิดสร้างสรรค์กันสุขขี
สัน,วิรัช,ออด,แมว,ห่อ พ่อคนดี
อีกนายพึงเร็วรี่รีบมาเอย





เมื่อมาถึงแม่น้ำแควแล้วก็ต้องเดินข้ามสะพาน ด้วยเพลงมาร์ช ริเวอร์แคว




เขาไปไหนกันหรือ ไปอาบน้ำครับ





ต่างหลงใหลซึมซาบเอิบอาบจิต
หมู่มวลมิตราพร้อมพรรคสมัครสมาน
ลงเล่นน้ำผุดดำในลำธาร
แสนสำราญชื่นใจกระไรเลย
ตั้งแต่บ่ายจนเย็นเล่นกันอยู่
จะเรียกกู่เท่าไรก็ทำเฉย
ต่างคนต่างวางท่าหน้าสะเบย
ไม่คิดเลยว่าจะกลับโดยฉับพลัน

ขากลับไม่มีรถไฟให้นั่ง รถเมล์สมัยนั้นก็หมดเวลาวิ่งแล้ว จึงกลายเป็นทุรทัศนาจรไปอีกทริปหนึ่ง.





Create Date : 02 เมษายน 2554
Last Update : 2 เมษายน 2554 7:49:14 น. 9 comments
Counter : 4430 Pageviews.

 
ชอบบล็อกคุณจังคะ ดูรูปเก่าๆสนุกดี นึกถึง "คู่กรรม" อีกแล้ว


โดย: เจ้าช่อมาลี (PP_Skywalker ) วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:8:20:36 น.  

 
อ่านกลอนแล้วแอบหัวเราะเลยค่ะคุณเจียวต้าย..

ชอบจัง ได้ดูภาพเก่า ๆ ด้วย ได้ซึมซับบรรยากาศเก่า ๆ ด้วย วันนี้ขอโหวตนะคะ


โดย: i'm not superman วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:10:23:19 น.  

 
เขียนสนุกดีค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:13:24:51 น.  

 
ขอบคุณคุณช่อมาลี

คุณ i'm not superman

และ คุณtuk-tuk@korat

ที่สนุกสนานกับบล็อกนี้ครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:6:15:09 น.  

 
หารูปเก่าๆ...จากไหนคะ...คลาสสิคจัง

ชอบมากๆ เลย.......


โดย: go far far วันที่: 8 เมษายน 2554 เวลา:17:48:35 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปันว่างๆแวะไปเยี่ยมblogเราบ้างนะ bigeye


โดย: NSA (tewtor ) วันที่: 13 เมษายน 2554 เวลา:8:15:55 น.  

 
โอย......ผมผ่านคุณ go far far
และคุณNSA (tewtor
ไปได้ยังไงตั้ง ๗ เดือน ขออภัยอย่างแรงครับ

รูปเก่าไม่ได้หาจากที่ไหนหรอกครับ ถ่ายเองทั้งนั้นครับ
คุณgo far far

ผมจะเข้าไปเยี่ยมคุณ NSA (tewtor เดี๋ยวนี้แหละครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 27 พฤศจิกายน 2554 เวลา:5:48:26 น.  

 
...อย่ากังวนขวนขวายว่าหายหน้า
...ความเป็นเพื่อนมีค่า...กว่าสิ่งไหน?
...มีบล๊อคเพิ่มความรู้อยู่ข้างใจ
...ต้องมามา-ไปไป...อีกหลายครา



โดย: go far far วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:55:46 น.  

 
ขอเชิญแวะมาชมได้ทุกวัน
มีเรื่องวางนับพันรอให้หา
มาเช้าสายบ่ายค่ำทุกเวลา
อ่านจบแล้วกรุณาลงชื่อเอย.

ขอบคุณอย่างมากมายครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:21:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.