Group Blog
 
All Blogs
 
Day 10 ปราสาทฮิเมจิ ~มิยาจิม่า ~ แวะเยี่ยมอนุสรณ์ซาดาโกะ




โพยวันนี้ครับ จริง ๆ แล้ววันนี้เราจะไป ฮิเมจิแล้วต่อด้วยโกเบครับ แต่เนื่องจากทนการยั่วยุของนักล่าฝันที่ประกอบด้วย
AF1 พี่Donatt76
AF2 พี่วุฒิ
เค้าบอกว่า ถ้าซื้อ JR พาสแล้วไปโตเกียว - โอซาก้า ก็ขาดทุนซิ (ว๊ะ อายโง่) เอาก็เอา ไปมันถึง ฮิโรชิมาซะเยย


ลุย เลย พี่ . . .



วันนี้ เราต้องนั่ง จาก Osaka ไปลง Shin Osaka ก่อนครับ รูปบนเป็นบรรยากาศชานชลาครับ วันนี้เราจะขึ้น Nozomi ครับ


ช้าก่อนไอน้อง ผิดคันแล้ว

คันปู๊นนนน ต่างหากเหมาะกะยากจกอย่างพวกเอ็ง

5 5 5 Hikari มาเวลา 7.46 ถึง 8.15 นั่งครึ่งชม. ก็ถึงสถานี Himeji ครับ






จากสถานี Himeji เดินตามถนนใหญ่มาเรื่อย ๆ ประมาณ 400 เมตรก็ถึงทางเข้าละครับ แต่อยากบอกว่า

อูยยยยยย หนาว อิ๋บอ๋าย



ข้อมูลปราสาท Himeji เดี๋ยวจัดให้นะครับ รื้อหนังสืออยู่ครับ อิอิ



สนน. ค่าผ่านประตูด้วยเครื่องขายบัตรอัตโนมัติ แต่ตรวจตั๋วด้วยอัติโนมานุด ราคา 600 เยน ครับ







แต่ที่ แน่ ๆ ปาสาทแห่งนี้ได้ชื่อว่าใหญ่และสวยที่สุดในประเทศละครับ และปราสาทนี้ถูกสร้างและออกแบบอย่างดีมาก ลองคิดดูนะครับ ทางเข้าปราสาทแห่งนี้คดเคี้ยวเป็นลายนิ้วมือกันเลย และทางที่คิดว่าไปได้ก็กลายเป็นทางตัน ดังนั้นผู้บุกรุกต้องเดินอ้อมปราสาทไปมา แถมกำแพงที่มีหลายชั้น ยังสามารถโจมตีผู้บุกรุกโดยการ เทลาวาร้อน โยนหิน ยิงธนู ผ่านช่องเล็ก ๆ ได้ครับ

แต่เชื่อไมครับ ประวัติศาสตร์ของที่นี่ตั้งแต่สร้างมาไม่เคยถูกบุกรุกซักครั้งเลยครับ






โอย 1 ชม.ครับกับการวนรอบปราสาท อยากบอกว่าใหญ โคตร ๆ เลยครับ


















เลยเวลาทำการละครับ ตอนนี้ 11.20 น. ละครับ ตามโปรแกรมเราต้องนั่งรถรอบ 11.06 น. แต่ไม่ทันละครับ ต้องไปนั่งรอบ 12.06 น.แทนละครับ ตอนนี้เรามีเวลาอีก 40 นาทีครับ ถ่ายรูปร่ำลา ปราสาทนกกระเรียนขาว เดินกลับทางเดิม แต่ผ่านตลาด Honmachi ก่อนถึงสถานี Himeji ครับ






เรามา ต่อรถไฟ Rail Star เป็นชื่อรถ Shinakansen ในภาคตะวันตกครับ เราต้องนั่งอีก 1 ชม. ลงสถานี Miyajima เป็นส่วนหนึ่งของ จ.hiroshima ครับ



พอถึงสถานี ปุ๊บ ก็มีป้ายบอกต่อเลยครับว่าภถ้าไป เกาะมิยาจิม่า ต้องไปต่อเรืองทางนี้ โอ แจ่มจริง ๆ



พอเดินออกมาสัก 50 เมตรก็เจอทางแยกครับ ต้องมุดอุโมงครับ แค่ ถนน 2 เลน ก็ต้องมุดครับ คนที่นี่ขยันเดินชิบเป๋งเลย



เนื่องจากเป็นของ JR เลยฟรีอีกแล้วครับ สำหรับ JR Pass ครับ



นั่งเรือก้นไม่ทันแห้ง 20 นาทีก็เห็นอีกฟากชัดเจนละครับ

ส่วนคุงป้า เริ่มโทรมลงทุกวันละนะครับ 5 5 5 ก็ล่อนอน สันละ 6 ชม. มา 9 วันแล้วนี่ โส นะ หน้า












ขนมแป้งทอดผสมปลาหมึกกรุบ ๆ อาหร่อยมาก ครับจนต้องย้อนกลับมาซื้ออีกรอบเลยครับ















เดินมาสักพักตามสายประชาชน จนถึงหน้าวัดครับ ค่าเสียหาย 300 เยนครับ

























เค้าบอกว่า มามิยาจิม่า ไม่ได้กินหอยนางรมย่างก็มาไม่ถึง เอาซะเลยครับ ตัวละ 200 เยน ซัดไปคนละตัวครับ รสชาดบ้านเราเข้าท่ากว่าครับ






ชอบไอเดียหมูย่างไฟจริง ๆ ครับ แหล่มมาก พี่แกเล่นเอากระดาษแก้ว+พัดลมครับ





เดินซะเย็นเลย ต้องรีบละครับ เดี๋ยวเราไป เยี่ยมอนุสรณ์ยาซากะครับ

วิธีไปก็ง่ายมากครับ โดยนั่งสาย JR Sanyo จากสถานี Miyajima ลง HiroShima ครับ

ส่วนการเดินทางไป A-Bome - Peace Museum และ อนุเสาวรีย์ซาดาโกะ โดยรถรางครับ ค่าโดยสาร 150 เยนตลอดสายครับ



แต่ที่ ฮิโรชิม่านี่ ไม่เหมือนใครครับ เค้าใช้ พกส. เหมือนบ้านเราครับ ซะงั้นเลย



หลงจากนั่งรถรางสาย 2 หรือสาย 6 มาลงสถานี Genbaku Domu-mae ครับ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ

A - Bome เป็นสถาปัตยกรรมของเชค ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1915 และเป็นตึกเดียวที่เหลือรอดจากการทิ้งระเบิดปรมณูของสหรัฐในวันที่ 6 สิงหาคม คศ.1945 พร้อม ๆ กับ นางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และทำให้ ญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้สงคราม ครับ











ประวัติ ของ ซาดาโกะ ตามนี้ครับ

ซาดาโกะ ซาซากิ (Sadako Sasaki) เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1943 (พ.ศ.2486) เมื่อเธออายุได้ 2 ขวบมีการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมา ทำให้ซาดาโกะได้รับผลพวงจากการทิ้งระเบิดครั้งนั้นคือโรคมะเร็งเม็ดเลือด (ลูคิเมีย)

ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือด (ลูคิเมีย) ขณะอายุได้ 11 ปี เนื่องจากได้รับสารกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณูที่สหรัฐฯ ทิ้งถล่มฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.1945 (พ.ศ.2488) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนเสียชีวิต ซาดาโกะพยายามพับนกกะเรียนกระดาษด้วยมือที่บวมเป่งและเจ็บปวดมาก ด้วยความเชื่อว่าหากพับนกได้ครบหนึ่งพันตัว เธอจะหายจากโรคภัย แต่เธอก็จบชีวิตลงเมื่อพับนกกะเรียนได้เพียง 644 ตัวเท่านั้น ร่างของซาดาโกะถูกฝั่งพร้อมกับนกกระดาษ 1,000 ตัว ที่เพื่อน ๆ ช่วยกันพับนกกระดาษจนครบ

มีการปั้นรูปปั้นของซาดาโกะไว้ที่ Hiroshima Peace Park ในปี ค.ศ. 1958 โดยมีข้อความที่ฐานของรูปปั้นเรียกร้องสันติภาพ ความว่า "This is our cry, This is our prayer, Peace in the world." การต่อสู้ของซาดาโกะเป็นแรงบันดาลใจในการแสวงหาสันติภาพของคนทั่วโลก ไม่กี่ปีหลังจากซาดาโกะเสียชีวิต มีการสร้างอนุสาวรีย์ซาดาโกะขึ้นที่สวนสันติภาพ ณ เมืองฮิโรชิมาเพื่อรำลึกถึงซาดาโกะและเด็กที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูเรื่องราวของซาดาโกะเป็นทีมาของบทประพันธ์เรื่อง "ซาดาโกะกับนกกะเรียนพันตัว" (Sadako and the thousand papar cranes)

ขอขอบคุณเวบไซด์ //www.oknation.net/blog/kyuririn/2008/01/31/entry-6 ครับผม



เดินมาอีกนิดนึง จะเป็น Cenotape for the A-bomb Victims หรืออนุสรความสงบ ครับ


ได้เข้าที่นี่ถือเป็นโชคจริง ๆ เลยครับ เพราะไปถึง 6 โมงพอดี เป๊ะ ๆ เลยเป็นคู่สุดท้ายของวันที่ได้เข้าละครับ สนน.ราคา ฟรีครับ

ส่วนภายในดูภาพตามได้เลยครับ . . .

























เสียดายครับ เพราะตอนนี้ 19.00 น.เป็นเวลาปิดแล้วครับ เหลืออีก 1 ห้องแสดงครับ แต่เอาหนะ ได้ข้อมูลมาเยอะมากเลยครับ
ตามต่อภาค 2 นะครับ บล๊อคมะพอ อิอิ


Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 4 มิถุนายน 2551 3:45:18 น. 0 comments
Counter : 714 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

meecom
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add meecom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.