วังเวียงยังมีเสน่ห์
        เพื่อนๆ4คนทวงทริปวังเวียงที่ให้เกียรติบังคับให้ผมเป็นคนจัดการ ผมไปซื้อตั๋วล่วงหน้า กทม.-หนองคาย ด้วยราคา450ต่อที่นั่ง เดินทางวันที่21 ต.ค.54 แต่ก่อนวันเดินทาง 1วัน พี่ใหญ่ของพวกเราของดการเดินทางเพราะต้องเฝ้าระวังน้ำที่บ้านย่านบางพลัด พนักงานของบริษัทแอร์อุดรก็ใจดีมากรับตั๋ว1ที่เราไปขายให้ รถออกจากหมอชิต 20.45น. ถึงขนส่งหนองคายเกือบ07.00น. แต่รถจากขนส่งหนองคายไปเวียงจันท์เที่ยวแรก07.30น. เที่ยวถัดไป 09.30น. เราตัดสินใจไปเที่ยวหลังเพราะอยากมีเวลาหาอะไรรองท้องและทำธุระส่วนตัวยามเช้า ยื่นพาสพอร์ตซื้อตั๋วเที่ยว09.30น. ด้วยราคา60บาท ปกติตั๋วราคา55บาทแต่เนื่องจากเป็นวันหยุดต้องเพิ่มค่าล่วงเวลาให้พนักงงานอีก5บาท พี่ใหญ่ฝากให้แวะไปกินไขกระทะที่ทางเข้าขนส่ง จัดตามสั่งเราไม่ขัดใจ



         ถึงเวลาก็ขึ้นรถเป็นคิวของรถร่วมของลาว พนักงานแจกใบแจ้งเข้า-ออกประเทศให้กรอกรอจะได้ไม่เสียเวลาที่ ตม. เสียเวลาที่ ตม. แห่งละไม่ถึง30นาที แล้วก็เดินทางสู่ตลาดเช้าที่เดียวกับขนส่งเวียงจันท์ ถึงประมาณ 11.00น. ลงรถก็มีนายหน้ามาติดต่อ ถามจะไปใหน"ไปเวียงเวียงบ่" รู้อีก เราตอบรับไปเขาเอารูปรถตู้ให้ดูบอกคนละ300บาทเวลาออก13.30น.(เวียงจันท์-วังเวียง ประมาณ 160กม.) ช่วงชุลมุนผมคลานต่ำออกไปถามรถบัสพัดลมสายไปวังเวียงที่กำลังจอดรอผู้โดยสาร บอกค่าโดยสาร 40พันกีบ(160บาท)เวลาออก13.30น. ผมย้อนกลับมาหาเพื่อนแล้วบอกกับนายหน้าหาผู้โดยสารว่าขอไปแลกเงินและตกลงกันก่อน พวกเราก็เดินข้ามถนนไปห้างฝั่งตรงข้ามเป็นห้างฯเดินหาที่แลกเงินบริเวณชั้น1 เจอบู๊ตเล็กๆเป็นของทะนาคานพอนสะหวัน(ธนาคารของลาว)ด้วยอัตราวันนั้น 1บาทต่อ259กีบ แลกคนละ4000บาท ได้มาคนละ 1,036,000กีบ เสียงส่วนใหญ่เลือกไปรถตู้เพราะเป็นรถแอร์ด้วยราคาต่อรองได้250บาท ผมจ่ายเงินบาทไปก่อน เพื่อนอยากใช้เงินกีบถามไปบอก60พันกีบ อ้าวผมจ่ายแพงกว่าเกือบ10กว่าบาท
        เวียงจันท์ไปวังเวียงแค่เกือบ160กม. แต่เนื่องจากถนนไม่ดีนักเลยต้องใช้เวลาประมาณ4ชั่วโมง(ขึ้นอยู่กับสภาพรถ คนขับ และฤดูกาล) เราถึงวังเวียงเวลาประมาณ17.00น. รถตู้มาจอดให้ที่ถาวรสุขรีสอร์ท วันนั้นห้องเต็มครับ เดินขึ้นทางทิศเหนือตามถนนมีเกสต์เฮาส์และที่พักเยอะครับ สะดุดตาบ้านสะบาย บังกะโล เดินเข้าไปถามก็ห้องเต็มอีก เดินไปเรื่อยๆจนไปเจอสายสองหรือสายซอง2 บังกะโล เป็นทางเดินเข้าไปหาตัวแม่น้ำสองถามราคคา600บาทต่อคืนไม่มีอาหารเช้า และมีห้องพัก3คนด้วย เลยตกลงพักที่นี่เพราะจะมืดแล้ว



ฝ่ายไอทีเราก็ตรวจสอบสัญญาณ wifi ทันที อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปเดินหาข้าวกินและลองเบียร์ลาวดู ราคาอาหารก็เริ่มตั้งแต่15พันกีบ(60บาท) ถ้าใครเคยไปนั่งร้านอาหารอีสานก็จะคุ้นเคยกับราคาครับ



ภาพข้างบนคนละมื้อกันนะครับ (อาหารจานเดียว 15พันกีบหรือ60บาท)อย่างที่เห็นข้าวราดผัดเต้าฮู้60บาท ดูกข้าง(ซี่โครง)ทอด 25พันกีบ(100บาท) เบียร์ลาวขวดใหญ่15พันกีบ ถ้าซื้อร้านขายของชำก็10พันกีบ(40บาท) มื้อแรกพอหอมปากหอมคอยอดรวมหมดไป 180พันกีบ(720บาท)กับอาหาร3อย่าง น้ำ9ขวด เดินเป๋กันกลับไปพักผ่อน
        ตื่นเช้ามาอากาศกำลังดี กินมื้อเช้าผมเลือกข้าวต้มหมู 15พันกีบ และกาแฟอีก 8พันกีบ แล้วคุยกันว่าจะพักที่เดิมหรือเปลี่ยนที่ ตกลงได้ว่ามาทั้งที่ต้องลองหลายๆที่







ภาพด้านล่างเช้าวันแรก ถ่ายจากที่พักไปยังทางด้านทิศใต้ ที่พักขวามือนั่นคือ Other Side ครับ



พอสายๆเห็นคนกำลังสร้างสะพานพอเช้าอีกวันก็เสร็จ หึหึ



สหายคนหนึ่งยังติดใจสะบายดีบังกะโล เลยเช่ามอเตอร์ไซค์ 40พันกีบ(160บาท) ส่งก่อน 2ทุ่ม ขับไปถามได้ความว่ายังเต็ม ขับดูที่อื่นๆไปด้วย ผมออกตัวว่าตัดสินใจกันเอง แล้วก็ขับไปสะพานข้ามแม่น้ำสองเสียค่าผ่าน 15พันกีบ เพื่อไปเก็บภาพ ได้มา1ภาพ หึหึ



ดูนาฬิกา ตายละ11.00น.แล้ว ต้องรีบกลับที่พักเดิมเพื่อตกลงว่าจะยังไง 2สหายคุยกันแป๊บเดียวได้คำตอบว่า พักที่เดิมนี่แหละวิวดีแล้ว เลยไปติดต่อขอพักเพิ่มอีก1คืน หลังจากนั้นก็เช่ามอเตอร์ไซด์เพิ่มอีกคัน ทุกคนบอกไม่ไปถ้ำนะ อ้าวแล้วมีที่ใหนให้ไป เลยไปเติมน้ำมันคันละ25พันกีบ ขับขึ้นทางทิศเหนือ ตรงใหนมีทางแวะเลี้ยวไปเรื่อย



แล้วขับกลับสู่ถนนใหญ่ จากสัญชาตญาณดิบของผม หึหึ ผมก็บอกเพื่อนว่าเราขับขนานมากับแม่น้ำสอง มันต้องมีร้านอาหารที่เป็นแพริมน้ำแน่ๆ พอเจอทางผมก็บอกให้เลี้ยว มีจริงอย่างที่คาด เข้าตรงถ้ำลมนะครับ






สั่งอาหารและเครื่องดื่ม นั่งชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ ลงเล่นน้ำเป็นพักๆ




นั่งนานเหมือนกันครับ เพราะไม่มีแผนไปใหน มื้อนี้ยอดรวมหมดไป300พันกีบ(1200บาท) ประมาณ16.00น.ก็เดินทางกลับเลยที่พักย้อนกลับไปท่าเรือ ซื้อปลาส้ม200บาท ปลาย่างรมควัน150บาท แล้วก็กลับที่พัก เพื่อนที่เป็นคนขับบ่นไม่หยุดเพราะฝุ่นเยอะตลอดทางครับ อาบน้ำออกไปหาอะไรกินแบบเบาๆแถวกลางเมืองถนนสายหลัก มื้อนี้หมดไป 150พันกีบ ตื่นมาสำหรับผมก็ข้าวต้ม+กาแฟเหมือนเดิม รอรถตู้เพื่อกลับเวียงจันท์เที่ยว10.30น. หรือใครจะซื้อตั๋วรถตู้กลับก็มีจุดขายเยอะครับ พอดีขามาขอเบอร์โทรคนขับและจะนัดตำแหน่งมารับ พวกผมเลยจ่ายในราคาขามาคือคนละ60พันกีบ รอกันตรงทางเข้าที่ๆเราพัก



        ถึงเวียงจันท์รถส่งลงแถวหอศิลปวัฒนธรรม พวกเราก็เดินไปเรื่อยๆสู่ริมโขง แดดแรงมากหาที่พักไปเรื่อย ผิดหวังตรงที่ไม่มีร้านริมโขงอีกแล้ว เดินไปไกลจนเจอโรงแรมบรรยากาศเงียบๆ ตกลงพักกันที่นี่ห้องละ800บาทต่อคืน



อาบน้ำ งีบพักผ่อนพอแดดร่มลมตกก็ชวนกันออกเดินเข้าเมืองไปเรื่อยๆ แวะกินเฝอ เดินไปลานน้ำพุ ไปสะดุดตาร้านอาหารชื่อ Khop Chai Deu สหายคนหนึ่งเดินไปเลือกเสื้อที่ข้างหน้าร้านอีกคนยืนดูเมนูอาหารเครื่องดื่มและราคา ตกลงมื้อเย็นร้านนี้แหละ บรรยากาศดีครับมีทั้งส่วน นอกประตูและในประตู หึหึ สั่งอาหารมา3อย่าง นั่งดื่มน้ำลาวอีก11ขวด รวมทิปน้องที่อุตส่าห์มายืนเชียร์ยอดรวม300พันกีบ แล้วเหมารถ3ล้อเครื่องไปที่พัก200บาท(ข้อเสียคือการเดินทางนี่แหละครับ รถน้อยและต้องต่อรอง) หลังมื้อเช้าอีกวันที่โรงแรม บอกให้น้องที่โรงแรมติดต่อรถมารับพวกเราไปสะพานมิตรภาพ เป็นรถฮุนไดนั่งสบายจ่ายไป500บาท ถึงสะพานฯเข้าซื้อของที่ดิวตี้ฟรี ผ่าน ตม.ลาวเรียบร้อยก็ซื้อตั๋วบัส4พันกีบข้ามมาฝั่ง ตม.หนองคาย ผ่านเสร็จก็นั่งรถ3ล้อไปขนส่งหนองคายด้วยค่าโดยสารคนละ50บาท เราแยกกันที่ขนส่ง 1สหายกลับบ้าน อีก1กลับกทม. ส่วนผมมีนัดกับน้องที่รู้จักในหนองคาย คุยๆกันที่ลาวเราหมดกันคนละไม่เกิน4500บาทหลังจาก2สหายขึ้นรถผมก็นั่งรถ3ล้อไปโรงแรมแม่โขงริเวอร์ไซด์ตมคำแนะนำ อาบน้ำเสร็จก็ออกไปเดินตลาดท่าเสด็จ



นั่งรอน้องเลิกงาน พอน้องมารับก็ออกหาอะไรกินคุยกัน



ห้าทุ่มกว่าก็กลับไปนอน ตื่นเช้ามาตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปใหน นั่งรถไปขนส่งหนองคาย คิดซักพักเลยคิดว่าจะกลับไปวังเวียงโดยเดินทางแบบที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ กทม. นี่ครับจากเวียงจันท์ไปวังเวียงด้วยรถบัสพัดลมรถออก14.30น. ก่อนหน้านี้ข้ามไปแลกเงินที่เดิมมา3000บาท กลับมารถกำลังจะออกถนนใหญ่วิ่งตามขึ้นรถแทบไม่ทัน กินฝุ่นไปเรื่อย ค่าโดยสาร 40พันกีบ(160บาท)



ถึงวังเวียงเกือบ1ทุ่ม รถบัสจะจอดนอกเมืองวังเวียงเล็กน้อยแถวสนามบินเก่า ผมเดินตัดสนามบินเล็กๆเข้าเมืองไม่ไกลครับ ตอนแรกจะพักเกสต์เฮาส์ คิดไปคิดมาคืนนี้ขอนอนสบายๆ เลยเดินไปพักที่เดิมคืนนี้600บาท ไม่มีอาหารเช้า



รีบอาบน้ำ ลงมาหาของกิน รู้สึกเพลียมากเลยนอนตั้งแต่4ทุ่ม ตื่นเช้าลงมาดื่มกาแฟ และหาข้อมูลที่พักถูกๆ ไปเจอเกสต์เฮาส์ชื่อ จำปาลาว สายๆเก็บกระเป๋าแล้วเดินไปประมาณ800เมตรก็เจอ



ห้องน้ำรวม60พันกีบ(240บาท) ห้องน้ำในตัว80พันกับ(320บาท) ผมเลือกแบบหลัง ฝรั่งพักเยอะครับ ผมจ่ายไป2คืนแล้วขอรหัสผ่าน wifi ก็เข้าห้องอาบน้ำนอนพักผ่อน พอประมาณ16.00น. ก็ออกเดินเที่ยวในเมืองวนไปวนมา หาร้านนั่งชมบรรยากาศ สงบดีครับ



เช้าวันถัดมาหลังมื้อเช้า ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ร้านเดิมเพิ่งรู้จากคนให้เช่าว่า จำปาลาว ที่ผมพักเจ้าของผู้หญิงเป็นคนไทย หลังเติมน้ำมันผมก็ขับไปดูบลูลากูน เลี้ยวผิดไปเจอคนเก็บค่าผ่านทางเลยนั่งคุยกัน พี่แกก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้แม่น้ำสองตื้นเขินขึ้นเยอะ สมัยที่แกยังเด็ก2ฝั่งของแม่น้ำมีต้นไม้โน้มเข้าหากันเป็นอุโมงค์ แกกับเพื่อนๆดำน้ำจับปลากันได้สบายๆ และถัดจากที่นั่งคุยกันไปอีกไม่ไกล"เวียดสำรวจเจอแร่ทองแดง เห็นบอกต่อไปคงเป็นเหมืองทองแดง คงมีการสร้างทางนำเครื่องจักรรวมทั้งการขนส่งแร่ แกก็เสียดายธรรมชาติ แล้วแกก็ถามเรื่องน้ำท่วมเมืองไทย แกบอกเห็นในข่าวแล้วสงสาร คุยกันพักใหญ่ผมก็ลาย้อนออกเพื่อไปบลูลากูน



เสียค่าผ่านทาง1พันกีบ พี่คนที่คุยกันก่อนหน้านี้เล่าให้ฟังว่าการท่องเที่ยวแห่งชาติลาวมาสำรวจ แล้วให้ชุมชนแถวบลูลากูนเป็นแบบอย่างเรื่องการจัดการ เพราะค่าผ่านทางที่เก็บได้จะเป็นเงินส่วนกลางเพื่อการศาสนาและการศึกษาของชุมชน ชอบความเงียบและวิวรอบๆบลูลากูนครับ





ถามยายเจ้าของที่บลูลากูนได้ความว่า แกผลัดเปลี่ยนกับลูกๆมาเฝ้าร้านขายอาหารเครื่องดื่มเล็กๆ แต่วันนี้ลูกๆไปเกี่ยวข้าว ที่นาแถวนี้เป็นของแก กว้างมากครับ รายได้ก็มาจากการเช่าเสื่อ ขายอาหารและเครื่องดื่ม



นั่งผ่อนคลาย เริ่มง่วงผมเลยกลับ



การกลับมาวังเวียงอีก3คืนผมได้อยู่กับตัวเองเต็มที่รู้สึกผ่อนคลายเต็มที่ รวมครั้งก่อนอีก2คืน รู้สึกกังวลว่าน้ำที่ กทม. ไปถึงใหนแล้ว วันกลับผมได้กลับรถ2แถวเล็กของท้องถิ่นราคาเท่าบัสคือ40พันกีบ(บัสพัดลมมี2เที่ยวคือประมาณ05.30น. และ 14.30น.)เพราะตอนนั้น10.30น. ผมขี้เกียจรอบัสเที่ยว14.30น. ขากลับทั้งฝุ่นทั้งโยกเยก สองแถวมาจอดที่ตลาดโพสี นั่งสามล้อร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นต่อไปตลาดเช้าอีก5พันกีบ(20บาท) แล้วซื้อตั๋วเวียงจันท์-หนองคาย ถึงขนส่งหนองคายประมาณ17.00น. ซื้อตั๋ว หนองคาย-กทม. เที่ยว19.10น. ด้วยราคา450บาท กลับ กทม.



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2554 20:38:58 น.
Counter : 1645 Pageviews.

1 comment
คนบ้านนอกบอกเล่าหนึ่งใน จ.บึงกาฬ
        ก่อนอื่นขออธิบายคำว่า"หนึงใน จ.บึงกาฬ" ผมไม่ได้หมายความว่าสถานที่ต่อไปนี้คือที่สุดของ จ.บึงกาฬ หากแต่หมายถึงเป็นส่วนหนึ่งใน จ.บึงกาฬ ขอรับ
        สถานที่ต่อไปนี้อยู่ในอำเภอหรือไม่ไกลจากอำเภอบ้านผม อ.บึงโขงหลง ที่แรกขอแนะนำบึงขนาดใหญ่ที่มีชื่อตามชื่อของอำเภอคือ"บึงโขงหลง" รอบๆบึงก็เป็นสวนเป็นไร่ของคนท้องถิ่น สลับกับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนแถวนั้น ที่นิยมที่สุดคงไม่พ้น"หาดคำสมบูรณ์" ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกของบึง



        คนแถวนั้นนิยมพาครอบครับมาพักผ่อน รับประทานอาหารในช่วงวันหยุดแต่ร้านก็เปิดทุกวันนะครับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเยอะมากครับแย่งกันกินแย่งกันขาย



        บึงโขงหลงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ ดังนั้นจะมีเขตอนุรักษ์มีทั้งนกย้ายถิ่นและนกประจำถิ่น แต่ชาวบ้านก็ยังคงทำประมงน้ำจืดได้นะครับ





ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เล่นน้ำกันเพลินครับ ที่เห็นภูเขาไกลลิบนั่นคือ"ภูลังกา"ครับ



        จากหาดคำสมบูรณ์ออกนอกเขตอำเภอบึงโขงหลงไปอีกไม่ไกลจากก็จะถึง"น้ำตกเจ็ดสี" น้ำตกแถวนี้จะมีน้ำตกสวยๆเฉพาะหน้าฝนนะครับ ประมาณง่ายๆคือจากเข้าพรรษาถึงออกพรรษา



มีร้านอาหารเป็นเพิงเล็กๆ2-3ร้านขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ก๋วยเตี๋ยว เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบริเวณชั้น1 ซึ่งเหมาะกับกลุ่มที่มากับคนสูงอายุและเด็กๆครับ หาที่ร่มใต้ต้นไม้นั่งทานข้าวคุยกัน ให้เด็กๆนั่งแช่น้ำ







ใครที่อยากไปชมตัวน้ำตกก็เดินต่อไปอีกไม่ไกลครับ แต่ก็ระวังลื่นนะครับเพราะต้องลุยน้ำประมาณไม่เกินหลังเท้า



ถึงแล้วก็เล่นน้ำตก ที่เห็นเป็นแอ่งด้านหน้า น้ำไม่ลึกมากครับ ระวังลื่นอย่างเดียว









        ออกจากน้ำตกเจ็ดสีแล้วเดินทางต่อไปอีกไม่ไกลก็จะเป็นน้ำตกอีกนั่นแหละครับ เสียดายวันที่ไปไม่ได้แวะ"น้ำตกถ้ำพระ"ที่ต้องลงเรือเข้าไปแต่ก็เคยไปตั้งแต่ยังเด็กๆ เลยต่อไปก็เป็น"น้ำตกตาดชะแนน" วันที่ไปไม่มีนักท่องเที่ยวเลยครับ เข้าถึงที่ทำการก็จะเจอ"ขัวหิน"(ขัวเป็นภาษาอีสานแปลว่าสะพาน)




เดินตามเส้นทางไปตัวน้ำตกคนเดียว ช่างวังเวงครับ น้ำเยอะมากครับเป็นช่วงที่คนยังไม่มาเที่ยวกันเลยดูรกมาก ผมต้องรีบออกไปเพราะวังเวงเกินไป หึหึ




เดินทางต่อไป"วัดภูทอก"หรือ"วัดเจติยาคิรีวิหาร" นึกว่าข้างในมีร้านขายของแต่ที่ใหนได้มีแต่โรงทานครับ เพราะเป็นวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว



มีบันไดขึ้นครับแต่ก็ชันและเสียวน่าดูชม





ยิ่งสูงยิ่งเสียวครับ บันไดจะวนนำทางขึ้นไปเรื่อยๆครับ





ถึงจุดนี้ผมเริ่มลังเลเกี่ยวกับสวรรค์และนรกแล้วสิครับ หึหึ




จนไปเจอพุทธวิหารครับ





พักเหนื่อยพักเสียวซักพักก็เดินกลับทางเดิมครับ




ใกล้ๆกับ อ.บึงโขงหลง ยังมีที่เที่ยวอีกเยอะนะครับ เช่น "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว" "น้ำตกถ้ำฝุ่น" "น้ำตกกินรี" "น้ำตกตาดขาม" "อุทยานแห่งชาติภูลังกา" ที่ อ.บึงโขงหลง มีเกสต์เฮาส์ 1 ที่ครับ นอกนั้นก็จะเป็นที่พักเล็กๆสำหรับคนเดินทาง มีโอกาสผ่านไปก็อย่าลืมไปเยี่ยมชมด้วยนะครับ



Create Date : 22 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2554 15:32:04 น.
Counter : 6631 Pageviews.

3 comment
เที่ยวแม่ฮ่องสอน
ทุ่งบัวตอง อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน คือเป้าหมายแรกที่ตั้งใจไว้และอ่านรีวิวจากห้องblueplanet หาซื้อเต๊นท์ตอนสายๆของวันที่9พ.ย.54 ต้องไปหมอชิตเพื่อซื้อตั๋ว กทม.-แม่ฮ่องสอนเที่ยว17.00น.(มีวันละ1เที่ยว) ปรากฎว่าที่นั่งเต็ม
ผมต้องเปลี่ยนแผนไปเริ่มต้นที่เชียงใหม่ ได้ตั๋ว บ.รุ่งประเสริฐทัวร์ กทม.-เชียงใหม่เที่ยว20.00น. ราคา518บาท ถึงเชียงใหม่ที่อาเขต3 งงเล็กน้อยประมาณ08.00น. มัวแต่ผ่อนคลายเพลินแล้วเดินไปถามเจ้าหน้าที่ขนส่ง ได้ความว่าต้องเดินข้ามถนนไปอาเขตเก่าสายแม่ฮ่องสอนอยู่ด้านศูนย์รถนครชัยแอร์ ถามน้องที่ขายตั๋วบอกมีเที่ยวเร็วสุด11.00น.
ผมถามว่า"ไปขุนยวมใช้เวลากี่ชั่วโมง?"
น้องตอบ"7ชั่วโมงค่ะ"
หึหึ! ซวยแล้วมืดแน่จะไปนอนที่ทุ่งบัวตองยังไง
พี่ที่ขับรถตู้บอก"รถเที่ยว08.30น. ออกไปเมื่อกี๊" อืมผมก็เห็นรถพัดลมเพิ่งออกไปตอนคุยกะ นศ.ตอ.โบ๊ท(ไปคนละที่แต่เจอกันที่เชียงใหม่) พี่คนขับรถตู้บอกถ้านั่งรถตู้ประจำทางเที่ยว09.00น.จะตามรถบัสพัดลมที่ อ.แม่สะเรียง ผมเลยตัดสินใจไปรถตู้ประจำทาง เชียงใหม่-แม่สะเรียง ในราคา200บาท แซงรถบัสพัดลมก่อนถึงแม่สะเรียงประมาณ60กม. รอรถครึ่งชั่วโมงนั่งบัสพัดลมไปถึง อ.ขุนยวม ด้วยค่าโดยสาร 60บาท ถึงที่หมายประมาณ 16.00น.
การขึ้นไปทุ่งบัวตองไม่มีรถโดยสารประจำทาง ต้องเหมามอเตอร์ไซค์รับจ้าง400บาท(อ่านรีวิว200-300บาท) ไม่งั้นก็รถกะบะ800บาท ในรีวิวบอกโบกรถขึ้นก็ได้ ผมไม่เสี่ยงรอโบกเพราะกลัวมืด เลยใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นดอยแม่อูคอ สถานที่ทุ่งบัวตองระยะทาง 37กม.ถึงประมาณเกือบ17.00น.




ถ่ายรูปและเดินไปกองอำนวยการ เจ้าหน้าที่บอก"กางเต๊นท์ตรงใหนก็ได้ เดินหาดูเอาได้เลยครับ" ผมก็งงนิดๆ เลยเดินหาที่กางเต๊นท์ด้วยถ่ายรูปไปด้วย



นอนบนดอยแม่อูคอ1คืน อากาศเย็นกำลังดีครับ เห็นบอร์ดแผนที่ จ.แม่ฮ่องสอน คิดไปคิดมาพรุ่งนี้ไปปางอุ๋งดีกว่า



ตื่นเช้าอีกวันก็เดินขึ้นลง คนเริ่มเยอะขึ้นครับ เข้าใจว่าส่วนใหญ่มาแวะชม แต่ก็มีคนมากางเต๊นท์ครับ กางได้หลายจุดเลยไม่ค่อยเจอกัน ผมปลีกวิเวกกางเต๊นท์เดียว



10.00น. ลงกลับไปท่ารถที่ อ.ขุนยวม รอรถบัสพัดลมบริษัทเดิมเพื่อเข้าแม่ฮ่องสอนอีก66กม.เที่ยวเวลา 13.30น.ค่าโดยสารประมาณ40บาท ถึงแม่ฮ่องสอน15.10น.นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปศูนย์ศิลปาชีพเพื่อขออนุญาตขึ้นปางอุ๋งแล้วไปส่งตลาดเพื่อนั่งสองแถวไปปางอุ๋งด้วยราคา50บาท (ผมไม่รู้เรื่องเลยอ่านรีวิวแล้วทำตาม เข้าใจว่าน่าจะขอเฉพาะคนที่ขับรถส่วนตัวไปเพราะผ่าน2ด่านไม่เห็นตรวจจากคนในรถโดยสาร แต่รถส่วนตัวถ้าไม่มีบัตรเข้าไม่ได้แน่ครับ ต้องจอดรถไว้ด้านล่างแล้วเหมารถขึ้นแทน) จากตลาดในแม่ฮ่องสอนไปปางอุ๋งระยะทางประมาณ40กม. ค่าโดยสาร70บาทครับถึงจุดกางเต๊นท์ของอุทยานประมาณ17.00น. เสียค่าพื้นที่กางเต๊นท์30บาท เช่าผ้าห่มนวมผืนละ50บาท กลางคืนอากาศเย็นแต่ไม่ถึงกับหนาวมาก ขาดไม่ได้ตื่นเช้าถ่ายหมอกเหนืผิวน้ำ



นักท่องเที่ยวก็มีพอสมควรครับ ยังไม่แน่นมาก



แสงเช้าเริ่มมาแล้ว



พอสายๆคนเริ่มกลับ ส่วนผมขออยู่ต่อซัก1คืนครับ แล้วจะไปห้วยน้ำดังต่อ



เดินรอบๆอ่างเก็บน้ำดูอะไรเพลินๆไปเรื่อยครับ



บนนี้มีนาข้าวด้วย





เกือบเที่ยง เลยเดินกลับมาเต๊นท์แล้วออกไปหาข้าวหม่ำที่ด้านหน้าโครงการหลวงฯ ร้านแรก นายจิ่งโฮมสเตย์ คืนละ400บาท ไปใหนๆก็ไม่พ้นผัดกะเพรา



ได้รับโทรศัพท์จากมิตรเก่าจากแพร่ว่าตอนนี้ถึงลำปางแล้ว(ก่อนไปผมโทรบอก) แต่ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินทางหลายโค้ง ตอน18.30น. โทรมาบอกผมว่าอยู่แม่ฮ่องสอนคงขึ้นไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าจะไปหา



โชคดีได้อาศัยรถไป แต่ก็แวะเที่ยวเพราะพลาดโอกาสกางเต๊นท์กัน ที่แรกคือหมู่บ้านรักไทยครับ




แวะทานข้าวและซื้อของฝาก ส่วนผมต้องเดินทางอีกเลยไม่กล้าซื้ออะไร

แล้วก็ออกเดินทางแวะน้ำตกผาเสื่อที่ติดถนนไม่ต้องเดินไปไกล



ใช้เวลาประมาณ10นาทีก็ไปต่อแล้วแวะถ้ำปลา แต่ในใจผมเริ่มกระวนกระวายกับเป้าหมายห้วยน้ำดังแล้ว



แล้วผมก็คิดว่าไปห้วยน้ำดังคงมืดแน่ คงต้องนอน อ.ปาย




มิตร 2 ใน 5 ที่เดินทางดั้นด้นไปหา



ถึง อ.ปาย ประมาณเกือบ 17.00น. จำได้ว่าน้อง2คนที่เจอกันปางอุ๋งบอกพักกางเต๊นท์กันที่สวัสดีปายรีสอร์ท ติดต่อคิด100ต่อคืน พี่เจ้าของรีสอร์ทใจดีและอัธยาศัยดีครับ



ขออนุญาตจริงๆครับ ผมไม่มีรูปถนนคนเดิน เพราะผมชอบถ่ายภาพวิวครับและแวะปายเพราะไปต่อไม่ได้



แต่เพราะปายนี่แหละทำให้ผมคิดทบทวน สุดท้ายตัดสินใจไม่ไปห้วยน้ำดังด้วยเหตุผลบางประการ บันทึกการเดินทางครั้งหน้าคือคำตอบ หึหึ ผมตัดสินใจนั่งรถตู้ประจำทางเข้าเชียงใหม่ด้วยราคา150บาท แล้วต่อรถบัสพัดลมเจ้าเดิมไป อ.จอมทอง ลงทางเข้าดอยอินทนนท์ด้วยราคา40บาท แล้วรอรถสองแถวประมาณเกือบชั่วโมง จอมทอง-แม่แจ่ม ขึ้นอินทนนท์ระยะทาง31กม. ราคา70บาท นอน1คืนแล้วกลับเชียงใหม่ล่องต่อมา กทม. เป็นอันจบการเดินทางแบบมั่วๆของผมครับ




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2554 15:28:27 น.
Counter : 1894 Pageviews.

13 comment

ปลาดุกยิ้ม
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]