Each time history repeats itself, the price goes up. ~Author Unknown
Group Blog
 
All Blogs
 
เดอะเกรทอีสเทิร์น ราชันย์แห่งท้องทะเลตะวันออก– ตอนที่สอง

พิรัส จันทรเวคิน

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงให้กำเนิดกองทัพเรือไทยสมัยใหม่


หลังจากที่มีการหารือกันอย่างเคร่งเครียด และแล้วในที่สุดคณะกรรมการผู้พิจารณาก็มีมติอนุมัติโครงการของบรูเนล อาจจะเป็นเพราะด้วยชื่อเสียงกับความสำเร็จที่ผ่านมาของเขา ที่ทำให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่ในที่ประชุมยินยอมอนุมัติเงินงบประมาณก้อนโตสำหรับโครงการนี้ ขั้นตอนในลำดับถัดมาก็คือการเปิดซองประกวดราคา ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลที่เสนอราคามาต่ำที่สุดได้แก่อู่ต่อเรือของ กัปตันจอห์น สก๊อตต์ รัสเซล ซึ่งเสนอราคามาที่ 377,000 ปอนด์ กัปตันรัสเซลได้ชื่อว่าเป็นวิศวกรต่อเรือที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดในห้วงเวลานั้น ชื่อเสียงของเขามาจากการนำทฤษฏีในวิชากลศาสตร์ของไหล (Fluid Dynamics) เข้ามาประยุกต์ใช้กับวิธีการออกแบบลำตัวเรือ ทำให้เรือสามารถแล่นฝ่าคลื่นได้ดีขึ้นจึงทำความเร็วได้สูงและมีความคงทนต่อสภาพคลื่นลมในทะเล หากว่าจะมีบุคคลสองคนในโลกที่เหมาะสมกับโครงการที่มีความท้าทายในระดับนี้ สองคนที่ว่านั้นคงจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากรัสเซลกับบรูเนล

กุมภาพันธ์ ปี 1854 งานสร้างเรือเริ่มต้นขึ้นที่อู่ต่อเรือของกัปตันรัสเซลที่มิลวอลล์ในย่านอีสต์เอนด์ รัสเซลรับหน้าที่เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ในขณะที่บรูเนลเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการทั้งหมด ข่าวคราวที่คึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้มีประชาชนหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมาชมการสร้างเรือ จนทำให้ย่านที่เงียบสงบแถบนั้นครึกครื้นขึ้นมาราวกับว่ามีงานเทศกาลประจำปี แรกเริ่มเดิมทีนั้นบรูเนลตั้งใจจะตั้งชื่อเรือของเขาว่า “ลาวิตัน” อันมีความหมายว่าจ้าวสมุทร แต่มหาชนชาวอังกฤษได้พากันเรียกขานเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกลำนี้จนติดปากกันทั่วไปว่า “เดอะเกรทอีสเทิร์น” ด้วยเหตุนี้เรือยักษ์ของบรูเนลจึงจำต้องรับชื่อนี้ไปใช้โดยปริยาย



เดอะเกรทอีสเทิร์นจัดได้ว่าเป็นเรือที่รวบรวมความเป็นที่สุดแห่งยุคสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ลำตัวเรือมีความยาวทั้งสิ้น 692 ฟุต ยาวกว่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้นถึงสองเท่า สร้างขึ้นจากเหล็กน้ำหนักรวม 8,600 ตันที่ถูกนำมารีดและตัดออกเป็นแผ่นที่ความหนา 7/8 นิ้วจำนวนกว่า 30,000 แผ่น นำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นลำตัวเรือโดยใช้หมุดยึดทั้งสิ้นกว่าสามล้านตัว และเพื่อความคงทนต่อสภาพคลื่นลมในทะเล ลำตัวเรือจึงถูกออกแบบให้มีสองชั้น โดยมีความกว้างระหว่างชั้นสามฟุต หากว่าเรือชนกับหินโสโครกจนผนังลำตัวเรือชั้นที่หนึ่งฉีกขาด ก็ยังคงมีผนังชั้นที่สองคอยกั้นน้ำทะเลเอาไว้ ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าเรือยักษ์ลำนี้เป็นเรือที่ไม่มีวันจม การออกแบบของบรูเนลให้เรือมีผนังลำตัวเรือแบบสองชั้นหรือ Double Hull Design นี้ถือได้ว่าไปไกลเกินยุคสมัยถึงหนึ่งร้อยปี เพราะเพิ่งจะมีการนำมาใช้อีกครั้งก็ในช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

นอกเหนือจากการออกแบบลำตัวเรือที่มีความล้ำสมัยแล้ว ทางด้านระบบขับเคลื่อนก็มีความก้าวหน้าล้ำสมัยไม่แพ้กัน เรือยักษ์ลำนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังจากเครื่องจักรไอน้ำซึ่งเป็นเทคโนโลยี่ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาได้ไม่นานนัก โดยไอน้ำที่ได้จากหม้อต้มน้ำจะส่งกำลังให้เพลาขับซึ่งจะไปหมุนใบจักรท้าย (Propeller) ทำให้เรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าที่ความเร็ว 14 นอต นอกจากใบจักรท้ายขนาดยักษ์จำนวนหนึ่งใบจักรแล้ว เรือลำนี้ยังมีระบบขับเคลื่อนสำรองเป็นกังหัน (Paddles) พลังไอน้ำที่กราบเรือทั้งสองข้าง และในกรณีที่ไม่สามารถหาถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิง เรือก็ยังคงสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้โดยอาศัยแรงลมในทะเล เนื่องจากมีการติดตั้งเสากระโดงเรือ (Mast) จำนวนหกเสาสำหรับใช้ในการขึงใบเรือ ระบบขับเคลื่อนที่แยกต่างหากจากกันทั้งสามระบบนี้ทำให้เรือสามารถเดินทางระยะไกลไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาจนต้องลอยลำจอดนิ่งอยู่กลางท้องมหาสมุทร



คนงานกว่า 12,000 คนถูกว่าจ้างมาเพื่อทำการสร้างเรือยักษ์ที่มีขนาดมหึมาลำนี้ นอกจากทีมคนงานที่มีหน้าที่ตัดเหล็กแล้ว ยังมีทีมคนงานตอกหมุดอีกกว่า 200 ทีม แบ่งกันทำหน้าที่ตอกหมุดร้อนๆที่มีอุณหภูมิร่วมพันองศาเข้ากับแผ่นเหล็กเพื่อประกอบขึ้นเป็นลำตัวเรือ สำหรับภายในช่องลำตัวเรือที่มีขนาดคับแคบ ก็มีการใช้แรงงานเด็กนับพันมุดเข้าไปเพื่อทำการตอกหมุดจากด้านใน สภาพความเป็นอยู่ในการทำงานเรียกได้ว่าย่ำแย่เป็นที่สุด มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง กล่าวกันว่าเมื่อมีการรื้อซากเรือเพื่อนำไปทำเศษเหล็กในปี 1889 นั้น คนงานที่รื้อซากเรือได้ค้นพบซากโครงกระดูกของมนุษย์สองร่างติดอยู่ภายในช่องว่างระหว่างผนังลำตัวเรือทั้งสองชั้น โดยที่หนึ่งในนั้นเป็นโครงกระดูกร่างเล็กของเด็กผู้ชายที่ถูกขังทั้งเป็นในระหว่างที่กำลังสร้างเรือ และสำหรับคนที่เชื่อในเรื่องราวเหนือธรรมชาติแล้ว อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นเรือที่ต้องคำสาป เพราะดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเรือที่ถือได้ว่าเป็นมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของโลกลำนี้นับตั้งแต่วันที่ยังทำการสร้างอยู่ในอู่เลยเสียด้วยซ้ำ

<ยังมีต่อ>

สงวนลิขสิทธิ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ห้ามนำบทความหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบทความ มิฉนั้นจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย


Create Date : 28 กรกฎาคม 2553
Last Update : 10 สิงหาคม 2553 18:50:45 น. 0 comments
Counter : 558 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

piras
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความสวยงาม ไม่แพ้ภาษาของชนชาติใดในโลก

free counters
Friends' blogs
[Add piras's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.