Each time history repeats itself, the price goes up. ~Author Unknown
Group Blog
 
All Blogs
 
เดอะเกรทอีสเทิร์น ราชันย์แห่งท้องทะเลตะวันออก– ตอนที่หนึ่ง

พิรัส จันทรเวคิน

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงให้กำเนิดกองทัพเรือไทยสมัยใหม่


ห้าสิบกว่าปีก่อนที่จะมีเรือไตตานิค โลกก็ได้รู้จักกับปราการเหล็กลอยน้ำที่อาจถือได้ว่าเป็นมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมแห่งศตวรรษที่สิบเก้า นั่นก็คือเรือเดินสมุทรที่มีชื่อว่า “เดอะเกรทอีสเทิร์น” หรือราชันย์แห่งท้องทะเลตะวันออก ผลงานสร้างสรรอันสุดอลังการของ อิสซัมบาร์ด คิงดอม บรูเนล เจ้าพ่อแห่งวงการรถไฟในสมัยนั้น หากว่าเรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ยี่สิบก็คงจะมิใช่ของแปลกอะไร แต่ทว่าในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า ในยุคที่เรือส่วนใหญ่ยังทำด้วยไม้และขับเคลื่อนด้วยแรงลมจากใบเรือ เรือยักษ์ที่ทำขึ้นมาจากเหล็กทั้งลำ มีระวางขับน้ำร่วมสองหมื่นตันและขับเคลื่อนด้วยพลังจากเครื่องจักรไอน้ำลำนี้ อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก และนี่ก็คือเรื่องราวของเรือธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลำนี้

ลอนดอน ปี 1854 “ท่านสุภาพบรุษ ตอนนี้ผมมีความพร้อมแล้วที่จะลงมือสร้างเรือเดอะเกรทอีสเทิร์น ผมจะสร้างให้มันเป็นปราการเหล็กลอยน้ำที่โลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน” ทันทีที่สิ้นสุดคำประกาศ บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยานต่างก็ปรบมืออย่างกึกก้องให้กับบรุษวัยกลางคนเรือนร่างเตี้ยเล็กแต่มีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาดและท้าทาย ผู้ซึ่งกำลังจะกลายเป็นตำนานของวงการต่อเรือ – อิสซัมบาร์ด คิงดอม บรูเนล

บรูเนลนั้นได้ชื่อว่าเป็นวิศวกรโยธาที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในอังกฤษยุควิคตอเรียน เขาสร้างชื่อมาจากการสร้างสะพานและวางรางรถไฟ และเป็นผู้สร้างมาตรฐานการวางรางรถไฟแบบกว้าง ซึ่งให้ทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร และนอกจากนี้ยังสามารถรองรับความเร็วของรถไฟที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่สูงกว่ารางรถไฟที่มีความกว้างตามมาตรฐานทั่วไป และด้วยความเป็นคนที่คำนึงถึงแต่ผลงานทางวิศวกรรมโดยที่ไม่แยแสสนใจกับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างนี่เอง ที่ทำให้บรูเนลได้รับการเรียกขานเปรียบเปรยจากบรรดานักลงทุนในสมัยนั้นว่าเป็น “นโปเลียนแห่งวงการวิศวกรรม”



จักรวรรดิอังกฤษในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียมีอณาเขตที่แผ่ไพศาลครอบคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่หนึ่งในสี่ของโลก จนได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน การเดินทางติดต่อค้าขายระหว่างประเทศแม่กับดินแดนอณานิคมโพ้นทะเลในสมัยนั้นกระทำโดยใช้การเดินเรือเป็นหลัก และเส้นทางเดินเรือที่สามารถทำกำไรได้มากที่สุดก็คือเส้นทางที่มุ่งสู่ทิศตะวันออกไปยังทวีปเอเชียและออสเตรเลีย การเดินทางในเส้นทางสายนี้ถูกครอบงำโดยเรือใบขนาดใหญ่ที่มีความเร็วสูงแบบคลิปเปอร์ที่เดินทางล่องลงใต้อ้อมแหลมกู๊ดโฮป ด้วยเหตุที่ว่ายังไม่มีเรือกลไฟลำใดที่สามารถจะบรรทุกถ่านหินได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับการเดินทางในระยะทางที่ยาวไกลเช่นนั้นได้ ด้วยเหตุนี้บรูเนลจึงเกิดแนวความคิดที่จะสร้างเรือกลไฟขนาดยักษ์ที่สามารถจุถ่านหินได้มากพอสำหรับตลอดระยะการเดินทาง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาแวะพักเพื่อเติมถ่านหินตามเมืองท่าต่างๆ พร้อมกับทั้งสามารถขนผู้โดยสารได้เป็นจำนวนที่มากถึง 4,000 คนต่อเที่ยวสำหรับการเดินทางข้ามโลกแบบสุดหรู บรูเนลมีความมั่นใจว่าเรือกลไฟลำยักษ์ของเขาจะต้องแย่งชิงลูกค้ามาจากกองเรือคลิปเปอร์พวกนั้นและสามารถจะทำกำไรให้อย่างงดงาม ตามคอนเซปป์ที่ว่าผู้โดยสารย่อมต้องเลือกการเดินทางที่เร็วกว่าหรูกว่าและสะดวกสบายกว่า และด้วยความมั่นใจที่มีอย่างเปี่ยมล้น เขาจึงเดินหน้าแสวงหาผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในอภิมหาโครงการต่อเรือของเขา

ลอนดอน ปี 1852 ในการนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการบริษัทอีสเทิร์นสตีมนาวิเกชั่น บรูเนลได้บรรยายถึงเรือที่เขาจะสร้างเอาไว้ว่า “เรือของผมจะเป็นยานพาหนะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น มันจะเป็นเหมือนกับนครลอยน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือเดินสมุทรทั่วไปถึงห้าเท่า สามารถบรรทุกถ่านหินเป็นปริมาณที่มากถึง 15,000 ตัน ซึ่งจะต้องใช้คนงานกว่าสองร้อยคนทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อตักถ่านหินป้อนให้กับหม้อน้ำที่มีความสูงเท่าตึกสี่ชั้น และสามารถให้พลังงานไอน้ำเท่ากับม้าแปดพันตัว ผมได้ออกแบบให้มันเป็นคำตอบสุดท้ายของการเดินทางที่เลิศหรู ในขณะที่เรือเดินสมุทรทั่วไปสามารถขนผู้โดยสารได้แค่สี่ร้อยคน แต่เรือของผมสามารถที่จะขนผู้โดยสารได้มากถึงสี่พันคน ผมต้องการจะให้มันเป็นมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของโลก เปรียบเสมือนดั่งปราสาทแก้วผลึกแห่งท้องมหาสมุทร และเป็นสัญลักษณ์ที่ควรคู่กับจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ของเรา..... แน่นอนว่าโครงการนี้ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล แต่ผมมีความมั่นใจว่าการวางแผนการณ์ที่รัดกุมโดยไม่เผื่อช่องให้สำหรับความผิดพลาดจะช่วยทำให้โครงการนี้สามารถเดินไปข้างหน้าได้”



เม็ดเงินลงทุนที่บรูเนลเอ่ยถึงนั้นมีมูลค่าสูงถึงห้าแสนปอนด์สเตอริง นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม เนื่องจากยังไม่เคยมีใครสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน บรูเนลนั้นแม้จะได้ชื่อว่าเป็นวิศวกรที่เชี่ยวชาญที่สุดของยุค แต่ก็ผ่านประสพการณ์การต่อเรือมาเพียงแค่สองลำ จะให้มั่นใจได้อย่างไรว่าเรือเหล็กที่มีน้ำหนักขนาดนี้จะไม่จมลงสู่ก้นทะเลทันทีที่มีการปล่อยเรือลงน้ำ มีการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนและดุเดือดในหมู่คณะกรรมการผู้พิจารณา กรรมการหกคนถึงกับเดินออกจากที่ประชุม เพราะไม่ต้องการจะนำเงินลงทุนของตนมาเสี่ยงกับโครงการอันเพ้อฝันของบรูเนลผู้ซึ่งมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นักในหมู่นักลงทุน

<ยังมีต่อ>

สงวนลิขสิทธิ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ห้ามนำบทความหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบทความ มิฉนั้นจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย


Create Date : 23 กรกฎาคม 2553
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 22:03:05 น. 1 comments
Counter : 471 Pageviews.

 
Brunel's depiction of his ship, The Great Eastern



โดย: piras วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:2:40:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

piras
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความสวยงาม ไม่แพ้ภาษาของชนชาติใดในโลก

free counters
Friends' blogs
[Add piras's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.