ยิ้มไว้...ไม่ว่าอะไรก็ขอให้...ยิ้มไว้....
Group Blog
 
All Blogs
 

ยินดีที่เห็นเธอมีความสุข..

วันนี้ได้ฟังเพลงนี้อีกครั้ง หลังจากไม่ได้ฟังมานานมากเหลือเกิน... แล้วความทรงจำเมื่อสองปีก่อนก็กลับมาทักทาย...

จำได้ว่า..ครั้งหนึ่งเราก็เคยร้องเพลงนี้ในใจให้กับคนๆ หนึ่ง.. วันนั้นเราก็เสียใจมาก..แต่ก็คงไม่มากเท่าวันนี้ ครั้งนั้นโชคดียังคงยืนอยู่ข้างๆ เรามั้ง ผู้ชายที่เรารักคนนั้นจึงไม่ได้จากเราไป...

ใครจะรู้...ผ่านไปอีก 5 ปีจากเหตุการณ์ครั้งแรก สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็เกิดขึ้นซ้ำอีก.. แต่คราวนี้...โชคดีไม่อยู่ข้างๆ เราแล้ว.. ไม่สิ.. ความรักต่างหาก... ความรักไม่ได้ยืนอยู่กับเราแล้ว...

ผู้ชายที่เรารักเลือกจะจากไป...จากไปกับคนที่เค้ารัก... อย่างนั้นสินะ...



ย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว.. เอาเป็นว่า.. วันนี้..เรายินดีกับความสุขของพี่เค้าอย่างจริงใจ..อาจจะสายไป..แต่ก็...ขอให้โชคดี..


อย่าบังคับให้ฉันต้องรอ...ว่าเธอเองจะเลือกรักใคร
อย่าบังคับให้ฉันเข้าใจ..และ..ทนทุกอย่าง
อย่าบังคับให้ฉันแย่งชิง...สิ่งที่เป็นของฉันมานาน
แต่วันนี้..ฉันรู้..ทุกอย่างไม่มีอีกแล้ว....

ฉันรักแต่เธอ....และรักมานานเกินไป
ยิ่งรักเท่าไร..ยิ่งอยากยอมแพ้...

ฉันขออย่างเดียว...ให้เขาจริงใจดูแล
อย่างที่ฉันได้ทำเพื่อเธอเสมอ
...

ฝากความยินดีกับคนของเธอ...
บอกเขาให้เขาได้ฟัง
ฉันขอเป็นฝ่ายหลีกทางได้ไหม
ฝากความยินดีกับเธอสองคน...
ไม่ช้าฉันคงทำใจได้
ฉันยินดีจากไป...ฉันเต็มใจเพื่อเธอ

บอกกับเขา...ว่าเขาโชคดี...ที่เป็นคนชนะใจเธอ
บอกกับเขาว่า...ฉันรักเธอมากมายเท่าไร
บอกด้วยความจริงใจจากฉัน...ว่าเธอเองมีค่าเพียงใด
อยากให้เขาได้รัก..รู้สึกกับเธอ...อย่างฉัน



ไม่กี่วันก่อน...ใครคนหนึ่งบอกกับเราว่า... ถ้าเราแต่งงานกับใคร.. ผู้ชายคนที่เราแต่งงานด้วยคงจะเสียใจมาก....เพราะเราคงจะมีแต่ร่างกายแต่ไม่มีหัวใจรักมอบให้... ใครคนนั้นเข้าใจว่า.. เพราะเรายังคงอาลัยผู้ชายในอดีตอยู่...ประหนึ่งว่า..ไม่ยอมเปิดหัวใจรับความรักครั้งใหม่เสียที

จริงเหรอ... คำถามนี้...ถามทั้งเค้าคนที่ตั้งคำถามนี้มา..และ...ถามตัวเอง..

สมอง..บอกว่า..ไม่จริงหรอก...เพราะว่า..คำตอบคือ.. เราจะไม่แต่งงานตราบใดที่เรายังไม่รักคนที่เราจะแต่งงานด้วยไงล่ะ.. คำตอบนั้นแสนง่าย...

ถ้ารัก..จึงแต่งงาน...มอบทั้งตัว..และ...หัวใจ...ให้ทั้งหมดของชีวิต...
ถ้าไม่รัก... ก็ไม่แต่งงาน...จะยอมขึ้นคานไปจนแก่ตาย..



คราวนี้ก็สุดแต่โชคชะตาและวาสนาของเราแล้ว...ว่า...จะมีใครคนไหน...สามารถทำให้เรารักได้อีกสักครั้ง...

ไม่ยากหรอก.. แต่ต้องตั้งใจจริง...




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2553    
Last Update : 22 ธันวาคม 2553 1:56:58 น.
Counter : 100 Pageviews.  

ด้วย...แสงดาวแห่งศรัทธา



28 มีนาคม 2553
ในคืนที่ฟ้ายังมี...แสงดาว..



"แสงดาวแห่งศรัทธา"...จำได้ว่า..ครั้งแรกที่ได้เห็น..ได้รู้จักวลีนี้..ตอนเรียน ม.1 ... เป็นวลีที่พิมพ์อยู่บนเสื้อซาฟารีของอาจารย์หนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาสอนวิชาสุขศึกษา..เป็นเสื้อที่อาจารย์ต้องใส่ทุกๆ วันพุธ... เห็นครั้งแรก..ก็งงๆ ว่า..อาจารย์คนนี้เอาเสื้อที่ไหนมาใส่กันนะ... แล้วแสงดาวแห่งศรัทธาบนเสื้อนั้นกำลังสื่อถึงอะไร...เรายังไม่รู้...

อาจารย์คนใหม่มาพร้อมกับน้ำเสียงเหน่อๆ เหมือนเพิ่งมาจากต่างจังหวัด ..มาพร้อมอุดมการณ์...พูดจาอะไรที่ฟังยาก... เราในตอนนั้นออกจะขัดหูขัดตากับท่าทีของอาจารย์ยิ่งนัก..เพราะรู้สึกว่า...อาจารย์มักจะพูดจากกระทบกระเทียบนักเรียนอยู่บ่อยๆ ไม่รู้ว่าไปโกรธพวกเรามาแต่ชาติปางไหน...

จำได้ว่า..ประโยคที่อาจารย์เคยพูดให้เรารู้สึกสะอึกที่สุด...คือ.. "พวกคุณนี่ไม่มีสามัญสำนึก..."

ตอนนั้นเป็นช่วงที่ข้าวของเครื่องใช้ของนักเรียนหญิงส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นของนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งนั้น กระเป๋าใส่ของ กล่องดินสอ ผ้าเช็ดหน้า ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด หรือแม้แต่กิ๊บติดผม..ทุกชิ้นเป็นของซานริโอ... ไม่ว่าจะเป็นคิตตี้สีชมพู แบ๊ดแบดสึมารุสีดำ กบเคะโระสีเขียว เจ้าลิงสีเหลือง ฯลฯ

และแน่นอนเมื่อเป็นของนำเข้า...ของทุกชิ้นจึงมีราคาไม่ต่ำกว่าร้อยบาททั้งนั้น...ไล่เรียงไปตั้งแต่ 100 ถึง 700 บาท..เงินจำนวนนี้สำหรับเด็กม.ต้นเมื่อ 20 ปีก่อน..ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เมื่อเทียบกับราคาข้าวจานละไม่เกิน 15 บาท

ครั้งนั้น..อาจารย์บอกว่า..พวกคุณนี่ไม่มีสามัญสำนึกเอาซะเลย...common sense น่ะรู้จักกันบ้างมั้ย...รู้หรือเปล่าว่า..กิ๊บติดผมบนหัวพวกคุณเนี่ยมันเท่ากับข้าวของคนยากคนจนกี่มื้อ... ...คุณรู้มั้ยว่า..คนที่เค้ายากจนเนี่ย..เงินหลักร้อยมีค่าขนาดไหน..พวกคุณคงไม่รู้หรอกว่าชาวไร่ชาวนาลำบากอย่างไร...ไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่หาเงินมาอย่างเหนื่อยยากแค่ไหนกว่าจะได้เงินมาส่งเสียให้คุณเรียนในที่ดีๆ แบบนี้ ...แต่เพราะพวกคุณเกิดมาโชคดีเกินไป ถึงใช้เงินโดยไม่รู้จักคิด...คิดไม่เป็น...ฯลฯ

ครานั้น...ความรู้สึกแรก..คือ..แค่กิ๊บตัวเดียว...ทำไมว่ากันถึงขนาดนี้... แล้วอาจารย์เป็นใครถึงมาว่าพวกเรา...เงินก็เงินเรา...ไม่ได้เดือดร้อนใครนี่นา... ตอนนั้นนักเรียนทั้งห้องไม่เคยอยากมองหน้าอาจารย์คนนั้นอีกเลย..

.
.
.

ผ่านวันนั้น...มาจนถึงวันนี้...

เราเองได้หล่อหลอมความคิด..และสร้างตัวตนขึ้นมา...เพิ่งได้ย้อนกลับไปมอง...

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน....ร้านกิฟชอปขายของกระจุกกระจิกพวกซานริโอที่อยู่ติดกับโรงเรียนจะเนืองแน่นไปด้วยนักเรียนตัวเล็กๆ ที่ฟุ่มเฟือยไปกับข้าวของราคาแพง ทั้งที่ยังหาเงินเองไม่ได้สักบาท... ก็เรียกได้ว่า...ไม่มีสามัญสำนึกจริงๆ... ไม่มีความคิดอันควรที่จะมีเป็นธรรมดา...

เราเริ่มเข้าใจคำพูดของอาจารย์....

เมื่อวันนี้เราหาเงินเองได้แล้ว... ได้รู้แล้วว่า...การทำงานเพื่อแลกกับเงินนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง... เงินแต่ละบาทไม่ใช่ว่าจะหามาอย่างง่ายดาย...

ขอบคุณอาจารย์ท่านนั้น..ที่ทำให้เราได้ฉุกใจคิด...ท่านได้จุดเทียนดวงเล็กๆ ขึ้นในใจเรา...

หนูขอโทษที่วันนั้นโกรธอาจารย์นะคะ..และที่สำคัญ...แสงดาวแห่งศรัทธา...ทำให้หนูได้ค้นพบความจริงอีกหลายๆ อย่าง... รวมทั้งทำให้หนูมีหัวใจมองคนอื่นมากขึ้น...ด้วยหัวใจที่เมตตามากกว่าเดิม...

หนูใช้เวลานานเหลือเกินกว่าจะเข้าใจ....ขอบคุณนะคะ...



..........................................................




เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา
โดย จิตร ภูมิศักดิ์

พร่างพรายแสง..ดวงดาวน้อยสกาว
ส่องฟากฟ้าเด่นพราว...ไกลแสนไกล
ดั่งโคมทองผ่องเรืองรุ้งในหทัย
เหมือนธงชัยส่องนำจาก...ห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้า...ครืนข่ม...คุกคาม
เดือนลับ...ยามแผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธา...ยังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจ..ปลุกคน...อยู่มิวาย

ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คน...ยังคงยืนเด่น...โดยท้าทาย
แม้ท้องฟ้า...มืดดับ..เดือนลับละลาย
ดาว...ยังพราย...ศรัทธา..เย้ยฟ้าดิน

ดาว..ยังพราย..อยู่จน..ฟ้ารุ่งราง


.....................................................








 

Create Date : 28 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 23:56:39 น.
Counter : 85 Pageviews.  

ถึงเหงา.. แต่ต้อง..เข้าใจ

2 มีนาคม 2553

วันที่ความเหงาเข้ามาทักทาย



ความฝันร้ายๆ ที่ย้อนกลับมา....

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เคยมีความฝันสวยงามมากมายกับใครบางคน.. แต่ใครคนนั้นจากไป ทิ้งไว้แต่เศษซากของความฝัน... ผู้หญิงคนนั้นเสียใจที่สุดในชีวิต...ความฝันที่เธอสร้างขึ้นมากับคนที่เธอรัก...สร้างมาด้วยกัน...กลับถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี... เธอค่อยๆ กอบเก็บเศษความฝันและเดินทางติดตามใครคนนั้น... หวังว่าสักวันที่เค้าอาจจะเปลี่ยนใจ...

หากเวลายิ่งผ่าน... เธอยิ่งได้รู้... เค้ายังไม่เปลี่ยนใจ... ยิ่งนาน..การแบกเศษซากความฝันที่แตกสลายเพื่อเดินทางต่อช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง... หัวใจที่แตกสลายทิ่มแทงเธอ ความฝันทำร้ายเธอทุกคืนที่เธอหลับ... เธอทั้งบาดเจ็บและเหน็ดเหนื่อยเกินไป...

เธอรู้ดี...หากเธอยังคงฝืนดื้อดึงนำพามันเดินทางตามเค้าต่อไป... ในท้ายที่สุด...หลังของเธอก็คงจะหักในสักวัน...และเค้าก็ยังไม่กลับมา...

...........................................................



หลังจากจิตใจสงบมาได้สักพัก... ก็เริ่มมีคลื่นลมมาคอยปั่นป่วนความรู้สึกภายในอีกแล้ว.. อยู่ๆ ก็เกิดคิดถึงใครบางคนขึ้นมาตงิดๆ ทำให้เรากลายเป็นคนไม่มีสมองได้อีก... ไม่มีสมองเพราะมีแต่น้ำตา...ร้องไห้คิดถึงคนที่ทำร้ายหัวใจเราไปทำไมกันนะ... เฮ้อ...

วันนี้เค้าก็คงจะมีความสุขแล้ว... ไม่มีเราเข้าไปเป็นตัวป่วนชีวิตของเค้า คิดไปคิดมา...ก็ดีเหมือนกัน..อย่างน้อยคนที่เรารักก็มีความสุขเป็นอย่างดี... เรารู้ว่าลึกๆ เราก็ดีใจไปกับเค้า.. เมื่อเค้ามีความสุขได้อยู่กับคนที่เค้ารัก... จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกล่ะ...ไหนลองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ... ฮึ้บบบ... ... รู้สึกดีจริงๆ ด้วย

ส่วนตัวเองตอนนี้..ก็ยังเหงาอยู่เหมือนเดิม... แต่ไม่เศร้าย้ำๆ อย่างเดิมแล้วล่ะ... คงมีความเข้าใจในชีวิตนี้มากขึ้น..เข้าใจความเป็นไปของความรัก...การเริ่มต้น การคงอยู่ และการจากลา...เป็นแค่เรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่งในชีวิต... ที่เราจะต้องเรียนรู้... อย่างน้อย..หวังที่สุดว่า...การลาจาก ณ วันนั้นคงจะหลงเหลือความทรงจำดีๆ ให้เค้าได้จดจำ... หวังว่า... เค้าจะจดจำภาพดีๆ ที่อยู่ด้วยกันมา 8 ปีในหัวใจบ้าง...

ทุกครั้งที่แหงนมองฟ้า..ก็จะฝากความคิดถึงไปให้... คนที่อยู่แสนไกล... ขอให้มีความรักงดงามอย่างที่ต้องการ...มีความสุขในหัวใจเสมอ...นะ..

เราก็ใช้ชีวิตของเราไปเรื่อยๆ... ตื่นเช้า (แบบสายๆ) อาบน้ำแปรงฟัน แต่งตัวไปทำงาน ขับรถอยู่บนถนน ฝ่าฟันการจราจรที่จลาจลเป็นบางวัน เข้างานก็ทำงานไป บางวันก็มียุ่งเป็นยุงตีกัน บางวันก็ว่างจนอยากนั่งตบยุง (ถ้ามีอ่ะนะ) สลับๆ กัน ไปกินข้าวกลางวันง่ายๆ ใกล้บริษัท กลับมานั่งทำงานรอเวลาเลิกงาน... หกโมงเย็นก็เตรียมตัวกลับบ้าน ถ้าไม่มีนัดกินข้าวกับบรรดาเพื่อนสาวโสด (ที่นับวันจะร่อยหรอลงทุกวัน) ทั้งสมัยเรียนและที่ทำงาน ก็ตรงดิ่งกลับบ้าน...ไปกินข้าวให้พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวที่อบอุ่นยิ่ง.. ดูข่าว ดูละคร เล่นเน็ต...อาบน้ำให้ตัวหอมๆ แล้วก็เข้านอน...

อยากจะฝันดีทุกคืน

....................................................


เหงา...เข้าใจ
ปาน ธนพร แวกประยูร

ไม่ได้หยิ่ง... ไม่จริง... ไม่ได้ก่อกำแพงเอาไว้
ไม่รังเกียจถ้าใครจะเดินเข้ามาทั้งนั้น
ก็ฉันมันคนหัวใจมีแผล อาการแย่มาเมื่อวาน
วันนี้แค่ยังหวั่นหวั่น ไม่อยากหางานให้ใจ

อยู่คนเดียวมันเหงา....เท่าไหร่
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา
มาทำให้เจ็บ ให้มีน้ำตา ให้ผิดหวังฟรีฟรี
อยู่คนเดียว...มันเหงา...เข้าใจ
ก็ประคองตัวไปอย่างนี้
ถ้าเจอไม่ดี ไม่มีคงปลอดภัยซะกว่า

ไม่ได้ปิดประตู ก็ยังเปิดเปิดอยู่วันนี้
ไม่รังเกียจคนดีดี แต่คงต้องดูนานนาน
เพราะฉันมันคนหัวใจมีแผล
อาการแย่มาเมื่อวาน วันนี้แค่ยังหวั่นหวั่น
ไม่อยากหางานให้ใจ

อยู่คนเดียว...มันเหงา...เท่าไหร่
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา
มาทำให้เจ็บ ให้มีน้ำตา ให้ผิดหวังฟรีฟรี
อยู่คนเดียว...มันเหงา...เข้าใจ
ก็ประคองตัวไปอย่างนี้
ถ้าเจอไม่ดี… ไม่มี...คงปลอดภัยซะกว่า

...................................................................





 

Create Date : 02 มีนาคม 2553    
Last Update : 2 มีนาคม 2553 17:33:41 น.
Counter : 94 Pageviews.  

ใกล้วาเลนไทน์...ซื้อดอกไม้ให้ตัวเองก็ได้

11 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับรอยยิ้ม ...หลับตาคิดว่า... สวรรค์คงจะมีแผนการที่ดีเตรียมไว้สำหรับเราแล้ว...เพื่อให้เราไปพบไปเจอ... เพียงคิดก็ตื่นเต้นแล้ว..ตลกดีเนอะ... อยู่ดีๆ ก็ดันตื่นมายิ้มเผล่ได้... ทั้งที่เมื่อคืนก่อนนอนยังเผลอทำตัวโง่ๆ คิดถึงใครบางคนจนร้องไห้... แต่ก็นะ..สำนึกสุดท้ายก่อนที่เราจะหลับใหล...เราจำได้ว่า...เรายิ้มและบอกตัวเองว่า...สิ่งดีๆ กำลังรอคอยเราอยู่.... จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน.....

ใกล้วาเลนไทน์แล้ว.. แม้ไม่ใช่เทศกาลของเราโดยตรง..แต่ก็ขอแอบอินกับบรรยากาศสักนิด.....ทั้งที่เราเองก็ไม่ชอบการซื้อดอกไม้แพงๆ เท่าไร...คิดว่ามันเป็นเรื่องสิ้นเปลืองจริงๆ กับการซื้อดอกไม้ช่อละหลายร้อยที่จะบานอยู่ให้เราชื่นชมได้ไม่ถึง 2 วัน ...แต่ปีนี้เป็นโอกาสพิเศษ...เราตั้งใจจะซื้อดอกกุหลาบให้ตัวเองเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ซะหน่อย....เพราะปีนี้เป็นปีที่พิเศษสุดที่เราจะรักตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม... รักและห่วงใยตัวเองโดยไม่ต้องรอคอยความรักจากใคร... กอดตัวเองก็อุ่นพอ....

ที่สำคัญ...วาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันตรุษจีนซะด้วย...วันนั้นจะไม่ร้องไห้...ไม่ทุกข์เศร้ากับเรื่องเดิมๆ อีกแล้ว...ขอเพียงมีความสุขจากหัวใจ..จะได้มีแต่สิ่งที่ดีงามตลอดไป....

เมื่อคืนได้ดูหนังเรื่องหนึ่ง.. มีประโยคที่บอกว่า... พระเจ้ามีแผนการเตรียมไว้ให้เราแล้ว.... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม... คงมีหนทางที่เหมาะสมสำหรับเรารอเราอยู่เสมอ... ถ้าวันนี้เราพลาดหวังจากความรักอันแสนยาวนาน... ก็คงจะมีเหตุผลที่ทำให้ต้องเป็นเช่นนั้น... และที่สำคัญ...แสดงว่า... ยังมีอะไรที่ดีกว่ารอเราอยู่...ข้างหน้า.


……………………………………………………………………..

เพลง ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง
Voice Male

กุหลาบแดงยังไงก็ดูสวยดี
สื่อความหมายเป็นคำเอ่ยแทนหัวใจ
กุหลาบขาวก็ดูคู่ควรกับรักยิ่งใหญ่
เลือกดอกไหนให้ตรงกับใจของฉัน

แต่ถ้าใครถามว่าฉันจะมอบให้กับใคร
คงได้แต่เอบยิ้มและแกล้งทำเป็นเขิน
แต่ในใจของฉันมันช่างเศร้าเหลือเกิน
ถ้าใครบังเอิญได้รู้ความจริง

ว่าซื้อกุหลาบให้ตัวเอง
ฉันชื้อกุหลาบให้ตัวเอง
ต้องทนเดียวดายวังเวงอยู่อย่างนี้
จะส่งความรักไปให้ใคร
เมื่อคนๆ นั้น ไม่เคยมี
บอกรักตัวเองอีกทีนะเรา

เก็บดอกไม้รอคอยเพื่อใครสักคน
ที่ไม่รู้ว่าฉันจะเจอเมื่อไหร่
กลีบดอกไม้รอวันเวลาจะโรยร่วงไป
ต่างอะไรกับใจที่มันยิ่งเหงา

แต่ถ้าใครถามว่าฉันจะมอบให้กับใคร
คงได้แต่เอบยิ้มและแกล้งทำเป็นเขิน
แต่ในใจของฉันมันชั่งเศร้าเหลือเกิน
ถ้าใครบังเอิญได้รู้ความจริง

ว่าซื้อกุหลาบให้ตัวเอง
ฉันชื้อกุหลาบให้ตัวเอง
ต้องทนเดียวดายวังเวงอยู่อย่างนี้
จะส่งความรักไปให้ใคร
เมื่อคนๆ นั้น ไม่เคยมี
บอกรักตัวเองอีกทีนะเรา

………………………………………..




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2553 17:09:44 น.
Counter : 88 Pageviews.  

ปิดหัวใจ...ด้วยความเหงา

1 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้..ไม่อยากบอกกับตัวเองว่า เหงา..แต่นั่นคือสิ่งที่ใจคิด.. ไม่ได้มีความรู้สึกแบบโหยหาหรืออยากไขว่คว้า...แต่เป็นความรู้สึกที่มันโหวงๆ อยู่ภายในใจ ... มันดูกลวงๆ ชอบกล...บอกตัวเองว่า... เราเดินกันคนละทางแล้ว...ตัดใจ...น้ำตาไหลมาสองหยด แต่ก็เช็ดมันออกไป... ด้วยไม่มีประโยชน์ที่จะทำร้ายตัวเองด้วยการร้องไห้อีก...

“ปิดหัวใจ...ปิดตัวเอง”


คำพูดประโยคนี้เราได้ยินใครต่อใครพูดกับเรามาครั้งแล้วครั้งเล่า... แต่เราไม่เคยใส่ใจ.. เพราะที่ผ่านมา..เราคิดว่ามันไม่จริง... เราคิดเสมอว่า...เราเปิดตัวเองมากมาย...ใครต่อใครไถ่ถาม.. เราก็บอกเสมอว่า... เราอยากมีใครสักคน... อยากได้รับความรัก... อยากเป็นคนที่อยู่ในสายตาและในหัวใจของใครสักคน... ไม่อยากรู้สึกเหมือนคนที่ไร้ค่าและถูกทิ้ง .... เราก็อยากจะมีแฟนบ้าง....

ทั้งที่พูดปาวๆ แต่ไม่เคยมีใครสนใจ... ไม่เพียงเท่านั้น..ทุกคนมักจะย้อนเรากลับมาเสมอว่า... เพราะเรายังปิดตัวเองอยู่ต่างหาก... เรายังไม่ได้เปิดหัวใจรับใครคนใหม่เลย... ตอนนั้นเราไม่เข้าใจจริงๆ....

ย้อนกลับมาคิดดู... กี่ครั้งแล้วนะที่เราวิ่งหนี... กี่ครั้งแล้วที่เราแกล้งไม่รู้... กี่ครั้งแล้วที่เราปฏิเสธใครที่แสนดีหลายต่อหลายคน...

พี่ชายที่คบหากันมานานมากคนหนึ่ง... เคยบอกกับเราว่า... เราเสียเวลากับการเสียใจให้ใครบางคนนานเกินไปแล้ว... บอกว่า.. หนึ่งปีนั้นนานเกินไป... และเราควรเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว... ขอแค่เพียงเราเปิดใจ... ตอนนั้นเราได้แต่หัวเราะให้กับพี่เค้า...บอกว่า... เราเปิดตัวเองจะตาย...อยากมีแฟนใจจะขาด... พี่เค้ายังคงยืนกราน... ถ้าเราเปิดใจจริง... เราต้องมองเห็นสิ... ต้องมองเห็น... เรายังย้อนถาม....พี่จะให้เรามองเห็นอะไรเหรอ... แต่จริงๆ แล้ว... เรารู้...รู้ว่า..พี่ต้องการให้เรามองเห็นอะไรหรือเห็นใคร... แต่เพราะเราเอง... เราเลือกที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้... และท้ายสุดก็ปฏิเสธไป.. เป็นพี่น้อง..เราจะเป็นพี่น้องกันได้ตลอดไป

พี่สาวเรา...คนที่ห่วงใยเรากว่าใคร.... เคยบอกว่า... เราเองพูดแต่ปากว่า...เปิดใจ..อยากคบใครใหม่.. แต่พอเพื่อนเค้าอยากทำความรู้จักกับเรา... เราก็กลับวิ่งหนีซะงั้น... ไม่ยอมพบ... ไม่ยอมเจอ... ไม่ยอมคุยด้วย.. แถมยังไปโกรธเพื่อนเค้าอีก... นี่น่ะหรือ...คนที่พร้อมจะมีความรักครั้งใหม่...คนที่เปิดตัวเอง… เค้าบอกว่า...เราโกหก

ชายหนุ่มขี้อายคนหนึ่ง..หมั่นโทรหาเรา... แต่คงเป็นเพราะชะตา?..ทำให้ทุกครั้งที่เค้าโทรมาจะต้องมีเหตุให้ไม่ได้คุยกันนานเกินกว่าครึ่งนาที... ไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าบ้าง... ปิดเสียงบ้าง... ขับรถอยู่บ้าง... ประชุมอยู่บ้าง... ทานข้าวกับเพื่อนอยู่บ้าง.. ช้อปปิ้งอยู่บ้าง... ดูคอนเสิร์ตอยู่บ้าง... สารพัดสารพันเหตุผลที่ทำให้เราไม่ได้คุยกับเค้า... น่าสงสารเค้าจัง... นึกถึงเสียงที่ฟังแล้วช่างเจียมเนื้อเจียมตัวในการคุยกับเราเสียเหลือเกิน... เสียงที่ฟังดูเกรงอกเกรงใจเราอย่างมากเวลาโทรมา.... ไม่ใช่โชคชะตาสินะ... ที่ทำให้เราไม่ได้คุยกัน... เพราะตัวเราต่างหาก...เพราะเราปิดตัวเอง.... ถ้าเราเปิดโอกาสให้เค้าสักนิด ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ตรงไหน... เราก็สามารถให้เวลาคุยกับเค้าได้เสมอ...5 นาที หรือ 10 นาที...ไม่นานเกินไปนี่นา... ถ้าเราปรารถนาจะทำ... นึกได้ตอนนี้ก็สายเกินแล้ว... ไม่ได้เสียดายอยากจะรั้งเค้าไว้.. แต่รู้สึกไม่ดีที่ปฏิบัติตนกับเค้าอย่างไร้มารยาท... ขอโทษนะคะ.. ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง... เราจะไม่ทำอย่างที่แล้วมานะ

จนมาถึง...กระจกบานใหญ่... พี่ชายที่เพิ่งรู้จักในโลกไซเบอร์... แม้จะรู้จักกันไม่นาน..แต่เค้ากลับสามารถบอกได้ถึงปฏิกิริยาของเรา...อย่างตรงไปตรงมา.. แม้ปากจะทำเก่งกล้าว่า...อยากมีแฟน...อยากมีความรักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิม... แต่พอเอาเข้าจริงๆ ... เรายังไม่พร้อมเลย... เรายังปิดใจตัวเอง... ยังไม่ยอมเปิดรับอะไรใหม่ๆ อย่างที่ปากพูดเลยสักนิด...กระจกบานใหญ่ให้เราฉุกใจคิด... ที่จริงแล้ว.... เรายังคงวนเวียนติดอยู่กับความรักที่ทำร้ายหัวใจ... เรายังหวาดกลัวที่จะรัก...หวาดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่.. เรายังมีมุมมองต่อความรักที่เป็นลบ....

อีกหลายครั้งที่มีใครต่อใครใหม่ๆ แวะเวียนเข้ามาทำความรู้จัก...อยากสร้างความคุ้นเคยกับเรา... กี่ครั้งที่เราเมินเฉยต่อคำขอนั้น... กี่ครั้งที่เราตอบกลับไปอย่างเย็นชา... กี่ครั้งที่เราหลบเลี่ยงวิ่งหนี... ทุกครั้งนี่นา....

นั่นเพราะ...เรายังกลัวที่จะเริ่มต้นรักและไว้ใจใคร.....อีกครั้ง

คำตอบนี้...สะท้อนใจว่า... เราคนเดิมหายไปไหน... ผู้หญิงช่างฝันที่มองโลกอย่างสวยงามราวกับเทพนิยาย... ผู้หญิงที่เชื่อมั่นเสมอว่า...ความรักนั้นเป็นความสุขบนโลก... ความรักแท้นั้นเป็นนิรันคร์ ... ความรักนั้นย่อมเอาชนะได้ทุกสิ่ง... ผู้หญิงที่เคยรู้จักแต่รัก...รัก...มีความรักมอบให้ผู้อื่นเสมอ...ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหนแล้ว...

นั่นสินะ... เราเปิดหัวใจตัวเองจริงๆ หรือยัง... เราปล่อยให้ความเจ็บช้ำในวันเก่าผ่านไปได้แล้วหรือยัง... เราพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ด้วยหัวใจที่สวยงามดวงเดิมได้แล้วหรือยัง.... เมื่อไรที่เราจะกลับไปเป็นผู้หญิงที่มีมุมมองที่งดงามต่อความรักได้อีกครั้ง.. เมื่อไรกันนะ...

คำถามที่ถามตัวเองครั้งนี้... คงยังต้องติดค้างคำตอบไว้ก่อนนะ... พร้อมเมื่อไร... เราจะมาตอบ....

คำตอบนั้นต้องน่าพอใจยิ่งกว่าตอนนี้...แน่นอน

..............................................................


เพื่อนของเราชื่อ ความเหงา
บอย - ตรัย

เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว
กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้
ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายรึดี
ใจก็ยังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน.....เคียงไป

บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย
ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ
มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ
วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
ไม่รู้ ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่ เหงา ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม

อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ

มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ
วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
กอดความเหงาไว้กับใจ

อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ

อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ





 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2553 12:02:55 น.
Counter : 105 Pageviews.  

1  2  3  4  

เจ้าหญิงน้อยรสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เจ้าหญิงน้อยรสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.