ยิ้มไว้...ไม่ว่าอะไรก็ขอให้...ยิ้มไว้....
Group Blog
 
All Blogs
 

เพราะเธอคือ..ลมหายใจ....



เราเพิ่งกลับจากไปดูละครเวที ลมหายใจ The Musical ที่รัชดาลัยมา หลังจากได้รับบัตรอภินันทนาการพิเศษจากบรรดาพี่ๆ ที่น่ารักทั้งหลายมา 2 ใบ พร้อมกับคำสั่งเป็นอย่างดีว่า ให้จัดหาชายหนุ่มเดินควงไปด้วย แต่มันช่างเป็นคำสั่งที่เราทำได้ยากเย็นเสียจริงๆ...

ไม่น่าเชื่อว่า การหาชายหนุ่มไปดูละครเวทีด้วยกันมันยากลำบากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก..

แต่ก็..ช่างเถอะ...เรามาดูละครให้สนุกนะ...จะเศร้าไปทำไมกัน...ใช่มั้ย...


ลมหายใจ... เรื่องราวของคน 5 คนที่ผูกพันกันไว้ด้วยความรักและห่วงใย

พัด ชายหนุ่มอารมณ์ดีสนุกสนานร่าเริงอยู่เป็นนิจ หากแต่ลึกๆ แล้วเป็นคนที่กลัวความผูกพันลึกซึ้ง กลัวการสูญเสีย เพราะพ่อกับแม่จากเค้าและน้องสาวไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งทำให้เค้าไม่กล้าที่จะขอผู้หญิงที่เค้ารักและคบหากันมานานถึง 7 ปีแต่งงานซะที

ฝน หญิงสาวแสนสวย จิตใจดี ที่พร้อมเข้าใจในตัวของแฟนหนุ่มคือ พัด แต่ฝนก็ยังคงเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการความมั่นคง ความสัมพันธ์ที่ก้าวขึ้นไปเป็นครอบครัว

เจ๊ฉันทนา หรือเจ็ฉัน ของบรรดาผองเพื่อนพี่น้องทั้งหลาย เป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับพัดมากที่สุด คอยดูแลพัดมาตลอด รวมถึงคอยจัดฉากลุ้นให้พัดขอฝนแต่งงานเพื่อจะได้มีความสุขซะที แต่ใครจะรู้ว่า ในใจของเจ๊ฉันนั้น จริงๆ แล้วแอบชอบชายหนุ่มรุ่นน้องมานานขนาดไหน แต่รักของเจ็ฉันคือการให้ การได้เฝ้ามองชายหนุ่มในดวงใจมีความสุขก็เพียงพอแล้ว

พาย น้องสาวคนเดียวของพัด มีพี่ชายคอยดูแลใส่ใจมาตลอด ถึงปากจะคอยบอกว่าให้พี่ชายไปห่างๆ เพราะรำคาญ แต่พอพี่ชายต้องหายไปจริง น้องสาวคนนี้กลับเรียกร้องและรอคอยการกลับมาของพี่ชายอย่างใจจดใจจ่อ

ต่อ ชายหนุ่มรุ่นน้องของฝนที่แอบชอบรุ่นพี่สาวมานาน แต่ก็เพียงเก็บไว้ในใจ คอยสนับสนุนให้สาวที่ตนรักมีความสุขก็พอ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนหนึ่งที่ทุกคนต่างลุ้นให้พัดขอฝนแต่งงานด้วยการสร้างเซอร์ไพรส์ในผับของเจ๊ฉัน ทุกคนพยายามอย่างสุดความสามารถให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี พัดเริ่มต้นบอกความในใจของเค้าให้ฝนได้รับรู้....เพราะเธอคือ "ลมหายใจ" เธอคือทุกสิ่ง....

หากแต่ในวินาทีสุดท้ายของการมอบแหวน พัดกลับทำลายมันด้วยความกลัวที่ติดค้างอยู่ในใจ ทำให้ฝนต้องผิดหวังจนต้องหลบออกไปทำใจคนเดียว ถึงพัดจะเข้าไปง้อและแม้ฝนจะบอกว่าเข้าใจ แต่ฝนเองก็หวั่นไหวกับความรักของพัดเช่นกัน ในช่วงนั้นฝนได้ร้องเพลง “โปรดเถิดนะ” ซึ่งถือว่าเข้ากับสถานการณ์มากๆ คือ เข้าใจในความรู้สึกของพัด แต่ความรู้สึกภายในใจตัวเองกับสั่นไหวเช่นกันว่า รักของพัดนั้นยังมีอยู่จริงๆ ใช่หรือไม่

บรรดาผองเพื่อนทั้งหลายรวมถึงเจ๊ฉันที่สู้อุตส่าห์เตรียมการทุกอย่างเป็นอย่างดี ถึงกับไม่พอใจอย่างมาก และต่างกดดันให้พัดจัดการเรื่องราวให้ดีขึ้นกว่านี้ ฉากนี้ใช้เพลง “หยุด” เป็นตัวแสดงอารมณ์คือ ทุกคนร้องเพลงด้วยเสียงห้วนหนัก พร้อมทั้งก้าวรุกประชิดตัวของพัด และการกระทืบเท้าอย่างเป็นจังหวะ พร้อมและสม่ำเสมอ สามารถสร้างบรรยากาศกดดันให้กับพัดได้เป็นอย่างดี ประกอบกับเพลงหยุดที่สื่อความประมาณว่า ให้พัดหยุดเถอะ หยุดชีวิตกับผู้หญิงแสนดีคนนี้ได้แล้ว หยุดความต้องการอิสระของตัวเองไว้กับผู้หญิงคนนี้ หยุดความรักทั้งหัวใจให้กับเธอคนเดียว

พัดต้องตัดสินใจ....

และแล้วในวันที่พัดเตรียมวางแผนจะไปเที่ยวแบ็คแพ็คที่เนปาล ฝนก็จัดกระเป๋าให้พัดไปเที่ยวเช่นเคย ... หากครั้งนี้ไม่เหมือนเคย...พัดตัดสินใจแล้ว...

พัดรวบรวมกำลังใจอีกครั้ง เอ่ยปากขอแต่งงานกับฝนหญิงสาวที่ตนรัก ด้วยเพลงหวานซึ้งของคำว่า Home ครั้งนี้ไม่พลาดอีกแล้ว พัดตัดสินใจได้แล้วจริงๆ ฝนช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้ ที่สุดท้าย ชายที่ตนรักก็ยินยอมที่จะแบ่งปันชีวิตของเค้ากับเธอ คำขอเดียวที่ฝนขอจากพัดในตอนนั้น คือ เที่ยวแบ็คแพ็คของพัดต่อไปจากนี้ ต้องมีเธอไปด้วยนะ... แน่นอน พัดตอบตกลง

สองหัวใจรวมเป็นหนึ่ง

แต่โลกที่สวยงามราวกับฝันนี้ก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ในขณะที่ฝนเตรียมการแต่งงานด้วยใจเป็นสุข พร้อมทั้งความช่วยเหลือของเจ๊ฉันและน้องพาย เสียงโทรศัพท์ที่ไม่มีใครอยากจะรับสายก็ดังขึ้น พัดโทรเข้าเครื่องฝน แต่พัดกำลังอยู่บนเครื่องบินนี่นา เค้าไม่อนุญาตให้ใช้มือถือบนเครื่องหรอกนะ ....แต่เพราะครั้งนี้คงจะเป็นการโทรครั้งสุดท้ายของพัดแล้ว ไม่มีใครรู้ว่า พัดพูดอะไรกับฝน
รู้แต่ว่า หลังจากที่ฝนรับสาย ทุกอย่างก็จบลง

อุบัติเหตุ...พรากให้ฝนและพัดต้องจากกันอย่างไม่มีวันได้พบเจอกันอีก ไม่มีโอกาสอีกแล้ว ไม่มี ...ครั้งนี้เป็นการจากกันชั่วนิรันดร์

แค่เพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจของคนเราก็หลุดลอยจากไปอย่างง่ายดาย ชีวิตเราต่างแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ไม่รู้ว่า เราจะพลาดตกลงมาเมื่อไร หรือวันไหนเส้นด้ายที่เรากำลังไต่อยู่นั้นจะขาดหายไป ชีวิตช่างไม่แน่นอนเลย การเฝ้ารอถึงแต่วันพรุ่งนี้อาจไร้ความหมายด้วยประการทั้งปวง เพราะเราอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้รอเราอยู่ก็ได้

คนที่จากไปไม่เจ็บปวดอีกแล้ว คนที่อยู่ต่างหากที่ต้องผ่านคืนวันเหล่านี้ไปให้ได้.... และเรียนรู้ทุกบทเรียนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพื่อผ่านมันไป... Live and Learn เมื่อวันที่ชีวิตเดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ....



เราดูละครจนจบ เราก็ได้เรียนรู้ว่า...ในบางครั้งการมีอดีตที่สวยงามก็เป็นเรื่องที่ดีมากในชีวิตแล้ว ไม่สำคัญว่าความงดงามนั้นจะต้องคงอยู่ตลอดไป เพราะในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ยืนยงอยู่ได้ตลอดกาล ขอเพียงเรารู้จักจัดวางความทรงจำไว้ในลิ้นชัก ดึงมันออกมาใช้ในยามที่ต้องการกำลังใจ ยามที่หวนหาอดีตเพื่อเชยชม และเก็บกลับไปเมื่อต้องมีชีวิตเพื่อวันข้างหน้า

ฝนกับพัดรักกันมา 7 ปี สุดท้ายยังต้องมาตายจากกัน ประสาอะไรกับเราที่เคยมีคนที่รักและรักเราอยู่ตั้ง 8 ปี มีช่วงเวลาแห่งความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความฝันที่สวยงามนานกว่าฝนกับพัดตั้งเยอะ...เราต้องมีอะไรที่ดีๆ และงดงามให้จดจำมากกว่าอีก จะว่าไปเราก็ยังโชคดีกว่าเค้าสองคนตั้งเยอะ...ไม่ใช่เหรอ

อีกอย่างนะ...ฝนต้องสูญเสียพัดไปอย่างไม่มีวันกลับ ไม่มีวันได้พบเจอกันอีก จากแล้วจากเลย...หรือแม้แต่พัดที่เป็นฝ่ายจากไป ก็คงจะห่วงฝนเป็นอย่างมาก....แต่เรายังโชคดีกว่าอีก อย่างน้อยเราก็ยังไม่ได้ตายจากกัน คนที่เรารักยังคงมีชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ดีออก อย่างน้อยรู้ว่า...เค้าก็ยังมีความสุขดี แม้หนทางของเราอาจจะห่างกันไกล และอาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ตาม...

เค้ามีความสุข....เราก็มีความสุข...เราต่างมีความสุข...ก็ดีพอแล้ว...

ทุกคนต้องดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไป ตราบเท่าที่ "ลมหายใจ" ยังอยู่กับเรา....ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอามันมาทำร้ายปัจจุบันและอนาคตของเราได้

.....................................................




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 17:23:47 น.
Counter : 354 Pageviews.  


เจ้าหญิงน้อยรสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เจ้าหญิงน้อยรสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.