ขอบคุณนะคะที่เข้ามา ^^ ติดต่อเจ้าของบล๊อค pink_dandilion@hotmail.com
Group Blog
 
All blogs
 
ประสบการณ์แปลงเพศ [บทความประกอบการตัดสินใจสำหรับน้องกะเทยที่คิดจะแปลงเพศ]



ต้องบอกก่อนว่านี้เป็นบทความที่ลงให้เพื่อนในเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่อให้เพื่อนๆ ทั้งรุ่นน้อง เพื่อนผู้หญิง ผู้ชาย เข้ามาอ่านเวลาถามเรื่องแปลงเพศกับเจ้าของบล๊อค  เนื่องจากมีการถามมามากและบ่อย หลายๆ คนต้องการข้อมุลที่ละเอียดพอสมควร ซึ่งเจ้าของบล๊อคจะต้องมาเล่าใหม่ทุกครั้ง จึงคิดมาว่าถ้าอัพลงบล๊อค หรือเขียนเป็นบทความเลยน่าจะสะดวกมาก ใครสงสัยตรงไหนก็เข้ามาอ่านได้เลย 

Ps. ที่นำมาลงบล๊อคนี้เพราะเพื่อนๆหลายคนบอกว่าเขียนได้อ่านเพลินดีลองเอามาลงบล๊อคน่าจะดีกว่า ^^

Part 1 : สำหรับคนอยากรู้คร่าวๆ


อธิบายคร่าวๆ มิวแปลงเพศมา สองปีกว่าแล้ว ตอนอยู่ปีสอง แปลงกับคลินิกบางกอกศัลยกรรม หมอธีร์ (ธีระพงษ์) พระรามสอง คลินิกสะอาดหมอใจเย็น กะเทยเต็มไปหมดทั้งคลีนิค ราคาที่มิวทำเป็นแบบไม่ต่อลำไส้ ประมาณ 110,000 ไม่เกินนี้ นอน รพ เจ็ดวัน พักฟื้น สามเดือน สิ่งที่ทำออกมาเหมือนของผู้หญิงทุกอย่าง ความรู้สึก ครบแม้กระทั้งคริสตอริส ก็มีความรู้สึกกว่าส่วนอื่นๆ เจ็บมั้ย? บอกเลยเจ็บมาก สำหรับภาพไม่ลงให้ไปหาเอาในกุเกิลเอานะคะ แนะนำที่นี้มั้ย? แนะนำเพราะราคาสมเหตุสมผล สำหรับที่ฐานะกลางๆ ถ้ารวยๆ ก็จะแนะนำหมอกมล คะ ลองไปดูเขามีนวัตกรรมเยอะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเลือกทำทีเดิม


Part 2 : อธิบายละเอียดยาวมาก (เหมาะสำหรับคนที่คิดจะแปลง หรือทนอ่านบทความยาวๆได้)

- เตรียมตัว
มิวแปลงเพศตอนปีสอง กับหมอธีร์ (ธีระพงษ์) พระราม 2 ปัจจุบันรวมๆ สองปีกว่าแล้ว เหตุผลที่เลือกแปลงเพศกับหมอธีร์เพราะว่า เห็นรีวิว ในเว็บเยอะ ศึกษามามากพอสมควร ในเนื้อความก็จะประมาณว่า ความรู้สึกตรงนั้นครบทุกอย่างหลังแปลงเพศ เพราะมีคนเคยบอกไว้ว่าหลังแปลงห้าปีฟ้าผ่าตรงนั้นยังไม่รู้สึก ที่นี้หมอใจเย็น บลาๆ ราคาก็สมเหตุสมผล ไม่แพงมากตอนแปลงค่าใช้จ่ายประมาณแสนนิดๆ ไม่เกินแสนหนึ่งหมื่น มีแบ่งจ่ายสองงวด ครั้งแรกก็จ่ายตอนไปปรึกษาหมอ หมอจะถามเป็นมานานยัง เริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮอร์โมนที่กินตัวไหนบ้าง คุยสัพเพเหระแอบนอกเรื่องคือนี่ชอบถูกโฉลกกับหมอ คุยไปถึงการศึกษาไทย นั่นนี้ หมอก็น่ารัก ใจเย็นมาก
นัดครั้งที่สองก็จ่ายเงินส่วนที่เหลือ ตรวจเลือด จองวันผ่าตัด ก่อนวันผ่าตัดต้องงดวิตามิน และฮอร์โมนอย่างน้อย 15 วัน แต่หมอบอกว่าให้ดีเป็นเดือนเลย หมอบอกเหตุผลว่ามันอาจเป็นสาเหตุทำให้เลือดไม่หยุดไหล หลังจากแปลงเพศ

#ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนโทรไปถามทางคลินิกเลยนะคะ ตอนนี้น่าจะเปลี่ยนแล้ว

#ก่อนแปลงเพศต้องผ่านการรับรองจากนักจิตวิทยาสองคน สำหรับการแปลงที่คลินิก แนะนำไปที่ โรงพยาบาลพระราม 9 ได้วันภายในวันเเดียวเลยสองใบ เบ็ดเสร็จสองพันนิดๆ คำถามจะแนวๆเดิม เป็นมานานยัง พ่อแม่รู้มั้ย แต่งตัวเป็นผู้หญิงมานานเท่าไหร่ มีแฟนมั้ย ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการแปลงให้ เคยรู้สึกชอบผู้หญิงมั้ย กินฮอร์โมนตัวไหนอยู่ เคยทำพลาสติกมั้ย บลาๆ ถามไปงั้นแหละคะ เพราะเขาก็จะเขียนๆ ตามที่เราบอกคนที่เป็น transgender จริงๆก็จะผ่านง่ายมาก แนะนำให้ตอบอย่าเวิ้น อย่านางงามไม่มีสติ ตอบความจริง ตอบปัจจุบันถามใจตัวเองดีๆ

#ถ้าทำที่รัฐบาลไม่แนะนำ คำถามจิตวิทยามาก ถ้าพลาดคือ ต้องเข้าไปทำการทดสอบ ถึงหลายเดือน ได้ยินมาแว่วๆ ว่าแปด แต่ขอเล่าหน่อยนะกัน มิวเคยไปขอที่ ร.พ.จุฬา แล้วผ่านเลยภายในวันเดียว ทุกคนงงหมด พนง. ไม่เชื่อ หมอก็ไม่เชื่อ ต้อง โทรเช๊คคนที่เซ็นผ่านอีกที นี่ก็งง แต่จับจุดได้ว่า ตอบอย่าเวิ้น ตอบอย่ามโน
คำถามที่ถามมาสามคำถามคือ
1. ถ้าเราออกไปทำธุระนอกบ้าน พอกลับบ้านจะไขกุญแจเข้าบ้าน กุญแจหายจะทำยังไง เคสบังคับว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้านกว่าจะกลับอีกนาน
2. ถ้าเราเห็นไฟไหม้ในโรงหนังคนแรก เราจะทำยังไง
3. ถ้าเห็นจดหมายจ่าหน้าซองติดแสตมป์ เรียบร้อย เดินเจอ จะทำยังไงกับจดหมาย
ข้อหนึ่งที่ตอบไป คือ โทรตามช่าง (คืออย่าเวิ้นมากเดะไม่ผ่าน555)
ข้อสอง ที่ตอบคือ จะเดินไปตรงประตูทางออกก่อนคนแรก แล้วตะโกนบอก ให้สุดเสียงว่าไฟไฟม้!!! ตอนนั้นมีท่า 555 ถ้าเริ่มรู้แล้วแล้วให้เราวิ่งออกเป็นคนแรกเลย
ข้อสาม ถ้าตู้ไปรษณีย์อยู่ใกล้ก็จะเอาไปหย่อนให้ แต่ถ้ามองรอบตัวไม่เห็นก็จะเดินผ่านไป
มิวตอบไปตามนี้นะ ^^ อันนี้คือนอกเรื่อง 555 บอกไว้เผื่อเจอ

- วันผ่าตัด
วันผ่าตัดไปผ่าตัดที่ ร.พ.ราษฎร์บูรณะ ไปแต่เช้าประมาณ 6-7 โมง เพื่อไปเตรียมความพร้อมรอหมอ ได้ผ่าตัดจริงๆ ประมาณเที่ยง เริ่มตั้งแต่เปลี่ยนเสื้อผ้า โกนขนตรงอวัยวะเพศ โดยพยาบาลจะเป็นคนโกนให้นะ อยากจะบอกว่าอายมาก เพราะพยาบาลสองคนจับอวัยวะเพศเรา แล้วก็พยายามโกนขนไปถึงตรงรูทวาร โก้งโค้งแบบ…ต้องไม่มีขนซักเส้นจริงๆ (อ่านแล้วห้ามขำ 555) พยาบาลเลยคิดวิธีลดความเขินของเราด้วยการ เอาผ้าปิดตาเรา 555+ ตอนนั้นแบบไม่ไหวจิงๆ รู้สึกเฟลมากชีวิต แต่มันก็ลดความเขินได้มาก พยาบาลน่ารัก เป็นกันเอง งอแงได้ทุกอย่าง ตอนนั้นงอแงพอสมควร อ้อนทุกคน ฮ่า

พอโกนขนอะไรเสร็จก็ต้องโดนสวนทวาร คือพยาบาลใส่สายอุปกรณ์เข้าไปในรูทวารของเรา แล้วปล่อยน้ำที่ผสมยาของเขา ขวดคล้ายๆ ขวดน้ำเกลือแขวนไว้ตรงเสา มันจะรู้สึกว่าต้องอึ พอไม่ไหวก็บอกเขา แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ พอเข้าเสร็จพยาบาลก็ใส่สายเข้าไปต่อ ไม่ไหวก็ไปอึ ทำอย่างนี้หลายรอบ ห้าครั้งขึ้นไป โดยครั้งหลังๆ เขาจะขอเข้าไปดูสิ่งที่เราขับถ่าย เขาจะสั่งว่าไม่ต้องกดชักโครก สิ่งที่เราขับถ่ายมันจะจางขึ้นเรื่อยๆ จนใสมากๆ เพราะเราจะต้องไม่มีอะไรในลำไส้เลย เนื่องจากเราต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลา 7 วันโดยไม่ลุกจากเตียง ไปอึ

#คำเตือนห้ามกินแตงโม เพราะมิวกินแตงโมไป ต้องสวนทวารหลายครั้งกว่าปกติมาก เพราะมีเม็ดแตงโมตกค้าง เหมือนจะผ่านละถ้าเม็ดแตงโมมาเม็ดนึงก้ต้องสวนใหม่

ประมาณเที่ยงเตียงก็โดนเข็นไป รออยู่หน้าห้องผ่าตัด ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมาก ถึงมากที่สุดรอ อยู่ประมาณ เกือบๆ ครึ่งชั่วโมง มีคนมาเช็คว่า ใส่ต่างหูมั้ย ใส่เหล็กจัดฟันมั้ย เพราะต้องเอาออก เดี๋ยวจะไปรบกวนเครื่องมือแพทย์

เข้าไปหมอก็ มาเช็คอวัยวะเราก็ถาม ว่าจะเอาความลึกเท่าไหร่ ที่บอกไว้เป็นแบบไหนนะ คือเหมือนมาทบทวน ส่วนความลึกขึ้นอยู่กับความยาวขององคชาติเรา หมอก็จะดึงให้ยืดสุดๆ (คุยกันไว้ตอนที่ไปคลินิกครั้งแรก) หมอก็พูดทวนๆ หลังจากนั้นเราก็เข้าไปที่ห้องผ่าตัด

#คนที่เคยขลิบอวัยวะเพศชายตอนเด็กๆ จะทำให้อวัยวะเพศหญิงของเรา มีแคมในที่ไม่ใหญ่มาก ต้องเข้าใจก่อนว่าการแปลงเพศชายเป็นเพศหญิง ไม่ใช่การตัดอวัยวะเพศชายออกไปอย่างที่ใครๆ เข้าใจ มันคือการแปลงทุกอย่างที่ของเราจากอวัยวะเพศชายให้กลายเป็นของผู้หญิง ซึ่งทุกส่วนสำคัญหมด

เข้าไปตื่นเต้นมากเพราะเป็นห้องผ่าตัดที่กว้างมาก ประหนึ่งอยู่ในหนังผีชีวะ คือ ต้องขึ้นขาหยั่ง กางแขน แล้วโดนเอาตัวหนีบที่เป็นเครื่องมือหมอ หนีบทุกนิ้วที่มี เครื่องอุปกรณ์ก็ยิ่งใหญ่ ผู้ช่วยหมอเยอะมาก มองด้วยสายตาประมาณแปดเก้าคนโดยประมาณ หมอก็คุยๆ จำไม่ได้คุยอะไรกัน ซักพักก็หลับ ตื่นขึ้นมาอีกทีคือสะลึมสะลืออยู่หน้าห้องผ่าตัด ลุกขึ้นไม่ได้พูดกับใครไม่ได้เหมือนโดนผีอำ 555 แต่ความรู้สึกคือ รู้สึกแฉะๆ ตรงอวัยวะเพศ อยู่ตรงนั้นนานมาก กว่าจะมีสติเปล่งเสียงออกมาได้ว่าตื่นแล้ว

พอตื่นขึ้นมาก็โดนเข็นเตียงกลับมาที่ห้อง ตอนนั้นจำได้เลยประมาณสี่ห้าทุ่ม คือการผ่าตัดนานมาก ตั้งแต่เที่ยง เจอแม่กับหลานอยู่ (แม่เป็นคนเฝ้า) ตอนเตียงเข็นเข้าไปในห้อง ทุกคนก็ช๊อคๆ เพราะพูดไม่รู้เรื่องกึ่งๆ คนละเมอ (หลานมาบอกทีหลังว่าตอนนั้นน่ากลัวมากพรึมพรำเสียงแมน 5555) พยาบาลก็ บอกว่าเจ็บมั้ย เจ็บระดับไหนอยู่ (มีห้าระดับถ้าจำไม่ผิด ระดับห้านี่คือ ทนไม่ไหวแล้ว เขาก็จะฉีดยาแก้ปวด แต่ถ้าปวดน้อยๆ เขาก็จะให้ยากิน เขาชี้แจงไปก่อนเข็นเตียงไปผ่าตัด) พยาบาลก็จะมาคอยถามทุกหกชั่วโมง ช่วงวันแรกๆ ต้องฉีดยา แต่หลังๆ ก็จะเป็นยากิน

#อาหารของ โรงพยาบาลก็อร่อยดีค่ะ ฟินระดับหนึ่ง แต่เตียงคือ ไม่สามารถหมุนให้มันเอนขึ้นมาเองได้ ต้องให้คนอื่นเอนให้ซึ่งคนนั้นคือแม่ ฮ่าๆ แม่ก็แอบบ่นๆ เพราะมิวลุกไปไหนไม่ได้ เจ็ดวัน ต้องนอนอ้าขา อย่างนั้น บางทีก็แอบพลิกเอียงซ้ายนะ แต่จะฉีกขา ให้กว้างๆ ไว้

#ลักษณะแผลคือเป็นผ้าก๊อตพันหนาแน่นหลายรอบ วนรอบขาซ้าย ขาขวา กาวแน่นมาก วันหลังๆ จะคันเนื่องจากขนขึ้น วันที่ห้า หก เจ็ด ก่อน เปิดแผลควรแกะผ้าก๊อตเล่นๆ ไปก่อน เพราะวันจริง จะได้ เหลือให้แกะน้อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะแกะไปถึงแผล เพราะไม่มีทางถึง มันหลายชั้นมากจริงๆ

#มีบริการสระผมให้ มิวได้สระประมาณวันที่สามหละ โล่งหัวมาก มีไวไฟให้เล่นฟรี พยาบาลน่ารักตามใจทุกอย่าง ต้องงดผัก งดนม เพราะจะทำให้เกิดการขับถ่าย

หมอจะมาหาตอนทุ่มสองทุ่ม ของทุกวัน มาถามว่าเป็นไงบ้าง รู้สึกไงบ้าง คุยแปปๆ แล้วก็ออก น่ารักดีค่ะ ระหว่างเจ็ดวันที่อยู่ที่ รพ. วันหลังๆ จะมีอาการจิตตก ไม่รู้คนอื่นจะเป็นป่าว แต่วันที่หก มิวจิตตกมาก รู้สึกเหมือนว่าโดนขัง ไปไหนก็ไม่ได้ และก็ไม่ได้กินของหวานมาก ระดับน้ำตาลในร่างกายน้อย มันจะจิตตก ร้องไห้ กับแม่ ฮ่า แม่ก็ร้องไห้เหมือนกัน คนที่จะไปทำเตรียมใจไว้เลย นะ หาคอมไปเล่น ไอแพด หนังสือ อะไรก็ได้อย่าให้ว่าง อย่าให้จิตตก

และวันสุดท้ายก็มาถึงวันที่ต้องเปิดแผล ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นมาก พยาบาลหลายคนมาที่เตียงประมาณช่วงเกือบๆ เที่ยง เหมือนจะมาเกือบทั้งชั้น ทุกคนมายืนดูเหมือนต้องเรียนรู้อะไรด้วย และแล้วก็เปิดแผล ที่หนาแน่นมากก กาวแน่นมากกกกกกกกกกกกกกก ตอนเขาดึงไปชั้นในๆ ถึงชั้นสุดท้าย พยาบาลบอกกรี๊ดได้เลย พยาบาลก็ดึงแบบสุดจนออก นี่ก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ลั่นไปทั้งชั้น ความรู้สึกเหมือนแผลที่ยังไม่แห้งขนาดใหญ่ บวม แต่ต้องโดนอะไรดึงไป เหมือนตาย เหมือนคลอดลูก เหมือนอะไรไม่รู้ แต่เจ็บมากกก มากที่สุดในชีวิต กรี๊ด จนได้ยินทั้งชั้น เจ็บมากกกก เจ็บที่สุดในชีวิตตอนนั้น เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง แต่พอดึงออกไป ขาอะไรอ่อนหมด รู้สึกดี แต่ยังมีผ้าก๊อตที่ยัดอยู่ข้างในช่องคลอดอีก ดึงออกมาทีนี้จุก(เขายัดเพื่อไม่ให้แผลมันติดกัน) แต่ผ่านจุดเจ็บมาแล้วเลยแบบทำอะไรก็ทำไป ความรู้สึกเหมือนโล่งๆตอนเอาออก

ก่อนออกจาก ร.พ. ก็มีการให้กินน้ำแดง เป็นลิตรๆ เพื่อให้เราทดสอบว่าจะฉี่ได้มั้ยสองครั้ง ก็นั่งกินไปแบบจุกๆ เลย ตอนนั้นอยากกลับมาก เบื่อ ร.พ. แล้ว ฉี่ครั้งแรกเป็นเลือด แล้วก็ครั้งที่สองก็ค่อยจางเรื่อยๆ ในที่สุดผลปรากฏว่าปกติ ระหว่างฉี่จะรู้สึกหน่วงๆ คือทุกอย่างยังบวมอยู่ จะเกร็งๆ

#สำหรับคนที่กลัวว่าแปลงมาฉี่จะพุ่ง ถ้านั่งฉี่ปกติ ฉี่จะไม่พุ่ง แต่ถ้านั่งถ่างขามากๆจะพุ่ง ส่วนยืนจะไม่พุ่ง

#ช่วงที่จะลุกจากเตียงครั้งแรก ในระยะเวลาเจ็ดวัน เตือนเลยว่าไม่มีใครยืนได้ ต้องมีคนมาพยุงเท่านั้น อย่าทำเก่ง เพราะนี้เก่งมาแล้วเกือบล้ม มันเหมือนของเหลว ทั้งหมดในร่างกายปรับสมดุลไม่ได้ไร คือมันนอนกองอยู่เจ็ดวัน อยู่ดีๆ เปลี่ยนมายืน ขาจะอ่อนแรง และโลกจะหมุนเหมือนจะวูบ

- ลักษณะของอวัยวะ
บอกก่อนเลยทุกอย่างที่แปลงมาเหมือนของผู้หญิง ร้อยเปอร์เซ็นต์และมีขนาดแคมใหญ่ที่ค่อนขางจะอูมมาก คือหมอกะให้โหงวเฮ้งดีเลยคิดว่างั้น 555 ห้ามขำมันโหนกมาก ตอนแรกตกใจเหมือนกันช่วงแรกๆจะบวมหลังๆ จะลดๆ จนปกติ มีทุกอย่างครบเหมือนของผู้หญิงปกติ แคมใน แคมนอก คริสตอริส ก่อนออกจาก ร.พ. พยาบาลก็ความสะอาดให้ และเช็คว่ามีความรู้สึกเปล่า ผลคือนี่ร้อง ครวญ ตามนั้นไม่ต้องบอกว่ารู้สึกปล่าวกับเม็ดคริสตอริส 55555 หมอทำให้ดีมากแต่จะมีอย่างหนึ่งคือ ที่มิวเป็นมากกว่าคนอื่นคือ ผิวมิวเป็นแผลเป็นง่ายมาก และเป็นคีลอยด์ง่ายด้วย ซึ่งส่งผลให้มิวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ที่รอยเย็บ ตัว V (นึกภาพตามๆ) แต่มันไม่น่าเกลียดมาก เพราะว่ามันอยู่ที่ง่ามขาพอดี ถ้าไม่แหวก ให้ดูจะไม่เห็น สำหรับมิวหมอบอกค่อนข้างเป็นหนัก บางเคสแผลก็หายสนิท ซึ่งมันแล้วแต่ผิวของเรา ระหว่างที่พบหมอหลังออกจาก ร.พ. ทุกอาทิตย์ หมอเทคแคร์ดี ช่วยฉีดยาลดคีลอยด์ แนะนำยาบ้าง แนะนำการใช้ชีวิตบ้าง

ความรู้สึกตอนนี้ 95 เปอร์เซ็นต์ จะมีส่วนที่เราเกาแล้วไม่มีความรู้สึก แต่แค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่รู้เกิดจากอะไรนะ เคยคันแล้วเกา แต่เกายังไงก็เกาไม่โดน มันจะมีความรู้สึกนี้ คันแล้วเกาผิดที่ เพราะทุกอย่างมันถูกทำให้เปลี่ยนที่ไปหมดแล้ว

- ชีวิตหลังแปลง
คือหมอจะให้อุปกรณ์ในการโมมา ก็คือแท่งโม สองแท่ง แท่งแรกเส้นรอบวงเล็ก แท่งที่สองเส้นรอบวงจะใหญ่ สองแท่งนี้ทำด้วยเทียนสีขาว มีอุปกรณ์สวนล้าง (อุปกรณ์นี้มีหลายแบบ ถ้าเราเพิ่มเงิน ก็จะได้ฟังค์ชั่นดีๆ) ระบบทำงานเป็นพวกสูบน้ำแล้วพ้นเข้าไปในช่องคลอดสวนล้างพวกเจลที่ตกค้างข้างในสิ่งสกปรกทั้งหลาย

หลังออกจาก ร.พ. จะต้องโมทุกวัน เช้าเย็นช่วงแรกจะเป็น แท่งเล็ก สามสิบนาที ช่วงหลังผ่านหลายๆอาทิตย์หมอจะให้โมแท่งใหญ่ด้วย แบ่งกันให้เอาแท่งเล็กเข้าไปก่อน 15 นาที ตามด้วย แท่งใหญ่ อีก 15 นาที การใส่แท่งโม ต้องใส่ถุงยางอนามัยใส่แท่งโมไปก่อน และใส่เจลหล่อลื่น

#ถุงยางแพงมากและใช้ทุกวันแนะนำให้ไปขอแผนกครอบครัวที่ ร.พ. รัฐ จะได้เยอะมาก มีทั้งเจลมีทั้งถุงยาง น่าจะฟรีนะ แม่ขอมาให้ มันประหยัดเงินได้มากกกกกกก

#ตอนสอดแท่งโม ให้ดันเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั้นจะทำให้ความลึกของช่องคลอดเราลึกตามที่ควรจะเป็น และอาจจะลึกกว่าที่เราคาดไว้ได้ถ้าดันสุดๆทุกครั้ง

การโมนี้ไม่ต้องพูดถึง โมครั้งแรกๆ นี่ก็งงๆ แล้วก็ไม่กล้า ตอนที่หมอให้ใช้แท่งใหญ่มาแจมด้วยเนี่ย ทุกครั้งที่โม ต้องกรี๊ดกัดเสื้อตัวเองอย่างนั้นเลย เหมือนเวรกรรม 555 เหมือนโดนข่มขืนแบบแรงมากๆ คิดถึงเวรกรรมขึ้นมาทันที TT

#ชีวิตตอนนั้นไม่ต้องทำอะไร โม กินข้าวสักพัก เย็นละก็โมอีก คือ โมครั้งนึงกว่าจะเข้า กว่าจะดันเข้าไปได้สุด กว่าจะครบเวลา กว่าจะเข้าไปสวนล้างด้วยอุปกรณ์ นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสองชั่วโมงต่อครั้ง รวมอาบน้ำแต่งตัว กินข้าว ออดแอด วันนึง ไม่ต้องทำอะไรเลยจริงๆ

#ยาที่ผสมตอนสวนล้างจำชื่อไม่ได้ แต่ตระกูลเดียวกับเบตาดีน ขวดใหญ่

#หลังๆ จะมีเชื้อราเพราะระบบของกะเทยไม่มีการตกขาว ประจำเดือนที่คอยชะล้างทุกเดือน เพราะฉะนั้น จะต้องเป็นเชื้อรา แรกๆ จะเป็นบ่อยมาก ต้องใช้ยาสอด คาเนสเทน และก็ยาทาฆ่าเชื้อราภายนอกก็ให้มีไว้ วิธีใช้ไปถามเภสัชเอาคะแนะนำให้ซื้อแบบเม็ดเดียวเพราะได้อุปกรณ์สอดมาด้วย

#ช่วงออกจาก ร.พ. แรกๆ ก็ห้ามลง สบู่ด้วย ให้ใช้นำเปล่า จนกว่าไปพบหมอแล้วหมอจะบอกให้ใช้ได้ และถ้าใช้ได้แล้วก็อย่าล้างน้องสาวด้วยแลคตาซิก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกวันเพราะจะเป็นเชื้อราได้ง่ายมาก มันไปฆ่าแบคที่เรียดีที่จะคุ้มกันให้หายไป ทำให้เชื้อโรคเข้าไปได้ง่าย

ความเจ็บจะอยู่กับเราไปประมาณสามเดือน เดินนานไม่ได้ ยืนนานไม่ได้ ต้องนั่งห่วงยางเด็กที่ทางคลินิกให้มา นั่งนานๆก็ปวด ควรนอน มิวออกข้างนอกบ่อยมากในช่วงสามเดือน แต่ออกได้ชั่วโมงเดียวก็ต้องกลับ เพราะอยู่ข้างนอกไม่ได้

ไม่ได้สำออยหรืออะไร แต่เพราะความเจ็บปวดจากแผลไม่ใช่แค่ที่เดียว ทั้งแผลข้างในช่องคอดไม่รู้กี่รอยเย็บ แผลข้างนอกที่เย็บส่วนต่างๆให้เป็น แคมนอก แคมใน ทั้งซ้าย ทั้งขวา และคริสตอริส มันเจ็บทุกอย่าง ปวด ตุบๆ แสบ จุก ที่พีคสุดคือ ตรงคริสตอริส อุปมาความเจ็บว่าเหมือนใครเอาเส้นด้ายร้อยปลายจู๋ไว้แล้ว ดึง ดึง ดึง อยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะโอดครวญให้กับตรงแผลไหนเลยทีเดียว 5555

พอผ่านสามเดือนไปได้จะเข้าโหมดปกติ มิวขี้เกียจโมมาก จะโมวันละครั้ง ทุกวันนี้ผ่านมา สองปีกว่าละ นานๆจะ โมสักครั้ง มิวไม่ได้หาหมอนานมากละ เพราะรู้ถ้าไปหมอต้องเอาแท่งโมใส่ ซึ่งมันจะเจ็บถ้าเราไม่ได้โมบ่อยๆที่บ้าน (ใครมีแฟนก็คือจบไม่ต้องคิดถึงเรื่องโมไปเลย 555 )

#ช่วงออกจาก ร.พ. หมอจะนัดถี่มาก อาทิตย์ละครั้ง สองอาทิตย์ครั้ง เพื่อตรวจดูแผลเรา ภายในภายนอก หมอใจเย็นและดีมาก พร้อมจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด รู้สึกทำกับหมอคนนี้แล้วไม่ผิดหวัง ^^

#ฮอร์โมนที่กิน คือโปรกีโนว่า 2 มิลลิกรัมวันละหนึ่งเม็ดเท่านั้น หมอบอกเพียงพอแล้ว แล้วก็ไม่ต้องกินแอนเดอคัว เพราะไม่มีฮอร์โมนเพศชายแล้ว ควรทำตามทุกอย่างเพราะการเทคยาเยอะๆในร่างกายที่ไม่มีฮอร์โมนแบบปกติอายุจะสั้น แล้วตอนแก่อาจจะต้องฟอกไต

การแปลงเพศเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ควรคิดให้ดี เพราะแปลงแล้วกลับมาเป็นอย่างเดิมไม่ได้ ไม่สามารถมีลูกได้ ใครที่อยากมีลูก ก่อนแปลงเพศก็หาที่ฝากสเปิร์มไว้นะ เผื่อในอนาคตหาคนตั้งครรภ์ให้ได้ เอฟเฟคหลังจากนี้ที่คนบอกว่าจะเอ๋อขึ้น จะขี้โรคมากขึ้น จะเรียนตก มันมีอยู่จริง แต่เราต้องรู้จักที่จะป้องกันนั่นคือการออกกำลังกายเพื่อให้เรามีชีวิตไม่สั้น สุดท้ายฝากไว้คนที่จะทำศัลยกรรมจะทำที่ไหนต้องศึกษาให้ดีมากๆ อย่าคิดว่าถูกแล้วไป ถ้ารู้ว่าตัวเองมีวิจารณญาณพลาดบ่อยๆ ให้ปรึกษาเพื่อน เพราะการศัลยกรรมครั้งนึง นั้นคือการที่เราเอาชีวิตเราไปเสี่ยงกับความตายนะ เราอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้ สิ่งสำคัญคือเลือกแพทย์และสถาบันที่เชื่อใจได้


*ถามเพิ่มเติมได้แต่!!! สำหรับน้องกะเทยที่มาแบบนี้จะไม่ตอบ…
1. ถามแบบงงถามทุกอย่าง คือแนะนำ ควรไปอ่านวิธีการแปลงเพศก่อน แล้วมาอ่านบทความนี้ ไม่ใช่อ่านตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ถามแต่พี่ พี่เหนื่อย
2. อย่ามาถามว่าที่ไหนดีกว่ากันต่างกันตรงไหน พี่ไม่รู้พี่ไม่ได้เป็นกูรูด้านการเปรียบเทียบ พี่รู้แต่สิ่งที่พี่ทำ และเพื่อนพี่ก็ยังไม่มีใครแปลงเพศ พี่จึงให้คำตอบอะไรไม่ได้ พี่ถือเป็นคนแรกในเพื่อนๆ ที่แปลงเพศ ลองมาด้วยตัวเองประสบการณ์ล้วนจากตัวเองเท่านั้น
3. พี่จะไม่ให้ Line หรือ Contact ส่วนตัวกับใคร เพราะที่เขียนคือเกือบทั้งหมดที่ตัวเองรู้แล้ว ถ้าอยากรู้มากกว่านี้โทรไปปรึกษาที่คลีนิคเลยค่ะ
4. รบกวนโพสต์ถามแค่ใต้บล๊อคนี้เท่านั้น ไม่ไปถามในบล๊อคเรื่องอื่น

หวังว่าจะเป็นข้อมูลในการเตรียมใจอย่างละเอียดให้กับคนที่คิดจะแปลงเพศในภายภาคหน้านะคะ ^^



Create Date : 25 พฤษภาคม 2557
Last Update : 3 สิงหาคม 2559 10:53:21 น. 33 comments
Counter : 29568 Pageviews.

 
ละเอียดมากค่ะ อย่กทำและจะทำกับหมอธีร์ แน่นอนคร้า จุ้ฟๆ


โดย: Baifren IP: 115.87.49.64 วันที่: 12 มกราคม 2558 เวลา:1:46:30 น.  

 
เป็นประโยชน์มากๆค่ะ ขอบคุณนะคะที่สละเวลาเขียนไว้่^^


โดย: เอฟ IP: 182.53.231.173 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:14:52:59 น.  

 
ค่ะ ^^ อยากให้คนที่คนที่คิดจะแปลงได้ความรู้ในเชิงละเอียดไป ตอนที่จะแปลงก็หาข้อมุลเยอะเหมือนกัน ขอให้แปลงออกมาสวยๆนะคะ


โดย: pinkdandilion วันที่: 3 มีนาคม 2558 เวลา:22:34:34 น.  

 
ดีใจมากเลยที่มีรีวิวดีๆแบบนี้ให้อ่าน ต้องขอบคุณมากๆคะ

อยากสอบถามเพิ่มเติมหน่อยว่า
1.ทำไมเลือกทำหมอธีร์
2.พอทราบไหมว่าหมอธีร์และหมอกมลมีความแตกต่างกันอย่างไร
3.เท่าที่ทราบในตอนนี้ราคาทั้งสองที่เท่ากัน คือ1.5แสน อยากให้ช่วยคอนเฟิร์มให้หน่อยนะคะว่าควรทำหมอธีร์หรือหมอกมล

ขอโทษสำหรับคำถามที่ดูมึนๆไม่ควรถาม แต่ด้วยความสงสัย จึงอยากทราบจริงๆคะ

ขอบพระคุณคะ


โดย: kaipopz IP: 1.46.74.216 วันที่: 19 เมษายน 2558 เวลา:22:01:32 น.  

 
ยินดีค่ะ

สำหรับเรื่องคำถาม
1.ทำไมเลือกทำหมอธีร์

ราคาที่พอดีกับงบของตัวเอง และรีวีวต่างๆที่ดี ซึ่งก็ดีจริงตามที่รีวีวคือความรู้สึกหลังการผ่าตัดโอเครมากและคุณหมอที่ใจเย็นมาก

2.พอทราบไหมว่าหมอธีร์และหมอกมลมีความแตกต่างกันอย่างไร

ไม่ทราบจริงๆค่ะ แต่เคยได้ข่าวมาว่าของหมอกมลจะดีกว่า ในเรื่องของเทคนิค ไม่แน่ใจ ลองค้นหารีวิวดู ^^

3.เท่าที่ทราบในตอนนี้ราคาทั้งสองที่เท่ากัน คือ1.5แสน อยากให้ช่วยคอนเฟิร์มให้หน่อยนะคะว่าควรทำหมอธีร์หรือหมอกมล

ช่วยคอนเฟิร์มเลยหรอ 55 ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะคะ แล้วก็ห่างจากการอัพเดทข้อมุลพวกนี้พอสมควร

เอาเป็นว่าให้แนะนำจริงๆ ลองโทรไปทั้งสองคลีนิค โทรตรงเลยและถามราคาและเทคนิคการทำ รวมถึงบริการหลังการผ่าตัด ลองเปรียบเทียบดู ชอบอันไหนสะดวกอันไหนเลือกอันนั้นค่ะ


โดย: pinkdandilion วันที่: 21 เมษายน 2558 เวลา:1:10:31 น.  

 
อยากทราบว่า...ช่วงระยะเวลา1เดือนกว่าๆขึ้นไป...ยังมีเลือดไหลออกมาหรือเปล่า.ตอนเวลานั่งฉี่....ขอบคุณคะ


โดย: suchasucha kha IP: 49.230.211.99 วันที่: 26 เมษายน 2558 เวลา:21:42:08 น.  

 
ตอบ suchasucha

ไม่มีค่ะ มีเลือดแค่วันสองวันแรก นอกนั้นไม่มีแล้วค่ะ


โดย: pinkdandilion วันที่: 30 เมษายน 2558 เวลา:22:38:43 น.  

 
มีแต่คนบอกหลังๆหมอกมลทำไม่ดีแต่ในใจเลือกหมอกมลนะเพราะรูปร่างดูรีวิวแล้วชอบแต่กลัวมันจะไม่เปนแบบในรีวิวอ่ะดิ. กลุ้มม


โดย: เอมี่ IP: 27.55.40.87 วันที่: 15 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:18:36 น.  

 
อีกอย่าง หมอธีคิวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก. มากเหลือเกิน


โดย: เอมี่ IP: 27.55.40.87 วันที่: 15 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:20:33 น.  

 
สวัสดีคะ รบกวนถามหน่อยเลยยนะคะ แปลงกับหมอธีร ออกมาอยุ่บ้านได้4วัน ตอนโมก้อมีเลือดซึมปกติ แต่ตอนสอดถุงสวนล้าง อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย น้ำที่เราล้างมันไหลมาเต็มเลยค่ะ งงมาก เป็นเหมือนกันไหมคะ อีกอย่าง ปากช่องคลอดยังแฉะๆ อยุ่ด้วยคะ กังวลมากเลย รบกวนตอบหน่อยนะคะ


โดย: เกววลี่ IP: 49.230.182.255 วันที่: 29 พฤษภาคม 2558 เวลา:9:20:44 น.  

 
รบกวนตอบหน่อยนะคะ ตอนใช้โมเล็กดันเข้สก้อเกือบสุดนะ แต่พอไห้แจมกับโมใหญ่ ทำไมตอนดันโมใหญ่ได้เกือบครึ่งเออง เป็นเหมือนกันไหมคะ


โดย: เกวลี่ IP: 49.230.175.73 วันที่: 1 มิถุนายน 2558 เวลา:10:44:14 น.  

 
ตอบ: เกววลี่

-อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย น้ำที่เราล้างมันไหลมาเต็มเลยค่ะ

เป็นเหมือนกันค่ะ น้ำที่สวนล้างมันออกมาไม่หมด พอเราทำกิจกรรมต่างๆ บางทีมันก็จะออกมาแฉะๆ ^^ ปกติ! ไม่ต้องตกใจ

-พอให้แจมกับโมใหญ่ ทำไมตอนดันโมใหญ่ได้เกือบครึ่งเอง

อันนี้ของเราดันได้ความลึกน้อยกว่าโมเล็กเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจค่ะ ดันสุดๆ ทุกครั้งเดี๋ยวกล้ามน้ำมันก็จะขยายให้เราถึงสุด ตอนดันอย่าลืมเหยียดขาตรงเหมือนที่พยาบาลสอน


โดย: pinkdandilion วันที่: 2 มิถุนายน 2558 เวลา:22:41:23 น.  

 
สงสัยอีกแล้วจร้า ตอนโม กับ ตอน มีเพศสัมพันครั้งแก เจบเหมือนกันไหม แล้วกี่เดือนค่ะที่เราโมแล้วจะไม่เจ็บค่ะ


โดย: เกวลี่ IP: 49.230.106.76 วันที่: 8 มิถุนายน 2558 เวลา:20:41:08 น.  

 
ตอบ: เกวลี่

อันนี้ไม่สะดวกตอบค่ะ ลองถามคนอื่นดู


โดย: pinkdandilion (pinkdandilion ) วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:9:35:12 น.  

 
คุณมิวคะ คือจิตตกมาก ไม่มีเพื่อนที่แปลงเลยไม่รุ้ปรึกษาคัยดี คุณมิวใช้วิธีธรรมชาติใช่ไหมคะ ความลึกเท่าไหร่คะ คือตอนนี้ โมใหญ่ยังเข้าได้นิดเดียวยุ่เลย อีกนานไหมจะลึกตามปกติ รบกวนช่วยตอบหน่อยนะคะ


โดย: เกวลี่ IP: 49.230.150.134 วันที่: 10 มิถุนายน 2558 เวลา:22:57:49 น.  

 
//www.bcsclinic.com/contactus/contactus.html

คลิกไปตามลิงค์ พิมพ์ถามได้ค่ะ เวลามิวมีปัญหาอะไรมิวจะโทรไปที่เบอร์เขาเลย เบอร์อยู่ล่างเว็บ

เข้าใจว่าจิตตกใจเย็นๆ แต่มิวก็ไม่สะดวกตอบทุกคำถาม มิวมาพิมพ์มาเล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด อะไรที่ตอบได้ตอบอยู่แล้ว อะไรที่คิดว่าตัวเองให้ข้อมูลไม่ดี หรือไม่ได้ ไม่สะดวก มิวว่าถามที่คลินิคดีที่สุด


โดย: pinkdandilion วันที่: 11 มิถุนายน 2558 เวลา:15:12:45 น.  

 
พี่ค่ะคือทำใบจิตรแพทย์ต้องไปทำเองหรือยังไงค่ะ
ขอบคุณล่วงน่าค่ะ


โดย: Milk IP: 49.230.213.53 วันที่: 15 ตุลาคม 2558 เวลา:9:35:08 น.  

 
ตอบ น้อง Milk

ไปทำเองเลยค่ะ แปปเดียวเอง ^^


โดย: pinkdandilion วันที่: 15 ตุลาคม 2558 เวลา:13:34:42 น.  

 
อยากด้ายเบอร์คุณหมออ่ะค่ะ


โดย: น้ำทิพย์ IP: 119.76.67.55 วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:12:12:21 น.  

 
ตอบ คุณน้ำทิพย์

มีแต่เบอร์คลีนิคอะคะ
Tel.02-895-6565
Hotline:081-925-5525

website://www.bcsclinic.com/contactus/contactus.html


โดย: pinkdandilion วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:12:39:19 น.  

 
โชคดีมากเลยนะคะ ที่บ้านสนับสนุนเข้าใจดีทุกอย่าง

ของเราอายุ 36 จะ 37 แล้ว แม่ก็เสียไปแล้ว พ่อไม่เข้าใจไม่ยอมรับ ระแคะระคายมาหลายทีทุกครั้งจะต้องโดนสอบสวนเหมือนไปฆ่าใครมา อึดอัดมากค่ะ เปิดเผยยังเปิดเผยไม่ได้เลยพ่อเค้าอาย ทุกวันนี้ต้องหาเวลาไปแต่งหญิงข้างนอกบ้างเป็นครั้งคราวลดแรงกดดันของตัวเอง


โดย: แนน IP: 171.7.92.184 วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:18:09:51 น.  

 
รบกวนถามค่ะว่าใบจิตแพทย์ไปทำที่ไหนได้บ้างคะ ปรึกษาเบื้องต้นมันพอจะมีที่ไหนได้บ้างสำรหับคนที่ไม่เคยสุงสิงอะไรกับวงการกะเทยเลย แบบเหมือนคนตาบอดเดินเข้าไปเลยอ่ะค่ะ

ขอบคุณนะคะ


โดย: แนน IP: 171.7.92.184 วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:18:11:31 น.  

 
ตอบ คุณแนน..

เป็นกำลังใจให้นะคะ

ไม่แน่ใจจริงๆ อาคะ เพราะนี่ก็ไปมาแค่สองที่คือที่จุฬา และพระราม 9 คือพระราม 9 ง่ายสุด แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าไม่แต่งหญิงจะผ่านง่ายมั้ย แต่ถ้าตอบคำถามแล้วเป็น ladyboys ชัวๆ ยังไงก็ผ่านแน่นอนค่ะ ^^ ลองหาข้อมูลเพิ่มเอาก่อนไปนะคะ ผ่านแน่นอนชัวๆ


โดย: pinkdandilion วันที่: 10 ธันวาคม 2558 เวลา:2:58:00 น.  

 
ชอบๆมีสาระมาก


โดย: จักรกริศน์ IP: 101.51.171.118 วันที่: 15 ธันวาคม 2558 เวลา:12:05:50 น.  

 
รบกวนถามค้ะ กี่วันถึงจะเดินได้ปกติค้ะ พอดีมีวันหยุดประวาณ 2 อาทิตย์ค้ะ


โดย: นุ่น IP: 223.206.213.49 วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:21:11:40 น.  

 
ของมิ้นทำกับคุณหมอธิติค่ะ
อยากบอกอีกวิธีนึงนะค่ะเรื่องโมงแล้วน้ำข้างในไหลออกตลอดเรามีวิธี
นะคะให้ไปชื้อสำลีแบบมีก้านยาวๆๆไซยLแล้วแหย่เข้าไปค่ะจะซับน้ำออกมาค่ะช้วยได้นะค่ะ


โดย: มิ้น IP: 183.89.163.254 วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:3:53:15 น.  

 
ตอบ คุณจักรกริศน์
ขอบคุณคร่าาา ^^

ตอบ คุณนุ่น

2 อาทิตย์ไม่พอค่ะ ต้องมากกว่า ของมิว 3 เดือนเดินปกติ ของเพื่อน 4 เดือน แต่ถ้าแบบให้พอเดินได้แบบใช้ชีวิต น่าจะซัก 2 เดือนนะคะ งานต้องเดินบ่อยรึเปล่า?

ตอบ คุณมิ้น
ใช่ๆ work มาก เพื่อนมิวก็ทำ ขอบคุณที่ร่วมแชร์ค่ะ ^^


โดย: pinkdandilion วันที่: 29 กันยายน 2559 เวลา:10:18:48 น.  

 
อยากสอบถามค้ะ แปลงเพศมา4เดือนแบบต่อกราฟอะค่ะ เวลาโมค่อนข้างลำบากเข้ายากพอสมควร อยากทราบว่าแผลภายใน จะใช้งานปกติ หรือ ไม่ต้องโม ประมานเดือนที่เท่าไหร่ค่ะ เครียดมากเลยค่ะ


โดย: แคท IP: 171.97.100.56 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:0:46:36 น.  

 
ตอบคุณ แคท

4 เดือนแล้ว ยังเข้ายากหรอค่ะ? ใช้เจลน้อยไปมั้ยหรือยังไง จริงๆ ใช้ได้แล้วนะคะ 4 เดือน (หมายถึงมีอะไรกับแฟนนะ)

การโมต้องโมตลอดชีวิตนะคะ คือถ้ามีแฟนได้ใช้งานไม่ต้อง การโมนอกจากจะช่วยเหลือเรื่องความลึกระยะแรกด้วย ในระยะยาวก็ยังช่วยในเรื่องช่องคลอดตันด้วย ถ้ามันแห้งแล้วมันติดกัน ยุ่งเบย


โดย: pinkdandilion วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:21:07 น.  

 
มันออกจะแสบอะค่ะ ใช้เจลเยอะพอสมควร ตอนนี้วิตกมากเลยค่ะ


โดย: แคท IP: 124.120.122.3 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:45:37 น.  

 
ตอบคุณ แคท

ของมิวบางครั้งก็มีแสบเหมือนกันค่ะ ถ้าเกร็งมากๆ สู้ๆนะคะ
ปล.ถ้าแสบมากๆ จนทนไม่ไหว แนะนำปรึกษาคลีนิค/รพ. ที่ทำดีกว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัย


โดย: pinkdandilion วันที่: 20 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:56:20 น.  

 
คลีนิคอะไรค่ะ มีเพจไหม


โดย: อั้ม IP: 27.55.122.54 วันที่: 9 มิถุนายน 2560 เวลา:9:51:42 น.  

 
พอดีได้อ่านบล็อคนี้แล้วส่วนตัวเพิ่งไปแปลงกับหมอกมลมาค่ะ เลยขออนุญาตมาเสริมเพราะคิดว่าน่าจะมีหลายคนที่เสริชหาคำว่าแปลงเพศแล้วเจอบล็อคนี้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับเรื่องราคา ตอนนี้หมอกมลกับหมอธีร์ราคาเท่ากันค่ะ ส่วนตัวแนะนำว่าให้ทำหมอธีร์ดีกว่า ยอมลำบากเรื่องการเดินทางดีกว่าค่ะเพราะในเรื่องการดูแลรักษา คุณหมอธีร์จะเอาใจใส่เราดีกว่า มีปัญหาอะไรก็ดูแลเราดีกว่า ส่วนของหมอกมลคุณหมอไม่ได้ผ่าเอง แต่ใช้หมอลูกทีมมาผ่า แต่เทคนิคในการดูแลหลังผ่าตัดของหมอกมลยอมรับว่าดีมาก การถอดผ้าก๊อซ การทำแผล การถอดสายปัสสาวะ เทคนิคของหมอช่วยให้เราไม่เจ็บ ส่วนเรื่ององค์ประกอบมีครบ แคมนอก แคมใน คริตอริส แต่หมอธีร์เท่าที่อ่านจากรีวิว เขาแคร์เรื่องความรู้สึกของคนไข้ดีมากค่ะ มีการทดสอบเรื่องความรู้สึกของหมอกมลจะไม่ได้ตรวจสอบตรงนี้เท่าไรนัก แต่ในช่องคลอดรวมถึงตรงแคมมีความรู้สึกอยู่ค่ะ พี่ทำมาได้ 1 เดือน ยังบอกอะไรมากไม่ได้ แต่เพื่อนที่ทำมากับหมอกมลก็ยืนยันว่าเสร็จจริง ก็ต้องรอดูกันต่อไป ส่วนตัวเรื่องอารมณ์ทางเพศพี่ไม่ได้ซีเรียสตรงนี้เท่าไหร่นัก เพราะปกติกินยาคุมแล้วไม่มีอารมณ์เลย และไม่ชอบที่ต้องช่วยตัวเองแบบผู้ชาย (ขนาดฝันเปียกยังตามไปความคุมตัวเองในฝันไม่ให้เสร็จเลยค่ะ อันนี้เรื่องจริง พอฝันเปียกจะเสร็จก็ตามไปกลั้นไว้เลย) โดยส่วนตัวมองว่าเรื่องแปลงเพศ สำหรับคนที่รังเกียจอวัยวะเพศชายของตัวเองควรทำและยอมรับผลข้างเคียงที่จะตามมา ส่วนตัวพี่ตอนตัดสินใจทำก็บอกตัวเองเลยว่าไม่มีผลมันจะเป็นยังไงก็ยอมรับค่ะ เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อการผ่าตัดไม่เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ได้รังเกียจ หรือเฉยๆกับการมีอวัยวะเพศชายก็ไม่จำเป็นต้องไปทำ ส่วนการแยงโม 1 เดือนที่ทำมา แยงโมทุกวัน คุณหมอกมลจะมีเอกสารแนบมาให้ เขาแนะนำว่าช่วงแรกอาจจะเข้าไปได้ครึ่งเดียว แต่ยังตกใจ ให้ค่อยๆดัน สักพักจะเข้าได้ลึกตามที่แพทย์บอกว่าช่องคลอดเราลึกเท่าไร ซึ่งของพี่ก็เป็นไปตามนั้นเลยค่ะ พี่โมวันละครั้ง แต่โมยาว 2ชั่วโมงครึ่งถึง3ชั่วโมง ซึ่งพอโมไปเรื่อยๆก็จะขยับเข้าได้ลึกจนสุดได้ค่ะ
การแปลงเพศคือการเปลี่ยนแปลงแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต ทำไปแล้วจะต้องอยู่กับมันให้ได้ค่ะ ซึ่งผลข้างเคียงที่ตามมาทั้งฮอร์โมนตก ทำให้อารมณ์แปรปรวน ปัญหาสุขภาพเช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบง่าย เมื่อตัดสินใจแล้วต้องยอมรับที่ผลเหล่านี้จะตามมา เพราะฉะนั้นขอให้น้องๆที่ตัดสินใจแปลงเพศคิดดีๆ แน่ใจจริงๆว่ายอมรับผลเหล่านี้ได้ หรือยอมรับได้ว่าช่วง 3 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในการแปลงเพศ เราอาจจะไม่เจ็บแผลแต่เราต้องแยงโมทุกวัน เราต้องทำแผลเช้า-เย็นทุกว่า เราจะเดินลำบาก
เราจะมีสารคัดหลังพวกหนอง เลือด ซึมออกมาจากแผลบ้างเราจะมีอาการจิตตก วิตกกังวลง่ายกว่าปกติ เราต้องยอมรับเหล่านี้ให้ได้สำหรับพี่ พี่ยอมรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นเพราะตัดสินใจเอง วินาทีแรกที่ถอดสายปัสสาวะและเห็นตัวเองใส่กางเกงในแล้วไม่มีไอ้นั่นนูนออกมาพี่น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ตลอดเวลาที่ต้องทนอยู่กับมันคือความทรมานจริงๆ แม้เลือกหมอกมลอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ก็คิดว่าสำหรับตัวเองแล้วก็ยอมรับการตัดสินใจของตัวเองค่ะ แต่ถ้าใครเงินถึงอยากแนะนำหมอบุรินของPAIนะคะ ดีจริงค่ะ เก็บประสาทความรู้สึกทุกอย่างครบค่ะ ขอให้น้องๆโชคดีค่ะ


โดย: นางพญามารเมฆไฟ วันที่: 1 สิงหาคม 2560 เวลา:10:57:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkdandilion
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pinkdandilion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.