It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
กลกาล YURI ญรญ โดยผิงดาว บทที่ ๑๔

บทที่  ๑๔

มารีรีบกลับไปยังบ้านของเธอเธอจำเป็นต้องให้บิดาของเธอทำนายสิ่งที่เธอเห็นโดยเร็วที่สุด

ในใจของเธอนั้นเกิดความรู้สึกหวาดกลัวคำทำนายเกี่ยวกับงูยักษ์ทำให้เธอต้องคิดหนัก ครั้งแรกนั้นเธอคิดว่าความคิดเรื่องกระเช้าไฟฟ้าของหมอศรรักคืองูยักษ์ในตำนาน มาถึงตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่งูยักษ์สองตัวนั้นน่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่เธอยังไม่รู้ว่าคืออะไร

มารีเล่าเรื่องที่เธอเห็นให้กับพ่อของเธออย่างละเอียด

“ลูกว่างูพวกนั้นดูไม่เหมือนงูทั่วไปอย่างนั้นรึ”

“ค่ะพ่องูพวกนั้นมีสีสันสวยงาม ราวกับเป็นงูเทพเจ้า แต่แปลกที่ทำไมถึงได้จ้องทำร้ายลูกกับคุณทาฬิดาถ้าลูกหลบไม่ทัน พวกมันคงพุ่งเข้าใส่เราสองคน จนเกิดอันตราย”

“เท่าที่พ่อฟังมางูสองตัวนั้นไม่ได้คิดทำร้ายลูกหรอกพวกมันแค่ออกมาปรากฏตัวให้ลูกเห็นเท่านั้นว่าพวกมันมีอยู่จริงวันนี้มีใครมาที่ทาคานาคาอีกหรือเปล่า”

“มีค่ะพ่อพวกนักโบราณคดีจากเมืองไทย มากันสี่คน ผู้หญิงสาม ผู้ชายหนึ่ง”

“คนไทยอีกแล้วรึ”

“ค่ะพวกเขามาตามคุณทาฬิดากลับค่ะ”

ผู้เป็นบิดาพยักหน้าเข้าใจพวกนักท่องเที่ยวจะมีอะไร นอกจาก มาดูสถานที่ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก และจากไป

“พ่อคะหนูมีอีกเรื่องจะเล่าให้พ่อรู้”

“เรื่องอะไร”ผู้ชรากว่าเอ่ยถาม

“หนูพบลูกศรดอกสุดท้ายแล้วค่ะ”

“อะไรนะลูกพบมันที่ไหน”

“ที่คุณทาฬิดาค่ะเธอสวมมันอยู่”

“ลูกแน่ใจนะว่าใช่”

“ค่ะลูกดูทุกอย่างแล้ว ศรลูกนั้นไม่ได้ต่างจากศรที่ลูกพกติดตัวแต่มันมีลักษณะพิเศษกว่าตรงที่มีลายสลักเอาไว้ ลูกยังไม่ทันได้ดูชัดๆว่าสลักว่าอะไร มาเจองูยักษ์สองตัวนั่นก่อน ลูกก็เลยต้องเอานาฬิกาคืน คุณทาฬิดาเธอไป”

“นาฬิกาอย่างนั้นเหรอ”

“ค่ะศรลูกนั้นถูกนำไปทำเป็นเข็มสั้นของนาฬิกา”

“เหมือนที่ลูกเคยบอกพ่อว่าลูกเห็นมันในความฝัน”

“ค่ะพ่อลูกมั่นใจว่าคือเรือนเดียวกัน เพียงแต่ในฝันนาฬิกาเรือนนั้นใหม่กว่านี้มากแต่เรือนที่ลูกเห็นเก่าแล้วค่ะ เป็นของเก่า”

“ลูกถามเธอไหมว่าได้มายังไง”

“ยังไม่ทันได้ถามอะไรหรอกค่ะ”มารีส่ายหน้า

“เอาเถอะมารีหากฟ้าอยากให้เรารู้ ฟ้าจะบอกเราเอง พ่อเชื่อ”

“พ่อพอจะรู้ไหมคะว่าใครเป็นคนทำนาฬิกาเรือนนั้น”

“เจ้าของคนที่สวมมันนั่นแหละคือคนทำ”

“หมายถึงในอดีตชาติ”

“พ่อว่าใช่หากของสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับเจ้าของ ผู้ที่ครอบครองมัน จะเกิดการสูญเสียหากว่าเจ้าของได้ครอบครองเองของสิ่งนั้นจะส่งผลแห่งความเจริญและดีงามให้กับเขาและครอบครัว”

“แสดงว่าเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนสร้างดั้งเดิมเป็นใคร ใช่ไหมคะพ่อ”

“ถูกแล้วเราไม่รู้หรอก เหมือนปลายลูกศรของลูก พ่อทำได้แค่เก็บเอาไว้ให้ เมื่อลูกเกิดมันลอยไปหาลูกเองด้วยซ้ำ พ่อไม่ได้เป็นคนเอามาให้ ก่อนหน้านี้คนในครอบครัวของเราต้องสูญเสียไปมากมาย เหลือไว้แค่คนที่จะสืบทอดส่งต่อของสิ่งนี้ให้กับคนอีกรุ่นเท่านั้น ก่อนลูกเกิดพ่อก็เสียพี่ชายของลูกไปจากนั้นเมื่อลูกเกิดมา ทุกอย่างจึงเข้าที่ เหมือนๆ กับคนที่ครอบครองมันคนอื่นๆของสิ่งนี้จึงเป็นของล้ำค่าที่มีอาถรรพ์ผูกติดอยู่”

“หนูเข้าใจแล้วค่ะพ่อ”

“ไม่ต้องไปดูแลพวกคนไทยรึ”

“สักพักว่าจะไปค่ะ”

“รีบไปเถอะคงตามหาตัวลูกอยู่” มารีลุกขึ้นยืนโค้งคำนับบิดา ของเธอก่อนที่จะรีบเดินกลับไปยังหมู่บ้าน

เป็นจริงดังคำพูดของบิดามารีเมื่อมารีมาถึงบ้านพักของกลุ่มคนไทย เธอเห็นทาฬิดาเดินวนไปวนมาท่าทางกระวนกระวายใจ

“ไปไหนมาคะทามตามหาคุณจนทั่ว”

ทาฬิดาทักมารีทันทีที่ได้เห็นหน้า

“กลับไปบ้านมาค่ะ”

“ทามว่าจะถามคุณเรื่องลูกศรมาทางนี้ดีกว่าค่ะ”

ทาฬิดาเดินนำมารีไปนั่งที่ลานข้างบ้านพัก

“ทำไมหรือคะ”

“ฉันอยากรู้ประวัติของลูกศรอย่างละเอียดค่ะมันใช้ทำอะไร ได้บ้างในอดีต และมันต้องเอาไปทำอะไรในอนาคต”

“อย่างที่ฉันบอกคุณนั่นแหละค่ะก่อนหน้านี้ศรทั้งหมดเคยเป็นปลายหอกของเทพกาลเวลา หรือเทพทาฬิของเผ่าเราหลังจากที่ท่านได้ใช้ปลายหอกของท่านหยุดเทพรัตติกาลไม่ให้คิดทำในสิ่งชั่วร้ายและขังนางเอาไว้ในถ้ำท่านได้นำศรของท่านมาแบ่งออกเป็นส่วน เพื่อทำเป็นเครื่องรางสำหรับนักรบผู้ที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน ให้ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นมอบให้กับทายาทของแต่ละคน”

“แค่นั้นเองหรือคะ”

“ค่ะตำนานมีบอกเอาไว้เท่านี้” มารีพยักหน้ารับ

“แล้วทามจะรู้ได้ยังไงคะว่าใครเอาศรมาทำนาฬิกาที่ทามใส่อยู่”

“พ่อของฉันบอกว่าคนที่ทำมันก็คือเจ้าของ นั่นเท่ากับว่าท่านเทพกาลเวลาท่านทำด้วยมือของท่านเอง”

“อ้าวถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่มีทายาทสิคะ”

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าท่านมีทายาทหรือเปล่า เพราะพวกฉันไม่เคยมีใครเห็นนาฬิกาเรือนนี้มาก่อนนอกจากฉันที่เคยเห็นในฝันเท่านั้น”

“แย่จังทามคงทำงานของคุณปู่ไม่สำเร็จสิคะ” ทาฬิดาเริ่มถอดใจจากที่เธอเคยมีความหวังน้อยนิด มาบัดนี้ความหวังนั้นพังทลายลงไปไม่เป็นท่าคุณปู่หนอคุณปู่เรื่องง่ายกว่านี้ไม่มีให้ทำแล้วหรืออย่างไรต้องให้เธอมาตามหาเจ้าของนาฬิกาโบราณแผนท่งแผนที่ ช่งชื่ออะไรก็ไม่มีบอก บอกแค่ให้มาเปรู มาแล้วจะได้อะไรล่ะคว้าน้ำเหลวกลับไปมีหวังเธอโดนดุออกสื่อ โดนไล่ออกจากบ้าน แถมด้วยไม่ยกมรดกให้เป็นเรื่องแน่ๆ คราวนี้

“คุณปู่ของคุณให้คุณทำอะไรคะ”

“ท่านให้ทามมาตามหาเจ้าของหรือคนที่ทำนาฬิกาเรือนนี้ และคืนมันให้กับเขาค่ะ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณทำงานนี้เสร็จตั้งแต่ยังไม่ได้มาเปรูแล้วค่ะ”

“งง”ทาฬิดาเกาศีรษะของตัวเองทันที เธอไม่รู้ว่า มารีหมายความว่าอะไร

“เพราะคุณคือเจ้าของนาฬิกาเรือนนี้อย่างแท้จริง”

“ฉันนี่นะ”ทาฬิดาตาโต

“ค่ะพ่อฉันบอกอย่างนั้น” ส่วนคนออกความเห็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร ราวกับเรื่องที่เธอพูดนั้นเป็นเรื่องทั่วๆไป ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนัก

“เป็นเรื่องแล้วสิถ้าไปบอกคุณปู่อย่างนั้น ทามต้องโดนท่านดุแน่ๆ ว่าขี้เกียจตามหาแถมจะโดนท่านสวดอีกเป็นกระบุง”

“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะท่านคงฟังคุณบ้าง”

“คุณปู่ฉันนี่ก็แปลกนะทำอย่างกับว่าไอ้นาฬิกาเรือนนี้มันมีการทำระบบ ISO สืบต้นสายและปลายเหตุได้พอมันทำผิด สืบค้นไปว่ามันผิดมาตั้งแต่ตรงไหน แต่ไอ้นี่อะนะ มันแค่นาฬิกาโคตรโบราณหาอะไหล่ซ่อมยังแทบไม่ได้ ยังจะให้ไปหาคนผลิต ทามว่าแล้วเชียว ว่าต้องเกิดปัญหาถ้ารู้งี้ไม่น่ารับปากมาเปรูเล๊ย ให้ตายเถอะ หาเรื่องแท้ๆ”

ทาฬิดาบ่นกระปอดกระแปดไปตามเรื่องมารีทำได้เพียงแค่นั่งฟังคนขี้บ่นพูดระบายความในใจออกมาเธอคงออกความเห็นเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่งในเวลานี้ไม่ได้

“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทามบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องให้คุณฟังทั้งๆ ที่คุณมีเรื่องให้คิดตั้งมากมาย แล้วเรื่องงูยักษ์สองตัวนั่นล่ะคะคุณมีความเห็นว่ายังไงบ้าง มันคือตัวอะไร ทำไมจู่ๆมันโผล่มาให้เราเห็นกันแค่สองคน”

“นั่นแหละค่ะปัญหาฉันต้องรู้ให้ได้ว่า งูสองตัวนั้นมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“แล้วกันทามนึกว่าเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาของที่นี่เสียอีก”

“เจ้าป่าเจ้าเขาเป็นยังไงหรือคะ”มารีชักสนใจ

“คนไทยมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งค่ะว่าในป่าในเขาจะมีเทพารักษ์ที่คอยคุ้มครองป่าอาศัยอยู่ หากมีคนทำอะไรไม่ดีท่านจะออกมาปรากฏกายให้คนพวกนั้นเห็น เพื่อปรามไม่ให้พวกเขาทำสิ่งนั้นต่อ”

“ของเรามีเทพเจ้าค่ะไม่ใช่เจ้าป่าเจ้าเขา”

“ขอถามสักนิดได้ไหมคะพวกคุณรู้เรื่องตำนานพวกนั้นจากที่ไหน ในหนังสือหรือคะ”

“เปล่าค่ะพวกเราไม่มีตัวหนังสือ เราจะให้ผู้นำเผ่าแต่ละรุ่นจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญๆมาเล่าต่อให้กับผู้นำอีกรุ่นหนึ่งฟัง อย่างเช่นเรื่องช่วงเวลาการเพราะปลูกเก็บเกี่ยว และเราจะดูดาวบนท้องฟ้า ดูพระจันทร์และตำแหน่งดวงอาทิตย์เพื่อจะได้ทำพิธีต่างๆ ที่เผ่าเราจำเป็นต้องทำ”

“ถ้าอย่างนั้นหากผู้นำเผ่าตายไปล่ะคะ”

“ยังมีรองผู้นำอีกคนค่ะ”

“แล้วถ้าตายไปทั้งสองคนก่อนที่จะบอกเล่าเรื่องต่อล่ะคะ”

“ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจะเป็นผู้บอกต่อค่ะ”

“ถ้าเรื่องผิดเพี้ยนไปจากเดิมล่ะคะจะทำยังไง”

“เท่าที่รู้มายังไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นกับเผ่าเราค่ะ”

“เก่งจังเลยนะคะทามเคยเล่นเกม แค่คำสี่คำ บอกว่าอย่าอยู่อย่างอยาก คนแรกผ่านมาคนที่สองสามยังพอไหว พอคนที่สี่ไปจนถึงคนที่สิบ กลายเป็น อย่าอยากอยู่ยาก ไปซะงั้น”

มารีนั่งอมยิ้มถูกของทาฬิดา บางทีตำนานบางเรื่องอาจจะผิดเพี้ยนไปจากที่เคยเล่ามาก็ได้ใครจะจดจำตำนานนับร้อยๆ เรื่องได้จนหมด ต้องมีบ้างล่ะที่จำมาผิดๆแล้วเอามาเล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เธอกำลังคิดว่า ตำนานงูยักษ์ก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างที่เธอรู้หรือเปล่า

ใจของเธออยากให้มีกระเช้าไฟฟ้ารับส่งคนเจ็บขึ้นมาจากหุบเขาทาคานาลา แต่เพราะตำนานนั้น ทำให้เธอต้องปรึกษากับหัวหน้าเผ่าเรื่องจึงกลายเป็นว่าต้องหยุดการก่อสร้างนั้นไปโดยปริยาย

ถ้าตำนานงูยักษ์ผิดเพี้ยนไปแล้วตำนานอื่นๆ ล่ะ จะผิดเพี้ยนไปอีกหรือเปล่าหนอ อยากรู้เหลือเกิน

“แกว๊กๆ” เสียงบางอย่างทำให้ทาฬิดาสะดุ้งตื่นเธอลุกขึ้นเดินออกมานอกห้อง จำได้ว่า เสียงนี้แหละคือเสียงของนกยักษ์ตัวนั้นตัวที่คนของทาคานาคาบอกว่ามันคือนกยมทูต

ทาฬิดาเดินออกมานอกตัวบ้านแม้แสงไฟจะไม่สว่างมากนัก เธอเห็นเจ้านกตัวนั้นบินโฉบไปมาอยู่กลางลานกว้างของหมู่บ้านเมื่อมันเห็นเธอ มันบินพุ่งตรงมาหาเธอทันที

“เฮ้ยไอ้นกบ้า ฉันไม่ใช่อาหารแก” ทาฬิดายกมือขึ้นปิดใบหน้าใช้ท่อนแขนของเธอป้องกันตัวเองเอาไว้ ก่อนที่จะล้มลงไม่เป็นท่าอยู่ตรงหน้าบ้านนั้นเพราะแรงกะพือปีกของนกยักษ์

ทาฬิดาร้องลั่นเสียงร้องของเธอ ทำให้คนในบ้านลุกขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทามเป็นอะไร”นาลันทารีบเข้าไปเขย่าตัวสั่นเทาของทาฬิดา

“นกค่ะคุณนานกยักษ์ มันจะจิกทาม”

นาลันทามองซ้ายมองขวาไม่เห็นแม้แต่เงาของนกยักษ์ที่ทาฬิดาพูดถึง

“ละเมอหรือเปล่าคะไม่เห็นมีอะไรเลย” นาลันทาว่า

“ไม่ค่ะทามเห็นมันจริงๆ ตามันดูอาฆาตทามมาก สายตาของมันเหมือนกินทามเลยค่ะคุณนา”ทาฬิดายังอยู่ในอาการหวาดกลัว หากเธอ ไม่ร้องเสียงดัง และมีนาลันทาเดินออกมาเจ้านกตัวนั้นคงจับเธอไปเป็นอาหาร มันไม่ใช่นกตัวเล็กๆเมื่อมันกางปีกออกความยาวของช่วงปีกนั้นยาวกว่ารถกระบะหนึ่งคัน ไม่สิ อาจจะเท่าๆกับรถหกล้อเลยด้วยซ้ำ

“เป็นอะไรไปทาม”โกกนทตามมาสมทบทีหลังรีบเข้าไปช่วย นาลันทาประคองทาฬิดาเข้ามาในบ้าน

“นกค่ะพี่นทมันมาอีกแล้ว” ทาฬิดาตั้งสติได้บอกกับโกกนท

“เสียงเมื่อกี้นะเหรอ”

“ค่ะพี่มันร้องดังมาก ทามก็เลยออกมาดู พอมันเห็นทาม มันบินพุ่งเข้ามาใส่เหมือนมันอยากจะกินทาม ทามก็เลยร้องลั่น ตามันแดงมากค่ะพี่ ส่องแสงได้ด้วย”

“ไปกันใหญ่แล้วน้องฉัน”

“ทามไม่ได้ล้อเล่นนะพี่นททามเห็นอย่างนั้นจริงๆ”

“เอาเถอะๆดึกแล้ว เราไปนอนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”

“ทามขอนอนกับพี่นทนะคืนนี้ทามกลัว”

“ตามใจมาๆ ไปนอนกัน” โกกนทไม่เคยเห็นทาฬิดาจะหวาดกลัวอะไรอย่างนี้มาก่อนหรือทาฬิดาจะเห็นนกยักษ์ตัวนั้นจริงๆ

“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง”เสียงดุดันนั้นทำให้ผู้ที่หมอบอยู่บนหินก้อนใหญ่ตัวสั่นเทา

“คราก่อนเจ้าทำพลาดครานี้เจ้าพลาดอีก เจ้ามิอยากมีชีพอีก ใช่ฤาไม่”

“เข้าผิดไปแล้วท่าน”

“ออกไป!!” เสียงตวาดนั้น ทำให้ทั้งถ้ำสั่นสะเทือน

ร่างที่หมอบอยู่หายไปในทันทีใบหน้าเจ้าของเสียงปรากฏความเคียดแค้นและชิงชัง

“ทาฬิเจ้าอยู่เพียงใกล้แค่เอื้อม เหตุใดข้าจึงจับต้องเจ้ามิได้ มิว่าจักเป็นกาลก่อนฤากาลนี้ เจ้ามิมีใจรักให้กับข้าเช่นนั้นรึ ข้ายอมรอเจ้า นับพันปียอมให้เจ้ากักขังข้าเอาไว้ในขุมนรกแห่งนี้ยอมเพื่อที่จักรอให้เจ้ากลับมาหาข้าอีกครา เจ้ากลับลืมเลือนอดีตไปเสียสิ้น”

ใบหน้าแห่งความเคียดแค้นชิงชังแปรเปลี่ยนเป็นหมองเศร้า ราวกับหญิงผู้นี้กำลังอยู่ในอารมณ์หม่นหมอง

เธอเฝ้ารอคนที่เธอรักให้กลับมาอยู่เคียงข้างเธอ รอเพื่อให้ ความรักของเธอเป็นไปตามที่เธอต้องการชาติภพที่เปลี่ยนไป คนเดิมที่เธอรัก จำเธอไม่ได้ ราวกับไม่มีความผูกพันใดๆกับเธอเลยสักนิด

สวรรค์ช่างโหดร้ายกับเธอยิ่งนักเมืองฟ้าไม่น่าทำกับเธอเช่นนี้ ให้เธอมากับทาฬิแต่กลับส่งจันทราติดตามมาด้วยเมืองฟ้าไม่เคยส่งให้ใครมาเพียงลำพัง และไม่เคยให้มาเป็นคู่เหตุผลขององค์มหาเทพคือ หากมีสองเสียง เมื่อเกิดการขัดแย้งองค์มหาเทพเกรงจักเกิดศึกสงครามระหว่างกัน จึงส่งให้มาพร้อมกันสามคน ให้ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็นเวียงฟ้าดินแดนแห่งแรกที่องค์มหาเทพส่งเทพีลงมาหรือที่แห่งใด เธอจึงเคียดแค้นชิงชังเมืองฟ้า โกรธเกลียดองค์มหาเทพโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จันทรา ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุสำคัญทำให้ต้องถูกจองจำโดยทาฬิ

ทั้งๆที่เธอเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการสร้างปฏิทินมายา เธอกลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากทาฬิหญิงใจแข็งเช่นเธอมอบหัวใจรักของเธอให้กับทาฬิจนหมดสิ้นไม่หลงเหลือความรักไว้ให้กับผู้ใด

ความรักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นเธอจักกำจัดจันทราให้หายไปจากเอกภพ หากทำไม่ได้ เธอจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แลจักเป็นผู้หายไปจากเอกภพแห่งนี้เอง




Create Date : 09 กันยายน 2557
Last Update : 9 กันยายน 2557 20:36:29 น. 0 comments
Counter : 119 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.