เชียงใหม่เวลา 7 โมง ครึ่ง ตอนที่ 1
มาถึงเชียงใหม่ตั้งแต่ 8 โมง เช้า ขอขอบการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่พามาส่งที่เชียงใหม่ อากาศตอนนี้สบายๆ เพราะยังไม่ร้อนมาก เข้าที่พักที่เชียงใหม่ ออคิดส์ ติดๆกับ ปางสวนแก้ว มานอนที่เวียงเชียงใหม่ 2 คืนแล้วก็จะกลับเข้าดอยสะเก็ด ( อานิสงฆ์ ) ของเพื่อน ได้ห้องพักฟรี 2 คืน

อยู่บนรถไฟมา 12-13 ชม ความแตกต่างมีอยู่เยอะมาก ใครลองมองออกไปที่สถานีรถไฟซิครับ สีหน้าทุกคนมีแต่การรอคอย สถานีรถไฟบ้านเรา ผมว่า Classic น่ะครับ คนไม่เหงา ลองอยู่สถานีรถไฟซิครับ จะรู้สึกเหงาขึ้นมาทันที ทางรถไฟยาว สุดปลายตา บนรถด่วนพิเศษ นครพิงค์-เชียงใหม่ ออกจาก ดอนเมือง ( ผมขึ้นที่ดอนเมืองครับ ) 18.57 กำหนดถึงเชียงใหม่ 07.45 การรถไฟใจดี แทบให้ผมอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง คนไทยน้อยมาก มีแต่ชาวต่างชาติ 80 % คนไทยส่วนใหญ่มีแต่ผู้สูงอายุ ยกเว้นผมน่ะครับ คนไทยหันไปขึ้นเครื่องบินมากกว่า เพราะสะดวก และรวดเร็ว บางคนคิดว่าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย เพื่อซื้อเวลา แต่สำหรับผมการที่เดินทางบนรถไฟมันทำให้ผมได้มีโอกาศทบทวนความคิดของตัวเอง และได้รู้จักตัวเองขึน และที่สำคัญ ได้ความคิดดีๆ เสมอๆ

ผมหนีไปนั่งตู้เสบียง แอบชิมเบียร์ไป 3 ขวด เพิ่งรู้ว่าดื่มเยอะแล้วจะเมาๆ เป็นการเรียนรู้ ระหว่างนั่งดื่ม ผมเหลือบไปเห็นเด็กสาวต่างชาติ 2 คนพี่น้อง กำลังมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน เดินทางมากจาก แคนนาดา ผมมารู้ที่หลังครับ เราเริ่มคุยกันบ้าง ได้ใจความว่า 2 คนนี้เพิ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อวานซืน ประมาณวันที่ 5 หรือ 6 การมาเมืองไทยครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้น เธอบอกผมว่าเธอพา พ่อ กับ แม่มาเที่ยวครับ เด็กสาวคนพี่น่าจะประมาณ 20 ส่วนคนน้อง 18 ครับ ผมก็เลยถามกลับไปว่า " ขึ้นมาเที่ยวสงกรานตร์ ที่เชียงใหม่หรือครับ " เธอตอบกลับมาว่าเธออยู่แค่ 3 วัน เธอต้องกลับ แคนนาดาแล้ว ผมก็ได้แต่พยักหน้า แต่ก็ยังถามต่อน่ะครับ แล้วถึงเชียงใหม่จะไปที่ไหน คำตอบของเธอคือ ดอยแม่เสรียง เท่าที่ผมจำได้ ดอยแม่เสรียงอยู่ที่เชียงราย คราวนี้หนุ่มไทยหน้าตาดีอย่างผม งง! เหมือนกัน แต่เธอคงดูรู้ว่าผมสงสัย เธอก็ตอบกลับมาทันที่ว่า " เรามีญาติอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ " เราสองคนเอากระดูกพ่อ กับ แม่ มาปล่อยในที่ พ่อกับแม่เราพบกัน ผมก็เลยคิดว่าน่าจะพบกันที่ ดอยแม่เสรียง ซึ่งก็เป็นตามนั้น แต่เพื่อน แม่ของสองพี่น้อง ได้พบรักกับหนุ่มไทย และใช้ชีวิตคู่ที่เชิงดอยแม่เสรียง หลาย 10 ปี เธอมาครั้งนี้เธออาจมาเป็นครั้งสุดท้ายเพราะเธอก็มีภาระต้องดูแล สีหน้าเธอเศร้ามากเวลาเธอเล่าให้ผมฟัง จบเรื่องของเธอ

ผมกลับมานอนที่ตู้ของผม พร้อมกับหิ้วความเป็นห่วง ของทั้ง 2 พี่น้องมาคิดต่อ อย่างหนึ่งที่ผมเชื่อได้เลยว่า น้อยคนนักที่จะทำได้ดีเท่า 2 คนนี้ ผมคนหนึ่งที่เสียพ่อไป แต่ผมไม่เคยมองถอยหลัง หรือ คิดถึง เรื่องของพ่อเลย คิดแต่ว่า พ่อ ทำอะไร ที่ไหน แต่! ไม่เคยแม้แต่จะลองตามหาเงาอดีตของพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่บอกว่ารักพ่อ แต่ไม่เคยทำให้รู้ว่ารักพ่อมันเป็นยังไง?



Create Date : 08 เมษายน 2553
Last Update : 8 เมษายน 2553 11:16:56 น.
Counter : 391 Pageviews.

14 comments
  
เคยคิดว่า คนที่นั่งรถ ป.2 ไปเชียงใหม่ แทนที่จะขึ้นเครื่อง .... แปลก

แต่จริงๆแ้ล้วอาจจะไม่ใช่ เพราะมีคนนั่งรถไฟไป เชียงใหม่ ด้วยเหตุผลเดียวกัน

โดย: ต้นข้าว_ต้นนั้น วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:14:55:58 น.
  
อ่านแล้วรู้สึก หายใจไม่สะดวกเหมือนจมูกตีบตัน เมก็ไม่เคยรู้ถึงอดีตของพ่อเลยค่ะ ต่อให้เคยถามแกมากเท่าไหร่ เขินอายจนตอนนี้ไม่อยู่ให้เขินอายแล้ว..
โดย: maesnake วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:15:59:25 น.
  
คิดเหมือนกันเลยค่ะ เวลานั่งรถไฟจะทำให้เราได้ทบทวนเรื่องราวและความคิดของตัวเอง
โดย: nong_paraom วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:13:16:35 น.
  
โดย: panwat วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:0:07:50 น.
  
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายที่เเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา ร่ำรวยเงินทอง
เเละมีความสุขยิ่งๆขึ้นไปทุกวันครับ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:0:14:19 น.
  
โดย: veerar วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:0:24:48 น.
  
โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:0:55:56 น.
  

สุขสันต์วันเกิด ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะค่ะ


โดย: brackleyvee วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:5:19:57 น.
  
สุขสันต์วันเกิดค่ะ...ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: nootikky วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:9:49:58 น.
  
สุขสันต์วันเกิดคะ
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

โดย: เช้าวันใหม่กับใจดวงเดิม วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:11:07:26 น.
  
โดย: Scorchio วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:14:56:53 น.
  


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:16:55:44 น.
  
โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:19:04:18 น.
  
โดย: no filling วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:20:19:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Punsavit
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความรักของเรา...เปรียบเสมือนสายลม....
ที่บางครั้งก็อบอุ่น...และบางครั้งก็หนาวเย็น...
แต่ยังดีกว่าที่ต้อง....รักกับลม