Group Blog
 
All blogs
 

พลังจากสัตว์เลี้ยง

Photobucket
สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนปลอบใจยามเหงาและยาม เศร้า มีเวลาให้เราเสมอ ดังนั้น สัตว์เลี้ยงไม่ว่าน้องหมาหรือน้องแมวจึงเปรียบเสมือน ยาประจำตัวที่จะขาดเสีย ไม่ได้...ไปดูกันเลยว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

1. สามารถช่วยปลอบโยนจิตใจ สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอม สวยหรือไม่สวย จนหรือรวย มันก็ซื่อสัตย์ต่อคุณเสมอ ความรู้สึกนี้จึงส่งผลต่อความรู้สึกของคน ดังนั้น คนที่มีสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะจิ ตใจได้รับการปลอบ โยนอยู่เสมอ และจากการศึกษาของนักจิตวิทยาและผู้ดูแลคนชราพบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยให้คนหัวเราะ ยิ้ม และ สุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ป้องกันโรคภูมิแพ้ เด็กชนบทมักไม่ค่อยเป็นโรคภูมิแพ้จากฟางหรือละอองเกส รดอกไม้ และโรคหืด ในขณะที่เด็กในเมืองที่มีน้องหมาก็ช่วยป้องกันโรคภูม ิแพ้ ยกเว้นเด็กเล็กๆ ที่เล่นกับแมวก็มีความเสี่ยงสูงกับโรคภูมิแพ้ได้

3. ดีสำหรับหัวใจ การออกไปเดินเล่นกับน้องหมาทุกวันช่วยให้ภูมิคุ้มกัน แข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดลม กล้ามเนื้อและข้อต่อ แถมยังช่วยให้ร่างกายฟิต กระฉับกระเฉง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ต้องไปพบแพทย์บ่อย ไม่มีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลต่ำ ในขณะผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงมักป่วยไปพบแพทย์มีจำนวน มากกว่า 18%

4. ช่วยให้รู้สึกสุขสงบ สัตว์เลี้ยงมีความสงบสุขตามวิถีชีวิตของมัน หากใครได้ลูบไล้น้องเหมียวก็เปรียบเสมือนกับการไล่คว ามเครียดออกจากจิตใจ ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นช้าลง ประสาทมีความสงบนานขึ้น และป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตพุ่งสูงเร็ว นอกจากนี้ ปลาสีสวยๆ ในอ่างเลี้ยงปลาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา ตามคลินิกทันตแพทย์บางแห่งในยุโรปจึงนิยมเลี้ยงปลาไว ้ปลอบใจคนไข้

5. เป็นเพื่อนยามรู้สึกกลัว ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่หายกลัวเมื่อมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น น้องหมาในห้องเรียนก็ช่วยลดความกลัวได้ นอกจากนี้ การรักษาด้วยการขี่ม้าก็ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น เพราะทำให้คนรับรู้ความเข้มแข็งของตนเอง และฝึกฝนความสามารถทางสังคม ดังนั้น สัตว์เลี้ยงจึงช่วยพัฒนาเด็กๆ นั่นคือเด็กๆ ได้เรียนรู้ความรับผิดชอบและมีประสบการณ์กับการเล่นก ับสัตว์เลี้ยง

6. ช่วยให้พบเพื่อนใหม่ๆ ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวช่วยเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้ค นได้เท่ากับน้องหมาน้อง แมว ลองเป็นเจ้าของน้องหมาน้องแมวดูสิคะ รับรองว่าคุณจะได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ และมีเพื่อนมากขึ้น




 

Create Date : 14 มกราคม 2554    
Last Update : 14 มกราคม 2554 21:51:51 น.
Counter : 217 Pageviews.  

อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข

อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข 



Photobucket
อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมีอายุยืนยาว ดังนั้นการให้อาหารแก่สุนัข ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องพิถีพิถันอยู่บ้าง

ผู้เลี้ยงหลายคนนิยมให้อาหารสำเร็จรูป เพราะสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมอาหารสดให้ยุ่งยาก เพราะกว่าจะครบถ้วนด้วยสารอาหารก็จะต้องมีทั้ง ข้าว ตับ และผัก การใช้อาหารเม็ด หรืออาหารกระป๋องดูจะง่ายและให้สารอาหารแก่สุนัขอย่างครบถ้วนมากกว่า อีกทั้งอาหารเม็ดหรืออาหารสำเร็จรูปยังทำให้อุจจาระของสุนัขแข็งเป็นก้อน ง่ายต่อการเก็บทำความสะอาดอีกด้วย

แต่ก็มีผู้เลี้ยงบางกลุ่มนิยมให้อาหารสุนัขตามแต่ความต้องการของตนเอง โดยผู้เลี้ยงเข้าใจผิดว่า สุนัขมีความต้องการ และความสามารถในการกินได้เช่นเดียวกับคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด อาหารที่คุณให้อาจย้อนกลับมาทำอันตรายถึงชีวิตแก่สุนัขแสนรักของคุณได้

อาหารต้องห้าม 3 อย่างของสุนัข ที่ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงไม่นำมาให้สุนัขกินได้แก่

1 กระดูกไก่ ปลา 
หากไม่จำเป็นคุณไม่ควรให้กระดูกไก่ ปลา ให้เจ้าสุนัขของคุณกินโดยเด็ดขาด แม้ว่าเจ้าสุนัขของคุณจะชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพียงใด เพราะ กระดูกไก่ ก้างปลา อาจแตกหักระหว่างที่สุนัขขบเคี้ยวสร้างมุมแหลม และความแหลมนี่เองอาจทิ่มแทงทำอันตรายสุนัขของคุณได้ ผู้เลี้ยงหลายคนให้เหตุผลในการให้อาหารเหล่านี้แก่สุนัขว่า ต้องการให้แคลเซียมแก่สุนัข ซึ่งความจริงแล้วผู้เลี้ยงสามารถให้เม็ดแคลเซียม หรือนมอุ่นๆแก่สุนัขแทนได้
ทั้งนี้หมายรวมถึงอาหารที่มีลักษณะเป็นของมีคมขนาดเล็กอื่นๆ เช่น ส่วนหางของกุ้ง เพื่อนของผู้เขียนเคยสูญเสียสุนัขจากกรณีดังกล่าวมาแล้ว เนื่องจากไปเที่ยวทะเลซื้ออาหารทะเลมารับประทานที่บ้าน พอเหลือก็นำมาให้สุนัขกินอย่างไม่รู้เท่าทัน ผลปรากฏว่าสุนัขกินส่วนหางของกุ้งเข้าไปติดคอเสียชีวิต

2 หัวหอมและกระเทียม 
ไม่ควรให้สุนัขรับประทานในปริมาณมาก เพราะหัวหอมและกระเทียม มีส่วนประกอบของกำมะถันอยู่มาก เพราะฉะนั้นจึงไม่เหมาะแก่การผสมในอาหารให้กับเจ้าตูบ เนื่องจากว่า สารกำมะถันนี้จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของสุนัข จะทำให้โรคโลหิตจาง และโรคเลือดไหลไม่หยุดได้

3 ช็อคโกแลต 
หลายคนเคยให้ช็อคโกแลตกับสัตว์เลี้ยงของท่าน โดยไม่รู้ว่าช็อคโกแลตเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสุนัข สาเหตุเพราะช็อคโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งชื่อว่า theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ สารพวก caffeine(ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้) สาร theobromine นี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นๆชัด คือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า adrenaline ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆอาจถึงขั้นเป็นพิษได้จะทำให้เกิด อาการ อาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้ มีรายงานในสุนัขบอกว่า ในสุนัขที่น้ำหนักไม่เกิน 5 กก. กินเข้าไปแค่ 400 มก. ก็สามารถแสดงความเป็นพิษได้ การที่สุนัขค่อนข้างจะไวต่อความเป็นพิษของ theobromine นั้นเป็นเพราะว่าร่างกายของมันไม่สามารถที่จะกำจัด theobromine ออกจากร่างกายได้รวดเร็วเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ตามปกติช็อคโกแลตที่ขายในท้องตลาด ถ้าเป็นแบบหวานจะมี theobromine อยู่ประมาณ 1.5 มก ต่อ ซีซี แต่ถ้าเป็นแบบไม่หวานจะมีประมาณ 13 มก. ต่อ ซีซี



Photobucketพวกเครื่องในก็ไม่ดีต่อสัตว์เลี้ยงเช่นกัน


ข้อมูลเพิ่มเติม

1.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดอาการได้รับสารพิษมากเกินไป เข้าขั้นโคม่าและตายได้

2.อาหารทารกสำเร็จรูป มักมีส่วนผสมของหัวหอมที่เป็นพิษกับสุนัข และถ้ากินมากๆ อาจอยู่ในภาวะขาดสารอาหารได้

3.ก้างปลา กระดูกต่างๆ อาจทำให้ติดคอหรือบาดกระเพาะอาหารเป็นแผลได้

4.ชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีนและ ช็อกโกเเลต เป็นพิษกับหัวใจและระบบประสาท

5.น้ำมันสกัดจากผลไม้ชนิดส้ม ทำให้เกิดการอาเจียน

6.องุ่นและลูกเกด ทำให้เกิดผลเสียกับไต

7.วิตามิน(ของคน)ที่มีธาตุเหล็ก ทำลายเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหารและเป็นพิษต่อตับและไต

8.ตับ(ในปริมาณมาก) ทำให้เกิดวิตามินเอเป็นพิษ ส่งผลกับกล้ามเนื้อและกระดูก

9.ถั่วแมคคาเดเมีย มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ

10.นมและผลิตภัณฑ์จากนม สุนัขส่วนใหญ่ไม่มีเอนไซม์ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวมากพอ ซึ่งจะทำให้เกิดท้องเสีย ควรใช้นมสุนัขที่ไม่มีแลคโตส

11.เห็ด เห็ดบางชนิดเป็นพิษ ส่งผลต่ออวัยวะหลายส่วน ทำให้ช๊อค และตายได้

12.หัวหอม มีสาร sulfoxides และ disulfides ซึ่งทำอันตรายต่อเม็ดเลือดแดง

13.ไข่ดิบ มีสาร Avidin ที่ลดการซึมซับไบโอติน(วิตามินบีชนิดหนึ่ง)และทำให้เกิดผลเสียต่อขนและผิวหนัง

14.ปลาดิบ ทำให้เกิดการขาดวิตามินบี Thiamine และไม่อยากอาหาร อาจทำให้ชักหรือในกรณีที่รุนแรงมาก อาจถึงตายได้

15.ของหวาน ทำให้อ้วนผิดปกติ มีปัญหาโรคในปาก เป็นเบาหวานได้

16.บุหรี่ มีสารนิโคตินที่เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารและระบบประสาท หัวใจเต้นเร็ว หมดสติ โคม่า และ ตายได้

17.อาหารแมว มีโปรตีนและไขมันมากเกินไปสำหรับสุนัข



ที่มา : ผู้จัดการ / //www.pet1009.com




 

Create Date : 14 กันยายน 2553    
Last Update : 14 กันยายน 2553 22:16:05 น.
Counter : 280 Pageviews.  

TAXI ที่รับส่งสัตว์เลี้ยง

Photobucket
PP Pet Delivery บริการของโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 08-1825-8247 รับจากบ้านมาส่งยังรพ.สัตว์เล็กจุฬาฯ บริการตั้งแต่ 7.00-19.00 น.

เพ็ท ทรานสปอร์ต เป็นบริการของโรงพยาบาลสัตว์เกษตรศาสตร์ ติดต่อได้ที่คุณธิติพันธ์ รักชาติ 0-2561-4725 หรือ 08-4452-7535 หรือ 08-6400-5990 เปิดให้บริการ 6.00-22.00 ตอนนี้มีรถให้บริการจำนวน 6 คัน อัตราค่าบริการคิดตามมิเตอร์ แต่จะมีการเก็บเพิ่มในส่วนน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง ถ้าน้ำหนักสัตว์เลี้ยงต่ำกว่า 20 กิโลกรัมจะบวกเพิ่มจากมิเตอร์ 20 บาท แต่หากน้ำหนักเกิน 40 กิโลกรัมจะบวกเพิ่มจากมิเตอร์ 40 บาท แต่ถ้าเราจะไปส่งที่โรงพยาบาลสัตว์ที่อื่นที่ไกลๆ (เช่น จุฬาฯ) ต้องเหมาเที่ยวละ 350 บาท (ถ้าจะให้มารับกลับอีกที ก็นับเป็นอีกเที่ยว)

ทองหล่อ Pet Taxi เป็นบริการของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ติดต่อโทร. 02-712-6119-20 ต่อ 111, 112 หรือ //www.thonglorpet.com เปิดให้บริการ 9.00-17.00 อัตราค่าบริการคิดตามเขตที่ไปรับ-ส่ง

คุณตึ้ง 08-9682-7048 บ้านอยู่แถวดอนเมือง ราคาลองคุยกันเอง (มีคนที่เคยใช้บริการบอกว่า คุณติ้งไม่เรียกราคา เขาเลยให้เอง)

คุณต่อ 08-6504-4269


คุณมีนะกะกาโม่ หรือ คุณศักดิ์ 08-6068-7000


คุณบี้ 08-4651-9523 ,08-9885-9090 (ติดต่อยากมาก)


ศูนย์ Taxi เลย เช่น นครชัย (0-2878-9000,0-2878-9998) เจริญเมือง แล้วแจ้ง Call Center ว่ามีน้องหมาไปด้วย ขอ Taxi ที่ยอมให้สุนัขขึ้นรถได้ อัตราค่าโดยสารคิดตามปกติบวกค่าบริการหลังมิเตอร์ 20 บาท มีบริการรับจองรถล่วงหน้า 30 วัน บริการ 24 ชั่วโมง




 

Create Date : 11 กันยายน 2553    
Last Update : 11 กันยายน 2553 22:05:25 น.
Counter : 570 Pageviews.  

มารู้เรื่อง "อึ" น้องหมาน้องแมวกันดีกว่า

Photobucket

เรื่องของ “อึ”


ที่ต้องพูดถึงอึในวันนี้เพราะอึสามารถบอกเกี่ยวกับโรคสัตว์เลี้ยงมากมาย
โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร



“อึ” ก็คือของเหลือ หรือกากที่เป็นขบวนการสุดท้ายของอาหาร
อาหารส่วนใหญ่จะถูกย่อยที่กระเพาะอาหารและ


ลำไส้เล็กส่วนต้น ๆ และจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายทางลำไส้เล็กทั้งหมด
เหลือแต่กากและอาหารบางส่วนที่หลงเหลือ


รอดจากการถูกย่อยและถูกดูดซึม
จะผ่านมาเก็บกักไว้ในลำไส้ใหญ่ ก่อนถูกขับออกจากร่างกายทางทวารหนัก



อึหมา อึแมว โดยทั่วไปลักษณะไม่ต่างกันมากนัก
เพราะทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์กินเนื้อ แต่หมาอาจะมีการกิน


พืชผักบ้าง เพราะฉะนั้นอึหมาจึงมีกากใยมากกว่าอึแมว
อึหมาจะนิ่มกว่าอึแมว อึแมวจะแห้งกว่าอึหมา ขนาดของ


อึหมาก็จะแตกต่างกันมากไปตามขนาดของตัวหมา



ลักษณะของอึนี่แหละ เป็นส่วนสำคัญในการช่วยวินิจฉัยโรคของระบบทางเดินอาหาร


อึหมาปกติ จะมีลักษณะเป็นลำ
ไม่แข็ง แต่ก็ไม่เละหรือเหลวเป็นน้ำ สีขึ้นกับอาหารที่กินเข้าไปแล้วเหลือเป็นกาก


ออกมา โดยปกติมักมีสีเหลืองน้ำตาล,
สีน้ำตาลปนเขียว กลิ่นเหม็นพอประมาณ ส่วนแมวอึจะแห้งและแข็งกว่า


หมา สีเข้มกว่าของหมา
มักมีสีเทาน้ำตาลเขียว จำนวนครั้งของการขับถ่ายคือ วันละ 1-2 ครั้ง มักเป็นช่วงหลัง


อาหาร อาการเบ่งถ่ายไม่รุนแรง



แต่ถ้าลักษณะเปลี่ยนไปจากนี้ เช่น


อึสีดำขึ้น แสดงว่าอาจมีเลือดออกในลำไส้เล็กส่วนต้น
หรืออาจกินอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก
หรือกินพวกถ่าน


หรือผงถ่านเข้าไป


อึมีเลือดปน แสดงว่ามีการอักเสบในลำไส้ส่วนท้าย ๆ ซึ่งมักมีแผลด้วย


อึออกมาเป็นเลือดสด ๆ แสดงว่ามีการอักเสบ
และเป็นแผลในลำไส้ใหญ่ หรือทวารหนัก หรือถุงก้น


อึออกมาเละ ๆ หรือเหลวเป็นน้ำ อาจมีอาการอาเจียน แสดงว่ามีการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้


อึเหลว มีการลอกหลุดของเยื่อเมือกลอกหลุด มีลักษณะช้ำเลือดปนออกมา กลิ่นเหม็นเน่า เป็นการอักเสบ


รุนแรงของลำไส้ มักเกิดในรายติดเชื้อไวรัสพวกพาร์โวไวรัส
หรือโคโรน่าไวรัส เป็นต้น


อึเป็นมูก หรือมูกเลือด มักเกิดการอักเสบที่ลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้ตรง หรือทวารหนัก ซึ่งอาจมีสาเหตุจากเชื้อ


แบคทีเรีย หรือเชื้อบิด


อึเป็นเลือดสด ๆ และมีอาการเบ่งมาก ๆ แสดงว่ามีปัญหาที่ลำไส้ตรง หรือทวารหนัก อาจเกิดจากวัตถุแปลก


ปลอม พวกกระดูกไก่ เศษไม้
เศษลวด หรือเกิดการอักเสบของถุงก้น


อึเหลว เป็นไข ๆ สีเทา ๆ มีอาหารและเศษอาหารที่ยังไม่ย่อยปนออกมา แสดงว่าอาจมีปัญหาที่ตับอ่อน


อึแข็งถึงแข็งมาก มีอาการเบ่งถ่ายบ่อยและรุนแรงมากขึ้น แสดงว่ามีอาการท้องผูก ซึ่งอาจมีผลมาจากนิสัยขี้


หงุดหงิดของหมาแมว ความเครียด
ผิดสถานที่ มีการบาดเจ็บที่ลำตัว หรือขาหลัง เป็นต้น



เพราะฉะนั้น เวลาน้องหมาน้องแมวของเรากำลังอึ
ก็อย่าทำเมินนะคะ ต้องหมั่นสังเกตุด้วย ว่ามีอะไรผิดปกติหรือ


ไม่ เพราะโรคบางโรคหากรู้ช้าไป
ก็อาจจะรักษาได้ยาก หรือรักษาไม่หาย น้องหมาน้องแมวก็ต้องทนทรมานไป ไม่


รู้จะบอกคุณเจ้าของยังไง
เพราะจะอึทีไรเจ้านายก็ไม่สนใจ อย่างนี้ก็เรียกว่ายังดูแลไม่ทั่วถึงนะคะ








Free TextEditor

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารสื่อรักสัตว์เลี้ยง




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2553 0:24:35 น.
Counter : 9900 Pageviews.  

เทคนิคเเก้เมาเมื่อหิ้วเจ้าตูบออกเดินทาง

Photobucket

ทำไมต้อง “เมา”

คำตอบก็คือ การเคลื่อนไหวของยานพาหนะนั้นรบกวนอวัยวะภายในหูชั้นใน (vestibular apparatus)
เมื่ออวัยวะดังกล่าวถูกกระตุ้น ผลก็คือเจ้าตูบของคุณจะเกิดอาการวิงเวียนหน้ามืด
ฉะนั้นหากเจ้าตูบของคุณมีประวัติคลื่นเหียนวิงเวียนเมื่อเดินทางล่ะก็
ก่อนจะออกเที่ยวครั้งต่อไป คุณจะต้องเตรียมการแก้ไขไว้ให้ดีๆ
ไม่อย่างนั้นทริปในฝันของคุณ อาจกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้าย
สำหรับเขา คุณเองนั่นแหละที่จะลำบาก

บรรเทาอาการ “เมา” อย่างไรดี

โดยทั่วไปแล้วเราสามารถแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทางให้คำนึงถึงเจ้าตูบมากยิ่งขึ้น
หากขับรถเร็วแล้วมีอาการล่ะก็ ลองลดความเร็วลงสิ เจ้าตูบจะค่อยๆปรับตัวได้ในที่สุด
ทั้งนี้หากคุณอยากเป็นมืออาชีพในการเดินทางกับเจ้าตูบล่ะก็ ลองหยุดพักให้บ่อยขึ้นดูสิ
แต่เดิมเคยหยุดเฉพาะเมื่อต้องเข้าทำธุระในปั๊มก็เปลี่ยนมาแวะกินลมชมวิวข้างทางบ้าง
จะได้ปล่อยเขาลงรถเดินยืดเส้นยืดสาย เป็นการผ่อนคลายไปในตัว
เคล็ดลับอีกประการหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆก็คือ การลดกระจกรถลงบางส่วน
เจ้าตูบจะได้ยื่นหน้าออกไปรับลมธรรมชาติได้เป็นพักๆ
ช่วยให้เขาได้รู้ว่ายานพาหนะ ที่นั่งอยู่เนี่ยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

วิธีแก้ไขอาการเมาด้วยยา

หลายท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างว่าการใช้ยาสามารถช่วยแก้บรรเทาอาการเมาได้
ไม่ผิดหรอกค่ะ ตัวยา 3 ชนิดนี้ diphenhydramine (Benadryl) meclizine
(Bonine) และ dimenhydrinate (Dramamine) สามารถช่วยได้จริงๆ
แต่หากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ สัตวแพทย์เองก็ไม่แนะนำให้ใช้

ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจ คิดให้ละเอียดก่อน จึงเป็นการดีที่สุด
เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง เราจึงรวบรวมข้อดีและข้อเสียของการใช้ยา
ไว้เป็นตัวเลือกในการพิจารณา ดังนี้

• ข้อดี สรรพคุณ ของยาเหล่านี้ช่วยทำให้เจ้าตูบสงบและคลายความวิตกกังวล
อย่างเห็นผลทันใจ บ่อยครั้งยาประเภทนี้ ถูกนำมาใช้ในการบรรเทาอาการตื่นเต้นตกใจ
เกิดเหตุเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง พลุไฟ เพราะช่วยลดความหวาดกลัวได้
ฉะนั้นเมื่อถึงสถานการณ์จำเป็น อย่างเช่น ต้องถูกขังในกรงแคบๆในห้องมืดเพียงตัวเดียว
โดดเดี่ยวเดียวดายในห้องสัมภาระ เครื่องบิน การใช้ยาจะช่วยลดอาการตื่นเต้นตกใจเกินเหตุ
ที่อาจก่อให้เกิดการทำร้ายตัวเองได้เป็นอย่างดี

• ข้อเสีย ในบางสถานการณ์วิธีใช้ยาอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
จริงอยู่ที่ว่าเจ้าตูบต้องอยู่ตัวเดียวในห้องสัมภาระแคบๆ
แต่อย่าลืมนะว่า คุณไม่สามารถเดินไปตรวจสอบความผิดปกติเขาได้ง่ายๆ
การใช้ยาช่วยกล่อม อาจทำให้เขาวูบหลับไป ไม่ทำร้ายตัวเอง
แต่หากมีอันตรายภายนอกล่ะ ใครจะรับประกันได้

ผลเสียที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้ยาทุกประเภท ย่อมมีผลข้างเคียง
ยาบรรเทาอาการเมาส่งผลร้ายต่อความดันเลือด
เพราะเมื่อรับยาดังกล่าวเข้าไปแล้ว ระดับความดันโลหิตจะลดต่ำลง
ส่งผลให้เจ้าตูบเกิดอาการหนาวสั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อผนวกเข้ากับสภาพแวดล้อมในห้องเก็บสัมภาระที่เย็นอยู่แล้ว
จะกระตุ้นให้เขาเกิดภาวะร่างกายหนาวสั่นผิดปกติ (hypothermia)
เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ง่ายๆ

ในเมื่อผลดีผลเสียคู่ขนานกันซะขนาดนี้
เราขอให้คุณพิจารณาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจใช้ยานะคะ
ลองถามตัวเองก่อนไหมว่าจำเป็นขนาดไหนที่จะต้องพาเขาขึ้นเครื่องบิน
หรือเดินทางเป็นเวลานานเพื่อไปเที่ยว

หากผลร้ายมีมากกว่า การปล่อยให้เขาอยู่บ้านอาจปลอดภัยกว่าก็ได้นะ

ชุดอุปกรณ์แก้ “เมา” ก่อน การเดินทางทุกครั้ง

คุณมักจะเตรียมของส่วนตัวต่างๆมากมายใส่กระเป๋า
เจ้าตูบเองก็คงอยากจัดของจำเป็นเหมือนกันแต่ทำไม่ได้
คุณจึงต้องเป็นคนทำหน้าที่นี้แทนเขา
ตามรายการแนะนำของเราต่อไปนี้

1. สำลี / สำลีชนิดมีก้าน / ผ้าก็อซ
2. เทปสำหรับทำแผล
3. ยาห้ามเลือด
4. ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์สำหรับล้างแผล
5. สายรัดปาก
6. กรรไกรเล็ก
7. สายจูงสำรอง
8. กรรไกรตัดเล็บ
9. ปรอทวัดอุณหภูมิ
10. ถุงมือ
11. ยาประจำตัวน้องหมา
12. ถุงพลาสติก

เมื่อ จัดเตรียมได้ครบทั้งหมดแล้ว นำใส่กระเป๋าหรือกล่องพลาสติก
รวบรวมทุกสิ่งไว้ที่เดียวกัน ติดฉลากกันลืมให้เรียบร้อย
ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ “อย่าลืมไว้ที่บ้านเป็นอันขาด”

สุดท้ายนี้เราขออวยพรให้คุณผู้อ่านและเจ้าตูบคู่ใจมีทริปสุดประทับใจร่วมกันค่ะ...

เเหล่งที่มาของบทความจาก นิตยสารเพ็ทเเมเนีย




 

Create Date : 21 เมษายน 2553    
Last Update : 21 เมษายน 2553 19:27:28 น.
Counter : 130 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
Pet Corner
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Pet Corner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.