ฝรั่งเศสตอน 5 วันกลับ ไอเฟล นั่งเรือ ลูฟ










วันที่7 ของการเดินทาง (วันที่ 6 พค 54) วันกลับ



เรโนล์ จอดหน้าโรงแรมวันก่อนถ่ายข้างหลังแล้ว สวยมาก บ้านเราไม่มียี่ห้อนี้มานานแล้ว



ระหว่างทางไปไอเฟล ตอนเช้า



ไอเฟลนี้สร้างสำหรับ Universal Exhibition ปี 1889 ตั้งใจจะใช้ชั่วคราว แต่ก็อย่างที่เห็น



อาคารข้างหน้าไอเฟล



เดินไปไอเฟล สุดที่แม่นํ้าแซน เราเลี้ยวซ้ายกันเพื่อไปขึ้นเรือ







ระหว่างเดินมีถ่ายรูปตลอดทาง






เดินมาถึงสะพานเหล็กแล้ว



พาโนรามา



บนเกาะเราก็ยังถ่าย



ขึ้นเรือแล้ว 



เรือหลายแบบ ต่างจากที่เรานั่ง มีอย่างนั่งได้ 500 บ้าง 1000 บ้าง






notre dame นอทเตรอดาม ดังมาก นั่งเรือเลยตรงนี้ไปนิดก็จะยูเทอนทางซ้ายวิ่งกลับไปหาไอเฟล


พาโนรามาบนเรือ



ใต้สะพาน คงจะระหว่างบูรณะ


พอลอดสะพานเด็กๆกลุ่มนี้ก็จะส่งเสียงร้องกรี๊ดดด..สนุกกัน เราจะถ่าย clip คุณครูก็ห้าม



พิพิธภัณท์ musee d'orsay, collection of impressionist and post-impressionist masterpieces (the largest in the world) by such painters such as Monet, Manet, Degas, Renoir, Cézanne, Seurat, Sisley, Gauguin and Van Gogh



Grand palais เห็นไกลๆ สร้างขึ้นสำหรับ World Exhibition ในปี 1900 ตั้งใจจะใช้ชั่วคราว แต่เจ้าเหล็กและแก้วนี้ก็อยู่มาใช้งานแสดงExhibitionใหญ่ๆส่วนแวซาย ไม่ได้ไปอยู่ห่างไป 20 กว่า กม


assemblee nationale สภาล่าง





ขึ้นจากเรือ กินกลางวันอาหารญี่ปุ่น อยู่หลัง Benlux ใกล้ลูฟ



ข้าวแกงมัสหมั่น



ชามเบ้อเริ่ม กินพอสำหรับ 2 คน เราแยกไปลูฟคนเดียวทิ้งคณะไว้ shop อาหารคงเหลือมาก



ไปลูฟทางใต้ดินจาก Benlux ข้างหน้าเป็นปิรามิดหัวกลับ



ปิรามิดใสๆหัวกลับ เลี้ยวซ้ายข้างหน้าเข้าพิพิธภัณฑ์



ถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟล็ช ที่เป็นแกลอรี่จะไม่ให้ถ่ายเลย แต่ก็เห็นทำผิดกฏกันมากมาย



พบโดยบังเอิญ เทพีวีนัส



เดินหาโมนาลิซ่า



เจอแล้ว



พาโนรามาในห้องแสดง



รูปนี้อยู่ตรงข้ามโมนาลิซ่า



รูปนี้คุ้นๆ



ต่อคิวที่สนามบินเพื่อแสตมป์ว่านำสินค้าลดภาษีออกนอกประเทศสัก 20 นาที ใบสีชมพูจะใส่ซองทิ้งส่งไปรษณีย์ ถ้าไม่ทำจะถูก claim จาก credt card ที่รูดให้เขาไว้ที่ร้านค้า



First class lounge ไม่มีอะไรมาก กินมาม่ากัน



พาโนรามา



มีก้ามปูขนาดใหญ่เนื้อแน่น






ใช้ timer






ถึงบ้านแล้ว ลงเครื่องมีรถกอล์ฟมารับ มีเจ้าหน้าที่มาดูแลจนถึงรถที่มารับภายนอกสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นอันจบการเดินทาง

คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมดของวันที่ 7 (6 May 11)




Create Date : 12 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 20:22:01 น.
Counter : 534 Pageviews.

2 comment
ฝรั่งเศสตอน 4 วันที่ 5 และ 6 มาร์เซลถึงปารีส








จาก Marseille ไปปารีส และที่ปารีส

ระหว่างทางตอนเช้าเดินทางจากโรงแรมโซฟิเทล Marseilli ไปสถานีรถไฟเพื่อไปปารีส , ซึ่งใช้เวลาเดินทางสัก 20 นาที


หน้าสถานี




ภายในเก่า แบบๆ หัวลำโพง แถมมีกลิ่นฉี่ ลอยมา



TGV ที่ขึ้น ถ่ายหัวไม่ทัน เป็นรถ 2 ชั้น ระยะทางราว 800 กม ความเร็วเฉลี่ยราว 270 กม.ต่อชม.



ภายใน 1st class



มีไฟ 220 V ใช้



หน้าสถานีที่ Paris



ป้ายสถานี Gare de Lyon ที่ปารีส แต่ชื่อสถานีกลับทำให้งงไปชื่อ สถานี LYON ซึ่งเป็นชื่อเมืองลีออง



หมาน่ารักเค้าจะเดินข้ามแล้วลังเลๆ กลับไป กลับมาสุดท้ายก็มาข้ามถนนกันคน ไม่รู้เจ้าของหรือเปล่า ถ่ายได้พอดี พอเอาไปCampaignข้ามทางม้าลายได้



แถวๆลูฟ นี่ก็น่ารัก ซูม+snapshot จากรถที่นั่ง



ร้านที่ซื้อกระเป๋าข้างๆลูฟ คนไทยมามาก คนขายและเก็บเงินก็เป็นคนไทย



Macฯ ก็มีบ้าง



ดื่มริมถนนคอยรถมารับ หลัง shop ได้ Longchamp กันคนละถุงห้าถุง


เห็นไอเฟลแล้ว



เห็นเสาหินแล้ว



แท่งหินนี้เป็นของอิยิปต์ 



ประตูชัยอยู่ไกลๆ เลยไปหน่อยเลี้ยวขวาก็โรงแรมคอนคอร์ดลาฟาแย๊ดที่เราพักกัน



หน้าร้านที่กินอยู่ลึกจากหน้าถนนชองอลีเซ่สัก 30 ม.



ร้านนี้มีคนไทยหลายโต๊ะ เจ้าของเวียตนามเคยมาอยู่ไทย2 ปี พูดไทยพอได้


อาหาร ผ้ดกระเพรา ไข่เจียว ข้าวผัด แล้วก็ราวจะเป็นเป็ด กะหมู อะไรอีก2จาน อร่อยที่สุดในการเดินทาง วันรุ่งขึ้นก็มา กินซุบเสฉวนอร่อยมาก



ร้านหลุยส์ ถนนชองอลีเซ่


คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมดของวันที่ 5 (4 May 11)



สายขึ้นมานิดจากหน้าต่างห้อง โรงแรม Concorde La Fayette ห้อง 2022



ผนังหน้าลิฟท์ถ่ายมาทำ wallpaper



ก่อสร้างรางรถไฟ



ระหว่างทางไปเยี่ยมว่าที่ partner



ผ่าน EDF partner EGCO invest ในโครงการ Nam Theun 2



นก นก นก



แดดร้อนเชียววันนี้ แต่พวกฝรั่งก็เห็นนั้นตากแดด ไม่กลัวอย่างคนไทยเรา น่าแปลก



ลูฟ Musium


แทบทุกรูป snapshot ถ่ายอย่างรวดเร็วจากรถที่นั่งซึ่งวิ่งไปเรื่อยๆ ขอบคุณ Sonyในคุณภาพที่ดี



เดิมจะนั่งรถ2ชั้นพรุ่งนี้เห็นแดดแล้วพร้อมใจกันยกเลิกความคิด



หน้าร้านอาหารจีน อร่อยทีเดียว ตึกนี้หลายคนไม่ชอบ แต่เราชอบ



ซ้ายมือคือร้านอาหารจีนที่ว่า



พาโนรามาหน้าร้าน ขณะรอ



หน้าร้าน



โชคดีมาก บอกมาว่าสงสัยต้องเข้าคิว แต่โชคดีแค่คอยสัก 15 นาที ได้ถ่ายรูป คุยกัน หลังจากรถติดนานตั้งชม.ครึ่งทั้งที่ก็ดูไม่ไกลนัก



นั่งห้องใต้ดิน เพดานสีขาวทำเท่ๆ



หิวเลยลืมถ่าย มีหมูย่าง หมูกรอบ เป็ด ปลานึ่ง ผัดผัก อร่อย



เดิมเขาจะจองโรงแรมนี้ แต่เต็ม



คนขับเป็นผู้หญิงแก่อารมณ์ไม่ค่อยดี แล้วก็ไปถูกปรับตั้ง 370 ยูโรมา ลองคูณ 42 ดู



บองมาเช่ มาเสียตังซื้อกระเป๋า Brand ดังกันสักครึ่งล้านมั้ง



ตึกนี้แหละซื้อกันเยอะแยะ เราก็พลอยซื้อตามเขามาให้เป็นของฝากด้วย



โรงแรมนี้แหละเกือบมานอนแล้ว



ข้างในร้านตกแต่งสวยมาก มีกระเป๋าใบละ 2 ล้าน แต่ไม่ได้ดู




เป็นชาติหัวศิลป์ มีอะไรๆสวยๆมาก




รถน่ารัก


คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมดของวันที่ 6 (5 May 11)

คลิกดูตอนที่ 5 วันกลับ



Create Date : 10 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 20:23:30 น.
Counter : 666 Pageviews.

1 comment
ตอนใต้ฝรั่งเศส ตอน 3 วันที่ 4 มรดกโลก 2 แห่ง ที่พลาดไม่ได้






หน้าโรงแรมโซฟิเทลจะเริ่มเดินทางไป Avignon อาวียอง


สะพานขาด ค่าเข้าตั้ง5-6 ยูโร พอดีไม่มีเวลาเข้า


เข้ามาภายในกำแพง โป๊ปในยุคกลางขัดแย้งกับกษัตริย์ หนีมาอยู่ที่นี่นานถึง 7 โป๊ป ใหญ่โตมากเป็นเมืองเล็กๆเลย


เห็นจั็กจั่น ทั่วไป


ลานกว้างขวางด้านหน้าวัง



ประตูปิดอยู่


มรดกโลก


ทาหน้าด้วยสี นั่งนิ่ง...


รถชูชู คนขับไปกินข้าว รอไม่ไหวเลยอดนั่งชมทั่วบริเวณ เห็นsculptureข้างหลังน่าจะประชดชีวิตหรือเปล่า เขาสะกดโป๊ป pape ออกเสียง ป๊าป


นั่งชมความสวยงาม


สวยจัง ขนมานิดหน่อย แต่จาก สะพานนํ้า ไม่ใช่ที่นี่


รอเดินทางต่อไปสะพานนํ้า


ระหว่างทางไปสะพานนํ้า Pont du Gard


มรดกโลก


สร้างโดยโรมัน จะเอานํ้าไปจ่ายเป็นประปาเมือง Nimes (เนมส์) ระยะทาง รวม 50 กม. แต่ที่เหลืออยู่นี้ไม่มากเป็นส่วนที่ได้รับการดูแล คงเป็นเพราะยังใช้ข้ามแม่นํ้า Gard แม้ว่าการลำเลียงนํ้าจะใช้ไม่ได้มานานแล้วหลังล่มสลายอาณาจักร์โรมัน ข้างโน้นไปเมืองเนมส์


แม่นํ้า Gard, ประเทศนี่มีคนมาชมปีละเป็นสิบๆล้านคน ที่นี่เป็น 1 ใน 5 สิ่งที่ต้องมาชม


อยู่ด้านเนมส์แล้ว


chanel ช่องทางนํ้าไหล อยู่บนสุด chanel กว้าง 1.2 ม. สูงหรือลึก 1.8 ม.


เด็กๆมากมาย มีคงเป็นคุณครูพามา


กังหันลมผลิตไฟฟ้า ระหว่างทางไปชมปราสาท หรือ ค่ายทหาร (Fort) 2000 ปี ที่ๆ เดิมเมื่อวานก็ไปคือ Les Boux


ดอกอะรูมิไร้ ที่จอดรถบัสส่งพวกเราเดินขึ้นเขา


ระบบกันดินพังทำเป็นตะแกรงเหล็กรูปสี่เหลี่ยม ใส่หินข้างใน


ซูมดูจุดที่จะขึ้น ถ้าตาเปล่าจะดูสูงขึ้นไปกว่านี้มาก  คนทั้งหมดยกเว้นสองคน ไม่ขึ้นไปข้างบน


ภาพเสก็ตช์ ป้อมบนเขานี้ในสมัยที่ยังสมบูรณ์ ก่อนถูกคาร์ดินัลสั่งทุบ



ร้านในส่วนหน้าก่อนถึงจุดที่ต้องเสียเงินซื้อตั๋ว


เพดานห้องขายตั๋ว ถึงจุดนี้เป็นต้นไปต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ราวคนละ 9 ยูโร


ลานข้างบน


เครื่องยิงหิน ฯลฯ ใส่ศัตรู


มองจากหน้าผาไปได้ไกลๆ


มองลงไปข้างล่างได้ไกลมาก จึงเป็นยุทธภูมิที่ดี


ท่อนซุงแขวนด้วยโซ่ ไว้กระทุ้งพังประตูเมือง คงเพียงตั้งแสดง เพราะบนนี้คงไม่ได้มีโอกาสใช้


ทางไปสู่จุดหมาย


จุดหมาย


ใกล้เป้าหมายเข้ามาไม่เหนื่อยอย่างที่คิด


ถึงจุดหมายแรก


ถึงยอดสูงสุดถ่ายลงไปยังจุดหมายที่หนึ่ง


จุดสูงสุดที่อนุญาตให้ขึ้น


สวยมาก เมื่อมองลงมา


รถบัสของเรา ใครกลัวความสูงจะมีปัญหา


ห้องขัง


ขุดเขาเป็นห้องเลย


ภาพวาด ข้างบนนี้ปลูกพืชผัก คงเตรียมให้อยู่ได้ยามสงคราม


ลงมาจากเขาพร้อมทั้งคณะแวะชม resort พักหนึ่ง




อาหารเย็นที่เดิม


ตับบด



คลิกดูรูปทั้งหมดของวันที่สี่ (3 May 11) ของการเดินทาง


คลิกดูตอน 4




Create Date : 08 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 20:27:16 น.
Counter : 1906 Pageviews.

2 comment
ตอนใต้ของฝรั่งเศส ตอน 2 วันที่ 3 บ้านนอสตราดามุส, แวนโก๊ะ


วันที่สามไป aix en provence, Saint Remy,Les Beaux De Provence



ระหว่างทางไปเอ็กซองโพรวองซ์ เพื่อเยี่ยม potential partner



สวยที่สุด ข้างหลังเป็นเขา หน้าเป็นนํ้า สง่างาม ฮวงจุ้ยดีมาก ด้านหน้าเป็นต้นซิกขะมัว ใบคล้ายเมเปิ้ล ต้นคล้ายยูคาฯหรือพวกฝรั่ง แต่ใหญ่กว่ามาก เฉลยภายหลังว่าปราสาทนี้สร้างมา 300 ปีแล้ว! กสิกรที่เป็นเจ้าของราว300 ปีมาแล้วนั้นไปรวยที่ เวสท์อินดิส แล้วมาสร้างปราสาทนี้



เห็นแนวเขาขวางทางที่จะเอานํ้าทางเหนือมาใช้ทางด้านใต้ที่แล้งนํ้าจืดหลายเดือนหลัง พค.  ต้องขุดอุโมงค์นํ้า(แกลลอรี่)มากมาย เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 ม. เขามี Galeries & aqueducts รวมถึง 143 กม.คลอง 68 กม. ท่อโต50 ซม.ขึ้นไปอีก 594 กม. รวมระบบส่งนํ้าทั้งหมด 805 กม.



ภายในอาคารเล็กด้านหน้าที่เก่าแก่กว่าอาคารใหญ่อีก สวยมากๆ แบบดิบๆ



โม่กลิ้งบดมะกอกในอาคารเล็กนี้ หลังจากตรงนี้ก็เอาไปบีบกรองเอานํ้ามัน ของนี้โบราณมาก



เครื่องบีบกรองเอานํ้ามัน



มองจากปราสาทออกมาเขาชักธงไทยให้คณะเราด้วย



เมือง Saint Remy เมืองนอสตราดามุส กับ วินเซนต์ แวนโก๊ะ



สวย



ผ้าปูโต๊ะสวยๆนั้นผืนละราวพันบาท



บ้านศิลปิน เขามาเช่าและเป็นร้านที่แวนโก๊ะเคยมาซื้อเครื่องอุปกรณ์วาดรูป ผนังแนว rustic คืดเก่าหยาบๆ เป็นสนิม ทำนองนั้น บ้านเราก็เอามาใช้ตาม resort รูปสีนํ้าสวยมากต้นฉบับราว 2-30,000 บาท ฉบับพิมพ์ก็ 3-500 บาท 



โบสถ์



กำลังเข้าไปบ้านนอสตราฯแล้ว บ้านเขาอยู่ตรอกทางขวามือ



เลขที่ 6 นี่แหละบ้านนอสตาดามุส เขาได้รับการศึกษาที่ดี เรียนแบบๆหมอ และดาราศาสตร์ ราว 500 ปีมาแล้ว เขาเข้าออกทางประตูนี้แหละ



ความที่ชาวฝรั่งเศษหัวศิลป์กัน รถก็สวยๆ ฉีกแนว เป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนรถญี่ปุ่นที่แบบรถเหมือนๆลอกกัน


อะไรก็นอสตราฯ ตายไปนานมากแล้วก็ยังทำรายได้ให้คนของเขา



ไกลๆคือ Les Beaux De Provence ดูป้อม เมืองบนเขา ห็นว่า2000ปีแล้ว เช็คอีกทีนะ จะไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านที่ว่าอร่อยมาก



ซูมมองจากร้านอาหาร(และโรงแรม)


โรงแรม 10 ห้อง คืนละ 170-500 ยูโร


กุหลาบเขาดอกโต ออกดอกมากมาย คงไม่มีศัตรูพืชแบบที่เอามาปลูกบ้านเรา


นั่งเล่นดื่มไวน์รอเข้าข้างใน (แก้วละ 20 ยูโร แกล้มรู้สึกว่า 5-6 ยูโรต่อคนจากบิล)


เข้ามาข้างในสร้างตั้งแต่ 16XX แล้ว สวยงามมาก


ปี 29, 45, 59, 61, 75 รวม 5 ขวด  เช็คบิลไปเป็นxแสนสำหรับ 17 คน กรรมการท่านหนึ่งเป็นคนเลี้ยง


คลิกดูรูปทั้งหมดของวันที่สาม (2 May 11) ของการเดินทาง



คลิกดูตอนที่ 3




Create Date : 08 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 20:31:27 น.
Counter : 639 Pageviews.

4 comment
ตอนใต้ฝรั่งเศสและปารีส ตอน 1, วันแรกและวันที่2ของทริป 30 เมษ - 6 พค. 54 นอทเทอดามแห่งมาร์เซย



ไปภาคใต้ของฝรั่งเศส และปารีส ตอนที่1 ภาคใต้


เดินทางโดยการบินไทย


มาร์เซย(Marseille) ยามเช้าถ่ายจากห้องอาหารโรงแรมโซฟิเทลที่อยุ่กัน 4 คืน ไกลๆคือ Cathedrale (โบสถ์ใหญ่)


เดินจากโรงแรมชมเมือง เห็นเป็นช่องทางที่เรือเข้ามาจอด



รถชูชูสำหรับพานักท่องเที่ยววิ่งชมของข้างทางขึ้นไปชมวิหารนอเตรอดาม


Notredame de la Garde โบสถ์ นอเตรอดามแห่งเมืองมารเซย



ภายในวิหาร



ถ่ายเมืองอันสวยงามจากหน้าวิหาร เห็นทะเลเมดิเตอเรเนียน
คลิกดูรูปทั้งหมดของวันแรกของการเดินทาง



เช้าเดินทางไปเมืองอองตีบ (Antibes)



วันนี้ไปแถวๆ A คืออองตีป กลาส (คานส์อยู่ใกล้ๆแต่ไม่ได้ไป นีสก็ไปไม่ถึง)

ปราสาท ถ่ายซูมเข้ามา

คนไทยร้อนแดดกัน แต่พวกฝรั่งนั่งตากแดดกันเฉย ในตัวเมืองอองตีป


กินChocolate โคน อันละ 2.5 ยูโร หลังจากซื้อผ้าปูโต๊ะไป 1 ผืน ร้านทางขวามือ

หน้าภัตตาคาร 2 ดาวมิชลินและโรงแรม(5 ดาว) La Bastide Saint Antoine รถบรรดาลูกค้า ที่กินกลางวันกัน



ภายในภัตตาคาร La Bastide Saint Antoine


Gallop เนื้อนุ่ม อร่อยมาก มีไข่นกกระทาด้วย


Jacques Chibois เป็นเชฟที่มีชื่อเสียงมาก ออกรายการ Discovery บ่อย ได้รับรางวัลมากมาย


ของสวยๆมีมาก


บ่ายหลังอาหารกลางวันไปเมือง Grasse โดยเฉพาะที่โรงงานของ Fragonard ร้านดังขายหัวนํ้าหอมให้โรงงาน brand ดังต่างๆ เล่าว่าผลิตหัวนํ้าหอมให้เจ้าต่างๆถึง 80% ของโลก (เช็คอีกครั้ง)



วัตถุดิบมาจากส่วนต่างๆของโลก เมืองไทยก็ดอกแก้ว



ที่ๆซื้อนํ้าหอมให้คุณเยาวลักษณ์



เดินทางต่อ เห็นเซนต์ปอลเดอวอง (St. Paul de Vence) อยู่ข้างหน้าแล้ว



บนเขา จอดรถแล้วเดินสัก 20 นาทีจึงมาถึงเมืองบนเขานี้


เมืองหนาวดอกไม้ดอกโตๆ ไม่ค่อยมีศัตรูพืช สวยงามทั่วไป



บรรยากาศข้างบน เต็มไปด้วยตรอกเช่นนี้ทั่วไปหมด ส่วนล่างๆตรงทางเข้าเมืองก็เป็นร้านค้าขายของนักท่องเที่ยว



ที่เมืองสวยงามนี้มีร้านขายของที่ระลึกนักท่องเที่ยวหลายแห่ง ขนาดตั้งใจไม่ซื้อก็อดใจไม่ได้ ดูของเขานานๆเขามาต้อนรับ ก็เลยซื้อนาฬิกามา1เรือน ตั้งราว 50 ยูโร


กลับ ดูหน้าตาของ เขา เป็นอย่างนี้หน้าอย่างนี้เสียแทบทั้งหมด เวลากลับนั้นเวลาคํ่าแล้ว แต่จะมืดนั้นต้อง 3 ทุ่มขึ้นไป


คลิกดูรูปทั้งหมดของวันที่สอง (1 May 11) ของการเดินทาง


คลิกดูตอนที่ 2 ต่อไป




Create Date : 08 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 20:33:15 น.
Counter : 641 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

permsak.rat
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



All Blog