ขึ้นดอยอินทนนท์ กับหลวงพ่อวิริยังค์ พร้อมเล่าเป็น diary การปฏิบัติธรรม


ภรรยาและลูกขึ้นดอยอินทนนท์กับหลวงพ่อวิริยังค์ พร้อมสานุศิษย์ไทยฝรั่ง 1200 คน ในหลักสูตร ครูสมาธิ ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ

24 มีค 54 เริ่มต้นขึ้นดอยที่นํ้าตกแม่กลาง วัดเจติยาราม เห็นพื้นเป็นคล้ายๆเกสร ปุยฝ้าย สีขาวเต็มไปหมด Smiley ในขณะที่พาท่านร่วมไปกับคณะก็จะเล่าเป็น diary การปฎิบัติธรรมของผมและครอบครัว เชิญไปด้วยกันทั้งหมดครับ

สุขาที่จัดเตรียมไว้ระหว่างทาง Smiley เริ่มที่ลูกชายที่กำลังรอเปลี่ยนคณะและมหาวิทยาลัยอยากบวช ตรงนี้มีเกร็ดถ้ามีเวลาค่อยเล่าครับ


เดินทางต่อในวันที่สอง 25 มีค.54 Smiley
ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จำได้ว่าตอนน้องชายจะบวชนั้นหาวัดยากมากๆ
จึงปรึกษาเจ้านายพี่รัษฎา ซึ่งจำสายตาบอกความหนักใจของท่านได้
แต่ท่านกว้างขวางรู้จักพระอาจารย์หลายท่านคงพอจะช่วยเราได้ เราคิด

Smiley
ก็ได้บวชครับ ที่วัดภูทอก จังหวัดหนองคาย ท่านบอกว่าคุณโชคดีนะ
ปรกติอาจารย์แยงท่านไม่รับใครง่ายๆ วัดนี้พระอาจารย์จวน
ลูกศิษย์อาจารย์มั่นเป็นผู้สร้าง
กฟผ(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ)มีส่วนช่วยในการก่อสร้าง
และช่วงนั้นเจ้านายผมทำงานที่นั่นร่วมอยู่ด้วย


สายนํ้าที่ใช้อาบ ใกล้ที่พักคืนที่สอง Smiley
ไปอยู่เป็นผ้าขาวสัก 3 สัปดาห์
วันแล้วก็ได้บวชโดยท่านอาจารย์ทองพูนซึ่งเป็นพระเถระอาวุโสมาก
การบวชวัดป่าเช่นนี้กิจวัตรจะเข้มมาก ลูกเคยแต่สบาย
ไปอยู่เ้ท้าแตกเลือดไหล เดินลำบากมาก เป้นต้น
ลูกบวชไม่นับช่วงผ้าขาวราวครึ่งเดือน

บริเวณที่สวดมนต์ ทำสมาธิ ไม่ใช้ flash Smiley
ที่ว่าลูกบวชได้บุญ พ่อแม่ได้เกาะชายผ้าเหลืองนั้น เป็นความจริงครับ
ก่อนหน้านั้นครอบคัวก็ตักบาตรบ้างเป็นครั้งคราว อ่านหนังสือธรรมะบ้าง
ผมเองเคยหัดนั่งสมาธิเองกับน้องแต่พอรู้สึกว่าไม่คืบหน้าก็เลิกไป
นั่นคือมากที่สุดที่เราเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา
เราตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ลูกต้องเตือนด้วยซั้่าว่าเวลาพูดกับพระต้องพนมมือด้วย

บริเวณที่สวดมนต์ ทำสมาธิ ใช้ flash Smiley
การที่ได้เข้าใกล้วัดสัมผัสบรรยากาศ ได้ร่วมฟังเทศน์ สนทนากับพระหลายรูป
ร่วมพิธีต่างๆแม้ไม่นานนัก
ก็ได้ทำให้เราคือพ่อแม่และน้องสาวได้เริ่มเกิดศรัทธา
เรียกว่าเป็นคนใกล้วัดเข้ามามากขึ้น

ดวงสีต่างๆบนท้องฟ้าบริเวณสวดมนต์ เกิดเวลาใช้ flash Smiley พอดีช่วงนั้นบ้านเสร็จ พี่รัษฎาบอกว่าจะช่วยนิมนต์ท่านอาจารย์แยงมาที่บ้านให้นับเป็นการเลี้ยงพระขึ้นบ้านใหม่ไปเลย ซึ่งท่านก็มา ฉันอาหารเช้าที่บ้าน เราก็เชิญบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้จักกันจำนวนหนึ่งมาร่วมด้วย

บนท้องฟ้า Smiley
เลิกพิธีท่านกลับ
เราสองคนพ่อแม่ก็ขนข้าวของไปคืนวัดหทัยนเรศวร์ ได้พบพระใบฎีการูปหนึ่ง ท่านมีอารมณ์ขัน
พูดทักทายเสียงดัง ท่านถามเรา คุยกับเราเรื่องบ้าน ลูกชายลูกสาว
บางตอนท่านทักเหมือนรู้บางอย่างได้เอง

ตรงเต๊นหลวงพ่อ Smiley
การที่ได้พบกับท่านทำให้เรารู้สึกว่าใช่แล้ว
เราเริ่มพาลูกๆไปถวายอาหารสัปดาห์ละครั้งที่วัด ทำสมํ่าเสมอพอควร
ยกเว้นติดธุระจึงไม่ได้ไป การทำเช่นนั้นทำให้อิ่มเอิบใจ
หลายครั้งมีคำชมจากมัคนายกที่พากันทั้งครอบครัวเข้าวัด
ก็เพิ่มกำลังใจและคิดว่าเป็นการปลูกฝังธรรมให้แก่ลูกๆในวัยต้นๆของชีวิต

Smiley
ต่อมาได้ทราบว่ามีพระสายวัดป่ามาตั้งสถานปฏิบัติธรรมใกล้ๆ จึงไปถวายอาหาร
ได้เห็นบรรยากาศคนมากมายที่ศรัทธาถวายอาหาร ฟังธรรม ท่านก็สอนการเดินจงกรม
นั่งสมาธิให้พอทราบ ให้ญาติโยมบนศาลาลองนั่งสมาธิ
แล้วท่านก็พูดกับคนที่อยู่หน้าๆมากับเด็ก
ประมาณว่าเขาและเด็กคงจะได้สมาธิระดับหนึ่ง
ท่านบอกว่าท่านจะพาไปเที่ยวแล้วก็เงิยบหายไปพักหนึ่ง
เรารู้สึกว่าเด็กเขายังปฏิบัติเลย

Smiley
ยังไงจำไม่ได้แล้ว
ภรรยาผมและลูกชายตกลงใจกันไปเรียนปฏิบัติธรรมกับท่านอาจารย์จรัญ ไปกัน 6
วัน กลับมาก็มาคะยั้นคะยอให้ผมร่วมเดินจงกรมและนั่งสมาธิ แรกๆผมปฏิเสธ
แต่ต่อมาทนคำขอร้องไม่ไหวก็จำใจทำ ไม่ใช่ไม่ศรัทธานะครับ
แต่รุ้สึกว่าของอย่างนี้จะทำต้องทำยาวทำคงเส้นคงวา
ซึ่งดูจากที่ทำเกรงว่าจะทำต่อเนื่องไม่ได้นานเช่นนั้น
เราทำกันทั้งครอบครัว 4 คนแทบทุกวันอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เริ่มจางลง

เช้ารุ่งขึ้น Smiley
ผมเริ่มสนใจธรรมะโดยเริ่มอ่านใหม่อีกครั้งหลังจากที่เคยทำสมัยนานมาแล้วมาก
และที่สำคัญคือถามลูกชายที่รู้เรื่องกว่าผมมาก
ที่รู้นั้นเกิดจากตอนเขาไปเป็นนักเรียนแลกเปลียนที่อเมริกา
เขาไปอยู่กับครอบครัวเคร่งศาสนาในรัฐอลาบามา เขาถูกเกลี้ยกล่อม หว่านล้อม
จนกดดันให้ลูกต้องศึกษาพุทธศาสนาเป็นการใหญ่

เดินทางต่อ Smiley
ช่วงนั้นเกิดคำถามว่าจะเลือกเดินจงกรมและสมาธิแบบหลวงพ่อจรัญที่เป็นแบบ
เจริญสติ เวลาเดินก็เดินช้าๆ ท่องในใจ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ
กำหนดรู้ทุกอิริยาบท หากคันขึ้นมาก็พูดในใจว่าคันหนอๆ
หรือจะเอาแบบที่อาจารย์สิงห์โตสอนง่ายๆเวลาเดินก็แบบพระป่าเดินเร็ว ท่องพุทโธๆเร็วๆในใจโดยไม่เกี่ยวกับจังหวะการเดินเลย
ท่านบอกว่าท่องเร็วๆจนบางที่กลายเป็นโธ่ๆๆๆรัวเลยทำเหมือนกันทั้งเดินจงกรม
และนั่งสมาธิ

Smiley
ก็วิเคราะห์กับลูกตามประสาที่รู้เท่านั้นว่า แบบใหม่นี้น่าจะง่ายกว่า
แบบเก่าน่าจะเหมาะกับคนที่เขามีประสบการณ์มากพอ
แม้จะทราบข้อดีของแบบเก่าว่าทำต่อต่อเนื่องไปได้เลยไม่ต้องระวังช่วงเปลี่ยนสมาธิไป
วิปัสสนา แต่ก็รู้สึกว่ายังไกลตัวมาก ดังนั้นจึงลองเปลี่ยนวิธีกัน

Smiley
ครั้งแรกแปลกดีครับผมรู้สึกสงบดี
แต่ต่อมามีปัญหาน่าขบขันมากเมื่อมองย้อนกลับคือ
ผมท่องพุทโธเร็วๆแล้วมีปัญหาว่าจะหายใจยังไง
ทั้งๆที่ก็รู้ว่าหายใจก็ส่วนหายใจ ส่วนท่องพุทโธนั้นท่องในใจไม่เกี่ยวกัน
แต่ก็นั่นแหละครับท่องในใจไม่ได้ มันคอยจะเป็นคล้ายๆพึมพำแบบไม่ออกเสียง
ซึ่งกระทบกับการหายใจมาก


Smiley
ก็แอบๆกลับไปทำแบบที่ผมเคยหัดสมาธิครั้งแรก 20 ปีที่แล้วคือสังเกตลมหายใจ
ก็ชอบแบบนั้นทำอยู่รู้สึกนิ่งดีไม่ชุลมุน แต่ลูกชายและภรรยาไม่เห็นด้วย
ว่าถ้าสมาธิทำอย่างจงกรมทำอีกอย่างมันจะไม่ได้ดี
ผมก็เลยต้องยอมตามกลับมาท่องพุธโธเร็วๆอีก


Smiley หลังๆก็ทำได้ครับ
และเริ่มสงสัยทำไม่ได้อีกว่าการกำหนดจิตไว้ที่นั่นที่นี่นั้นทำยังไง
ผมลองทำที่ท้อง แล้วมาลองทำที่หน้ารู้สึกว่าที่หน้าง่ายดี
เพราะเวลาเราคิดอะไร ร่วมกับการมองเห็น
รู้สึกว่าจิตมันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ลองกำหนดดูไม่กี่ครั้งก็ทนไม่ไหว
มันเกร็งตรงหน้าผากลูกตาจมูกแถวๆนั้นมึนหัวไปหมดต้องเลิก
แล้วเอาตำแหน่งที่หลวงพ่อวิริยังค์บอกมาเลือก

ที่พักคืนที่ 3 26 มีค. 54 คืนนั้นฝนตกหนักมาก นํ้าท่วมเต๊นกัน Smiley ผมเลือกที่ตำแหน่งหัวใจ และยังคงเป้นเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน ภรรยาผมเลือกที่หน้าผากระหว่างคิ้ว เราทั้งครอบขะมักเขม้นทำกัน หลังๆบางทีจะถดถอยก็บังคับใจชวนกันทำเรื่อยๆมา ผมสังเกตุว่าถ้ามีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น เช่น ผมเกิดนั่งแล้วจะล้มตัวไปข้างหน้า และบางช่วงมีโยกสั่นไปข้างหน้าไปข้างหลัง ต่อมาอาการเหล่านั้นหายไป มีอาการใหม่คือนํ้ามูก นํ้าตาไหล เหล่านี้ทำให้สนุกอยากทำต่อ ในขณะที่ช่วงที่ราบเรียบเฉยๆดูไม่ก้าวหน้าก็ทำให้เราเบื่อเหมือนกัน

Smiley
พักเรื่องการทำสมาธิวุ่นๆของผมไปก่อน มาถึงว่าเราก็เลยมี 2
วัดที่ไปถวายอาหาร เราไปสถานปฏิบัติธรรมพักหนึ่งก็รู้สึกว่ากำลังทอดทิ้งวัดเก่าของเรา ก็กลับไปใหม่อีก พอดีหลวงพ่อสิงห์โตที่สถานปฏิบัติธรรมจัดไปอินเดีย
และภรรยาผมเด็ดเดี่ยวเดินทางไปกับเขา ได้แรงบันดาลใจมามากมาย
และที่สำคัญได้รู้จักอาจารย์สอนหลักสูตร"ครูสมาธิ"ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ
อาจารย์ยังมาเยี่ยมที่บ้านคุยเรื่องธรรมะ สอนให้ฟังว่าการสะสมพลังจิตด้วยการนอนเป็นไปตามธรรมชาตินั้นใช้หมดไปวันต่อวัน ถ้าต้องการสะสมเพิ่มต้องนั่งสมาธิเอาเหมือนฝากธนาคารมีเงินเก็บเพิ่มเรื่อยๆ และชวนไปเข้าหลักสูต

เช้า 27 มีค. 54 เตรียมลงจากดอย  Smiley
ภรรยาผมสนใจและชวนลูกสาวซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะยอม
(ตรงนี้จะกลับมาเล่าอีกที)ไปเรียนด้วย เรียนทุกเสาร์อาทิตย์ 6 เดือน
ซึ่งแย่งเวลาเรียนหนังสือของลูกมาก เขากำลังครํ่าเคร่งเรียนหนังสือเพื่อ
entrance ปีหน้า เรียนที่เตรียมฯนั้นก็หนักมาก
บ้านก็ไกลมากอยู่เลยพุทธมณทลอีกต้องออกจากบ้านเช้ามืด กลับก็คํ่า
ต้องเรียนพิเศษอีก

Smiley
สองแม่ลูกก็ไปเรียนกันครับ
ผมเองนั้นภรรยาก็รบเร้าให้ไปเรียนพร้อมกันแต่ผมไม่ยอม
ยังเสียดายวันหยุดพักผ่อน พร้อมๆกับชมลูกสาวว่ามีความวิริยะ
ความเพียรอดทนยอมไปเรียน
แม้ว่าจะเรียนบ้างหลับบ้างตามประสาเด็กที่เหน็ดเหนื่อยมาก
ก็เรียนจนจบสอบได้คะแนนดี
และมาสอบสมาธิสุดท้ายด้วยการเดินขึ้นดอยอินทนนท์นี่แหละครับ

ฝรั่ง แคนาเดียน อเมริกัน ร้องเพลง " กราบนมัสการหลวงพ่อวิริยังค์ " Smiley
การเรียนดังกล่าวทำให้ทั้ง 4 คนในครอบครัวปฏิบัติธรรมกันสมํ่าเสมอแล้วครับ
ผมจะชื่นใจมากเวลาเดินจงกรมนั่งสมาธิพร้อมๆกันทั้งครอบครัว
ซึ่งเฉลี่ยๆแล้วก็สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง ที่เหลือนั้นจะขาดคนโน้นคนนี้ไป
ทำจากเดิน 15 นั่ง 15 นาที และบางครั้งก็ 30+30 ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าดีที่สุด
แต่แรกๆนั้นมันนานแสนนานทีเดียว

กลับมาทำพิธีปิด ที่วัดเจติยาราม Smiley
ตอนเรียนจบนั้น แต่ละคนต้องไปเล่าหน้าชั้นเรียนถึงตัวเองและสาเหตุที่มาเรียนทำนองนั้น มาถึงลูกสาวผมเธอบอกว่าวันนั้นวันเกิดคุณแม่ๆเดินมานั่งข้างๆลูกที่กำลังเล่นคอมฯอยู่ ถามว่าวันเกิดแม่ แม่ขออะไรบางอย่างได้ไหม...
หนูจะว่ายังไงได้ ก็ต้องบอกว่าได้ เพราะจริงๆแล้วไม่ต้องวันเกิด
คุณแม่ขอหนูๆก็ต้องได้อยู่แล้ว
เพราะหนูรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณแม่เลือกให้นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหนู
และคุณแม่ก็ขอหนูให้ไปเรียนหลักสูตรนี้เป็นเพื่อนแม่...ถึงตรงนี้เธอก็สะอื้น นํ้าตาไหล เล่าว่าผู้คนพากันเงียบกริบ
คุณน้าคุณป้าซึ่งส่วนใหญ่ที่มาเรียนเป็นผู้สูงอายุกัน ต่างก็เอ็นดูเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่เธอเป็นเด็กเล็กที่สุดอายุน้อยจนเกือบไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนอยู่แล้วอุตส่าห์ตั้งใจมาเรียนกับคุณน้าคุณป้าทั้งหลาย พากันเป็นนํ้าหูนํ้าตาไหล วิ่งเอาทิสชู่ไปซับนํ้าตาให้เธอ
หลายคนขอกอดลูกสาว ชมเชยพูดถึงเธอ

Smiley ก็ต้องขอชมภรรยาผมที่ได้เป็น pioneer ผู้บุกเบิก ผลักดันพวกเราจนเป็นครอบครัวปฏิบัติธรรมครับ

แลกดอกไม่กัน Smiley ขอให้ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดจบการไปขึ้นดอยกับหลวงพ่อผู้มีพระคุณ จงประสบสุข เจริญในธรรมกันทั่วหน้าครับ




Create Date : 13 เมษายน 2554
Last Update : 19 กันยายน 2560 21:08:51 น.
Counter : 1879 Pageviews.

2 comments
  
ขออนุโมทนา สาธุ ด้วยครับ
โดย: สุกิจ (โอม37 ) วันที่: 14 เมษายน 2554 เวลา:7:34:43 น.
  
ผู้ใดใฝ่ธรรมผู้นั้นย่อมมีความสุข นี่คิอสุขทั้งครอบครัวสะสมพลังจิตเป็นพลังจิตที่สร้างขึ้นเพิ่มเติมจากพลังจิตธรรมชาติที่ทุกคนมีติดตามตัวมาข้ามภพข้ามชาติยิ่งทำยิ่งได้ มากน้อยเรียกว่าได้แน่นอนยิ่งทำกันทั้งครอบครัวยิ่งได้ทำดีสิ่งดีๆเทวดาปกป้องเกิดบุญรักษา พระคุ้มครองวิเศษจริงๆ กราบนมัสการพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ท่านเมตตาสูงสุดจริงๆ บุญวาสนาที่เกิดมาเป็นชาวพุทธรู้จักแนวทางปฏิบัติที่ถูกจริตของแต่ละคน สิ่งใดๆต้องปฏิบัคิด้วยตัวเองถึงจะรู้ได้ด้วยตัวเอง
โดย: ชุติกาญจน์ IP: 101.108.83.108 วันที่: 11 มิถุนายน 2558 เวลา:10:40:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

permsak.rat
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



All Blog