online guy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add online guy's blog to your web]
Links
 

 
Full Moon Strike



เส้นทางไปยังเกาะนางนวลใหญ่

ความเร็วกว่าร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนที่เปลี่ยว
และบรรยากาศสองข้างทางที่เงียบสงัดเช่นนี้
ทำให้จีนไม่รู้สึกว่าตนเองขับรถเร็วมากแต่อย่างใด
เขาเหลือบมองดูนาฬิกาบนหน้าปัทม์รถ
อีกสิบห้านาทีก็จะสี่ทุ่ม คาดว่าน่าจะถึงจุดหมายประมาณสี่ทุ่มครึ่ง
จีนกดรีโมทเปลี่ยนเพลงให้รู้สึกคึกคักยิ่งขึ้น


ขณะที่จีนกำลังง่วนอยู่กับการเลือกเพลงฟังอยู่นั้นเอง

ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนส์
เสียงบีบแตรดังลั่นมาจากด้านหลัง

..เฮ้ยยยย...จีนตกใจ ทำรีโมทกระเด็นหลุดจากมือ
....เวรเอ๊ย ตกใจหมด...จีนอุทานพลางเงยหน้ามองกระจกหลัง
ก็เห็นรถที่วิ่งตามมาข้างหลัง เปิดไฟสูงส่องมาและยังไม่เลิกบีบแตรไล่

ปิ๊นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....

...ถนนโล่งๆ ไม่แซงไปละวะ มาขับรถจ่อท้ายทำไมเนี่ย ....
จีนหงุดหงิดทันที ที่เจอการกระทำเช่นนี้
เพราะทั้งถนนในตอนนั้นมีรถแค่สองคัน คือของเขา
และ อีกคันที่กำลังกวนประสาทเขาอยู่

...จะเล่นใช่ไหม ได้ๆ เดี๋ยวจัดให้... เท้าขวากดคันเร่งให้หนักกว่าเดิม
รถบีเอ็มดับบิวของเขาทะยานไปข้างหน้าปานจรวดพุ่งออกจากฐาน
190...195...200 เขาเหลือบมองเข็มความเร็วที่ไต่ระดับไปอย่างรวดเร็ว
รถคันหลังเริ่มโดนรถของจีนทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ทำให้จีนรู้สึกพอใจ
ในสมรรถนะของรถตนเองเป็นอย่างยิ่ง

...หึๆ คุ้มราคาสามล้านที่ซื้อมาจริงๆ เครื่องยนต์แรงสะใจ
เร่งความเร็วได้เท่าใจนึก...
...เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับบีเอ็มบลิว ...

เขาเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากสั่งสอน เจ้ารถมารยาททรามคันนั้นสำเร็จ
เริ่มมองก้มหารีโมทที่ตนเองทำหล่นที่พื้น

...ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......
...เอ๊ยยย แม่หกตกหล่นน.....

จีนเผลออุทานแบบลืมตัว ทำรีโมทที่เพิ่งเก็บขึ้นมา
กระเด็นหลุดมือหล่นไปอีกเป็นครั้งที่สอง

เงยหน้าขึ้นมาอีกที ไอ้รถเปรตคันนั้นมาจ่อท้ายจีนอีกแล้ว
กระพริบไฟสูงไม่ยั้ง บีบแตรใส่ไม่หยุด
ปิ๊นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

...พอกันทีๆ ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย ...จีนตะโกนเสียงดังลั่นรถ ด้วยความโกรธ
...เป็นไงเป็นกัน เอาให้ตายไปข้าง.... เขากำพวงมาลัยรถแน่น พร้อมซิ่งเต็มที่
จีนหักพวงมาลัยรถไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว
ทำให้รถที่ขับตามพุ่งขึ้นมาเทียบข้างเห็นได้ถนัดว่าเป็น
รถ....รถปอร์เช่
ห่ะ..ปอร์เช่ เนี่ยนะ เขาตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

ปอร์เช่ รถสปอร์ตสุดหรูสุดแรงแพงลิบลิ่ว สีดำเงาวาบ ที่แล่นอยู่ข้างๆนั้น
ติดฟิล์มซะได้ อยากเห็นหน้าคนขับ ทำไมกวนxxx แบบนี้ ...
เขาชะลอความเร็วนิดหน่อยแล้วหักขวาอีกที เพื่อเข้าไปจ่อท้ายรถปอร์เช่
และเอาคืนด้วยการบีบแตรไล่และเปิดไฟสูงใส่

แต่ รถปอร์เช่ กับ รถบีเอ็มดับบลิว ความแรงมันคนละเกรด
ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็เห็นไฟท้ายรถปอร์เช่
ค่อยๆห่าง กันชนหน้ารถของจีนไปเรื่อยๆ

เขารู้สึกเสียฟอร์มเป็นอย่างยิ่ง เจอรถที่แรงกว่าแบบสู้ไม่ได้ขนาดนี้
จีนพยายามเร่งความเร็วมากขึ้นจนเกือบ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ก็ยังไม่สามารถไล่ทัน
เห็นเพียงแสงจากไฟท้ายรถคันนั้นทิ้งหายไปลิบๆ

...แม่งง รถแรงขนาดนี้ ไม่แซงไปแต่แรกวะ...
จีนเริ่มปลงๆ ขับมาได้อีกสักพัก
ก็สังเกตเห็นรถคุ้นๆจอดอยู่ข้างทาง
เปิดไฟฉุกเฉินกระพริบๆ
...ใช่ไอ้คันนั้นหรือเปล่าวะ..
...น่าจะใช่นะ ปอร์เช่นี่หว่า ...เขาตอบคำถามตัวเอง
…นั่นไง ไอ้คนขับ ออกมายืนข้างๆรถ...
...ทำเท่ใส่หมวกเบสบอล หล่อตายห่ะแล้วมึง..

เมื่อวิ่งเข้าไปใกล้ๆที่ เขาก็ชะลอความเร็วรถ
ไอ้คนขับ ถอดแว่นกันแดดอันใหญ่ออก จ้องมาที่รถของจีนเช่นกัน
แล้วยกมือชูขึ้นเหมือนจะให้บอกให้เขาหยุดรถ

เมื่อเห็นจีนทำท่าเหมือนจะไม่ยอมหยุด
ก็รีบถอดหมวกออก แล้ว โบกไปๆมาๆ
ทันทีที่ถอดหมวก ผมยาวสลวยก็ปลิวไปตามลมกรรโชกแรงทันที

อ่ะ...ผู้หญิง
คนขับเป็นผู้หญิง เหรอเนี่ย...

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ...
เสียงเบรคดังลั่น ทิ้งรอยยางบนท้องถนนเป็นทางยาว

“เอ่อ ขอยืมโทรศํพท์หน่อยได้ไหม” หล่อนก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสู้หน้าเขา
“ชั้นมีธุระด่วนต้องใช้โทรศํพท์ แต่มือถือของชั้น แบตหมด”
“แถวนี้ก็ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะเลย ที่เมื่อกี้บีบแตร เปิดไฟสูงใส่รถคุณก็จะขอรบกวนเรื่องนี้ล่ะ”
“แต่ดูเหมือนทำให้คุณเข้าใจผิด เลยคิดว่าจะไม่รบกวนดีกว่า”

เอ่า..เป็นแบบนั้นไป.. คนเรามันโกรธกันง่ายๆ
เพราะเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว ต่างคน ต่างคิด
เมื่อรู้แบบนั้น จีนก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอใช้
ส่วนตัวเองก็เดินไป ดูรถปอร์เช่คันงามที่จอดเด่นท่ามกลางความมืด
ที่มีเพียงแสงสว่างของรถสองคัน สาดส่องไปทั่วบริเวณ

ขณะกำลังเพลินๆกับความงามของรถสปอร์ตราคาแพงลิบอยู่นั่น
ก็ได้ยินเสียงเหมือนสาวปอร์เช่กำลังทะเลาะกับคนที่คุยอยู่ด้วยทางโทรศํพท์
เสียงสนทนาดังขึ้นเรื่อยๆ

“ Fuck you ..Go to Hell” ได้ยินเสียงเธอตะโกนใส่โทรศํพท์

เฟี้ยวว ตุ๊บ... เสียงของบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรง

จีนหันไปตามต้นเสียงที่ได้ยิน
ก็เห็นโทรศัพท์มือถือเครื่องละเกือบสามหมื่นบาทของเขา
กระจายเป็นชิ้นๆอยู่ที่พื้น

“อ้าวว เฮ้ย ไหงทำแบบนี้ละ” เขารีบวิ่งไปดู สภาพของมือถือของตัวเอง

สาวคนนั้น ทำหน้าซีดตกใจ ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป
พลางก้มลงเก็บชิ้นส่วนมือถือของจีน รวบรวมเข้าด้วยกัน
“ขอโทษจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ลืมนึกไปว่าไม่ใช่มือถือตัวเอง”
“เดี๋ยวชั้น ซื้อคืนให้นะ ขอโทษจริงๆ”

เธอกล่าวลำลักขอโทษเขา ซ้ำๆ ด้วย สีหน้าซีดเผือด
พลางยื่นเศษชิ้นส่วนของบางสิ่ง
ที่เมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วยังเป็นโทรศัพท์มือถือให้จีน

จีนมองซากมือถือที่อยู่ในมือของสาวคนนั้นด้วยความเซ็งสุดขีด
ทำไมนิสัยแบบนี้วะเนี่ย ขับรถก็ห่วย
นิสัยยิ่งโคตรห่วย ทั้งที่หน้าตาก็ออกจะสวย


“คุณนี่จริงๆเลย สร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ตลอด”
จีนยิ้มเซ็งๆ พยายามไม่หงุดหงิดกับเธอ
สาวคนนั้น หยิบกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมใบใหญ่ขึ้นมาเปิด
พลางหยิบแบงค์ออกมาให้จีนทั้งปึก
“ไม่รู้พอหรือเปล่า หมดกระเป๋าแล้ว แลกเงินไทยไว้แค่นี้”
“นอกนั้นมีแต่เงินดอลล์”เธอเงยหน้ามาถาม พลางนับเงินที่อยู่ในมือ

จีนรู้สึกดีกับสาวคนนี้มากขึ้น
อย่างน้อยเธอก็แสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป

“สองหมื่นสอง พอไหม สำหรับมือถือที่ชั้นทำเสีย”
“ถ้าไม่พอจะจ่ายเป็นเงินดอลล์ให้อีก” พูดจบเธอทำท่าจะเปิดกระเป๋า อีกครั้ง
“ไม่ต้องแล้วครับ พอๆ แค่นั้น ก็โอเค”
จีนรีบห้าม พลางรับเงินมาเก็บยัดใส่กระเป๋ากางเกง

“ไม่ทราบจะใช้โทรศัพท์อีกไหมครับ ในรถผมมีอีกหนึ่งเครื่อง”
“แต่คราวนี้ ห้ามขว้างทิ้งอีกนะครับ”เขาพูดจบ พลางหัวเราะเสียงดังที่ได้แซวเธอ
ส่วนเธอ ได้แต่ยิ้มเขินๆ พลางหัวเราะออกมาเช่นกัน

และแล้วมิตรภาพระหว่างเขาและเธอก็ก่อเกิด
จากนั้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเดินขึ้นรถตัวเอง
เธอเข้ารถไปสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังคำรามกระหึ่มทำลายความเงียบสงัด
จีนเองก็ค่อยๆออกรถ เพื่อกลับเข้าสู่เส้นทางไปยังจุดหมายที่ต้องการเสียที
ส่วนปอร์เช่สีดำคันนั้น ก็ออกรถ ขับตามมาอยู่ไม่ห่าง



.................Contiune Part 2......................



ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงบีบแตรดังลั่น พลางเปิดไฟสูงกระพริบๆๆ
…อะไรกันอีกเนี่ยย ยุ่งไม่หยุดซะที แม่คุณ...
แต่คราวนี้เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างไร

รถปอร์เช่เร่งแซงขึ้นมาขนาบข้างรถของจีน
พลางเลื่อนกระจกลง
คนขับส่งสัญญานมือเหมือนต้องการให้ลดกระจกลงเช่นกัน

“จะไปไหนเหรอคะ”เธอตะโกนผ่านกระจกดังออกมา

“ไปท้ายเกาะครับ คุณหิวหรือเปล่า”
“ถ้าไม่รังเกียจจะทานด้วยกัน ก็ตามมาเลย”เขาตะโกนชวนเธอเช่นกัน

เธอยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า


ที่ท่าเรือท้ายเกาะ จีนจอดรถหน้าสะพานไม้เก่าๆที่ทอดยาวไปยังทะเล
มีบังกะโลไม้หลังคามุงหญ้าแฝกอย่างง่ายๆ
รวมทั้งมีร้านอาหารเล็กๆ ที่ตกแต่งสวยงาม
ตั้งเรียงรายไปทั้งสองฝั่งสะพาน
เพื่อรับรองนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาพักผ่อนที่เกาะนี้
เนื่องจากยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก
อีกทั้งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

เธอเดินตามเขามาอย่างช้าๆ
ดูค่อนข้างจะลังเลในการตัดสินใจตามเขามาที่นี่อยู่เหมือนกัน

“ร้านนี้แล้วกันนะครับ”
จีนยืนอยู่ที่หน้าร้านที่ชื่อ ทะเลจันทร์

ภายในร้านมีฝรั่งนั่งดื่มกันอยู่สองโต๊ะ
เธอเดินตามเขาเข้าไปในร้าน
เจ้าของร้านซึ่งยังค่อนข้างหนุ่มแต่งตัวสไตล์เรกเก้
ผมยาวมัดเป็นมวยก้อนใหญ่ๆไว้บนหัว
เดินถือเมนูยิ้มมาที่โต๊ะ
“ทานอะไรดีครับ ดีจัง นานๆจะมีคนไทยมาที่นี่”

หลังจากเจ้าของร้านรับออเดอร์ไป
ก็ถึงเวลาทำความรู้จักกันจริงๆเสียที
จากบทสนทนาทำให้เขาทราบว่าเธอชื่อ จิญา
มาที่เกาะนี้เพื่อหาข้อมูลและความเป็นไปได้ที่จะลงทุนทำธุรกิจ

“มาแล้วครับพี่ อาหารที่สั่ง”
นายเรกเก้ เดินยิ้มปรี่เข้ามาพร้อมยกถาดอาหารวางบนโต๊ะ

“พี่มาฮันนีมูนกันเหรอครับ แหมยังกะ นายแบบคู่กับนางแบบ”
จีนได้แต่ยิ้ม ส่วนเธอก็ยิ้มเช่นกัน
แต่ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครตอบ

“คืนนี้ คืนฟูลมูน รับคอกเทลพิเศษมั๊ยครับ รับรองทีเด็ด”
“มาถึงท้ายเกาะต้องสั่ง Full moon Strike ครับพี่”
“สูตรเด็ด รับรองหาที่ไหนไม่มี” นายเรกเก้ ทำหน้าตาเชื้อเชิญเต็มที่

จีนหยิบเมนูคอกเทลมาเปิดๆ แบบไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ส่วนจิญา ดูเหมือนเธอจะสนใจคอกเทลนั่น
“ลองดูก็ดีนะ เห็นเจ้าของร้านเชียร์จัง” เธอชักชวนจีนให้ลองด้วยกัน
จีนยิ้มให้เธอ พลางพยักหน้า โอเค
เจ้าของร้านยิ้มกว้างพอใจที่ลูกค้าเชื่อคำแนะนำ
พลางเดินผิวปากกึ่งเดินกึ่งเต้นเข้าไปผสมเหล้าให้ทั้งคู่

ระหว่างรับประทานอาหาร ทั้งสองคนก็ได้รู้จักกันเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
ว่าเธอเกิดและโตที่อเมริกา
ปีนึงจะมาเยี่ยมญาติๆที่เมืองไทย สองครั้ง
ที่เมืองไทยเธอมีธุรกิจส่งออกเครื่องหนัง
ส่วนที่อเมริกาเธอมีบริษัทพัฒนาที่ดิน อยู่ที่เมืองต่างๆอยู่หลายแห่ง
...โห รวยจัด .. จีนอึ้งๆ กับสิ่งที่ได้ยิน
...มิน่า ขับปอร์เช่...

“พี่ครับๆ มีเมนูเด็ดมาแนะนำอีกแล้วครับ”
เจ้าของร้านยิ้มเผล่ เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม
“มีอะไรมานำเสนออีกหรอ”
จีนหัวเราะขำกับท่าทางของนายเรกเก้เป็นอย่างมาก
เพราะเป็นคนที่หน้าตากวนประสาทจริงๆ

“พี่ดื่ม Full Moon Strike แล้วไม่กิน ยำสวรรค์เห็ดท้ายเกาะ เป็นกับแกล้ม”
“เห็นทีจะไม่ครบสูตร”

“จานนี้ทีเด็ดเลยนะพี่ ลูกค้ามาถึงนี่สั่งทุกโต๊ะ”
เขาทำหน้าชวนเชิญให้คล้อยตาม
“โอเค เด็ดก็เด็ด ขอที่นึงแล้วกัน”

เขาสั่งจบ ก็ลองยก Full Moon Strike ขึ้นจิบ
คอกเทลสีฟ้าสด เจือด้วยสีส้มของส่วนผสมอะไรก็ไม่ทราบ
มีเลมอนเหลืองสดวางประดับ เหมือนพระจันทร์เต็มดวง ท่ามกลางทอ้งทะเล
...หวาน เปรี้ยว ซ่า แล้วก็ ...เค็มนิดๆเหมือนผสมเกลือลงไปด้วย
คล้ายๆ มาการิต้า แต่อร่อยกว่า


.................

สูตรดื่ม Full Moon Strike กับยำเห็ดสวรรค์ท้ายเกาะ อร่อยแล้วเข้ากันดีมากๆ
เหมือนกับที่เจ้าของร้านแนะนำ
ไม่รู้ใส่อะไรเข้าไปบ้าง มันช่างรสชาติกลมกล่อมและจัดจ้าน
ทั้งสองคนสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ จะพูดจะคุยอะไร มันดูตลกขบขันไปซะทุกเรื่อง
เสียงหัวเราะของสองคนดังลั่นร้านเลยทีเดียว

...บอกแล้วไงพี่ ว่าทีเด็ด...
...เห็นมาฮันนี่มูนนะเนี่ย จึงแนะนำ set นี้ให้...
เจ้าของร้านมองมาทาง หนุ่มสาวทั้งสอง ที่เขานึกว่าเป็นแฟนกัน
พลางหัวเราะหึๆ เหมือนพอใจอะไรบางอย่าง

หลังจากกินและดื่มกันจนพอใจ ก็ได้เวลากลับเสียที
จีนก็เดินมาส่งจิญาที่รถ ตัวเขาเองรุ้สึกแปลกๆ เมาๆผ่าวๆ
มองอะไรดูเหมือนว่าภาพจะเบลอๆหมุนๆ
ส่วนเธอก็ไม่น้อยไม่กว่าเขา หน้าแดงซ่าน เลยทีเดียว

“พักที่ไหนครับนี่ ไกลหรือเปล่า” เขาถามด้วยความเป็นห่วง
“เลยไปไม่ไกลหรอก”
“อยากลองขับรถเล่นไหม”เธอเปิดประตูรถกว้าง พลางหันมาชวน


เสียงล้อบดกับถนนด้วยความเร็ว พลางประกายไฟแล่บออกมาจากท่อไอเสีย
ปอร์เช่ภายใต้ความควบคุมของจีน พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วปานพายุ

“ร้อนจังเลย เปิดแอร์แรงกว่านี้หน่อยนะ”
จีญาเพิ่มระดับความเย็นของแอร์ หน้าเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ
...ใช่ มันร้อนจริงๆด้วย ร้อนเหมือนไฟรุมๆ...เขาก็รู้สึกเหมือนเธอเช่นกัน
“ทำไมมันร้อนแบบนี้ ขออนุญาตนะ”
จีญาทนไม่ไหว ถอดเสื้อตัวนอกออก
เหลือแต่เสื้อทับตัวบางจิ๋วสีเนื้อที่อยู่ภายใน

ตัวเขาเองก็ควบคุมสายตาตัวเองไม่ได้เช่นกัน
ภาพถนนที่อยู่ตรงหน้ามันดูซับซ้อน วกวนเหมือนเขาวงกต
รถปอร์เช่วิ่งส่ายไปส่ายมาเป็นงูเลื้อย เขาพยายามควบคุมมันอย่างเต็มที่
ไม่ไหวแล้ว อันตรายเกินไปที่จะขับต่อ จีนตัดสินใจขับรถลงข้างทาง
ประคองรถให้ค่อยๆหยุด ใกล้ๆ เนินหินกลุ่มหนึ่ง อย่างปลอดภัย


“ไม่ไหวแล้วๆๆ ร้อนๆ”เธอร้องขึ้นมา
พลางนั่งกระสับกระส่ายไปมาอาการร้อนรนเหมือนไฟเผา
คงเป็นอาการอย่างที่เขาและเธอรู้สึกอยู่ตอนนี้
มันเหมือนมีภูเขาไฟระเบิดอยู่ภายในร่างกาย
ถึงตอนนี้สติสัมปะชัญญะของทั้งสองก็แทบจะขาดผึง ควบคุมตัวเองไม่ได้
โลกมันเหมือนหมุนเร็วกว่าปกติซักสิบเท่าร้อยเท่า

“ไปแช่น้ำก่อนนะ อยู่ในนี้ ญ่าตายแน่ๆ”
เธอเปิดประตูออก แล้วถอดเสื้อถอดกางเกง เขวี้ยงมันทิ้งไว้ในรถ
เสร็จแล้ววิ่งในสภาพเกือบเปลือย ลงไปที่ชายหาดทันที

จีนเองก็ทนไม่ไหวเช่นกัน รีบถอดเสื้อ ถอดกางเกงของตัวเองออก
เหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว วิ่งตามจีญ่าลงทะเลไป

“ค่อยยังชั่วหน่อย หายร้อนไปตั้งเยอะ”
เธอนอนหงายว่ายท่ากรรเชียงท่ามกลางทะเลเย็นเฉียบอย่างสบายใจ

น้ำทะเลในเวลานี้เย็นเหมือนน้ำแข็ง
แต่พอผสมกับความร้อนบรรลัยกัลป์ในตัวของทั้งสองแล้ว
มันกำลังอุ่นสบายพอดี

จีนมองร่างผิวขาวโพลนและได้สัดส่วนงดงามของจีญ่าในอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋ว
ดำผุดดำว่ายอยู่ในทะเลด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
อุณหภูมิในร่างกาย มันเริ่มสูงขึ้นๆอีกแล้ว

เธอค่อยๆว่ายน้ำเข้ามาหาเขา พลางยืนขึ้นเอามือสองข้างเกาะที่ไหล่ของจีน
จ้องตาเขานิ่งเหมือนต้องการสื่อความในใจ
ผ่านดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน คู่นั้น

จีนก้มลงสำรวจเรือนร่างภายใต้อันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วที่เปียกน้ำ
แทบไม่เหลือช่องว่างให้จินตนาการเลย
เพราะมันแนบเนื้อไปทุกสัดส่วน
แถมรัดแน่นเสียจนสัดส่วนบางส่วน พุ่งล้นออกมาท้าแสงจันทร์ภายนอก
ถ้าริมฝีปากของเขาเป็นแม่เหล็กขั้วบวก
ริมฝีปากของเธอก็ต้องเป็นขั้วลบแน่ๆ
จึงเกิดแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว


ตอนนี้ อันเดอร์แวร์ชวนบ๊อกเซอร์ หลุดออกไปว่ายน้ำทะเลด้วยกันเรียบร้อยแล้ว
เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของทั้งสอง
กอดรัดกระหวัดเกี่ยวกันแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน

บทรักระหว่างเขาและเธอ
สวยงามเปรียบเสมือนภาพยนตร์อาร์ตดีๆเรื่องนึง
ที่ฉากหลังค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
จากในทะเล มาที่ชายหาดขาวที่มีทรายเม็ดละเอียดนอนนุ่มหลัง
จากนั้นจบฉากสุดท้ายที่โขดหินที่มีน้ำทะเลกระเซ็นซัดสาด
เกิดเป็นฟองพรายฟ่องแห่งนั้นเอง


.................Contiune Part 3......................




วันรุ่งขึ้น จีนตื่นขึ้นมาด้วยความแฮงค์สุดขีด
มึนหัวไปหมด เดินแทบไม่ไหว
ต้องนอนนิ่งๆ ลืมตามองเพดานห้องอยู่พักใหญ่
กว่าจะรวบรวมสติขึ้นมาเตรียมข้อมูลคุยกับไมเคิลคืนนี้

..โชคดีนะ ที่นัดคุยกันตอนเย็น...
...ถ้านัดกันช่วงเช้า ไม่รอดแน่ ...เขาพูดกับตัวเอง

วันนั้นเขาใช้เวลาทั้งวัน เตรียมข้อมูลทางด้านต่างๆ
เพื่อเตรียมนำเสนอกับไมเคิล
มืออาชีพอย่างเขาย่อมถูกคาดหวังประสิทธิภาพ
และการเตรียมพร้อมไว้สูงอยู่แล้ว
จึงต้องระมัดระวังทุกเรื่องเลยทีเดียว
อย่าให้มีจุดอ่อนเด็ดขาด


“ขอบคุณจีนมาก หวังว่าคงได้เจอกันอีก”
ประโยคสุดท้ายจากปากเธอ แว่บเข้ามาให้หัวเขา


...ใกล้เวลานัด
จีนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย
ตรวจดูความพร้อมของเอกสารอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
ก่อนจะขับรถออกจากโรงแรม ตรงไปทีนัดหมายทันที

ไม่ถึงสิบห้านาที
ก็ขับรถมาถึงท่าเรือที่ไมเคิลเอาเรือยอร์ชมาจอดไว้
เรือลำนี้ไมเคิลซื้อตอนมาเที่ยวครั้งก่อน
เพราะติดใจทะเลไทยเป็นอย่างมาก ถึงกับอยากมาลงทุนธุรกิจที่นี่

Dream of Michael
จีนอ่านชื่อเรือที่จอดอยู่ตรงหน้า ก่อนเดินขึ้นบันไดก้าวเข้าไปในเรือ
ภายในเรือ ตกแต่งอย่างทันสมัย
มีทุกอย่างเหมือนบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งควรจะมี
การเป็นคนรวยมันก็ดีแบบนี้
ซื้อได้แม้กระทั่งความฝัน

“Hello Jene, How are you doing?” เสียงไมเคิลทักทาย ดังเข้ามา
จีนยิ้มกว้างเมื่อเห็นไมเคิล
“ I am very good Michael ,wish you very good too”
“Ha Ha Yes, I am very happy”
ไมเคิลปราดเข้ามากอดจีน อย่างสนิทสนม

หลังจากทักทายกันเรียบร้อย
ไมเคิลก็ชวนจีนมานั่งที่เก้าอี้รับแขกที่ระเบียงเรือ
แสงไฟกับสายลมพัดอ่อนๆ
ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

ไมเคิลดูจะแฮปปี้กับข้อมูลที่จีนเตรียมนำเสนอเขาเป็นอย่างมาก
จีนสามารถคำนวนต้นทุนโครงการ
แสดงวิธีการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ
และหาเงินทุนสำรองดอกเบี้ยต่ำไว้ให้พร้อมไปทุกอย่าง
จนไมเคิลเอ่ยปากว่า
“You did very good job Jene”
“ I think this project is very potential”


ไมเคิลเป็นนักธุรกิจคนนึงที่จีนนับถือเป็นอย่างมาก
อายุเพียงสี่สิบกว่าๆแต่มีธุรกิจระดับพันล้านอยู่ในมือ
ดูเหมือนเขาจะเป็นคนง่ายๆสบายๆ ดูไม่ออกว่ารวยมากขนาดนี้

จากนั้น...

บริกรในเรือเริ่มเทไวน์แดงสีสวย
ลงแก้วคริสตัลดีไซน์สวยราคาแพงระยับ เสิร์ฟให้เขาสองคน

ระหว่างที่สองคน คุยกันไป จิบไวน์กันไปสบายๆนั้นเอง
ไมเคิลก็เงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยทักใครบางคน

“My Darling, Come here”

จีญาเดินเข้ามาหาไมเคิล
หัวใจเขาจะหยุดเต้นกับภาพที่ได้เห็น
แก้วไวน์ที่ถือไว้สั่นไปหมด เกือบหลุดออกจากมือ

ส่วนเธอถึงกับสะดุดแทบหยุดเดินด้วยซ้ำ เมื่อเห็นหน้าเขา

“This is Jiya, My Fiancée”
ไมเคิลกล่าวแนะนำจิญาคู่หมั้นของเขา

จีนรีบกลบเกลื่อนสีหน้าตกใจ
ฝืนยิ้มพลาง กล่าวทักทายเธอกลับ
“สวัสดีครับคุณจิญา ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ผมจินดนัยครับ"
"เป็นที่ปรึกษาทางการเงินโครงการของคุณไมเคิล”

ส่วนเธอก็เหลือบตาลงต่ำนิดหน่อย
กล่าวทักทายเขากลับตามมารยาทเช่นกัน

จิญานั่งอยุ่ด้วยไม่ถึงสิบนาที
ก็กล่าวขอตัวไปพักผ่อนเนื่องจากปวดหัว
แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนจีนเอง ก็ไม่สามารถรวบรวมสติ
กลับมาคิดเรื่องงานได้อีกเลยในคืนนั้น

......................................................................

จีนกลับมาถึงกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น
พร้อมกับเรื่องราวต่างๆที่สับสนวุ่นวายอยู่ในหัวเต็มไปหมด
เขาระงับความฟุ้งซ่านทั้งมวล
ปรับสภาพจิตใจกลับมาทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไม่ถึงอาทิตย์ จีนก็ได้รับอีเมล์จากไมเคิล
ถึงผลการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า
ขอระงับการลงทุนในโครงการไปก่อน
เนื่องจากความไม่พร้อมส่วนตัว
อย่างไรก็ดี จะนำโครงการนี้กลับมาพิจารณาอีกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
อ่านแล้วฟังดูดี
แต่ความหมายของมันที่แท้จริงก็คือ ยกเลิกโครงการนี้นั่นเอง

เมื่ออ่านจบเขาแทบทรงตัวไม่อยุ่ ทรุดลงที่พื้น
ความฝันจะได้ลาพักร้อนเที่ยวรอบโลก
พร้อมเงินติดกระเป๋าอีกหลายล้าน
พังทลายหายวับไปในพริบตา

เพราะจีญาแน่ๆ ที่เป็นต้นเหตุ...
ไม่ต้องคิดมากเลยถึงสาเหตุโปรเจกนี้ถูกยกเลิก


..ช่างมันเหอะ ๆ ให้มันจบลงไปแบบนี้ล่ะดีแล้ว..
...เงินแค่นี้ หาได้สบายมาก...
เขาให้กำลังใจตัวเอง
..เก่งระดับนี้แล้ว ทำงานแป๊บๆเดี๋ยวก็ได้ ...

..แค่ห้าหกล้านเอง ฮ่าๆๆๆๆ....

เขาเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตู

มีเสียงสะอึกสะอื้น
ดังแว่วออกมาจากประตูห้องน้ำบานนั้น


..............................The End..............................


Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 0:28:23 น. 1 comments
Counter : 548 Pageviews.

 
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังคะ


โดย: warniie วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:15:14:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.