สมุดบันทึกของผม
เวลาไปเที่ยวดูโบราณสถานตามต่างจังหวัด ผมมักจะมีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆติดตัวไว้เล่มนึง ส่วนมากก็จะเป็นสมุดสเก็ตช์ของศิลปากร เล่มเขียวๆฟ้า เพราะหน้ามันเยอะดี แต่ถ้าให้ดีต้องแบบสันห่วง จะได้เสียบดินสอปากกาได้
สมุดพวกนี้มีไว้สำหรับขีดเขียนเวลาเหม่อลอยขณะนั่งรถเดินทาง แต่จุดประสงค์หลักก็คือใช้สำหรับวาดรูป สเก็ตช์ภาพโบราณสถานตามที่เห็น เพราะบางครั้งภาพถ่ายมันบันทึกเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ เช่น ภาพรวม แผนผัง การวางตัวของโบราณสถาน ทิศทาง ลวดบัวปูนปั้นที่หากถ่ายรูปไปก็จะงง แกะไม่ออกแน่ๆ รวมทั้งตำแหน่งของปูนปั้น จิตรกรรมฝาผนัง ของพวกนี้กล้องถ่ายภาพไม่มีทางบันทึกได้แน่นอน รวมทั้งวันที่ วิธีเดินทางด้วย



ส่วนใหญ่การพกสมุดบันทึกแบบนี้ จะต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างการถ่ายภาพ กับการเขียนภาพ หากทำทั้งสองอย่างมันจะไม่ได้ดีสักอย่าง เพราะเราจะมัวแต่วุ่นวายกับภาพในเลนส์กับภาพในสมุด แล้วละเลยโบราณสถานที่ตั้งใจจะมาดูจริงๆไป บางครั้งเรามองโบราณสถานผ่านกล้อง ซึ่งถูกจำกัดด้วยกรอบเล็กๆนิดเดียว ทำให้พลาดโอกาสที่จะเห็นภาพรวมในมุมกว้างด้วยสายตาของเรา และประสบการณ์ของเราที่มีต่อวิธีการใช้พื้นที่ของโบราณสถาน ที่คนโบราณออกแบบมาสำหรับมุมมองของมนุษย์ ไม่ใช่กล้องหรือหน้ากระดาษ



มีอาจารย์บางท่านบอกว่า เมื่อไปสำรวจโบราณสถาน สิ่งแรกที่ควรทำคือ เดินวนให้รอบเสียก่อน อย่าเพิ่งเข้าไปในพื้นที่ ดูบริบทของสถานที่ให้เคลียร์ จากนั้นค่อยๆตีวงให้แคบเข้า และควรเข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ใช่เดินเทิ่งๆเข้าไปถึงตัวอาคารประธานเลย เพราะแต่ก่อนเขาต้องมีกำหนดว่า จะต้องเข้าทางนี้ๆ มีทางเข้ากี่ชั้น ประตูกี่แห่ง กว่าจะเข้าไปถึงส่วนสำคัญสุดของโบราณสถานได้ (ในกรณีที่มีขนาดใหญ่อย่างปราสาทหินต่างๆ)


หากมีแผนที่หรือแผนผังไปด้วยจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ควรสังเกตอีกอย่างคือ ทางน้ำ ภูเขา และถนน คนโบราณสร้างโบราณสถาน จำเป็นต้องมีทางคมนาคมครับ ทั้งภูเขาและทางน้ำต่างเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ ไม่ใช่พระอินทร์มาสร้างถึงจะเนรมิตได้คล่องๆ เมื่อก่อนนิยมสัญจรกันด้วยทางน้ำ เพราะฉะนั้น โบราณสถานในเขตลุ่มน้ำเดียวกัน บางครั้งจะมีลักษณะใกล้เคียงกัน และอาจมีความเกี่ยวเนื่องกันทางใดทางหนึ่ง ของที่อยู่ไกลกันก็ย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดา



โอว.....กลับมาพูดถึงสมุดบันทึกต่อดีกว่าครับ ถ้าไปต่างประเทศก็ลงทุนซื้ออีกเล่มนึงเลย เพราะเราไม่เคยไปจะได้ถือโอกาสจดบันทึกได้อย่างละเอียด ไม่เบียดเบียนกับส่วนอื่น กลับมาก็เก็บไว้ให้เรียบร้อย เข้ากรุไปเลยเพราะหวงมาก (หายไปหลายเล่มแล้วเสียดายจริงๆ) ผมเป็นคนความจำสั้นเหมือนปลาทองครับ ชื่อวัดแปลกๆ เรียกยากๆนอกระบบบาลีสันสกฤตยิ่งจำยาก (ยากสุดคือวัดภาษาพม่า อย่างมาเยบอนทาปยาลา กว่าจะจำได้แทบกระอักออกมาเป็นภาษาตระกูลธิเบตพม่า)

ทุกวันนี้มีสมุดบันทึกหลายเล่ม นานๆก็เอาออกมาดูทีเวลานึกชื่อวัดไม่ออก บางเล่มหายไปวางลืมไว้ที่อื่น เสียดายสุดๆครับ





ภาพข้างบนเป็นสเกตช์ธรรมาสน์วัดเสาธงทอง ที่ลพบุรี อายุในช่วงอยุธยาตอนกลาง (300 ปีอัพ) จากวังนารายณ์ครับ


ภาพ"กระทง" จากธรรมาสน์วัดเดียวกัน เป็นดอกโบตั๋นครับ






























ภาพสเกตซ์ส่วนมากเขียนขึ้นตอนเร่งรีบ มีเวลาไม่มากนัก ส่วนหนึ่งก็คือผมเป็นคนขี้เกรงใจเพื่อน มันอยากเดินไปไหนก็ต้องเดินตามไป ยกเว้นบางวันอารมณ์ดีๆไปคนเดียว ก็จะมีเวลานั่งพิจารณารายละเอียดมากขึ้น เสียดายไม่ค่อยมีโอกาสอย่างนั้น เพราะไม่ชอบไปคนเดียว อิอิ



Create Date : 25 พฤษภาคม 2554
Last Update : 25 พฤษภาคม 2554 16:14:02 น.
Counter : 1732 Pageviews.

6 comments
  
โอ้ สวยแฮะ
โดย: Guiman วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:35:53 น.
  
ฝีมือการบันทึกเยี่ยมมากครับ
โดย: นอนดูดาว IP: 110.49.147.180 วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:59:43 น.
  
ขอบคุณครับ รีบวาดก็เลยไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่
โดย: ปลาทองสยองเมือง IP: 110.168.156.153 วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:53:22 น.
  
เขียนได้สะอาดเรียบร้อยมาก ยอดเยี่ยมเลยครับ ว่างๆก็ไปด้วยกันสิครับ นั่งดูที่เดียวทั้งวัน 555
โดย: Amon Bunn IP: 110.164.140.111 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:50:26 น.
  
เยี่ยมครับ
โดย: CrazyHOrse IP: 124.121.79.228 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:15:09 น.
  
เน นี่สะอาดแล้วหรอเนี่ย 555
โดย: ปลาทองสยองเมือง IP: 58.9.161.237 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:55:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปลาทองสยองเมือง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



New Comments