ขนมไหว้พระจันทร์


ตอนนี้ที่ฮ่อกงคงมีไม่อะไรฮิตเท่าขนมไว้พระจันทร์แล้วคะ
วางขายกันเยอะมาก ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ไหว้จริงปลายเดือนหน้า
คนขายต้องรีบกอบโกย ช่วงเวลาทำเงินอย่างงี้ นานทีปีหน

จริง ๆ แล้วส่วนตัวไม่ค่อยชอบกินเท่าไหร่คะ ไม่ชอบขนมอะไรที่มีทั้งรสหวานรสเค็มอยู่ด้วยกัน
จะกินไส้ทุเรียน ลูกบัว ลูกพรุน ก็หว๊านหวาน เหมือนกินน้ำตาลเป็นกิโล
ขนมสูตรฮ่องกง รสมักจะหวานจัดตัดกับกลิ่นน้ำมันหมู ส่วนตัวไม่ชอบมาก ๆ มันหืน ๆ
เรื่องมากอีกและ
นึกสนุกลองทำเองดีกว่า กวนถั่ว กวนลูกบัวเอง หวานน้อย ๆ ไข่ไม่ต้อง เพราะปกติเขี่ยออก

อยู่ฮ่องกงดีอย่างคะหาอุปกรณ์ง่าย
ยิ่งเดี๋ยวนี้ มีเทรนใหม่ ใคร ๆ ก็อยากทำขนมกินเอง
ด้วยเหตุผลที่ว่าดีต่อสุขภาพ ไม่ใส่สารกันบูด
แต่พี่เล่นซื้อแป้งสำเร็จ ใส่สำเร็จ สรุปว่าเอามาห่อเองเฉยๆ
สารกันบูดมันเริ่มตั้งแต่ไส้กวนสำเร็จแล้วนิ มีที่ไหนถั่วกวนอยู่ได้เป็นเดือน ไม่ต้องแช่เย็น
แต่ที่สนุกคือช่วงนี้มีพิมพ์ออกมากขายเยอะมาก
เราซื้อแบบพลาสติกเพราะดูใช้ง่าย ล้างง่าย ถูก เพื่อไม่เวร์คทำครั้งเดียวเลิก
แต่นี่ทำไปสองรอบแล้ว ครั้งละนิดละหน่อย แค่พอกิน
คุ้มค่าที่ดั้นด้นไปซื้อพิมพ์ถึง Shanghai Street
อีกอย่างซื้อล่วงหน้าตั้งแต่สองเดือนก่อน คงเป็นพิมพ์เหลือค้างจากปีที่แล้ว
ถูกเชียว จ่ายน้อยกว่าร้านทั่ว ๆ ไปตั้งเยอะ

คนรักการทำกับข้าว ทำขนม ถ้ามาฮ่องกง ข้อร้องให้ไปคะ มีทุกอย่าง ที่จะนึกได้ ราคาไม่แพง

ไส้ที่ใช้วันนี้มีสองอย่างคือถั่วเขียวกับเม็ดบัว
ต้ม บด แล้วกวนง่าย ๆ เติมน้ำตาลพอมีรสชาติ
ที่ทำใช้น้ำตาลประมาณ 100 กรัม ต่อถัว 300 กรัม กำลังพอดี ไม่หวานมาก
ไข่แดงซื้อจากตลาด พรมเหล้าจีนนิดหน่อย แล้วเวฟพอสุก
ใส่เฉพาะก้อนที่จะฝากคนอื่น คนที่นี่ชอบกินที่มีไข่แดง
คุณชายชอบกินโหงวยิ้ง แต่ไม่ไหวเครื่องเยอะจัด ถ้าอยากมากซื้อเค้ากินแล้วกันเนอะ



ครั้งที่สองนี้ใช้ สูตรนี้ เป็นหลัก แล้วปรับนิดหน่อย
ครั้งแรกลองทำโดยใช้แป้งเค้กเหมือนคนอื่น ๆ แต่อบแล้วแป้งออกมาแฉะจนแทบจะติดมือ
เลยคิดว่าเป็นเพราะตัวแป้งนิ่มเกินไป ถ้าใช้แป้งเอนกธรรมดาซึ่งมีคุณสมบัติที่กระด้างกว่าน่าจะดี
ออกมาดีจริง ๆ คะ แป้งนิ่มแต่ไม่เละ นวดแล้วรู้สึกได้



สูตรปรับแล้วเป็นประมาณนี้คะ ใช้ห่อได้ 4 ก้อนใหญ่

แป้งเอนกประสงค์ 100 กรัม
น้ำเชื่อม 70 กรัม (จากบล็อกคุณปุ๊ก )
น้ำด่าง 1 ช้อนชา
น้ำมันคาโนล่า 25 กรัม

ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน นวดสองสามนาที ห่อด้วยพลาสติกพักไว้หนึ่งคืนคะ



ส่วนไส้ก็ที่กวนไว้ครั้งก่อน นอนรออยู่ในช่องแข็งมาหลายอาทิตย์แล้ว

มาเริ่มประกอบร่างกันคะ
1. เอาแป้งและไส้ออกมาพักให้อยู่ที่อุณหภูมิห้อง เตรียมถาดอบรองกระดาษไข
2. ลองใส่แป้งในพิมพ์เพื่อดูน้ำหนัก หารด้วยสี่ แป้งหนึ่งส่วน ไส้สามส่วนคะ
3. ชั่งไส้ ถ้าจะใส่ไข่แดงก็ทอนน้ำหนักออกตามน้ำหนักไข่ แล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ ไว้
4. โรลแป้งโดยใช้พลาสติดรองทั้งบนทั้งล่าง อย่างงี้ดีคะ ไม่เลอะเทอะ ไม่เหนียวน้ำเชื่อม
ลองวัดขนาดว่าโรลได้ที่รึยังโดยเอาพิมพ์ลองวางดู แล้วกะว่าห่อไส้ได้มิด
5. ห่อไส้ แล้วค่อยๆ เอาใส่พิมพ์ ระวังไม่ให้รอยหยักเกี่ยวแป้งขาด เพราะแป้งบางมาก
6. กดแป้งให้แน่นพิมพ์ วางพิมพ์บนถาดแล้วปํ๊มออกมา
7. อบขนมที่ 180C นาที แล้วพัก 15 นาที
8. ทาไข่แดงบาง ๆ แล้วอบต่ออีก 12 นาที
9. พักให้เย็น เก็บใส่กล่อง ปิดฝาให้สนิท 1 วันก่อนกิน
ขั้นตอนนี้เป็นการทำให้แป้งนิ่ม ไม่แข็งเหมือนตอบอบเสร็จใหม่ๆ คะ
แต่ลองกินตอนออกมาใหม่ ๆ (อดใจไม่ได้) ก็อร่อยดีออกคะ



ใช้พิมพ์กะดูว่าโรลแป้งได้ขนาดแล้วรึยัง



เตรียมเข้าเตาอบ



ไปซื้อพิมพ์กันสองคนกับคุณชาย ไม่รู้ภาษาจีน ก็หยิบ ๆ ที่คิดว่าสวย
เอามาถามเพื่อนว่าเค้าเขียนว่าอะไร อ๋อ "หมูแดง"
ถอนใจแรง ๆ สองที

แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ ได้กินฝีมือตัวเองคะ





Create Date : 19 สิงหาคม 2555
Last Update : 19 สิงหาคม 2555 20:45:23 น.
Counter : 1212 Pageviews.

2 comment
Fudge Brownie แบบไม่มีเนยไม่มีไข่


สุขสันต์วันแห่งความรักคะ

วาเลนไทน์ปีนี้ที่อิตาลียังหนาวเหน็บอยู่เลย ไปข้างนอกก็หนาว เลยอาสาเฝ้าบ้าน เฝ้าน้องทิวลิป



จริง ๆช่วงนี้ มีภารกิจหลักคือกำจัดของแห้งที่ตุนไว้อย่างมากมาย เพราะกำลังจะย้ายบ้านคะ
พยายามใช้ของที่มีอยู่ ไม่ดูโบรชัวร์ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะเห็นแล้วมันอด"ซื้อไว้เพื่อ"ไม่ได้

เมื่อวานนี้เคลียร์ตู้แช่แข็งแล้ว ดีใจ สำเร็จไปหนึ่งขั้น
เสร็จงานพบว่าตัวเองยังมีอัลมอนด์กับชอคชิพถุงใหญ่ที่ตุนไว้
จำได้ว่า"ซื้อไว้เพื่อ"อีกละ ทำบราวนี่ดีกว่าคะ ใช้เยอะดี



ปัญหาคือไข่หมด วันเสาร์ที่ผ่านมาทำขนมหลายอย่างไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาล
ลองถามอากู๋ ได้สูตรนี้มาคะ หน้าตาดี มีคนการันตีหลาย ๆดาว
//www.egglesscooking.com/2010/07/26/non-fat-fudge-brownies/

แคลอรี่น้อย อร่อยด้วยคะ

แป้งเอนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
ถั่วสับหยาบ 1/2 ถ้วย ต้นฉบับใช้พีแคน แต่ที่นี่ไม่มีขายใช้แอลมอนด์แทนคะ

ชอคโกแลตชิพ Semi Sweet 1/2 ถ้วย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่อุณหภูมิห้อง 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย



1. เตรียมพิมพ์ 8×8 นิ้ว ปูกระดาษไข ตัดให้ปลายให้เลยมาหน่อย จะได้ยกขนมออกง่าย ๆ
2. วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 180C
3. ร่อนแป้ง ผงโกโก้ โซดา เข้าด้วยกัน
4. ละลายชอคโกแลตชิพด้วยวิธี Double boiler คือเอาชอคโกแลตใส่อ่างแล้ววางบนหม้อ
โดยก้นอ่างห้ามสัมผัสน้ำในหม้อ ต้มน้ำ ระหว่างนั้นก็กวนชอคโกแลตจนละลายดี
ใครจะใส่ไมโครเวฟแล้วเอาออกมากวนทีละสิบ สิบห้าวินาทีก็ได้คะ
แต่เราเคยทำไหม้ จากนั้นก็ไม่สนุกแล้วคะ
พักชอคโกแลตนิดนึง ถ้าร้อนมากเวลาผสมโยเกิร์ตจะแตกตัวคะ
5. เทโยเกิร์ตกับน้ำตาลลงในอ่างชอคโกแลต กวนให้เข้ากัน
6. ใส่ส่วนแป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตามด้วยน้ำ ถั่ว กวนไม่นาน จะได้ส่วนผสมคล้ายมัฟฟิ่นคะ
7. เทลงพิมพ์ อบประมาณ 25-30 นาที
8. พอเริ่มหอมก็ลองใช้ไม้จิ้มตรงกลางดู ไม่มีของเหลวติดมาก็ใช้ได้แล้วคะ
อบนานไปจะแห้ง เนื้อบราวนี่ด้านในต้องแฉะนิดนึง
ทิ้งไว้ในพิมพ์ซักสิบนาที แล้วยกทั้งกระดาษออกมา พักให้เย็นสนิทก่อนตัดนะคะ

เนื้อในชุ่มช่ำ ยิ่งวันที่สองยิ่งอร่อย ส่วนวันที่สามอยู่ไม่ถึงคะ



ว่ากันว่าท่านี้เป็นท่าบังคับ



ขอให้มีความสุขกับการทำขนมคะ



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2555 17:04:54 น.
Counter : 11604 Pageviews.

22 comment
Banana Bread


ประเดิมบล็อกกับเค๊กกล้วยหอมคะ
ขนมหอม ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย

เชื่อว่าใครเป็นมือใหม่หัดทำขนม
ไม่พ้นต้องได้เคยลองทำเค้กกล้วยหอมแน่ ๆ คะ
เพราะเป็นขนมที่ทำง่าย ขายคล่อง
หัดทำขนมใหม่ ๆ ขอแค่ขนมขายหมดก็ดีใจแล้วคะ
ไม่ชมไม่ว่า แต่คิดเอาเอง เราก็พอไหว ไม่มีใครท้องเสีย

ที่ว่าทำง่ายเพราะไม่ต้องการอุปกรณ์หรือว่าทักษะเยอะ
ขอให้ตวงส่วนผสมให้ถูกเป็นใช้ได้
แล้วก็ขายคล่องเพราะทานง่าย
คือทานตอนไหนก็ได้ เช้า สาย บ่าย เย็น
ทานเล่น ๆ เป็นของหวานหลังมื้ออาหาร
ไม่ก็ทานแบบจริงจังเป็นอาหารเช้าอิ่มท้องก็ได้เหมือนกัน

เรื่องรสชาติคงไม่ต้องพูดถึง
เพราะคงจะมีน้อยคนที่จะไม่ชอบความหอมหวานของกล้วยหอม
ยิ่งพอได้กลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ หอมเนยนิด ๆ เข้าไปผสมหน่อย
ห้ามใจลำบากคะ

สูตรเค้กกล้วยหอมมีเยอะมากกกคะ เป็นร้อยเป็นพัน
จะว่าสูตรไหนอร่อยที่สุดก็พูดยาก เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน
ชอบแบบฟูๆ เนื้อแน่นๆ หวานมาก หวานน้อย ต่างคนต่างความคิดคะ

สูตรที่ใช้วันนี้เป็นสูตรหากินก็ว่าได้
อาจจะไม่ได้อร่อยที่สุดแต่ก็อร่อยมาก
เพราะสูตรที่อร่อยที่สุดมักจะอุดมไปด้วยนม เนย
ไปช่วยให้ขนมหอม หวาน มัน

ปกติเราจะใช้กล้วยที่สุกมาก ๆ นะคะ ไม่ใช่เพื่อกำจัดกล้วย
ที่บ้านนี่กล้วยเป็นอะไรซื้อแทบไม่ทันคะ วางปุ๊ปหมดปั๊บ
แต่ด้วยธรรมชาติของกล้วยพอยิ่งสุกมากเนื้อจะลดความเป็นแป้งลงขณะที่ความหวานและความหอมจะมากขึ้น
อีกอย่างเค๊กกล้วยหอมสีเข้ม ๆ หน้าตาดีออกคะ

ข้อดีอีกอย่างของสูตรนี้คือสะดวก
จะเอาไปดัดแปลงทำเค้กอื่น ๆ ก็ง่ายคะ ตัดกล้วยออก
เติมฟักทองนึ่งบด มันหวาน ชอคโกแลต เบอรี่
หรือจะเติมชีส ซาลามี่เป็นของคาวก็ยังได้
ดูสูตรดีกว่าคะ

แป้งเอนกประสงค์ร่อน 2 ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
วานิลลา 1 ช้อนชา
นม 1 ถ้วย นมอะไรก็ได้คะ skim milk ก็ได้ อร่อยน้อยลงนิดเดียว
ไข่ 1 ฟอง
เนยละลาย 1/4 ถ้วย หรือน้ำมันพืช
กล้วยหอมบด 1/2 ถ้วย

1. เริ่มที่วอร์มเตาอบ 180 C เตรียมพิมพ์ จะใช้พิมพ์โลฟหรือว่ามัฟฟิ่นก็ได้คะ รองกระดาษไขหรือว่าถ้วยมัฟฟิ่นจะได้เอาออกง่าย ๆ พิมพ์ไม่เปื้อน ไม่มันมาก
2. ร่อนแป้ง โซดา ผงฟู เกลือ น้ำตาล วานิลลา (ผง) เข้าด้วยกันในอ่างผสม ใช้อ่างใหญ่หน่อยก็ดีคะเวลาผสมจะได้ไม่เลอะเทอะ ทำหลุมตรงกลางไว้
3. ตีไข่พอแตก ผสมนม เนย วานิลลา (น้ำ) คนให้เข้ากัน
4. เทส่วนผสมเปียกลงในอ่างส่วนผสมแห้ง ใช้ตะกร้อคนเร็ว ๆ แรง ๆ สี่ห้ารอบพอเข้ากันก็พอคะ คนนานจะเกิดกลูเตนทำให้ขนมเหนียว ไม่อร่อย ใส่กล้วย คนอีกทีสองที
5. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ อบประมาณ 18 นาที สำหรับมัฟฟิ่น 40 นาทีสำหรับโลฟคะ ถ้าไม่แน่ใจก็อาศัยว่าพอได้กลิ่นหอม อีกห้านาทีลองเอาไม้จิ้มดู ถ้าแห้งดีก็สุกแล้วแล้วคะ เพราะขนาดเตา ขนาดพิมพ์ทำให้ใช้เวลาต่างกันคะ

ปกติพอได้กลิ่นหอม ๆ ต่อมหิวก็ทำงานทันทีใช่มั้ยคะ
แต่ถ้าอดใจไหว รอให้เย็น
ยิ่งทิ้งไว้ข้ามคืนเค๊กจะหอมขึ้นมากคะ เนื้อก็จะนุ่มขึ้นด้วย

ขอให้มีความสุขกับขนมอร่อย ๆ คะ



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2555 14:19:58 น.
Counter : 775 Pageviews.

3 comment

Gelatissimo
Location :
  Hong Kong SAR

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]