Wall-E หุ่นน้อยหัวใจกุ๊กกิ๊ก
WALL-E หุ่นน้อยหัวใจกุ๊กกิ๊ก




แอนิเมชั่นของพิกซาร์ที่ไปดูในโรงและยอมซื้อdvd มากกเก็บไว้อีก(หลังจากเรื่องของ Finding Nemo)
ไม่ได้คาดหวังมากกับเรื่องนี้ในตอนแรก กลับผิดคาด
แค่แอนิเมชั่นเบิกโรง กระต่ายน้อยกับนักมายากล Presto ก็ฮาจนคุ้มค่าตั๋วไปแล้วครึ่งนึง
(อยากให้มีภาคต่อมากๆ)

เสียงเพลงร่าเริงลอยมาให้ได้ยินแผ่วๆแล้วค่อยๆดังขึ้น
แล้วเปิดตัวด้วยรูปโลกใบใหญ่ที่ดูเหมือนห่อหุ้มไปด้วยหินก้อนเล็กๆ ที่เมื่อซูมลงไปแล้ว....
ดาวเทียม!! ดาวเทียมเจ้าค่ะที่ห่อหุ้มโลกอยู่ ดาวเทียมมาแทนที่โอโซน หนาแน่นเหมือนรถบนถนนในกรุงเทพ ไม่มีผิด

บนโลกที่แห้งแล้งไร้ชีวิตชีวานี้ยังเหลือหุ่นกำจัดขยะรุ่นWALL-E โทรมๆทำงานอย่างไม่ย่อท้อ
ที่จะฟื้นฟูโลกให้กลับมาเป็นดังเดิม
ทำยังไงน่ะเหรอ? ก็อัดก๊อปปี้ขยะต่างๆให้เป็นทรงลูกบาศก์แล้วเรียงจนเป็นกองสูงใหญ่หลายสิบหลายร้อยกอง
จนท่วมท้นมหาศาลจนกลายเป็นมหานครขยะ

แล้วมนุษย์ล่ะไปไหน? ทำไมไม่ยอมแก้ไขปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้น
โน่น...อยู่โพ้นกาแล็กซีไหนก็ไม่รู้ บนยานท่องอวกาศ AXIOM รื่นเริงสำราญในอวกาศเป็นเวลาตั้ง 700 ปี
ภาระทั้งหมดก็ตกแอ้กบนบ่าเล็กๆของ “วอลลี่”

IPB Image

วอลลี่อยู่อย่างเดียวดายมาตั้ง 700 ปีกับสิ่งมีชีวิตที่อึดที่สุดในโลก “น้องแมงสาบ”ตัวกระจิ๋วที่ฆ่ายังไงๆก็ไม่ตาย
ขนาดถูกวอลลี่ทับแปร๊ดซะแบบบี้ติดพื้นก็ยังยังไม่ตาย ด้วยพลังแฝง กาจั๊วะ เพาเวอร์!!

วันดีคืนดีก็มียานอวกาศร่อนจนลงที่บ้านหลบภัยของวอลลี่
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงเข้าไปซุ่มแอบดูยานลำนั้น แล้วเขาได้พบกับ “อีฟ”
(หรือ อีฟา ตามสำเนียงแมชชีนของเจ้าวอลลี่)
อ้า...นี่หรือคนที่เจ้าหุ่นน้อยรอมานานแสนนาน...

IPB Image

นี่คือหนังรัก ย้ำหนังรัก ไม่ใช่หนังไซไฟบวกสิ่งแวดล้อมเต็มสูบที่แทรกเรื่องราวน่ารักโรแมนติกของหุ่นยนต์ 2 ตัวไว้แต่อย่างใด
หนัง รักกุ๊กกิ๊กเรื่องนี้เพียงแต่ใช้เรื่องราวแนวดิสโทเปียหน่อยๆ(มนุษยชาติต้อง หนีจากโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะไปเพียงหยิบมือนึงเท่านั้น)
มาเป็นแบ็คกราวด์ เป็นการเพาะปูมหลังของวอลลี่ที่เป็นหุ่นยนต์ผู้รู้จักแต่”ภารกิจ” ในการอัดขยะให้รวมกันเป็นก้อน ซ้ำแล้วซ้ำอีก
คิดดูว่าถ้าเราต้องทำสิ่งเดิมๆซ้ำเป็นร้อยๆปี จะเบื่อหน่ายแค่ไหน(เอาแค่ไม่ถึงสิบปีดีก็จะชักกระแด่วแล้ว อิอิ)
ตัวก็มอมแมมเปื้อนฝุ่นดินอยู่ตลอด และมีสายตาที่เหงาหงอย ได้แต่ปลอบใจตัวเองด้วยการเปิดวิทยุประจำกายลั่นๆไป
แรงผลักดันวอลลี่ให้ทำภารกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ”ความหวัง”ก็เป็นได้ เขาได้แต่หวัง
รอและคอยเพื่อนที่จะมาจากฟากฟ้าอันไกลโพ้น เพื่อนที่จะมาช่วยไล่ความเหงาไปจากชีวิตเขา


...เพื่อน...

...เพื่อน....























...เพื่อนที่ไหนฟะ!


IPB Image


แม่นางอีฟตัวขาวนุ่มละมุนละไม ดูหรูดีมีคลาส แต่เวลาโมโหนี่อย่าอยู่ใกล้ ถ้าไม่อยากถูกระเบิดกระจุย

IPB Image

ฟี้ดดดดด...แช้ดดดดดดดดดด ตู้ม!(อ้าก! กระโดดหลบแทบไม่ทัน)
แต่เธอเป็นหุ่นยนต์ที่อ่อนโยนค่ะ น่ารัก โอบอ้อมอารี
สวยด้วย...

IPB Image

แฉ่ง พอชมแล้วดีด๊านะยะหล่อน
เฮ่อ...เกือบไป


วอลลี่เมื่อแรกได้พบหน้า(แต่ไม่ได้สบตา เพราะยังกลัวตัวสั่นงันงก)ก็เหมือนโดนเด็มซี่ย์ โรลของอิปโป
แล้วน็อกด้วยเคาเตอร์ขวาของมิยาตะ นับสิบก็ไม่ฟื้น
ไม่เอาแล้วเพื่อน... เพิ่น อยากได้แฟนแทน

แต่ก็นะ หนูอีฟนั้นยากแท้หยั่งถึง เธอก็เหมือนมหาสมุทรที่ดูสงบเงียบ ลึกลับน่าค้นหา แต่ก็ปั่นป่วนด้วยพายุตลอดเวลา
อีฟให้ความรู้สึกนุ่มนวลและรูปลักษณ์เป็นหญิงที่แฝงความแข็งแกร่งเหมือนผู้ชายไว้ในตัวด้วย
แถมยังรักภารกิจ จนไม่มีเวลาไปเสวนากับหุ่นรุ่นปู่เก่าๆอย่างวอลลี่ ปล่อยให้วอลลี่ของเราต้องแอบรักเธออย่างเงียบๆ
แล้วเรียกร้องความสนใจจากเธอด้วยความซุ่มซ่ามของเขาจนได้

ภารกิจของอีฟเกือบทำให้วอลลี่ต้องพรากจากเธอไป เมื่อระบบภารกิจในร่างกายเธอตอบรับต่อสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์แสงได้
หรือ “พืช”ที่วอลลี่นำมาอวดเธอ อีฟจำต้องนำ “ความหวัง”ของมนุษยชาติกลับไปที่ ยานอวกาศ “แอกเซี่ยม”
ซึ่งวอลลี่ก็ไม่ยอมให้รักแรกและรักสุดท้ายของเขาต้องหายลับไปในอวกาศเหมือนกับที่มนุษย์ทุกคนทิ้งเขา
ให้อยู่อย่างเดียวดายบนโลกที่ไร้ชีวิตใบนี้อีกครั้งแน่นอน เขาจึงตามอีฟไปและเข้าไปสู่โลกแห่งใหม่

ยาน Axiom...

วอลลี่ได้พบเพื่อนใหม่ๆ อย่างหุ่นยนต์ที่ต้องรอคิวซ่อมอย่างหุ่นร่ม หุ่นช่างแต่งหน้า
กับน้องโม่หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่เกลียดความสกปรกจับใจ และยังไปสร้างความลำบากให้น้องหุ่นซ่อมยานเบิร์นนี่
ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกะเค้าด้วยเลย และด้วยความซุ่มซ่าม (อเกน)
เขาก็ก่อเรื่องอลหม่านบ้านทรายทองบนยานอวกาศขนาดมหึมาลำนี้และด้วยเรื่องวุ่นๆนี้เอง
ที่สร้างอนาคตใหม่ให้กับมนุษย์ที่วันๆเอาแต่ใช้โฮโลแกรมแช็ท
กินฟาสต์ฟูดแบบเหลวและเล่นกอล์ฟด้วยโปรแกรม 3มิติ(เอ๊ะ คุ้นๆกันมั้ยแบบเนี้ย)
จนตัวอ้วนตัวเหมือนลูกปลาวาฬยืนด้วยตัวเองยังไม่ค่อยจะได้เล้ย! วอลลี่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง...

IPB Image


สำหรับกัปตันยานแอกเซี่ยมมนุษย์คนแรกสุดที่”อยาก”จะกลับ “บ้าน”อย่างจริงจังเพราะไปเห็นวิดิโอเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของโลก
และ ดันเชื่อว่ามีต้นพิซซ่าอยู่จริงกัปตันคนนี้เหมือนเป็นตัวแทนของคนเจเนอเร ชั่นอย่างเราๆ ที่รักสบาย ขี้เกียจ เอาเรื่องเฮฮาไว้ก่อน หยั่งเงี้ย

IPB Image

กับน้องโม่ที่รักกฎระเบียบหน้าที่ตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ยังต้องแหกกฎมาจัดการกับวอลลี่ที่สุดท้าย
ก็ละทิ้งกฏเกณฑ์ทั้งหลายมาเพื่อช่วยวอลลี่แทน


กระทั่งวอลลี่และอีฟนำพืชที่เป็นตัวแทนแห่งความหวังมามอบให้แก่มนุษย์ทุกคน ยังไม่วายโดนขวางโดยออโต้
หุ่นบังคับยานอัตโนมัติที่ไม่ยอมให้ทุกคนกลับโลก
พืชที่อีฟนำมานั้นเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้โปรแกรมที่จะส่งยานแอกเซี่ยมกลับโลก
หากมีตัวอย่างพืชไปแสกนในเครื่องซึ่งเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความหวัง
(คล้ายกับเรื่อง Final Fantasy: the spirit within)


IPB Image

แม้ว่าเราจะเห็นได้ว่าออโต้ยึดคำสั่งสุดท้ายของประธานบริษัท By en Large
ผู้เป็นเจ้าของแนวคิดให้มนุษย์ไปท่องเที่ยวหลั่นล้าในอวกาศและจนหาทางกลับโลกไม่ได้อีก
เพราะมีมลภาวะอันตรายร้ายแรงที่เกิดจากการที่โลกโดนสูบทรัพยากรจนเกลี้ยงหมดหยดสุดท้าย
จนโลกกลายเป็นถังขยะมหึมาที่เกิดพายุทรายยักษ์ทุกวี่วัน
แต่เหตุผลที่แท้จริงแล้วคือออโต้นั้นพอใจที่ได้เป็นกัปตันเงาที่มีอำนาจอย่างสูงในยานแอกเซี่ยม
อะไรๆก็เป็นสิ่งอัตโนมัติหมดแล้ว มนุษย์ก็เป็นง่อยหมด ถ้าต้องกลับโลกมนุษย์แล้วเขาจะเหลือค่าอะไร
เมื่อไม่ต้องมีหน้าที่ต้องบังคับยานอวกาศอีกต่อไป
แต่ออโต้ประมาทความสามารถในการเอาตัวรอดและการต่อสู้ของมนุษย์มากเกินไป
ไอ้อะไรอัตโนมัติมันก็เดินเครื่องมาด้วย manual มาก่อนไม่ใช่หรือ?
เขาเลยต้องแพ้แก่มนุษย์ที่เขาคิดว่าเคยปกครองไปอย่างง่ายดาย

ยานแอกเซี่ยมก็ลงจอดบนโลกมนุษย์อย่างมีสวัสดิภาพ เอวัง


IPB Image


วอลลี่กับอีฟในตอนแรกเหมือนเรื่องในการ์ตูนญี่ปุ่นที่แอบรักเขาข้างเดียว
ก่อนที่เธอหรือเขาจะเห็นความดีในตัวอีกผ่ายหนึ่งและหันมารักตอบ เรื่องนี้ตามรอยเป๊ะๆ
เราจะได้เห็นความรักที่ส่งผ่านแววตาของวอลลี่ปิ๊งๆ แต่เหมือนมันไม่ได้ซึมซาบเข้าผิวโลหะของอีฟซักกระผีก
หรือตอนที่วอลลี่พยายามจะจับมืออีฟ เลียนแบบหนังมิวสิคอลที่เขาดูในจอทีวี แต่อีฟก็ไม่ได้สนองตอบเขาเลยซักนิด
ด้วยใจห่วงแต่ภารกิจ แต่เมื่อเห็นวอลลี่ทำดีกับตัวเองมากๆเลยอ่อนไหวแล้วเริ่มห่วงหาเขาบ้าง
จนตอนที่วอลลี่ลืมดับหมดทุกสิ่ง คราวนี้เองที่อีฟต้องรักเขาตอบบ้าง
(ง้าก ตอนนี้น้ำตาเกือบเล็ดแล้ว ถ้าหนังยืดช่วงเวลาเศร้าซึ้งออกไปอีกนิดล่ะก็ไหลพรากแน่ๆ)
โชคดีที่ตายก่อน เอ้ย นังบ้า... โชคดีที่เรื่องนี้แฮปปี้ต่างหากล่ะ

Wall-E แม้จะแฝงปรัชญาที่ต้องแหวกว่ายคว้านหากว่าจะเจอ เพราะช่วงแรกๆนี่หนังใบ้กันจริงๆ
แถมตามมาด้วยความฮาและเรื่องสวีวี่วีเป็นระยะๆแถมมัวแต่มองหาน้องโม่ จนบางทีก็เกือบลืมธีมเรื่องจริงๆไปซะแล้ว...

ช่วยลดโลกร้อนด้วยการลดใช้พลาสติกและกระดาษด้วยนะคะ
แสรดดด...ไหนว่าเป็นหนังรักไม่ใช่หนังสิ่งแวดล้อมงัย! พูดเรื่องสิ่งแวดล้อมกับสัญลักษณ์อยู่ได้
อ่อ... นั่นสิเนอะงั้นเปลี่ยนเป็น ความรักย่อมชนะทุกสิ่งค่ะ!



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2552 20:45:31 น.
Counter : 307 Pageviews.

4 comments
  
หนังน่ารักมากๆเลยเนอะ เพลงก็สุดแสนจะโรแมนติก บทจะขำก็ทำเอาก๊าก
โดย: prunelle la belle femme วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:5:18:48 น.
  
สนุกดีแม้ไม่ค่อยมีบทสนทนา
โดย: คนขับช้า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:22:09 น.
  
ยังคงเม้นท์ ได้แสบๆ คันๆ ตามสไตล์คุณหมีภูเขา(เลือกใช้ชื่อแปลกดีนะ) เหมือนเดิมนะครับ เมื่อไหร่จะมีเอนทรี่ใหม่ๆ ให้ยลซะทีครับ หรือมัวแต่สู้รบตบมือกับแมลงสาบอยู่ อิอิ
โดย: Nanatakara วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:51:47 น.
  
หนังน่ารักดีครับ
โดย: ศล วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:11:22:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กุลสตรีดีแตก
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จขบ.นี้วันๆเอาแต่ดูเมะ especially สาย Y จะยาโอ้ย จะยูริ ก็คัมมอน ตรูเหยียบเรือสองแคม เพราะงั้นบล็อกจะว่างโล่งโจ้งเตียน หลายเพลาจะอัพที

แพลนในอนาคต - อาจจะรีวิวเมะที่เคยดู แต่ต้องแซะตัวให้ละสายตาจากการนั่งดูให้ได้ก่อน ขนาดรีวิวหนังยังเอาตัวไม่รอดเลย

โธ่เอ๋ย...