The Road : ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้น(กระแด่ว)กันต่อไป


หลังจากสิ้นโลกแล้ว มนุษย์จะเป็นยังไงกันต่อ? หนังวันล้างโลกหลายๆเรื่องทั้ง Armageddon ,Deep Impact , The day After tomorrow ,2012 อื่นๆอีกเป็นตับ และอีกหลายๆเรื่องที่ฮอลลีวู้ดพร้อมจะสร้างหากมีคนขุดค้นพบคำทำนายวันสิ้นโลกใต้หินปูนของอารยะธรรมขาวเมโสโปเตเมียอะไรเทือกๆนั้น หนังที่ว่ามาทั้งหมดมนุษย์ฝ่าด่านทดสอบของพระเจ้าได้อย่างงดงาม ยืดหยัดกล้าหาญต่อหน้าโชคชะตาที่โหดร้าย ไปสู่ฟ้าทองผ่องอำไพอนาคตอันแจ่มใส ดิเอ็น...

ในขณะที่เรื่อง The Road ชะตากรรมที่โหดร้ายเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง


สป๊อยล์ สปอยล์


หลังหายนะครั้งใหญ่ สภาพแวดล้อมไม่อำนวยให้คนอยู่อาศัยอีกต่อ มนุษย์ตัยห่านเกือบหมด ที่เหลือรอดก็กระเสือกกระสน Survival กันเอาเอง รัฐล่มสลาย กฎหมายก็ไม่คุ้มครอง ถอยหลังสู่ยุคนีแอนเดอทัลโดยสมบูรณ์ คนใจเข้มแข็งเลือกจะสู้ต่อไป คนใจอ่อนแอปลิดชีวิตตัวเอง และคนที่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวังสลัดทิ้งศีลธรรมความดีชอบผิดถูกเหมือนถอดเสื้อผ้าเก่าๆกองทิ้งไว้ เพื่อจะได้กระทำป่าเถื่อนโดยปราศจากการยับยั้งจากจิตสำนึกภายใน โลกสิ้นสูญพร้อมๆกับมนุษยชาติที่ดับดิ้นในพริบตา

บักโกอาศัยในโลกที่ว่านี่แหละ

ขอเวลานอกแป๊บนะคะ

สวัสดีค่ะพี่วิกโก ไม่ได้เจอพี่ตั้งนานตั้งแต่เรื่องฮิดัลโก้โน่นแน่ะค่ะ History of violence กับ Eastern promise ไม่ได้ไปข้องแวะเลยค่ะ /me เอาหัวโขกกับพื้นขอขมา เห็นพี่หนวดเฟิ้มเหมือนเดิมแล้วนึกถึงพี่ท่านอารากอร์น ป่านนี้คงจี๋จ๋าอยู่กับแม่นางอาร์เวนอยู่ ณ มิลเดิ้ลเอิร์ธอยู่แน่เลย ชิส์ อิจฉา....

จบนอกเวลา



หนังเป็นโทนเทาๆทึมๆ ฉากเป็นต้นไม้ดำๆหงิกงอ บ้านร้างๆ ฝุ่นกระจายทึบ ผู้คนดูโสๆอี๋ๆ หาความสวยงามจากเรื่องนี้ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว หรือฉากอ่างน้ำท่วมเลือดกับเตาย่างเนื้อ(คน)จะเรียกว่าดูดีเป็น อ่าาาาร์ทเทอะ ศิลปะแนวโกรเทส??? ดูตอนร้อนๆแล้วเย็นสันหลังดีจัง ยิ่งเปิดควบกับ The day After tomorrow แล้วรู้สึกเย๊นเย็นขึ้นมาทันที ( /me ลากพัดลมมาเป่าปลายทีน) จะบอกหน่อยไม่ได้ฤา ว่าที่โลกเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร โกลบอล วอร์มมิ่ง? สงครามนิวเคลียร์? ขั้วโลกกลับตาลปัตร? มนุษย์ดาวอังคารโจมตี? ทำให้จขบ.นั่งคิดหาสาเหตุจนลืมธีมเรื่องไปพอสมควร พอพยายามโฟกัสไปที่ตัวละครหลักทั้งสองคน เด็กผู้ชายดูใสซื่อ บริสุทธิ์ พี่วิกโกเคราเฟิ้มเชียว โกนหนวดทีนึงเล่นเอาจำไม่ได้(ในเรื่องอื่น) เป็นพ่อลูกที่รักกันมาก ตอนที่ต้องพลัดพรากจากกันช่างเป็นฉากสะเทือนอารมณ์ แต่ทำไมไม่สามารถเรียกน้ำตาออกมาได้แม้แต่หยดเดียว (ไม่ได้เป็นคนใจแข็งเลย ดูอะไรก็ร้องไห้ได้หมด เจ้าฮาจิกับปู่ริชาร์ด เกียร์ก็ร้อง ดูมิโกะคนทรง(วาย)หุ่นเทวะก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร ดูไททานิครอบที่ยี่สิบแปดยังร้องเลย)

ทั้งๆที่หนังแนวนี้ต้องคั้นอารมณ์จนน้ำตาทะลัก แต่...

ทำไมฟะ?

รึว่าน้ำในร่างกายมันกลายสภาพเป็นเหงื่อหมดแล้ว?


อ่ะค่ะ
จะเข้าร่องเข้ารอยแล้วค่ะ


พ่อและลูกชายคู่นึงที่เอาชีวิตรอดอยู่บนโลกเน่าๆใบนี้ แสวงหาที่อยู่ที่ปลอดภัยและหนีภัยจากมนุษย์ที่ล่ามนุษย์เพื่อกินเป็นอาหารคนเป็นพ่อเลยสอนให้ลูกใช้ปืน เพื่อปกป้องตัวเองจากเงื้อมมือสัตว์ในร่างคน โดยฆ่าตัวตายก่อนจะถูกกิน ถ้าไม่ว่าจะทำยังไงก็ตามที่ปลายทางก็คือความตาย หนทางที่เรียบง่ายก็ยังดีกว่าทางที่มีแต่ความทรมาน

ผู้เป็นพ่อคิดเช่นนั้น...

ทั้งๆที่ตัวเองกับลูกก็เหยียบลงมาบนเส้นทางที่ทรมานแล้วเรียบร้อย ท้องหิว สิ้นหวัง ท้องอิ่ม ประกายความหวังก็คุขึ้นมาก่อนจะโรยราไปตามความเป็นจริงโหดร้ายที่ผ่านตาทุกวัน ทั้งสองคนลากสังขารพาทั้งกายทั้งใจโทรมๆมุ่งลงทิศใต้ วาดหวังว่าอนาคตที่ดีดว่านี้ยังคงหลงเหลืออยู่ในดินแดนทางใต้ แต่ระหว่างการเดินทางนั้นความเหนื่อยล้าทางกาย ความทุกข์ทรมานใจค่อยกัดกินคนทั้งสอง เด็กชายยังมองโลกในแง่ดี คนเป็นพ่อคล้ายกลับจะโดนย้อมด้วยสิ่งสกปรก ไม่มีน้ำใจ ไม่มีไมตรี ชิงของได้ก็ทำ ฆ่าเพื่อปกป้องตัวเองและลูกได้ก็ยอม ในขณะที่ตระหนักว่าชีวิตตัวเองไม่ยืนยาวนัก เวลาที่เหลืออยู่จึงต้องอุทิศเพื่อเกลาลูกน้อยให้ยืนได้ด้วยขาตนเองเขาก็ต้องสอนลูกให้เหี้ยมและเฉียบขาดกับผู้อื่น ทั้งๆที่อีกใจนึงก็อยากจะเก็บความซื่อบริสุทธิ์ให้คงอยู่ในตัวลูกที่รักยิ่งกว่าชีวิตตลอดไป

ลูกชายที่เปรียบเหมือนน้ำเย็นใสที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชา

สำหรับเขาแล้วถ้าโลกอันโสมมนี่จะแปดเปื้อนอีกสักเพียงใด ขอแค่มีที่พักพิงใจแค่ที่ๆนึงก็พอแล้ว

แสงสว่างในหัวใจทั้งในตัวเองและในหัวใจคนอื่นจะนำพาให้ทุกคนไปสุดถนน สุดจุดหมายปลายทางได้รึเปล่า แล้วที่จุดสิ้นสุดนั่นจะมีที่พักพิงใจไหม?
หรือแค่เป็นการเริ่มต้นของฝันร้ายครั้งใหม่

ถึงจะเป็นอย่างนั้น มนุษย์ก็ไม่ละทิ้งความหวัง นี่สิถึงเป็นมนุษย์ ดิ้นรนต่อสู้อย่างกล้าหาญ ไม่ยอมแพ้อับจนต่อโชคชะตา

อย่าให้แสงสว่างในใจดับเป็นอันขาด...


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.
.

ให้ตายเหอะ เพิ่งจะเคยเขียนอะไรแบบจริงจังๆ เครียดๆ ก็วันนี้แหละ



Create Date : 07 พฤษภาคม 2553
Last Update : 7 พฤษภาคม 2553 14:43:22 น.
Counter : 540 Pageviews.

6 comments
  
ก็เรื่องมันควรจะเครียดอยู่หรอกนะ ถ้าเขียนออกมาเอาขำเป็นสามช่าชิงร้อยชิงล้าน ก็คงจะไม่ใช่เรื่อง จริงมะ เหอๆ
ปล.แต่ก็เขียนได้น่าอ่านดีนะครับ เรื่องต่อไปรีบจัดมาโดยด่วนเน้อ
โดย: Nanatakara วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:14:37 น.
  
555 ขำจขบ.มีขอเวลานอกด้วย ปลื้มพระเอกเป็นการส่วนตัวเหรอคะ
แล้วก็อ่านไปหัวเราะไปจขบ.อารมณ์ขันดีแท้
แถมพอเข้าโหมดเครียด จริงจัง สำนวนก็เฉียบขาดดีด้วยค่ะ

ตัวเองดูหนังเรื่องนี้แล้วเครียดค่ะ หนังดำเนินเรื่องได้บีบหัวใจมากๆเลย
โดยเฉพาะฉากที่พ่อสอนลูกให้เหนี่ยวไกปืนฆ่าตัวตายเศร้ามากเลย
แล้วอีกตอนที่พ่อไอแล้วลูกเอามือปิดปาก บอกว่าหยุดสิๆ
เข้าใจถึงความรู้สึกของลูกเลยว่าหวาดกลัวแค่ไหน
แต่ตอนที่เรียกน้ำตาคือตอนที่พ่อและ ลูกเจอชายชราชื่ออีไล
ที่แกบอกว่าแกอยู่บนท้องถนนมาตลอดชีวิต
และเมื่อแกเห็นเด็กชาย แกนึกว่าแกตายไปอยู่บนสวรรค์แล้วและได้พบเทวดาองค์หนึ่ง
แกแสดงได้อารมณ์มากๆเลยนะคะ ทั้งสีหน้า แววตา น้ำเสียง ได้อารมณ์สุดๆ
ตัวเองดูตอนนี้แล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ
โดย: มะนาวเพคะ IP: 113.53.182.53 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:23:39 น.
  
โดยส่วนตัวอยากดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาก

แต่ทำไมไม่ยอมหยิบมาดูสักที คงต้องดูเสียแล้วล่ะ

ไม่อย่างงั้นคงพลาดอะไรดีๆอีกมาก

โดย: Bravo-10 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:39:55 น.
  
ถ้าจำ Liam Neason ในบทพ่อจอมระห่ำได้ นี่ก็มาแนวเดียวกันครับ.....ดูแล้วคนที่ยังไม่เป็นพ่อคน จะรักพ่อมากขึ้นอีก ส่วนคนที่เป็นพ่อคนแล้ว ก็คงมานั่งคิดว่า ถ้าเวลานั้นมาถึง จะตัดสินใจยังไง....

บทดีมาก บีบสุดสุด แต่แปลก ดูจากการกระทำและคาร์แรคเตอร์แล้ว มันขัดๆ กันยังไงก็ไม่รู้ เพราะถ้าตามที่ทฤษฎีของดาร์วินแล้ว คนที่จะอยู่รอด ไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดต่างหาก

2 พ่อลูกในเรื่องนี่ เหมือนจะอาศัยโชคเอาตัวรอดมาตลอด ถ้าเป็นจริง คงไม่รอดตั้งแต่ปีแรกแล้วครับ....อ่อนแอมากเลย
โดย: คนผ่านทาง IP: 110.164.236.62 วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:05:02 น.
  
ผมอยากขอเพิ่มเติมความเห็นข้างบนอีกนิดจ่ะ เพราะยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากต่อการอยู่รอด ที่เรามักละเลยไปนั่นก็คือ "การยังไม่ถึงคราวตาย" ซึ่งอันนี้ก็ไม่ผิดที่เรามักละเลยไป เพราะมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์เราไปแล้ว
โดย: Nanatakara วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:07:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กุลสตรีดีแตก
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จขบ.นี้วันๆเอาแต่ดูเมะ especially สาย Y จะยาโอ้ย จะยูริ ก็คัมมอน ตรูเหยียบเรือสองแคม เพราะงั้นบล็อกจะว่างโล่งโจ้งเตียน หลายเพลาจะอัพที

แพลนในอนาคต - อาจจะรีวิวเมะที่เคยดู แต่ต้องแซะตัวให้ละสายตาจากการนั่งดูให้ได้ก่อน ขนาดรีวิวหนังยังเอาตัวไม่รอดเลย

โธ่เอ๋ย...