Group Blog
 
All blogs
 

ระแวงในปารีส

~ part 1~

June 2006

หลังจากจบโปรแกรมเที่ยวในสวิส
แม่ก็ส่งพ่อ+ลูกขึ้นรถไฟไปสนามบินซูริคเพื่อบินกลับเมืองไทย
ส่วนแม่ก็จะไปผจญภัยคนเดียวตามลำพัง (อีกแล้ว)

แพลนไว้ว่าจะเดินทางจากสวิสไปฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมเพื่อนเก่า
และตั้งใจเที่ยวเล่นในฝรั่งเศสสัก 1 อาทิตย์
โดยเริ่มจากนั่งรถไฟสวิสจากลูเซิร์น ไปที่เมืองบาเซิล
แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟฝรั่งเศส เข้าปารีส

โทรบอก Adrian ว่าจะไปถึงปารีสประมาณสัก 6 โมง ให้มารับที่สถานีรถไฟด้วย
แต่พอดี Adrian ติดงานถ่ายภาพ เลยให้แฟนมารับแทน
โทรนัดกับซาร่า แฟน Adrian โดยซาร่าให้ไปรอที่ร้านอาหาร "สีฟ้าๆ" ในสถานีรถไฟ
ซาร่าบอกว่า ร้านใหญ่มาก หาไม่ยาก มีร้านเดียว

เมื่อไปถึง Gare de'lest ก็เดินหาร้านที่ว่า แต่ไม่ยักกะเจอ
แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เรานัดกันที่สถานีรถไฟแต่ไม่ได้พูดเลยว่า สถานีไหน
ทุกคนคงเข้าใจว่าเป็น Gare du nord แน่ๆ
เลยโทรกลับไปหาซาร่าอีกที......
จริงๆด้วย...ซาร่าไปรอที่ Gare Du nord
แล้วซาร่ามีนัดเรียนโยคะต่อจากนั้น เลยตกลงกันว่า เดี๋ยวไปเจอซาร่าที่ หน้า Opera ตรง Bastile แทนละกัน
โดยเราจะขึ้น Metro ไปที่ Bastile จาก Gare de'lest เลย

เรื่องการผจญภัยครั้งใหญ่ ก็เริ่มขึ้น ณ ตรงนี้



ที่ Gare de'lest เราเดินจากชานชาลาไปทางช่องขายตั๋วรถไฟใต้ดิน
โดยมีสัมภาระคือ
1. กระเป๋าเดินทางขนาดกลางสีส้ม 1 ใบ
2. กระเป๋า keep all ใบใหญ่สุดของ LV 1 ใบ หูคล้องไว้กับที่ลากกระเป๋าเดินทาง เพื่อความสะดวกในการลาก
3. กระเป๋าสะพายผ้าเดนิม 1 ใบ
ซึ่งอาจดูเยอะ แต่ก็ไม่เฟอะฟะ เราเคลื่อนตัวได้อย่างไม่ขลุกขลัก เพราะกระเป๋าไม่หนัก
ระหว่างที่เข้าคิวอยู่ ก็รู้สึกตัวว่าได้กลิ่นเหล้าจากคนข้างหลัง จึงหันไปมอง
แล้วก็ตกใจเล็กน้อย เนื่องจาก จำได้ว่า ไอ้คนผิวขาว ท่าทางโทรมๆคนนี้มันเดินสวนกับเราตรงชานชาลาข้างบนเมื่อสักครู่นี้เอง
ตอนที่สวนทางกันมันยังมองเราเขม็งและเมื่อเดินผ่านไป
เราหันไปมองอีกทีก็เห็นมันหันมามองและจ้องเราเขม็งเหมือนกัน
เลยจำหน้าได้แม่น........
แล้วตอนนี้มันกลับมายืนอยู่ข้างหลังเรา
ตอนที่เดินสวนกันข้างบน มันเดินไปอีกทิศทางนึง ซึ่งไม่ใช่ทางด้านที่มาขึ้นรถไปใต้ดินนี่นา
พฤติกรรมน่าสงสัยมาก

มันชักจะยังไง ยังไงอยู่

คิดดังนั้นก็เลยเดินออกจากแถว ให้มันแซงหน้าขึ้นไป
แล้วก็มายืนรออยู่ใกล้ๆกับอีกแถวนึงแทน ซึ่งเป็นแถวสำหรับขายตั๋ว รายเดือน
ระหว่างที่ยืนอยู่ห่างๆ แต่ยังไม่เชิงไปเข้าแถวนั้น
ก็เห็นว่ามีไอ้มืดคนนึงเดินออกจากแถวแรกมาตรงแถวที่เรายืนอยู่
แล้วมาถามเราว่า "are u in line?"
ก็บอกไปว่า "no" แล้วบอกพยักหน้าให้มันไปเข้าแถวนั้น
เพราะเราเห็นว่า มันคือคนที่ยืนอยู่หน้าเรา ในแถวหนึ่ง และจงใจเดินออกจากแถวหนึ่ง เข้ามาหาเรา
คือ คนดำคนนี้ เคยยืนอยู่หน้าเรา ในขณะที่คนขาวนั่น อยู่หลังเรา เหมือนประกบเราอยู่ ตอนที่เข้าแถวอยู่ตอนแรก

ทันใดนั้น แว่บนึง เราเห็นมันทั้ง 2 คือไอ้มืด และ ไอ้ขาว
ซึ่งขณะนั้นยืนคนละแถวแล้ว
สบตากันแว่บนึง แล้วพยักหน้านิดนึงเหมือนให้สัญญาน อะไรกันสักอย่าง
สันนิษฐานว่า
1. มันอาจร่วมมือกัน แล้วให้สัญญานเตรียมพร้อม
2. มันอาจไม่ได้ทำงานด้วยกัน (แต่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน) ก็ประมาณให้สัญญานทักทายกันว่า "ตรูว่าคนนี้แหละ คนนี้แหละ เหยื่อโอชะ"
แต่ยังไงก็ตาม เมื่อเราเห็นท่าทางของมันปุ๊บ
เก็รู้เลยว่า ... ชัดแล้ว.... งานนี้
ตอนนั้นกลัวมากๆ
รีบเดินกลับ ขึ้นบันไดไปยังชานชาลาด้านบน
แล้วเดินจ้ำไปที่ห้องตำรวจ ซึ่งเห็นตอนเดินหาร้าน ที่ซาร่าให้ไปรอ ในตอนแรก
ปรากฎว่า ห้องตำรวจ ติดป้าย CLOSED
มองเข้าไปดูก็ไม่มีใครเลย กลัวหนักเข้าไปอีก
เลยรีบเดินออกไปข้างนอก โทรหาซาร่า บอกว่า ไม่ขึ้นรถไฟแล้ว เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง รู้สึกว่าตอนนั้นจะสั่นๆอยู่ กลัวจริงๆ
บอกซาร่าว่าจะนั่ง Taxi ไปแทน
ซาร่าบอกว่าเดี๋ยวโทรถาม Adrian ก่อน ว่าจะเอายังไง
เพราะซาร่าต้องรีบไป class โยคะ ภายใน 10 นาทีนี้แล้ว
ตอนแรกซาร่ากะให้เราไปรอที่บ้านซาราที่บาสติลก่อน
เมื่อซาราเรียนเสร็จ ค่อยพาไปบ้าน Adrian
ตอนนี้แผนการเริ่มมีปัญหา

พอซาร่าโทรมาอีกรอบ เลยบอกไปว่า เกรงใจเอางี้เดี๋ยวเราไปแถวนั้น แล้วนั่งรอในร้านกาแฟก่อนก็ได้
จะได้กินข้าวเย็นด้วย
พอซาร่าเรียนเสร็จค่อยมาเจอกันที่ร้าน น่าสะดวกกว่า
ซาร่าก็ขอโทษ ขอโพยใหญ่เลย

เราก็เดินไปหา taxi บอกว่าให้พาไปส่ง next metro station
เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าตรงนั้นอยู่ไกลจาก Bastile แค่ไหน
คนขับ taxi ก็กวนมาก
บอกว่า ไม่รู้ว่า next metro station คืออันไหน ต้องบอกมาเลยว่าจะไปอันไหน ไม่งั้นไปไม่ถูก
เราเลยเดินออกมา กะไปเรียก taxi คันใหม่

ก็เจอรถคันนึงจอดอยู่มีผู้ชาย+หญิง สูงอายุ 1 คู่
และ หนุ่มสาว 1 คู่ยืนอยู่
เลยไปเล่าให้เค้าฟังว่าเราต้องการทราบว่า Bastile อยู่ไกลแค่ไหน
ถ้าเรียก Taxi ไปจะมีค่าใช้จ่ายสักเท่าไหร่
เนื่องจากว่า ตอนนั้นเรามีเงินยูโรอยู่ในตัวเป็น Bank ใบละ 200 ยูโรทั้งหมด
ตอนที่ไปแลกที่ธนาคารมา bank เล็กๆเค้าหมด
และเรามีใบละ 20 ยูโรซึ่งเป็นเงินเก่าที่เหลือจากคราวก่อนๆ เพียง 1 ใบ
และมีเศษเหรียญอยู่นิดหน่อย
ถ้าค่ารถเกินกว่านั้น เราต้องใช้ใบ 200 จ่าย....ต้องมีปัญหาแน่นอน

ครอบครัวนี้น่ารักมาก ก็เดินไปคุยกับ taxi ให้
ว่าไป Bastile ประมาณเท่าไหร่
ก็ได้คำตอบว่าประมาณ 10 ยูโร
ก็เลยโอเค
พอขึ้นไปปรากฎว่าเป็น taxi คันแรกนั่นแหละ
มันยังมีหน้ามาบอกว่า...ไอบอกยูแล้วตั้งแต่แรกว่าไปบาสติล 10 ยูโร ยูไม่ยอมไปเอง
เราก็ขี้เกียจคุยด้วย เพราะจำได้ว่าตอนแรกเรายังไม่ได้พูดเรื่องบาสติลเลย

ระหว่างที่นั่งรถไป Adrian ก็โทรเข้ามาพอดี บอกว่าให้ไปที่บ้านเลย
เพราะตอนนี้ roommate กลับมารอเปิดประตูบ้านให้แล้ว
แต่ Adrian ยังถ่ายภาพอยู่
เราเลยให้ Adrian คุยกะคนขับ Taxi ซึ่งตอนนั้นไปถึง Bastile พอดี
(มิเตอร์ขึ้นไปประมาณ 9 ยูโร)
เมื่อรู้ทางแล้ว ก็นั่งต่อไป บ้าน Adrian ซึ่งก็อีกไม่ไกลมาก
สรุปว่าจ่ายไปทั้งหมดเกือบ 20 ยูโร

พอถึงบ้านแล้ว...ดีใจบอกไม่ถูกเลย....
เล่าเรื่องให้ roommate ของ Adrian ฟัง
เค้าก็บอกว่า You are safe now, don't worry
รินน้ำมาให้ดื่ม แล้วเราเลยขอตัวเข้าไปพัก
..................
นี่เป็นประสพการณ์ ... เฉียด.... ครั้งแรกในปารีส
เอ๊ะ..ไม่สิ...ครั้งแรกในชีวิตเลยล่ะ
ขออย่าเจออีกเลย...สาธุ
.................
คงเป็นเพราะเศรษฐกิจตกต่ำลง และค่าครองชีพสูง
คนตกงานมาก มิจฉาชีพเลยมากขึ้น
ไปปารีสหลายต่อหลายครั้ง เคยเดินสบายๆ ไม่กังวลอะไร
แต่คราวนี้ไม่ได้เลย
กระเป๋าสตางค์ก็ไม่อยากพก ต้องแยกเงิน + credit card ออกมาใส่กระเป๋าใบเล็กมีสายคล้องคอ
แล้วใส่ไว้ใต้เสื้อ แนบตัวไว้
คราวนี้เอาเงินยูโรมา 1,200 กว่ายูโร
ส่วนใหญ่เป็นใบละ 200 ยูโร และมีเศษเล็กๆน้อยๆอีกนิดหน่อย
รู้ว่าแบงค์ใหญ่ใช้ยาก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
เพราะวันที่ไปแลกเงินก็ก่อนวันเดินทางวันเดียว แล้วที่ธนาคารก็ไม่มีใบเล็กๆ
คิดว่า พอไปถึงฝรั่งเศสแล้วจะแตกใบย่อยที่ร้านค้าใหญ่ๆก่อน
พอมีปัญหาอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยอยากพกเงินติดตัวมาก
คราวหน้าคงแลกเงินไปน้อยๆ แล้วใช้การ์ดตามเดิม




~part 2~

จากเหตุการณ์ที่ Gare de'lest ทำให้เราเกิดความหวาดระแวงไปอย่างไม่น่าเชื่อ
ทำให้ไม่อยากนั่งรถไฟใต้ดิน
เดินไปตามท้องถนนก็เห็นพวกผวดำ เตร็ดเตร่อยู่เต็มไปหมด
พวกนี้ไม่ทำงาน เดินปัดไปปัดมา บางทีรู้สึกเหมือนเดินตามเรา
(คาดว่าส่วนนึงคงเป็นเพราะวิตกจริตไปเอง)
วันที่ไปลูฟร์ นั่งพักตรงลานปีรามิด ก็มีไอ้บ้าคนนึงมานั่งข้างๆ แล้วชวนคุย
เป็นคนขาว อายุราวๆ 40
ถามว่ามาจากไหน ชื่ออะไร ฯลฯ
ก็เลยบอกไปว่านัดเพื่อน ไว้ และได้เวลานัดแล้ว ไปล่ะ
พอเราจะลุกขึ้น มันแตะเข่าเรา แล้วบอกว่า ขอเดินไปด้วยได้มั๊ย
เราลุกพรวดแล้วบอกว่า i don't think so แล้วเดินมาเลย
มันอะไรกันเนี่ย

อีกวันนึงนั่ง Rer ไป outlet นอกเมือง
ในโบกี้ มีคนประมาณ 7-8 คนเอง
ขณะที่กำลังนั่งๆอยู่ มีเก้าอี้ว่างอยู่เยอะแยะ
แต่ไอ้มืดคนนึง เลือกจะมานั่งข้างเราเฉยเลย
สังเกตว่าพวกนี้ จะมาตัวเปล่าไม่มีถุง ไม่มีกระเป๋าอะไรใดๆทั้งสิ้น
อาจเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน
เราก็เลยแกล้งไอแค๊กๆ ไอไปเรื่อยๆ เหมือนป่วย ปิดปากบ้าง ไม่ปิดบ้าง
พอผ่านไป 2 สถานี มันก็ลุก แล้วลงไปเลย
อันนี้ก็ไม่รู้ว่า มันมีเจตนาอะไร หรือ เราคิดไปเอง
แต่ก็กันไว้ก่อนดีกว่า

เย็นวันเดียวกันนั้นเอง
หลังจากชอปปิ้งกระหน่ำ ข้าวของมากมาย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ปรากฎว่าไขกุญแจเข้าบ้านไม่ได้
ไขยังๆก็ไม่ได้
ต้องโทรไปบอก Adrian
Adrian บอกให้กดออดเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยไขให้
ช่วยกันเป็นนาน 2 นาน ทำยังไงก็ไม่ออก

เลยต้องฝากของไว้ที่เพื่อนบ้าน แล้วออกไปกินข้าวข้างนอกก่อน
รอเวลา Adrian เลิกงาน แล้วมาเปิดประตูให้
พอ Adrian มาก็ยังเปิดไม่ได้อีก กุญแจไขยากมากๆ
Adrian บอกว่ามันไม่ค่อยดีอยู่แล้ว งั้นคืนนี้ย้ายไปนอนบ้านซาร่าละกัน
ซาร่าก็ให้ไปนอนบ้านพ่อแม่
ส่วน Adrian ก็ไปนอนบ้านซาร่า
ซาร่าเล่าให้ฟังว่า แถวอพาร์ทเม้นท์ของ Adrian นั้น (ย่าน Oberkampt) เป็นย่านที่มีผับเยอะ
บางทีก็อาจมีพวก junk มางัดแงะอพาร์ทเม้นท์เหมือนกัน
อาจมีคนมางัดอพาร์ทเม้นท์ของ Adrian ทำให้กุญแจเปิดไม่ได้ก็เป็นไปได้

เราเลยนอนไม่หลับทั้งคืน
เพราะ 1. กังวลว่าเราปิดประตูไม่ดี ทำให้ขโมยเข้าไปขนของเพื่อนหรือเปล่า
2. ของๆเพื่อนมีเยอะแยะ ทั้งกล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ คอมพิวเตอร์
3. ของๆเราก็เพียบ กระเป๋า LV / Prada ใบนึง ซื้อจากสวิส
และมีเงินใส่กระเป๋าสตางค์ที่ทิ้งไว้ในบ้านอีก 800 ยูโร
กังวลไปทั้งคืน
ตอนเช้าลงไปหาซาร่าข้างล่าง ซาร่าบอกว่า Adrian เรียกช่างมาซ่อมกุญแจให้เรียบร้อย พบว่ากุญแจตกร่องอะไรสักอย่าง
เหตุการณ์อื่นๆปกติ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ
เดี๋ยว Adrian มารับ พาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน
ก็โล่งอกขึ้นมาหน่อย

งวดนี้มีแต่เรื่องตื่นเต้น อกสั่นขวัญแขวนทั้งนั้นเลย










 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551    
Last Update : 22 สิงหาคม 2557 17:27:28 น.
Counter : 442 Pageviews.  


parachute
Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




Friends' blogs
[Add parachute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.