Group Blog
 
All blogs
 

<< International students' ski trip 2009 >>



โรงเรียนมีนักเรียนต่างชาติทั้งหมดประมาณ 60 คน
(จากจำนวนทั้งโรงเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาล - มัธยมปลายราว 1,500 คน)
มาจากหลายๆประเทศ เช่น
เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน
บราซิล เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรีย เม็กซิโก

ในส่วนของ International office จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆเสมอๆ
เพื่อให้เด็กได้สนิทสนมกัน ได้ประสบการณ์นอกห้องเรียน
ได้เรียนรู้วิถีชิวิตชาวกีวี และ ได้ใช้เวลาที่มีอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

สกีทริปเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจมาก
จำนวนนักเรียนเข้าร่วมถึง 33 คนทีเดียว
ก่อนจะไปครูได้มอบหมายหน้าที่ให้เด็กๆทำหน้าที่ต่างๆกัน
เช่น ติดต่อที่พัก เช็ครายชื่อคนที่จะไป การจัดเตรียมเสื้อผ้า + อุปกรณ์ต่างๆ
การจัดรายชื่อตามห้องที่จะเข้าพัก ฯลฯ
เป็นการให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการจัดการ ฝึกความรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี



ทริปนี้เป็นการเดินทางแบบ 2 วัน 1 คืน
(เล่นสกีกัน 2 วัน)
นักเรียน 33 คน ผู้ใหญ่ 4 คนคือ Mrs. Blears, Mrs. McCready, Mr. McKoy และ Ms. Sarisa ^.^

เข้าไปดูพยากรณ์อากาศแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใสดี

กลางวัน
อุณหภูมิสูงสุด -4
ต่ำสุด -6
ถ้ามีลม จะเหลือ -12

กลางคืน
อุณหภูมิสูงสุด -8
ต่ำสุด -8
ถ้ามีลม จะเหลือ -16

และมี snow shower 1 ซม.

ภูเขาที่เราไปคือ Mt. Raupehu เจ้าเก่า อยู่บริเวณ Tongariro National park
ซึ่งมีสกีฟิลด์ 2 ด้านคือ Whakapapa และ Turau
เราไป Whakapapa เพราะใกล้กว่า (นิดนึง)



3 Sep 09 เริ่มออกเดินทางตั้งแต่ 6.30 โมงเช้า
แวะพัก Morning tea break ที่ Taupo ก่อน :)



เริ่มเห็นหิมะบนยอดเขาแล้ว



แวะเอาอุปกรณ์สกีก่อน โดยเราเช่าอุปกรณ์ต่างๆที่โรงแรม Skotel เลย
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวาย กรณีขึ้นไปเช่าบนลานสกี เนื่องจากผู้คนจะเยอะ
และกลุ่มเราก็เป็นกลุ่มใหญ่ด้วย



เรียบร้อยแล้ว



จากโรงแรมซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขา ใช้เวลาเดินทางขึ้นไปราว 10 นาทีก็ถึงแล้ว
(หากเป็นรถบัสใหญ่ๆแบบของเราก็อาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว)



คนที่ยังไม่เคยเล่นก็เข้าเรียนกันเลย



หนุ่มน้อยคนนี้เล่นด้านล่างสำหรับ absolute beginner จนเบื่อ
ก็จะหนีขึ้นไปด้านบนแล้ว :)



beginner slope
มีชื่อเรียกน่ารักว่า Happy Valley เล่นง่ายๆ ไม่ชันเลย ^.^





ลานสกีปิด 4 โมง
เราก็อยู่เล่นกันจนเขาปิด สนุกสนานกันไปตามๆกัน แล้วก็กลับเข้าโรงแรม
เราพักที่ Skotel เขาบอกว่าเป็น highest hotel in New Zealand
อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1142 เมตร



Jump @ Skotel : 4 Sep' 09



ห้องนอนมีหลายแบบ แล้วแต่ว่าจะได้แบบไหนกัน
อันนี้ของแม่....นอนคนเดียว :)



อันนี้ของลูก นอน 3 คน
เป็นเตียงคู่ 1 เตียง และ เตียงเดี่ยวอีก 1 เตียง
ลูกเป็นหนึ่งในกลุ่มโชคดีที่ได้ห้องแบบ Deluxe มีตู้เย็น ไมโครเวฟ ห้องน้ำ ทีวี พร้อม
เพราะบางกลุ่มได้ห้องแบบ backpacker ไม่มีห้องน้ำในตัว
แต่ห้องน้ำรวมก็สะอาดสะอ้าน สะดวกพอสมควรนะ



จัดการเรื่องห้องเสร็จแล้วก็ต้องรีบมาเตรียมอาหารเย็นกัน
นักเรียนแต่ละคนจะได้รับลิสต์ระบุว่า ใครจะนำอาหาร ของแห้ง เครื่องดื่ม อะไรมากันบ้าง
โดยครูจะแจกลิสต์ให้ราวๆ 1 -2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
ซึ่งทาง host family จะเป็นคนจัดเตรียมให้ตามลิสต์นั้นๆ
ลิสต์ของบ้านเราคือ นมสด ผลไม้กระป๋อง มาร์ชเมลโล ซีเรียล
พอเอาอาหารมารวมกันก็พบว่ามันเยอะมากเกินไปจริงๆ
สามารเลี้ยงคนได้ทั้งโรงแรมเลย (ทิ้งไปก็เยอะ แจกกลับบ้านกันได้อีก)
มื้อเย็นเราจึงมีสารพัดพาสต้า
มักโรนี ลาซานย่า สปาเกตตี้ คอร์นบีฟ บัตเตอร์ชิคเกน (คล้ายๆแกงไก่)
ข้าว ขนมปังกระเทียม (ประมาณ 50 แถวน่ะ คิดดู)
ในรูปนี่คือกินกันไปบ้างแล้ว
ยังเหลือถาดที่ยังไม่ได้อบอีกหลายถาด :P



ในตู้เย็นมีกองทัพนมสดและน้ำผลไม้ (ที่เหลือ)
น้ำผลไม้เอามารวมแล้วประมาณ 20 กว่าขวด
กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด
วันกลับเลยแจกจ่ายให้เด็กๆเอากลับไปบ้านกัน
(รูปนี้ถ่ายหลังจากกินข้าวเย็นแล้ว ส่วนนมสดไว้กินตอนเช้า)



กินข้าวแล้วก็พักผ่อนในห้องนั่งเล่นรวม
บางคนก็ไปอาบน้ำ
บางคนก็ไปเดินเล่น



เช้าวันรุ่งขึ้น ลมแรงมาก ลานสกีปิด
เราก็เลยแฮงค์กันในโรงแรมก่อนเพื่อรอฟังข่าว
อาหารเช้าก็เป็นอาหารที่เหลือจากเมื่อวานบ้าง และ ขนมปัง นมสด ซีเรียล ไมโลใส่มาร์ชเมลโล่ ผลไม้ โฮมเบคต่างๆ ฯลฯ





ราวๆ 11 โมงได้รับแจ้งว่าลานสกีด้านล่างเปิดให้บริการแล้ว
แต่ลมยังแรงอยู่ ดังนั้นด้านบนไม่เปิดให้บริการ
เราก็ตัดสินใจไปกัน เพราะดีกว่าอยู่ในโรงแรมเฉยๆ
เมื่อไปถึงปรากฎว่าอากาศหนาวมากๆ หิมะตกอีกตังหาก
และความที่ลมแรงทำให้ทรงตัวค่อนข้างยาก
เด็กๆหลายคนเล่นไปสักพักก็ตัดสินใจเลิก และ เล่นปาหิมะใส่กัน สนุกกว่า





อากาศหนาวจริงๆ
ลูกขึ้นไปเล่นสโลปด้านบนกับเพื่อน
(สังเกตุดูในรูป แชร์ลิฟท์ด้านซ้ายซึ่งขึ้นไปสูงกว่าไม่เปิด เปิดแต่ด้านขวามือ)
แม่ก็กะว่าจะรอถ่ายวีดีโอตรงปลายสโลป เวลาลูกสกีลงมา
แต่ยืนไปสักพักก็ชักไม่ไหว เลยพยายามจะ text บอกลูกว่าแม่รออยู่
กดไปนิดนึงมือแข็งมาก กดไม่ได้ แถมลมแรงจนนิ้วปวดไปหมด อย่างทรมาน
เลยต้องล้มเลิกความตั้งใจ รีบไปหาไออุ่นใน ski shop ข้างๆก่อน
ใช้เวลาตั้งนานกว่านิ้วจะหายปวด



เพราะความที่อากาศไม่อำนวยขนาดนี้
พวกเราก็เลยตัดสินใจเลิกก่อนถึงเวลา คือสักราวบ่าย 2 โมงเศษๆก็เลิกแล้ว
เอาอุปกรณ์สกีไปคืนด้านล่าง
แล้วออกเดินทางต่อเพื่อแช่น้ำแร่ Hot pool ที่ Rangipo อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่
เด็กๆเล่นน้ำกันในสระว่ายน้ำอุ่น ส่วนแม่แว่บไปแช่ Mineral private pool
สบายตัวกันไปตามๆกัน



ขากลับแวะกินอาหารเย็นที่ Taupo
โดยแยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย (ศัพท์ทัวร์มากๆ)
เด็กๆก็ไปตามเบอร์เกอร์คิง แมคโดนัลด์ KFC หรือ ร้านคาเฟ่ต่างๆ
ส่วนแม่และครูไปกินอาหารไทยกัน อร่อยดี (หรือหิว??)

เป็นทริปที่สนุกสนาน ประทับใจมากๆ
ระหว่างอาหารเย็นครูและแม่ก็คุยกันว่า ปีหน้าเราอาจปรับแผนให้มีกิจกรรมมากขึ้น
มาใช้เวลาที่ทาวโปให้มากขึ้น
เพราะที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะแยะ
คุยไปคุยมาก็เหมือนกับแม่เป็นหนึ่งในทีม International office ไปแล้ว
Brainstorm และร่วมกิจกรรมต่างๆกับเขาตลอดเลย เนียนจริงๆ ^.^











 

Create Date : 30 กันยายน 2552    
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 19:18:25 น.
Counter : 944 Pageviews.  

MKB2009

mommy knows best : March-April 2009

mommy knows best ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 4 แล้ว
คราวนี้สมาชิกเราเป็นเด็กหญิงล้วน 7 คน

เนื่องจากปีนี้ตัวเราอยู่ที่นิวซีแลนด์แล้ว ไม่สามารถพาเด็กๆเดินทางมาได้
พอดีน้องพูห์จังกับม้าหม่า จะแวะมาเยี่ยมพอดี
จึงได้โอกาสเดินทางมาพร้อมกันเลย
ก็กลายเป็นว่ามีผู้ใหญ่เดินทางมาด้วย
สรุปแล้วออกเดินทางมาทั้งหมด 9 คนด้วยกัน

ปีนี้โปรแกรมของเรานาน 4 สัปดาห์ (14 มีค - 12 เม.ย.)
โปรแกรมเรียน + ทัศนศึกษา เพียบ
กลุ่มนี้โชคดีมากๆ ทั้งในเรื่องอากาศที่อุ่นสบายตลอด
แทบไม่เจอฝนเลย ทั้งที่ทุกๆปีจะเริ่มหนาว และ ฝนตกบ่อยแล้ว
โปรแกรมเรียน (ซึ่งเราร่วมประสานกับทางโรงเรียนในการจัดตารางสอน) ก็สนุกๆทุกวิชา
โปรแกรมเที่ยวก็มีโปรแกรมใหม่ๆเสริมขึ้นมาหลายอัน
Jazz Festival ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดอีสเตอร์ของทุกปีก็มีสีสันมากๆ
ทั้งที่เหนื่อยแสนเหนื่อย
แต่โดยสรุปแล้ว นับว่าเป็นปีที่ทุกอย่างลงตัว สมบูรณ์แบบที่สุด :)

เด็กๆเดินทางมาถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม
เราเดินทางไปรับที่สนามบินโอ๊คแลนด์
โดยไปกับครูใหญ่ฝ่าย International ซึ่งเดินทางไปรับเด็กๆด้วยตัวเอง
แล้วก็พากันเดินทางต่อมาทาวรองก้า ซึ่งทาง host family จะรอรับเด็กๆอยู่ที่โรงเรียน
เพื่อพากลับไปพักผ่อนที่บ้าน
host family ทั้งหมด เราเลือกด้วยตัวเองอย่างพิถีพิถันมาก
อันนี้เป็นข้อได้เปรียบเลย เพราะเราอยู่ที่นี่แล้ว
เรารูจักแทบจะทุกครอบครัวอยู่แล้ว
บ้านไหน ย่านไหน ชุมชนไหน เป็นยังไง รู้หมด
อันนี้แหละ mommy knows best จริงๆ
ทุกบ้านที่เราเลือกให้เด็กๆอยู่ในย่านเดียวกันหมดคือย่าน bethlehem
ซึ่งเป็นย่านที่ดีและปลอดภัยที่สุดของเมือง
อยู่ใกล้โรงเรียนซึ่งเด็กๆสามารถเดินไปได้สบายๆ
และสะดวกสำหรับเราในวันที่ไปรับส่งพาเด็กๆไปเที่ยวด้วย

วันรุ่งขึ้น เด็กๆก็ไปโรงเรียนกันเลย
วันแรกๆ host family จะไปรับส่งให้
จริงๆแล้วทุกบ้านที่เลือกนี่ เดินทางสะดวกที่สุดแล้ว ทุกหลังอยู่ในระยะเดินได้หมด
วันต่อๆมา เด็กๆก็เดินไปกลับกันเอง อย่างสบายๆ
บ้านที่มีลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้ด้วย
เด็กๆก็เดินมาโรงเรียนด้วยกัน
มีบ้านนึงอยู่ใกล้ๆบ้านของครูที่โรงเรียน
ทุกๆเช้า ขณะที่เดินมาโรงเรียน ครูก็จะจอดรถแวะรับมาส่งที่โรงเรียนแทบทุกวัน
สบายไปเลย :)

วันแรก ก็เป็นเรื่องของการปฐมนิเทศ พาชมโรงเรียน แล้วก้อพาไปชมเมือง
ขึ้นยอดเขาชมวิวโดยรอบ
ไปปิคนิคกันริมทะเล อะไรทำนองนี้

เพราะอยากให้เด็กๆได้กลมกลืนกับเด็กกีวีในโรงเรียนจริงๆ
เราจึงจัดการให้เด็กๆได้ใส่ชุดนักเรียนด้วย
เด็กๆชอบมาก

วิชา NZ study และ NZ food tasting
เดิมทางโรงเรียนจะจัดอาหาร ผลไม้ ขนม ต่างๆของนิวซีแลนด์ให้เด็กๆได้ชิมกันในห้องเรียน
แต่เราเห็นว่า จะสนุกกว่าถ้าให้เด็กๆได้ออกไปเลือกซื้อกันเองในซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย
เด็กๆจะได้เห็นมากกว่าที่จัดให้
ทั้งยังได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆของคนกีวี ว่าเขาซื้ออาหารกันที่ไหน
อาหารเป็นอย่างไร มีกี่แบบ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ก็ตื่นตาตื่นใจมาก
แผนกผักสดผลไม้ ที่มีพืชผักละลานตา ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ
แผนก Dairy product นม เนย ชีส โยเกิร์ต มีกันให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว
ขนมปัง ก็มีหลากชนิด เรียกว่ามีให้เลือกเป็นร้อยเลย

เพราะความที่เราสนิทสนมกับทางโรงเรียนมากๆ
โปรแกรมทั้งหมด เราจึงเลือกได้ตามความต้องการ (แต่ต้องแหมาะสมด้วย)
การจัดวิชา supermarket experience เข้าไป จึงเป็นเรื่องไม่ยากเลย :)

ปีนี้เราจัดให้เรียนวิชา cooking ถึง 4 ครั้งด้วยกัน
โดยไม่ต้องไปเรียนร่วมกับเด็กกีวี
แต่จองห้องใช้เองเฉพาะกลุ่มเราเลย
สัปดาห์แรกทำ Anzac biscuit
สัปดาห์ 2เป็น Pizza Baked Potato
สัปดาห์ 3 เป็น Pizza หน้าแฮม ซาลามี่ และ ผักต่างๆ
สัปดาห์ 4 เป็น Feijoa muffin (อร่อยมากๆๆๆๆ)

ทุกๆวันศุกร์ทางโรงเรียนจะมี Assembly
ให้เด็กนักเรียน (มัธยม) ทั้งหมดมารวมกันในห้องประชุม
แล้วทางโรงเรียนก็จะประกาศว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง
เช่นมีกิจกรรมอะไร เรื่องเรียน เรื่องกีฬา ประมาณคล้ายๆโฮมรูมใหญ่ประจำสัปดาห์น่ะ
แล้วของ International student ก็จะมี Assembly ต่างหากอีกอันด้วย
สัปดาห์แรกที่ไป ในส่วนของ International assembly
มีการต้อนรับกลุ่ม mommy knows best และ ประกาศยกย่อง Student of the day
ซึ่งน้องจ้ำ และ น้องแมท ได้รับเลือกให้เป็น student of the day
จากการที่ได้ไปช่วยจัดร้านกาชาด ตอนระดมเงินช่วยเหลือ Bush fire ในออสเตรเลียค่ะ


วัน school assembly (รวม) ทางครูใหญ่ของฝ่ายมัธยมก็กล่าวต้อนรับกลุ่มเราอีก
ต่อที่ประชุมของนักเรียนทั้งโรงเรียน
อบอุ่นมากๆ
ทางฝ่าย inter ได้จัดให้ ทัฬห์ โกสิยพงษ์ เป็นตัวแทนของ Inter. student ขึ้นไปกล่าวต้อนรับกลุ่มเราบนเวที
ชอบไอเดียนี้มากๆ
ทำให้ทั้งโรงเรียนรับรู้ว่า ถึงกลุ่มเราจะเป็นกลุ่มเล็กๆ มาเรียนเพียง 1 เดือน
แต่ก็มีสิทธิเท่าเทียมกับนักเรียนที่นี่ทุกอย่าง
Mr. Nash ครูใหญ่ยังย้ำด้วยว่า
ให้นักเรียนทุกคนต้อนรับ ทักทาย ยิ้มแย้ม และ ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเราทุกอย่าง
................
ทัฬห์ ไม่ได้แต่งชุดนักเรียนเพราะวันนั้นเป็น Mufti day
ซึ่งนักเรียนทั้งโรงเรียนแต่งชุดอะไรมาก็ได้
แต่จะมี theme ให้ด้วยทุกครั้ง
ใครจะแต่งตาม theme ก็ได้
theme วันนั้นเป็น old school day

นอกจากเรียนในห้องแล้ว เด็กๆก็ได้ออกไปเที่ยวข้างนอกด้วย
เราจัดให้เด็กเรียนเต็มวันอาทิตย์ละ 3 วัน
เรียน 1/2 วัน เล่น 1/2 วัน สัปดาห์ละ 2 วัน
แล้วทุกวันเสาร์ก็ออกไปเที่ยวเต็มวัน นอกเมืองกันค่ะ










 

Create Date : 26 กันยายน 2552    
Last Update : 29 มกราคม 2558 0:30:54 น.
Counter : 147 Pageviews.  

~ Lunchbox ~



เห็นลูกทำรายงานเกี่ยวกับเรื่อง Culture shock ส่งครู
ก็ถามเขาว่า มีอะไรที่ลูกรู้สึกว่าแตกต่างจากตอนอยู่เมืองไทยบ้าง
ลูกบอกว่าน่าจะเป็นเรื่องโรงอาหาร
เพราะโรงเรียนที่นี่ไม่มีโรงอาหารให้เป็นกิจจะลักษณะอย่างที่เมืองไทย
คือจะมีแคนทีนเล็กๆ ขายของว่าง เครื่องดื่ม ให้เด็กๆ
ไม่มีโต๊ะ เก้าอี้วางในลักษณะเหมือนโรงอาหารที่บ้านเรา
เด็กๆก็จะนั่งทานของว่างตอน Morning tea หรือ อาหารกลางวัน
ตามโต๊ะไม้ (แบบปิคนิค) ที่มีอยู่กระจายๆตามโรงเรียนบ้าง
นั่งใต้ต้นไม้บ้าง นั่งตามสนามหญ้าบ้าง นั่งหน้าห้องเรียนบ้าง
อะไรประมาณนี้

ของว่างที่ขายในแคนทีนก็จะเป็นพวกนม ไอติม แซนวิช พาย คุ้กกี้ บะหมี่ถ้วย
มักกะโรนีชีส อะไรที่กินง่ายๆ
นักเรียนส่วนใหญ่จะเตรียม Lunchbox มาจากบ้านเอง
หากจะซื้อที่แคนทีน ก็เป็นประมาณเสริมเข้าไปเท่านั้น

ใน Lunchbox ของลูก ก็ต้องเผื่อขนมที่จะให้ลูกกินช่วงเบรคตอนเช้า หรือ Morning tea และ ส่วนที่เป็นอาหารกลางวัน
ตอนแรกๆที่ลูกมา ลูกก็อยากให้ทำข้าว + กับข้าว หรือ บะหมี่ผัด
พออยู่ไปนานๆ ก็ไม่เอาแล้ว เพราะเขารู้สึกว่ามันกินยาก (วิธีการ)
ขอเป็นแซนวิชดีกว่า หยิบกินง่ายๆ
เสร็จแล้วจะได้รีบไปเล่นกับเพื่อน

ขนมที่นี่มีให้เลือกมากมายไปหมด เวลาไปเดินดูตามซุปเปอร์มาร์เก็ต
แล้วรู้สึกสนุกดี

ขนมที่เตรียมให้ช่วง morning tea ก็เป็นพวก energy bar ชอคโกแลต มันฝรั่ง อะไรทำนองนี้
ถ้าวันไหนทำบราวนี่ หรือ คัพเค้ก ก็จะห่อใส่ไปด้วย
อาหารกลางวันก็มักจะเป็นแซนวิชต่างๆ
บางทีก็เป็นซูชิบ้าง บะหมี่บ้าง
น้ำดื่ม และ ผลไม้











~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~

อันล่าสุด...เพิ่งทำเมื่อกี้เอง ^.^



เตรียมให้ลูกไปโรงเรียนพรุ่งนี้
เด็กนักเรียนต่างชาติ จะมีอภิสิทธิ์อยู่นิดนึง
คือมีห้อง Lunchroom พิเศษ เปิดให้ใช้ได้อาทิตย์ละ 2 วันคือพุธ และ ศุกร์
ในห้องจะมีไมโครเวฟ และ น้ำร้อนให้เด็กอุ่นอาหาร ปรุงอาหารได้
เพราะเด็กต่างชาติในโรงเรียนเป็นเด็กเอเชียเยอะ
และครูเข้าใจว่า เราชอบอาหารร้อนๆมากกว่าพวกแซนวิชเย็นๆ
จึงมี facilities ตรงนี้ให้ (น่ารักจัง)
ดังนั้นวันพุธ และ ศุกร์ บางครั้งก็จะเอาบะหมี่ถ้วยให้ลูกไปบ้าง
เปลี่ยนบรรยากาศจ๊ะ :)







 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 10 มิถุนายน 2557 17:36:15 น.
Counter : 547 Pageviews.  

~ Year 11 ~

ปีนี้ลูกอยู่ year 11
การเรียนก็เริ่มซีเรียสขึ้นอีกหน่อย
เพราะเป็นปีที่ต้องสอบ NCEA - National Certificate of Educational Achievement
ซึ่งเป็นระบบการสอบวัดผลการเรียนของนักเรียนของประเทศนิวซีแลนด์
ผลการสอบเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพิจารณารับนักเรียนเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
สำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะไม่เข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ ก็จะไม่ค่อยสนใจเรื่องการสอบ NCEA เท่าไหร่
แต่จะเน้นไปสอบ Ielts หรือ TOEFL หรือ Cambridge score อะไรพวกนั้นแทน

นักเรียนไทยที่มาเรียนที่ Bethlehem college ส่วนใหญ่จะเรียนถึง year 12
(ประมาณ ม 5)
แล้วก็กลับไปเข้ามหาวิทยาลัยแผนกอินเตอร์ฯ ที่เมืองไทย
หรือ ไม่ก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอื่นกัน
บางคนที่ต้องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่นี่ ถึงจะเรียนจนจบ year 13
ในกรณีของลูก ก็ตั้งใจไว้ว่าจะให้เรียนจนจบ year 13 เลย
แล้วก็ต่อมหาวิทยาลัยที่นี่แหละ
ประมาณปีหน้า เราคงต้องเริ่มไปทัวร์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆกันแล้ว












 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2552 17:13:46 น.
Counter : 324 Pageviews.  

~ year 10 Camp ~



กิจกรรมช่วงปิดเทอม อันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตนักเรียนแบบ กีวีไสตล์อันน่าสนุกของนักเรียน year 10 มีให้เลือกหลายโปรแกรม
ของลูก เรามาลองดูๆแล้วสนใจอยู่ 2 รายการคือ
5 days camp ที่ Tongariro Crossing
และ Nocturnal tramping ฝึกเดินป่า หัดดูดาวนำทาง การเอาตัวรอดในป่า

เราจึงลงเลือกไป 2 อัน แล้วแต่ว่าจะได้อันไหน เพราะแต่ละรายการรับจำกัด
ผลปรากฎว่าได้ เป็น 5 days camp
ไม่รู้ว่าลูกจะไหวหรือเปล่า ต้องเดินป่า ขึ้นเขาลงห้วย ข้ามลำธาร
นอนในถุงนอนและเต้นท์  แต่จะมี Hut ให้นอน 2 จุดด้วยกัน

ครูให้ list มาว่าจะต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง
แม่ซื้อ Backpack ขนาด 50 ลิตรให้ลูก 1 ใบ
พร้อมรองเท้าบู๊ต และ ถุงเท้า tramping อย่างหนา
แม่เองก็ค่อนข้างมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องการเดินป่า เดินเขาเลย

ต้องแบกเป้หนักๆอย่างนี้เดินป่าเดินเขา...



ครูเอากล้องถ่ายรูปไปแล้วถ่ายรูปเด็กๆส่งมาให้ทาง email
ย่อซะเล็กไปหน่อย

@ Cascade Hut



@ Ngaruroro river valley







@ Ngapuketurua


cross Tauranga : Taupo river



Get ready for the hunt



Rifle shooting





ในการเดินทาง จะมีครูนำไป 1 คน และ อาสาสมัครผู็ปกครอง 1 คน ซึ่งเป็นคุณพ่อของนักเรียน ในกรุ๊พ นักเรียนไปกันเพียง 7 คน เป็นนักเรียน year 10 ทุกคน

เมื่อลูกกลับมาเล่าให้ฟังว่า ลูกเดินเท้าทั้งหมด 5 วัน ระยะทางรวมกันเกือบ 100 กม.
คือเดินกันวันนึงราวๆ 20-30 กม.
ต้องขึ้นเขา ลงเนิน ตะลุยลำธาร หัดก่อกองไฟ ทำอาหาร สารพัด
ใจนึงก็อดสงสารไม่ได้
แต่อีกใจนึงก็คิดว่า มันช่างเป็นประสบการณ์ที่วิเศษเหลือเกิน
ที่ครั้งนึงในชีวิตลูกจะได้ทำอะไรแบบนี้




 

Create Date : 30 เมษายน 2552    
Last Update : 15 ธันวาคม 2558 2:55:03 น.
Counter : 152 Pageviews.  

1  2  

parachute
Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




Friends' blogs
[Add parachute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.