Group Blog
 
All blogs
 

ไปนิวซีแลนด์กับกลุ่ม mommy knows best



ประมาณ 4-5 ปีก่อน เริ่มมีความคิดที่จะส่งลูก ไปเรียนต่างประเทศ
เนื่องจากลูกยังเล็กอยู่ (9 ขวบ)
เลยเตรียมความพร้อมโดยให้ไปคอร์สสั้นๆ ประมาณ 3-4 สัปดาห์ก่อน
เพราะความเป็นห่วงลูกซึ่งไม่เคยเดินทางไกลคนเดียว
ไม่เคยห่างจากครอบครัว
แม่ก็เลยตัดสินใจเดินทางไปกับลูกด้วย
ครั้งแรกเราส่งลูกเดินทางไปกับโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่
ทางโรงเรียนจัดโปรแกรมไปประเทศนิวซีแลนด์
โดยมีนักเรียนและครู เดินทางไปรวมประมาณ 80 กว่าคนทีเดียว
ตอนนั้นลูกเรียนอยู่ชั้น ป 5 เทอม 2

ครั้งต่อมาเราส่งลูกไปกับสถาบันชื่อดังที่จัดโปรแกรม ไปเมือง Cairns ประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งแม่ก็ตามไปแจมด้วยเช่นเคย

ทั้ง 2 ครั้งที่ไป แม่จะคอยสังเกตการจัดการของผู้จัด และผู้ดูแลเด็ก
พร้อมทั้งแอบให้คะแนนอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
การดูแลเด็กกลุ่มใหญ่จำนวนมากๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ต้องใช้ผู้ที่มีประสพการณ์และมีวุฒิภาวะพอสมควร
พ่อแม่ผู้ปกครองได้ให้ความไว้วางใจ
ส่ง"แก้วตาดวงใจ" มาให้อยู่ในการดูแล
พร้อมชำระค่าใช้จ่ายจำนวนมากนะคะ...

หลังจากที่ประมวลดูสถานการณ์ต่างๆแล้ว
แม่เห็นว่าควรจะไปติดต่อเยี่ยมชมโรงเรียนต่างๆหลายๆแห่ง ศึกษาเมือง ศึกษาโรงเรียน ศึกษาโปรแกรมโดยละเอียดเองโดยด่วน
แล้วรวบรวมข้อมูล จัดการพาลูกมาเองจะดีกว่า
ใครจะมาดูแลลูกเราได้ดีเท่ากับเรา
.... แม่มั่นใจ .....

เมื่อเราเริ่มไปกันเอง
ก็จะมีเพื่อนๆที่มีความต้องการคล้ายๆกับครอบครัวเราคอยถามรายละเอียด พร้อมทั้งสนใจที่จะร่วมเดินทางไปกับเราด้วย
จึงเกิดโปรแกรม Mommy Knows best ขึ้นมา



Mommy knows best ไม่ใช่จัดขึ้นเพื่อแสวงผลกำไร
ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลทางการค้า
ไม่มีการใช้ทัวร์ลีดเดอร์ หรือพี่เลี้ยงมาดูแลลูกของเรา
แม่จะเดินทางไปกับลูกเอง
และถ้าพ่อแม่คนอืนๆจะเดินทางไปด้วย (ถ้าไปได้) ก็จะเป็นการดีมาก

ตอนเลือกโรงเรียนนั้นพวกสถาบันสอนภาษาที่ตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน
ไม่ได้อยู่ในสายตาเลย
ควรเป็นโรงเรียนที่ดี ที่ลูกสามารถจะเข้าเรียนต่อได้ในระดับมัธยมต่อไป

ดูมาหลายโรงเรียน ก็เห็นว่าเบธเลเฮม คอลเลจ นี่โอเคแล้ว
Bethlehem College เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์
เป็นโรงเรียนคริสเตียนรับนักเรียนชายและหญิง ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงเกรด 13 (ระบบการเรียนของนิวซีแลนด์มีถึงเกรด 13)

สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติ ทางโรงเรียนจะมีแผนก International หรือเรียกว่า Prep school
เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนจะเข้าไปเรียนในชั้นเรียนเดียวกับเด็กนิวซีแลนด์ (Mainstream class)
ซึ่งในการเตรียมพร้อมนี้นักเรียนจะเรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับวิชาเรียนจริงตามระดับชั้น
เมื่อภาษาอังกฤษของเด็กพัฒนาและสามารถเรียนในชั้นเรียนปกติแล้ว
ก็สามารถโอนย้ายไปเรียนรวมกับเด็กนิวซีแลนด์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลา

เดือนมีนา- เมษายน 2006 กลุ่ม Mommy knows best
ได้เดินทางไปครั้งแรก
มีเด็กๆ 6 คน ผู้ปกครอง 3 คน
ประสพความสำเร็จแต่ก็เหนื่อยเอาการเลย
แม่ลงทุนเช่ารถ minivan 1 คัน
เพื่อจะพาเด็กๆไปโน่นไปนี่ นอกจากโปรแกรมที่โรงเรียนจัดให้ด้วย

ปีนี้มีเสียงเรียกร้องให้จัด Mommy knows best อีกเป็นครั้งที่ 2
แม่กำลังหาทางจัดการกับตารางการทำงานของแม่อย่างเต็มที่
ไม่รู้จะเลี่ยงได้แค่ไหน
แต่ยังไงเราก็มีสมาชิกที่พร้อมจะออกเดินทางกับเรา 7-8 คนแล้ว
ท่าทางจะสนุกกันอีกแน่ๆ








 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 23 มกราคม 2551 15:27:48 น.
Counter : 1334 Pageviews.  

ไปนิวซีแลนด์ # 3 : School

โรงเรียนที่เลือกให้ลูกชื่อ Bethlehem College
ตั้งอยู่ในเขต Bethlehem ของเมือง Tauranga
หลังจากเพียรพาลูกไป 3 ครั้งติดๆกัน
เพื่อทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน เมือง และผู้คนที่นี่
ก็ยิ่งมั่นใจว่าเลือกโรงเรียนไม่ผิด
ล่าสุด..ลูกชายพูดออกมาเองว่า อยากมาเรียนที่นี่แล้ว
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี่ พยายามต่อรองทุกวิถีทางเพื่อจะขออยู่เมืองไทย



ถ่ายกับเด็กครอบครัว Shannon


หน้าตึกเรียนเด็กประถมต้น


วันเกิดลูก ถ่ายที่ห้องพักครูโรงเรียน


วันเกิด Jelly ถ่ายกับเพื่อนๆและพี่นักเรียนไทยในช่วง Moring Tea Break


สนามกว้างๆ มีส่วนในการตัดสินใจสูง เพราะลูกชอบเล่นฟุตบอล และกีฬาหลายชนิด
ลูกเป็นเด็กไม่กลัวแดดด้วย







ทางโรงเรียนมีกีฬาที่สอน และให้เล่นหลายอย่าง เช่น รักบี้ ฟุตบอล คริกเก็ต เทนนิส เน๊ตบอล ว่ายน้ำ เป็นต้น



พอเข้าหน้าหนาว ก็ต้องเข้ายิม เล่นบาส ยิมนาสติก rock climbing อะไรไปตามเรื่อง



ช่วงนี้ที่เราไปเรียน ทางโรงเรียนได้จัดให้เด็กๆเรียนในชั้นเดียวกับ Prep student
คือเป็นนักเรียนต่างชาติ ที่มาเรียนเต็มเวลาในโรงเรียน
แต่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพอที่จะไปเรียนใน Mainstream class คือชั้นเรียนปกติของเด็กนิวซีแลนด์ได้
ซึ่งหากภาษาแข็งแรงดีแล้ว ก็จะย้ายไปเรียนต่อที่mainstream ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา

ครูใหญ่บอกว่า หากลูกมาคราวหน้าจะลองให้ไปเรียนกับ mainstream เลยเอามั๊ย
แต่พอถามลูกแล้ว..ลูกบอกว่าอยากเรียนกับ Prep student ไปก่อน
คงเป็นเพราะเริ่มๆสนิทกันแล้ว เนื่องจากเจอกันมาตั้งแต่ ต.ค. ที่แล้ว

ครู Miller จัดให้เด็กๆแข่ง soccer กัน เพราะรู้ว่าลูกชอบเล่นฟุตบอล



ครู Miller เป็นชาวอัฟริกาใต้ ผิวขาว ที่ต้องอพยพออกมาจาก อัฟริกาใต้
เนื่องจากปัญหาสงครามกลางเมืองระหว่างชนผิวขาวและผิวสี
คุณแม่ของครู Miller เล่าว่า บ้านของเธอเป็นบ้านหลังใหญ่อยู่ริมทะเล
แต่เธอไม่สามารถลงไปเดินหรือเล่นน้ำได้ เนื่องจากอันตรายเกินไป
ครอบครัว Miller นับว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะดีอย่างมากที่อัฟริกาใต้
ดูจากรูปและเฟอร์นิเจอร์โบราณสวยงามที่เธอขนอพยพมาที่นิวซีแลนด์ด้วย
ครู Miller จบปริญญาทางด้านการศึกษามาจึงหางานทำได้ไม่ยาก
แต่พี่ชายซึ่งเคยทำงานในบริษัทใหญ่ในอัฟริกาใต้
ไม่สามารถหางานได้ที่นี่
ในที่สุดก็เดินทางกลับไปอยู่ที่อัฟริกาใต้เหมือนเดิม

ระบบการเรียนของนักเรียนนิวซีแลนด์เริ่มตั้งแต่
pre-school, primary, junior secondary, senior secondary ซึ่งจบที่ year 13
แต่ของไทยแค่ year 12 หรือ เกรด 12
ดังนั้นจะมีเด็กไทยบางคน เรียนจบ year 12 แล้วกลับมาเข้า ABAC หรือ โปรแกรม inter อื่นๆของมหาลัยในเมืองไทย
หากต้องการจะเรียนต่อมหาลัยในนิวซีแลนด์ ต้องเรียนต่อให้จบ year 13

ปีนี้ลูกอยู่ Year 7 (ม.1) เดิมตั้งใจว่าจะให้ลูกไปเรียนต่อตอนขึ้น year 9
ตอนนี้เกิดความลังเล...รู้ว่าลูกพร้อมจะไปแล้ว
แต่แม่ ไม่แน่ใจตัวเองมากกว่า
ประมาณว่าลูกพร้อมแต่แม่ไม่พร้อม
กลัวคิดถึงลูก..

ข้อดีของการที่ให้เด็กไปตั้งแต่ ระดับ junior secondary คือเด็กจะได้เพื่อน เนื่องจากเด็กๆยังต้องเรียนในห้องเดียวกันตลอดเวลา
และ ยังเด็กพอที่จะสร้างมิตรภาพกันได้ง่าย
หากไปตอน senior เด็กจะเริ่มมีวิชาเลือก
และต้องมีการย้ายห้องเรียนไปมาตลอด ตามวิชาที่ตัวเองเลือก
ครูใหญ่บอกว่า หากลูกจะเข้าเรียน Mainstream ในปีหน้า
จะจองที่ไว้ให้ก่อน
เนื่องจากโรงเรียนจะเต็มตลอด ปริมาณนักเรียนใน 1 ห้องก็มีน้อยมาก (ไม่ถึง 20 คนต่อห้อง)
แม้แต่เด็กที่นี่เอง..บางคนยังเข้าไม่ได้ต้องลงชื่อไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม..ครูบอกว่า แล้วแต่แม่จะตัดสินใจ
หากยังกังวล ก็อาจให้ลูกลองเข้าเรียนใน class mainstream ก่อนเป็นระยะเวลาสั้นๆ สัก 2 เดือนในปีหน้า
ดูว่าลูกปรับตัวได้แค่ไหน
แล้วค่อยตัดสินใจอีกที
แม่ก็ว่า เข้าทีดีเหมือนกัน







 

Create Date : 09 เมษายน 2549    
Last Update : 17 เมษายน 2549 18:46:07 น.
Counter : 865 Pageviews.  

ไปนิวซีแลนด์ # 3 : Tauranga

อากาศใน Tauranga ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน นี้ค่อนข้างเย็นสบาย
แต่ก็ยังมีแดดพออุ่นๆ ทำให้สวมเสื้อผ้าบางๆได้

ครอบครัว homestay ที่เด็กๆไปพักคราวนี้น่ารักตามเคย
ครอบครัวแรก พ่อบ้านเป็น builder ซึ่งได้ลงมือสร้างบ้านตัวเองด้วย หลังนี้


สวนหลังบ้านมีแทรมโบลีนให้เด็กๆได้ออกกำลังกายกันทุกๆวัน



ครอบครัวที่ 2 พ่อบ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ต้องเดินทางไปเช็คงานที่ Auckland ทุกๆอาทิตย์ๆละ 2-3 วัน
ที่เหลือก็อยู่บ้าน ติดต่องานผ่านทาง internet สะดวกดี



บ้านที่น้องจ้ำอยู่ จะออกนอกเมืองไปหน่อย เป็นแถบ Pyes Pa
แม่บ้านเป็นอเมริกัน พ่อบ้านเป็นกีวีเป็นครอบครัวใหญ่มีลูก 4 คน
พอมีเด็กไทยไปอยู่ด้วยอีก 2 คน ทั้งบ้านก็โกลาหลเจี๊ยวจ๊าวทุกๆวัน
บ้านนี้กิจกรรมเยอะมาก พวกเด็กๆเล่นกีฬากันเยอะ ทั้ง Water Polo, Cricket และ เรียนดนตรี
เวลาเขาไปเรียนหรือเล่นกีฬา ก็จะไปกันหมดทั้งบ้าน
รวมทั้งลูกของเราด้วย



ต้องชม homestay co-ordinator ของโรงเรียนที่จัดครอบครัว homestay ให้ตรงกับลักษณะของเด็กๆทุกคนได้อย่างดี

ส่วนบ้านที่เราไปพักอยู่ก็เป็นครอบครัวคุณแม่ลูก 2อยู่ใกล้ๆโรงเรียน
บ้านตั้งอยู่บนเขา ระเบียงกว้าง หน้าบ้านไม่มีอะไรบดบังวิวเลย สวยมากๆ



ส่วนใหญ่ก็จะขลุกอยู่ตรงมุมนี้ (ครัว)



บ้านของ Mrs. Miller ซึ่งเป็นครูของลูก มีบริเวณกว้างขวางพอสมควร
แต่ที่ชอบมากๆคือถนนเข้าบ้าน ซึ่งต้องขับไต่ขึ้นเนิน
เขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ สวยมากๆ





เด็กๆได้มีโอกาสได้เข้าเรียนกับเด็กกีวีด้วย
ได้ยินครูบอกเด็กว่าให้ช่วยเด็กไทยได้เรียนรู้ในการสนทนาภาษาอังกฤษด้วย
ซึ่งเด็กๆเค้าก็ช่วยกันอย่างกระตือรือล้นดี





นอกจากเรียนหนังสือแล้วเด็กๆยังได้ทำกิจกรรมอย่างอื่นๆด้วย อย่างปีนผาในร่ม



ขี่ม้า... ซึ่งมีเหตุระทึกเล็กน้อย
เมื่อแม่โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วม้าที่เดินเหยาะๆอยู่ดีๆเกิดควบเร็ว
แม่ตกใจมากๆ คิดว่าตกม้าแน่นอนแล้ว ... ใครจะดูแลเด็กๆ ... ใครจะขับรถ???
แล้วก็ตัดสินใจดึงบังเหียนมาข้างหลัง...จนม้าค่อยๆหยุดจนได้
เป็นประสพการณ์ที่ไม่มีวันลืม
เสียดายไม่มีใครถ่ายวีดีโอไว้ จะได้เอาไปอวดว่าชั้นขี่ม้าได้อย่างเร็วเหมือนมืออาชีพเลยนะ
(ทั้งๆที่หัวใจเกือบวาย)
สรุปเป็นบทเรียนขี่ม้า 101 ว่า
1.ถ้าเราโน้มตัวไปข้างหน้า ม้าจะคิดว่าเราให้วิ่งเร็ว ต้องนั่งหลังตรงๆ
2. มีอะไรก็จับบังเหียนไว้ให้ดีละกัน เพราะเป็นเหมือนพวงมาลัย และ เบรค คอยคอนโทรลม้าได้
3. **อย่าลืมทำประกันอุบัติเหตุ+สุขภาพ**เสมอ ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ :)



พายเรือ Kayak



ทั้งๆที่น้ำเย็นเจี๊ยบ แต่เด็กๆก็เรียกร้องอยากจะเล่นน้ำกันเหลือเกิน
ก็เลยให้กระโดดน้ำ และเล่น Hydroslide กันให้หนำใจ





ที่โรโตรัว ก็ตามสูตรคือ ไปชม NZ farmshow ไป Rainbow Spring ไปขึ้น Gondola ไปเล่น Luge ไปชมการแสดงวัฒนธรรมเมารี
มีเวลานิดหน่อย ก็ให้โรงเรียนพาไปที่ Kairua park สวนสาธารณะใหญ่ ซึ่งมีบ่อน้ำแร่ร้อนเต็มไปหมด
เด็กๆก็ได้ไปนั่งแช่เท้ากันในบ่อที่เค้าจัดเตรียมไว้กันสบายไปตามๆกัน
น้ำจะเป็นระดับอุ่นๆกำลังดี







ห้องเรียนวิชาทำอาหาร หรือ cooking class น่ารักมาก
ชอบไอเดียที่มีกระจกเงาติดอยู่ด้านบนเคาน์เตอร์ของครู
ทำให้เด็กๆเห็นได้ว่าครูกำลังทำอะไรอยู่บนเคาน์เตอร์ (เตา)



เด็กๆกีวีทำมัฟฟินข้าวโพดกัน (ส่วนของเด็กไทยทำมัฟฟินกล้วยหอม ในวันต่อมา)







ที่ชานเมือง Tauranga มีเมืองเล็กๆชื่อ Kati Kati
ทั้งเมืองจะมีภาพวาด งานปั้น งานแกะสลัก อยู่กระจายทั่วเมือง
เรียกว่า Mural (open air art exibition)
ขับรถไปดูจาก Tauranga สัก 20 นาทีเห็นจะได้...น่ารักดี









คราวนี้ยังออกไปชมสวน ชมร้านขายต้นไม้ ดอกไม้อีกเช่นเคย
สบายตา สบายใจ และสบายท้องด้วย
เพราะร้านส่วนใหญ่จะมีมุมกาแฟ หรือ มุมคาเฟ่ให้นั่งพักจิบน้ำชา พร้อมขนมเค้กอร่อยๆ
นอกจากนี้จะมีมุมขายของตกแต่งบ้านและสวน
ทำให้หมดเงินไปกับร้านนี้มากอยู่
เพราะมีแต่ของสวยๆน่ารักๆเต็มไปหมด











เมืองแถบนี้จะมีร้านขายของเก่าอยู่หลายแห่ง
ขับรถจาก Auckland มา ผ่านเมืองเล็กๆหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็น Ngatea, Paeroa, Kati Kati, Tauranga หรือ ออกไปแถบ Cambridge, Te Puke
มีร้านแอนทีคเยอะแยะ ของสวยงามน่าสนใจทั้งนั้น
เห็นแล้วอยากจะกวาดซื้อกลับมาเปิดร้านขายที่เมืองไทยให้รู้แล้วรู้รอดไป
เพราะมันมีของมากมายจริงๆ
ถ้าเปิดร้านขายจะได้นั่งชื่นชมดูทุกวัน คงเพลิดเพลิดดี





เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีก เพราะทุกครั้งที่เข้าไปดูจะมัวแต่ตื่นตาตื่นใจ
ได้ซื้อกล้องถ่ายรูปโบราณ เป็นของ Kodak รุ่น Brownie มา 2 ตัว สวยและสภาพดีมาก
แล้วก็มีพวกแผ่นเสียงเก่าๆ ขายแผ่นละ 50 เซนต์เท่านั้น (ประมาณ 13 บาท)
คราวก่อนซื้อมาหลายแผ่น ใช้การได้ดีอยู่
ตลกมากเลย..คราวนี้เจอแผ่นของวง Blondie และวง Village People ที่ร้องเพลง YMCA
เลยซื้อมาซะทันที...เดี๋ยวจะลองเอามาเล่นดู

เด็กๆทุกคนชอบเมือง Tauranga มาก
โดยเฉพาะลูก...บอกว่า ยอมไปเรียนต่อที่โรงเรียนนี้แล้ว
คงต้องดูกันอีกสักรอบในเดือนตุลาคมนี้
ถ้าโอเค...ก็เริ่มเรียนเต็มเวลาตั้งแต่ปีการศึกษาหน้าเลย
เด็กผู้หญิงเรียกร้องอยากจะขอเรียนต่อที่โรงเรียนนี้ 1 ปีเลย
แต่ต้องกลับไปปรึกษาผู้ปกครองและเตรียมเรื่องกับทางโรงเรียนที่เมืองไทย และวีซ่าต่างๆก่อน

สวัสดี Tauranga อีก 5 เดือนพบกันใหม่








 

Create Date : 04 เมษายน 2549    
Last Update : 9 เมษายน 2549 12:33:09 น.
Counter : 2169 Pageviews.  

ไปนิวซีแลนด์ # 3



ตอนแรกคิดว่าปิดเทอมนี้อาจจะไม่ไปนิวซีแลนด์
เพราะลูกต้องเรียน summer ที่โรงเรียนในเมืองไทย
แต่มีคนอยากไปด้วยหลายคน ก็เลยคิดทบทวนอีกครั้ง
พอดูๆแล้วลูกจะเริ่มเรียน summer ประมาณปลายเดือนมีนาคม
ทั้งๆที่ปิดเทอมตั้งแต่ต้นเดือน (3 มีนาคม)
ทำให้เราสามารถจะปลีกเวลาไปนิวซีแลนด์ก่อนได้สัก 3 อาทิตย์
เลยตัดสินใจไป.....

ช่วงเวลาที่เดินทางคือ 11 มีนาคม - 2 เมษายน 2549
ขั้นแรกก็ติดต่อโรงเรียน....จัดโปรแกรม...
จองตั๋วเครื่องบิน...ขอวีซ่า
เรื่องสายการบินนี่ คราวก่อนเราไปการบินไทย
คราวนี้จะใช้ Cathay Pacific

โปรแกรมคราวนี้โดยหลักๆก็ไม่ต่างจากคราวก่อนๆมากนัก

ครั้งที่ 1 : ลูกไปทางโรงเรียนที่เมืองไทย เป็นกลุ่มใหญ่มากๆราว 80 คน
ครั้งที่ 2 : ติดต่อกับทางโรงเรียนที่นิวซีแลนด์เอง แล้วก็ไปกันเอง 2 คนแม่ลูก
ครั้งที่ 3 : ครั้งนี้แหละ ก็ไปกันเองอีกเหมือนกัน
พิเศษตรงที่เราไม่ได้ไปกันแค่ 2 คน
แต่ลูกจะมีเพื่อนๆไปด้วยกันอีกตั้ง 5 คน



ท่าทางจะสนุกแน่ๆเลย

หลังจากแจ้งกับทางโรงเรียนไปแล้วว่าเราจะไปกันทั้งหมดกี่คน เพื่อให้จัดการเรื่อง homestay ให้พวกเรา
ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่เราเตรียมตัวขอวีซ่า จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน และอื่นๆ
เราไม่ไปกับเอเจนซี่ต่างๆที่จัดพาเด็กไป
เพราะเห็นว่าติดต่อไปเองก็ไม่ได้ลำบากอะไร
สนุกดีซะอีก.....

แม่รู้สึกสนุกมากกับการติดต่อครั้งนี้
เพราะเด็กๆที่ไปก็อยู่ในวัยเดียวกันหมด
แถมเป็นลูกของเพื่อนๆ + คนคุ้นเคย อีก
น่าจะเป็นการเดินทางที่มีความสุขอันนึง


โรงเรียนนี้น่ารักมาก



สำหรับเด็กน่ารักมากมาก (เห่อลูกเล็กน้อย)





อาณาเขตโรงเรียนกว้างขวาง อากาศดี บริสุทธิ์
แม่ไปนั่งเล่นอยู่ในโรงเรียนได้เป็นวันๆเลย



Trip นี้ วันว่างแม่กะจะขับรถลงไปเที่ยวแถว Napier ดู
ที่ Napier มีงานศิลปะด้าน Art Deco ที่มีชื่อเสียง
และ มี winery ดีๆเยอะ (แถบ Hawke's Bay)



แล้วก็ว่าจะไปแถว Coromendal ด้วย
อยากไป Hot water beach , Cathedral Cave

คิดว่าคงไม่ไปไหนไกลมากกว่ารัศมีการขับรถ 2-4 ชั่วโมงจาก Tauranga
จริงๆก็อยากไป Wellington เหมือนกัน
ว่าจะ ..ว่าจะ... แล้วก็ยังไม่ได้ไปซะที
เดี๋ยวดูสถานการณ์ก่อน...คราวนี้อาจแว่บไปสักวัน 2 วัน

แม่เตรียมโปรแกรมไว้คร่าวๆให้เด็กๆ (โดยทางโรงเรียนคอยดูแลให้) ตามนี้
11 มีนาคม ออกเดินทาง
12 มีนาคม ถึง Auckland เดินทางต่อไป Tauranga
13-17 มีนาคม เรียน + ทำกิจกรรม เช่น ไปว่ายน้ำ เล่นกีฬา ไปฟาร์มสัตว์
18 มีนาคม ไปฟาร์มกีวีฟรุต ไปเล่น Jet boat
19 มีนาคม .... วันหยุด
20 มีนาคม วันเกิดครบ 1 รอบของลูก (12 ขวบ) ต้องหาอะไรพิเศษๆ ทำซะหน่อย
21-24 มีนาคม เรียน + ทำกิจกรรม เช่น เล่นกอล์ฟ ขี่ม้า
25 มีนาคม ไปโรโตรัว
26 มีนาคม ....วันหยุด
27-31 มีนาคม เรียน + กิจกรรม เช่น พายเรือ ชอปปิ้ง ทำงานศิลปะ
1 เมษายน ไปเที่ยวโอ๊คแลนด์
2 เมษายน กลับบ้าน

วันหยุด น่าจะเป็นวันที่เด็กๆได้ทำกิจกรรมกับ homestay
ตอนแรกกะจะพาลูกไปเที่ยวนอกเมือง (เหมือนคราวก่อนๆ)
แต่มาคิดดูแล้ว มันจะดีกว่าถ้าปล่อยให้ลูกได้ใช้เวลาอยู่กับ host family ให้มากกว่าที่แล้วๆมา
ลูกจะได้ชินกับวิถีชีวิตของเค้ามากขึ้น
แม่คงต้องไปเที่ยวเองคนเดียวละ
...............

ชุดนักเรียนหน้าหนาว



ถ้าเป็น International student ใส่ pullover สีแดงเลือดนกแทน (อย่างที่ลูกใส่)



ชุดนักเรียนหน้าร้อน


ราคาชุดนักเรียนหน้าร้อน ของเด็กหญิง 87 NZD
................................
เพราะความที่คราวก่อนลูกเป็น short term student คนเดียวของโรงเรียน
ลูกจึงอยากสวม school uniform จะได้ไม่แตกต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ
ทางโรงเรียนบอกว่า ไม่เป็นไร (เพราะชุดนักเรียนราคาแพงมาก)
แต่แม่ก็เห็นด้วยที่ลูกจะใส่ชุดนักเรียน (ดูน่ารักดี)
แม่จึงซื้อชุดให้ลูกตามนี้
เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาว 1 ตัว
กางเกงสแล็คขายาวสีดำ 1 ตัว
pullover เป็น wool อุ่นๆ สีแดง 1 ตัว
ชุดพละก็เป็น เสื้อยืดตรา logo โรงเรียน และ กางเกงขาสั้นสีกรมท่า 1 ตัว
ลูกสวมชุดนักเรียนทุกวันแต่แม่ซื้อแค่ชุดเดียว
แม่เลยต้องคิดดูว่าจะจัดการอย่างไร...สรุปได้ที่ตรงนี้...
เสื้อเชิ๊ต เนื่องจากเป็นผ้าบางจึงซักให้ทุกวัน ไม่ต้องรีดเพราะเป็นผ้า non wrinkle
กางเกงให้ใส่ 5 วันรวด เพราะอากาศเย็น ไม่มีเหงื่อมาก
ใช้วิธีผึ่งในห้องซักรีด ทุกวันทันทีที่กลับจากโรงเรียน
เสื้อ pullover ไม่ซักเลย กลับมาซักแห้งที่เมืองไทยแทนเพราะเป็น wool ไม่อยากซักเอง กลัวพัง (ซักไม่เป็นอ่ะ)
ในห้องซักรีด จะมีท่อเหล็กเป็นท่อส่งน้ำร้อนของบ้านเดินอยู่
ทำให้ห้องอบอุ่นมาก เมื่อเราแขวนผ้า หรือ ตากผ้าไว้ ไม่นานผ้าจะแห้งสนิท และ อุ่นสบาย
ทำให้การซัก+ตากชุดนักเรียนทุกๆวัน ของเรา ไม่มีปัญหา
ถ้าตากนอกบ้าน ผ้าอาจไม่แห้ง เพราะอากาศเย็น และ มีความชื้นสูง

24 กุมภาพันธ์ 2549
วันนี้ไปยื่นขอวีซ่าให้ทุกๆคนเรียบร้อย
โดยมีวีซ่าครอบครัว 2 ครอบครัว
วีซ่ากรุ๊พ 5 คน
การทำวีซ่ากรุ๊พ ต้องมีอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป ต้องเดินทางไป กลับ พร้อมกัน
ประเภทวีซ่า : Visitor visa
เอกสารที่ใช้ยื่น
1. ใบสมัคร (ขอที่ NZ Immigration service ชั้น 15 ตึก All Season)
2. รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 รูป
3. จม. รับรองจากโรงเรียน (เด็ก)
4. สำเนาสูติบัตร
5. สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก ที่มีรูป
6. สำเนาบัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน ของ พ่อ แม่ ลูก
7. ถ้าพ่อ แม่ ไม่ได้ไปด้วย ต้องมีจม. ยินยอมจากพ่อ แม่ ว่าให้ลูกเดินทาง
8. ถ้าพ่อ หรือ แม่ เดินทางไปด้วย คนใดคนนึง อีกคนต้องเซ็นหนังสือยินยอมเหมือนกัน
(อย่างของเรา เดินทางเฉพาะแม่ + ลูก ก็ต้องให้พ่อเขียนจม. รับรองว่า พ่อรับรู้และยินยอมให้ลูกเดินทางกับแม่ได้)
ในกรณีพ่อ แม่ หย่า ต้องแสดงหนังสือหย่า ที่ระบุว่าเด็กอยู่ในความดูแลของใคร แล้วก็ให้คนที่สิทธิดูแลเซ็นยินยอมเพียงคนเดียวได้
9. หนังสือรับรองการทำงานของพ่อ แม่
10. สำเนาบัญชีธนาคารของพ่อ หรือ แม่ ย้อนหลัง 6 เดือน (ควรมีเงินประมาณหลักแสน ไม่ต้องถึงล้าน)
** อันนี้มีเพื่อนคนนึงแสดงบัญชีที่มีเงินอยู่ 50,000 เศษๆ
คิดว่าจะโอเค ปรากฎว่า ทางเจ้าหน้าที่ขอเพิ่ม
เค้าบอกว่าน้อยไป
เลยต้องไปสำเนาเล่มอื่นที่มีเงินมากกว่านั้น ส่ง fax ตามไป

ผู้ปกครองที่เดินทางไปด้วย หรือ ตามไป หากเป็นพ่อ แม่ ญาติ สามารถขอเป็น Visitor Visa ได้
แต่ถ้าไม่ใช่ญาติ ต้องขอเป็น working visa ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า เหมือนเป็นการจัด Trip ไป summer แบบเดียวกับที่ Agency ต่างๆเค้าจัด
ดังนั้นคนที่ตามไปดูแล จึงถือว่า ไปทำงาน
แต่ในกรณีของพวกเรา เป็นแม่ เดินทางไปกับลูก ก็เลยไม่ต้องขอเป็น Working visa

9 มีนาคม 2549
ตั๋วพร้อม วีซ่าพร้อม แลกเงินพร้อม จัดกระเป๋าพร้อม ทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางพร้อม ซื้อของฝาก host family พร้อม จองรถเช่าที่นิวซีแลนด์พร้อม
อืมม.....ทุกอย่างพร้อม
เราพร้อมที่จะออกเดินทางในอีก 2 วันนี้แล้ว
แต่ช่วงนี้แม่ก็ดันมีงานเยอะมากๆ
ไม่รู้เป็นไร..พอจะเดินทางไปไหน
ก็จะต้องมีงานโถมเข้ามาทุกที
เราต้องเลื่อนกำหนดการกลับออกไป 1 วันเป็นวันที่ 3
เนื่องจากเอเย่นต์หาตั๋วกลับวันที่ 2 ให้เราได้ไม่ครบคน
ทั้งๆที่จองล่วงหน้าตั้ง 1 เดือน
ไม่รู้ทำไม...

เรื่องรถเช่า
ถึงแม้ทางโรงเรียนจะจัดรถให้เราในวันที่ออกไปเที่ยว
แต่แม่ก็ตัดสินใจเช่ารถต่างหาก
เอาไว้ใช้ในระหว่างอยู่ที่ Tauranga ด้วย
เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการไปโน่น ไปนี่
คราวนี้ เช่าเป็นรถ minivan เห็นทางบริษัทบอกว่าเป็น Previa - 8 ที่นั่ง
ตอนเย็นก็พาเด็กๆออกไปกินขนมหรือไปว่ายน้ำได้






 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 22 สิงหาคม 2557 17:00:15 น.
Counter : 930 Pageviews.  

NZ # 2 : Chapter 5 : เที่ยวเกาะใต้ (ต.ค. 2005)

ลูกปิดเทอม 4 สัปดาห์
ให้ไปเรียนหนังสือ 3 สัปดาห์
และ ให้เที่ยวอีก 1 สัปดาห์ที่เกาะใต้
แม่วางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าพอสมควร
โดยเฉพาะตั๋ว Air New Zealand บินจาก Auckland ไป Queenstown
และ ขากลับ บินจาก Christchurch ไป Auckland
การจองตั๋วล่วงหน้าหลายๆวัน ทำให้เราได้ราคาค่อนข้างถูก

Auckland - Queenstown แบบ smart saver ราคาผู้ใหญ่ 119 เด็ก 89
Christchurch - Auckland แบบ smart saver ราคาผู้ใหญ่ 89 เด็ก 67

การเดินทางของเรา
วันที่ 1 : บินจากโอ๊คแลนด์ไป Queenstown
ไปดูบันจี้จัมพ์ ไป Arrowtown ค้างที่ Te Anau
วันที่ 2 : ไป Milford Sound
กลับเข้า Queenstown เที่ยวในเมือง ค้าง Queenstown
วันที่ 3 : เที่ยวเล่นใน Queenstown ตอนบ่ายขับรถไป Wanaka ไป Puzzling World
แล้วต่อไปที่ Fran Josef ค้างที่ Fran Josef
วันที่ 4-5 : ไป Glacier Walk ที่ Fran Josef (ประทับใจมากๆ) แล้วใช้เส้นทาง Arthur Pass ไป Christchurch - ค้างที่ Christchurch 2 คืน
วันที่ 6 : บินกลับ Auckland

เป็นโปรแกรมที่แน่นมากๆ
อันที่จริงตอนแรกคิดว่าจะไปเที่ยวแค่ Queenstown + Milford Sound เท่านั้น
เนื่องจากเวลามีไม่มาก
แต่ไปๆมาๆ ก็จัดใหม่เป็นแบบนี้
ซึ่งเป็นประสพการณ์ที่จะจดจำไว้ตลอดไป
เป็นมหกรรมการขับรถที่ยาวนานมากๆในแต่ละวัน
แต่ก็คุ้มค่ามากเหลือเกิน
ทั้งๆที่เวลาน้อย
แต่แม่ก็แวะถ่ายรูปได้ตลอดเวลา




ภูเขาสูงของ Queenstown ถ่ายจากบนเครื่องบิน



เมื่อเราไปถึงสนามบิน Queenstown เวลา 11.50 น. คนจากบริษัท Omega Car rental มารับเราที่สนามบิน เพื่อไปรับรถที่สำนักงานในเมือง
เราได้รถ Nissan Bluebird คันใหญ่มาก นั่งสบายเชียว

@ 49 NZD + CDW 8 NZD = 57 x 5 days = 285 NZD

เมื่อได้รถเสร็จเรียบร้อยก็ไปเดินเล่นในเมือง
ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย
แล้วก็ขับรถไปดูกระโดดบันจี้จัมพ์
มีคนกระโดดหลายคนเหมือนกัน



ดูบันจี้เสร็จ ก็ไปเมือง Arrow Town
ที่นี่มีร้านขายเครื่องประดับ Lord of the Ring
ซึ่งลูกอยากได้แหวน Lord of the ring มาก
เดินเข้าออกร้าน 2-3 รอบ แต่แม่รู้สึกว่ามันแพงเกินไป
เลยไม่ได้ซื้อ
เมือง Arrow Town เป็นเมืองเล็กๆน่ารัก
เราซื้อไอติมโคนกินกันไปคนละ 2 โคน
แล้วก็ซื้อ Chocolate fudge ที่ร้าน Remarkably sweet shop อีก 3 ก้อน หวานสุดๆ แต่ก็อร่อยมากเลย



เดินเล่นในเมืองสักพัก เราก็ขับกลับเข้าไปใน Queenstown เพื่อจะต่อไป Te Anau
คืนนี้เราจะค้างที่ Te Anau เพื่อไปขึ้นเรือ Red Boat Cruise ที่ Milford Sound กันแต่เช้า


วิวข้างทางเป็นอย่างนี้...



มองไปทางไหนก็สดชื่นสบายตา



เช้าวันต่อมา อากาศแจ่มใส
เราก็ออกเดินทางจาก Te Anau ไป Milford Sound กัน

เจอ นก Kea ด้วย






Lake Gunn ระหว่างทางไป Milford Sound



ล่องเรือ Red Boat Cruise ชมความงามของ Milford Sound
แล้วก็เดินทางกลับมาค้างที่ Queenstown
วันต่อมาไปเล่น Shotover Jet ที่ Queenstown สนุกมาก
ถ้าเล่นต่อรอบ 2 เค้าลดให้ 50% ด้วย
แต่เรารู้สึกปวดหูกันนิดหน่อย และ ต้องรีบไป Wanaka ด้วย เลยเล่นแค่รอบเดียว



ริมทะเลสาป Wakatipu ใน Queenstown



ประวัติย่อของ LAKE WAKATIPU

New Zealand's third largest lake at 291 sq.Km. and the longest of those in the South Island, Lake Wakatipu extends in a zig-zag shaped glacial trench for 80 Km. It lies at an altitude of 310 metres at the southern end of the Southern Alps and is fed by numerous rivers to outlet at the eastern end into the Kawarau River.

The lake draws its name, through Maori legend, from the regular changes in level (termed seiches), as much as 12cm every five minutes, caused by the combined effects of wind and atmosphere. This legend portrays the death of a giant, his only remaining part being the heart, which remains, still beating, beneath the lake.


บ่ายแก่ๆหลังจากทานอาหารไทยรสชาดพอใช้ได้ในเมือง
เราก็ต้องรีบออกเดินทางต่อ
จาก Queenstown เราใช้เส้นทาง Crown Range road ไป Wanaka
ซึ่งช่วงแรกๆจะเป็นทางขึ้นเขาชันและหวาดเสียวพอสมควร
แต่วิวสวยงามคุ้มค่าต่อการขับรถเป็นที่สุด...
แล้วระหว่างทางไป Wanaka เราขับรถผ่าน Farm อันนึงเห็นคนลงไปถ่ายรูปกับเจ้านี่กันใหญ่



ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร ถึงมีคนนำเสื้อชั้นในมาแขวนไว้ที่รั้วแบบนี้
มีป้ายติดไว้ว่า "Bra only please"
เพราะเห็นมี bikini แว่บๆอยู่ 4-5 ตัวด้วย

Lake Wanaka



ที่ Puzzling World / Wanaka ใครๆก็ทำท่านี้กันทั้งนั้น



เมื่อเห็นวิวภูเขาสวยงาม ทะเลสาปน้ำใสปิ๊ง แม่ก็วู้ว้าว..ไปตลอดทาง
ขับๆหยุดๆไม่รู้ตั้งกี่รอบ
เรียกลูกลงมาถ่ายรูป จนลูกเริ่มงอแง
ตอนหลังๆแม่เลยถ่ายแต่วิว ส่วนใหญ่จะถ่ายวีดีโอ

Lake Hawea



จาก Wanaka เราขับรถต่อไป Fran Josef ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมากพอสมควร
ใช้เวลาขับรถประมาณ 4 ชั่วโมง
โดยแวะพักยืดเส้นยืดสายที่ Hasst ก่อนแป๊บนึง
เมื่อเราไปถึง I-site ที่ Hasst ปรากฎว่าปิดแล้ว
เลยขับรถย้อนลงมานิดนึง เพื่อเข้าไปใน Hasst township
แวะไปซื้อไอติมกินคนละแท่ง (Trip นี้กินไอติมเยอะมาก รสชาดอร่อยดี)
แล้วขับรถต่อไป Fox Glacier
ผ่าน Fox Glacier ไปประมาณ 30 นาที ก็ถึง Fran Josef
ช่วงจาก Fox ไป Fran จะเป็นทางขึ้นเขาอีก ข้างทางจะมีต้นไม้แปลกๆสวยมาก


Glacier Walk ที่ Franz Josef
คราวหน้าจะลอง Helihike บ้าง






แม่ที่ Cathedral Square /Christchurch






การเดินเล่นใน Botanic Garden ที่ Christchurch เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงว่าจะเพลิดเพลินได้ขนาดนี้
ดอกไม้หลากสี สวยงามและต้นไม้ใหญ่ยักษ์หลายต้น
เดินเล่น นั่งเล่น สบายดีเหมือนกัน



ก่อนขึ้นเตรื่องกลับ Auckland เราเดินไป Antarctic Centre ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินนิดเดียว
ได้เข้าไปในห้องขั้วโลกใต้จำลอง ผจญพายุหิมะ อุณหภูมิติดลบ สะใจดีมาก

เราซื้อตั๋วผ่านประตูแบบเข้าไปดูตัวนิทรรศการข้างใน
และ ได้นั่งรถ Hagglund สะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ที่สนามด้านนอกด้วย
รถ Hugglund เป็นรถที่ใช้กันในการสำรวจขั้วโลกใต้
ผลิตจากสวีเดน
เราขึ้นไปลองนั่งกัน ตัวโยนไปมา ก็สนุกดีเหมือนกัน



ถึงแม้จะเป็น Trip สั้นๆ แต่ก็คุ้มค่าแก่การไปมาก
เราได้ไปจุดที่เป็น hi light ของเกาะใต้หลายจุด
ทำให้ได้เห็นภาพรวมของเกาะใต้ว่าเป็นอย่างไร
เพื่อคราวหน้า (ต้องมีคราวหน้าแน่นอน) จะได้วางแผนการเที่ยวให้ครบถ้วน และ เหมาะสมได้
กะว่าจะลองใช้ Campervan เที่ยวสัก 2 อาทิตย์ดู น่าจะกำลังดี
โชคดีที่เราเดินทางในช่วงเข้าหน้าร้อน ทำให้มืดช้า
ราวๆ 3 ทุ่มบางวันยังมีแสงรำไรอยู่เลย

สรปที่พักต่างๆ ที่ไปพักมา
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=parachute&date=20-11-2005&group=13&blog=10






 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2551 19:31:05 น.
Counter : 669 Pageviews.  

1  2  

parachute
Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




Friends' blogs
[Add parachute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.