Group Blog
 
All blogs
 

Boston Marathon.... Boston Strong 2014

สมัยที่เรียนอยู่ที่บอสตัน จะตื่นเต้นกับบอสตันมาราธอนมาก
ไปยืนดู ยืนเชียร์นักวิ่งทุกๆปี แต่ไม่เคยคิดว่าจะลงวิ่งด้วยเลย
เพราะคิดว่าเป็นอะไรที่ไกลตัวเกิน
ปีนี้ 2014 มีโอกาสได้กลับมาบอสตัน ตรงกับช่วงบอสตันมาราธอนพอดี
แล้วเผอิญเป็นช่วงชีวิตที่เกิดสนใจการวิ่งขึ้นมา (ตามแบบเพื่อนๆ)
พอไปดูแล้วเกิด ความ"อยาก"ขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าจะสมความตั้งใจมั๊ย... แต่ตั้งไว้ก่อนละกัน

......................................

บอสตันมาราธอนเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่มาก ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 21 เมษายน และจัดมาเป็นปีที่ 118 แล้ว

จากเหตุการณ์ระเบิดสะเทือนขวัญในงานบอสตันมาราธอนเมื่อวันที่ 15 เมษายน ปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อย
ทำให้ในปีนี้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมาก จำนวนนักวิ่งที่ลงแข่งในครั้งนี้สูงถึง 36,000 คน โดยประมาณ 5,000 คน เป็นผู้สมัครในปีที่แล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้วิ่งเข้าเส้นชัยเนื่องจากการระเบิด
ติดตามข่าวจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์พบว่ามีผู้ชมและให้กำลังใจนักวิ่งสูงถึง 500,000 คนเลยทีเดียว
(มีเราเป็นติ่งเล็กๆอยู่ในจำนวนนั้นด้วย)

เส้นทางการวิ่งผ่านเมืองรอบนอกบอสตันเข้าเส้นชัยที่บริเวณ Copley Square, ถนน Boylston ในตัวเมืองบอสตัน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร หรือ 26 ไมล์เศษ

บรรายกาศรอบๆบอสตัน จะคึกคักมาก ตามเส้นทางวิ่งจะมีผู้คนคอยเชียร์ และให้กำลังใจนักวิ่งตลอดทาง
ยิ่งแถวๆใกล้เส้นชัย คนจะหนาแน่นมาก ไปอยู่กันตั้งแต่เช้า จน 2 ทุ่มกว่า ยังมีคนคอยเชียร์และให้กำลังใจผู้เข้าเส้นชัยคนท้ายๆอยู่เลย
ทุกคนจะตบมือ ชื่นชม พูดกระตุ้นให้กำลังใจแบบจริงจังมาก ^___^
นักวิ่งบางคนพอเข้าเส้นชัยได้ร้องไห้เลย เพราะกว่าจะได้คัดเลือกเข้ามาแข่งก็ไม่ใช่ง่าย แล้วจะวิ่งให้สำเร็จลุล่วง ก็ไม่ใช่ง่ายเช่นกัน

Boston Qualify สำหรับการสมัครเข้าร่วม บอสตันมาราธอน


กลุ่มอายุ ชาย หญิง
18-34 3hrs 05min 00sec 3hrs 35min 00sec
35-39 3hrs 10min 00sec 3hrs 40min 00sec
40-44 3hrs 15min 00sec 3hrs 45min 00sec
45-49 3hrs 25min 00sec 3hrs 55min 00sec
50-54 3hrs 30min 00sec 4hrs 00min 00sec
55-59 3hrs 40min 00sec 4hrs 10min 00sec
60-64 3hrs 55min 00sec 4hrs 25min 00sec
65-69 4hrs 10min 00sec 4hrs 40min 00sec
70-74 4hrs 25min 00sec 4hrs 55min 00sec
75-79 4hrs 40min 00sec 5hrs 10min 00sec
80+ 4hrs 55min 00sec 5hrs 25min 00sec

The following rules apply to the qualifying times:

The acceptance of official race entrants will be based on qualifying time, with the fastest qualifiers (in relation to their age and gender) being accepted first until the race is full.
All qualifying times are subject to review and verification
Minimum age requirement for the Boston Marathon is 18 years of age on race day.
All standards below are based on official submitted net time.
All standards below are equal to the 2013 Boston Marathon qualifying standards.
The qualifying times are based upon each athlete's age on the date of the Boston Marathon in which they are participating.

เท่าที่สอบถามมา..การสมัครเข้าร่วมวิ่งทำได้ 2 ทางคือ สมัครโดยตรงโดยต้องทำ BQ ตามที่ระบุไว้ด้านบน
โดยเค้าจะให้สิทธิคนที่ทำเวลาได้ตามที่กำหนดก่อนค่ะ แล้วไล่ลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็ม
โดยให้สิทธิคนที่ทำเวลาดีกว่าก่อนผ่านเข้าไป
เช่น ผู้สมัครชาย กลุ่มอายุ 18-34 ที่ทำเวลาได้ดีกว่า 3.05 ชั่วโมง ก็จะได้สิทธิก่อนเป็นต้น
ส่วนการตรวจสอบ เค้าจะมีกำหนดว่า ประวัติการวิ่งที่เราวิ่งร่วมกับ event ไหน ถือว่ายอมรับได้ โดยต้องติดต่อสอบถามไปทางเค้าอีกที

อีกทางที่สมัครได้คือ ผ่านทางองค์กรการกุศลต่างๆ ที่ร่วมกับบอสตันมาราธอน โดยเราต้องหาเงินบริจาคเข้าองค์กรการกุศลนั้นให้ได้ตามที่เค้ากำหนด

//www.baa.org/races/boston-marathon/participant-information/qualifying/top-qualifying-races.aspx























 

Create Date : 22 สิงหาคม 2557    
Last Update : 22 สิงหาคม 2557 17:29:03 น.
Counter : 781 Pageviews.  

ประมูลห้องพักผ่าน Priceline : USA

:: วิธีหาห้องพักโรงแรมคุณภาพถูกใจ ราคาถูกกระเป๋า USA ::

ช่วงเดือนเมษายน 2557 ได้เดินทางไปทำธุระและท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐเป็นเวลา 1 เดือน
ในขณะที่สัปดาห์แรกของการเดินทาง มีคนดูแลจัดการเรื่องที่พักและกำหนดการต่างๆให้เรียบร้อย
แต่อีก 3 สัปดาห์หลังนี่ เที่ยวเองล้วนๆ เลยค่อนข้างวุ่นวายในเรื่องการเตรียมตัว จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก
ต้องแพลนเอง คิดเอง ติดต่อเอง และจ่ายเงินเอง ^.^'

หลังจากแพลนไว้คร่าวๆว่าจะไปไหนบ้าง เราก็มาดูว่าจะเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างไร
เช่น เครื่องบิน รถไฟ รถบัส และที่พักควรจะเป็นยังไงให้ปลอดภัย สะดวก และราคาเหมาะสม
ในทริปนี้ประทับใจมากที่ได้ทำอะไรสนุกๆหลายอย่าง เช่น บินในประเทศด้วยเครื่องบินลำเล็กๆ นั่ง Amtrak เพลินๆ และ นั่งรถบัสจากบอสตันไปนิวยอร์คเป็นครั้งแรก และ การหาที่พักในรูปแบบใหม่ :)

วันนี้เลยขอเล่าเรื่อง ทางเลือกของการจองที่พักแบบทางเลือก ผ่าน priceline ซึ่งเป็นเว็บไซด์สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า
และที่น่าสนใจคือ เค้ามี section ที่เรียกว่า Name your own price
ซึ่งเราสามารถเสนอไปได้ว่า เราต้องการจ่ายห้องพักในราคาเท่าไหร่ หากข้อเสนอของเราเป็นที่ยอมรับ
เราอาจได้ห้องพักในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดถึง 60% เลยทีเดียวSmiley

..........................

ในทริปนี้ เราทดลองทำการ Bidding ที่แรก ที่เมือง Savannah รัฐจอร์เจีย
โดยระบุชื่อเมือง และ วันที่เช็คอิน-เอ้าท์ จำนวนห้อง
แล้วจะมีหน้านี้ขึ้นมาให้เรากรอกข้อมูล ว่าต้องการที่พักในเขตพื้นที่ไหน (step1)
ระดับดาวกี่ดาว (step2)
ราคาที่ต้องการเสนอคือเท่าไหร่ (step3)
และต้องกรอกชื่อนามสกุล อีเมล์ด้วย

ข้อเสียของ Priceline  คือเราจะไม่รู้ชื่อ ของโรงแรม จนกว่าจะได้ห้อง (ราคาที่เราเสนอไปเป็นที่ยอมรับ)
ดังนั้น อาจต้องทำการบ้านกันนิดนึง
ซึ่งจะว่าไป มันไม่ยากมากนัก
ไป search หาดูคนอื่นๆที่เคยทำมาบ้าง หรือ ดูตาม web เป็นไกด์ในการประมูลห้องพักบ้างเช่น
betterbidding.com
The Bidding Traveler
BiddingForTravel.com

เราลองเข้าไปดู winning bid ของ Savannah พบว่าเคยมีคนประมูลได้ห้องที่โรงแรม Hyatt Regency (4 ดาว) ในราคา 100 USD
เราจึงเริ่มเลือกห้องพักระดับ 4.5 ดาวดูก่อน
เลือกที่ตั้งในเขต Historic Savannah&Riverfront
แล้วใส่ราคาไป 70 USD
ปรากฎว่าไม่ผ่าน....
ซึ่งต้องรอ 24 ชั่วโมง จึงจะเสนอราคาใหม่ได้
แต่ถ้าไม่ต้องการรอ ให้ติ๊กในช่องลดจำนวนดาวลง เช่น ติ๊กช่อง 4 ดาว (จากเดิม 4.5)
หรือ เพิ่มบริเวณที่ตั้งก็ได้
เนื่องจากเราไม่ต้องการที่บริเวณอื่นๆอื่น จึงไม่เลือกที่ตั้งใหม่หรือเพิ่มเติม ยังคงยึดพื้นที่เดิม
เพียงเปลี่ยนจำนวนดาวแล้วลง และ เพิ่มราคาให้เป็น 75USD
คราวนี้โชคดี ทาง Priceline ยอมรับข้อเสนอ
แล้วเฉลยให้ทันทีว่าได้โรงแรมอะไร
ปรากฎว่าได้เป็น Hyatt Regency Riverfront ตามที่คาดการณ์ไว้
เป็นอันว่า เราได้ที่พักตามที่ต้องการในราคาที่ต้องการแบบเหลือเชื่อ Smiley

..................................

เริ่มสนุก ก็ลองหาที่พักสำหรับเมืองอื่นๆต่อไป
เราพบว่า New York, Boston นี่ประมูลยากมากๆ เนื่องจากที่พักราคาสูง
เสนอไปหลายทีก็ไม่ผ่านสักที
ก็เลยต้องไปลองดูหลายๆ web เช่น Hotwire, Expedia
นอกจากนี้ อีก section ของ Priceline gรียกว่า Express Deal ก็ไม่เลวนะคะ
(Express Deal oี่ ไม่ต้องประมูล เค้าจะกำหนดราคามาเลย แต่ไม่บอกชื่อโรงแรมเหมือนกัน เป็น secret deal)

สำหรับห้องพักที่ New York เราไม่ประสพความสำเร็จกับ Priceline แต่ไปได้ข้อเสนอราคาพิเศษจาก Expedia แทน
ซึ่งลดพิเศษมากๆ (เฉพาะวันที่กำหนด ซึ่งโชคดีที่ตรงกับวันที่เราไป)
คือได้ห้องพักที่ Hilton ในราคาเพียง 137 USD เท่านั้น จากราคาเต็มเกือบ 400 USD อึ้งมากๆ
ถึงจะได้ราคานั้นเพียงคืนเดียวก็พอใจสุดๆ
ในคืนอื่นๆก็พอดีได้สิทธิพิเศษพัก 3 คืนจ่าย 2 คืนจากโปรแกรมพิเศษของโรงแรม ช่วยได้เยอะมาก ยิ้ม
.............
นอกจากนี้ ทาง Priceline จะส่ง Code ลดราคาเพิ่มมาให้ทางอีเมล์เรื่อยๆ
บางทีเราเข้าไป search หรือประมูลไม่ผ่าน แล้วเงียบๆไป
เค้าจะมีอีเมล์มาตาม ว่ายังสนใจอยู่ไหม มีส่วนลดพิเศษเพิ่มให้ผ่าน Express deal ซึ่งไม่บอกชื่อโรงแรมเหมือนกัน
แต่ไม่ต้องเสนอราคาไป เค้าจะกำหนดราคามาให้เลยค่ะ .....................

หลังจากได้ห้องพักดีๆราคาถูกที่ Savannah 2 คืน เราก็ลองประมูลที่ Charleston, South Carolina บ้าง ตั้งใจว่าจะไม่ให้เกิน 100 USD สำหรับห้องพักแบบ 4 ดาว
ซึ่งทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้ซะที Smiley
ในที่สุดต้องซื้อแบบ Express Deal  ซึ่งเค้าจะมีรายละเอียดบอกว่า อยู่แถวไหน มีกี่ห้อง กี่ดาว
มีบริการฟรี Wi fi ไหม ฯลฯ
ซึ่งข้อมูลพวกนี้เราเอาไปจับคู่กับโรงแรมที่เราคิดว่าน่าจะใช่ได้แบบง่ายๆเลย
เราดูจากข้อมูลแล้ว ค่อนข้างมั่นใจว่า Express Deal เป็นของ Days Inn Charleston แน่นอน
(ซึ่งเราอยากได้ที่นี่อยู่เหมือนกัน เนื่องจากทำเลดี)
เมื่อเราตกลงซื้อห้องราคา 100 USD ไป เค้าก็เฉลยว่าเป็น Days INN จริงๆ
ส่วนตัวแล้วพอใจมาก เพราะราคาของคนที่ Walk in ในวันที่เราไปเช็คอินมี 2 ราย รายแรก 145 USD
อีกรายนึง 165  USD ซึ่งเป็นห้องติดกับเราเลย
ถึงจะเป็นแค่ 2.5 ดาว แต่สะอาดสะอ้าน และทำเลดีมากๆค่ะ

ถ้าใครมีเวลา และอยากลองลุ้นอะไรสนุกๆ ก็ลองดูนะคะ
สนุกดี ไม่มีอะไรเสียหายค่ะ :)









 

Create Date : 20 สิงหาคม 2557    
Last Update : 22 สิงหาคม 2557 17:28:14 น.
Counter : 839 Pageviews.  

NYC 2007

หลังจากออกเดินทางไปบอสตันได้ 3-4 วัน แล้วว่างได้ใช้ net เช็ค mail
จึงพบว่ามี personal mail ส่งมาจาก audience co-ordinatorรายการ Martha Stewart
ให้ตั๋วเข้าชมการบันทึกเทปรายการได้ในวันที่ 14 พฤศจิกายน
ตื่นเต้นจัง
คิดว่าไม่ได้แล้วนะเนี่ย
ดังนั้นเวลาเที่ยงเศษๆของวันที่ 14 จึงรีบไปที่ Chelsea สตูดิโอที่ 26st ระหว่าง 7-8 ave. ทันที



สตูดิโออยู่ใกล้ๆกับ Fashion institute of Technology
เดินเลยไปอีกไม่กี่ block ก็จะเป็น Madison square garden และ Penn Station
เมื่อไปถึงหน้าสตู ก็จะคนยืนรอคิวสั้นๆอยู่แล้ว



ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ได้เข้าไปข้างใน
มีการตรวจสอบ door lists ก่อน ใครไม่มีรายชื่อก็จะไม่ได้เข้าไปเด็ดขาด
หลังตรวจสอบเรียบร้อยก็รับบัตรเข้าชมรายการ
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้เข้าไปนั่งรอใน waiting room ก่อน
มีน้ำดื่มและคุ้กกี้โฮมเมดอร่อยๆไว้บริการ
ไม่หลุด concept คุณนายมาร์ธา จริงๆ





สักพัก โจอี้ (ชายร่างท้วม ที่เราจะเห็นในรายการ Martha Stewart บ่อยๆ)
ก็จะออกมาอธิบายรายละเอียดของการบันทึกเทปวันนี้ให้ฟัง
เช่น วันนี้ใครเป็นแขกรับเชิญ จะบันทึกเทปกี่ช่วง
ซักซ้อมสัญญานการตบมือ กฎกติกาต่างๆ
และ ขอร้องว่า อย่าถาม Martha เรื่องคุณแม่ ที่กำลังป่วยอยู่ในโรงพยาบาลนะ
รู้ว่าทุกคนเป็นห่วง แต่มันทำให้ Martha กังวลใจอยู่มากๆ
(หลังจากนั้นแค่วัน 2 วัน คุณแม่เธอก็เสีย)
เสร๊จแล้วก็มีเจ้าหน้าที่หญิงมาแจ้งว่า ผู้ที่มีบัตรเชิญที่มีไฮไลท์สีส้มๆ ให้เข้าไปในสตูดิโอก่อน



ตอนนั้นคิดในใจว่า อ๋อ ให้เราเข้าไปก่อน
สงสัยได้นั่งแถวหลังสุดชัวร์
เพราะเรามันพวกบัตรเสริมนี่นา
เอาเถอะ นั่งหลัง ไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร ได้มาดูก็ดีแล้ว
พอเดินเข้าไปในสตูดิโอ ก็จะมี Staff ผู้หญิงอีกคนถือใบรายชื่ออยู่ในมือเช็คชื่ออีกที
พอบอกชื่อไป เธอยิ้มแฉ่งบอก ยูนั่นเอง
แล้วก็ว. ไปบอก staff อีกคน "Sarisa's here"
staff อีกคน แต่งชุดเบบี้ดอลสีดำ พร้อมรองเท้าบูทสูงถึงเข่า ก็เดินปรี่เข้ามาทันที
Hi Sarisa, nice to see you....how's your trip?...glad you can make it...we've got your seat here with your name on...bla bla bla......
เธอพาไปนั่งที่แถวเก้าอี้กลางฟลอร์
ที่เก้าอี้มีกระดาษขนาด A4 สีฟ้าเขียนชื่อ sarisa วางอยู่ด้วย
แจ๋วเป็นบ้า
(มีเก้าอี้เราตัวเดียวที่มีชื่อติดอยู่ ปลื้มๆๆ)



มองไปรอบๆสตูดิโอแล้ว ตื่นตาตื่นใจจริงๆ
set เหมือนกับที่เห็นในทีวีไม่มีผิด



ทางซ้ายมือ เห็นประตูที่แขกรับเชิญจะเดินเข้ามา



มองไปทางขวามือเป็นแบบนี้



หันไปมองข้างหลัง



เทปนี้มี Jamie Oliver, the naked chef เป็นแขกรับเชิญด้วย
สุดยอดๆๆๆ







เป็นประสพการณ์ที่น่าประทับใจจริงๆ





ความรู้สึกที่มีต่อ NYC ได้ถูกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในทริปนี้
รู้สึกว่าเป็นเมืองที่สดชื่น มีชีวิตชีวา มีสีสัน น่าอยู่ไม่เบา





บรอดเวย์ยามค่ำคืน สดใส สว่างไสวมากๆ







ดูป้ายสถานีรถไฟใต้ดินซะก่อน... เริ่ดซะ
(ไม่ใช่ร้านขายแซนวิชยี่ห้อ Subway นะจ๊ะ)





เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย ไม่ถึงอาทิตย์ดีเลย
คราวหน้าต้องเผื่อเวลาอย่างน้อยสัก 2 อาทิตย์ขึ้นไปจึงจะจุใจ





Empire State building





ลานสเก๊ตน้ำแข็งที่ Rocky Feller center เปิดบริการแล้ว
ต้น X'mas มาแล้วด้วย แต่ยังตกแต่งไม่เสร็จ



ที่ตึกร็อคกี้เฟลเล่อร์ มี attraction อันใหม่ชื่อ
Top of the rock ขึ้นไปชมวิวชั้นบนสุดของตึก
ข่าวว่ามาแรงแซงตึกเอ็มไพร์สเตทไปแล้ว
จริงหรือเปล่าไม่รู้ เพราะที่ตึกเอ็มไพร์สเตท ก็ยังเห็นแถวยาวเฟื้อยอยู่เลย
แต่ไม่ขึ้น เพราะขึ้นมาหลายรอบแล้ว
เอาเวลาเข้าคิวไปทำอย่างอื่น เวิร์คกว่า (เช่น กิน...ไม่รู้จะหิวอะไรนักหนา
เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด)
ที่ชอบสำหรับนิวยอร์คคือ ร้านอาหารเยอะมากๆ
แทบจะเรียกว่าเดินไปทุกๆ 4-5 ก้าว ก็จะเจอร้านอาหาร สารพัดรูปแบบ
งานนี้อ้วนปี๋กลับมาเลย
กินโน่น ชิมนี่ทั้งวัน เอนจอยมากๆ



วันที่ 14 พย เป็นวันเบาหวานโลก
ตอนเช้าแวะไป United Nations เพื่อส่งจดหมายกลับบ้าน
(สแตมป์ที่ส่งจากไปรษณีย์ของ UN ก็จะเป็นของ UN ไม่ใช่ของ USA)
ก็พบว่ามีการรวมตัวของสมาคมเบาหวานทั่วโลก มาชุมนุมกัน
ทุกคนจะได้ร่ม UN สีฟ้าคนละคัน
แล้วยืนล้อมเป็นวงกลมขนาดใหญ่ (วงกลมสีฟ้าสัญญลักษณ์ของสมาคม)
มีโอกาสได้เจอ Miss USA เลยเข้าไปคุย+ถ่ายรูปด้วย
น่ารักจัง





สรุปว่านิวยอร์คทริพนี้ ที่พักสบาย (เดินไป Time Square ได้ สะดวกมากๆ)
อากาศดี (ฝนตกวันนึง แต่ไม่หนัก ที่เหลือโอเค ท้องฟ้าแจ่มใส)
อาหารอร่อย (ไทย จีน อเมริกัน อิตาเลียน ครบชุด)
เจอคนน่ารักๆหลายคน
ช้อปปิ้งสนุก (จริงๆแล้วควรจะช้อปที่บอสตันมากกว่า เพราะ sale tax ถูกกว่า
แต่เพราะไม่มีเวลาช้อปที่บอสตัน เลยมาลุยที่นิวยอร์คแทน ได้ละลายเงินสมใจเลย)
ถึงจะมีเวลาน้อย แต่ก็ไปทั่วแมนฮัตตันละกัน
ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะรู้สึกดีกับนิวยอร์คได้ขนาดนี้

สวัสดีจ๊ะ นิวยอร์ค ถ้าเป็นไปได้
ปีหน้าจะมาใหม่










 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 17 สิงหาคม 2557 18:54:47 น.
Counter : 809 Pageviews.  

Boston 2007

4-16 พฤศจิกายน 2007

วันที่ 4 นัดลิมูซีนมารับที่บ้าน ไปส่งที่สุวรรณภูมิ
เพื่อความสะดวก ไม่ต้องให้ใครลำบากไปส่ง
ก่อนจะไปก็แวะไปธนาคารกสิกรไทย สำนักราษฎร์บูรณะก่อน
เพราะมี representative จาก Phillip Exeter มา
ก็มาพูดเกี่ยวกับการรับสมัครเด็กมัธยม ชีวิตในโรงเรียน
ตบท้ายด้วยคุณปั้น บัณฑูร ซึ่งเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่า จัดงาน reception ให้อย่างหรู
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เลยลองไปเดินๆดู เห็นหูฉลาม ติ่มซำ และ ไลน์บุฟเฟต์หลากหลาย
แต่ไม่สามารถจะกระเดือกได้ เนื่องจากอิ่มมาจากบ้านแล้ว
เลยดื่มไวน์ไป 1 แก้ว พร้อมคุยๆกับคนโน้นคนนี้นิดหน่อย
ก่อนกลับก็ชิมหูฉลามไปจิ๊ดนึง แล้วเผ่นดีกว่า
นัดรถมา 3 ทุ่ม
รถมาก่อนเวลาตามเคย ไปถึงสนามบินเร็วเชียว

หลังจากเช็คอินเรียบร้อยเลยเข้าไปนั่งรอฆ่าเวลาใน Lounge ของการบินไทยก่อน
เอาเครื่องดื่ม + ผลไม้ มานิดหน่อย พอแก้เขิน




แล้วก้อนั่งๆเอนๆ เล่นเน็ทไปเรื่อย
เล่นเพลิน เกือบตกเครื่อง
ขึ้นเครื่องเป็นคนสุดท้ายเลย อิ อิ



บินตรงจากกรุงเทพไป JFK ใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง
เป็นการบินที่สบายมากๆ
ปกติเคยใช้แต่ Northwest กะ United บินเข้าบอสตัน
แต่คราวนี้เปลี่ยนเส้นทางเป็น Bkk - JFK แล้วต่อเครื่องภายในไป Boston Logan Airport

แสงเช้า ใกล้จะถึงนิวยอร์คแล้ว



เครื่องของ American Eagle ที่จะพาเราไป Boston




ข้างในจิ๋วเชียว



สนามบินโลแกน ของเมืองบอสตัน น่ารักซะ...



ซะจน ต้องถ่ายรูป ไง



หลังจากเอาสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย
คณะของเราส่วนนึงก็ออกตะลุย Shopping ก่อน
โดยให้รถไปส่งที่ Burlington Mall อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม Sheraton Colonial Wakefield ที่เราพักเท่าไหร่
ส่วนเราเองก็กลับเข้าเมืองบอสตันอีกรอบ
เพื่อไปดูสถานที่จัดงานประชุม
ที่ Boston Convention center แห่งล่าสุดของบอสตัน
ได้ยินว่า สามารถจุผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 2 แสนคนเลย



โรงแรม Sheraton Colonial ที่ Wakefield
เป็นเมืองเล็กๆทางเหนือของบอสตัน
ช่วงเช้าๆเข้าเมืองรถติดน่าดูเหมือนกัน




อาหารเช้าที่โรงแรม อร่อยที่สุดในบรรดาโรงแรมหลายๆแห่งที่เคยไปพักมาเลย







บอสตันยังคงน่ารักเหมือนเคย
ภาวะโลกร้อนนี่เห็นได้ชัดจริงๆ
ที่ผ่านๆมา แค่ปลายตุลา สีสวยๆอย่างน้จะไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว
แต่นี่ปาเข้าไปเดือนพย. ยังเหมือนเพิ่งจะ peak หรือ เริ่ม past peak



Harvard yard







ไปลูบเท้าคุณปู่ซะหน่อย เพื่อโชคลาภ
เค้าว่าถ้าเป็นเด็ก Harvard ต้องมาลูบทุกคน ไม่งั้นเรียนไม่จบ



มุมโปรด ฝั่ง cambridge แถวๆ Memorial drive เห็น Pru อยู่ข้างหลัง



ตึก John Hancock และ Trinity church







Massachusetts state house



แถวๆ Charles street





ใน Boston Common





Christian science church





Musuem of fine art





ใบไม้สีสวยๆ



ร้าน Panera ขายกาแฟ แซนวิช ขนมปังหลากชนิด
ร้านน่ารัก อาหารอร่อย และ ฮิตระเบิด เถิด เทิง
มีบริการสั่งอาหารทางโทรศัพท์และ fax ด้วย
เราสามารถสั่งล่วงหน้าแล้วนัดเวลามารับได้



มีเตาผิงอุ่นๆ ทำให้ไม่อยากออกจากร้านเลย (ข้างนอกมันหนาวมากๆๆ)





ซุปหัวหอม อร่อยเชียว



มีเวลาว่าง 1 วัน เลยไปเที่ยวนอกเมืองดีกว่า...
ไปพลีมัธ ไปดูบ้านจำลองที่พวกพิลกริมเคยอยู่กัน



วิธีที่อินเดียนแดงทำเรือ
โดยใช้ฟืนเผา เซาะเนื้อไม้ไปเรื่อยๆ



ความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีใน Plimouth plantation



อาหารกลางวันเป็นลอบสเตอร์ที่สดจนหวาน อร่อยมากๆ ที่ร้าน Lobster hut



ทริพนี้ถึงแม้ว่าหลักๆ จะเป็นการมาทำงาน
ไม่ค่อยได้เที่ยวหรือช้อปปิ้งมาก
แต่ก็ยังสนุก
ไม่เคยเบื่อเมืองบอสตันเลย
ปีหน้ามาใหม่ดีกว่า...







 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 11:23:25 น.
Counter : 506 Pageviews.  

shopping / Eating in Boston (update 2007)


ตัวเองและพี่น้องไปเรียนหนังสืออยู่ที่เมืองบอสตันหลายปี
พอจะมีความทรงจำดีๆสนุกๆกับเมืองนี้อยู่เยอะ
เลยพยายามทบทวนและบันทึกไว้ใน blog นี้
เป็นการรำลึกถึงความหลังและแบ่งปันให้กับผู้สนใจ

เพื่อความสะดวกจะแบ่งแหล่งชอปปิ้งออกเป็นโซนๆ เริ่มจากใกล้ๆบ้านก่อน
โซนย่านCopley Square / Back bay / Symphony hall / Fenway

1. Copley place



Copley place เป็น shopping mall ใหญ่กลางเมืองแห่งหนึ่ง
ภายในมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ (Neiman Marcus, Barneys NY) เป็นที่ตั้งของโรงแรมแมริออต
และมีร้านค้า Brand name ดัง /ไม่ดัง เยอะแยะไปหมดเช่น
Gucci, Coach, Dior, LV, Victoria secret, Crate & Barrel .....
ถ้าชอบของเด็กๆก็มี shop ของ Gymboree ขายเสื้อผ้าของใช้เด็กน่ารักมากๆ

ในนี้มีโรงหนังด้วย
จำได้ว่าเคยไปดูหนังรอบค่ำ เสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านได้
โดยออกมาทางถนน Huntington เข้า Christian Science Plaza
เดินทะลุออกไป Mass Ave. ตรงบ้านพอดิบพอดี สะดวก
ถ้าเอารถมาก็มีที่จอดรถใต้ดิน ประทับตราจอดรถได้

2. Prudential Center



จาก copley place เราสามารถเดินข้ามสะพานลอยทางเชื่อม (Copley bridge)เข้าสู่ Prudential center ได้เลย

Prudential center/ เป็น Complex ใหญ่ ประกอบด้วยตึกสูงซึ่งถือเป็น Landmark ที่สำคัญของเมืองบอสตัน
และ อาคารเตี้ยๆโดยรอบ กินบริเวณกว้างขวางมากทีเดียว
ที่นี่เป็นแหล่ง shopping ที่น่าเดินมากๆแห่งหนึ่ง

ภายในตึกมีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า (Saks fifth avenue, Lord &Tayler) ร้านอาหาร มากมาย
รวมทั้ง supermarket

ใน Complex นี้จะเป็นที่ตั้งของ Hyne Convention center ซึ่งเป็นศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ของเมือง
เป็นที่ตั้งของโรงแรม Boston Sheraton
และ ยังมีอพาร์ทเม้นท์อย่างหรู ให้เช่าด้วย
ชั้นบนของตึกเป็น Sky Walk Observatory เปิดให้ชมวิว 360 องศา ของเมืองบอสตัน
ค่าเข้าชมคนละ 9.50 เหรียญ เปิดบริการทุกวัน
ในช่วงเทศกาลต่างๆเช่น Valentine
จะมีการเปิดไฟบนตัวอาคารเป็นรูปหัวใจ
(เปิด-ปิด ไฟบางยูนิต เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นรูปหัวใจ)

ใน Pru มี Food court อาหารนานานาชาติหลากหลายชนิด
เดินช้อปปิ้งจนเมื่อยขา ก็แวะหาอะไรรองท้องได้ ราคาเบาๆ
หรือ ถ้าสนใจร้านอาหารดังของเมือง Boston คือ Legal seafood
ก็มีสาขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่แนะนำว่าควรจองโต๊ะก่อน เพื่อความชัวร์

3. Newbury street



ออกจาก prudential มาทางด้านถนน Bolyston
จะเจอ Boston Public Library ให้เดินข้ามฟากไปNewbury street
แถบนี้เรียกว่าเป็นหัวใจของ Back bay เป็นย่าน shopping ที่เก๋ที่สุดของเมือง
ลักษณะอาคารทั้งหมดเป็นอาคารเก่าแก่ก่อด้วยอิฐสีแดง
มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านทำผม ร้านหนังสือ เก๋ไก๋ ทั้งถนน
วันว่างๆชอบไปนั่งอ่านหนังสือ (ฟรี) ที่ Harvard bookstore shop
มีกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไปทั้งร้าน นั่งได้นานๆไม่มีใครว่าด้วย

4. Tower records

ตรง Newbury ตัดกับ Mass. ave. /หรือตรงสถานีรถไฟ Hyne Convention center (greenline)
จะมีตึก Tower records ที่เราชอบซื้อ CD / หรือเช่าหนังดู
เนื่องจากแถวนี้มีสถาบันดนตรีเยอะและใกล้ Symphony hall ด้วย
ร้านนี้จะค่อนข้างขายดี (มีหลายชั้นเชียว)

** Update 2007 ** เดี๋ยวนี้ไม่มี Tower records แล้วค่ะ
ตอนที่ไปบอสตันเมื่อเดือน ตค 2006 พบว่า Tower records ถูกเปลี่ยนเป็น Virgin mega store
ซึ่งกำลัง Clearance ปิดกิจการเหมือนกัน
(ลูกไปได้อุปกรณ์ใช้กับ Ipod ราคาลด 50-75% จากที่นี่เพียบ)
เดี๋ยวเดือน พย 2007 ไป จะมา update อีกครั้ง ว่าตอนนี้กลายเป็นร้านอะไร

เดินมาอีกจิ๊ดเดียว ก็จะเจอร้าน Urban Outfitters มีของเก๋ไก๋ ขายเพียบ
ตรงข้าม Urban ตรง Newbury street มีร้านสเต๊คหรู รสชาดอร่อยเลิศ
ถ้าใครชอบ ลองไปชิมดู มีสเต๊คหลากหลายชนิดให้เลือก
ถ้าจำไม่ผิด สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อรู้สึกจะมีไก่ด้วย

5. Bolyston street

จาก Copley square ไม่ว่าจะเดินไปทิศไหนก็เต็มไปด้วยร้านค้า ย่านท่องเที่ยวสำคัญทั้งสิ้น
เรียกว่า นอกจากจะเป็นย่านท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของเมืองบอสตันแล้ว
ยังเป็นย่านที่ชอปปิ้งสนุกด้วย

* พูดถึง Newbury street ที่อยู่ทางด้านเหนือของ Copley square ไปแล้ว
* พูดถึง Copley Place ที่อยู่ทางด้านใต้ของ Copley square ไปแล้ว
* พูดถึง Prudential ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของ Copley square ไปแล้ว
* จะไม่พูดถึงด้านตะวันออกของ Copley square ได้อย่างไร

ลองเดินไปบนถนน Bolyston (เดินไปทิศที่จะไปบอสตันคอมมอน) ไปจนเจอ Clarendon Street จะเจอของดีที่พลาดไม่ได้อีกแห่งคือ
Filene's Basement สาขาใหม่เอี่ยมของเมืองบอสตัน
เดิมมีอยู่สาขาเดียวที่ Downtown crossing ตรง Washington street
แต่สาขานี้เพิ่งเปิดมีราวปลายปี 2006 ใหม่ สะอาดสะอ้าน หรูหรากว่าเดิม
และที่สำคัญ ราคายังถูกเหมือนเดิม

โซน Downtown / Beacon hill/Water front

1. Filene's / Filene's basement



แหล่งชอปปิ้งต่อไปที่เป็นที่นิยมมากๆเช่นกันก็คือ แถว downtown crossing
ซึ่งร้านค้าเล็กๆน้อยๆแถวนี้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่
แต่ที่ต้องไปเลยก็คือ ห้างใหญ่เก่าแก่ "Filene's"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชั้นล่างที่มีชื่อเรียกว่า Filene's basement
เป็นคล้ายๆ outlet ขายสินค้า brandname ลดราคามากมาย

สินค้าต่างๆจะมี code บอกส่วนลด เช่นสีฟ้า แดง เขียว อะไรทำนองนี้
สินค้าทุกชิ้นลดราคาตามระยะเวลาที่วางจำหน่าย
เช่น เมื่อเริ่มนำสินค้ามาวาง 1-14 วัน จะลด 25% ก็จะติด stickers สีนึงไว้ (ไม่แน่ใจเรื่องเวลา แต่เป็นอะไรประมาณนี้)
ถ้าวางไป 14-21 วัน จะปรับลดเป็น 50%
21-30 วัน จะปรับลดเป็น 75%
ถ้าเกิน 30 วัน เอาไปเลยฟรีๆ
โดยจะเขียนไว้ว่า Give to charity เราจ่ายเฉพาะ Sales tax
เช่นสินค้าราคา 100 เราจ่าย 5 เป็นค่าภาษี ซึ่งทางห้างจะนำไปบริจาคให้กับการกุศล

ความสนุกมันอยู่ตรงที่พยายามหาสินค้าที่อยู่นานๆจะได้ส่วนลดเยอะๆ
ซึ่งบางครั้งก็ได้ของดีมากๆมาอย่างเหลือเชื่อ

สินค้าที่มาวางจะเป็นพวกตกรุ่น อย่างพวกเสื้อผ้า แต่ไม่ใช่เก่างั่ก
บางชิ้นอาจมีตำหนิเล็กน้อย
ของที่ขายมีแทบทุกประเภทตั้งแต่
เสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ ชุดแต่งงาน ชุดชั้นใน ของเด็ก
กระเป๋าเดินทาง ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ นาฬิกา ปากกา
รองเท้า กระเป๋า เสื้อโค้ต สเวตเตอร์ เครื่องประดับ

**เป็นที่ที่ขอแนะนำให้นักเรียนที่ไปเรียนที่ Boston ให้แวะไปดู โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์กันหนาวต่างๆ ไม่ต้องขนไปจากเมืองไทยหรอก ไปดูที่นี่แหละ ราคาถูกจริงๆ **

นั่ง greenline ไปลงที่สถานี Park street
หรือ Red line/Orange line ลงที่ Downtown crossing ซึ่งสถานีจะอยู่ใต้ดินของห้างเลย สะดวกสุดๆ

** Update 2007 ** ตอนนี้ Filene's basement สาขานี้กำลังปิดปรับปรุง
เปิดบริการอีกทีประมาณกลางปี 2009

2. Fanueil Hall marketplace / Quincy market





แหล่งต่อไปที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดเมื่อมา Boston ก็คือ Fanueil Hall marketplace / Quincy market

นั่ง greenline ไปลงที่สถานี Government center (หรือ Haymarket ก็ได้)
แล้วเดินลัดเลาะข้ามถนนจิ๊ดเดียวก็ถึงแล้ว

ในส่วนของ Fanueil hall ก็จะเป็นร้านค้ามากมาย
ทั้งเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ร้านขายดอกไม้ กิฟท์ชอป
บริเวณลานกว้างทั้งด้านหน้าและด้านใน มักมีการแสดง การละเล่น ต่างๆอยู่เนืองๆ
มี food court อาหารอร่อยๆมากๆอยู่ในส่วนของ Quincy market ซึ่งเป็นอาคารแยกออกมาต่างหาก
ตามบริเวณรอบๆยังมีร้านอาหารเป็นร้านๆอีกเยอะแยะ
โดยเฉพาะร้านอาหารของไอริช ขายสเต็ค ลอบสเตอร์ ราคาไม่แพง และ อร่อยมากๆ
(ร้านประจำของเราชื่อ Black rose)
ร้านอาหารเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองบอสตันก็อยู่แถบนี้ด้วย (Union Oyster house)
หากเดินทะลุ Fanueil hall ไปด้านหลังนิดเดียว
จะเจอ Boston Harbourside มีท่าจอดเรือยอร์ช
และชมวิวสวยๆได้เพลินๆดีเหมือนกัน

3. Chinatown

ที่ตลาดเวียตนามหรือจีนใน Chinatown เป็นที่เราสามารถหาได้ทุกอย่าง ทั้งต้นหอม ผักชี กระเพรา โหระพา พริก สะระแหน่ ผักบุ้ง ผักคะน้า ปลาเค็ม เต้าหู้
เส้นก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้น เกี๊ยว น้ำซอสเยนตาโฟ กระปิ น้ำปลา น้ำส้มมะขาม หาซื้อได้แม้กระทั่ง ครก สาก ซึ้งนึ่งข้าวเหนียว

เมนูประจำของบ้านคือ เส้นใหญ่เย็นตาโฟ ซึ่งเราสามารถหาเครื่องปรุงได้ครบทุกชนิด
เรียกว่า อยู่ Boston ไม่ลำบากเลย

ภัตตาคารจีนที่เราชอบไปกันบ่อยๆก็มี Ocean Wealth
บ๋อยที่นี้แทบจะพูดไทยกับเราได้ เพราะคนไทยไปกินบ่อย
สั่งให้เขาทำข้าวผัดปลาเค็มให้ได้ด้วย
นอกนั้นก็มีร้านตรงข้ามกับ Ocean wealth ที่เราชอบไปกินติมซำ ชื่อร้าน China Pearl
ร้านติมซำอีกร้านที่ขอแนะนำคือ Chao Chow city บนถนน Essex
ถ้าไม่สั่งติมซำ ก็เป็นอาหารตามสั่งก็ได้ รสชาติเยี่ยม ราคาเยา

โซน Beacon street + Commonwealth Ave.

1. Kenmore square

ขึ้น Greenline ลงที่ Kenmore Square ก็จะเป็นย่านชอปปิ้งสำคัญ
โดยเฉพาะกับชาว Boston university
เพราะจะเป็นที่ตั้งของตึก B.U. book store
ซึ่งนอกจากจะขายหนังสือเรียน หนังสือทั่วไปแล้ว
ยังขายเสื้อผ้า ตั๋วเครื่องบิน (Garber travel) และอื่นๆอีก
ที่นี่เค้าจะมีการจูงใจให้นักเรียนเอาหนังสือเรียนเก่ามาขาย
เพื่อนักเรียนคนอื่นจะได้ซื้อไปใช้ต่อ
โดยการแจกเป็นบัตรส่วนลดในการซื้อสินค้าใน B.U. bookstore
ซึ่งจะใช้ซื้ออะไรก็ได้
เคยเอาไปซื้อ 501 ริมแดง ได้ในราคาไม่ถึง 20 ดอลล่าร์ (สมัยก่อน) ซื้อไปเป็น 10 ตัวเลย
คือ มีคนฝากซื้อด้วย ไม่ได้ใช้เองทั้งหมด

2. ร้านค้าบนถนน Comm. Ave.

Comm. ave. ช่วงนี้เป็นที่ตั้งของ Boston U.
(บน Greenline สาย B)
จะมีร้านค้าต่างๆเป็นช่วงๆไปทั้ง 2 ฟากถนน
มีร้านขายอุปกรณ์กีฬาตรงใกล้ School of liberal arts
ซึ่งน่าแวะไปดูชมมาก ราคาโอเคทีเดียว
แถวนี้จะมี Dealer ขายรถ Honda ชื่อ Herb Chambers
ซึ่งลูกค้าสำคัญเป็นเหล่านักเรียนไทย ที่ไปเรียนอยู่ที่นี่นั่นเอง
ซื้อที่นี่ แล้วก็ขายคืนที่นี่ได้เลย

3. แถวๆ Allston / Harvard street

ถนน Harvard street เป็นถนนที่ตัดกับ Comm. ave. เลย BU ไป
จะเป็นย่านการค้าจอแจอีกย่านนึง
มีร้านค้าของเกาหลี เวียตนาม อยู่หลายร้าน
สำหรับคนที่อยู่อพาร์ทเม้นท์แถวๆ Allston
มีร้านอาหารเวียตนามเล็กๆที่เราไปกินบ่อยๆชื่อ Majesty
ไปบอสตันคราวก่อน แวะไปดูร้านยังเปิดบริการอยู่เลย เจ๋งมากๆ
ชวนลูกเข้าไปกิน แต่ลูกไม่ยอม
เลยไปกินร้านอาหารไทยชื่อ Brown sugar แทน
ร้าน Brown Sugar เป็นร้านที่มีชื่อเสียงร้านนึงในบอสตัน
สมัยที่เรียนอยู่เป็นร้าน Thai House
ตั้งอยู่บน Commonwealth ave. ใกล้อพาร์ทเม้นท์ชื่อ Atrium
ซึ่งนักเรียนไทยอยู่ตรึม
ปัจจุบัน ร้าน Brown Sugar บริหารโดยเพื่อนเก่าน่ารักของเรา
เป็น 2 สามีภรรยา พี่ตู่ และ พี่ณี
โดยพี่ณี จะไปคุมร้านอีกสาขาที่ Fenway
ใครผ่านไปบอสตัน อย่าลืมแวะไปชิมนะคะ อาหารอร่อยมาก

โซน Cambridge

ลองข้ามฟากมาทางฝั่ง Cambridge บ้าง

1. Cambridgeside Galleria

สุดสาย Greenline ที่ Lechmere จะเป็นที่ตั้งของ Cambridgeside Galleria



เดิมที่นี่เคยมีห้าง Lechmere เป็นห้างใหญ่ขายสารพัดเครื่องใช้ไฟฟ้า และ สินค้าอื่นๆราคาไม่แพง
ปัจจุบันไม่มีแล้ว

ลักษณะของ Cambridgeside Galleria จะเหมือน
shopping mall ทั่วๆไปในอเมริกา หรือ แบบบ้านเรา
มีห้าง Filene's และ ห้างอื่นๆอีกหลายห้าง มี shop ต่างๆมากมาย
ร้านประจำที่ต้องเข้าทุกครั้งที่ไปคือ Bath and body work กับ Victoria secret
Food court ที่นี่ก็สะอาด กว้างขวาง และ มีหลากหลายดี

2. Harvard Square

มาทางฝั่ง Cambridge แล้ว จะไม่ไป Harvard square ก็เรียกได้ว่า
ยังมาไม่ถึง Boston
นั่ง Red line มาลงที่สถานี Harvard โผล่ขึ้นมาก็จะเจอร้าน Au Bon Pain และร้านค้าขายของเก๋ๆ น่ารัก ๆเต็มไปหมด
มีโรงหนังเล็กๆ ซึ่งฉายหนังดีมากๆ
COOP หรือ ร้านค้าสหกรณ์ของ Harvard university ก็เป็นอีกร้านที่น่าเข้าไปเดินดู
อาจจะเข้าไปซื้อของที่ระลึกสัญญลักษณ์ของ Harvard กลับบ้านก็ดี
ร้านที่ขายของที่ระลึกจะแยกออกจากร้านเก่า
(โดยสามารถเดินทะลุจากร้านเก่าเข้าไปก็ได้)



3. Kendall Square

มี Harvard Square ก็ต้องมี Kendal Square ถิ่น MIT
บนถนน Massachusetts ave ช่วงนี้ จะเรียงรายไปด้วยร้านค้า (เป็นแถวๆเลย)
ระหว่างร้านค้าจะมีห้างเล็กๆแทรกอยู่ด้วยอันหนึ่ง (ที่เป็นที่รู้จักหน่อย) คือ Woolworth
นอกจากนี้ยังมีร้านขายเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก ร้านขาย Used car และ อื่นๆอีกมากมาย
แต่ร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ / งานฝีมือต่างๆ เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้เรามาช้อปแถวนี้


4. Davis Square / Porter Square

จริงๆแล้วไม่ค่อยสันทัดย่านนี้เท่าไหร่
จนเมื่อไปพักอยู่แถว Sommerville เมื่อคราวก่อน
เลยได้มีโอกาสไปเดินแถวนั้นบ่อยๆ
พบว่าเป็นย่านที่น่าอยู่ไม่เลวเลยทีเดียว
มีร้านค้า Supermarket โรงหนัง ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ฯลฯ
มี T ผ่าน (Red line) และ มีรถบัสผ่านหลายสายด้วย

Supermarket

Supermarket ใหญ่ๆใน Boston ที่ชอบไปก็จะเป็น Shaws/Star market ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วไป
ที่เคยไปก็จะเป็นสาขาตรงถนน Bolyston หน้า Prudential center
สาขาแถว Fenway park (จำชื่อถนนไม่ได้แล้ว)
สาขา Commonwealth ave. ใกล้ Boston U. (ใกล้ Atrium apartment)
อันนี้เวลาซื้อของเสร็จเราไม่ต้องหิ้ว
ให้ขับรถมาที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งของๆเราทั้งหมดจะถูกส่งลงมาทางสายพาน
เราสามารถจอดรถเทียบ เอาบัตรหมายเลขโชว์ให้พนักงาน
แล้วขนของใส่ท้ายรถได้เลย
แล้วก็มีสาขาตรง Beacon street ที่เคยไป แต่อันนี้ไม่ค่อยใหญ่มาก

Supermarket อีกอันชื่อ Stop and Shop
จะราคาถูกกว่า star market นิดหน่อย
แต่ชอบซื้อที่ Star market มากกว่าโดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ ต่างๆซึ่งจะจัดและคัดแบบดูดีกว่า

ยังมี Supermarket แบบเน้นอาหารเพื่อสุขภาพอีกหลายแห่ง
ซึ่งพักหลังๆจะเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ
แต่โดยรวมแล้วยังสู้ Star market ไม่ได้

แหล่งชอปปิ้งทั้งหมดข้างต้น สามารถเดินทางไปง่ายๆด้วย
Public transportation ซึ่งส่วนใหญ่ใช้รถไฟใต้ดิน



หากมีรถก็ยังมีแหล่งให้ช้อปได้อีกมากมายตามชานเมือง
อย่างห้าง Caldor, Target ซึ่งคล้ายๆกับ K Mart
(K-mart ที่ใกล้สุดน่าจะเป็นอันที่อยู่ตรง Somerville
เลยจากสถานี Lechmere ไปนิดเดียว)
สินค้าราคาย่อมเยามากๆ
หรือไป Shopping mall ที่ Chestnut hill มีโรงหนังด้วย
............................
ถ้าชอบ outlet ก็ขับรถไป New Hamshire (North conway) หรือ Maine (Freeport)
สินค้าพวก Ralph Loren Polo, Nine West, Timberland,
Coach, Ann Tayler, Bass, CK, DKNY, etc.
จะไปเช้าเย็นกลับ หรือ ค้างคืน มีให้เลือกตามอัธยาศัย
ถ้าเป็นที่ NH จะไม่มี Sales tax ทำให้ซื้อของได้ตามราคาที่ติดโชว์อยู่เลย ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก









 

Create Date : 12 ตุลาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 23:31:59 น.
Counter : 3519 Pageviews.  

1  2  3  

parachute
Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




Friends' blogs
[Add parachute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.