ฝันอยู่ไกลแค่ไหนฉันจะไปให้ถึง
Group Blog
 
All blogs
 

เคล็บลับเบิกเนตรปีเซียะ

คนจินจะมีเคล็ดลับพิเศษ เมื่อได้ปี่เซียะมาแล้วก็จะทำพิธีเบิกเนตร

วิธีการคือการนำมาแช่น้ำเกลือ โดยน้ำจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ น้ำร้อนและน้ำเย็น เท่า ๆ กัน (ความหมาย คือหยินและหยาง) แช่ไว้ให้ท่วมตัว ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง แล้วนำขึ้นมา ใช้ผ้าสะอาดเช็ดที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างก่อน เป็นการเปิดเนตร โดยถือปี่เซี่ยะหันหน้าเข้าหาผ้าบูชา ให้ปี่เซียะมองเห็นว่าเราคือ คู่บุญ แล้วเช็ดให้แห้งทั้งตัว ยกเว้นปาก เพราะปาก คือ สิ่งสำคัญเป็นทางเข้าของทรัพย์
<เคล็ดลับ

ตั้งปี่เซี่ยะให้เด่น สามารถมองเห็นได้ชัดเจนให้ตั้งเป็นคู่โดยให้หันด้นชนกันเป็นรูปอักษรตัว V ทำเลที่ตั้งปีเซี่ยะ คือ หันหน้าออกมองไปที่ประตูบ้านหรือร้านค้า เพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมากีดขวางหนทางในการดูดกินทรัพย์
ลักษณะเด่นพื้นฐาน 8 ประการของปี่เซียะอ้าปากรับทรัพย์
  • หางยาวกวักรับโชค
ยกหัวข่มศัตรูคู่แข่ง
  • เท้าแย่งตะปบทรัพย์
ก้ าวขารับความก้าวหน้า
  • ลิ้นยาวอ้าตวัดเงินทอง
ลำตัวผุดผ่ององอาจ
  • เงินทองไม่เรี่ยราดเพราะไร้ทวาร

    ถ้าเจาะลึกลงไปอีก ปี่เซี่ยะที่ก้าวเท้าซ้ายนำหน้าเรียกว่า แชเล้ง (มังกรเขียว) เป็นตัวผู้ ส่วน ปี่เซียะที่ก้าวเท้าขวานำหน้าเรียกว่า แปะโฮ้ว (เสือขาว) เป็นตัวเมีย
    ทำงานก่อนนะจ๊ะ (วันหลังจะเอาเรื่อง "พระสีวลี" พระผู้นำโชคลาภมาสู่มวลมนุษย์มาฝาก




     

    Create Date : 24 กรกฎาคม 2550    
    Last Update : 18 สิงหาคม 2550 14:23:16 น.
    Counter : 19539 Pageviews.  

ปี่เซียะยอดเครื่องรางนำโชค


ปีเซียะ ถื่อเป็นยอดเครื่องรางแห่งโชคลาถที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พญามังกรหรือกิเลน และมีพลังแรงกว่าสิงโตคู่ เป็นลูกสุดท้อง (ตัวที่ 9) ของมังกรและเป็นสัตว์มงคลแห่งยุค 8 บันดาลให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง นำโชคลาภและความร่ำรวยมาสู่ผู้บูชา พร้อมขจัดอาถรรพณ์และสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ

ปี่เซียะ หรือ กวางสวรรค์

ปี่ แปลว่า การขจัด การกำราบ ปิดกลบ สกัดกั้น

เซียะ แปลว่า คุณไสย อาถรรพณ์ต่าง ๆ

รวามความหมาย ปีเซียะ จึงแปลว่า การขจัดหรือป้องกันสิ่งอาถรรพณ์ชั่วร้าย

สมณานามที่เรียกขานปี่เซียะ เรียกดังนี้
  • จีนแผ่นดินใหญ่เรียกว่า ตัวดูดเงิน
ฮ่องกงเรียกว่า ตัวรับโชค
  • ไต้หวันเรียกว่า ตัวเฮงเฮง






    ปี่เซี๊ยะ (เทพร่ำรวย)

    ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คำว่า ปี่เซี๊ยะเป็นสำเนียงจีนกลาง ถ้าจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “ผี่ชิว” กวางตุ้งเรียก เพเย้า หรืออาจเรียกในชื่ออื่น ๆ เช่น เถาปก หรือ ฝูปอ นี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของ สิ่งซิ้วสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลหนึ่งในจดหมายเหตุฮั่นชุในภาคที่ว่าด้วยดินแดนทางประจิมทิศมีข้อความระบุไว้ว่าในแคว้นหลีแถบเขาอูเกอซาน นั้นมีสัตว์ตระกูลนี้ปรากฏอยู่ลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย นั้นคือ เทียจนลก เทียนหลู่ ตัวคล้ายกวาง หางยาว มีเขาเดียว คำว่าเทียนลู่นั้นแปลตรงตัวว่า กวางสวรรค์ ครั้นต่อมาคำว่า ปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว กลายเป็นคำที่คนทั่วไปคุ้ยเคยกว่า เทียนลู่แล้วจึงให้เรียกรวมกันไปในทางมายาศาสตร์จีน แต่เดิม ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์มงคลที่มีอนุภาพในทางกำจัดปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายรวมทั้งปกป้องจากคุณไสย และมนต์ดำต่าง ๆ กล่าวคือคำว่าปี่ หรือ ผี่ นั้น แปลว่า ปิด เร้นลับหลบซ่อน คำว่า ปี่เซี๊ยะ หรือ ชิว คือ อาถรรพณ์ สิ่งไม่ดี คุณไสย ภูติปีศาจ คำว่าปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว จึงแปลได้ว่า ขจัดอาถรรพณ์ คนจีนสมัยก่อนจึงมักเขียนภาพ หรือตั้งปติมากรรม รูปปี่เซี๊ยะไว้ตามประตูบ้าน และสุสานทั่วไป บางทีก็ประดับไว้บนหลังคาพระราชวังต่าง ๆ เพื่อให้มันช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายนั้นเอง ว่ากันว่ามีพลังในการกำราบสิ่งชั่วร้าย

    ปี่เซียะ ปี่คือตัวผู้ ส่วนเซียะคือตัวเมีย สองเขาจะเรียกว่าปี่เซียะ ส่วนเขาเดียวจะเรียกว่าเทียนลก ทางเหนือของจีนจะเรียกว่าปี่เซียะ ส่วนทางใต้จะเรียกว่าเทียนลก ถ้าเป็นตัวเดียวจะเป็นตัวเสี่ยงโชค แต่ถ้าเป็นคู่สำหรับวัตุถุมงคล สำหรับขจัดสิ่งชั่วร้าย



    (กวางตุ้งเรียก) เพเย้า (จีนกลางเรียก) ปี่เซี๊ยะป (แต้จิ๋วเรียก) ผี่ฮิว

    ปี่เซี๊ยะ คือ เทพลก กวางสวรรค์มี 1 เขา มีปากไม่มีทวาร เชื่อกันว่าทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ร้านค้าหรือธนาคารนิยมมีไว้ บูชาเพื่อเก็บกักเงินทองไม่ให้รั่วไหลขจัดสิ่งอัปมงคล ว่าเทพเซียนปี่เซี๊ยะจะลงมาคุ้มครองและให้โชคลาภนับแต่นี้ไปอีก 20 ปี

    พีซิว เป็นที่รู้จักในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมซึ่งมีคนรู้จักน้อยมาก หากใครมีโอกาสไปเยือนประเทศจีนจะพบว่าสัตว์ตัวนี้ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ทำมาค้าขาย ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และหน้าผ่อนการพนัน เพราะเชื่อว่าตั้งไว้เพื่อดูดทรัพย์พวกนักเล่น นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า พีซิว สามารถปกป้องคุ้มภัย ขจัดสิ่งอัปมงคล เมื่อได้ทรัพย์สินเงินทองมาแล้ว การใช้จ่ายจะรั่วไหลออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    มีตำนานเล่าขานในทางมงคลถึง พีซิว มากมายโดยเฉพาะเรื่องราวในยุคต้นราชวงศ์ “ชิง” (ราชวงศ์แมนจู) เล่ากันว่า เมื่อยุคเฉียนหลงฮ่องเต้ ครั้งยังเป็นองค์รัชทายาท เรียกกันว่า “องค์ชายสี่” มีนักพรตท่านหนึ่งนำ พีซิว มามอบให้ โดยกำชับให้หมั่นดูแลทะนุถนอม พีซิวจักคุ้มครอง ปกป้องภัย และส่งพลังให้ขึ้นสู่ราชบัลลังก์ ซึ่งองค์ชายสี่ก็ได้ทำตามนั้น จวบจนต่อมาได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงพระราชทานยศตำแหน่งแก่ พีซิว นาม “เทียนลู่” (บารมียศแห่งสวรรค์) และอยู่คู่เฉียนหลงฮ่องเต้ตลอดรัชสมัย 60 ปีที่ครองราชย์ ซึ่งนับเป็นระยะเวลาแห่งการครองราชย์อันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

    ปัจจุบัน พีซิว ตัวดังกล่าว ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน

    วิชาบูชาและขอพร

    เมื่อได้ปีเซียะมาแล้ว หากเป็นไปได้ควรนำเข้าพิธีปลุกเสกประจุพลังเสียก่อน ถ้าไม่ปลุกเสกก็ต้องเป็นวัสดุตามหลักเบญจธาตุในศาสตร์ฮวงจุ้ย เมื่อนำปี่เซียะเข้าบ้านหรือสำนักงาน โรงงาน ให้จุดธูป 5 ดอก บูชาพระเทพเจ้า และเจ้าที่แห่งสถานที่นั้น ขออนุญาตนำปี่เซียะเข้ามาเพื่อช่วยเสริมสิริมงคล นำลาภผลเงินทอง และความมั่งมีศรีสุขมาสู่ตนเอง เวลาจะทำอะไรที่ไหนก็ให้อธิฐานขอพรจากปี่เซียะได้เลย โดยอธิฐานขอให้ช่วยเป็นเรื่อง ๆ ไปในแต่ละวน และสามารถ อิธฐานขอได้ทุกวัน
    วันนี้แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ (วันหลังเอาวิธีเบิกเนตรมาฝาก)




     

    Create Date : 21 กรกฎาคม 2550    
    Last Update : 18 สิงหาคม 2550 14:30:11 น.
    Counter : 604 Pageviews.  

เที่ยวตรังกันนะ

เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา

ประติมากรรมใต้น้ำในทะเลตรัง

เป็นทางเลือกใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวในทะเลตรัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดทำปะการังเทียมใต้น้ำซึ่งออกแบบเป็นประติมากรรมรูป "พะยูน" เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ท่องถิ่น สามารถใช้เป็นจุดเด่นในกิจกรรมท่องเที่ยวประเภทดำน้ำ ซึ่งแตกต่างจากปะการังเทียมที่ได้วางไว้ในแหล่งดำน้ำอื่น ๆ โดยประติมากรรมที่สวยงามนี้ได้ถูกวางไว้ในทะเลบริเวณระหว่างเกาะกระดานและเกาะแหวน ที่ความลึกประมาณ 20 เมตร ปลอดจากกระแสน้ำหลักและไม่ได้อยู่ในร่องน้ำที่มีกระแสน้ำไหลแรง มีความใสระยะการมองเห็นใต้น้ำมากกว่า 7 เมตร เหมาะแก่การดำน้ำลึก ตลอดจนสามารถสร้างสีสันพิเศษให้กับท้องทะเลตรังได้อีกรูปแบบหนึ่ง

ทะเลสองห้อง อยู่ในท้องที่ตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด ห่างจากตัวอำเภอ ประมาณ 27 กิโลเมตร มีสภาพเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติ กว้างใหญ่คล้ายทะเลสาบ มีเนินเขาล้อมรอบ ตอนกลางมีเนินเขายื่นออกมาเกือบจะติดต่อกัน แบ่งแอ่งน้ำออกเป็น 2 ตอน เรียกว่า "ทะเลสองห้อง" มีทิวทัศน์สวยงาม น้ำใสสะอาด มีปลาน้ำจืดชุกชุม และปัจจุบันกำลังสร้างเป็นค่ายลูกเสือแห่งชาติขึ้นในบริเวณทะเลสองห้องด้วย
นับเป็นจุดเด่นที่สุดในทะเลตรัง ลักษณะของเกาะทางด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหน้าผาหินสูงตระหง่านหันหน้าออกสู่ทะเล ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวเกาะไว้อย่างดีสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้ และไม่ห่างจากเกาะมุกมีถ้ำมรกตหรือถ้ำทะเลซึ่งมีความงดงามตระการตาอย่างมาก จากปากทางเข้าถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ สูงพ้นระดับน้ำพอเรือลอดได้ หรือต้องว่ายน้ำเข้าไปถ้าหากน้ำมาก ระยะทาง 80 เมตร บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต ดูแปลกตาและมหัศจรรย์ในความสวยงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้าง เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเห็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน นั่งเล่นน้ำได้ เกาะมุกมีที่พักเอกชนบริการ

การเดินทาง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะมุก สามารถลงเรือจากท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ค่าเช่าเรือเหมาลำราคาประมาณ 1,500 บาท/วัน หรือนั่งเรือโดยสารขึ้นที่ท่าเรือกวนตุงกู ค่าเรือคนละ 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง



ถ้ำมรกต


เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ครอบคลุมพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง และอำเภอละงู จังหวัดสตูล ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2537 ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ อาทิ เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ เกาะลันตี เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ

กิจกรรมท่องเที่ยวที่ น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรมดำน้ำบริเวณเกาะเหลาเหลียง ประกอบด้วยเกาะเหลาเหลียงน้อง และ เกาะเหลาเหลียงพี่ เป็นเกาะสัมปทานรังนกส่วนหนึ่งในหมู่เกาะแห่งอุทยานแห่งชาติเภตรา เขตจังหวัดตรังและสตูล บริษัทเอกชนได้รับสัมปทาน

เกาะเหลาเหลียงน้อง เปิดเป็นที่พัก ธรรมชาติใต้ท้องทะเลส่วนใหญ่ยังคงงดงามสมบูรณ์อยู่ทั้งความหลากหลายของ พันธุ์ปลา และปะการังทั้งอ่อนและแข็ง ความสวยงามของชาดหาดทรายเม็ดละเอียด และน้ำทะเลสีเขียวใสก็ยกให้เท่าหมู่เกาะสุรินทร์ เพียงแต่ว่าเกาะเหลาเหลียงมีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น กิจกรรมผจญภัยบนเกาะ มีทั้งไต่หน้าผา พายเรือคายัก ดำผิวน้ำ ดำน้ำลึก แล้วตอนกลางคืนก็มีทัวร์ดูปูไก่ ทัวร์ดำน้ำกลางคืน การแสดงลอดบ่วงไฟ ควงกระบองไฟ นับว่ามีการจัดการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ได้ดี สถานที่พัก ที่นี่มีความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เนื่องจากอุทยานไม่อนุญาติให้มีสิ่งปลูกสร้างถาวรบนเกาะ จึงใช้เต็นท์เป็นที่พัก แต่เป็นเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม เตียงนุ่มๆ พัดลม โคมไฟ โต๊ะเขียนหนังสือ แถมปลั๊กไฟให้ด้วย และห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0 2938 9061 โทรสาร 0 2938 9062 e-mail: info@xsitediving.com หรือ //www.xsitediving.com

จุดดำน้ำตื้นในหมู่เกาะเภตรา ได้แก่ เกาะเหลาเหลียงน้อง เกาะเหลาเหลียงพี่ เกาะตะเกียง เกาะเภตรา ส่วนเกาะตะลุ้ยน้อย ตะลุ้ยใหญ่ และเกาะทะลุเป็นจุดดำน้ำลึก ส่วนเกาะตาใบเป็นเกาะที่อยู่ปลายสุดด้านจังหวัดสตูล

การเดินทางไปอุทยานฯ สามารถเช่าเรือจากท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล หรือจากท่าเรือกันตัง จังหวัดตรัง ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ เดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน

บริเวณที่ทำการอุทยานมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พื่ช โทร. 0 2562 0760 หรือ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล โทร. 0 7478 3074 หรือ //www.dnp.go.th






เป็นเกาะที่อยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มของทะเลตรัง เนื่องจากการเดินทางจากจังหวัดตรังสะดวกมากกว่า หาดทรายบนเกาะขาว น้ำทะเลใส มองเห็นปลาหลายพันธุ์หลากสี รอบเกาะปะการังยังสมบูรณ์ บนเกาะมีที่พักเอกชนบริการหลายแห่ง การเดินทาง มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือปากเมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง และมีเรือของเอกชนบริการให้เช่า เรือขนาด 10 คน ค่าเช่าเรือเหมาลำสำหรับเรือท่องเที่ยวขนาดผู้โดยสาร 20-40 คน ค่าเช่าเรือราคา 6,000 - 10,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางจากเกาะไหงไปบ้านศาลาด่าน (เกาะลันตา) จะมีเรือออกจากเกาะไหง เวลา 14.30 น. ถึงบ้านศาลาด่าน เวลา 15.30 น. ราคา 300 บาท





 

Create Date : 21 มิถุนายน 2550    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2550 10:58:55 น.
Counter : 373 Pageviews.  


ตะวันยิ้มร่า
Location :
ตรัง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตะวันยังส่องแสง
Friends' blogs
[Add ตะวันยิ้มร่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.