All Blog
REVIEW : L'oreal Paris กันแบบรัวๆๆ :)
ฮัลโล๋ ฮัลเล๋


สบายดีกันไหมคะ สาวๆ :D


หายไปกับการเทรนนิ่งนานมากกก ไม่ได้อัพอะไรเลย !! คิดถึงกันบ้างไหม ไหม ไหม

แบบว่าอยากมาอัพอยู่นานแล้ว แต่ภารกิจติดพันมากๆ ค่ะ คิดถึงบล๊อก คิดถึงเครื่องสำอาง คิดถึงๆ

วันนี้กลับมาพร้อมกับ L'oreal Paris ขนมาทั้งเซ็ท ที่ขายในวัตสันนั่นละ


บอกเลย เล่นไป ยิ้มไป สนุก สวย และราคาถูกใจ อุ๋มมากๆ ค่ะ




มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ขนมาหมดค่ะ บีบี แป้ง ตา ปาก คิ้ว แก้ม เล็บ 

กราบบ .... ลอริอัล แพรีส ประเทศไทย ไว้ ณ จุดๆ นี้ ทุกสีล้วนคัดสรรมาให้แอร์ตัวน้อย อย่างดิชั้น



เริ่มกันด้วย True Match Skin Idealizing BB Cream SPF 35 PA++


เป็นบีบีครีม สูตรผสาน "ไฮยารูลอนิก เพียว" ซึ่งจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นไว้ ทำให้ผิวเรียบเนียน และดูมีชีวิตชีวา ยาวนานขึ้น บอกเลย ใช้ไปบินมาละ เวิร์ค ค่ะ เวิร์ค หน้าเด้งใช้ได้อยู่ ปกติ หน้าจะเยิ้มมันตั้งแต่ Sector แรก แต่ไปบินแล้วโบก บีบีครีมตัวนี้ไป ไม่เยิ้ม ไม่หยด ทาแป้งผสมรองพื้นทับ ระหว่างวันก็ยังสวยสดอยู่ ชอบเลย ปลื้มเลยยย 


ปล. แต่สาวๆ ที่หน้ามันมากๆ อาจไม่ชอบนะคะ อันนี้ชื่นช่่ำแฉะ พอสมควร อากาศบนเครื่องแห้งกว่าอากาศข้างล่างมาก เดี๋ยวอุ๋มขอลอง บนพื้นดินแล้วจะมาส่งข่าวอีกทีค่ะ :)





ลงรองพื้นกันไปเรียบร้อยก็มาต่อกันที่ LUCENT MAGIQUE TOUCH UP PEN 


"ลูเซนท์ เมจิก ทัช อัพ เพ็น" เป็นอารมณ์ คอนซีลเลอร์ปากกา ไว้ ทัชอัพเพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวระหว่างวันเกร๋ๆ คือเอาจริงๆ อาชีพที่ทำเนี่ย หน้าตาอ่อนล้าได้ง่ายมาก เพราะความง่วง ไอ่เจ้าตัวนี้นี่ล่ะค่ะ โบกใต้ตาเข้าไป จะได้ตาสว่างๆ  ผิวที่แลดูสดชื่นเปล่งปลั่งในทันที ด้วย Liquid Light Technology ที่มี Byron Liquid ของเหลวโปร่งแสงสีเงินซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสงบนผิว พร้อมมอบความชุ่มชื่นได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง 


มี 2 สีให้เลือกระหว่าง Light และ Fair นะคะ วิธีการเลือกก็คือ เลือกให้สว่างกว่าสีผิวปกติ 1 เฉด ก็พอ อย่าให้ขาวมากนะคะ ตรงส่วนที่ทาไปจะลอยยย ได้ขึ้นมาทันที




คิ้ว คิ้ว คิ้ว กับ SUPER LINER BROW DESIGNER PRO 


"ซุปเปอร์ ไลเนอร์ โบรว์ ดีไซน์เนอร์ โปร" ซึ่งก็คือ ดินสอเขียนคิ้ว 3 ขั้นตอน


ขั้นตอนที่ 1 ด้านหัวดินสอ ช่วยกำหนดและสร้างกรอบให้โครงคิ้ว


ขั้นตอนที่ 2 ด้านหัวฟองน้ำที่มาพร้อมโบรว์ไลเนอร์แบบฝุ่นสำหรับเติมความเข้มหนาอย่างเป็นธรรมชาติ


ขั้นตอนที่ 3 หัวแปรงปัดอ่อนนุ่มสำหรับเกลี่ยและจัดเรียงเส้นคิ้วให้เรียงตัวสวย




ต่อด้วยตากันบ้าง :) COLOR RICHE LES OMBRES


"ลอรีอัล ปารีส คัลเลอร์ ริช เลอ ออมเบรอ" อายแชโดว์เนื้อครีมเนียนละเอียดมากๆๆ ติดทน เกลี่ยง่าย ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ “WET COLOR BOOST TECHNOLOGY”  มี 4 เฉดสีในตลับเดียว ตัวนี้เป็น 1 ใน สีสัน จาก กลุ่ม Essential  ซึ่งมอบลุคที่ดูเป็นธรรมชาติทว่ายังคงความเรียบหรูและมีไสตล์


สี E4 Absolute Taupe


มี Mini How To ในการแต่งตาเบาๆ สวยจริงๆ คอนเฟิร์มมม

เป็น Soft Smoky ที่แต่งไปทำงานได้จริงๆ ค่ะ



บรัชออน LUCENT MAGIQUE BLUSH OF LIGHT GLOW PALETTE


"ลูเซนท์ เมจิก บลัช ออฟ ไลท์ โกลว์ แพเล็ต" สี 02 Fuchsia Flush บลัชออน 3 มิติ จริงๆ 


สีแจ่มจรัสมากค่ะ เห็นแก้มมาแต่ไกลเลย เพราะฉะนั้นเวลาปัดระวังด้วย เดี๋ยวหน้าจิแดงเป็นตูดลิง สีสวยจริง แต่ชิมเมอร์เยอะมากๆๆๆ ปัดแล้วดูหน้ามันไปเลย แนะนำว่าใช้เป็น ไฮไลต์ หรือแต่งไปงานกลางคืนจะเหมาะกว่าค่ะ :) จะโกลว์ ได้ใจนะ



ลิปสติก COLOR RICHE สี P511 Touch of Amaranth


สีนี้แบบ สีเดียวกับยูนิฟอร์ม อุ๋มเด๊ะนะคะ เนื้อลิปนุ่มนิ่ม ไม่ทำให้ปากลองเป็นขุยเลย สีก็สวยแจ่มชัดด้วย

นี่ละค่ะสีที่อุ๋มทาไปบินบ่อยๆ :)


เค้ามี 14 เฉดสีใหม่ สีสวยสดชัด ติดทนนาน พร้อมบำรุงริมฝีปากชุ่มชื่นตลอดวันด้วยน้าา



และขอแนะนำยาทาเล็บที่เข้ากั๊นน เข้ากัน ลอริอัล เค้าก็มีค่ะ ลองไปหาดูนะคะ


เพราะปกติอุ๋มจะทาเล็บกับปากสีเข้ากันเวลาไปทำงานเลยหามาไว้คู่กันเลยค่ะ



ยาทาเล็บ COLOR RICHE LE VERNIS


ยาทาเล็บด้วยเทคโนโลยีสูตรเจล ที่ให้ผลลัพธ์สีสวยสดชัดติดทน กั๊บบ



สุดท้ายย ลิปสติกเนื้อกลอส SHINE CARESSE 


เนื้อสัมผัสบางเบาแต่ให้สีที่สดชัดและติดทนนาน เกลี่ยง่ายมากๆ มี 8 สีให้เลือกแหน่ะ

แต่สีนี้ถูกใจที่สุดดดด เบอร์ 702 Juliete นะคะ เข้ากับเล็บแดงมากๆๆ

แล้วพกง่าย ทาง่าย ไม่แดงติดฟัน ชอบเลย !!


พกไปบินทุกไฟลท์เช่นกันนน




วันนี้ขอจบ SET จาก L'OREAL PARIS ไว้เพียงเท่านี้ก่อนน :)

ถ้ามีอะไรมาอัพเดทอีกก็เจอกันได้เลยย



ป.ล. อย่าลืมเข้าไปกดไลค์เพจกันน


PANNITAP BLOG




 





Create Date : 05 มกราคม 2557
Last Update : 5 มกราคม 2557 21:48:31 น.
Counter : 5497 Pageviews.

1 comment
REVIEW :: ครีมเปลี่ยนสีผม Schwarzkopf Palette และ Syoss Repair Therapy
สวัสดีค่ะ ทุกคนวันนี้กลับมาพร้อมกับรีวิวสั้นๆ ค่ะ เนื่องจากอุ๋มไปทำสีผมมาใหม่ล่ะ !!

ตื่นเต้นมาก เพราะ ไม่ได้ทำผมสีเข้มมาน๊าน นาน เอาจริงๆ คิดว่าไม่ได้ทำมา 5 ปีแล้วนะสีเข้มแบบนี้

ก็เลยจัดมาค่ะ ต้องขอบคุณ Schwarzkopf ด้วยนะคะ ที่ส่งครีมเปลี่ยนสีผม Palette

หรือ พาเลตต์ สูตรน้ำมัน 7 ชนิด (PALETTE 7 OILS) มาให้อุ๋มถึง 3 กล่อง :)



ให้ดู Before-After ก่อนเลยค่ะ 


ก่อนไปทำสีและบำรุงผมครั้งนี้ สภาพผมและสีผมของอุ๋มน่าเกลียดมากจริงๆ ช่วงนี้ทั้งทำสีทั้งดัด ไม่ค่อยมีเวลาดูแล และไม่ได้เล็มปลายมานานมากๆ แล้ว ครั้งนี้เลยจัดไปเซ็ทใหญ่ค่ะ


มาเริ่มทำสีกันเลยดีกว่า พี่ริน ช่างทำผมของอุ๋มในวันนี้บอกว่าใช้ 2 กล่องก็พอค่า



Schwarzkopf เคลมมาว่าาา ครีมเปลี่ยนสีผม Palette สูตรใหม่นี้ ....


เป็นครีมเปลี่ยนสีผมถาวร ที่ผสานเม็ดสีที่เข้มข้นพิเศษ และสูตรบำรุงของน้ำมันหลากชนิด ปกป้องและฟื้นบำรุงเส้นผม ให้ผลลัพธ์สีผมที่อิ่มสวยติดทนนาน เป็นประกายเงางามด้วยค่ะ ด้วยสูตรที่ผสานคุณค่าของน้ำมันบำรุง 7 ชนิด* ที่ช่วยดูแลและบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึกหลังการเปลี่ยนสีผม 

*น้ำมัน 7 ชนิด ประกอบด้วย: 

1. Marula Oil : น้ำมันมารูล่า

2. Argan Oil : น้ำมันอาร์กัน

3. Sesame Oil : น้ำมันงา

4. Almond Oil : น้ำมันอัลมอนด์

5. Olive Oil : น้ำมันมะกอก

6. Apricot Kernel Oil : น้ำมันเมล็ดแอพพลิคอท

7. Macadamia Nut Oil : น้ำมันแมคาเดเมีย


โดยมีให้เลือก 10 เฉดสีค่ะ วันนี้อุ๋มย้อมสี 3-0 หรือสีน้ำตาลเข้มค่ะ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นปิดผมขาวแนบสนิท 100% ด้วยนะคะอุ๋มเอามาปิดผมสีเดิมของอุ๋มค่ะ :D ฮ่าๆๆ เพราะผมยังไม่หงอกนะ !! ครีมเปลี่ยนสีผมพาเลตต์กล่องนี้ ราคากล่องละ 169 บาท ค่ะ หาได้ทั่วไปเลยยย


พอย้อมเสร็จแล้วก็รอเวลาค่ะ นั่งเล่นเกม เล่นไลน์ เล่นเฟสบุ๊คคค ....


เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที หรือ 45 นาทีนี่ล่ะค่ะ ><" ฮ่าๆๆ ไม่ได้ดูนาฬิกาเลย!



ผมเสียขนาดหนักขนาดนี้อุ๋มเลยต้องหิ้วแชมพู-ครีมนวด-ทรีทเม้นท์ มาจากบ้านเองเลยค่าา !! วันนี้อุ๋มเอา Syoss มาเองค่ะ แต่เป็นตัว Repair Therapy ถ้าเคยใช้ Syoss กันต้องเคยเห็นขวดแบบนี้แต่เป็นตัวอักษรสีเขียวแน่ๆ อันนั้นเป็นสูตร Moisture ธรรมดา แต่ไม่บำรุงผมเสียล้ำลึกแบบนี้ค่ะ


ที่ฟาดดดมาทั้ง แชมพู-ครีมนวด-ทรีทเม้นท์ เลยค่ะ เพราะว่าผมอุ๋มทั้ง ย้อม ดัด ไดร์ ม้วน !!



ต้องมาดูกันต่อไปว่า ผมอุ๋มจะสามารถกลับมาดีได้ไหมมม ... ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ



อ๊ะ ย้อมเสร็จแล้วค่าาาา !!! กลับบ้านมาแบบผมดำสนิททท เอาจริงๆ ทุกคนตกใจเล็กน้อย 


แต่จริงๆ แล้วในแสงธรรมชาติจะเป็นสีน้ำตาลเข้มค่ะ ประมาณสีโค้กนะคะ เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้ดูกลางแดดอีกทีนึง ผมเปลี่ยนสีแล้วอารมณ์เปลี่ยนมากเลย กลายเป็นหน้าเข้มมาก ย้อมเสร็จแล้วผมยังดีอยู่เลยค่ะ เพราะวันนี้บอกพี่ที่ร้านว่า ขอทรีทเม้นท์เต็มๆๆ แต่จริงๆ แล้วเท่าที่อ่านข้างกระปุกทรีทเม้นท์ของ Syoss ตัว Repair นี่ บอกว่าหมักไว้แค่ 3-5 นาที พอนะคะ แค่นีก็ช่วยให้เกล็ดผมที่อ้าๆ พังๆ อยู่สมานกันได้ล่ะ 


ผมดูดีขึ้นมากกกๆๆๆ ค่ะ หลังจากย้อมสีดำ และเล็มปลายออก :D ดีใจจังง :)



ชอบลุคใหม่อุ๋มกันไหมคะ วันนี้แอบให้พี่ริน ช่างทำผมไดร์ม้วนปลายเล็กน้อย :) ร้านนี้ร้านประจำอุ๋มอีกที่หนึ่งค่ะ ชื่อร้าน Ai-Spa อยู่แถวๆ บ้านอุ๋มเลยยังไงอุ๋มจะลงรายละเอียดไว้ในเพจ PannitaP Blog นะคะ 


วันนี้โดนค่าเสียหายไปน้อยมาก โดยอุ๋มเอาสีทำผมมาเอง ค่าย้อม 500.- บาท เท่านั้นน !! และค่าสระ-ซอย-หมัก-ไดร์ อีก 200.- บาท โอ๊ย ทำผม 3 ชม. 700.- บาท คุณพระช่วย 


ฮ่าๆ ดีค่ะ สบายกระเป๋าเลย ยังไงถ้าสนใจก็มาทำกันได้ สวยและถูกและดี 


วันนี้ไปก่อนนะคะ ครั้งหน้าเจอกันกับรีวิวอะไร อย่าลืมติดตามนะค่ะ ... สวัสดีค่ะ


แถมม ::: เปลี่ยนลุคง่ายๆ ไม่ยาก อุ๋มไปซื้อวิกผมหน้าม้ามาค่ะ :) อันนี้สอยมาจาก ร้านพี่นนท์ หลังการบินไทย ซอย 3 พี่นนท์น่ารักมากก สอนทำผม 8 ทรงรวดดแบบพร้อมบินกันเลยทีเดียว ฟาดดอุปกรณ์ทำผมไม่พอ สอยยวิกผมหน้าม้ามาด้วย 200 กว่าบาทเอง :) เด็กสมใจเบย





Create Date : 06 กันยายน 2556
Last Update : 6 กันยายน 2556 22:55:22 น.
Counter : 18209 Pageviews.

0 comment
รีวิว FACE PRIMER ยี่ห้อต่างๆ by PannitaP
     เคยไหมคะที่เห็นนักแสดง ดารา ทั้งหลาย ในจอและนอกจอทีวี แล้วคิดอยู่ในใจลึกก ลึ๊กก ว่า ทำไม หน้าดาราที่คุณชื่นชอบ ถึงเนียนเรียบ? รูขุมขนไม่กว้าง? ใบหน้าไม่มัน?  แต่เวลาเราแต่งเองแล้ว แต่งไม่ติด แต่งหน้าแล้วรองพื้นไหลบางทีก็เป็นเส้นๆ ตามร่องของผิว รูขุมขนกว้างเห็นชัดขึ้นระหว่างวัน หรือรอยแดงตามส่วนต่างๆ ของใบหน้าทะลุรองพื้นออกมาให้เห็น ... อย่าเศร้าในโชคชะตาไปค่ะ เพราะแค่เพิ่มขั้นตอนสั้นๆ ไปอีกขั้นตอนเดียวในการเมคอัพ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป นั่นคือการใช้ Face Primer หรือ ไพรเมอร์ กับผิวหน้าของเราก่อนการแต่งหน้านั่นเอง 

ทำไมต้องใช้ ไพรเมอร์

     เพราะการแต่งหน้านั้นก็ไม่ต่างกับการทาเล็บ หรือแม้กระทั่งการทาสีบ้านทา เพราะการจะทาสีลงไป เราก็ต้องปรับพื้นผิว หรือเตรียมพื้นผิวซะก่อน เพื่อให้สีทีทาลงไปติดได้ทนทานนานยิ่งขึ้น ไพรเมอร์ นั่นเองที่จะมาทำหน้าที่ช่วยเตรียมผิว และปรับพื้นผิวหน้าของเราให้พร้อมก่อนแต่งหน้า โดยทำหน้าที่กระชับรูขุมขน ทำให้รูขุมขนดูเล็กลง ผิวดูกระชับขึ้น ร่องรอยบนใบหน้าดูตื้นขึ้น ทำให้เครื่องสำอางติดทนและเนียนมากขึ้น และทำให้ผิวหน้าของเราดูไม่มีตำหนิ หรือมีตำหนิน้อยลง แถมป้องกันไม่ให้ผิวหน้าหมองคล้ำระหว่างวันได้อีกด้วย

ไพรเมอร์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

- คนที่มีรูขุมขนกว้าง หรือไม่ผิวไม่เรียบเนียน
- คนที่แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางติดไม่ทนนาน ลบเลือนง่าย
- คนที่ไม่ใช้รองพื้น

ปัญหาของการเลือก ไพรเมอร์

     นั่นคือการเลือก Primer ที่เหมาะกับผิวหน้าของเราๆ ซึ่งนั่นยากพอๆ กับการเลือกสีรองพื้นที่ถูกต้องเลยทีเดียว อุ๋มใช้เวลาทดลอง และโดนค่าเสียหายไปเยอะกับการซื้อผลิตภัณฑ์มาลองผิดลองถูก สิ่งที่เราควรมองหา คือ Primer ที่มีเนื่อเบา ไม่อุดตันตามรูขุมขน และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าของเรามีผิวที่เหมาะแก่การแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไป

     วันนี้อุ๋มจะมาพูดถึง Primer ต่างๆ ที่อุ๋มมีในครอบครองค่ะ อาจจะไม่มากนัก แต่เป็นยี่ห้อที่หาซื้อได้ในประเทศไทย และราคามีหลาย ระดับตั้งแต่เป็นพัน จนถึงเป็นร้อย อยากให้เพื่อนๆ ลองมองหา Primer ที่เหมาะกับผิวหน้าตัวเองดูค่ะ เพราะอุ๋มก็เป็นคนนึงที่ขาด Primer ไม่ได้ไปเสียแล้ว

ขั้นตอนการทาไพรเมอร์
เตรียมผิวหน้าด้วยการทา มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทั่วใบหน้าและลำคอ ตามด้วย ครีมกันแดด คลึงผิวเบาๆ สัก 1 นาที เพื่อให้ครีมซึมซาบสู่ผิว และผิวดูนุ่มนวลเปล่งปลั่ง ปล่อยหน้าให้แห้งซักแป๊บนึง จึงค่อยทาไพรเมอร์

- แต้มไพรเมอร์ทีละส่วน (ไม่ควรแต้ม 5 จุดแล้วทา) ใช้นิ้วมือเกลี่ยกึ่งนวด เบาๆ
- เริ่มเกลี่ยไพรเมอร์บริเวณแก้ม โดยเกลี่ยในทิศทางลงมาที่ลำคอ
- เกลี่ยที่กึ่งกลางหน้าผากออกมาทางด้านข้าง
- ทาบริเวณจมูก ปลายคาง และเปลือกตา อย่าละเลยปีกจมูก และปลายตา แม้จะเป็นจุดเล็กๆคะ
- จากนั้นก็เข้าสู่การแต่งหน้าตามปกติคะ.

มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยค่ะ

TOO FACED : Primed and Poreless
Skin smoothing face primer, Multi-benefit skincare makeup


ตัวนี้เป็น ไพรเมอร์ จาก แบรนด์ Too Faced ที่สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้า
ราคาหลอดละ 1,750 บาท ขนาด 45 ml ค่ะ
อุ๋มคิดว่าราคาสูงทีเดียวค่ะ แต่มาดูคุณภาพของเจ้าตัวนี้กันนะคะ ลองอ่านหลังกล่องดูได้
เรียกได้ว่าคุณภาพแบบ Universal ฮ่าๆ


Too Faced : Primed and Poreless ตัวนี้เป็น Silicone-base primer ค่ะ เนื้อของผลิตภัณฑ์ดู Silky นิดๆ มีลักษณะดึ๋งๆ เหมือนมูส เนื้อเป็นสีอมชมพู แต่พอทาบนใบหน้า และเกลี่ยเรียบร้อยแล้ว จะไม่เหลือสีของไพรเมอร์เลย สังเกตได้ว่าผิวไม่เปลี่ยนสีไปซักนิดค่ะ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีผิวสีไหน อุ๋มเชื่อว่าสามารถใช้ ไพรเมอร์ตัวนี้ได้แน่นอนค่ะ


ข้างซ้ายก่อนทา จะเห็นว่าอุ๋มมีร่องรอยอารยธรรมใต้ตาเยอะพอสมควร และตามช่วงแก้มมีรูขุมขนที่เห็นได้ชัดค่ะ มาดูข้างขวาหลังทากันบ้าง แค่ใช้ตาเปล่าของจะสังเกตได้เลยค่ะว่า รูขุมขนที่มองเห็นอยู่นั้นหายไป รวมทั้งร่องรอยใต้ตาดูตื้นขึ้นค่ะ ไพรเมอร์ตัวนี้ทำให้หน้าดูแมทขึ้นด้วย หน้าเนียนเสมือนถ่ายรูปด้วยแอ๊พ แต่นี่ไม่ผ่านแอ๊พใดๆ เลยนะคะ และผิวหน้านุ่มขึ้นด้วยค่ะ

อุ๋มมีโอกาสได้ใช้ TOO FACED : Primed and Poreless ตัวนี้และแต่งหน้าออกไปนอกบ้านทั้งวัน ทำนู่นทำนี่ทำนั่น จนตกเย็น ผลคือหน้ายังดูสว่างและผิวสวยอยู่ อาจมีมันเล็กน้อยช่วงหน้าผากค่ะ ถ้าถามว่าคุ้มค่าไหมกับการลงทุนครั้งนี้ อุ๋มมองว่าคุ้มค่า เพราะว่าวันนึงเราใช้เจ้าตัว ไพรเมอร์นี้นิดเดียวเองค่ะ 


Smashbox : Photo Finish Luminizing Foundation Primer
Oil-Free


อันนี้เคยเป็น Primer ตัวโปรดที่สุดของอุ๋มในช่วงที่ชอบแต่งหน้าแบบดูโกลวๆ ค่ะ เพราะด้วยความ Luminizing ของมันนี่ละ ทำให้หน้าดูวาวแบบสุขภาพดี ไม่ทำให้ดูหน้ามันด้วยนะคะ แต่ว่าตอนนี้ที่ไทยไม่มีเคาร์เตอร์ของ Smashbox แล้วเลยบอกลากันไป อยากได้ต้อง Pre-order หรือฝากคนอื่นหิ้วค่ะ ราคาที่ไทย ตอนที่มีเคาร์เตอร์นั้น คือ หลอดละ 1,690 บาท 30 ml ค่ะ


พอบีบออกมาจากหลอดจะเห็นว่า เนื้อไพรเมอร์เป็นเนื้อซิลิโคนค่ะ มีความวาว หรือชิมเมอร์ในตัวเองเลย ตัวไพรเมอร์มีสีน้ำตาลอ่อนๆ พอทาลงบนผิวจะยังมีความแวววาวอยู่ อุ๋มคิดว่าน่าจะเหมาะกับสาวสีผิวกลางๆ ค่ะ เพราะถ้าขาวหรือผิวสีเข้มเกินไป อาจทำให้หน้าหลอกได้


หลังจากทาแล้วจะรู้สึกได้เลยค่ะว่าผิวละเอียดขึ้น และมีความแวววาวสำหรับคนที่ชอบลุคสปอร์ตๆ หน่อย ดูผิวแวววาวสุขภาพดี อุ๋มแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่าอุ๋มเองก็ชอบ ไม่ได้ดูหน้าตึงและแห้งจนเกินไป แต่พอแต่งหน้าที่เหลือลงแป้งทับ ความวาวก็จะน้อยลงไปค่ะ 

ที่สำคัญด้วยสีของเนื้อไพรเมอร์ช่วยให้รอยกระและฝ้าบางๆ บนผิวหน้าของอุ๋มดูกลืนและหายไปด้วยทำให้ติดใจผลิตภัณฑ์จาก Smashbox ตัวนี้ แต่เสียดายหาซื้อไม่ได้แล้วค่ะ

** จากการอ่านหลายๆ รีวิวและจากความคิดเห็นคนรอบข้าง Primer ตัวนี้ไม่เหมาะสำหรับผิวมันค่ะ เพราะระหว่างวันจะทำให้หน้าเยิ้มวาว เกินความสวยไปได้ รวมทั้งผิวสีเข้มเกินไปก็ไม่เหมาะเช่นกันค่ะ เพราะจะทำให้สีหน้าดูหลอกไปเลย **

Benefit : The Porefessional
PRO Balm to minimize the appearance of pores


อุ๋มเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักไพรเมอร์เทพตัวนี้จาก Benefit แน่นอนค่ะ เพราะว่า ไม่ว่าไปที่ไหนๆ ทุกคนเคยใช้มาแล้วหมด :) อุ๋มเองก็ใช้มาเป็นหลอดที 2 แล้วค่ะ เรียกได้ว่าเป็น ไพรเมอร์ หลอดแรกๆ ที่ใช้ ราคาที่เคาท์เตอร์ก็อยู่ที่ หลอดละ 1,150 บาท อันนี้ตอนที่อุ๋มซื้อนะคะ (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปรึยังนะคะ)

ตัวนี้เป็น Silicone Base Primer อีกเช่นกัน ส่วนเนื้อคล้ายๆ มูสค่ะ Silkyๆ มีสีเบจอ่อนๆ ตัวนี้มีสีเดียวนะคะ เพราะพอทาไปจะกลายเป็นไม่มีสี หรือเป็นสีที่กลืนกับเนื้อไปเลยค่ะ และเนื้อเบามากๆ


มาดูกันเลยค่ะว่าหลังจากปาดลงไปชั้นบางๆ บนผิวหน้าอุ๋มแล้วเป็นยังไงบ้าง ผลก็ตามที่เห็นคะ ส่วนที่เป็นรูขุมขนเล็กๆ ก็ถูกเจ้าไพรเมอร์ตัวนี้ลงไปเติมจนเต็ม ทำให้รูขุมขนดูตื่นขึ้น รวมไปถึงเส้นใต้ตาด้วยค่ะ ก็เทพตามที่ว่าๆ กันไว้จริงๆ ค่ะ ชอบตรงที่จากสีเบจอ่อนๆ ก็กลืนไปกับใบหน้าของอุ๋มเลย แต่ว่าในส่วนของกระและฝ้า ตัวนี้ไม่ช่วยในการปรับสีนะคะ 

อุ๋มชอบตัวนี้เพราะว่าคุมมันได้ดีมากค่ะ ระหว่างวันไม่มีหน้าเยิ้มเลย แต่ต้องบอกก่อนว่าอุ๋มผิวผสมนะคะ ส่วนมากถ้าหน้ามัน ก็จะมันอยู่แค่ช่วงหน้าผากและจมูกแค่นั้น

Skinfood : Black Egg Pore Primer


มาถึงตัวสุดท้ายของ Primer แล้วค่ะ ตัวนี้จากแบรนด์ประเทศใกล้ๆ เรานี่เอง Skinfood ค่ะ อุ๋มเรียกตัวนี้ว่า "น้องไข่ดำ" เป็นตัวที่ราคาถูกที่สุดแล้ว ราคาไม่ถึง 500 บาท เลยค่ะ อันนี้ซื้อที่ไทยนะคะ ถ้าที่เกาหลีถูกกว่านี้อีก อุ๋มเลยสอยมาลอง เพราะได้ไปลองที่ช๊อปแล้วชอบค่ะ

เป็นไพรเมอร์ซิลิโคน ที่ไม่มีสีเลย บีบออกมาจากหลอดเป็น เหมือนซิลิโคนใสๆ เลยค่ะ 


อาจมองไม่เห็นความแตกต่างมากนักแต่จริงๆ เจ้าตัวนี้ปิดรูขุมขนได้ดีมาก และทำให้แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นเยอะค่ะ ด้วยราคาที่ถูกอุ๋มว่าคุ้มดี ทาไม่ต้องเยอะมากนะคะ เพราะถ้าลงเยอะๆ จะทำให้หน้ามันระหว่างวันได้ง่าย อันนี้อุ๋มจะค่อยๆ นวดไปที่ผิวจนไพรเมอร์ซึมหมด ก็จะเป็นอย่างที่เห็นค่ะ ไม่ช่วยเรื่อง กระและฝ้า เลย เพราะว่าเนื้อไพรเมอร์ใสสนิท แต่เติมเต็มรูขุมขนได้ดีทีเดียว อันนี้ถ้าเพื่อนๆ ที่มองหาไพรเมอร์ขวดแรกมาลองดู ผิวไม่ได้มีปัญหามากนักอุ๋มแนะนำให้ลอง น้องไข่ดำ ตัวนี้เลยนะคะ :)

เย้ ... จบแล้ววว จริงๆ แล้วยังมีอีกตัวสองตัว แล้วอุ๋มจะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะคะ
ครั้งหน้า เจอกับบล๊อกเรื่อง BB และ Foundation :) 


หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถตามมาถามที่เพจของอุ๋มได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะโพสต์ถามหรือ Inbox มาถามอุ๋มยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ แล้วเจอกันอีกทีบล๊อกหน้าค่ะ วันนี้ไปแล้ววว

สวัสดีค่ะ



Create Date : 30 สิงหาคม 2556
Last Update : 30 สิงหาคม 2556 19:47:26 น.
Counter : 175597 Pageviews.

5 comment
Review :: Schawarzkopf Extra Care ดูแลบำรุงผมทำสี
   สวัสดีค่ะ ทุกคน :) วันนี้อุ๋มมาเขียนบล๊อกรีวิวในด้านของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแล และบำรุงผมบ้างค่ะ ไม่เคยได้ยก เรื่องผมๆ มาพูดซักเท่าไรเลย เนื่องจากว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลอ่ะสิ ทั้งๆ ที่อุ๋มทั้งดัดผม ทำสีผม ไดรฟ์ผม ม้วนผม และทำร้ายผมสารพัด!! บอกเลยทำร้ายกันมานักต่อนัก

     ครั้งนี้ แบรนด์ Schawarzkopf ใจดี ส่งผลิตภัณฑ์มาให้อุ๋มทดลองใช้ถึง 4 ตัวด้วยกันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาช่วยแก้ปัญหาผมเสียของอุ๋มโดยตรงเลยค่ะ ซึ่งทั้ง 4 ชิ้นนี้อยู่ในไลน์ Extra Care ของ Schawarzkopf นะคะ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่้ใช้ดูแลผมเสียจากการทำสีโดยตรงเลย จำไว้ได้เล้ยยย ขวดสีแดง ดูแลผมทำสี มีอะไรมาดูกันเลยค่ะ




 เริ่มที่ตัวแรกเลย Extra Care Daily Oil Elixir 


ราคาขวดละ 199 บาท 

     ตัวนี้เป็นตัวใหม่ ชื่อว่า "เอ็กซ์ตร้าแคร์ เดลี่ ออย อิลิคเซอร์" เป็นตัวช่วยในการปกป้อง และฟื้นบำรุงเส้นผมในผลิตภัณฑ์เดียว เหมาะสำหรับผมทุกประเภท ปกติอุ๋มเป็นคนหนังหัวมันมากค่ะ แต่ผมแห้ง เลยลองใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้่ดู

ทางแบรนด์เคลมว่า: ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถฟื้นฟูและบำรุงผมแห้งเสีย ให้ดูสุขภาพดีมีชีวิตชีวา สูตรอุดมด้วยน้ำมันสกัดเข้มข้นพิเศษ ให้ผมนุ่มสลวยเงางามทันที บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ เพิ่มการบำรุงในทุกขั้นตอนการใช้ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความมันบนเส้นผม
วิธีใช้ : เลือกบำรุงเส้นผมได้ 3 วิธี ใช้ได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ
1. ก่อนสระ ลูบออยอิลิคเซอร์บนผมส่วนที่แห้งเสียเป็นพิเศษเพื่อเน้นการปกป้องเส้นผม
2. หลังสระ เช็ดผมให้หมาด ลูบออยอิลิคเซอร์บริเวณผมแห้งเสีย เพื่อฟื้นบำรุงให้ผมนุ่มสลวย หวีง่ายไม่พันกัน
3. ขณะจัดแต่งทรงผม เพื่อเพิ่มการบำรุงเส้นผม 

ในกรณีที่ผมอ่อนแอมาก แนะนำให้ใช้ทั้ง 3 วิธีในคราวเดียวกัน *อุ๋มใช้เฉพาะหลังสระค่ะ*

ส่วนประกอบ พร้อมรายละเอียดด้วยว่าแต่ละอย่างมีประโยชน์อะไร :)
- Apricot kernel oil :: น้ำมันสกัดเมล็ดแอพพริคอท นำมาใช้เพื่อบำรุงผมที่แห้งเสียและถูกทำลายอย่างมาก และช่วยปรับโครงสร้างเส้นผมช่วยไม่ให้ผมหยิกชี้ฟู และช่วยให้จัดทรงง่าย
- Olive Oil :: กรดไลโนเลอิคจากน้ำมันมะกอกคุณภาพดี ช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่นเป็นประกายเงางาม
- Macadamia Oil :: น้ำมันถั่วแมคคาเดเมีย มีคุณสมบัติช่วยในการรักษาและฟื้นฟูผมหยิกชี้ฟู หรือผมเสียมาก
- Sweet Almond Oil :: น้ำมันอัลมอนด์ ให้การบำรุงอย่างล้ำลึก โดยไม่ทำให้ผมลีบแบน
- Sesame Oil :: น้ำมันงาที่อุดมไปด้วยกรดไลโนเลอิค ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นผมเส้นเล็กบางและหนังศีรษะแพ้ง่าย

ความรู้สึกของอุ๋ม

หลังใช้น้ำมันเหลือง (เป็นชื่อที่อุ๋มตั้งขึ้น) มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ รู้สึกได้เลยค่ะว่าผมดีขึ้น เพราะปกติเป็นคนผมเสียมากๆๆๆ ด้วยความที่เป็นคนหนังหัวมันจะกลัวน้ำมันใส่ผมมาก แต่น้ำมันตัวนี้แบบ ให้ความรู้สึกเบาๆ นะคะ คือไม่ได้ทำให้หัวเลียบแปล้ลงมาเลย และก็กลิ่นไม่เหม็น ช่วงปลายผมที่แตกปลายและขาดตลอด ก็ดีขึ้นค่ะ

แต่ผลที่ตามมาอีกอย่าง คือ ... ลอนผมที่ดัดอยู่ หายไปด้วย T-T คือ ผลิตภัณฑ์เหมาะกับผู้ที่อยากมีผมตรงสลวยสวยเก๋ ดั่งในโฆษณานะคะ ผมหยิกหงิกงอมันหายไปด้วย สุดท้ายสงสัยต้องไปดัดใหม่ แง้ เพราะฉะนั้น ถ้าดัดผมอยู่ไม่แนะนำให้ใช้ตัวนี้ค่ะ


ต่อด้วยอีก 3 ชิ้น คือ Extra Care Color Protect Shampoo, Extra Care Color Protect Conditioner และ Extra Care Mask

แชมพู ราคา ขวดละ 85 บาท 
และ ครีมนวด ราคา ขวดละ 95 บาท
ทรีทเม้นท์ ราคา 165 บาท

ทางแบรนด์เคลมว่าเซ็ท "เอ็กซ์ตร้าแคร์ คัลเลอร์ ชายน์ แอนด์ โพรเทค" ด้วยสูตรผสม ลิควิไดซ์ คริสตัล และยูวี คอมเพล็กซ์  ที่ช่วยปกป้องเส้นผมและเคลือบปิดเกล็ดผมภายหลังการทำสี ให้ผมทำสีคงความสวยเข้ม เป็นเงางาม บำรุงผมทำสีให้สีผมคงความสดใส เปล่งประกายเป็นเงางาม เพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม


หมายเหตุ: ควรใช้เป็นผลิตภัณฑ์เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงเส้นผมให้เงางามภายหลังการทำสี และ เพื่อการบำรุงผมอย่างล้ำลึก ให้ ใช้ทรีทเม้นท์ สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ

ความรู้สึกของอุ๋ม

หลังใช้เจ้า 3 ขวดแดงนี้ มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดทุกวัน และมาร์ส สัปดาห์ละครั้ง ก่อนอื่นต้องบอกว่า ชอบกลิ่น มากที่สุด !! หอมจริงๆ ค่ะ ส่วนความรู้สึกอื่นๆ ไม่ค่อยต่างจากการใช้แชมพูอื่นๆ เท่าไหร่ ครีมนวดทำให้ผมนุ่มลื่นดี ส่วนทรีทเม้นท์ก็ทำให้ผมกลับมามีน้ำหนัก และเงามากขึ้น ประมาณนี้ค่ะ ติดใจกลิ่น จะซื้อใช้ต่อค่ะ


จบแล้วรีวิวเรื่องผมๆ :D ครั้งหน้ามี ภารกิจ กิจกรรม หรือ รีวิวอะไร
ก็อย่าลืมมาอัพเดทกันได้ที่เพจอุ๋มเลยนะคะ
ติดตามเพจอุ๋มกัน คลิกที่รูปได้เลยนะคะ

สวัสดีค่ะ :)



Create Date : 27 สิงหาคม 2556
Last Update : 27 สิงหาคม 2556 0:22:59 น.
Counter : 8735 Pageviews.

1 comment
[Review] Summer Circus Collection จาก Bisous Bisous ค่าา <3
สวัสดีค่ะ :) อุ๋มกลับมาแล้วว เหมือนจะสัญญาไว้ ต่อเนื่องจากบล๊อกที่แล้วว Bisous Bisous เปิดตัว Flagship Store แห่งแรก ว่าจะมารีวิว เครื่องสำอาง Collection ใหม่น่ารักๆ จาก Bisous Bisous

ที่มีชื่อ Collection ว่า Summer Circus ค่ะ 

มาดูกันเลยดีไหม ว่าเป็นยังไง รับรอง ทั้งสีสัน และคุณภาพ ฟิน !!


ชื่อของคอลเลคชั่น บ่งบอกความ สดชื่นได้มากทีเดียวค่ะ ส่วนตัวอุ๋มชอบตั้งแต่ชื่อละ พอได้ยินคำว่า Summer Circus แล้วนึกถึงสีสันสดใสช่วงฤดูร้อน และ ความสนุกสนานของละครสัตว์เนอะว่าไหม มาดู Packaging บ้าง ใช่เลยค่ะ ผสมผสาน สีส้มสด ชมพูสด และสีฟ้า น่าหยิบจับมาเล่นจริงๆ

เริ่มที่ชิ้นแรกกันเลย Summer Circus Powdery Fluid BB Cream 

BB Cream ตัวนี้ มี 2 สีค่ะ สีที่อุ๋มได้รับมา คือ เบอร์ 1 แน่นอน ว่าขาวววไปสำหรับผิวอุ๋มมาก มิสามารถใช้ได้ค่ะ สำหรับสาวไทย น่าจะอยู่ที่เบอร์ 2 กันนะคะ ยกเว้น คนที่ข๊าวขาว เดี๋ยวไปเปลี่ยนมาเป็นเบอร์ 2 แล้วจะมาลองให้ดูว่าเป็นยังไงนะคะ

ส่วนความรู้สึกหลังจากลองนะคะ ชอบตรงที่หลังจากทาบีบีครีมตัวนี้ไปที่ผิวแล้ว เนื้อบีบีเปลี่ยนเป็นแป้งค่ะ ทำให้ไม่เหนียว และไม่มัน เห๊ย เวิร์ค อ่ะ !! และก็ยังมีส่วนผสมของ Moisturizer และ มี SPF40/PA++ ด้วยค่ะ คือ ช่วยบำรุงและกันแดดไปในตัว เหมาะมากสำหรับวันรีบๆ ของอุ๋ม

ส่วนตัวให้ผ่านน ค่ะ !! เดี๋ยวลองสีเบอร์ 2 แล้วมาว่ากันอีกที :)

ราคา 895.- บาท


เนื้อซึมง่าย และไว ค่ะ หลังจากนั้น แป๊บเดียว หน้าแห้งสนิท เหมือนทาแป้งมาแล้ว !!

ต่อกันด้วย Summer Circus Loose Powder

อันนี้เป็นแป้งฝุ่น Translucent เนื้อเบาๆ มีกลิ่นหอมบางๆ ของอุ๋มใช้เบอร์ 2 ค่ะ ความรู้สึกหลังใช้ ทาแล้วสบายหน้า เนื้อไม่หนัก ทำให้รู้สึกผิวเนียนดี และเนื้อแป้งโปร่งดี ทำให้สีหน้าเป็นธรรมชาติ และมีความวิ๊งเล็กๆ ค่ะ

ราคา 795.- บาท

หลังจากใบหน้าเสร็จแล้ว ก็มาต่อที่ Summer Circus Dual Eyeliner

กรี๊ดดดก่อนโลดดด ชอบอะไรที่มาแบบ Dual แบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะ ทุกวันนี้กระเป๋าเครื่องสำอางจะระเบิดเนื่องจากอยากพกทุกอย่างไปด้วย เพราะฉะนั้นอะไรที่มาเป็นคู่ๆ ทำให้พกง่ายขึ้น และนี่ก็เป็นหนึ่งในชิ้นที่น่าพกค่ะ 2in1 กันไปเลย

อายไลเนอร์แท่งนี้มี มา 2 เฉด สีค่ะ อันที่อุ๋มได้มานี่เบอร์ 1 สีขาวและสีดำ ส่วนเบอร์ 2 จะเป็นสีเบจและสีดำ ซึ่งคาดว่าต้องไปซื้อเบอร์ 2 มาอีกอยู่ดี เพราะชอบสีเบจ ตัวนี้ได้ปุ๊บใช้ปั๊บ เพิ่มความแบ๊วได้หลายเลเวลอยู่ค่ะ ด้านสีขาว เป็น Shimmer Eyeliner เนื้อละเอียดใช้ทาขอบตาล่างเพื่อเพิ่มความ "แบ๊ว" ส่วนด้านสีดำนั้นหัวแปรงเล็กมากก วาดง่าย และสีดำสนิท กรีดง่ายมากค่ะ

ให้คะแนนเต็มนะคะชิ้นนี้ ลองใช้แล้วไม่แพนด้า เพราะเป็นสูตร Waterproof ค่ะ

ราคา 595.- บาท

ยังไม่หยุดแบ๊วกับ Summer Circus Super Tattoo Pearl Eyeliner

แบ๊วไม่หยุดด กับ อายไลเนอร์หัวดินสอสีขาวมุกสำหรับหัวตา !!  แท่งนี้บอกเลยเริ่ดเว่อร์วีว่า กับการเพิ่มความวิ๊งให้ดวงตาค่ะ ทำให้ตากลมจริงๆ เนื้อนุ่ม เขียนไม่ยาก แต่อุ๋มทาแล้วลบทั้งวัน ก็เติมเอาหน่อยค่า สาวๆ คนไหนอยากแบ๊ว Item นี้บอกเลย หามาซะ!! 

ราคา 255.- บาท

ต่อกันที่ Summer Circus Eyebrow Mascara

เรื่องคิ้วๆ นี่เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้ วันไหนไม่มีคิ้ว บอกเลย ไม่มีความมั่นใจจะออกจากบ้าน คาดว่าหลายๆ ที่อ่านอยู่คงเป็นเหมือนกันนน !! ดังนั้น ก็มาเนรมิตคิ้วกันมา 

จากรูปด้านบน :: อุ๋มปัดคิ้วด้วยมาสคาร่าตัวนี้เฉยๆ เลยนะคะ ไม่ได้เขียนทั้งสิ้น แต่เพื่อความเป๊ะ อาจจะเขียนด้วยนิดหน่อย และใช้มาสคาร่าคิ้ว ปัดทับเพื่อย้อมคนคิ้วค่ะ หัวแปรงปัดง่ายดี แต่ก่อนปัดอย่าลืมถูเนื้อสีที่ติดอยู่ที่แปรงกับตัวด้ามก่อนนะคะ จะได้ไม่เป็นก้อนมาแปะที่คิ้ว จะลำบากได้ สำหรับเฉดสีมี 2 สีนะคะ Light Brown เบอร์ 1 ส่วนเบอร์ที่อุ๋มใช้ Dark Brown เบอร์ 2 ค่ะ 

สาวๆ ที่ชอบคิ้วเป๊ะๆ ตัวนี้เวิร์คอยู่ค่ะ 

ราคา 395.- บาท

ปากวิ๊งแว๊บวับ กับ Summer Circus Liquid Lipstick

ตอนแรกคิดว่าทาออกมาจะเป็นลิปกลอสเฉยๆ แต่เปล่าเลยค่ะ สีแน่นมากกชิ้นนี้ เรียกว่าเป็น Liquid Lipstick คือ ลิปกลอส + ลิปสติก สีแน่นนมวากก แถมวาววับได้ใจเลยค่ะ  กลิ่นก็หอมแบบน่ารัก สำหรับคนอยากทาแบบขั้นตอนเดียวจบ ไม่ต้องทาลิปสติกเสร็จ ต่อลิปกลอส ก็แนะนำให้ลองสอยแท่งนี้มาลองดู ใช้ได้เลยทีเดียว รู้สึกจะมี 2 สีนะคะ คือชมพูกับ ส้ม ของอุ๋มอันนี้เป็นชมพูค่ะ 

ราคา 495.- บาท

นี่ค่ะ ทาชั้นเดียวเท่านั้น ชมพูชัด อุ๋มเฟิร์มมม!

และก็มาถึงชิ้นสุดท้ายย Summer Circus Nail Polish

Bisous Bisous ยังคงคอนเซ็ปความน่ารักของยาทาเล็บไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายค่ะ Collection นี้น่ารักตั้งแต่ขวด และแหวนที่ติดมากับควรก็เป็นแนว Circus Circus ซะด้วย น่ารักจรังง ทำให้นึกถึงอารมณ์ม้าหมุนในงานละครสัตว์ สีที่อุ๋มได้มา คือ สีฟ้า เบอร์ 10 และ สีส้ม เบอร์ 15 ค่ะ สำหรับสาวๆ ที่ชอบความสดใสน่าจะชอบเพราะยังมีสีชมพู สีเขียวมิ้นท์ (ทั้งหมดมี 8 สีค่ะ) ที่น่าสนใจอีกด้วย เสียดายที่ยังลองไม่ได้ เพราะเล็บที่ทำมาไม่อำนวยค่ะ ยังไงถ้ามีโอกาสลองแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูกันนะคะ

ราคา 159.- บาท


อ๊าาาา จบลงแล้วสำหรับรีวิว เครื่องสำอาง จาก Bisous Bisous ใน Summer Circus Collection นะคะ หวังว่าสาวๆ คงชอบนะคะ มารีวิวกันจุใจไปเลยยยย ขอบคุณ Bisous Bisous และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ก่อนจะบ๊ายบายกัน

นี่คือ Tutorial ลุคหวานนใส ที่อุ๋มใช้เครื่องสำอางจาก แบรนด์ Bisous Bisous เกือบทั้งหมดเลยค่า


สาวหวานต้องโดนนนกับลุคนี้อย่างแน่นอนนน :D

วันนี้ไปจริงละค๊าา สวัสดีค่ะ <3



Create Date : 09 สิงหาคม 2556
Last Update : 9 สิงหาคม 2556 8:13:56 น.
Counter : 4934 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  

Oumm Pannita
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



PannitaP Blog page : http://www.facebook.com/pannitapblog
IG: @PannitaP

สวัสดีค่ะ อุ๋ม พัณณิตา นะคะ ปัจจุบันมีออฟฟิศทำงานอยู่บนท้องฟ้า นอกเวลางานก็เป็น Beauty Blogger บ้าง Lifestyle Blogger บ้าง ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ :)

สามารถพูดคุยกันเพิ่มเติมได้ที่
Youtube Channel : http://www.youtube.com/PannitaP
Twitter : http://www.twitter.com/pannitap

email: poonsombat@gmail.com
Get The LOOK by PP

Promote Your Page Too --------------------- --------------------- Instagram
New Comments