อ่านและนำไปคิดต่อ

กลับไปอ่านหน้าเพจเก่าๆของตัวเอง เจอคำพูดที่ตัวเองเคยเอามาลงไว้อ่านอีกทีก็ยังชอบอยู่เหมือนเดิม
จากคอนเสิร์ตของปาล์มมี่เมื่อนานมาแล้ว


 .........


....


 


"...มีคนหลายคนบอกว่า ชีวิตคือการเดินทางที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
แต่ละวันเราก้าวไปบนเส้นทาง..ที่เราเลือกเดินและเลือกที่จะเป็น
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง คงไม่มีใครอยากให้มันผิดพลาด
อยากให้หนทางของเรานั้นสวยงามไปในแบบที่เราคิด


บางวัน..เราก้าวเดินอย่างรวดเร็ว เร็วจนแทบจะวิ่งด้วยความเชื่อมั่น
บางวัน..ใจดวงเดิมของเรามันก็กลับฝ่อ เราแทบจะหยุดนิ่ง..หมดแรง
ไม่เข้าใจกับกลายๆสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้
บางวัน..เราจึงขอเดินให้ช้าลงสักนิด
เพื่อจะได้มีเวลาคิดทบทวนหรือชื่นชมทิวทัศน์ข้างทางบ้าง
จนบางทีก็มารู้ตัวว่า เราอาจไปผิดทางด้วยซ้ำ


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้เจอกับทางออก
เพราะอย่างน้อย เราก็ได้ "ลอง" ไปในที่ที่ไม่เคยไป
หรือเราอาจกำลังไปในที่ที่ไกลกว่าเดิมก็ได้


หากชีวิตคือการเดินทางจริงๆ เมื่อมีเริ่มต้นก็ต้องมีจุดหมายปลายทาง
และมี "ทางออก" ให้กับทุกเส้นทางเสมอ
ให้ "เวลา" กับหนทาง แล้วมันจะพาเราไปเจอกับเรื่องใหม่ๆ
และมีบางครั้งหนทางจะพาเราย้อนกลับมาเจอกับเรื่องเดิมๆ..อย่างหนีไม่พ้น


เราอาจจะต้องหัวเราะและร้องไห้ไปอีกซักกี่ครั้ง ก็ไม่เป็นไรหรอก
เพราะทุกครั้งที่ผ่านพ้น เรากำลังได้ "บทเรียน" เพิ่มขึ้นมา
และจงทำความรู้จักกับความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น
ให้ตัวเองได้ลองทำ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี..."


 


Concert Palmy : The Rhythm of The Time


  






Free TextEditor



Create Date : 11 มกราคม 2554
Last Update : 11 มกราคม 2554 0:28:56 น.
Counter : 390 Pageviews.

3 comment
เราแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม...หรือเปล่า?

การเปลี่ยนแปลงของเรา...



ความคิด..ใช่ เรามองโลกกว้างขึ้น รับความคิด ความแตกต่างของคนเราได้มากขึ้น มองและเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลง


อารมณ์..ยอมรับว่าทำงานนี้แล้วเราอารมณ์ร้อนขึ้น ปิ๊ดเร็ว ปิ๊ดทีแรง ก็รู้ว่างานบริการไม่ควรมีอาการพวกนี้ แต่ตามความสัตย์ไม่เคยแรงกับผู้โดย ชอบการทำงานบริการแบบนี้และสนุกเวลาเราทำอะไรให้เค้าแล้วเค้ารู้สึกซาบซึ้งบอกขอบคุณเวลาจากกัน


การวางตัว..ด้วยความที่อยู่สังคมแบบนี้ ของแบรนด์ กินดี อยู่ดี (เพราะมีทุนสามารถซัพพอร์ทได้) เราเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน มีของแบรนด์บ้างแต่ไม่มาก ก่อนออกจากบ้านต้องแต่งหน้าสักนิด ซึ่งแต่ก่อนเราไม่ใช่เลย
ด้วยความที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนสบายๆ ใสเกงเลเข้ามหาลัย แม้แต่เกงเลเข้าเรียนก็ยังมี
ตอนทำงานโรงแรมต้องเปลี่ยนชุดในห้องล็อกเกอร์เรายังใส่เกงผ้าฝ้ายสามส่วนเสื้อยืดขึ้นบีทีเอสอยู่เลย ทำตัวไม่แคร์ใดๆทั้งสิ้น.....


...แต่แค่สองปีครึ่ง มันหล่อหลอมเราไปแล้ว หลอมเราไปในทางที่ดีขึ้น ให้เข้าสังคม ให้มีมาดบ้าง
หรือจริงๆแล้วเราอาจจะแค่โตขึ้น เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วก็ได้ ว่ามั้ย?


 


ปล. ไม่มีอะไรแค่มาบ่นๆ ระบายบ้างนิดหน่อย






Free TextEditor



Create Date : 22 มิถุนายน 2553
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 1:56:48 น.
Counter : 177 Pageviews.

2 comment

UneFille
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]