หมากรุกไทย thai chess

xyzzyx
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




"เก่งไม่มีในโลก เพียงแต่เขารู้วิธีมากกว่าเราเท่านั้น"

วิธีเรียนรู้และการสอน(สำหรับอย่างอื่นด้วยครับ)
1.เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ก่อน ข้อกำหนด การปฏิบัติเบื้องต้น โดยเลียนแบบและทำตามไปก่อน
2.เรียนรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นๆ โดยเน้นเรื่องที่จำเป็นก่อน
3เรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่ม สามารถจัดหมวดหมู่ และอธิบายได้
4.สะสมความรู้และประสพการณ์ สามารถสร้างแนวทางใหม่เพิ่มเติม โดยมีแนวทางหลักตามที่เรียนมา สอนผู้อื่นตามหลักการ หวังระดับคาดหวังได้ค่อนข้างแน่นอน
5.สูงสุดคืนสามัญ เรียนรู้แนวทางอื่น ปรับใช้ แก้ปัญหาได้ตลอด ไม่ยึดติดแนวใดแนวหนึ่ง สอนผู้อื่นตามความเหมาะสมกับวิถีและระดับการเข้าใจของผู้เรียน
กรอบและแกนการเล่น
1.เริ่มเกม 2.ดำเนินเกม 3.หาทางให้มีเปรียบมากกว่า 4.ทำให้มีโครงสร้างการถูกรุกจน 5.การรุกให้จน 6.การหาทางเสมอ 7.การพลิกสถานการณ์

การแบ่งเพื่อระยะเข้าใจ
...1.ระยะเตรียมพร้อม 2.ระยะดำเนินการและเฝ้าระวัง 3.ระยะแตกหัก 4.และระยะทำลายขั้นสุดท้าย
หรือ
...1.ระยะเปิดหมาก 2.แปรรูป แปรทาง 3.ขยายตัว พันตู 4.เบียด 5.ไล่และรุกจน

สิ่งควรจำและระลึกในใจ และประกอบการคิดหาตัวเดิน


การเล่นแบบไว
-อย่าหลับหูหลับตาเดินตามที่ตั้งใจ
-ดูตัวที่เขาเดินมา และที่เดินก่อนหน้า
-ดูตัวใกล้ ดูตัวไกล จะให้ดี ดูครบ8แนวตั้งและ8แนวนอน
-หาทางให้ได้เปรียบ อย่างน้อยหนึ่งอย่าง อย่าให้เขามีช่องบุก โดยเฉพาะการบุกแบบสายฟ้าแลบ
-ไม่ว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ให้ระลึกว่า มักมีสิ่งที่ตรงข้ามอยู่ด้วยเสมอ อาจแฝงอยู่หรือแสดงออกชัดเจน และผลกระทบอาจมากน้อยต่างกัน
-หาทางขยายความได้เปรียบหรือทำให้ชัดขึ้น แต่อย่าให้ความเสียเปียบที่แฝงอยู่แสดงฤทธิ์ได้ นั่นคือหาหมากเด็ด
-หาทางลดการเสียเปรียบ หรือให้พลิกกลับข้าง และพยายามขยายความได้เปรียบที่มีบ้างให้ชัดเจน แต่หาให้เจอ นั่นคือหาตัวพลิกสถานการณ์
-พยายามอย่าให้พลาด เบี้ย 1ตัว อาจเสียหายทั้งกระดานได้
-อย่าท้อ ปาฏิหารย์มีเสมอ
-อดทนจนกว่ามีการพลาด

ถ้าเล่นแบบเดินช้า
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add xyzzyx's blog to your web]
Links
 

 

ขุน

ขุน คิอหมากตัวหนึ่งในกระดาน เป็นตัวที่ขนาดโตกว่าตัวอื่นที่รูปร่างแบบเดียวกัน (ดูรูปครับ)
ไม่ต้องสนใจสีของตัวหมากครับ
ฝ่ายไหนเดินก่อน จะถือเป้น"หมากขาว"
ฝ่ายไหนเดินทีหลังจะถือเป็น"หมากดำ"
ขุน มีอำนาจมากที่สุด และเปราะบางที่สุด ดังนั้นจึงต้องหมั่นดูแลความปลอดภัยของขุนเสมอๆ แต่ในตอนปลายๆเกม อาจจำเป็นใช้อำนาจขุนมาช่วยในการรุกจนด้วย
ขุนจึงเป็นหมากที่สำคัญที่สุด โดยความคิดเห็นทั่วๆไป มักจะเปรียบเทียบ "ขุน"ว่าเป็นเสมือนแม่ทัพในสนามกระดานหมากรุก แต่ในความคิดเห็นของผม ไม่ได้เปรียบเทียบลักษณะนั้น เพราะขุนไม่ได้คิดและวางแผนเอง แต่ผู้เล่นต่างหากที่วางแผน แถมแม่ทัพที่ไหน เอาแต่หลบให้ปลอดภัย แล้วมาเสนอหน้าตอนจบ
ขุน ในความเห็นของผม คือตัวหมากสำคัญมากที่สุดในกระดานหมากรุก เปรียบได้กับของวิเศษ หรือบุคคลสำคัญที่ แม่ทัพ(...ผู้เล่น...) ต้องปกปักรักษาให้ปลอดภัย
เวลาคิดแบบนี้ ทำให้ผมเดินได้สะบายใจและวางแผนได้สงบขึ้น ไม่อย่างนั้นมันจะพะวงตลอดว่า ตัวผู้เล่น(เรา)อยู่ในตำแหน่งไหนของเกม
ขุน มีความหมายต่อการแพ้ชนะของเกมหมากรุกทุกเกม ถ้าขุนถูกรุกจน หมายถึงแพ้ ถ้าขุนไม่ถูกรุกจน เกมจะเสมอแม้จะมีหมากอื่นเหลือมากน้อยแค่ไหนก็ตาม
ขุนจะมีตาเดินได้ครั้งละ 1ช่อง กระดาน โดยสามารถเดินได้รอบทิศจากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ ดังนั้นขุนจะสามารถมีทางเดินได้ แปดตาช่องรอบตัว

จากรูป ขุนขาวอยู่ในตำแหน่ง ง2 ขุนดำอยู่ในตำแหน่ง ฉ5
รอบตัวขุนจะมีลักษณะ 3 x 3 ช่อง ดังนั้นขุนจะเสมือนอยู่ในกรอบ 9 ช่อง โดยมีขุนอยู่ตรงกลาง 8 ช่องที่เหลือรอบตัวขุน คือตำแหน่งที่ขุนสามารถเดินไปได้
"ดังนั้น ขุน มีตาเดินได้ทีละ 1 ช่อง โดยสามารถเดินได้ทุกทิศทางรอบตัว"
ขุนขาวข้างบนจึงเดินไปได้ในตำแหน่ง ค1 ง1 จ1 ค2 จ2 ค3 ง3 จ3
ขุนดำข้างบนจึงเดินไปได้ในตำแหน่ง จ4 ฉ4 ช4 จ5 ช5 จ6 ฉ6 ช6
พยายามเข้าใจตำแหน่งในการเดืนได้ของขุนไว้ก่อนนะครับ
กฏของขุน
1.ขุนจะไม่สามารถอยู่ในตากินของฝ่ายตรงข้ามได้
2.ขุนต้องไม่อยู่ชิดกันเพรามันคือตากินของขุนแต่ละฝ่ายนั่นเอง
3.ถ้าขุนโดนรุก ต้องแก้ไขการรุกนั้นทันที

---ในหมากรุกไทย การกิน คือการวางแทนที่ ดังนั้นตากินของแต่ละฝ่ายคือตำแหน่งที่แต่ละฝ่ายสามาถเดินไปวางหมากของตนเองได้นั่นเอง
--ดังนั้นขุนจะต่างจากตัวอื่นตรงนี้ เพราะตัวอื่นสามารถวางในตากินของฝ่ายตรงข้ามได้ อยู่ที่ฝ่ายตรงข้ามเลือกที่จะกินหรือไม่กินเอาเอง)

ความหมายของคำเหล่านี้จมาเล่าอีกครั้งครับ




 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 16:40:30 น.
Counter : 1685 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.