Made in KitCHen 

Group Blog
 
All Blogs
 

ไอศครีมข้าวเหนียวมะม่วง

ก่อนจะผ่านพ้นหน้าร้อนไปต้องรีบลงเมนูนี้ก่อนค่ะ เด๋วจะจืดซะก่อน ทำแล้วก็แอบคิดถึงมะม่วงหอมๆของเมืองไทย ไหนจะน้ำดอกไม้ ไหนจะอกร่อง ฯลฯ เอาเหอะเนอะ ที่นี่มีมะม่วงสุกก็ยังดี พอแก้ขัดได้หน่อย


สูตรนี้มั่วเอาเองค่ะ หลังจากซื้อเครื่องทำไอติมมา เพิ่งลองสูตรนี้เป็นเมนูที่สอง ก็ลองดูสูตรที่ instruction ของเครื่องแนะนำมาสตอเบอรี่เอย ช๊อคโกแลตเอย แล้วก็มามั่วเป็นมะม่วงนี่แหละค่ะ

ข้อควรระวัง**...มะม่วงแต่ละที่รสชาติต่างกันมาก กรุณาชิมไปเรื่อยๆ (แต่ระวังหมดก่อนนะคะ) อันนี้ให้ไว้เป็นไอเดียว่าจะใส่อะไรเพื่อปรับรสมั่งดี

ส่วนผสม
มะม่วงสุกปั่น 2 ถ้วยตวง (วันนี้ใช้ไป 2 ลูกค่ะ ลูกนึงเอาใส่เครื่องปั่นละเอียดเลย ส่วนอีกลูกใช้ส้อมบี้ๆจะได้มีเนื้อหน่อย)
วิปปิ้งครีม 1 + 1/3 ถ้วยตวง
นม 1 + 1/3 ถ้วยตวง
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
เลมอน 1/2 ลูก


นี่แหละค่ะหน้าตามะม่วงสุกที่นี่


ปั่นมะม่วงให้ได้ 1 ถ้วยตวง + ใช้ส้อมบี้ให้ได้อีก 1 ถ้วยตวงค่ะ


ตั้งหม้อไฟกลางใส่วิปปิ้งครีมกับนม ต้มไปเรื่อยๆจนเกือบเดือด (ใช้เวลาประมาณ 5-8 นาที) แล้วเปลี่ยนเป็นไฟอ่อน


ใช้ hand mixer ตีไข่แดงกับน้ำตาล ประมาณ 1-2 นาที




ใส่นมกับวิปปิ้งครีมที่ต้มไว้ลงไปซัก 4 ช้อนโต๊ะ คนๆๆ แล้วค่อยเททั้งหมดกลับลงไปในหม้อ คนๆๆ




ต้มต่อด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมข้นขึ้นจนเคลือบหล้งช้อน(ประมาณ 4 นาที)


พักส่วนผสมไว้ให้เย็นลง แล้วนำเข้าตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเอาออกมาใส่มะม่วงที่ปั่นไว้ ใส่เลมอนลงไปหน่อยด้วยค่ะ ตอนนี้ก็มะม่วงใครมะม่วงมันแล้วค่ะ อย่าลืมชิมก่อนนะคะ




วันนี้แอบโกงด้วยอ่ะ ใส่สีเหลืองผสมอาหารลงไปซัก 3-4 หยด ก็อยากถ่ายรูปสวยๆนี่นา

เสร็จแล้วเทลงเครื่องทำไอศครีม ให้เครื่องปั่นไอติมปั่นต่อตาม Instruction ของแต่ละเครื่องนะคะ เครื่องเราใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที


ตักใส่ภาชนะมีฝาปิด เข้าช่องแข็งประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อให้แข็งขึ้น

เสร็จแล้ววว..



วิธีทำข้าวเหนียวแบบง่ายๆนะคะ
หุงข้าวเหนียว 1 ถ้วยข้าว + น้ำ 3/4 ถ้วยข้าว ใช้หม้อหุงข้าวหุงเลยค่ะ พอหม้อหุงข้าวเด้ง ถ้าเห็นว่ายังมีเม็ดเป็นไตอยู่ให้ใส่น้ำ 1/4 ถ้วยข้าว แล้วปิดฝาปล่อยให้ระอุอีกซัก 10 นาที ค่อยๆทำจะได้ไม่แฉะไปค่ะ

เตรียมน้ำกะทิ --> ตั้งหม้อใส่กะทิ 2/3 ถ้วยตวง + เกลือ 1/4 ช้อนชา + น้ำตาล 3 ช้อนชา ชิมดูก่อน ปรุงเพิ่มตามพอใจนะคะ

จับข้าวเหนียวที่หุงเสร็จร้อนๆ แช่ในน้ำกะทิปรุงที่เตรียมไว้ ทำตอนข้าวเหนียวร้อนๆเลยนะคะ ทิ้งไว้สักครู่ให้ข้าวเหนียวดูดน้ำ

เตรียมหัวกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ให้ติดเค็มๆมันๆไว้ราดซักหน่อย แล้วก็โรยงาขาวคั่วค่ะ

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการทำไอติมวันนี้ก็คือ เราแอบใจร้อนไปหน่อย ถังปั่นไอติมยังไม่เย็นเท่าไหร่ก็อุ้มออกมาทำไอติมซะละ ทำให้ปั่นไปครึ่งชั่วโมงก็แล้วส่วนผสมก็ดูไม่ได้เหนียวขึ้นเท่าไหร่ ก็เลยช่างมันค่ะ เอาเข้าช่องแข็งแบบดื้อๆ ก็ยังออกมาเป็นไอติม อร่อยดีด้วย เพราะฉะนั้นคิดว่าถ้าไม่มีเครื่องทำไอติม ก็น่าจะกระโดดข้ามขั้นตอนนั้นได้เนอะ ใครลองทำแบบไม่ใช้เครื่องบ้าง ส่งข่าวหน่อยนะคะ อยากรู้จัง...




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 10:13:42 น.
Counter : 3707 Pageviews.  

Banoffee Cupcakes

นอกจากชีสเค้กแล้ว ขนมที่ทำจากกล้วยราดพวกช๊อคโกแลตหรือคาราเมลก็เป็นของโปรดอีกอย่าง เพราะอร่อยง่ายๆจากตัวมันเองอยู่แล้วค่ะ วันนี้ขอนำเสนอ Banoffee cupcakes ได้ไอเดียมาจากหนังสือ Cupcake ของ Susannah Blake จิงๆไม่ได้ซื้อมาหรอกค่ะ เดินผ่านเลยแอบเปิดๆดูคร่าว จำๆหน่อย แล้วก็กลับมามั่วเองค่ะ ส่วนผสมของสูตรนี้ก็มาจากของหาง่ายใกล้ตัวทั้งนั้น



ส่วนผสมตัวคัพเค้ก
เนยจืด 60 กรัม (ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง)
น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
ไข่ 1 ฟอง
กล้วยหอมสุกบด 1 ใบ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 115 กรัม
ผงฟู(baking powder) 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา



1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 C / 350 F
2. ร่อนแป้งรวมกับ baking powder และเกลือ แล้วพักไว้ก่อนค่ะ
3. ใช้เครื่องตีเนยกับน้ำตาลจนเนื้อเนียนเป็นครีมแล้วใส่ไข่ลงไปตีต่อให้เข้ากัน







4. ใส่กล้วยบดลงไปแล้วคนๆให้เข้ากัน แหยะๆหน้าตาไม่น่าดูเลย




5. ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนรวมกับผงฟูและเกลือลงไป ใช้ช้อนคนพอให้เข้ากัน อย่าคนนานนะคะ





6. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยมัฟฟินประมาณ 2/3 ของถ้วย เผื่อที่ให้ขนมฟูหน่อย เสร็จแล้วก็ส่งเข้าอบ 16-18 นาที



ออกมาแล้ววว หน้าตาเป็นงี้ค่ะ ฟูขึ้นมากระจิ๊ดนึง วางพักบนตะแกรงให้เย็นลงหน่อยนะคะ




ส่วน topping นี่ต้องขออภัยค่ะ พอดีไม่ได้ตวงไว้ว่าใช้อะไรเท่าไหร่ กะกะชิมๆดูละกันนะคะ


วิธีทำคาราเมลราดก็..ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำตาลกับนม(จิ๊ดเดียว)ลงไป คนให้น้ำตาลละลาย รอให้เปลี่ยนเป็นสีคาราเมล ใส่กาแฟต้มเข้มข้นลงไปก็เสร็จแล้วค่ะ นมจะช่วยให้คาราเมลไม่จับตัวแข็งอ่ะค่ะ (ถ้าใช้น้ำตาลเปล่าๆ หรือน้ำตาลกับน้ำ มันจะเป็นคาราเมลแบบที่เย็นแล้วแข็งค่ะ)

สุดท้ายก็ บีบวิปครีม แปะกล้วยลงไปซัก 2 ชิ้น แล้วก็ราดคาราเมล

พร้อมหม่ำแล้วค่ะ ขอให้อร่อยกับสูตรง่ายๆนี้นะคะ






 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 7:49:07 น.
Counter : 757 Pageviews.  

แอปเปิ้ลเขียวน้ำปลาหวาน

ที่เมกาไม่มีมะม่วงเขียวเปรี้ยวๆเลยค่ะ ไม่รู้เมืองใหญ่ๆเค้ามีกันมั้ยเนอะ? ไม่เป็นไร เชอะ..เราไม่ง้อ เพราะอย่างเนี้ยแหละค่ะ เราเลยต้องใช้แอปเปิ้ลเขียวแทนในหลายๆเมนู ปกติก็จะใช้แต่กับพวกยำอ่ะค่ะ ยำปลาดุกฟู ยำไก่ทอด แต่ไอเดียแอปเปิ้ลน้ำปลาหวานนี่ได้มาจากเพื่อนวันที่มาปาร์ตี้กันที่บ้านค่ะ บางครั้งเรานึกถึงแต่จะทำขนมฝรั่งสวยๆ แต่ลืมคิดถึงของง่ายๆใกล้ๆตัวไปเนอะ อร่อยซี๊ด..แก้เลี่ยนดีค่ะ





สูตรอันนี้ขอบอกว่าไม่ตายตัวค่ะ เพราะค่อยๆโยนนู่นลงไปนิดโยนนี่ลงไปหน่อย เท่าที่นับๆได้ก็ประมาณนี้ค่ะ

น้ำปลาหวาน
1. ตั้งหม้อใส่น้ำตาลปีบหรือน้ำตาลปึกลงไปซัก 5 ก้อนกลม (250 กรัม) ใส่น้ำปลาลงไป 1 ช้อนโต๊ะก่อน กะปิอีกซัก 1/2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟกลาง ถ้ากลัวไหม้ก็ใส่น้ำลงไปนิดนึง ซัก 1/4 ถ้วยตวงพอค่ะ




2. คนไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลปีบละลายหมด ใส่หอมแดงซอยลงไป 1/2 ถ้วยตวง เติมพริกหั่นกับพริกป่นลงไป


3.มันจะค่อยๆเดือดเป็นฟอง ก็ไม่ต้องช้อนทิ้งนะคะ ลองชิมรสดูว่าชอบยัง เคี่ยวไปเรื่อยจนหอมแดงนิ่ม มันจะค่อยๆข้นขึ้นเรื่อยๆค่ะ


4.ถ้าชอบแล้วก็ปิดเตาได้เลย ใส่กุ้งแห้งตำหยาบๆลงไป ใส่เยอะๆก็อร่อยดีค่ะ มีเนื้อดี อย่าลืมเก็บไว้โรยแต่งหน้าให้งดงามซักหน่อย


5. จิ้มกินกับมะม่วงเปรี้ยวหรือแอปเปิ้ลเขียวเปรี้ยวๆ ฝานบางๆนะคะจะได้ลิ้มรสน้ำปลาหวานกันเต็มที่

กินไม่หมดก็เก็บใส่ภาชนะปิดฝาแช่ตู้เย็นไว้ เก็บไว้ได้นานมากๆเลยค่ะ (แต่ไม่รู้ถึงเมื่อไหร่ เพราะไม่เคยเหลือจนเสียซักกะที 55) เวลาจะทานก็ตักแบ่งออกมาหน่อยใส่น้ำลงไปนิดเพราะหลังจากเข้าตู้เย็นมันจะเหนียวมากๆ แล้วเข้าไมโครเวฟแป๊บนึงเอาออกมาคนๆหน่อยก็ทานได้แล้วค่ะ

หมายเหตุ ไม่รู้น้ำตาลปีบกับน้ำตาลปึกต่างกันยังไงค่ะ เคยใช้ทั้ง 2 แบบก็อร่อยเหมือนกันแยกไม่ออกเลย ใครรู้ช่วยบอกที...

ขอให้อร่อยนะคะ




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 9:58:46 น.
Counter : 1760 Pageviews.  

Original Cheesecake

เค้กสุดโปรดไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ก็ไม่มีอะไรมาแทนที่ "ชีสเค้ก" ได้เลยค่ะ ตอนเด็กๆก็ซื้อกินตลอด แพงก็แพง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำเองได้ ตอนนี้ไม่ง้อร้านแล้วค่ะ ทำเองทั้งถูกทั้งอร่อย อยู่ที่นี่เวลาโปรโมชั่นที ครีมชีส philadelphia เหลือก้อนละ $1.25 ทำให้ต้องตุนไว้เกือบ 10 ก้อน แล้วค่อยๆมาทยอยหาเมนูทำ


หลังจากลองทำชีสเค้กมาหลายครั้ง หลายสูตร ก็ไปเจอสูตรชีสเค้กในดวงใจจนได้ อันนี้ดัดแปลงจากสูตรของ Todd Wilbur ค่ะ มาดูกันเลยยย...


ส่วนผสม

แครกเกอร์ 100 กรัม (1 ถ้วยตวง)

เนย    4 ช้อนโต๊ะ

ครีมชีส 3 ก้อน (24 oz.)

น้ำตาลทราย 150 กรัม (3/4 ถ้วยตวง)

Sour cream 170 กรัม (3/4 ถ้วยตวง)

กลิ่นวนิลาเข้มข้น  2 ช้อนชา

ไข่ไก่    4 ฟอง

บดแครกเกอร์ ให้ค่อนข้างละเอียด ใช้สากห่อถุงพลาสติกตำก็ได้ค่ะ คลุกกับเนยละลาย




รองถาดด้วย Parchment paper จะได้เอาออกง่าย แล้วอัดส่วนผสมแครกเกอร์ลงไปให้แน่น

เข้าเตาอบไฟ 300 องศาฟาเรนไฮต์ 10 นาที แล้วนำออกมาพักไว้ก่อนค่ะ


ทีนี้ก็อุ่นเตาอบรอไว้ที่ 475 ฟาเรนไฮต์ เตรียมถาดใบใหญ่กว่าพิม ใส่น้ำสูง ½ นิ้ว เข้าเตาอบไว้ แล้วมาทำ Cheese filling กัน


ทิ้งครีมชีสให้อ่อนตัวลงจะได้ตีง่ายหน่อย ใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วตีให้เข้ากัน



ใส่ Sour cream ลงไปตีด้วยจนเนียนค่ะ




ใส่กลิ่นวนิลาเข้มข้น แล้วทยอยใส่ไข่ไก่ทีละ 2 ฟอง ตีแค่พอให้เข้ากันค่ะ





เทใส่ถาดที่อัดแครกเกอร์ไว้ แล้ววางพิมลงในถาดที่ใหญ่ที่หล่อน้ำไว้ อบด้วยไฟ 475 องศาฟาเรนไฮต์ 12 นาที แล้วลดเหลือ 350 องศาฟาเรนไฮต์ อบต่ออีก 50 นาที ให้ผิวด้านบนชีสเค้กออกเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ



ปิดไฟแล้วทิ้งเค้กไว้ในเตาอบซัก 1-2 ชั่วโมงให้เค้กค่อยๆเย็นลง แต่วันนี้ที่ทำชีสเค้กหน้าแตกแหวกกลางเลยค่ะ เส้าาา Smiley คงเพราะอบตอนแรกไฟแรง แล้วก็ใจร้อนรีบเอาออกจากเตาอบด้วยค่ะ แต่ก็ยังชอบอบไฟ 475 ตอนแรกอยู่ดี รู้สึกมันหอมกว่าอะค่ะ ไม่รู้คิดไปเองป่าว



เข้าตู้เย็นไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงนะคะ อดทนหน่อยๆ ฮึบๆๆ เสร็จแล้วววว




วันนี้ที่ทำใช้ถาดไม่ใหญ่มาก ส่วนผสม Cheese filling เหลือหน่อย เลยลองเอามาผสมกับ Unsweetened baking choc 1 oz. ที่เข้าไมโครเวฟให้ละลายหน่อย อบใส่พิมจิ๋วอีกอันค่ะ

ออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ อร่อยอีกแบบ แต่อันนี้ไม่หวานเลยค่ะ เพราะไม่ได้ใส่น้ำตาลเพิ่ม เจอรสช็อคโกแลตกลบหมด กินกะสตอร์เบอรี่ไซรัปจะดีมั่กๆ

 


 


 





 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 6:07:42 น.
Counter : 794 Pageviews.  

Strawberry Banana Dip

ช่วงนี้สตอเบอร์รี่ที่นี่ลูกใหญ่มากๆ เลยหาเรื่องใช้ซะหน่อย ต้องรีบเอารูปมาลงเด๋วจะหมดหน้าสตอเบอร์รี่ซะก่อน เมนูนี้เครดิต Godiva ค่ะ วันนี้ไปเดินเล่น Summit Mall แก้เครียดหน่อย พอดีใกล้สอบแล้ว ("เคียดกี่"ง่ะ ไม่อยากอ่านหนังสือเลย) Smiley


ดั๊นเดินผ่าน Godiva โอ้โห...ใช่เลย!! ไม่อยากกิน แต่อยากทำ เลยเอาไอเดียมาฝากกันดีกว่า


เมนูนี้ไม่ได้ตวง ไม่ได้วัดอะไรเลย ส่วนผสมก็ตามที่เห็นในรูปค่ะ กล้วย สตอเบอร์รี่ ช็อคโกแลตชิพ แล้วก็ Heavy Whipping Cream 


ทำช็อคโกแลตดิป ใช้วิธี double boiler ค่ะ --> ใส่น้ำลงไปในหม้อ (ไม่ต้องสูงมากนะคะ) ต้มให้เดือด แล้วยกลงจากเตา วางกะละมังอีกใบข้างบน แล้วใส่ช็อคโกแลตชิพลงไป กะๆเอาค่ะ แล้วก็ใส่ Heavy Whipping Cream (รู้สึกจะใส่ไปแค่ช้อนโต๊ะเดียวนาา) คนให้ละลายแล้วใส่ถุงพลาสติก ตัดปลายถุงเล็กๆให้วาดเป็นเส้นได้ แล้ววาดลงบนสตอร์เบอรี่กะกล้วยที่เสียบไม้ไว้ค่ะ ที่เหลือก็จับสตอเบอร์รี่จุ่มลงไปซะ แล้วเอาทั้งหมดเข้าตู้เย็นช่องแข็งประมาณ 10-15 นาที อ่านแล้วมันยากจังเนอะ ไปดูรูปกันดีกว่า
















 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 12:45:23 น.
Counter : 506 Pageviews.  


pandyDog
Location :
Ohio Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pandyDog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.