GAC FRUIT FARM บ้านฟักข้าว สารภี เชียงใหม่

pandi
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




สวนฟักข้าว บ้านสารภี เชียงใหม่ @2549
ฟักข้าว สีสวย ก็ยังคงขยันผลิดอก ออกผล ให้อย่างต่อเนื่อง ให้ได้ชื่นใจ มาตลอด และได้รับความสนใจจากแฟนคลับ มาอย่างต่อเนื่อง เช่นกันค่ะ
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวของ เจ้าผลไม้ หน้าตาแปลก สีสวย อุดมไปด้วย คุณประโยชน์ ก็เชิญคลิกเข้าไปชมได้ตาม หัวข้อเรื่องทางซ้ายมือของ blog หรือ
https://www.facebook.com/Gacfruitfarm/ ได้เลยค่ะ
ติดต่อบ้านฟักข้าว: gacthailand@hotmail.com
Fax :052-016737,086-9531114
Free counter and web stats
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add pandi's blog to your web]
Links
 

 

ต้นตอ ฟักข้าว @2549







สวนฟักข้าว บ้านสารภี เชียงใหม่ @2549



หลายคนเข้าใจว่า ฟักข้าว พืชล้มลุก เหมือน มะระ แตงกวา หรือตำลึง แต่ความจริงแล้ว ฟักข้าว เป็นไม้เลื้อยพืชยืนต้น ที่มีอายุยืนได้มากกว่า 10 ปีค่ะ ขนาดต้นก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง ขนาดเถาวัลย์ก็จะใหญ๋ขึ้นตามอายุปี แตกยอด ปีนป่าย คลุมต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นได้เลยทีเดียวค่ะ เรามาติดตามกันดูนะคะ ว่า ในเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ แต่ละปี ต้นฟักข้าวเราจะ มีพัฒาการ เติบโตได้เพียงใด

Free TextEditor





ต้นฟักข้าวอายุ 2ปี 2551



ต้นฟักข้าว อายุ 3 ปี 2552



ต้นฟักข้าว อายุ 4 ปี 2553


เริ่มต้นจากต้นฟักข้าวต้นนี้แหละค่ะ ที่เราเฝ้าดูการเติบโต มาอย่างต่อเนื่อง และขยันออกดอก ออกผล อย่างขยันขันแข็ง จากต้นเล็กๆๆ ค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ จนต้องตัดสินใจ ตัดแต่งกิ่งบ้าง สำหรับผู้ที่สนใจจะปลูกฟักข้าวไว้ในบริเวณบ้านพักอาศัย ควรมีพื้นที่รองรับการเติบโต และ ระยะการเลื้อยพัน พอสมควรค่ะ เพราะหากมีพื้นที่น้อย ก็อาจจะต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่สม่ำเสมอค่ะ




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 มกราคม 2555 23:36:22 น.
Counter : 1670 Pageviews.  

เล่าเรื่อง...กว่าจะมารู้จักฟักข้าว สีสวยค่ะ

จากที่ก็ทำความรู้จักฟักข้าว ...สีสวย กันมา หลายเพลา แล้วนะคะ
คราวนี้ก็เป้นตาของ คนเขียนบล๊อกมั่งละค่ะ ขอเล่าเรื่องเริ่มแรกเลยนะคะ
ทนๆๆ อ่านไปหน่อยคะ ก็...เริ่มจากเป็นคนชอบเที่ยวอ่ะค่ะ แล้วก็ได้เข้าทำงานเกี่ยวกับท่องเที่ยวซะเลย หมดเรื่อง หมดกังวล เรื่องค่าใช้จ่าย หนุกจังตังค์อยู่ครบ.... ก็เนี่ยะแหละค่ะ ที่ได้ไปรู้จัก กับลูกฟักข้าว หน้าตาแปลก สีสวยเป็นครั้งแรกในชีวิต



ก็ครั้งที่ไปทริป ชุมชนเกาะเกร็ด นนทบุรี เมื่อกลางปี 49น่ะค่ะ (เอ้า...คนเมืองนนท์ เฮ!!!กันหน่อย) เห็นปุ๊ปก็ขอซื้อเลยค่ะทั้งๆๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ยายแก่ๆๆคนนึง เค้าเอามาแขวนโชว์หน้าบ้าน ซัก 4-5 ลูกได้ค่ะ คนแก่ก็ดีใจน่าดู เพราะมีคนแปลกๆอย่างเราวิ่งปรี่เข้าไป (ยายรีบบอก พันธุ์ไม้โบราณน่ะนังนู๋) ยายการันตีสินค้า น่าเชื่อถือ แล้วยายก็ห่อหนังสือพิมพ์ให้อย่างดี (บอกยายแล้วนะว่าจะเอามาปลูกเชียงใหม่)
พอเอามาถึงเชียงใหม่ ก็อย่างที่เคยเกริ่นเล่าในครั้งก่อนแล้วค่ะว่า ...กินไม่เป็น

ในเวลาต่อมา.....2-3 เดือนถัดมา คราวนี้ไปไกลนิดนึงค่ะ ออกนอกประเทศไทยไปทางตะวันออก (ลาวใต้ค่ะ) โห!!!!! คราวนี้แหละ อึ้งๆๆๆๆ ตะลึงกับ ลูกฟักข้าว...ละลานตาไปหมด .......ปลูกเป็นซุ้มทางเดินในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่เจ้าของเป็นชาวไทย คุณวิมล กิจบำรุง เป็นผู้บริหารสัมปทานอุทยานนี้ 
ห่างจากตัวเมืองปากเซ ไป40-50 กิโล อึม....จำไม่ผิด 

ห้อยโหนกันระโยงระเยง ตลอดทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป งั้นฝากไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า ใครได้มีโอกาสไปเที่ยว อย่าลืมถ่ายรุปมาฝากด้วยนะคะ

ที่โน่น ยังใช้ลูกฟักข้าวสีส้ม ใส่ถาดวางโชว์ ตกแต่งเคาน์เตอร์ร้านอาหาร ของรีสอร์ทอีกด้วย เอาละค่ะ คราวนี้ก็ออกอาการ อยากได้อีกแล้ว ... ตามฟรอม์ค่ะ ปรี่เข้าไปซักถามพนักงาน ก็ได้ความมาว่า สีส้มเอาไว้โชว์ กินบ่รำ แก่นหนุ่มแกงกินแซบหลาย อิอิ ... ยังไม่ทันได้คุยกันมากนัก ก็ต้องรีบปลีกตัวออกมาเพราะกรุ๊ปทัวร์ เค้าจะกลับกันแย้ ว......เลย....อด...
จากนั้นก็เริ่มสนใจ อยากรู้เกี่ยวกับเจ้าลุกสีส้ม search หาจนตาแตก กว่าจะได้รุ้จัก (ข้อมูลในเวปตอนนั้นมีน้อยมาก) ยังค่ะ ...ยังไม่ลดละ ...สอบถามกับคนที่เค้าน่าจะรุ้จัก ก็มีน้อยเหลือเกิน ... ... อธิบายกันอีกยืดยาว
ตอนนี้เริ่มจะสะสม สายพันธุ์อื่นบ้างแล้วค่ะ ....เอาใจช่วยนะคะ
🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦🐦

ในเวลาต่อมา....ณ.วันนี้ 22/07/2560 ทิ้งระยะห่างนานไปหน่อยนะคะ😅
คิดถึง...อยากย้อนรอย เล้าย้อนไปในยุคนั้น ปี2549 เทคโนโลยียั้งเตาะแตะ โทรศัพท์รุ่นขาวดำ ราคายังแพงแสนแพง (กล้องติดโทรศัพท์ยังไม่บังเกิดในโลกนี้) กล้องดิจิตอล ยังแตะต้องไม่ได้😢  เราจึงไม่มีภาพบรรยากาศมาฝากกันนะคะ  แต่...เราก็ได้ไปทำการบ้านค้นหาภาพจากอินเตอร์เน็ตมาประกอบ (🙏ขอขอบคุณเจ้าขอิงภาพมาณที่นี้ด้วยค่ะ)  (ลุ้นๆๆกันอีกรอบว่าจะอัพโหลดรูปภาพ ได้สำเร็จรึปล่าวนะคะ)

😀หากเรามีโอกาสเราจะเดินทางไปย้อนรอยและมาอัพเดทในครั้งตอไปค่ะ😀

ขอบคุณแหล่งที่มาของภาพประกอบ  //www.nuks.nu.ac.th/v3/?p=1497

//www.siamfishing.com/board/view.php?tid=28073


//laos-travel.blogspot.com/2013/10/TadPhasom.html




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2551    
Last Update : 29 สิงหาคม 2560 18:49:42 น.
Counter : 555 Pageviews.  

ช่วงโฆษณาขายสินค้า ช่วยๆๆกันหน่อยนะคะ ปลูกคนละต้นช่วยกันลดโลกร้อน

และแล้วก็ถึงเวลา โฆษณา ขายสินค้า กันแล้วนะคะ
ขายของซะหน่อย คงไม่ว่ากัน



ปลูกเอง ขายเอง เจ้า
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ฟักข้าว หรือแก๊กฟรุ๊ต (Gac fruit)
-เมล็ดพันธุ์ เริ่มเก็บไม่เกิน 1 เดือน อัตราการงอกสูง
-เลี้ยงง่าย งอกแล้วโตไว ตายยาก
-ลูกโต เฉลี่ย 500-1000กรัม สีสวย
-เหมาะกับการเริ่มเพาะเมล็ดในหน้าฝน (เริ่มปลูกกันเลยนะคะ)
-พร้อมเอกสาร แนะนำการปลูก
***เพียงคุณโทร 053-428183,086-9531114 ***







 

Create Date : 15 มิถุนายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2553 21:21:42 น.
Counter : 4958 Pageviews.  

ฟักข้าว (Fruit From Heaven) 2

Gac Fruit (Fruit From Heaven) ภาค2

เมื่อคราวที่แล้วเราก็ คุยกันไปพอเรียกน้ำย่อย กันไปบ้างแล้ว มีหลายคนที่คงสงสัยว่า แล้วเจ้าฟักข้าวเนี่ยะ เค้าจะกินกันยังไง อึม.....ตอนแรกก็ไม่รู้จัก กินไม่เป็น เหมือนกันค่ะ ได้แต่นั่งมอง แล้วก็ทิ้งๆๆไป แต่ตอนนี้ กินเป็งแล้วค่ะ...(ยอมเอาตัวเองเป็นหนูทดลอง) หน่วยกล้าตาย
เราลองมารู้จักเรื่องคุณประโยชน์กันบ้างนะคะ ส่วนข้อมูลทางการวิจัย ก็ได้จากการรวบรวมมาจากเวปไซด์อื่นๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญ ทำการวิจัยมาแล้วค่ะลองมาดูกันนะคะว่า ฟักข้าว จะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ฟักข้าว Momordica cochinnensis (Lour.) Spreng.
อยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระคือวงศ์ Cucurbitaceae


ชื่อเรียกอื่นคือ ขี้กาเครือ (ปัตตานี) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) แก็ก (Gac เวียดนาม) Baby Jackfruit Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourd, และ Cochinchin Gourd

ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้าน

ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก

ดอกเป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน

ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้องถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก

ฟักข้าวเริ่มมีดอกหลังแยกรากปลูกประมาณ 2 เดือน เริ่มผลิดอกราวเดือนพฤษภาคมและให้ดอกจนถึงราวเดือนสิงหาคม ผลสุกใช้เวลาประมาณ 20 วัน และใน 1 ฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวผลฟักข้าวได้ 30-60 ผล โดยเก็บผลสุกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

ผลของฟักข้าวมี 2 ชนิด ผลยาวมีขนาดยาว 6-10 เซนติเมตร ส่วนผลกลมยาว 4-6 เซนติเมตร เปลือกผลอ่อนสีเขียวมีหนามถี่ เปลี่ยนเป็นสีส้มแก่หรือแดงเมื่อผลสุก แต่ละผลหนักตั้งแต่ 0.5-2 กิโลกรัม

ที่ประเทศเวียดนามมักปลูกฟักข้าวพาดพ้นไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหารแต่เนื่องจากฟักข้าวให้ผลดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว ชาวเวียดนามจึงใช้ประกอบอาหารในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น

ผลฟักข้าวมีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้มภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้ ที่ประเทศเวียดนามใช้เยื่อสีแดงและเมล็ด (มีน้ำมัน) เป็นยา

ประโยชน์ทางโภชนาการ

ในประเทศไทยใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหารรสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุกหรือต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค

ประเทศเวียดนามกินข้าวเหนียวหุงกับเยื่อเมล็ดผลฟักข้าวสุก เนื่องจากชาวเวียดนามเชื่อว่าสีขาวเป็นสีแห่งความตาย ข้าวสีส้มแดงจึงจัดเป็นมงคลต่องานเทศกาลต่างๆ

ชาวเวียดนามเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวสุกพร้อมเมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียว ได้ข้าวสีส้มแดงมีกลิ่นหอมต้องมีเมล็ดฟักข้าวติดมาในข้าวด้วยจึงว่าเป็นของแท้ถึงกับมีการหุงข้าวใส่สีผสมอาหารสีแดงเลียนแบบการใช้ฟักข้าวนอกฤดูกาลก็มี เชื่อว่าบำรุงสายตา

เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณบีตาแคโรทีนมากกว่าแครอต 10 เท่า มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว

ความเชื่อที่ว่าฟักข้าวบำรุงสายตานั้นถูกต้อง แต่ต้องกินส่วนมาจากเยื่อเมล็ดไม่ใช่ส่วนอื่น

เมื่อใช้เยื่อฟักข้าวเสริมอาหารให้กับเด็กก่อนวัยเรียนในงานวิจัยในประเทศเวียดนาม พบว่าเด็กในกลุ่มมีปริมาณบีตาแคโรทีนและไลโคพีนในพลาสมาสูงขึ้นและกลุ่มที่มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมโกลบินต่ำมีความเข้มข้น เพิ่มขึ้นด้วย จึงแนะนำให้ผู้มีเลือดจางกินข้าวหุงเยื่อเมล็ดฟักข้าวสุกด้วย

ปัจจุบันมีผู้นำเยื่อเมล็ดนี้เป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมจำหน่ายในต่างประเทศ

ไมโครกรัม/กรัม น้ำหนักผล เนื้อผล เยื่อเมล็ด
บีตาแคโรทีน 22.1 /101
ไลโคพีน 0.9 /380

ไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด ทำหน้าที่เป็นรงควัตถุ รวบรวมแสงให้แก่พืชและป้องกันพืชผักจากออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว (อนุมูลอิสระ) และแสงที่จ้าเกินไป การกินไลโคพีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคพีนมากกว่าผลไม้อื่นๆ ทุกชนิด จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคพีน

ผลไม้ กับ ปริมาณไลโคพีน
ไมโครกรัม/กรัม นน.ผล

มะเขือเทศสุก 31
แตงโม 41
ฝรั่ง 54
ส้มโอ 33.6
เยื่อเมล็ดฟักข้าว 380


ฤทธิ์การบำบัดรักษาโรค

ประเทศจีน

ใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานานกว่า 1,200 ปี ใช้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื่อต่างๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ

การกินฟักข้าวเป็นยานั้น ใช้เมล็ดแก่บดแห้ง

ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมัน หรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มีอาการและใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร

งานวิจัยในประเทศจีนพบว่าโปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ถือว่าลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระจึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง

นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อและคลายกล้ามเนื้อในเครื่องยาจีนหลายตำรับ



ประเทศเวียดนาม

การวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ



ประเทศไทย

มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว

งานวิจัยอื่นและต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลซิน-เอส และโคลซินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า



ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย


ใช้รากฟักข้าวสระผมเพื่อกำจัดเหา ใช้รากบดหมักผมกระตุ้นให้ผมดก

ประเพณีล้านนาของไทยใช้ฟักข้าวในการดำหัว (คือการสระผม) สตรีล้านนา ดำหัวสัปดาห์ละครั้ง “ยาสระผม” ประกอบด้วย ฝักส้มป่อยจี่ ผลมะกรูดเผา ผลประคำดีควายหมกไฟพอให้สุกรากของต้นฟักข้าว รากแหย่งบดหยาบทั้งหมดผสมกับน้ำอุ่นหมักผมไว้สักระยะหนึ่งแล้วจึงล้างออก จะทำให้แก้คันศรีษะ แก้รังแค แก้ผมร่วงและช่วยให้ผมดกดำ



ประเทศญี่ปุ่น

ทำการวิจัยพบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง โดยลดการแผ่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็งและชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งดังกล่าว ในห้องทดลองน้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์แตกตาย

ผลอ่อนฟักข้าวกินได้ ผลแก่ก็อุดมคุณค่า ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้านจะได้กินเมื่อใจปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดี



(update 6 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 340 สิงหาคม 2550]












 

Create Date : 14 มิถุนายน 2551    
Last Update : 25 ตุลาคม 2556 14:20:56 น.
Counter : 930 Pageviews.  

ฟักข้าว Fruit From Heaven1









ฟักข้าว ผักข้าว มะข้าว ขี้กาเครือ พุคู้เด๊าะ ผักเข้า ฟักค่าว
พันธุ์ไม้พื้นบ้าน ที่ไม่ค่อยรู้จัก ไม่ค่อยคุ้นตา คุ้นหู ทั้งๆที่เป็นพืชดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ยังเด็กๆๆ ก็มีทั่วทุกภาค และ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ เวียตนาม เค้าก็ทานกันเป็นร่ำเป็นสัน ใครที่เคยไปเที่ยวตลาดสด ที่นั่นคงได้เห็นวางกันเกลื่อน
ส่วนบ้านเรา ไม่ค่อยแพร่หลาย จนใกล้จะสูญพันธ์ เป็นพันธ์ไม้หายากแล้วค่ะ
-ผลทรงไข่ หรือบางทีก็กลม มีตุ่มหนามเล็ก คล้ายขนุน
-ผลดิบอ่อน แกงส้ม หรือลวกจิ้มน้ำพริก รสขมนิดหน่อยกำลังดี
-ยอดอ่อน กรอบ มัน แกงส้ม หรือ ผัดน้ำมันหอย อร่อยเด็ด
-ผลสุก โต สีส้มสดกว่าแครอท เนื้อหุ้มเมล็ด มีประโยชน์ มีสารต้านมะเร็ง มากกว่า แครอท 10 เท่า (มาเข้าเรื่องของสรรพคุณกันบ้างนะคะ)
ก็ทานแล้วมีประโยชน์ อันนี้แน่นอน เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ช่างสรรหา มาวิจัย พบว่า มีเบต้าแคโรทีน ที่มีผลในการต่อต้าน หรือ ยับยั้งการก่อตัวของโรคมะเร็ง ไม่น่าเชื่อว่ามีมากกว่า แครอท ที่ว่าครองแชมป์ ถูกเบียดตกอันดับไปอย่างน่าใจหาย หุหุ


ไม่เป็นที่รู้จัก ของใครต่อใครมากนักค่ะ เพราะปัจจุบัน หาค่อนข้างยาก เพราะแหล่งการเจริญเติบโต อยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนี่ยะเองค่ะ เอ..?????
แล้วทำไมถึงหายาก และไม่ค่อยรู้จัก เท่าที่สอบถามบางคน อายุ60สิบกว่าๆยังไม่รู้จักเลยค่ะ (อันนี้เรื่องจริงนะคะ) เป็นอันต้องอธิบายกันยืดยาวไปใหญ่

ที่หายากก็น่าจะเป็นเพราะ รสชาติไม่ค่อยถูกปาก เอาง่ายๆ ก็คือ ไม่หร่อยเลย ตอนลูกเล็ก ก็ออกรสขมซะ...คล้ายกับมะระทำนองนั้น ก็ชื่อสามัญฝรั่งตั้งให้(Spring bitter cucumber) ทำไมฝรั่งรู้ก่อนทุกที แถมยังเอาไปทำเครื่องดื่มขายกัน โกยเงินไปนานแล้ว

พอโตแก่จนสุก สีสวยน่าทาน (เหมือนว่าจะหอมหวาน) เนื้อหุ้มเมล็ดสีแดงสด เหมือนซอสมะเขือเทศทำนองนั้น แต่รสชาติจืดๆๆ มันๆๆ ส่วนความหวาน ก็คงจะเหมาะสำหรับคนที่เห็นโรคเบาหวานไม่น้อยนะคะ เลยไม่ค่อยรับความนิยมเท่าไหร่ ปลูกทิ้งๆขว้างๆกันไป ฟันทิ้งเพราะเถาเลื้อยพันยุ่งเหยิง บ้านดูรกๆบ้าง นานาเหตุผล ว่ากันไป....

ข้อที่น่าสงสัยว่าทำไมถึงใกล้จะสูญพันธุ์ อีกสาเหตุที่น่าคิดก็น่าจะเป็นที่เมล็ดพันธุ์ อ่ะค่ะ ก็เมล็ดพันธุ์ใหญ่โตมโหฬาร จนเข้าปากนกไม่ได้ แต่เอ....น่าจะเข้าปากกาได้อยู่ แล้วก็เข้ากับคำพังเพยที่ว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น นั่งแหละเจ้าค่ะ ดูกันให้ชัดๆๆ ว่าเม็ดใหญ่ พอๆกับเหรียญ 5บาทเลยทีเดียว

ก็เอาเป็นว่า เราก็ได้รู้จัก พันธุ์ไม้พื้นบ้าน หายาก ที่น่าสรรหามาปลูกติดบ้าน เป็นยาสมุนไพร ประจำบ้านกันแล้วนะคะ ยังค่ะ..ยังไม่จบนะคะ รอติดตามภาคต่อไปนะคะ




 

Create Date : 03 เมษายน 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2552 11:10:13 น.
Counter : 1498 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.