| Paksabuy Pantip
|
|||
Le Meridien Chiang Rai ![]() กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ลุงป้าน้าอา มิตรรักแฟน พัก...สบายทุกท่าน ลมหนาวเริ่มโชยมาแล้วเชื่อว่าใครหลายๆคนคง อยากจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ภาคเหนือถิ่นล้านนากันเนอะ งั้นวันนี้พักสบายจะพาพี่น้องพ้องเพื่อนไปสำรวจรีสอร์ทแสนสวยที่จังหวัดเชียงรายดีกว่าครับ Le Meridien เชียงราย ถือเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ที่ผมประทับใจไม่แพ้รีสอร์ทที่ไหนๆในประเทศไทยเลย จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่คัมแบ๊คกลับมาเยือนที่นี่ ทำมั้ยถึงมาบ่อยนะหรือครับ จะบอกไงดีล่ะ สำหรับผมแล้วผมว่าที่นี่มีมนต์สเน่ห์บางอย่างที่จะทำให้คนที่เคยมาสัมผัสที่นี่แล้ว จะหลงรักที่นี่และอยากกลับมาอีกอย่างแน่นอน (พูดไปแล้วก็จะหาว่าเหมือนสตอเบอรี่แม่แจ่มเปรี้ยวอมหวาน) มาครับตามผมมาเลยดีกว่า ผมจะพาไปสัมผัสกัน แล้วผมจะโชว์ให้เพื่อนๆเห็นว่าที่นี่มันน่ามาสัมผัสมากขนาดไหน เรามาเริ่มจากแผนที่ก่อนนะครับ ทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างกึ่งกลางสนามบินกับตัวเมืองเชียงรายครับ ตัวรีสอร์ทอยู่ติดริมน้ำกกเลยครับ การจะมาที่นั้น คงต้องมาโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือ รถโดยสารแบบเช่าเท่านั้นล่ะครับ ส่วนใครมาถึงรีสอร์ทแล้วอยากจะเข้าตัวเมือง เดี๋ยวนี้ทางรีสอร์ทเล็งเห็นแล้วว่าแขกคือคนสำคัญ ตอนนี้มีชัตเตอร์บัสรับส่ฟรีเข้าตัวเมือง งทุก 2 ชั่วโมงด้วย (เพียงแต่ว่าต้องจองล่วงหน้าก่อนครับ เพราะที่นั่งมีจำกัด) ![]() ผมขอเปิดรีวิวนี้ที่ภาพส่วนหน้าลอบบี้และบริเวณลอบบี้ก่อนเลยดีกว่า Le Meridien จะเป็นโรงแรมที่มีการเอางานศิลปะเข้ามาผสมเป็นหลักเลย ทำให้ทุกย่างก้าวที่เดินในโรงแรม เราจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอาร์ทแกลอรี่เล็กครับ ![]() และเมื่อก้าวแรกที่เยียบหัวบันไดเข้าลอบบี้ คุณจะได้กลิ่นน้ำหอมและได้ยินเสียงเพลงสากล สองสิ่งนี้เป็นเหมือนตัวแทนแจ้งให้เราได้รู้ว่า เมื่อเราก้าวข้ามผ่านบันไดนี้มาแล้ว เรากำลังเข้าสู่ Le Meridien World กันแล้ว Welcome to Le Meridien World ![]() ภายในลอบบี้คุณจะสามารถสัมผัสถึงศิลปะไทยล้านนาประยุกต์ที่นำมาใช้ตกแต่งที่ลอบบี้นี้ ไม่ว่าจะเป็นอูปที่เป็นสัญลักษณ์หม้อข้าวหม้อน้ำของชาวล้านนา(ไอ้สี่เขียวๆที่คล้ายหมากรุกยักษ์นั้นแหละครับ อูบ) และกระจกข้าวหลามตัด ที่ส่วนใหญ่เขาจะใช้ตกแต่งกันตามวัดครับ ![]() ![]() ![]() ![]() (แอบชอบรูปนี้เป็นพิเศษ เห็นภาพนี้แล้วทำให้ผมนึกถึง ชาวเขา และ สายลมหนาว เลยครับ ป.ล. ภาพนี้ผมไม่ได้ถ่ายมาเองนะครับ แอบยืมของทางโรงแรมมาใช้) จากจุดนี้มองไปเราจะพบห้องสมุดที่อยู่ใกล้ๆบริเวณลอบบี้ ใครที่จะใช้ Internet มาใช้กันที่นี่ได้นะครับ ![]() ![]() ![]() ถ้ามองจากหน้าห้องสมุดมา เราจะพบบาร์หลักของโรงแรม Le Meridien กันครับ Latitude (ละติจูด) ซึ่งที่นี่ใช้ชื่อว่า Latitude 19 ตั้งชื่อจากละติจูดที่ตั้งของโรงแรมครับ ซึ่งแต่ละที่ตั้งอยู่ที่ละติจูดไม่เท่ากัน บาร์ก็จะเปลี่ยนเลขไปตามที่ตั้งครับ อย่างที่ Le Meridien เชียงใหม่บาร์จะชื่อ latitude 18 ที่ Le Meridien กรุงเทพจะชื่อ latitude 13 ![]() ![]() ![]() ที่นี่นอกจากจะหาเครื่องดื่มชวนมึนมาชิมกันได้แล้วเรายังสามารถหาชองทานเล่นรองท้องกันได้ด้วย อย่างจานนี้ ทาปาส 3 อย่าง ชีสทอดชิ้นหนา แซลม่อนรมควัน และ ซาลามี (เนื้อวัว) ![]() อาหารญี่ปุ่นอย่าง ซูชิ มากิ ก็มีให้ลิ้มลองกันด้วย ซึ่งเมนุนี้เป้นเมนูใหม่ที่พึ่งมีที่ Latitude 19 จานนี้จะจะเป็นมากิปูนิ่ม กับมากิมะม่วง รสชาติดีทีเดียวครับ ![]() ส่วนเครื่องดื่มชวนมึน แก้วนี้ พีชมาตินี่ คอคเทลรสเปรี้ยวอมหวานและเค็มนิดๆ ![]() แก้วนี้จำชื่อไม่ได้แต่อารมณ์คอกเทลต้มยำ เมนูคอกเทลแสนปอปปูล่าที่คนไทยแอบเมินแต่ฝรั่งกลับปลื้มมมมม ![]() ถัดจาก Latitude 19 ลงมาหนึ่งชั้น ( ชั้น 2 จากลอบบี้ ) เราจะพบกับ Fitness เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงเหมือน 7-11 ใครจะฟิตกันตอนไหนก็เชิญมากันได้นะครับ ![]() ลงมาถึงชั้น 1 ( ชั้น 2 จากลอบบี้ ) Latest Recipe ห้องอาหาร หลักของที่นี่ เช้า สาย บ่าย ค่ำ เราสามารถมาหาอะไรทานที่นี่ได้ทั้งวันเลยครับ ![]() ![]() ![]() ![]() มาถึงจุดนี้ คาดว่า หลายคงคงถามว่าอาหารเช้าเป็นยังไง โดยรวมแล้วถือว่าดีครับ แต่เหมือนดร๊อปคุณภาพลงจากปีที่แล้วประมาณนึง ครั้งนี้ไม่เห็นมีเอกเบเนดิกเลยอ่ะ แต่ครัวซอง เบเกอรี่ ไอศครีม เลเวลอัพขึ้นนะ รู้สึกว่าอร่อยกว่าเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ โดยเฉพาะไอศครีม อีลี่(กาแฟ) อร่อยหอมละมุ่นมากกกกกก ป.ล. แนะนำให้ชิมแยมโฮมเมดของที่นี่นะครับ มีแปลกๆ อร่อยเยอะเลย ![]() ![]() ![]() ![]() ส่วนมื้อกลางวันที่จัดเป็นบุฟเฟ่ (จ-ศ) ขอบอกว่า คุ้มมว้ากกกกกก (เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ) 289 เน็ตพร้อมน้ำ วันที่ไปจะเป็นธีมของอาหารไทย อาหารรสชาติดีเกือบทุกอย่าง แถมมีซีฟู้ดด้วย อร่อยหลายเมนูเลยครับ แต่ที่ไม่ค่อยจะผ่านคือ ซูชิครับ (รสชาติออกแนวถนนคนเดินไปนิดนะ) แต่ที่ปลื้มที่สุดคงหนีไม่พ้น ขนมและเบเกอรี่ที่นี่ อร่อยเกินคาดจริงๆ โดยเฉพาะเค้กเรดเวลเว็ทนี่ห้ามพลาดเลยนะครับ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ส่วนมื้อซันเดย์บลั้นที่ราคาประมาณ 899 บาท ครั้งนี้ไม่มีโอกาสได้ชิม จึงไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ ไม่รู้ว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนบ้าง แต่ไปชิมมาเมื่อปีที่แล้วมันโออยู่นะ ซูชิ ราเมง เทมปุระ แซลม่อน เบเกอรี่ จัดเต็มนะ ![]() ส่วนใครอยากลงชิมแบบอลาคาร์ต ทางร้านแนะนำมาสามเมนู ยำมะม่วงปลาแซลม่อน เมนูนี้ รสมันยังไม่จี้ดถึงใจอ่ะครับ อาจติดรสฝรั่งไปนิด อันนี้ใส่มะพร้าวขั่วด้วยนะครับ ข้าวซอยฟรัวกราเป็ดย่าง เมนูนี้ชนะเสิศ อร่อยมากครับ เป็ดเป็นเป็ดย่างแบบฝรั่ง คือเอาไปตุ่นก่อนแล้วค่อยเอามาย่าง ส่วน น้ำแกงยังออกรสติดเอาใจฝรั่งอยู่นิดๆครับ ปรุงเพิ่มก็ยังได้อยู่ กล้อยหอมทอด ไอเดียเก๋ที่ไม่ใช้กล้วยชุบแป้งทอด แต่กลับใช้เส้นหมี่ห่อแล้วเอาไปทอดแทน ![]() เอาล่ะครับ กินกันจนพุ่งปริ้นกันมาล่ะ เราไปเดินย่อยอาหารกันสักหน่อยดีกว่า ผมขออาสาเป็นไกด์จำเป็นพาเพื่อนๆไปเดินเล่นชมบรรยากศรอบๆโรงแรมกันดีกว่า บรรยกาศภายในโรงแรมจะเน้นบรรยากาศแบบธรรมชาติม้ากกกกกกกมาก เน้นอะไรที่มันโล่งๆ โปร่งๆ ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวๆกับบึงน้ำที่ดูเหมือนว่าจะไหลไปบรรจบกับริมน้ำกก ดูแล้วสบายตาสบายใจเป็นยิ่งนัก ใครที่ชอบโรงแรมสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำ คงมีหลงรักหลงปลื้มกับโรงแรมนี้แน่ๆ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() และโดยเฉพาะบรรยากาศรอบๆรีสอร์ทยามพลบค่ำ เรียกได้ว่า บรรยากาศงดงามเหนือคำบรรยายจริงๆครับ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ภายในบริเวณของโรงแรมจะมีต้นจามจุรีต้นใหญ่ยักษ์อยู่ 2 ต้นครับ ทั้งสองต้นนี้มีชื่อด้วยนะครับ ต้นนึงชื่อ สุขเกษม อีกต้นชื่อ มะเมี้ยะ ครับ ทำมั้ยถึงมีชื่อแบบนี้หรือครับ มาครับ ผมจะเล่าให้ฟัง ต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้นั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่เดิมก่อนจะปลูกสร้างโรงแรมอยู่แล้วครับ แต่หลังจากสร้างโรงแรมลงไปแล้ว จำเป็นต้องกั้นต้นไม้สองต้นจากกันด้วยตึก ![]() ![]() ผ่านเรื่องเศร้า ซึ้งสะเทือนอารมณ์นิดๆกันไปแล้ว เราไปต่อในพื้นที่ส่วนกลาง ที่สำคัญอีกจุดดีกว่าครับ กับ สระว่ายน้ำ ทั้ง 3 สระนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีจริงๆครับ เพราะมันมองว่าบรรจบกับขอบน้ำได้จริงๆครับ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ถ้ามาช่วงหน้าหนาว หมอกก็จะลงบริเวณนี้ด้วยครับ งดงามมากๆๆๆๆ ![]() Kid Club จะอยู่ใกล้ๆ กับ สระว่ายน้ำนี่แหละครับ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นะครับ ออกแบบมาได้น่ารักทีเดียว ![]() ![]() ส่วนที่อยูถัดจากสระว่ายน้ำไปสักนิดจะมีบาร์ริมน้ำอยู่ครับชื่อ Chill Bar ก็สมชื่อเขาเลยล่ะครับ ชิลล์ได้อีกนะขอบอก ใครชอบบาร์ริมน้ำ กรี้ดแต๋วแตกแน่ๆ ![]() ![]() ![]() ที่อยูติดกับชิลล์บาร์ จะเป็นห้องอาหารที่หรูที่สุดของที่นี่ Favola (ห้องอาหารอิตาเลี่ยน) ที่นี่ถือเป็นห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดของโรงแรมอีกด้วยครับ จะเปิดเฉพาะช่วงเย็นๆเท่านั้น ไปครับเราเข้าไปชมบรรย่กาศภายในห้องอาหารกันดีกว่า ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ส่วนอาหารที่ผมได้ลองชิมดูจากที่นี่ผมว่าอร่อยนะครับแต่ไม่มากมายขนาดต้องร้องว้าวววว และเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มาทาน ผมว่าปีก่อนอร่อยกว่านี้ครับ รู้สึกไปเองป่าวหว่า 5555 ซาลามี่ แฮม และชีส เมนูออร์เดร์ฟยอดฮิตของอาหารอิตาเลี่ยนเขาล่ะ จานนี้ผมไม่ค่อยสันทัด ไม่ได้ชิมมาครับ แต่เพื่อนที่ชิมมาบอกโอเคเลยนะครับ ![]() สเต็กเนื้อแองกัสนุ่มๆกับเห็ดหอมยักษ์ และชีสTileggio เมนูนี้ถือเป็นเมนูไม้ตายของที่นี่ครับ ถ้าทำไม่อร่อย ก็แย่แล้วล่ะครับ 55555 850++ ![]() สลัดผักร๊อคเก็ท ลูกแพรเชื่อม และชีสTileggio จานนี้โอเลยครับ ชีสชิ้นโตเข้ากับความสดของผักรีอคเก็ตได้เป็นอย่างดี เสริมรสด้วย ลูกแพรเชื่อม 270++ ![]() พูดอาหารสัญชาตินี้คงหนี้ไม่พ้นเมนู พาสต้า เมนูนี้พาสตต้ากุ้งผัดกับไวน์ขาว พริกและใบโหระพา จะติดรสเผ็ดนิดๆ อร่อยดีนะครับ 450++ ![]() พิซซ่าครับ แป้งบางชีสเยิ้มอร่อยลืมอ้วนทีเดียว หน้า ซาลามี่และมะเชือเทศ 350++ ![]() ปิดท้ายที่ ทีรามิสุ ที่เสริฟมาแบบครีมข้น ไม่ค่อยจะได้เห็นทีรามิสุแบบนี้สักเท่าไหร่แต่ขอบอกเลยว่า อันนี้อร่อยมว้ากกกกกกกกกก ทุกจานนี้ในมื้อนี้ ผมให้จานนี้ชนะเลิศครับ 240++ ![]() สรุปโดยรวมกับมื้อนี้ เอาสั้นๆง่ายๆนะครับ ผมว่ารสชาติอาหารและวัตถุดิบค่อนข้างดีทีเดียวครับ แต่ราคาแอบแรงไปมั้ย Paravati Spa สปาริมน้ำกก บรรยากาศของสปาที่นี่ดีมากๆๆครับ ใครชอบบรรยากาศริมน้ำมีปื้มแน่ๆ จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วมีโปรโมชั่นฉลอง 750 ปีเมืองเชียงราย ราคา 750 บาท/ทรีดเม้นท์อยู่ครับ ซึ่งปีนี้ไม่มีแล้ว น่าเสียใจ T__T ทรี้ดเม้นท์ปกติราคาก็แอบแรงอยู่ครับ ผลิตภัณฑ์ของสปาที่ใช้มีการเปลี่ยนแปลงไป และมีเพิ่มทรี้ดเม้นท์การนวดแบบตอกเส้นเข้ามาด้วยครับ แต่ได้โปรอย่าถามว่าสปานวดเป็นอย่างไร ดีมั้ย ผลิตภัณฑ์สปาดีมั้ย เพราะปีนี้ยังไม่ได้ลองเลยครับ แต่เมื่อปีที่แล้วลองโปร 750 บาท ขอบอกว่าเริ่ดมว้ากกกกกกกกกกกกกกก ติดใจเลย ผมพาไปชมบรรยากศสปากันคร่าวๆนะครับ |
Paksabuy
ผู้ติดตามบล็อก : 340 คน [?]![]() Free counters Group Blog
All Blog
|
||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||





















































































































ผู้ติดตามบล็อก : 340 คน [