PA'KO 07-08 PREPARE to GO~
Group Blog
 
All Blogs
 

คนที่ใช่กว่า...คนที่เคยรักกัน

คนที่ใช่กว่า...

เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง …
ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก
ดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7- 8 ปี
เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างก็แน่ใจว่า
อีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ๆ
แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง2 คู่

….. เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า 'ใช่' มากกว่า
ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม ….
ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2 - 3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมาเริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจของเขา

ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร
เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่ ….

สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ
คนรักคนเดิมที ่เคยคบด้วย มีอะไรบางอย่างที??เขาไม่ค่อยชอบใจ
อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการแต่ในขณะที่คบกันมานั้น
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอรับได้เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆ
ที่เธอทำให้เขา

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เขา
แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่ อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้นเหมือนคนรักเก่า

แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่ …

ผู้ชายคนที่ 1
ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่
และเมื่อขาบอกว่าเ ขาเลือกผู้หญิงคนใหม่ เขาให้เหตุผลว่า

“เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผม
เขาเข้าใจผม (และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย)”

ส่วนผู้ชายคนที่ 2 … เลือกสารภาพกับคนรักว่า
' ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกก็เป็นเขา
ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริงๆ'
ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้
…. แบบไหนที่ดูเป็น ' ลูกผู้ชาย' มากกว่ากัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก …
ผู้หญิง เราคงไม่เลือกสักทาง จริงไหม

เพราะถ้าเราเลือกได้จริงๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
เราเชื่อว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่ (อาจจะไม่ทุกคน … แต่ก็เชื่อว่าเป็นจำนวนมาก)
ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่่ร่วมกับใครสักคนแล้ว
ก็คือความ'จงรัก' และ'ภักดี'

คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้
และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า
' จงรัก' อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาวอาจจะร้อนแรง
อาจท่วมท้นในยามแรกรัก
!แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลา

แต่คนรักคู่ใดๆในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำๆ

นี้แต่ 'ภักดี' นั้นชั่วชีวิต

ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้นร้อนแรงตลอดไปก็จริง
แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบางๆ ไว้ตราตรึงใจบ้างกระมัง
ในยามที่เราหวนนึกถึงมัน

แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้
ย่อมต้องมีความผูกพัน
ความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็น้อย

สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้ง 2 คู่ก็คือ…

ฝ่ายชายหมดความ 'จงรัก' ลงไป
แต่ความรู้สึกอื่นๆ ล่ะ ความผูกพันของคนสองคน
ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี
มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ

คู่รักทั้ง 2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่
ตอนที่เขารักกัน เขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี
ตอนนี้เมื่อถึงจุดแตกหักเราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร
พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียงผู้เดียวจะรู้สึกอย่างไร

ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า
'ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพัก
เพราะตอนนี้ คนรอบข้างคุณและ เพื่อนๆ ของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณแล้ว
พอเพื่อนๆ ของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้ แล้วฉันก็จะไป'

แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร
อาจจะกำลังมีความสุขกับผ ู้หญิงคนใหม่ ความรักอาจกำลังท่วมท้น
อาจกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่
เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้

เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่ 'ใช่ มากกว่า' อีก
เพราะนั่นหมายถึง ผู้หญิงที่ต้องเสียใจจะเพิ่มขึ้นอีก2 คน

ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจ คนที่ 'ใช่' คุณเชื่อไหมว่า
เราหาได้เกือบชั่วชีวิต
แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆ 100% นั้น ไม่มีหรอก
นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุดของตัวคุณเองลง

เราเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ไ
ม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดใครถูก
แต่ต้องการให้คุณหยุดคิดสักนิดว่า อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ
อะไรที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน

มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร
ก็คงจะต้องการเพียงแต่ ' เพื่อนคู่ชีวิต' สักคน

คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยาก ลำบาก
หรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน

คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณ
แต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ

คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้านพุงยาน หนังเหี่ยว
เขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกับคุณ
แต่คนที่ว่ามานี้ คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุข
อยู่ในยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น 'ผู้เลือก'
ที่ถูกห้อมล้อม ด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่

ในยามที่คุณยังมีหน้าตา มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจ
จากคนเหล่านั้นอยู่

คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว

ในยามที่คนที่คุณคิดว่า 'ใช่' เขาก็ไปกับคนใหม่ที่
เขาก็คิดว่า 'ใช่' มากกว่าคุณเหมือนกัน


THANK : FORWARD MAIL




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 13:14:46 น.
Counter : 104 Pageviews.  

Do it if Think Right‏

Do it if Think Right‏




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 12:52:19 น.
Counter : 125 Pageviews.  

เหนื่อย เหงา อยู่มั๊ย?? เข้ามาพักทางนี้เลย...

ค้นพบความสุขที่แท้จริงของคุณเจอแล้วหรือยัง?



เธอคิดอะไรเมื่ออยู่คนเดียว



หรือเมื่ออยู่ 2 คน



เหงามั๊ย??



ทุกข์รึเปล่า



ได้ร้องไห้ ระบายให้ใครฟัง



หรือต้องนอนเหงาอยู่คนเดียว



ไปเมาให้หายบ้าดีรึเปล่า



จะดีกว่ามั๊ย ถ้ามีใครสักคนเป็นเพื่อน



ไม่ว่าคุณจะเบื่อเค้าแค่ไหน



แต่ใครละที่เคยเคียงข้างกัน



ตอนที่คุณเหน็บหนาว



เศร้าใจ



หรือแม้กระทั่งถูกคนอื่นซ้ำเติม



คนที่ต้องการขอความช่วยเหลือ



หรือต้องการคำปรึกษา



อย่าคิดว่ากำลังเดียวดาย



ช่วยไม่ได้ ก็ขอร้องไห้เป็นเพื่อนก็ยังดี



ลองนึกดูสิเธอมีใครคนนั้นรึเปล่า



คนที่เคยร่วมชะตากรรมเดียวกัน



คนที่เคยไปขอความช่วยเหลือ



แม้จะช่วยได้บ้างไม่ได้บ้าง



เป็นเหมือนคนในครอบครัว



ที่ยอมทุ่มเทให้แม้ว่าตัวเองกำลังแย่



มีรึเปล่า หาเจอมั๊ยนะ



อบอุ่นจัง



คิดถึงจัง



เพื่อนๆ



ขอเป็นคนนั้นได้มั๊ย



เพื่อนรัก



ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอ



รักเธอให้ดีที่สุด



ให้เหมือนเสียงเพลงที่มอบความสุข



คอยให้ความอบอุ่นจากหัวใจดวงนี้



เป็นพลังให้เธอได้สู้ต่อไป



ขอเก็บไงว้ในความทรงจำของเธอ



ถ้าเหงาก็โทรมาได้นะ



นานๆทักทายกันบ้างก็ดี



ฉันจะได้รู้ว่าเธอยังไม่ได้ลืมกัน



แล้วฉันก็จะไม่ลืมเธอ




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 9:25:14 น.
Counter : 184 Pageviews.  

อย่าชักช้าที่จะบอก "รัก"

มีคนเคยถามฉันว่า ”รักคืออะไร”

ฉันตอบไปตามที่สมองคิดได้ตอนนั้น ”ไม่รู้สิ”
จริงๆนะ ฉันไม่รู้หรอกว่า ”รักคืออะไร”

แต่ฉันคิดไว้ในใจว่า...ฉันจะรู้จักและสัมผัสมันด้วยหัวใจของฉันเอง…

และใครคนหนึ่งซึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต…
ก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้ที่จะรู้จักและสัมผัสมัน..ฉันบอกเขาว่า
”…ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคำว่า ”รัก” นะ
ไม่เคยพูดว่ารักใคร และจะไม่พูด..ถ้าไม่แน่ใจว่ามัน..คือรัก..”
เขาตอบฉันว่า “เวลาจะทำให้เราได้สัมผัสกับมันเอง”
เขาจะรอ…..

ตลอดเวลาที่คบกัน ฉันมักถามตัวเองเสมอ..
“รักเขามั้ย”..และคำตอบที่ฉันได้รับก็คือ…
”ไม่ มันยังไม่ใช่ความรัก คงเป็นแค่ความรู้สึกผูกพัน”

แต่อย่าถามฉันนะว่า..รักกับผูกพัน..ต่างกันตรงไหน...
ฉันตอบไม่ได้หรอก แต่ฉันก็ยืนยันที่จะบอกกับตัวเองว่า
“แค่ความรู้สึกผูกพัน” แค่นั้นเอง.... เขาบอกฉันนะว่า...
”เราไม่รู้หรอกว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา
หากเรารอให้ถึงวันนั้น เราก็คงไม่มีโอกาส ได้พูดอะไรอีกแล้ว...”

ฉันรับรู้ รับฟัง เข้าใจสิ่งที่เขาบอก
.แต่..ฉันก็แค่รับรู้ รับฟังแค่นั้นเอง ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ…

จนวันหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่า..มีบางสิ่งระหว่างเราที่มันไม่ใช่
ฉันเจ็บปวดมากกับความรู้สึกนี้ ฉันถามตัวเองอีกครั้ง

“รักเขามั้ย” คำตอบครั้งนี้ ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันหลอกตัวเองมาตลอด.. ..
ฉันพูด ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยในตอนนั้น..

แต่ฉันบอกตัวเองว่า ฉันต้องเข้มแข็ง ฉันต้องตัดสินใจ
ฉันอยู่ตรงนี้กับความรู้สึกนี้ไม่ได้..จบเรื่องของเราไว้แค่นี้
คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด..สำหรับเรา..

ฉันตัดสินใจให้เราจบลงแค่นั้น และบอกเขาด้วยเสียงสั่นๆ ”รักนะ”

ฉันเพิ่งเข้าใจจริงๆ ก็ครานี้กับคำพูดที่ว่า
รักไม่ได้เป็นสิ่งสวยงาม อบอุ่น แสนหวาน เสมอไป…
แต่ยังเป็นหนามแหลม ความเหน็บหนาว เจ็บปวดทรมานเช่นกัน…

ฉันเพิ่งเข้าใจจริงๆ…
วันนี้...ฉันอยากบอกเขาเหลือเกินว่า...
”อาจช้าไปกับคำที่ฉันบอกเธอ กับเวลาที่เธอรอคอย
แต่ฉันก็ดีใจที่ได้บอกเธอ..เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้พูดอะไรบ้าง..
ก่อนจะถึงวันนั้น วันที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเลยสักคำ…”

ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รู้จักและสัมผัสมันด้วยหัวใจของฉันเอง..“รัก”

ที่มา : มั่มกั้บ เวป ไทยรีดเดอร์คลับ




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 1 มิถุนายน 2552 12:26:14 น.
Counter : 184 Pageviews.  

เพื่อนแนะนำให้ฉันไปทำ......"เสน่ห์ยาแฝด"

ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้
แต่แล้วจู่ ๆ เค้าก็มาบอกว่า “เราเลิกกัน”
“เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว ตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก
เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้”

ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหน
ไม่ดีตรงไหน ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่าง
และยอมทุกอย่าง ขอเพียงแค่ “กลับมาเหมือนเดิม”
แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,หงุดหงิด,รำคาญ ทำอะไรก็ผิดไปหมด

“เพื่อน” แนะนำฉันให้ “ไปทำเสน่ห์” ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยว
ไม่อยากเข้าใกล้ แต่....ณ จุดจุดนี้ ไม่ได้แล้ว ความรักบังตาฉันยอมทุกอย่าง
ขอเพียงได้เค้ากลับคืน อะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้

“ปู่ฤาษี” คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหา
เพื่อนบอกว่า “ท่านเก่ง ญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อย
ท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยา ไม่ไปมีใหม่อีกเลย”

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ 10 คัน
วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน มองเข้าไปในบ้านมีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอก
มีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ
เพื่อนพาฉันเข้าไป ภาพที่ฉันเห็น “ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ 28 – 29 ปี
ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้ม มือคีบบุหรี่พูดไป ยิ้มไป
ปล่อยมุกสนุกสนาน ทำให้ผู้ที่เข้ามาหาหัวเราะเป็นระยะ ๆ นุ่งชุดลายเสือ ดูดีมีเสน่ห์
“ คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษี ทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรักบังตา
ไม่ได้คิดอะไร เพื่อนบอกว่าดี ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันข้างหน้าเลย

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อคแรกก็ออกไป ถึงคิวของฉัน
เพื่อนแต่งขันธ์ห้า (ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่) พร้อมเงิน 100 บาท
ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุล พร้อมที่อยู่ ของฉันและของแฟน ยื่นให้ปู่ฤาษี
“.........(เอ่ยชื่อฉัน) ดวงไม่ดี จะถูกแย่งของรัก ....... (เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย”
ฉันตอบ “ใช่ค่ะ” มีอะไรจะถาม”
ท่านถามฉัน ......เงียบ ......ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร
เพื่อนหันมาสะกิด “ตอบไปซิ”
ก็ไม่รู้จะตอบอะไร..........
ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ 5-10 คำ แล้วหันมาถาม “ รักเค้ามาก
ตอนนี้ใจเศร้าหมอง มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย .........อยากได้เค้ากลับมามั๊ย”
ท่านหันมาถาม
“อยากได้ค่ะ” ฉันตอบ
“ถ้าอยากได้คืน จะช่วย แต่จะต้องจ้างน่ะ มีเงินเท่าไหร่”
“สองพันค่ะ”
ท่านหลับตาสักพัก “ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงิน ห้าพันบาท ในสมุด
บัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น”
ฉันตกใจ ท่านรู้ได้อย่างไง
“ถ้าอยากได้คืน ปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น”
“ตกลงค่ะ” ฉันตอบตกลง
“จะบ้าเหรอ.....3 หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง”
เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน
แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมา
ปู่ฤาษี มองหน้ายิ้ม ๆ “ให้ไปเอา...................................”
ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธี
.............................................

รุ่งขึ้น เดินทางไปหาปู่ฤาษี ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด
รายแรก....มากันประมาณ 5-6 คน แต่งขันธ์ 5 จานเดียวใส่เงิน 100 บาท
แต่มีรายชื่อในกระดาษประมาณ 10 ชื่อได้ ท่านรับขันธ์ 5 ไป หลับตาสวด
มนต์ ดูให้ทีละคน

การทำนายของท่านแม่นเหมือนตาเห็น ท่านจะทักเกี่ยวกับ
ที่อยู่อาศัยก่อนว่า เป็นลักษณะไหนอยู่ตรงไหนมีอะไรเป็นจุดเด่น (มาทราบ
ภายหลังว่าท่านไม่ได้ดูจากวันเดือนปีเกิด แต่จะส่งจิตไปยังบ้านที่เราอาศัย
อยู่เพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ ท่านจึงต้องถามว่าสถานที่ที่ท่านไปถูกต้อง
หรือไม่)

ท่านจะทักแต่ละคนตามรายชื่อที่เขียนไป จนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อ
ของลูกสาวของคนที่มาดู “มันหนีออกจากบ้านไปใช่มั๊ย”
(จริง ๆ แล้วท่านจะพูดเป็นภาษาอีสาน แต่ว่าฉันแปลเป็นภาษาภาคกลางให้เพื่อจะได้เข้าใจ)

“ใช่จ๊ะ” คนเป็นแม่พูด น้ำตาเริ่มไหล
ท่านหลับตาสวดมนต์สัก 5-10 คำ “ มันหนีไปกับผู้ชายตอนนี้มันอยู่
กาฬสินธ์ อยู่บ้านเค้า”
“ปู่ช่วยหน่อย ตามมันกลับมาให้หน่อย” แม่พูดไปพร้อมเช็คน้ำตา
ฉันเองก็พาลจะน้ำตาไหลตามไปด้วย

ท่านสวดมนต์สักพัก “เออ....ปู่จะช่วย วันจันทร์มันจะกลับมา
พอมันมาแล้วให้พามันมาหาปู่……..”
ท่านพูดปลอบใจเขาสักพักแล้วก็เริ่มสอนให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของมนุษย์
เป็นคำสอนตามแบบของศาสนา จนพ่อแม่ของน้องผู้หญิงผ่อนคลาย
หายเศร้าท่านจึงให้กลับ

รายที่ สอง เป็นชาวบ้านมาประมาณ 4-5 คน รายนี้ภรรยาหนีตามชู้ไป
ทิ้งสามีกับลูกสองคน สามีเค้ารักภรรยามาก อยากได้ภรรยาคืน
ฤาษีท่านดูไปแล้วทักว่า ภรรยาของแกหนีตามผู้ชายข้างบ้านไป
ผู้ชายคนนั้นก็มีภรรยาแล้วใส่เสน่ห์ภรรยาของแกด้วย พอท่านพูดถึงตรงนี้
ผู้หญิงที่มาด้วยบอกว่าเป็นสามีของแกเอง ปู่จึงหันมาถามว่าจะเอาคืนด้วยหรือ ฝ่ายหญิงตอบว่าไม่เอา ปู่จึงหันไปถาม ฝ่ายชายว่าจะเอาคืนจริง ๆ หรือ
ไม่รังเกียจเค้าหรือที่เค้าทำแบบนี้ โกรธเค้าไหม เกียจเค้ามั๊ย ซึ่งฝ่ายชายก็
ยืนยันคำเดียวว่าจะเอาคืน ท่านถามซ้ำ 3 ครั้ง ฝ่ายชายก็ยังยืนยันคำเดิม
ท่านรับปากว่าจะช่วยแล้วให้บูชาของสิ่งหนึ่งไป เรียกเก็บเงิน 500 บาท

ฉันเริ่มสงสัย เอ...ทำไมของฉัน 3 หมื่น ส่วนของคนนี้แค่ 500 บาท
แต่ก็ยังไม่ได้ถามตอนนั้น

รายที่ 3 เป็นคุณยาย พาหลานสาวมากราบท่าน
บอกว่าเป็นคนนี้ที่หนีออกจากบ้านแล้วให้ท่านตามมาให้
กลับมาแล้วตามที่ท่านบอก ท่านเรียกน้องผู้หญิง (อายุประมาณ 16-17 ปี) เข้ามานั่งต่อหน้าท่านแล้วเริ่มสอน ซึ่งคำสอนของท่านฉันฟังแล้วน้ำตาแทบไหล.....

“เห็นหน้ายายมั๊ย แกเสียใจขนาดไหน เค้าเลี้ยงเรามากี่ปี แต่ผู้ชายอีกคนพึ่ง
เจอกันไม่เท่าไหร่ ทำไมถึงทุ่มเททุกอย่างให้เค้าได้ขนาดนั้น ยายเค้าเสียใจ
ขนาดไหนเห็นมั๊ย (คุณยายเริ่มเช็ดน้ำตา) ที่ปู่ช่วยไม่ได้อยากช่วยเราน่ะ ปู่
สงสารยายของเราถึงได้ช่วยเรียกกลับมา............................”
ท่านสอนอยู่นานพอควร

เกือบบ่าย 2 ถึงคิวฉันซะที ท่านหันมายิ้ม
“เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ”
ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก
จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้ ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย
.....หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ ทำพิธีอยู่ประมาณ 10 นาที หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง

1. ทุกวันตอนเย็น ให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด
หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่
2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ
3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวัน เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังให้หมด
ห้ามปิดบังและโกหก
4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาด ภายใน 15 วัน
หากผิดคำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ 15 วัน

ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่ 15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่า
ภายใน 15 วัน หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน

ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้......
เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง เป็นวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า.......วันที่สิบห้า
วันที่ 15 ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้ ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า.......

“เป็นไง.....รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า” ท่านถาม
“ค่ะ สบายใจขึ้น มากแล้วค่ะ”
“รักเค้ามากเลยหรือ” ท่านถาม
“ค่ะ”
“ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า”
“โทรค่ะ”
“แม่ว่าไง เค้าเสียใจมั๊ย”
“แม่ไม่ว่าอะไรค่ะ ท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ”
“แม่เสียใจ แล้วเราเสียใจมั๊ย”
.....ฉันเงียบ เริ่มคิด “เสียใจค่ะ”
“ตอนเราร้องไห้ แม่เค้าว่าไง”
“......แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ....”
“รักแม่มั๊ย”
“รักค่ะ”
“ใครทำให้เราเสียใจ ใครทำให้เราเป็นแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย”

.......ฉันนั่งนิ่ง น้ำตาเริ่มไหล.......

“ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย....
เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร
จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร...............
ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบหรือเป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ........

ทำไมต้องให้เค้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น
เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร.......ตอบได้มั๊ย”
“.......เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ”
“ทำไมเค้าไปมีคนใหม่”
“......ไม่ทราบค่ะ” ฉันตอบไปพลางเช็คน้ำตา
“เพราะสันดาน......เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ย คนดี จะคิดดี ทำดี พูดดี
คนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย อยากจะทุกข์ทรมารอยู่แบบนี้ไปตลอด
ชีวิต ก็จะเอามันคืนให้ แต่ถ้าอยากจะมีความสุข ไม่อยากให้แม่เสียใจ
มีชีวิตที่ดี เจอคนดี ๆ ก็เลิกกับมันซะ

ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตายก็เพราะมันสิ้นคิด
เพราะแพ้ใจตัวเอง ใจอ่อนแอ ถ้าไม่คิดไม่นำจิตไปวางไว้กับมัน
มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง บังคับตัวบังคับกายมันทำได้ แต่การบังคับใจถ้าไม่
แกร่งจริงมันก็ยาก แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไป
ตลอดชีวิต ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้ เราก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีใคร
ช่วยเราได้หรอกหมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วย
ตัวเราได้......สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง”

“ไม่ได้คิดอะไร ก็รู้สึกดีค่ะ”
“ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อย ๆ ดีขึ้น คิดถึง
แม่ไว้ให้มาก ๆ ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟัง ให้มีสติ อย่าไปจดจ่ออยู่กับ
มัน 15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้ ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือ ตัดใจซะเอา
สมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น อย่าไปใส่ใจกับมัน คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตาม
วิถีชีวิตของมัน........”

ปู่ฤาษี หันไปหยิบของในย่าม เป็นเงิน 3 หมื่นบาท ยื่นคืนให้ฉัน
“เงิน 3 หมื่น ปู่ไม่เอาหรอก ให้เอาไปเก็บไว้ 2 หมื่น เอาให้แม่ 5 พัน อีก 5 พัน ไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้” พูดจบแกก็หัวเราะ
“จำคำปู่ไว้ อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้น

พวกนุ่งผ้าเหลือง ผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่ม แต่ใจมันไม่ใช่
คน เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดี ถ้าเจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะ
เสียทั้งตัว เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้ เราโง่เอง
...หยุด...ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจ วันนี้แฟนเราจะมาหา
ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน”

………………………………….
ฉันกลับที่พัก เริ่มนั่งคิดทบทวน เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ความเจ็บปวดที่เคย
มี ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมัน
ลดลง เริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆที่ผ่านมา จิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้ น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้า ทำไมมันหายไปไหน คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ.....จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง

...........เสียงเคาะประตูหน้าห้อง.....
“ใครค่ะ” ฉันถาม
“เราเอง” เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิด เค้ามาจริง ๆ ใจที่เคยเด็จเดี่ยวเมื่อครู่หาย
ไปไหนหมด หัวใจเต้นแรง ใจเริ่มอ่อน เริ่มหวั่นไหว........
“มีธุระอะไร” ฉันไม่ยอมเปิดประตู
“.....เราคิดถึง.....เปิดประตูให้เราหน่อย”
.......ฉันเริ่มสับสน น้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี...คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษี คิดถึง
หน้าแม่.......
“กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่ กลับไปเถอะ” ฉันโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน

------------------------------------------------------------
//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7911567/L7911567.html




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2552 14:52:03 น.
Counter : 183 Pageviews.  


Nobi Pu Nobita
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คร๊าบบบบบบบบบ...สวัสดีครับ
Friends' blogs
[Add Nobi Pu Nobita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.