Group Blog
 
All blogs
 

Fraisier...Strawberry Cake for Valentine's Day

ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้นะคะ ออกจะแนวมาช้าไปหน่อย แต่ก็ยังมาค่ะ
ตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันวาเลนไทน์พอดีเลยค่ะ ตอนนี้มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเลยไม่มีโอกาสได้ไหว้เจ้าเหมือนปีก่อนๆ ก็เลยไม่ได้ทำขนมไหว้ แต่ตัดสินใจทำขนมเค้กในวันวาเลนไทน์แทนค่ะ
อุตส่าห์ทำแทบตาย สุดท้ายมาตกม้าตายตอนจบ เพราะเขียนได้อุบาทว์มากๆ รู้ทั้งรู้ว่าทำถุงบีบไม่ดีก็ยังดันทุรังจะใช้ ไม่ควรเอาอย่างนะคะ


มาดูหน้าตาและสูตรกันดีกว่าค่ะ ออกจะแนวยุ่งยากนิดๆนะคะ


เค้กประกอบไปด้วยหลายสิ่งค่ะ
1. สปันจ์เค้ก
2. น้ำเชื่อมพรมเค้ก
3. Creme Mousseline
4. สตรอเบอร์รี่ (ประมาณ 250 g.)
5. แอพปริคอตแยม (ประมาณ 15 g. นำไปต้อมกับน้ำเล็กน้อยจนเดือดค่ะ)
6. มาร์ซิแพนสำหรับปั้นกุหลาบและคลุมหน้าเค้กค่ะ
7. Royal icing


มาทำสปันจ์กันดีกว่าค่ะ
ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง
ไข่แดง 1ฟอง
น้ำตาลทราย 75 g.
แป้งเค้ก 75 g.
เนยละลาย 15 g.


วิธีทำก็อย่างที่รู้ๆกันค่ะ แต่ก่อนอื่นวอร์มเตา180องศาก่อนนะคะ
แล้วก็เตรียมพิมพ์ค่ะ แพรใช้พิมพ์วงแหวนหรือพิมพ์มูสแบบไม่มีก้นอ่ะค่ะ
ขนาดประมาณ 16 ซม สูง 4.5 ซม แต่ได้ความสูงซัก 6 ซมจะดีมากเลยค่ะ
ของแพรเตี้ยไป เลยจะมีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวจะเห็นค่ะ วางพิมพ์บนกระดาษไข แล้วก็วางบนถาดอีกทีค่ะ งงๆเนอะ
1. ร่อนแป้งซักสองสามรอบค่ะ ระหว่างนี้ก็ละลายเนยไว้ด้วยค่ะ
2.ตีไข่ ไข่แดงกับน้ำตาลจนขึ้นฟูเป้น ribbon stage นะคะ จะเอาน้ำร้อนมาวางใต้อ่าวตีก็ได้นะคะ แต่ต้องระวังอุณหภูมิของไข่ อย่าให้ร้อนนะคะ
ตีไปทดสอบไป ให้รู้สึกอุ่นๆก็ยกออกค่ะ ยกเข้ายกออกแบบนี้จนขึ้นฟูล่ะค่ะ
3. ตะล่อมแป้งใส่ลงไปค่ะ แบ่งใส่ซักสามรอบจนเข้ากันค่ะ เบาๆมือนะคะ
4. เทเนยละลายลงไปค่ะ ทดสอบด้วนิ้วก่อนนะคะ ให้รู้สึกอุ่นๆค่ะ ห้ามร้อนหรือห้ามเย็นนะคะ แล้วก็ตะล่อมเบาๆให้เข้ากันอีกที
5. เทลงพิมพ์ อบ180องศา ประมาณ15-20นะคะ นิ้วกดลงไปแล้วสปริงตัวกลับก็แปลว่าสุกแล้วค่ะ เค้กจะฟูขึ้นล้นขอบพิมพ์นิดหน่อยค่ะ



มาทำ Creme Mousseline กันต่อค่ะ
Creme Mousselineนี่คือ pastry cream+butterค่ะ ง่ายๆคือไส้เอแคลร์ใส่เนยประมาณนี้
1. นมจืด 250 ml.
2. ไข่แดง 2 ฟอง/40 g.
3. น้ำตาล 60 g.
4. แป้งอเนกประสงค์ 20 g.
5. แป้งข้าวโพด 20 g.
6. ฝักวานิลลา 1 ฝัก
7. เนยสดจืด (นิ่ม) 125 g.
8. เหล้า kirsch 20 ml. (ไม่มีก็ไม่เปนไรค่ะ)


ก่อนอื่นต้องทำ pastry cream กันก่อนค่ะ วิธีทำก็เหมือนไส้ชูครีมหรือเอแคลร์เลยค่ะ
1. ขูดเม็ดวานิลลาออกจากฝักแล้วก็นำไปต้มรวมกับนมและน้ำตาลครึ่งหนึ่งของในสูตรค่ะ ใส่ฝักไปต้มด้วยเลยค่ะ
2. ตีไข่แดงกับน้ำตาลที่เหลือจนเป็นสีเหลืองอ่อนๆค่ะ ร่อนแป้งลงไป แล้วก็คนๆให้เข้ากัน มันจะเหนียวและข้นมากๆเลยค่ะ
3. พอนมเริ่มเดือดขอบๆหม้อ ควันลอยขึ้นมาแล้วก็นำมาผสมรวมกับไข่แดงค่ะ เทลงไปครึ่งหนึ่งก่อนนะคะ แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นก็นมที่เหลือลงไป คนให้เข้ากันอีกทีค่ะ อย่าให้มีก้อนลิ่มนะคะ
4. เทส่วนผสมกลับลงหม้ออีกทีค่ะ แล้วก็นำไปตั้งไฟกลางๆ จนเดือดประมาณ15วินาทีก็ยกออก คนตลอดให้ทั่วๆนะคะ เทลงถาดหรือจานให้เย็นเร็วขึ้น ปิดด้วยพลาสติกแร็ปให้แนบไปกับผิวนะคะ จะได้ไม่แห้ง พักไว้จนเย็นลงค่ะ



5. เตรียมหั่นเนยเป็นก้อนเล็กๆไว้ค่ะ ทิ้งให้นิ่มลง อย่าให้เหลวนะคะ



แหะ รูปสุดท้ายเป็นน้ำเชื่อมนะคะ สลับนิดหน่อย โทษทีค่ะ


6. พอ pastry cream เย็นลงแล้ว ก็ย้ายลงชามที่จะใช้ตีค่ะ มันจะเป็นก้อนๆหนืดๆหน่อยนะคะ ใช้หัวตะกร้อตีจนครีมเนียนเงาเป็นเนื้อเดียวกัน (เหมือนในรูปค่ะ)
7. ใส่เหล้าลงไปค่ะ ตีให้เข้ากัน ไม่มีก็ข้ามโลดค่ะ
8. ค่อยๆใส่เนยลงไปทีละนิดนะคะ ตีให้หมดก้อนเนยแล้วค่อยใส่เพิ่มค่ะ ครีมที่ได้จะฟูๆ เห็นเป็นรอยชัดเจนค่ะ อย่าให้มีก้อนเนยนะคะ แบบนั้นแสดงว่าเนยเย็นไปค่ะ แล้วก็อย่าให้เหลว แบบนี้ก็แสดงว่าเนยเหลวไปค่ะ



มาทำส่วนน้ำเชื่อมพรมเค้กกันต่อค่ะ
1. น้ำเปล่า 65 ml.
2. น้ำตาล 90 ml.
3. เหล้าkirsch 15ml. (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)


- ต้มน้ำกับน้ำตาลจนน้ำตาลละลายหมดและเดือดซัก2-3นาที ยกลงแล้วก็ใส่เหล้าลงไปค่ะ พักไว้


มาเตรียมสตรอเบอร์รี่กันค่ะ ผ่าครึ่งสตรอเบอร์รี่ตามแนวยาว อาจแบ่งเป็นสามหรือสี่ได้นะคะถ้าสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ เล็มส่วนขั้วของสตรอเบอร์รี่ให้มีขนาดความสูงเท่าๆกันค่ะ เวลาวางเรียงลงไปจะได้สวยๆ ส่วนที่เหลือๆก็เอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้ใส่ไส้ค่ะ ถ้างงต้องดูภาพค่ะ


จากนั้นก็มาทำมาร์ซิแพนกันค่ะ เริ่มจากผสมสีตามชอบค่ะ จริงๆควรจะเป็นสีชมพูอ่อนนะคะ แบบแพรไม่ถูกต้องค่ะ แล้วก็นำมารีดจนเป็นแผ่นบางๆ กะให้คลุมหน้าเค้กได้นะคะ แล้วก็ปั้นกุหลาบต่อค่ะ ส่วนนี้ไม่มีรูปต้องขอโทษด้วยค่ะ เพราะไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร


ส่วน Royal icing (จะได้เยอะเกินไป ทำแค่ครึ่งสูตรก็เหลือบานแล้วค่ะ แต่เก็บได้ค่ะ เอาผ้าชื้นๆมาวางคลุมไว้ให้สนิท เก็บเข้าตู้เย็นค่ะ)
1. ไข่ขาว 35-40 g./ 1 ฟอง
2. ไอซิ่ง 200 g.
3. น้ำเลมอน นิดหน่อยค่ะ


- ร่อนไอซิ่งลงชาม ใส่ไข่ขาวลงไป แล้วก็ตีจนตั้งยอดกลางค่ะ ใส่น้ำเลมอนเพื่อให้มันเหลวขึ้นนิดหน่อยค่ะ


ต่อมา ก็ประกอบเค้กกันค่ะ เริ่มจากสไลด์เค้กออกเป็นสามชั้นค่ะ ส่วนบนถ้าแข็งหรือสูงไปตัดออกได้ค่ะ ถึงเวลางงๆแล้วค่ะ
- เอาชั้นกลางของเค้กมาทำเป็นฐานค่ะ โดยวางลงไปในพิมพ์ ใช้กระดาษรองเค้กเอาไว้นะคะ จะได้ยกสะดวก แล้วก็พรมด้วยน้ำเชื่อมค่ะ
- เรียงสตรอเบอร์รี่ที่หั่นไว้ลงไปข้างๆขอบพิมพ์จนครบค่ะ ถ้าไม่พอดีก็เล็มๆข้างๆออกนิดหน่อยจะได้ใส่ได้พอดีค่ะ เหลือที่ข้างบนไว้ประมาณ 1ซม เพื่อที่จะได้วางเค้กทับได้นะคะ แต่พิมพ์แพรเตี้ยเลยไม่มีที่เหลือค่ะ



- บีบครีมเป็นวงกลมใหญ่ๆให้ทั่วเค้กค่ะ แค่ชั้นเดียวนะคะ แล้วก็บีบระหว่างซอกสตรอเบอร์รี่ค่ะ ใช้ที่ปาดเล็กๆ เกลี่ยครีมส่วนนี้เบาๆนะคะ จะได้ไม่มีรูอากาศ
- โรยสตรอเบอร์รี่หั่นเหลี่ยมลงไปให้ทั่วๆค่ะ



- วางทับด้วยเค้กอีกทีค่ะ ใช้เค้กชั้นบนสุดนะคะ ตัดขอบออกเยอะหน่อยค่ะ เอาให้วางลงไปทับสตรอเบอร์รี่พอดีอ่ะค่ะ พรมด้วยน้ำเชื่อมอีกครั้งค่ะ
- บีบครีมเป็นวงๆทับลงไปอีกทีค่ะ เอาให้ถึงปลายของสตรอเบอร์รี่ที่วางเรียงไว้ข้างๆเลยค่ะ ถ้าใครใช้พิมพ์เตี้ยแบบแพรก็ปาดให้เรียบๆอีกทีนึง ใครใช้พิมพ์สูงก็ไม่ต้องค่ะ แต่ต้องให้ครีมเท่ากันนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวเค้กเบี้ยว



- แล้วก็ประกบด้วยเค้กชั้นสุดท้ายค่ะ โดยเอาก้นเค้กซึ่งจะเรียบที่สุดเนี่ยมาเป็นหน้าเค้กค่ะ ก่อนวางพรมน้ำเชื่อมก่อนนะคะแล้วก็คว่ำลงไป ดังภาพค่ะ แช่เย็นให้เค้กเซตตัว



- นำเค้กออกจากตู้เย็นค่ะ ทาด้วยแยมแอพปริคอตที่ต้มจนเดือดให้ทั่วๆค่ะ ไม่ต้องเยอะไปนะคะ
- วางทับด้วยแผ่นมาร์ซิแพนที่รีดไว้ค่ะ ใครใช้พิมพ์สูงก็ใช้ฝ่ามือกดมาร์ซิแพนส่วนที่เกินๆออกได้เลยค่ะ เพราะว่าพอใส่เค้กชั้นสุดท้ายลงไปแล้ว มันจะพอดีกับขอบพิมพ์พอดี ส่วนใครใช้พิมพ์เตี้ย ก็เอาพิมพ์ออกจากเค้กได้เลยค่ะแล้วก็ใช้ขอบพิมพ์ซึ่งพอจะคมอยู่ ตัดลงไปเลยค่ะ แล้วก็เอาไปวางคลุมเค้ก
- ตกแต่งด้วยกุหลาบมาร์ซิแพน แล้วก็บีบ royal icing ลงไป เสร็จแล้วค่า ถ้าใครไม่อยากใช้มาร์ซิแพน จะบีบครีม แต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่เพิ่มก็ได้ค่ะ



โชว์ข้างๆหน่อย ข้างบนน่าเกลียดอย่าไปสนค่ะ



กุหลาบเน่าค่ะ ใครก็ได้ช่วยสอนปั้นหน่อย



หมดแล้วค่า
เป็นการอัพบล๊อกที่เหนื่อยมากๆ ปกติสั้นๆง่ายๆ อันนี้ยาวแล้วเขียนไม่รู้เรื่องอีก
ยังไงก็แล้วแต่สวัสดีปีใหม่จีนนะคะ ขอให้เฮงๆกันทั้งปีค่า





 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 16:50:06 น.
Counter : 573 Pageviews.  

Banana Caramel Cake

แฮ่ สวัสดีค่า อยากกินเค้กกล้วยหอมค่ะ
ก็เลยนั่งหาสูตรไปเรื่อย จริงๆสูตรดังๆในเวบบล๊อกก็เคยทำแล้วค่ะ
แต่อยากลองอะไรใหม่ๆบ้าง เห็นเวบนี้เค้าทำออกมาดูชุ่มฉ่ำดี แถมมีคาราเมลเคลือบอีก
น่าลองมากๆค่ะ ผลที่ได้แพรว่าโอเคเลยนะคะยิ่งข้ามคืนยิ่งอร่อยค่ะ
ใครมีคาราเมลสูตรที่ชอบก็ใช้แทนกันได้นะคะ ได้รสชาติที่แปลกไปจากเค้กกล้วมหอมธรรมดาดีค่ะ
แพรใช้คาราเมลสูตร คุณปุ๊กdailydelicious นะคะ หวานๆเค็มๆ อร่อยดีค่ะ



ไปดูสูตรดีกว่าค่ะ แพรก็ลดๆเพิ่มๆไปเรื่อยนะคะ ทำครึ่งสูตรค่ะ อันนี้แบบแปลงแล้ว
ส่วนผสมนะคะ
แป้งอเนกประสงค์ 125 g.
ซินนามอนป่น 1/2 ชช
ผงจันทน์เทศ(nutmeg) 1/4 ชช (ไม่ได้ใส่ค่ะ)
กานพลูป่น(clove) 1/4 ชช (ไม่ได้ใส่ค่ะ)
เกลือ 1/2 ชช
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำมันพืช 150 ml.
น้ำตาล 140 g.
ไข่ไก่ 2 ฟอง (แพรใช้เบอร์2ค่ะ)
วานิลลา 1 ชช
กล้วยหอมงอมๆ 2 ลูก
วอลนัทสับหยาบ 75 g. (ไม่ได้ใส่ค่ะ)
ชอคโกแลตสับหยาบ 85 g. (ไม่ได้ใส่ค่ะ)


วิธีทำค่า
เตรียมพิมพ์กันก่อนนะคะ แพรใช้พิมพ์โลฟ7x3 ทาเนยแล้วเคาะด้วยแป้งให้ทั่วค่ะ จริงๆปูกระดาษไขเอาก็ได้นะคะ แต่ถ้าโรยแป้งจะได้crustที่กรอบหน่อยค่ะ
1. ก่อนอื่นก็บดกล้วยกันก่อนนะคะ บดละเอียดหน่อยก็ดีค่ะ



2. ร่อนของแห้งทั้งหมดรวมกันไว้ค่ะ
3. ตีไข่ น้ำมันและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ในสูตรให้ใช้สปีดกลาง 2-3นาที แพรใช้ตะกร้อมือธรรมดาตีๆให้เข้ากันค่ะ ใส่วานิลลาลงไป ตีอีก30วิค่ะ ก็จะได้แบบนี้ค่ะ



4. เปลี่ยนมาใช้สปีดต่ำแล้วก็ค่อยใส่ของแห้งที่ร่อนไว้ทีละนิดจนหมดค่ะ แพรใช้ไม้พายตะล่อมบวกกับคนเบาให้เข้ากันค่ะ จะได้ส่วนผสมแบบนี้ค่ะ



5. ตะล่อมกล้วยลงไปค่ะ ถ้าจะใส่ถั่วและชอคโกแลตก็ใส่ตอนนี้เลยค่ะ ส่วนผสมที่ได้จะเหลวหน่อยนะคะ



6. เสร็จแล้วก็อบโลดเลยค่า 180c ประมาณ 45-60 นาทีค่ะ เอาไม้จิ้มไม่มีอะไรติดออกมาด้วยก็โอค่า


ออกมาหน้าตาเป็นเยี่ยงนี้ค่า



อย่าเพิ่งเอาออกจากพิมพ์นะคะ ถ้าใครจะใส่คาราเมล เอาไม้เสียบลูกชิ้น หรือมีดปลายแหลมจิ้มให้ทั่วเค้กค่ะ จากนั้นก็ราดคาราเมลลงไปให้ทั่วค่ะ มันจะค่อยๆซึมลงไป ถ้าตรงไหนไม่ลงก็เอาไม้จิ้มลงไป คาราเมลจะไหลตามลงไปค่ะ
หน้าตาจะน่ากลัวประมาณนี้ค่ะ



พอเย็นแล้วก็เอาออกจากพิมพ์ได้เลยค่ะ



พอเย็นแล้วก็ตัดทานได้เลยค่ะ แต่ข้ามคืนอร่อยกว่านะ เนื้อจะฉ่ำกว่าค่ะ



ขอลาไปอาบน้ำก่อนค่า ขอให้อร่อยๆนะค้า




 

Create Date : 30 มกราคม 2553    
Last Update : 30 มกราคม 2553 3:50:09 น.
Counter : 385 Pageviews.  

Blueberry Coffee Cake

เมื่อวานตอนเย็นเกิดอารมณ์อยากทำขนมค่ะ
นั่งเรียนไปก็คิดไปเรื่อยเปื่อย วาดแบบไว้ซะหรูหราว่าอยากทำแบบนั้นแบบนี้
สงสัยจะวาดฝันมากเกินไป สุดท้ายมาจบกับเค้กขั้นเบสิคค่ะ
เห็น blueberry วางขายอยู่ที่ Tesco แบบว่าน่ากินมากค่ะ เลยสอยมาสองกล่องเลย จริงๆ เพราะซื้อสองกล่องแล้วถูกกว่าค่ะ ฮ่าฮ่า
เค้กอันนี้เล็งมานานแล้วค่ะว่าจะต้องทำให้ได้ เพราะดูน่ากินมาก
รสชาติก็เวิร์คจริงๆค่ะ แต่ตัวเค้กอาจจะไม่นุ่มเหมือนแบบที่คนไทยชอบกันนะคะ จริงๆใครชอบบัตเตอร์เค้กสูตรไหนก็เปลี่ยนกันได้เลยค่ะ
แพรเอาสูตรมาจากเวบยอดฮิต JoyofBaking ค่ะ ไปดูสูตรกันดีกว่าค่ะ แต่แอบดัดแปลงนิดนึงนะคะ


ส่วน Strusel Topping นะคะ
1. แป้งอเนกประสงค์ 45 g.
2. น้ำตาลทราย 65 g. (แพรใช้น้ำตาลทรายแดง 20 กับน้ำตาลทรายขาว 35 ค่ะ)
3. อบเชยป่น 1/2 tsp (ใส่เพิ่มอีกก็ได้นะคะ กลิ่นไม่ค่อยออกเท่าไหร่)
4. เนยจืดเย็น 56 g.


วิธีทำ
- นำทุกอย่างผสมรวมกัน แล้วก็ใช้ที่สับเนยสับๆให้เข้ากันจนเนยเป็นก้อนเล็กๆค่ะ แพรใช้ส้อมกับมือค่ะ ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ



ส่วน Cake batter นะคะ
1. แป้งอเนกประสงค์ 130 g.
2. ผงฟู 1 tsp
3. เกลือ 1/8 tsp (แพรใช้ประมาณ1/4ค่ะ)
4. เนยจืดนิ่มๆ 56 g.
5. น้ำตาลทราย 100 g. (แพรใช้แค่ 90ค่ะ แต่ใครชอบหวานก็ตามสูตรได้เลยค่ะ)
6. วานิลลาแท้ 1/2 tsp
7. ไข่ฟองใหญ่ 1
8. นมสด 80 ml.
9. บลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง 2 ถ้วย/ 200 g.


วิธีทำ
- ก่อนอื่นก็เตรียมพิมพ์ก่อนนะคะ ในสูตรให้ใช้พิมพ์กลม 8นิ้วหรือว่าสี่เหลี่ยม 8x8นิ้ว แต่แพรชอบเค้กสูงๆ เลยใช้พิมพ์กลม 7นิ้วคะ ทาเนยให้ทั่วๆนะคะ จะรองกระดาษอีกด้วยก็ได้ ตามใจค่ะ
- วอร์มเตาที่ 180c นะคะ



1. นำเนยสดนิ่มๆมาตีด้วยไม้พายจนเนียนนะคะ ปริมาณน้อยๆใช้ไม้พายก็ได้อยู่ค่ะ เนยแพรแข็งไปหน่อย ตีจนหอบล่ะค่ะ



2. แล้วก็ค่อยๆใส่น้ำตาล ตีไปเรื่อยจนฟู สีอ่อนลงมาค่ะ



3. ตีไข่ให้พอแตกผสมกับวานิลลานะคะ แล้วก็ค่อยๆใส่ลงไปค่ะ ซักสามรอบก็ได้ค่ะ



ตีไปเรื่อยๆจนได้ส่วนผสมแบบนี้ค่ะ



4. เสร็จแล้วก็ใส่แป้งสลับกับนมไปเรื่อยๆค่ะ เริ่มที่แป้งก็จบที่แป้งนะคะ แล้วก็จะได้ส่วนผสมแบบนี้ค่ะ มันจะหนืดๆข้นๆนะคะ



5. จัดการเทใส่พิมพ์ เกลี่ยให้ทั่วๆเสมอกัน แล้วก็โรยบลูเบอร์รี่ลงไปให้ทั่วๆค่ะ




6. โรย streusel ลงไปค่ะ แล้วก็เอาเข้าอบที่ 180c ประมาณ 30-40 นาทีค่ะ



เสร็จแว้วววว ออกมาเป็นแบบนี้ล่ะค่า




ตัดดูเนื้อในซะหน่อย



กินกับน้ำชาหรือกาแฟ อร่อยค่าาาา






 

Create Date : 20 มกราคม 2553    
Last Update : 20 มกราคม 2553 22:19:33 น.
Counter : 269 Pageviews.  

เค้กชอคโกแลตหน้านิ่ม

สวัสดีค่า วันนี้แพรมีโอกาสได้ทำชอคหน้านิ่ม ก็เลยเอามาลงบล๊อก
เพราะเห็นว่าเป็นเค้กในตำนานที่มีกันเกือบทุกบล๊อกเลย แพรก็ไม่สมควรจะพลาด ถูกมั๊ยคะ
สูตรก็เหมือนกับของ คุณแพร เชฟอุ๋มอิ๋มค่ะ มีแตกต่างบ้างนิดหน่อย



มาดูสูตรกันอีกรอบดีกว่าค่ะ (ครึ่งสูตร)
ส่วนผสม (1)
แป้งเค้ก 80 กรัม
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
ผงวานิลลา 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
ผงโกโก้ 25 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 85 กรัม


ส่วนผสม (2)
น้ำ 50 กรัม
นมข้นจืด 25 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 65 กรัม
ไข่แดง 2 ฟอง


ส่วนผสม (3)
ไข่ขาว 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 45 กรัม
ครีมออฟทาทาร์ 1/4 ช้อนชา (ไม่ได้ใส่ค่ะ)


วิธีทำ
-เตรียมพิมพ์กลมขนาด7นิ้ว ปูกระดาษไขไม่ทาไขมันค่ะ วอร์มเตา180c
1. ร่อนส่วน(1) เข้าด้วยกันทั้งหมด
2. ผสมส่วน(2) เข้าด้วยกัน
3. ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อนค่ะ ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายลงไปจนหมด แล้วก็ตีต่อจนตั้งยอดเกือบแข็งค่ะ ตีต่ำซัก1นาที เพื่อตัดฟองอากาศค่ะ
4. ตะล่อมไข่ขาวลงในส่วนของไข่แดงด้วยไม้พายค่ะ แบ่งใส่ซัก3รอบนะคะ
5. เทใส่พิมพ์ อบไฟ180c ประมาณ35นาทีค่ะ เช็คสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปกลางเค้ก ถ้าไม่มีอะไรออกมาก็โอเชค่ะ



หน้าแตกเล็กน้อย สไลซ์ออกนิดหน่อยค่ะ



พอเค้กเย็นลงแล้วก็สไลซ์แบ่งเป็น2หรือ3ชั้นตามใจค่ะ


ส่วนหน้านิ่มนะคะ
ส่วน(1)
ผงวุ้น 1/2 ช้อนชา
น้ำ 150 กรัม
นมข้นจืด 100 กรัม
น้ำตาลทราย 90 กรัม
โกโก้ 25 กรัม


ส่วน(2)
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
นมข้นจืด 75 กรัม


ส่วน(3)
เนยสด 75 กรัม
เหล้ารัม 1/2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1. ผสมส่วน(1)ให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน-กลางจนเดือดค่ะ
2. ผสมส่วน(2) เข้าด้วยกันค่ะ คนให้แป้งข้าวโพดละลาย
3. พอส่วน(1)เดือด ก็ใส่ส่วน(2) ลงไป ใช้ไม้พายคนไปเรื่อยๆ จนได้ความข้นที่พอใจค่ะ
*ไม้พายทำให้ฟองอากาศมีน้อยกว่าใช้ตะกร้อมือนะคะ



ของแพรข้นประมาณนี้ค่ะ ให้มันไหลช้าๆ เห็นเป็นรอยหยด(แต่ในรูปไม่เห็นนะคะ)


4. เสร็จแล้วก็ยกลงใส่เนยกับเหล้ารัม แล้วก็ราดหน้าเค้กได้เลยค่ะ
*เหล้ารัมจะช่วยชูรสของชอคโกแลตเพิ่มค่ะ



ตักราดลงไปที่ชั้นแรกก่อนค่ะ หน้านิ่มแพรค่อนข้างเหลว ก็เลยรอมันเซ็ตนิดนึงแล้วก็ตักเพิ่มใส่จนพอใจค่ะ


เสร็จแล้วก็ประกบอีกชั้นแล้วก็ราดจนพอใจค่ะ



แพรราดไป3รอบค่ะ โกยๆมาจากถาดที่รองอยู่แล้วก็เอามาราดใหม่ เสร็จแล้วก็รอมันเซ็ตตัวค่ะ จับเข้าตู้เย็นไปเลยก็ได้ค่ะ ระวังเค้กไหลแล้วเบี้ยวนะคะ เจอมาแล้ว



พอเซ็ตตัวแล้ว ผิวเค้กจะดูด้านขึ้นแบบนี้แหละค่ะ ถ้าอยากให้เงาก็ต้องใส่ชอคโกแลตเพิ่มเข้าไปนะคะ




ตัดแล้วค่า รสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึง รู้ๆกันอยู่แล้วค่ะว่าอร่อยแค่ไหน



ไปแล้วค่า





 

Create Date : 10 มกราคม 2553    
Last Update : 12 มกราคม 2553 1:12:07 น.
Counter : 273 Pageviews.  


PS.Pairdy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add PS.Pairdy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.