Group Blog
 
All blogs
 

รองเท้าแตะที่แพงที่สุดในชีวิต

รองเท้าแตะที่แพงที่สุดในชีวิต 


เพราะมันเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ


หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอให้หาซื้อรองเท้าดีๆ


มาใส่ก็เลยเริ่มเสาะหาข้อมูลรองเท้าเพื่อสุขภาพ


ที่จะมาช่วยประคองอาการข้อเข่าเสื่อม


และแล้วก็ไปเจอะกับรองเท้าแตะของประเทศอังกฤษยี่ห้อ


“FitFlop” ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจมากกกกกกกกกก...






เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็เลยตัดสินใจว่า...


จะต้องเป็นเจ้าของรองเท้าคู่นี้ให้ได้


ก็เลยเดินทางไปที่รพ.เวชธานี ที่ลาดพร้าว 111


หนทางช่างยาวไกลจริงๆ...


ออกจากบ้านที่บางบัวทองตั้งแต่ 12.45 น.


กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไป 14.10 น.แล้ว โอ๊ย...หิวข้าวจริงๆ...


แต่ก็ยังโชคดี ที่ยังเหลือ size ที่เราใส่ได้อยู่อีก 1 คู่


เป็นคู่สุดท้าย  ไม่งั้นต้องเดินทางมาเก้อแน่ๆ...


ว่าแต่..ที่สำคัญก็ตัดสินใจถูกเหมือนกันนะเนี่ย


ที่เดินทางมาซื้อที่ Booth ได้ลองใส่จริงๆ


เพราะถ้าตัดสินใจสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ต้องใส่ไม่ได้..แย่แน่ๆ


ปกติเราใส่รองเท้าเบอร์ 7 1/2 – 8 


ถ้าสั่งซื้อทางไปรษณีย์ก็ต้องสั่งเบอร์ 8


แต่พอลองใส่จริงๆ แล้วเราต้องใส่เบอร์ 9 แน่ะ…


ว่าแต่ว่ามายลโฉมเจ้ารองเท้าแตะที่แพงที่สุดในชีวิตกันดีกว่า






อยากบอกว่า...น้องพนักงานขายน่ารักมากๆ เลย


อุตส่าห์รอเราทั้งๆ ที่เค้าต้องปิด Booth กลับไปแล้ว


ไหนจะให้คำแนะนำดีๆ อีก 


ที่สำคัญให้สเปรย์แถมมาด้วยอีก 1 ขวด...Smiley



>





ปล.ค่าเสียหาย 2,990.- แต่ได้ส่วนลด


จากการเอารองเท้าคู่เก่ามาแลกอีก 500.-







 

Create Date : 05 ตุลาคม 2552    
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 16:22:32 น.
Counter : 842 Pageviews.  

ข้อเข่าของช้านนนนนนนนนนนนนนนนน

ชีวิตคนเรานี่ประมาทไม่ได้เลยนะ...


ที่ผ่านมาบางครั้งก็เคยปวดเข่าบ้าง บางครั้งก็รู้สึกขัดๆ ที่หัวเข่า


แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร  ปล่อยจนมันเริ่มปวดมากเวลาขึ้น-ลงบันได


แต่ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอ


จนตอนนี้แม้แต่เดินพื้นเรียบๆ ธรรมดาก็ปวดแล้ว


สุดท้ายก็ต้องไปหาหมออยู่ดี...


น่าสมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ...ถึงตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว...Smiley






หมอบอกว่า อาการอย่างนี้คือ อาการของ “ข้อเข่าเสื่อม” 


ซึ่งหมอเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็น


เพราะโรคนี้ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่น้ำหนักตัว(อ้วน)


กับอายุ (ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 50 ปี)


เราเองก็เพิ่งอายุ 37 ปี แถมหนักแค่ 52 กก. (สูง 167 ซม.)


หมอเองก็เลยบอกไม่ได้ว่า สาเหตุของเราคืออะไร...Smiley


รู้แต่ว่าการที่ข้อเข่าเสื่อมแล้วมันไม่สามารถทำให้หายได้


มีก็แต่เพียงการช่วยประคองให้เสื่อมเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดและช้าที่สุด...


ตอนนี้ก็เลยต้องทำการบริหารขาทุกวัน Smiley


หลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงบันได (ซึ่งก็ทำไม่ได้)


ห้ามนั่งพื้น ควบคุมน้ำหนัก หารองเท้าดีๆ มาใส่...


ที่ผ่านมารองเท้าที่ซื้อใส่ก็จะมีราคาอยู่ประมาณ 199.- ทั้งนั้น...


เป็นไงล่ะ คราวนี้ต้องมาซื้อรองเท้าแตะคู่ละตั้งหลายพันมาใส่...


สมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ...Smiley


ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงทดสอบว่าจะได้ผลยังไงบ้าง


แนวทางการปฏิบัติตัว


- บริหารขา


- ทานยา Glucosamine Sulfate วันละ 1,500.- มก.


  (เริ่มทาน 3 ต.ค. 2552)






- ทานแคลเซียมของ Amways เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 4 เม็ด


- ใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพ (เริ่มใส่ 3 ต.ค. 2552) Smiley





 

Create Date : 05 ตุลาคม 2552    
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 15:06:03 น.
Counter : 213 Pageviews.  

กระดูกพรุน

เวลาช่างผ่านไปไวจริงๆ  จากสาวน้อยหน้าตาน่าร้ากอย่างเรา ก็กลายมาเป็นแม่ของ


เจ้าตัววุ่น 2 คนซะแล้ว  ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็ตั้ง 37 ปีแล้ว ไม่เคยดูแลตัวเองเลย


ย้อนไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2552 ที่ผ่านมา บังเอิญได้เดินผ่าน Booth ของ Anlene ก็เลย


ลองเข้าไปตรวจมวลกระดูกดู ผลออกมาว่าอยู่ในเขตความเสี่ยงสูง ค่า -3.4 แน่ะ


ก็ตกใจนิดหน่อยนะ แต่ก็พอจะรู้ตัวมาก่อนแล้วหล่ะ  เพราะก่อนหน้านี้เคยเท้าพลิกตอน


จะใส่รองเท้าส้นสูง แค่เนี๊ยะก็ทำให้เท้าหักต้องพักยาวววววววซะแล้ว  ไม่น่าเชื่อเลย...Smiley



>


จากวันนั้นก็เลยเริ่มหันกลับมาดูเลยตัวเอง  เริ่มทาน Anlene สูตรเข้มข้นวันละ 2 กล่อง


ตามที่นักโภชนาการแนะนำ  แถมยังปฏิวัติตัวเองโดยการเลิกทาน


ชา,กาแฟ ซึ่งเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม  แถมยังเลิกคบกับน้ำอัดลมเจ้าเพื่อนใจร้าย


ที่คอยจ้องทำลายแคลเซียมที่มีอยู่น้อยนิดของเราอยู่ด้วย...


ผ่านมา 1 เดือนก็เลยได้โอกาสเสนอหน้าไปตรวจมวลกระดูกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.


ว้าว!!! ได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะค่าลดลงไป 0.3 เหลือแค่ -3.1


ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจว่าจะทาน Anlene ต่อไป และตั้งเป้าไว้ที่เดือนละ 0.3


ที่สำคัญต้องเข้าไปอยู่ฝนเขตสีเขียวให้ได้...






และแล้วก็ผ่านไปอีก 2 เดือน วันที่ 22 ส.ค. ก็ได้เลิก...เอ้ย...ฤกษ์งามยามดี


ไปตรวจมวลกระดูกอีกที และจากการคาดเอาไว้  ค่าที่ได้จะต้องลดลงมา 0.6 เหลือ -2.5


แต่...ไม่นะไม่..ผลที่ออกมามันไม่เป็นไปตามคาดเลย  เพราะลงไป 0.9 ต่างหาก


เย้...ดีใจจังเลย ในที่สุดก็เข้าเขตสีเหลือง ความเสี่ยงปานกลางแล้ว...พยายามต่อไปนะคนสวย...Smiley






ว่าแต่ว่า..พอทานนมทุกวัน นอกจากกระดูกเราจะแข็งแรงขึ้น เอวมันก็หนาขึ้นด้วยนี่หว่า....


ก็เลยแอบโกงเล็กน้อย เปลี่ยนจากการทาน Anlene มาทานแคลเซียมเม็ดของ Amways แทน


โดยกินวันละ 3 เม็ด จากงันนั้นมาก็ยังไม่ได้ลองไปตรวจดูเลยว่าผลเป็นไงบ้าง 


รู้แต่ว่าไม่ต้องกลัวอ้วน แถมค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่ากันตั้งครึ่งนึงด้วย 


แหมก็นม Anlene มันราคาค่อนข้างสูงนี่นา กล่องเล็กนิดเดียวเอง


ตกวันละตั้ง 30 บาท เดือนนึงก็ 900.- แล้ว มันคงไม่เหมาะกับคนที่ฐานะ(ยากจน)อย่างเรา...Smiley









 

Create Date : 05 ตุลาคม 2552    
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 14:49:40 น.
Counter : 303 Pageviews.  


newsmum
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณแม่ลูกสอง


Friends' blogs
[Add newsmum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.