Rafael Nadal Fan Page
Group Blog
 
All Blogs
 

บทสัมภาษณ์นาดาล : 2008 Ahoy Rotterdam


Pre-Tournament Interview
โดย Jan Roelfs
17 กุมภาพันธุ์ 2551
ขอบคุณ moondancer จาก vamosbrigade.com



อ่านข่าวล่าสุดของราฟา ... คลิ๊กที่นี่


Q: Now that Tsonga and Djokovic are not here, are you going to win?
Rafa: No, that’s not certain. There are a lot of very good players competing. This is a difficult tournament because we’re playing indoors and the court is very fast so we will see. I'll do my best to have a good result but I’m aware that it’s going to be a difficult task. I was here already in Rotterdam in 2006. I was injured then so I couldn’t play but I did come after all. I’ve been told that this (event) is a real crowd puller. I’ve seen the court and it looks very nice.

Q. It’s a very fast court, isn’t it?
Rafa: yes, that’s true, but we’re used to that sort of court. Everything is well organised. It’s a big organisation (laughs) so everything is going smoothly.

Q: Have you ever played before in The Netherlands?
Rafa: Yes, in Amsterdam.

Q: Did you like it?
Rafa: Yes, Amsterdam is a beautiful city. I was twelve back then. (raises his eyebrow and thinks for a second) No, I was eleven so that’s ten years ago (smiles).

Q: What qualities do you have to have to be the world number one? Is that your goal or are you looking to win as many grand slam titles as possible?
Rafa: My goal is to be on top of the ranking, trying to be among the best and to play in such a way that I stay among the best.

Q: You used to only have Federer as a rival. Now, you also have Djokovic and Tsonga. Is that good for tennis?
Rafa: Sure, that’s good for the sport. There’s not only Djokovic and Tsonga. There’s Gasquet, Murray, Berdych, lots of very good players. In the previous years, the media was always talking about my rivalry with Federer. All matches are tough and I give it my all on the court regardless of who is standing on the other side of the net. They are all rivals.

Q: Federer is now the number one. Do you also talk off court with him? Are you friends?
Rafa: All my friends are back home in Mallorca. Those are friends for life. The others are colleagues. I have a good relationship with Federer. We’re good colleagues and we do talk normally with each other off court. Federer is the uncontested number one for five years now. After eleven consecutive grand slam finals, he has lost a semi-final. (shrugs his shoulders). He’s only lost once but still he’s the very best. In tennis, he is still the man to beat.

Q: You are a very physical player. What does your daily training routine look like when you’re not playing in a tournament.
Rafa: From half past eight to half past nine, I do power training.

Q: In a gym?
Rafa: No. I don’t often go there.

Q: Do you train on the beach in Palma?
Rafa: (laughs) No, I don’t. Normally, I train on grass. At home, I have a little sports room with a running machine, a home trainer and a rowing machine. I train there between 8:30 and 9:30. From ten to a bit after one, I play tennis and between 4 and 5:30 in the afternoon, I do power training again.

Q: Do you know our famous players from before, Krajicek and Schalken?
Rafa: I do

Q: They used to talk about injuries and pain all the time. How is that with you?
Rafa: All top sports are very demanding on the body. Top sport is very strenuous for your body.

Q: That’s not so good, isn't it?
Rafa: No, that’s not good for your body and bad for your health. We submit our body to heavy exertions, more than we should and one day, you’re going to have to pay for it.

Q: What do you think of the current Real with all those Dutch stars like van Nistelrooy, Sneijder en Robben? Are you happy about it?
Rafa: Sure, they’re doing very well, too bad that Sneijder is injured because he’s very important.

Q: Is he important?
Rafa (pulls a Duh! face): Yes, he is. We need him for the deciding matches in the Champions League so it’s bad that he’s injured but luckily van Nistelrooy and Robben are playing again.

Q: Do you often talk about football with Ferrer and other tennis players?
Rafa: Yes, I’m crazy about football. I think that it’s a beautiful sport. I talk about it all the time. We’re always talking about it because football is important in Spain. The competition, the Champions League, it’s a real passion in our lives.

Q: A question about your foundation. All the famous players, like Federer and even Krajicek, have a foundation. Are you also busy with your own foundation?
Rafa: Yes, I presented it last Wednesday. I liked doing that. I feel that we have to think about others. We’re lucky that everything is going so well for us. We have to do something back for society. We’re lucky that we have a good life and that we can do something that we like doing. Everything went our way so we have to help people who are less fortunate.

Q: Are you going to participate in the Olympics?
Rafa: yes

Q: Are you sure?
Rafa: (laughs) Unless I get injured. The Olympics are special. Every athlete dreams of it and I’m not an exception. I will do my best to start there in top shape. It would be nice if I could be one of the best and get a medal.

*** they then go past the pictures of previous winners and they end with an empty space where the picture of this year’s winner is going to come and Jan Roels points to the empty spot.... ***

Rafa: We’re going to see who will be there in a week’s time.
Q: Nadal, right?
Rafa: Hopefully.

Q: Good luck and thanks.
Rafa: thanks.

อ่านข่าวล่าสุดของราฟา ... คลิ๊กที่นี่




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2551 4:26:47 น.
Counter : 154 Pageviews.  

2007 Masters Cup


บทสัมภาษณ์ราฟา I : I'm a better player, but I can't run
โดยคุณ optical lens



หลังจากจบการแข่งขันรอบ Semifinal TMC กับเฟเดอเรอร์ ตลอดระยะทาง 10 เมตรจากสนาม Qi Zhong ไปยังล็อคเกอร์รูม นาดาลได้เดินเดาะลูกเทินนิสไปตลอดทาง จนเมื่อเข้าไปถึงล็อคเกอร์รูมก็ได้พูดเล่นกับเฟด ยังกะว่าเฟดไม่ได้เพิ่งจะเอาชนะมา 6-4, 6-1 ยังงั้น แล้วนาดาลที่เคยให้สัมภาษณ์ไปว่าปีนี้เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิตของเค้าก็เดาะลูกเทนนิสต่อ ส่วนเฟดก็พูดแซวๆ ขึ้นมาว่า “นายเดาะลูกได้ดีกว่ามาราโดน่าอีกนะเนี่ย” ... หลังจากนั้น นาดาลก็ออกไปพบกับนักข่าว

ตลอดปีที่ผ่านมา ดูคุณเล่นแบบร่างกายไม่พร้อมนัก
ผมไม่เคยพูดแบบนั้นนะครับ เพราะมันเหมือนกับว่าผมกำลังแก้ตัวน่ะ ผมไม่ชอบให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการบาดเจ็บ เพราะผมเตรียมร่างกายผมทุกวัน เพียงแต่ผมวิ่งไม่ค่อยได้ ตอนนี้เป็นนอกฤดูการแข่งขันแล้ว ผมจะพยายามเตรียมร่างกายผมอีก นับตั้งแต่ผมมีปัญหาที่เท้าในปี 2005 ผมตระหนักเสมอและหลีกเลี่ยงที่จะวิ่ง นั่นคือสิ่งที่พวกคุณคงสังเกตได้ ผมมักจะต้องเตรียมร่างกายด้วยการลงแข่งขัน และมันเป็นสิ่งที่ยากเพราะผมไม่เคยได้หยุดระหว่งแข่ง ผมไม่เคยได้หยุดจนถึงจุดที่เป็นจุดปกติของความพร้อมของร่างกายผมน่ะครับ

เมื่อคุณเตรียมการด้วยการวิ่งไม่ได้ คุณมีวิธีอื่นมั๊ย
ผมว่ายน้ำครับ ผมใช้วิธีการวิ่งในสระว่ายน้ำแทน นอกจากนี้ผมยังพายเรือ ปั่นจักรยาน เล่น elliptic machine (ไม่รู้ภาษาไทยเรียกอะไร) ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่เหมือนกับการวิ่ง มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจได้เหมือนกับการวิ่ง มันยากเหมือนกันครับ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณไม่วิ่งสู้ในสนามเหมือนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่มันเป็นจุดเด่นของคุณเลยนะ
มันเป็นความรู้สึกกลัวเวลาที่ต้องลงน้ำหนักไปที่เท้าน่ะครับ ผมจึงมักจะโต้กลับด้วยลูกสูง หรือไม่ก็ยิงยาวไปเลย นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมทำได้ เกมการเล่นของผมมันก็ถูกปรับไปโดยไม่รู้ตัวเลยนะครับ ตอนนี้ ผมไม่ได้เล่นแบบดุดันเหมือนเดิมครับ ผมพยายามวิ่งจังหวะสั้นๆ ไม่ก้าวท้าวยาวๆ เหมือนเดิม คือพยายามไม่ลงน้ำหนักเยอะน่ะครับ ทีนี้ ในแง่ของจิตใจเวลาที่คุณรู้สึกแย่เนี่ย คุณก็มักจะบอกตัวเองว่า “มันเป็น..(ทั้งสองภาษาไม่สุภาพเอามากๆๆ อิอิ)...อะไรของมันเนี่ย” ถ้าผมสามารถมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบได้เหมือนในปี 2005 ผมต้องเล่นเทนนิสได้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอนครับ

คุณมักจะคิดถึงตำแหน่งมือหนึ่งอยู่เสมอ ตอนนี้มีโนวัค โจโควิช ที่กำลังไล่ล่ามือสองอยู่
ครับ ผมมักจะถูกพูดถึงเกี่ยวกับคนที่มีตำแหน่งไล่หลังผมมากกว่าตำแหน่งที่ดีกว่าผม นั่นก็เพราะว่าเฟดเดอร์เรอร์เค้าอยู่ไกลออกไปเยอะน่ะครับ ... ยังไงก็ตาม ในช่วงระหว่างฤดูกาลก็เริ่มมีข่าวออกมาว่าผมจะสามารถขึ้นไปครองมือหนึ่งของโลกได้ในสิ้นปี นั่นก็เพราะว่าผมมีคะแนนนำเค้าอยู่นั่นเองครับในตอนนั้นน่ะ และเฟดเดอร์เรอร์เองก็มีแต้มต้องป้องกันเยอะด้วยครับ และจุดที่ผู้คนพูดถึงกันก็คือตอนนัดชิงชนะเลิศ Wimbledon น่ะครับ

แล้วหลังจากแข่งขันที่ Wimbledon เสร็จ มีอะไรเกิดขึ้นในล็อคเกอร์รูม มีกระแสซุบซิบเกี่ยวกับประเด็นนี้
ในระหว่างพิธีฉลองในสนามผมทำตัวได้ดีครับ ไม่ทำตัวให้ดูแย่ แต่พอตอนที่ผมไปถึงห้องล็อคเกอร์ ผมก็นั่งลงและมันก็เป็นสิ่งที่เกิดปกติน่ะครับหลังจากที่คุณแพ้ในนัดที่คุณฝันว่าจะชนะหมายเลขหนึ่งของโลก และผมก็มีโอกาสหลายครั้งมาก จากนั้นผมก็เริ่มร้องให้ด้วยความโกรธ เสียใจ เพราะมันเป็นแมชต์ที่สูสีมาก มันเป็นการร้องให้เพียงครั้งเดียวในรอบปีและไม่กี่ครั้งในการเล่นเทนนิสอาชีพของผมครับ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นราวๆ 20-25 นาทีได้ จากนั้นเริ่มมีคนอื่นเดินเข้ามาครับ ผมนั่งอยู่ในสุด พวกเค้าให้กำลังใจผมแหละครับ ผมก็ขอบคุณพวกเค้าและขออยู่คนเดียว ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นตอนผมร้องให้น่ะครับ

คุณลุงโทนี่ โค้ชของคุณเคยถามด้วยว่าเค้าควรจะหยุดเป็นโค้ชคุณมั๊ย
ตอนต้นปีที่อะไรๆ มันก็เริ่มได้ไม่ดีนัก คุณลุงผมพูดอย่างนั้นจริงๆ ครับ แต่ผมตอบว่าไม่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณลุงของผมครับ ผมมีความกล้าหาญมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โดยไม่จำเป็นต้องมีโค้ชใหม่ คุณลุงโทนี่จึงจะเป็นและยังเป็นโค้ชของผมต่อไปครับ

คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ผมต้องอดทนให้มากขึ้นครับ ผมมีประสบการณ์มากขึ้น มันสำคัญนะครับเวลาที่อะไรๆ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิดน่ะ เมื่อมีอะไรผิดพลาด ผมเริ่มกระวนกระวาย แต่ผมรู้ว่าสุดท้ายแล้วผมต้องกลับมาเล่นให้ดีเหมือนเดิม ถ้าสิ่งนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นพรุ่งนี้ ก็จะต้องเป็นในสองสัปดาห์ ในเดือน หรือสี่ห้าเดือนก็ว่าไป เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอยู่ในตำแหน่งที่สูงแล้วละก็ คุณต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าคุณจะสามารถอยู่ในจุดนั้นได้ ผมมีช่วงที่ไม่ได้ถ้วยรางวัลอะไรเลยอยู่นานถึง 8 เดือน และแน่นอนผมเครียดสิครับ ตอนที่ผมชนะที่ Indian Wells น่ะ ผมเริ่มเล่นในระดับที่สูงเลยแหละ มันมีหลายครั้งเหมือนกันนะครับในตอนแข่งน่ะ ที่คุณต้องการจังหวะในการกลับมาในเกมให้ได้ (click)

คุณได้ปรับเกมของคุณมั๊ย คุณถึงกลับมาได้อีกครั้ง
ในผิว clay ผมเล่นหน้าเนตมากขึ้นครับ ผมเปลี่ยนสไตล์การเล่นนิดหน่อย แต่ยังไงก็ตามผมก็ยังเน้นการโต้ตอบแบบหนักๆ ครับ เดี๋ยวนี้ผมขึ้นหน้าเนตแล้ววอลเล่ย์ลูกด้วยความมั่นใจ (ว่าจะได้แต้ม) มากขึ้นครับ นอกจากนี้ ผมยังพัฒนาการเสิร์ฟด้วยนะครับ แต่ผมยังต้องการให้มันเร็วขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อีกซัก 10-12 กม./ชม. ผมจะได้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นน่ะครับ

คุณยังต้องการการเล่นให้ดุดันมากขึ้น
ผมลืมมันไปตั้งหลายครั้งแน่ะครับ มันเป็นสิ่งที่ต้องฝึกนะครับเพราะสำหรับผมมันไม่ง่ายเลยถ้าตอนที่อยู่ในแมชต์ ก็จนกระทั่งผมเห็นแหละครับว่าตัวเองเล่นแย่เหลือเกิน เอาแต่ตั้งรับอย่างเดียว ซึ่งในตอนนั้นผมไม่ได้คิดเลยนะว่าจะต้องเล่นแบบดุดันน่ะ

มีใครสงสัยคุณมากกว่าผู้เล่นอื่นมั๊ย กรณีโด๊ปยา
ผมไม่รู้สึกอย่างนั้นนะครับ แต่ผมรู้สึกแย่น่ะ ผมเห็นว่าหลายๆ อย่างมันดูน่าขำ หลังจากที่ผมแข่งกับ Ferrer เสร็จ ผมต้องรอจนเที่ยงคืนแน่ะ เพราะผมไม่สามารถปัสสาวะได้น่ะครับ (I ate in the ground อันนี้ไม่รู้จะแปลยังไงดี)

และถ้าผลการตรวจเป็นบวก ก็จะถูกห้ามแข่งถึงสี่ปี
จะว่าไปยาอย่าง Fenadol (คิดว่าเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ) หรือแม้แต่วิควาโปรับก็ต้องเป็นการโด๊ปด้วยสิครับผมคิดว่าเราคงต้องมาดูประเด็นนี้กันใหม่น่ะครับ คุณคิดว่ามาติน่า ฮิงกิสเธอใช้โคเคนเหรอครับ แล้วคุณคิดว่ามันจะช่วยเธอเหรอ แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้นแน่นอน แต่ยังไงก็ตาม ภาพพจน์ต่อสารณชนเธอก็เสียไปแล้ว ผมรังเกียจการใช้ยานะครับ แต่เราก็ควบคุมสิ่งต่างๆ ไม่ได้ทั้งหมด ผมคิดว่าผู้เล่นควรจะรวมตัวและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นั่นแหละตอนนั้นเราถึงจะมีอำนาจและต่อต้านอะไรได้บ้าง พวกเราต้องการความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันครับ ผมไม่มีแข่งตลอดเดือนธันวาคมแต่ผมก็ยังต้องรายงานพวกเขา (พวกเจ้าหน้าที่ที่ต้องตรวจโด๊ปนักกีฬา) ตลอดว่าผมไปไหนมาไหนบ้าง ผมว่ามันตลกน่ะครับ ที่ที่คุณต้องบอกกับตัวเองว่า “นี่ผมถูกปฏิบัติยังกับว่าผมเป็นคนทำผิดแน่ะ”

ทำไมเฟอเดอร์เรอร์ถึงไม่มีอาการบาดเจ็บเลยล่ะ
มันเป็นผลมาจากการจัดตารางที่ดีและวิธีที่เค้าเล่นครับ เฟดเดอร์เรอร์มีสัญชาติญาณในการเล่นที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและผมก็แน่ใจว่าผมมีเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยที่ผมต้องเล่นหนักมากกว่า แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมบาดเจ็บมากไปกว่าผู้เล่นคนอื่นที่เล่นหนักเช่นกันนะครับ ผมรู้สึกว่าปัญหาแค่เพียงเล็กน้อยถูกเอาไปสื่อสารให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ... ปีนี้ ผมแค่พลาดการเล่นที่ Marseiller ที่เดียวนะครับ

ตอนแข่งนัดชิงชนะเลิศที่ Roland Garros คุณบาดเจ็บหรือเปล่า
ผมรู้สึกชาและก็ไม่รู้สึกอะไรที่เท้าตลอดการแข่งขันที่ Roland Garros ครับ ผมไม่อยากไปโรงพยาบาลเพียงเพื่อให้หายสงสัยหรอกครับ เพราะผมรู้ว่ามันไม่มีอะไรสำคัญ หลังจากแข่งเสร็จ ผมถึงได้ไปโรงพยาบาลและพบว่าผมแค่มีรอยฟกช้ำนิดเดียวครับ

ในปี 2005 คุณมีปัญหาที่เท้า ในปีนี้คุณหยุดแข่งไปนานถึงเดือนครึ่งเพราะปัญหาที่หัวเข่า ปัญหาที่หัวเข่ามีผลกระทบกับคุณเหมือนตอน Roland Garros มั๊ย
มันต่างกันครับ ปัญหาที่หัวเข่าผมเห็นทางออกน่ะ เพียงแต่ผมต้องเล่นเพราะมันเป็น US OPEN แต่ยังไงก็ตาม ในจิตใจผมไม่รู้สึกดีเท่าไหร่หรอกครับ หมอที่ Mallorca ดูอาการให้แล้วก็บอกว่ามันแย่น่ะ หมอให้ผมพักอาทิตย์นึงครับ แล้วผมก็ไปที่เกาะ Ibiza ครับ (เกาะนึงในสเปน) มันเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยแหละ

คุณคิดยังไงที่เฟดเดอร์เรอร์แพ้กอนซาเลซ
มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ครับ (ไม่รู้ว่าสำหรับเฟดหรือกอนโซ่)

มันเป็นปัญหามั๊ย ที่ตารางการแข่งขันในฤดูกาลของ clay มันอัดแน่นเต็มไปหมด
มันเป็นจุดด้อยที่สำคัญเลยครับ ผมใช้เวลาสองเดือนเพื่อแข่งเป็นพันๆ ครั้ง (แปลเว่อร์ตามสำนวนอังกฤษ) ด้วยความกดดันที่ต้องชนะ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นสำหรับเฟดเดอร์เรอร์ ช่วงนั้นเค้าไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ถ้าผมไม่มีแต้มที่ clay แน่นอนว่าผมคงไม่ได้ไปเล่นที่ Shanghai ยังไงก็ตามผมก็ทำได้ดีในสนามประเภทอื่นนะครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าผมทำผลงานได้แย่ใน clay ปีนั้นก็คงจะกลายเป็นปีที่แย่สำหรับผมเลยแหละ

คุณรู้สึกอิ่มตัวมั๊ย (เหนื่อยสุดๆ)
ผมมาแข่งที่ Hamburg ในสภาพที่เหนื่อยล้ามาก มีช่วงที่ผมรู้สึกสมองตื้อๆ น่ะ แม้ในระหว่างการเล่นกับเฟดเดอร์เรอร์ ผมเล่นนัดชิงชนะเลิศที่ยากและกดดันมาตลอด 4-5 สัปดาห์ ตลอดทั้งวันผมคิดแต่เรื่องเดิมๆ มันเป็นบางช่วงที่คุณรู้สึกเหนื่อยน่ะครับ

ผู้ชมคนจีนต่างรู้สึกแปลกใจที่คุณมีบุคลิกเงียบๆ ผิดกับเกมการเล่นของคุณที่ดุดัน
ผมไม่ได้ทำอะไรที่จะทำตัวให้แตกต่างไปจากคนอื่นในวัยยี่สิบปีนะครับ ผมยังเป็นเด็ก ก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนนึงน่ะครับ

ขอบขอบคุณ คุณ optical lens สมาชิกพันทิป สำหรับคำแปลเป็นภาษาไทย
อ่านต้นฉบับ คลิ๊กที่นี่


------------------------------


บทสัมภาษณ์ราฟา II : โดย Anupama Bagri จาก indiatimes.com



คุณขึ้นมาเป็นอันดับสองของโลกนานถึงสามปีแล้ว พอมองย้อนกลับไปคุณคิดว่าไง
ผมพอใจมากครับ ผมเล่นเทนนิสได้ดีและผมก็รู้สึกดีกับมัน ก็เหมือนกับที่เคยพูดไว้ละครับ ... ด้วยแต้มของผมตอนนี้ถ้าเป็นหลายปีก่อนผมคงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งไปแล้ว แต่เป็นเพราะผมมีคู่แข่งคือ โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ ซึ่งพัฒนาการเล่นดีวันดีคืน ... ผมพอใจที่ว่าผมยังคงมีผลงานที่ดีและยังคงรักษาอันดับสองของโลกไว้ได้ ... คติประจำตัวที่ผมรักษาไว้เสมอมาก็คือ ตั้งใจที่จะพัฒนาการเล่นให้ดีขึ้นและพยายามทำแต้มให้มากขึ้น และผมก็มีความสุขมากที่มันเป็นไปตามแผน

คุณเป็นหนึ่งในนักเทนนิสไม่กี่คนที่มีผลงาน head to head ดีกว่าเฟดเดอเรอร์ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร
เค้าเป็นนักเทนนิสที่เยี่ยมยอดทั้งในและนอกคอร์ท เค้าเป็นนักเทนนิสที่สมบูรณ์แบบและเล่นได้ดีทุกชอท สำหรับผมเฟดเดอเรอร์คือผู้เล่นที่เก่งที่สุด ผมมีมิตรภาพที่ดีกับเค้า เวลาเล่นกับเค้าผมต้องเล่นให้ได้ดีที่สุด บางทีต้องดีถึง 120% และก็พยายามรักษาระดับการเล่นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จริงครับที่ว่าผมเจอกับเค้าบนคอร์ทดินมกกว่าคอร์ทชนิดอื่น นับเป็นข้อได้เปรียบของผม แต่ผลที่ออกมาก็สูสีเสมอ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าสูตรสำเร็จมันคืออะไร ผมแค่พยายามเล่นให้ดีที่สุดตลอดเวลาซึ่งตรงนี้อาจมีส่วนช่วยได้เยอะ

คุณว่าคุณจะชิงตำแหน่งมือหนึ่งของโลกมาจากเฟดเดอเรอร์ได้เมื่อไหร่
ผมไม่สามารถบอกได้ละครับ เฟดเดอเรอร์เก่งที่สุดแล้ว เป็นผู้เล่นที่เยี่ยมยอดในประวัติศาสต์เทนนิส และผมก็ยังเด็กอยู่

คุณว่าคุณจะได้แช้มป์วิมเบิลดันก่อน หรือว่าเฟดเดอเรอร์จะได้แช้มป์เฟร้นช์โอเพ่นก่อน
เหว๋ลล ผมก็ไม่สามารถบอกได้อีกนั่นแหละ วิมเบิลดันเนี่ยมันเป็นอะไรที่ยากมากๆ คุณกำลังพูดถึงผิวคอร์ทที่ยากที่สุดสำหรับการเล่นสไตล์ผม แต่ผมก็อยากจะเล่นให้ได้ดีนะครับ ผมพยายามที่จะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งแม้ว่าผมจะแพ้ผมก็กลับบ้านอย่างแฮปปี้เพราะผมได้พยายามอย่างที่สุดแล้ว ผมพอใจกับผลงานที่นี่ในช่วงสองปีที่ผ่านมามากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งผมคิดว่าผมได้ draw ค่อนข้างยาก

คุณจะไปร่วมแข่งขันที่ Chennai เป็นครั้งที่สาม คุณว่าโอกาสของคุณในรายการนี้เป็นไงมั่ง
Chennai เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะลงแข่งในช่วงเวลานั้น (31 ธันวา - 6 มกรา) ผมชอบผิวคอร์ทที่นั่นครับ (ฮาร์ทคอร์ท) ผมได้แช้มป์แรกจากที่นั้นนะ แม้ว่ามันจะเป็นประเภทคู่ (ปี 2004) รายการนี้เป็นรายการที่ดีมากและก็น่าตื่นเต้น ผมชอบประเทศอินเดียและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้กลับมาอีก ผมอยากจะเริ่มและได้แช้มป์รายการแรกของปีที่นี่ครับ

คุณจะลงเล่นประเภทคู่ที่ Chennai ด้วยมั๊ย ถ้าใช่ เล่นกับใคร
เล่นครับ ผมคิดว่าผมควรจะตั้งใจเล่นประเภทคู่ด้วย ผมอยากจะลงแข่งประเภทคู่ที่นี่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงแข่งคู่กับใครเลยครับ คงได้ทราบกันตอนไปถึงที่นั่น

คุณได้แช้มป์เฟร้นช์โอเพ่นติดต่อกันสามปีซ้อน ปีใหนที่คุณพอใจมากที่สุด และทำไม
ผมว่าทั้งสามปีก็สำคัญทั้งนั้นเพราะมันต่างวาระต่างเวลากัน การได้แช้มป์ในปีแรกนี่ต้องพิเศษอยู่แล้ว แถมการป้องกันแช้มป์ในสองปีต่อมาผมต้องมาเจอผู้เล่นอย่างเฟดเดอเรอร์ ผมพอใจว่าผมสามารถชนะเค้ามาได้ในรอบชิงทั้งสองปี ... ปีนี้เราทั้งสองต่างก็หวังจะคว้าแช้มป์ให้ได้ มันน่าตื่นเต้นนะครับ

คุณเป็นชาวสเปนคนแรกที่เข้ามาถึงรอบชิงในวิมเบิลดันสองปีติดต่อกัน แถมปีล่าสุดคุณก็เล่นได้สูสีกับเฟดเดอเรอร์ เฟดเดอเรอร์ยอมรับว่าเค้าโชคดีที่ชนะมาได้ คุณมีแผนอะไรเป็นพิเศษในการเล่นครั้งที่แล้ว
การเข้ามาถึงรอบชิงในวิมเบิลดันเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมาก ยิ่งเมื่อมาคิดถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผมประสบความสำเร็จบนเคลย์คอร์ทและทุกคนเชื่อว่าเกมของผมไม่เหมาะกับคอร์ทหญ้า ผมพอใจที่ว่าผมคุ้นเคยกับการเล่นบนคอร์ทหญ้าขึ้นเรื่อยๆ ผมว่าผมจะให้เวลาตัวเองในการพัฒนาบนคอร์ทนี้ ใช่ครับ ผมทราบว่าปีนี้ผมมีโอกาสชนะแต่เฟดเดอเร่อร์เล่นได้ดีกว่าผมในช่วงแต้มสำคัญอีกทั้งโชคไม่ช่วยผมด้วย ผมควรจะเล่นดุดันกว่านี้ ... ในการที่จะเล่นบนคอร์ทนี้ให้ได้ดี ผมจะต้องรู้สึกมั่นใจก่อน ผมยังอายุน้อย มีอะไรอีกมากที่ผมจะต้องพัฒนา และผมก็พยายามอยู่ทุกวัน ผมพยามเรียนรู้อยู่ครับ และเชื่อว่ามันจะให้ผลเร็วๆนี้

คุณคิดว่าฟอร์มการเล่นของ โนวัค โจโควิช เป็นไงมั่ง และคุณคิดยังไงกับที่เค้าแสดงท่าทางล้อเลียนคุณ
เค้าเป็นนักเทนนิสที่จู่โจมและมีเซ๊นท์บนคอร์ทที่ดี เค้ากำลังไปได้ดีและปีนี้ก็มีผลงานที่ทำให้ทุกคนทึ่ง น่าประทับใจทีเดียวครับ ปีหน้าจะเป็นปีที่สำคัญสำหรับเค้าเพราะเค้าจะมีแต้มที่ต้องป้องกันหลายอยู่ ... เกี่ยวกับเรื่องล้อเลียน ผมไม่ได้สนใจอะไรมากมาย ผมทราบว่า(การล้อเลียนผม)มันทำให้เค้าได้รับความสนใจมากขึ้น ผมคงไม่ทำอย่างเค้าแต่ผมเข้าใจว่าคนเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกันครับ

คุณแพ้ 0:6 ให้กับนัลบานเดี้ยนในรอบชิงที่ปารีสปีนี้ คุณช๊อคกับผลการแข่งขันในแมทช์นั้นมั๊ย
แมทช์นั้นเดวิดเล่นได้ดีมากครับ ตีมาแต่ละชอทก็ลงทุกลูก ผมรู้สึกไม่ค่อยดีในแมทช์นั้นและเหมือนผมจับจังหวะไม่ได้ เค้าเคยชนะผมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่แมดดริด ผมว่าตอนช่วง 2-3 สัปดาห์นั้นเค้าเล่นได้ดีมาก น่าประทับใจมากครับ

คุณมีปัญหากับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่ามาตั้งกะ US Open ตอนนี้เป็นไงมั่ง
ตอนนี้ผมรู้สึกสบายดีครับ มันไม่ได้เป็นการบาดเจ็บใหญ่โตอะไร ผมมาถึงเซี่ยงไฮ๊โดยใช้เวลาเดินทาง 21 ชั่วโมง แล้วผมก็เดินตรงไปฝึกซ้อมเลย ฝึกหนักด้วย ผมเลยรู้สึกเจ็บที่กล้ามเนื้อแล้วก็ให้หมอตรวจอาการ ผมได้เปลี่ยนบางอย่างในเรื่องการเสริฟ แต่อย่างอื่นคงไว้เหมือนเดิมเพราะมันดีอยู่แล้ว ผมแค่พยายามปรับพัฒนาฟอร์แฮนด์วินเนอร์ วอลเล่ย์ สไลด์ อย่างละนิดละหน่อย และก็พยายามรีเทอร์นให้ดุดันขึ้น .... ไม่ได้ทำเพื่อถนอมร่างกาย โน๊ เพราะผมเพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดเอง ผมจะต้องพัฒนาเพื่อที่จะได้เป็นนักเทนนิสระดับแนวหน้า

เป้าหมายในปีหน้า ?
มองไปข้างหน้า ผมจะเป็นนักเทนนิสที่เก่งกว่าเดิมและก็มีความสุข ... ผมเชื่อว่าถ้าผมทำได้ มันก็จะให้ผลออกมาอย่างที่มันควรจะเป็น

มองไปที่ตัวตนของคุณ ราฟาเอล นาดาล ตัวจริงเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าความดุดันเป็นส่วนสำคัญของเกม ผมจะทุ่มให้มัน 100% เสมอ ก็แค่พยายามที่จะเล่นอย่างกระตือรือล้นและก็มีสมาธิแน่วแน่ตลอดเกม ความตั้งใจเป็นส่วนที่สำคัญมากและผมคิดว่าผมเป็นคนที่มีความตั้งใจนะ ... ส่วนเวลาอยู่นอกคอร์ทผมก็คนธรรมดานี่ละครับ ทำอะไรเหมือนที่คนอื่นเค้าทำกัน เช่น ไปนู่นมานี่กับเพื่อนๆ เล่นกอล์ฟ ออกไปตกปลา และก็ใช้เวลากับครอบครัว ... นี่ละครับตัวตนของผม

ช่วงหมดฤดูแข่งขัน คุณทำอะไรมั่ง
ผมเป็นคนชอบกีฬา ... ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ ... ผมรู้สึกดีเวลาได้ทำในสิ่งที่ผมชอบ ช่วงหมดฤดูผมมักจะออกไปตกปลา ผมมีเรือลำเล็กๆ แค่นั้นก็พอแล้วครับ ... ผมไม่ได้สะสมรถหรูๆ หรือคอมพิวเตอร์แรงๆ ไม่ใช่ประเภทนั้น ผมไม่ได้ต้องการของพวกนั้น ผมพอใจกับวิถีของผม (... งั๊นเราก็อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ไม่ชอบคอมพิวเตอร์นี่ จบกันเลยนะ)

เฟดเดอเรอร์ชวนคุณนั่งเครื่องบินเจ๊ทส่วนตัวมาด้วยกัน คุณทั้งคู่ต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างมากมาย มันหาได้ยากนะในโลกกีฬาที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแบบทุกวันนี้ คุณคิดว่าไง
ใช่ครับเค้าให้ผมนั่งมากะเค้า ตอนนั้นผมจะต้องบินไปที่ซินซิเนติแต่ผมหาตั๋วไม่ได้ ผมขอเค้า ขอผมบินไปด้วยคนได้มั๊ย ... ผมไม่กล้าพูดว่าเราเป็นเพื่อนกัน เพราะภาษาอังกฤษของผมไม่ดีพอที่จะสื่อสารออกมาได้ตามที่ผมคิดทุกอย่าง แต่เราก็เข้ากันได้ดีมาก เค้าเป็นคนที่ nice ครับ

อ่านต้นฉบับ คลิ๊กที่นี่


------------------------------


บทสัมภาษณ์ราฟา III : จาก press conference หลังแมทช์รอบเซมิไฟนัล



ให้เลือกระหว่าง เหรียญทองโอลิมปิก แช้มป์แกรนสแลม คุณเลือกอะไร
นับเป็นคำถามเริ่มต้นที่ดีครับ ผมเลือกแกรนสแลม รองจากนั้น ระหว่างเดวิสคัพกับเหรียญทองโอลิมปิก ผมเลือกโอลิมปิก เพราะผมชนะเดวิสคัพมาแล้ว โหน๋ ...

ช่วงต้นของเซตแรก การแข่งขันดูสูสี (tight)
เหนื่อยมากเรอะครับ (very tired? ... ราฟาเอาอีกแล้วนะลูกแม่)

สูสีครับ สูสี ... มีคนแย้งว่าคุณเล่นได้เหนือกว่าโรเจอร์ในช่วงต้นของเซตแรก แต่พอเค้าเบรกคุณได้ คุณก็หายไปซะเฉยเลย
ผมเล่นได้ดีมากในช่วงต้น ผมมีโอกาสมากมาย แต่หลังจากนั้นเค้าก็เบรกผมได้ จากนั้นพอเริ่มเซตสองผมเกือบตาย โหน๋ ... ผมพยายามแล้ว ผมตั้งใจสุดๆ แต่เค้าเล่นได้เยี่ยมยอดอย่างไม่น่าเชื่อตั้งกะตอนต้นเซต โหน๋ ... เค้าเล่นได้ดีเป็นบ้า (playng very crazy) และเล่นไม่มีพลาดเลย ... ช่วงต้นเซตสองนี่นับเป็นอะไรที่โหดร้ายมากสำหรับผม แล้วท้ายสุดเค้าก็เบรกผมได้อีก จากนั้นแมทช์ก็จบลง ผมน่ะสู้ สู้ สู้ ผมพยายามจะเอาตัวให้รอด แต่วันนี้เค้าเล่นได้ดีมากๆเลยครับ ... ไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก นอกจากแสดงความยินดีกับโรเจอร์ครับ

ตอนช่วงต้นเซตแรกคุณก็รักษาเกิมเสริฟไว้ได้ดี พอโดนเบรกไปทีเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ตรงนี้มันสำคัญมากมั๊ย จุดนี้มันเป็นจุดสำคัญที่ทำให้แพ้โรเจอร์รึเปล่า
โน โน๊ โน ผมเคยชนะเค้าหลายหนทั้งๆที่เสริฟได้ไม่ดีนะครับ จุดสำคัญของแมทช์ไม่ได้อยู่ตรงลูกเสริฟ ปล่าวเลยนะ ... จุดสำคัญคือ วันนี้เค้าเล่นได้ดีมากๆ ถ้าเค้าเล่นไม่ได้ดีอย่างงี้มันก็คงง่ายขึ้นสำหรับผม แมทช์นี้ผมต้องตั้งใจเล่นอย่างแรงตลอดเวลา ... วันนี้เหมือนผมจับจังหวะไม่ได้ เพราะเค้าเล่นได้ดุดันมากๆ มันยากที่จะรักษาตัวให้อยู่ในเกม และเวลาที่ผมต้องการจังหวะ มันก็ดันไม่มาซะอีก จะเห็นว่าเค้าทำ ace กระจายเลย และเค้าก็รีเทอร์นลูกเสริฟผมอย่างดุดันตลอดเวลา ... ดังนั้น มันเป็นเรื่องยากที่จะคุมจังหวะเกม โหน๋ ... และในการที่จะเอาชนะเค้า ผมจำเป็นจะต้องคุมจังหวะเกมให้ได้ดี จริงๆแล้วไม่ใช่กับโรเจอร์คนเดียวหรอก กับทุกคนน่ะครับ รวมทั้งโรเจอร์ด้วย ... เรื่องลูกเสริฟนี่ก็สำคัญเหมือนกัน สำคัญกับทุกคนแหละ ผมว่าผมพัฒนามากขึ้นกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนนะ ผมเสริฟได้ดีขึ้นนิดหน่อย ผมก็พยายามพัฒนาอยู่ตลอดละครับเพื่อปีหน้าจะได้มีผลงานที่ดี ตอนนี้ผมมีเวลาหนึ่งเดือนเต็มในการฝึกฝน ผมก็จะฝึกมันทุกวัน ผมยังอายุน้อยและผมก็จะพยายามต่อไป ผมไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จรึเปล่า แต่ผมก็จะลองพยายามดู

โรเจอร์และเดวิดจะไปเจอกันในรอบชิง ในรายการนี้เดวิดมีผลงานดีกว่าใครเพื่อน ส่วนโรเจอร์ก็เอาชนะคุณมาได้ภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว คุณว่ารอบชิงปีนี้จะเป็นอย่างไร
อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ โหน๋ ... โรเจอร์น่ะเป็นตัวเต็ง และสไตล์ของโรเจอร์ไม่ใช่เป็นอะไรที่ง่านสำหรับเดวิด เอ๊ะ รอบชิงนี่สามหรือห้าเซตนะ

ห้าเซต
ห้าเซต เหว๋ลลล เดวิดมีโอกาสเพราะเค้ามาถึงรอบชิงด้วยฟอร์มสุดยอด ไม่เคยเล่นได้ดีอย่างงี้มาก่อน ตอนนี้เค้ามีความมั่นใจมาก ถ้าโรเจอร์เล่นได้ดีอย่างวันนี้มันก็จะยากมากสำหรับเดวิด ถ้าโรเจอร์เสริฟได้เหมือนวันนี้มันจะยากมาก แต่อย่างไรก็ดี เดวิดเป็นคนที่รีเทอร์นเสริฟได้ดีมาก เราคงได้เห็นกันพรุ่งนี้ว่าจะเป็นอย่างไร นับเป็นแมทช์ที่น่าดูมากครับ ผมขอให้ทั้งสองคนโชคดี โดยเฉพาะเดวิด เค้ามาจากสเปนเหมือนผม ถ้าเดวิดชนะขึ้นมาก็จะเป็นข่าวดีของวงการเทนนิสสเปน

คุณคิดว่าโรเจอร์ชนะวันนี้เพราะเค้าเสริฟได้ดีมาก คุณคิดอยากจะพัฒนาการรีเทอร์นเสริฟมั๊ย
โน๋ เค้าชนะเพราะเค้าเล่นได้ดีมากตะหากครับ บนพื้นคอร์ทแบบนี้ในเวลานี้นะ ผมแน่ใจสุดๆว่าเค้าเก่งกว่าผม และถ้าเค้ากำลังเล่นได้ดี ผมต้องพยายามเล่นให้ดีมากๆๆเพื่อจะชนะเค้า ไม่งั้นก็ไม่มีทางเลย ยิ่งในเวลาที่เค้ามีความมั่นใจ และในวันนี้เค้าเล่นไม่มีพลาดเลย มันยากมากสำหรับผมครับ

ปีหน้า คุณจะปรับแผนมั๊ย เช่น เล่นให้น้อยรายการลง หรือฝึกฝนแบบใหม่ๆ เพื่อรักษาร่างกายไม่ให้เจ็บ
โน่ โน๋ โน ตอนนี้ทุกอย่างก็ดีอยู่แล้ว ได้เป็นเบอร์สองของโลกติดต่อกันสามปี ด้วยแต้ม 5,600 แต้ม ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นนัมเบอร์สองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์รึเปล่า ถ้านับกันตรงแต้มนะ แต่ผมว่าผมเป็นหนึ่งในนั้นแล้วละ ด้วยแต้มสูงขนาดนี้ ถ้าเป็นตอนปกติผมคงได้เป็นอันดับหนึ่งไปแล้ว ... ดังนั้น ผมว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีครับ ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรมากมาย ผมต้องพัฒนาต่อไป พยายามเสริฟให้ดีขึ้น วอลเล่ย์ให้ดีขึ้น สไลด์ด้วย จะพยายามขึ้นหน้าเนตให้บ่อยขึ้น แต่ก็คงไม่เปลี่ยนอะไรมากมาย ... เห็นคุณเกริ่นเรื่องสุขภาพร่างกาย ผมมีปัญหาแค่ตอน US Open ตอนนั้นผมเล่นได้ไม่เต็มร้อยเพราะเกิดอากาเจ็บเข่า แต่ส่วนที่เหลือผมก็เข้ามาได้ในรอบลึกๆเสมอ ... แค่ช่วง US Open เท่านั้นเองนี่ครับ ก็ประมาณ 3 สัปดาห์ จริงๆช่วงนั้นผมจะต้องมาแข่งที่กรุงเทพฯ (แล้วก็เลยมาไม่ได้ ฮือ ฮือ) ... ตอนนั้นนับเป็นโชคไม่ดีของผม เป็นเพราะผมแข่งหลายรายการ ตั้งกะ มอนติคาโล บาเซโลน่า โรม แฮมเบิร์ก ปารีส วิมเบิลดัน และก็เข้ารอบลึกๆได้หมด มันยากนะที่จะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หลังจากแข่งมามากมายหลายรายการอย่างงี้ ... สรุปก็คือ แค่ตรงช่วง US Open เท่านั้น โดยรวมนับว่าเป็นปีที่ดี และก็นับเป็นข่าวดีที่ผมมีร่างกายแข็งแรงมาตลอดทั้งปี แค่มีคนเอาไปพูดกันว่าราฟาเจ็บอีกแล้ว แค่นั้นเองครับ โน๋ ผมปล่าวเจ็บ บางทีก็แค่เกิดอาการเล็กๆน้อยๆ เป็นเรื่องปกติของนักกีฬาน่ะ

ลองนับดูสิ ตั้งกะคะแนนเป็น 4:4 หลังจากนั้น 21 แต้มต่อมา โรเจอร์ชนะไปซะ 20 แต้ม
ชนะรวดเลยเรอะครับ

แม่นแล้ว หลายแต้มรวดเลยละ
ยี่สิบเลยเรอะ

ประมาณนั้นละ
โอ มากมายนะนั่น (หัวเราะ) ไม่จริงมั๊ง โน๊

ตอนนั้นคุณหงุดหงิดมั๊ย เป็นแมทช์ที่โรเจอร์เล่นดีที่สุดเท่าที่คุณเจอมารึเปล่า
โน๊ ... ผมจำได้ว่าเจอเซตสุดๆกับเค้ามา สองเซตครับ … อันแรกนี่เป็นเซตแรกที่วิมเบิลดันปี 2006 … อีกอันเป็นเซตแรกที่ดูไบปี 2006 เช่นกัน อู๊ยยย ไม่น่าเชื่อเลยครับ วันนี้ก็ยากแต่ผมว่าสองอันที่เพิ่งเล่าไปนี่ยากกว่า พูดถึงแมทช์ที่ผ่านมา เซตสองนี่สุดๆ ถ้าโรเจอร์เล่นได้อย่างงี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดเค้า

นับกันเฉพาะปีนี้ จากผลการแข่งขันที่ผ่านมา ตอนนี้โรเจอร์ก็มีสถิติดีกว่าคุณแล้ว คือชนะสามแพ้สอง และบนเคลย์คอร์ทเค้าก็เล่นได้สูสีกับคุณมากขึ้น คุณว่าตอนนี้คุณเสียเปรียบทั้งในด้านจิตใจและเทคนิคมั๊ย
ผมเข้าใจคำถามนะ แต่ไม่เข้าใจช่วงต้นๆ เกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะเหรอครับ ... เหว๋ลล เค้าชนะผมที่แฮมเบิร์ก ชนะผมที่วิมเบิลดันซึ่งเป็นผิวคอร์ทที่เค้าถนัด ในแมทช์นี้ผมเกือบชนะมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่ผมพูดไปหลายหนมากแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับการสู้กันระหว่างผมกับโรเจอร์ เพราะผมต้องแข่งกับนักเทนนิสคนอื่นในรายการด้วย ไม่ใช่แค่กับโรเจอร์คนเดียว ยิ่งถ้าโรเจอร์เล่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ เขาก็ถือเป็นอีกระดับนึงไปเลย คนละ league กันเลยครับ ... และในปีนี้ผมมีโอกาสที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง ใช่ครับ พอมองไปที่วิมเบอร์ดันทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันก็มีทางเป็นไปได้ที่ผมจะเป็นนัมเบอร์วัน คือผมมีโอกาสนะ แต่ผมก็มาแพ้ในที่สุด ... แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้ผมถือว่าผมมีผลงานที่สูสีกับเค้ามากกว่าปีก่อนๆ ถ้าเทียบสถิติแล้ว ในปีก่อน ไม่รู้สิครับ ปีก่อนเราเจอกันบนเคลย์บ่อยด้วยมั๊ง ปีนี้เราเจอกันบนเคลย์คอร์ทสามหน ผมชนะสองหน และบนคอร์ทหญ้าก็สูสีขึ้น แต่พอมาคิดว่า สูสีแล้วไง ผลออกมาผมก็ยังแพ้อยู่ดี ดังนั้นผมก็ไม่คิดมากละครับ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้นมากกว่า ...

อ่านต้นฉบับ คลิ๊กที่นี่




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2550 17:12:58 น.
Counter : 151 Pageviews.  

Pacific Life Open 2007


ราฟาให้สัมภาษณ์นักข่าว ภายหลังเอาชนะ แอนดี้ ร๊อดดิก ในรอบเซมิไฟนัลไปได้ด้วยคะแนน 6:4 6:3



16 มีนาคม 2007

ถาม : วันนี้คุณคงมีกำลังใจขึ้นมาก เมื่อคิดถึงคำวิจารณ์และข้อกังขาเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของคุณบนฮาร์ทคอร์ท คุณช่วยพูดถึงการเล่นของคุณในวันนี้หน่อยได้มั๊ยครับ
ราฟา : เหว๋ลลล ผมว่าวันนี้ผมเล่นได้สมบูรณ์มากนะครับ ผมว่ามันเป็นแมทช์ที่ดีที่สุดของฤดูกาลนี้ก็ว่าได้ (เอาอีกแล้ว) โน๋ ผมได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้วันก่อนที่การแข่งขันรายการนี้จะเริ่มขึ้นว่า ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฤดูกาลนี้เทียบกับช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ผมได้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ เพิ่งปราบ แอนดี้ ร๊อดดิก มาได้ เค้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เยี่ยมยอดของโลก แถมยังชนะในอเมริกา นับเป็นชัยชนะที่ดีมากๆๆ

ถาม : คุณใช้เวลาในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของการฝึกซ้อมเสริฟให้ลงไปตรงกลางคอร์ท และคุณก็ทำได้ดีในการแข่งขันวันนี้
ราฟา : โอ ใช่ครับ

ถาม : วันนี้คุณเสริฟได้ดีมากนะ
ราฟา : ครับ วันนี้ผมเสริฟได้ดีมาก ใช่เลย ผมไม่ได้เสริฟได้เร็วนะ แต่ผมเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา เปลี่ยนความเร็วด้วย บางทีก็เร็วหน่อย บางทีก็ช้าหน่อย บางหนใช้ kick และบางหนก็ใช้ top spin บางทีก็เบาๆ ก็คือ ผมเปลี่ยนตลอดเลยครับ ตรงนี้แหละที่สำคัญ ผมรู้สึกเสริฟได้ถนัดมือ ไม่รู้สิ ได้ไปตั้ง 80% เย๊ มันเป็นแมทช์ที่ผมเล่นได้สมบูรณ์แบบมากๆ โฟร์แฮนด์ผมก็ลงเส้นแบบไม่น่าเชื่อ (วุ๊ย ชมตัวเองใหญ่เลย) ผมพยายามใช้โฟร์แฮนด์ตีไปยังแบ๊คแฮนด์ของเค้า เพราะผมว่าโฟร์แฮนด์ของผมได้เปรียบแบ๊คแฮนด์เค้าอยู่นะ ... ตรงนี้แปลไม่ออก ทิ้งไว้อย่างนี้ดีกว่า But the game come slowly, and that's better for him.
So my coach say, maybe for the other match, I play two to the backhand, but change a lot of times to the forehand, and I play very good in this, no.

ถาม : ฟอร์มของร๊อกดิกดีขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา มีการขึ้นมาหน้าเนต แต่คุณก็ใช้ passing shots กับเค้าได้อย่างยอดเยี่ยมมากในวันนี้
ราฟา : ครับ เวลาที่ผมรู้สึกมั่นใจผมก็จะทำ shots ได้ดี (แปลยากค่ะ ราฟาพูดไม่รู้เรื่อง) โดยเฉพาะด้วยโฟร์แฮนด์ ผมทำเกมได้ดีเวลาที่เค้าขึ้นมาหน้าเนต

ถาม : คุณประหลาดใจว่าแมทช์นี้จบไปอย่างรวดเร็วมั๊ย
ราฟา : เหว๋ลลล ผมก็ว่าแมทช์นี้เร็ว เวลาร๊อดดิกเสริฟแต่ละแต้มมันไปเร็วมาก แต่มันก็เป็นเรื่องปกติใครตีกับร๊อดดิกเกมก็ไปเร็วทั้งนั้น แต่ผมก็ไม่เคยคาดหวังว่าจะทำคะแนนได้เป็น 4:6 3:6 เลยครับ


ถาม : ระหว่าง Djokovic กับ Murray คุณอยากเจอใครมากกว่ากัน หรือว่าก็ไม่ต่างกัน
ราฟา : เหว๋ลล ตอนนี้ถ้าผมเล่นได้อย่างนี้ ผมว่าผมเจอใครก็มีโอกาสชนะนะ (แหม แหม) แต่ผมว่าผมก็มีโอกาสจะแพ้ได้เหมือนกันเพราะพวกเค้าเล่นได้ดีมากๆ พวกเค้าทำผลงานได้ดีในปีนี้ เมอเร่ย์ก็ชนะมาที่ San Jose ใช่มั๊ยครับ Djokovic ยื้อกับเฟดเดอเรอร์ถึงสามเซตในดูไบ และก็เข้าถึงเซมิไฟนับใน Rotterdam ตอนนี้พวกเค้าก็มาถึงเซมิไฟนัลในรายการนี้ ทุกคนต่างก็มีความมั่นใจเพราะผลงานที่ผ่านมาทำได้ดี ผมทราบว่ามันจะเป็นแมทช์ที่ยากครับ ถ้าผมพยายามคงระดับการเล่นไว้คิดว่าน่าจะมีโอกาสนะ โน๋

ถาม : ตอนคุณเจอกับเมอเร่ย์ที่ออสเตรเลีย คุณลองเทียบฟอร์มการเล่นของคุณวันนั้นกับวันนี้ซิ
ราฟา : เหว๋ลลล แมทช์นั้นมันยิ่งใหญ่มากสำหรับผม มันเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ความจริงก็คือ วันนี้ผมรู้สึกดีกว่าตอนที่อยู่ออสเตรเลีย แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะชนะนะ ผมอาจแพ้ก็ได้ แต่ตอนนี้ผมว่าผมเล่นได้ดีกว่าตอนที่ออสเตรเลียครับ

ถาม : ตลอดสัปดาห์มานี่คุณเอาแต่บ่นว่าคุณเล่นกอล์ฟได้แย่มาก เมื่อวันก่อนก็ทำไป 21-over par บางทียิ่งคุณทำได้แย่บนสนามกอล์ฟคุณก็ยิ่งทำได้ดีบนเทนนิสคอร์ท
ราฟา : เมื่อวานผมทำได้ดีขึ้นนะครับ 15-over ก็นั่นแหละ ผมแพ้ แต่ผมก็พัฒนาขึ้นนะครับ

ถาม : ผมมีคำถามจริงจังนะครับเกี่ยวกับกอล์ฟ คุณว่ามันช่วยคุณมั๊ยในการที่ทำให้สมองเลิกคิดเรื่องเทนนิสบ้าง
ราฟา : ตอบตามตรงผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่มันสำคัญที่เราจะต้องทำอะไรอย่างอื่นมั่งระหว่างการแข่งขัน ที่นี่ผมเล่น play station ไม่ได้ เพราะพลังงาน (because the energy ... คงหมายถึงว่าไฟไม่เท่ากัน ที่นั่น 110V เดาเอานะคะ) แต่ผมได้ดูหนังบ้าง สถานที่ดีมากครับ เหว๋ลลล มันสำคัญครับที่จะต้องทำอะไรหลายๆอย่างต่างๆกันตอนที่อยู่นอกคอร์ท เพราะเวลามันเหลือเฟือ ถ้าเรานั่งคิดถึงเรื่องเทนนิสตลอดเวลามันจะเป็นการกดดันตัวเองนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เวลาผมจะพยายามจะนอน ผมจะนอนโดยเปิดทีวีทิ้งไว้ ดูไปจนหลับ เพราะว่าถ้าผมปิดไฟ ผมจะไม่หลับ ผมจะอยู่ไปชั่วโมงนึง ชั่วโมงครึ่ง และก็คอยจะคิดแต่เรื่องแมทช์วันรุ่งขึ้น ไม่ทราบสิครับ ผมชอบที่มีอะไรอย่างอื่นในหัวให้คิด [มีคนบอกว่า เวลาฟังราฟาให้สัมภาษณ์ ถ้าจะเอาให้ได้อารมณ์ต้องดูหน้าราฟาพูดไปด้วย ทั้งวิธีที่พูดและการทำหน้าทำตา แม้ว่าจะพูดเรื่องเครียดเหลือเกิน คนฟังก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ]

ถาม : เพราะว่าตอนนี้คุณเล่นได้ดีเหลือเกิน คุณอยากจะให้โรเจอร์ยังอยู่ในรายการแข่งขันมั๊ย จะได้มาเจอกันในรอบชิงไง
ราฟา : อะไรนะครับ ... เหว๋ลล โน โน โน ไม่ครับ จริงๆนะ ผมชอบแบบนี้มากกว่า ใครก็ได้ ผมอยากให้เป็น Djokovic .... ทุกคนยากหมด แต่ที่แน่นอน ผมไม่รู้อนาคต ที่แน่ๆตอนนี้ก็คือ ผมจะไม่ได้ไปเจอพวกแช้มป์เก่าในรอบชิงที่นี่

ถาม : คุณว่าเป็นเพราะความกดดันมันน้อยลงรึเปล่า เพราะคุณไม่มีความกดดันที่นี่ ไม่มีโรเจอร์มาขวางทาง
ราฟา : โน โน ไม่เกี่ยวกันเลยครับ

ถาม : คุณว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณชนะในรอบชิง อย่างแรกถ้าเป็น Djokovic หรือว่าถ้าเป็นเมอเร่ย์ ล่ะ
ราฟา : ผมก็ไม่ทราบครับ ตอบตามตรง คีย์ก็คือผมจะพยายามเล่นให้ดีที่สุด เพราะผมกำลังจะไปเจอกับคู่ปรับที่เล่นได้ดีมาก ดังนั้นถ้าผมไม่เล่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็จะมีโอกาสสูงที่จะแพ้ ก็แค่เล่นให้ดีที่สุดครับ

ถาม : ครั้งสุดท้ายที่คุณเล่นได้ดีแบบวันนี้นี่มันเมื่อไหร่กัน
ราฟา : ผมจำไม่ได้แน่นอน โน๋ แต่ที่แน่ๆ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สำคัญมากสำหรับผม หลังจากหลายเดือนที่ผมเล่นไม่ได้ดีแบบนี้ การกลับมาได้เล่นในรอบชิงใน Master Series ที่ใหญ่และยากอย่างการแข่งขันนี้มันสำคัญสำหรับผมมากครับ

ถาม : คุณต้องอยู่ในอเมริกาเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานเหมือนกันในแต่ละปี คุณชอบอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับอเมริกาเวลาที่คุณมาอยู่ที่นี่
ราฟา : ไม่ทราบสิครับ ไม่.... เหว๋ลลล ผมไม่มีโอกาสได้ทำอะไรมากมายเวลามาที่นี่ แต่ผมรู้สึกว่า ทุกอย่างที่นี่มันใหญ่โตกว่าที่อื่น และตอนนี้ผมชอบสนามกอล์ฟที่นี่มาก ในอเมริกามีสนามกอล์ฟที่เยี่ยมยอดของโลกหลายสนาม

ถาม : ในทางตรงข้าม อะไรที่ไม่ค่อยดีเวลาที่คุณอยู่นี่
ราฟา : ผมชอบกิน Mediterranean food มากกว่าครับ

ถาม : ตลอดสัปดาห์นี้ คุณพูดเสมอว่าคุณรู้สึกดีและเล่นได้ดีขึ้น คำถามคือ ทำไมมาดีเอาตอนนี้ อะไรเป็นอุปสรรคในช่วงก่อนหน้านี้ล่ะครับ
ราฟา : ผมฝึกซ้อม ผมฝึกซ้อมอย่างหนักครับ ไม่ทราบสิ แต่ เหว๋ลลล ผมพยายามที่จะหาฟอร์มตัวเองมาทุกสัปดาห์ และเวลาที่คุณทำงานหนักและพยายามเล่นให้ดีทุกสัปดาห์ (เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง) .... เหว๋ลลล ผมไม่ได้ชนะ แต่ผมก็เข้าถึง ควอเตอร์ไฟนัล เซมิไฟนัล มาทุกครั้งนะครับ ... ก็คือ แม้ว่าผมจะเล่นไม่ได้ดีแบบถึงที่สุด แต่ผมก็เข้ารอบได้ลึกๆมาตลอด มันเป็นเรื่องสำคัญ ถึงผมเล่นไม่ได้ดีที่สุดแต่สภาพจิตใจผมดีมาตลอด ดังนั้น นี่คงเป็นเหตุผลว่าตอนนี้ผมหาท๊อปฟอร์มผมเจอแล้ว โน๋ ...

ถาม : มั่นใจและฉลาด .... เวลาที่คุณสไตร์คบอลช่วงนี้ คุณมีความมั่นใจมากขึ้น อย่างเช่นโฟร์แฮนด์ลงเส้น
ราฟา : เหว๋ลลล ผมตอนนี้มีความมั่นใจเพราะฝึกซ้อมมาอย่างดีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แน่นอนครับผมมั่นใจ ยิ่งตอนนี้ผมมาถึงเซมิไฟนัลผมยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น มากกว่าตอนอยู่รอบแรก มันเป็นเพราะผมฝึกซ้อมมาดีครับ

ถาม : เวลาที่คุณทราบว่าใครจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของคุณในวันรุ่งขึ้น คุณจะวางแผนคืนนี้เลยรึเปล่า คุณมีการเตรียมการอย่างไร
ราฟา : เหว๋ลลล คุณสามารถที่จะเห็นบางอย่าง(จากการชมเกมของคู่ต่อสู้) แต่ท้ายสุดคุณก็คงต้องเล่นตามเกมของคุณ ผมอยากจะเล่นในแบบของผม ก็แค่เล่นให้ดีที่สุดด้วยเกมแบบผม ไม่ได้คิดไปถึงคู่ต่อสู้ครับ ยกตัวอย่างเช่น เฟดเดอเรอร์มีโฟร์แฮนด์ที่ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ จะให้ผมพยายามที่จะตีไปแบ๊คแฮนด์เค้าให้มากขึ้นเหรอ โน นั่นแหละครับ เราได้แต่เล่นไปตามแบบที่เราถนัด เพราะเมื่อเราเอาแต่คิดเกี่ยวกับคู่ต่อสู้ ท้ายสุดเราก็จะแพ้

ถาม : มีแมทช์ไหนมั่งที่คุณรู้สึกไม่มีความมั่นใจ
ราฟา : โน ผมรู้สึกดีในทุกแมทช์ ตอนที่เล่นกับ Clement ผมก็รู้สึกดี ผมทำ double faults ไปบ้าง และแบ๊คแฮนด์ก็ไม่ค่อยดี แต่แมทช์นั้นก็ถือว่าเป็นแมทช์ที่ดี ... กับเวอร์ดาสโก้ โอเหลือเชื่อ ... กับเฟอเรโร่ ก็โอเค เหว๋ลลลล ไม่ใช่แมทช์ที่ดีที่สุด แต่ผมก็เล่นได้ดีในช่วงแต้มสำคัญ ผมทำได้ 2 เบรก ... และวันนี้ เป็นแมทช์ที่ดีมั่กมั่กครับ



------------------------------

แอนดี้ ร๊อดดิก ให้สัมภาษณ์นักข่าว ภายหลังพ่ายแพ้แก่ราฟาในรอบเซมิไฟนัลไปด้วยคะแนน 6:4 6:3


16 มีนาคม 2007

ตัดตอนเฉพาะตรงที่ร๊อดดิกพูดถึงราฟานะคะ (แค่นี้ก็ยาวแล้ว)

ถาม : ตกลงวันนี้เป็นเพราะนาดาลเล่นได้เยี่ยมยอด หรือเป็นเพราะคุณไม่สามารถทำได้อย่างที่คิดไว้
ร๊อดดิก : สงสัยจะเป็นทั้งสองอย่างแหละ ผมว่าเค้าเล่นได้ดีจริงๆ ดูสิ ตอนที่ผมดูเค้าเล่นเมื่อหกเดือนก่อน เค้าเล่นแบบค่อนข้าง defensive และบางครั้งก็ตีบอลสั้น แต่มาวันนี้ เค้าโผล่มาก็เล่นแบบโหดสุดๆ วางบอลได้ลึกมาก บนคอร์ทวันนี้ผมไม่รู้สึกว่าเล่นได้ถนัดเลย ผมรู้สึกเหมือนกับว่าบอลกระดอนไปนู่นแน่ะ ดังนั้นผมไม่สามารถสวิงบอลกลับไปได้ดีเลย ยิ่งรวมกับเกมเสริฟของผมวันนี้เองด้วย ก็เลยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

ถาม : ก็คือ คุณบอกว่าวันนี้เค้าโผล่มาแบบพลิ๊กล๊อค เล่นแบบดุดัน แบบ"บุก"ว่างั้นเหอะ อยากทราบว่าเวลานาดาลตีลูกแบบไม่ใช้ท๊อปสปินนี่ มันรับยามั๊ย
ร๊อดดิก : ยิ่งบนคอร์ทนี้ บอลกระดอนสูงกว่าปกติด้วยนะ ผมรู้สึกยังกะว่า ผมกำลังต่อสู้กับมัน และเหมือนกับว่ายิ่งรู้สึกตื่นเต้นผมก็จะเร่งจนผิดจังหวะตัวเองไปหน่อย ต้องยกเครดิตให้กับเค้า เค้ารีเทอร์นเสริฟได้ดีเลยละทั้งๆที่ผมก็ว่าวันนี้ผมเสริฟดีแล้วนะ มันก็เลยทำให้แมทช์นี้ยากมากขึ้นสำหรับผม

ถาม : เกือบดูเหมือนว่าคุณตั้งใจมากเกินไปในบางครั้งรึเปล่า อย่างแมทช์ที่ออสเตรเลีย (คงเป็นแมทช์ที่เจอกะเฟดเดอเรอร์)นั่นก็อีกอันนึง มันเหมือนกับว่าคุณกระหายมากเกินไป คุณอยากจะเอาชนะนักเทนนิสเหล่านี้ (ราฟา และเฟดเดอเรอร์) จนบางทีมันทำให้คุณพลาดท่า
ร๊อดดิก: ผมไม่ทราบนะ ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น จะให้วิจารณ์ในเรื่องนี้ต่อผมคงทำไม่ได้

ถาม : คุณว่าการเล่นเกมท้ายคอร์ทกับพวกถนัดซ้ายมันทำให้เล่นลำบากขึ้นรึเปล่า อย่างแมทช์ที่คุณเล่นกับเวอร์ดาสโก้นั่นก็หินเหมือนกัน
ร๊อดดิก : ไม่รู้เหมือนกัน ผมว่าผมก็เอาเวอร์ดาสโก้อยู่มากกว่าที่เวอร์ดาสโก้จะปราบผมนะ และสถิติผมกับพวกถนัดซ้ายก็ค่อนข้างดีทีเดียว ผมว่าที่ผมแพ้วันนี้มันน่าจะมาจากลักษณะบอลที่เค้าตีมามากกว่าที่เค้าจะถนัดซ้ายหรือขวา วันนี้เค้าตีโยกไปมาทั้งสองด้าน ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่านี่เป็นจุดสำคัญที่เค้าเล่นได้ดีในวันนี้รึไม่

ถาม : นาดาลเป็นคนที่ทำ passing shot ได้ยอดเยี่ยมมาก มันยากง่ายขนาดไหนในการเก็บแต้มจากหน้าเนตในวันนี้
ร๊อดดิก : มีอยู่สองสามหนที่เค้าวิ่งหน้าตั้งมาซัดโฟร์แฮนด์ลงไปบนเส้น มันไม่เหมือนกับว่าเค้าตั้งลูกเพื่อตีผ่าน ผมหมายถึงว่า ผมเป็นคนทำให้เค้าวิ่ง ผมตั้งลูกให้เค้าวิ่งมาที่เนต และเค้าก็สามารถโต้กลับมาได้เกือบเป็นลูก flat และแรงมากลงไปบนเส้น เวลาที่เค้าทำแบบนั้นมันยากจริงๆที่จะรับมือ เค้าเป็นนักเทนนิสที่ยากจะต่อกรด้วยจริงๆ ใครๆก็ทราบว่าเค้าเคลื่อนตัวได้เร็วมาก เมื่อรวมกับการเล่นแบบดุเดือดและมั่นใจในวันนี้ ซึ่งเยี่ยมพอๆกับการตั้งรับของเค้า ... นั่นแหละคุณ นั่นแหละเหตุผลที่ทำไมเค้าถึงได้เป็นนักเทนนิส(ระดับนำของโลก)อย่างที่เค้าเป็นอยู่ตอนนี้

ถาม : มันทำให้คุณประหลาดใจมั๊ยกับการที่เค้าเล่นได้ดุดันมากในวันนี้
ร๊อดดิก : ไม่นะ ไม่สิ ในการแข่งขันที่นี่ผมได้ดูเค้าเล่นมาสองแมทช์ เค้าเล่นได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในรอบหกเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมาคนอื่นรับมือเค้าได้เพราะเค้าเล่นลูกสั้น และเค้าก็แพ้ทางนักเทนนิสระดับท๊อปบางคน แต่วันนี้ คือ เค้าไม่ได้ซัดผมชนิดตีจากโฟร์แฮนด์มาเข้าแบ็คแฮนด์ผม แต่ shot ที่ทำผมแย่คือเค้าใช้โฟร์แฮนด์ซัดมันลงลึกไปบนเส้น ช่วงหลังๆมานี่ผมไม่เห็นเค้าเล่นแบบนี้นะ ซึ่งมันก็ทำให้ผมประหลาดใจนิดหน่อย

ถาม : ถ้าเค้าเล่นแบบที่เล่นวันนี้ คุณว่าเค้าจะปราบเฟดเดอเรอร์ได้มั๊ย
ร๊อดดิก : คอร์ทลักษณะแบบนี้เข้าทางเค้าเลยละ มันก็ยากนะ แต่ผมคิดว่าถ้าเค้าเล่นได้แบบนี้เค้าก็สามารถทำแต้มได้ ถ้าจะเล่นให้ชนะเฟดเดอเรอร์บนฮาร์ทคอร์ทเค้าจะต้องเล่นให้ได้แบบที่เค้าเล่นที่ดูไบเมื่อปีที่แล้ว อือ แต่เค้าก็เคยปราบได้มาแล้ว ... งั้นก็ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ (คิดไปตอบไปดูสับสน)

ถาม : ถ้าคุณต้องเจอเค้าอีก สมมติว่าเป็นสัปดาห์หน้า คุณจะแก้ทางยังไง
ร๊อดดิก : ผมกับจิมมี่กำลังคุยกันเรื่องนี้อยู่พอดี เราเห็นว่าจะต้องกลับมาดูเทปแมทช์นี้ด้วยกันและก็วิเคราะห์ว่าควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรมั่ง จริงๆน่ะ เราสามารจะพูดว่าเราอยากจะทำนู่นทำนี่ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นของเค้าในวันนี้ และตัวผมก็เล่นได้ห่วยแตกตั้งแต่เริ่มจนจบแมทช์ มันก็จบกัน เค้าปราบผมได้ในวันนี้ บอลของเค้ามันเด้งสุดๆ มันทำให้ผมคอนโทรลกราวด์สโตร์คได้ยากมาก ผมจะต้องเล่นให้ดีกว่านี้ สิ่งที่ผมทำได้ดีมาตลอดสัปดาห์คือเสริฟและก็โฟร์แฮนด์แรก มีอยู่สองเกมที่ผมเล่นบาง shots ได้แย่ ผมจะต้องมาจัดการแก้ไขเพื่อทำ shot ให้ดีขึ้น

ถาม : กลับมาเรื่องลูกเสริฟ คุณได้พูดไปบ้างแล้วถึง สปิน และการวางลูกของเค้า อยากทราบว่าเค้าเสริฟได้แรงกว่าที่คุณคาดไว้รึเปล่า
ร๊อดดิก : เหวลลล ผมว่ามันผสมผสานกันทั้งสองอย่าง แต่วันนี้เค้าเสริฟ flat ไปที่ตัว T ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นเค้าทำ ปกติเราคาดว่าเค้าจะเสริฟไปด้านข้างเพื่อเปิดอีกฝั่งให้ว่าง แต่วันนี้เค้าเสริฟอย่างที่บอกไปประมาณ 6-7 หน ต้องยกเครดิตให้นาดาล วันนี้เค้าเสริฟได้ดีมาก

ถาม : เรายังไม่ทราบว่าใครจะไปเจอกับนาดาลในรอบชิง ไม่ว่าจะเป็น โจโควิช หรือเมอเรย์ คุณว่าใครจะได้เป็นแช้มป์
ร๊อดดิก : ไม่รู้สิ ถ้านาดาลเล่นได้อย่างวันนี้ มันจะเป็นแมทช์ที่ยากสำหรับทั้ง โจโควิชและเมอเรย์ ตอบตรงๆเลยนะครับ เราจำกันได้ว่า เค้ากับเมอเรย์ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีที่ออสเตรเลีย แต่ผมคิดว่าส่วนสำคัญมันขึ้นกับว่าราฟาจะเล่นยังไงมากกว่า

ถาม : มันมีบางช่วงมั๊ยที่คุณคิดว่าคุณสามารถเอากลับมาได้ หรือคุณมีความรู้สึกว่าคุณไม่สามารถทำได้อย่างที่ต้องการ
ร๊อดดิก : ผมทำมันเสียตั้งแต่ในเกมแรกของเซตที่สอง ผมเล่นได้แย่มากจริงๆในเกมนั้น และตอนนั้นก็ดูเค้ามั่นใจ มันก็เลยกลายเป็นเหมือนว่าผมกำลังบริจาคทำการกุศลให้กับเค้า ซึ่งมันไม่ได้ทำให้สถานะการณ์ดีขึ้นมา (จากเซตแรกที่แพ้ไปแล้ว) เลย มันทำให้ผมต้องทำงานหนักขึ้นอีก

ถาม : ดูเหมือนว่าบางครั้งคุณดูหงุดหงิดเวลาทำพลาด ผมสงสัยว่านั่นมันทำให้คุณเตลิดและก็ทำให้โดนเบรกรึเปล่า
ร๊อดดิก : ผมละชอบคำถามแบบนี้จริงๆ (ประชด?) เพราะถ้าผมเป็นแบบนี้เมื่อคืนก่อน (วันที่ชนะ) มันก็จะกลายเป็นว่า โอ คุณเอาตรงนี้มาเป็นพลังในการที่จะชนะ ... มันคือผม มันคือวิธีที่ผมเล่นครับ และมันก็ใช้ได้ผลสำหรับผม ... จริงๆผมแค่ตะโกนบ่นไปหนนึงในเซตที่สอง แต่นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอีก ไม่มีอะไแตกหักเสียหาย ไม่มีการโยนแร๊กเกตเลย ผมไม่คิดว่าเราต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในวันนี้

อ่านต้นฉบับ : แปลมาจาก vamosbrigade.com กำลังตามหา source จริงอยู่ค่ะ




 

Create Date : 18 มีนาคม 2550    
Last Update : 16 เมษายน 2550 15:02:35 น.
Counter : 96 Pageviews.  

โค๊ช Francis Roig พูดถึงนาดาล



เป็นบทสัมภาษณ์ที่โพสต์ในช่วง Chennai Open 2007 โดย Chitrabhanu R Kadalayil




3 มกราคม 2007


Francis Roig ซึ่งเป็นโค๊ชขาประจำของราฟาเวลาลุงโทนี่ไม่อยู่ (Roig เป็นโค๊ชให้ราฟาช่วง 7-8 สัปดาห์แรกของปีมาสามปีแล้ว) ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอินเดียถึงการโค๊ชราฟา นักข่าวถามเกี่ยวกับความยากง่ายในการโค๊ชราฟา "ผมไม่ได้คิดว่ามันยากหรือง่าย ราฟาเรียนรู้ได้ไวมาก มี sense ที่ดีในการเรียนรู้ เค้าจับทางได้ไว มันเลยเป็นเรื่องสนุกที่ได้โค๊ชราฟา"

"ผมโค๊ชราฟาอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องกลยุทธ์และเทคนิค ราฟามีจิตใจที่แข็งแกร่ง เค้าเป็นคนที่ฟังอย่างตั้งใจและช่างสังเกต" "ที่สำคัญที่สุด คือการจะให้เค้าเป็นนักเทนนิสที่เล่นได้ทุกคอร์ท ในขณะที่นักเทนนิสสเปนส่วนใหญ่จะถนัดไปทางคอร์ทดิน ราฟาสามารถเล่นบนฮาร์ทคอร์ทได้ดี และสามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในวิมเบิลดันปีที่แล้ว ราฟาต้องการจะพัฒนาเกมของเค้า ต้องการจะลดจุดอ่อน เพื่อที่จะ win free points (ไม่รู้จะแปลยังไงให้ตรงความหมาย) อย่างสม่ำเสมอ และก็ไม่ตื่นกลัว (มีขวัญกำลังใจตลอดการแข่งขัน)"

"เดี๋ยวนี้ทั้งฮาร์ทคอร์ทและคอร์ทหญ้าช้าลงทุกปี ซึ่งมันเป็นผลดีกับนักเทนนิสสเปน"

เกี่ยวกับคำวิจารณ์ที่ว่า ราฟาเล่นใช้กำลังเยอะและจะทำร้ายตัวเอง (บาดเจ็บ) "ไม่จริงหรอกครับ ราฟาแข็งแรงมาก แข็งแรงกว่านักเทนนิสคนอื่นๆ คุณจะเห็นได้จากแต่ละ shot ที่ราฟาตีออกไปจากตำแหน่งที่ยากๆ มันเป็นเพราะเค้าแข็งแรงและมีทักษะทางกีฬา เค้าจะพัฒนาสำเร็จไปได้อีกไกลกว่าจะถึงวันนั้น"

กับคำถามที่ว่า อะไรทำให้ราฟาเป็นแช้มเปี้ยน "ราฟาเกิดมาเพื่อเป็นแช้มเปี้ยนอยู่แล้วครับ คุณลองให้สภาวะกดดันแก่เค้าสิเค้าจะชอบมาก เค้าทำได้ดีกว่าคนอื่นเพราะเค้าสามารถจะชนะในสภาวะที่กดดัน"

"ในสเปน ราฟาเป็นฮีโร่ เค้าทำให้เด็กๆหันมาสนใจเทนนิสมากขึ้นเรื่อยๆ เค้าได้ยกระดับของเทนนิสให้สูงขึ้น ที่สำคัญที่สุด เค้าเป็นคนดีครับ"

ดูต้นฉบับ คลิ๊กที่นี่




 

Create Date : 07 มกราคม 2550    
Last Update : 13 มกราคม 2550 5:39:21 น.
Counter : 100 Pageviews.  

นาดาล : เฟดเดอเรอร์เก่งกว่าแซมพราส

เป็นบทสัมภาษณ์จาก Hindustan Times โดย S Kannan หวังว่าแฟนๆราฟาที่ได้อ่านจะรู้จักราฟามากขึ้น


Chennai: January 5, 2007


ราฟาเอล นาดาล เป็นนักเทนนิสหนุ่มที่น่ากลัว ด้วยร่างกายที่มีแต่กล้ามเนื้อและโฟร์แฮนด์ที่เฉียบคม อย่างไรก็ตามภายใต้ภาพที่เห็น แช้มเปี้ยนคนนี้ยังมีมุมอื่นๆอีก เค้าเป็นชายหนุ่มธรรมดาที่รักสนุก และมีความสุขกับสิ่งที่เค้าทำทั้งในและนอกคอร์ท ... ในการคุยแบบเป็นกันเอง ราฟาคุยได้ทุกเรื่อง และที่ต่างไปจากแช้มเปี้ยนคนอื่นๆก็คือ เค้าไม่ใช่คนน่าเบื่อ เค้าชอบชายหาด ฟุตบอล และปาร์ตี้

คุณว่าแมทช์ที่ดีที่สุดที่เจอกับเฟดเดอเรอร์คือแมทช์ไหน
ผมไม่เห็นด้วยกับที่คนพูดกันว่า ผมเล่นได้ดีกว่าที่วิมเบิลดัน เมื่อเทียบกับที่เฟดเดอเรอร์ทำที่ฝรั่งเศส สองแมทช์นั่นมันแตกต่างกัน สถานที่ก็แตกต่าง พื้นผิวก็แตกต่าง บางทีผมอาจจะไม่ได้เล่นดีที่สุดที่วิมเบิลดัน และเค้า (เฟดเดอเรอร์) ก็ไม่ได้เล่นดีที่สุดที่ Roland Garros ... สำหรับผมนะ แมทช์ที่ดีที่สุดที่เล่นกับเค้าคือ เซมิไฟนัลที่ Roland Garros และก็ที่ Master Cup ผมว่าสองแมทช์นี้ดีกว่าแมทช์ไฟนัลที่วิมเบิลดัน

ระหว่างเฟดเดอเรอร์ กับ แซมพราส คุณว่าใครเก่งกว่ากัน
ผมไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน แต่สำหรับผมนะ คนที่เก่งกว่าคือ เฟดเดอเรอร์ เค้าเป็นนักเทนนิสที่สมบูรณ์แบบและเล่นได้ดีทุก shot แม้ว่าในที่สุดแล้วมันจะวัดกันที่ว่าใครชนะแกรนสแลมมากกว่ากัน สำหรับผม พวกเราไม่ควรมองแค่จำนวนแกรนสแลมที่ได้แช้มป์ แต่เราควรมองที่แต้มด้วย เฟดเดอเรอร์ตอนนี้ทำคะแนนได้ 8300 แต้ม ในขณะที่แซมพราสเป็นนักเทนนิสอันดับหนึ่ง ตอนนั้นเค้าได้เพียง 5000 แต้ม อย่างไรก็ตาม แต่ละคนสามารถมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป สำหรับผม ผมว่าเฟดเดอเรอร์เก่งกว่าแซมพราส

คุณว่าคุณจะจัดการกับเฟดเดอเรอร์อย่างไร
ตอนผมลงสนาม ผมจะต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ก็แค่นั้นละครับ ไม่มีอะไรที่เป็นความลับ


คุณมองตัวเองอย่างไร เป็นคนที่อายุ 20 ปี หรือว่าเป็นอันดับสองของโลก
มันขึ้นกับว่าผมอยู่ที่ไหน ถ้าผมอยู่ในการแข่งขัน ผมคิดว่าผมเป็นอันดับสอง เพราะมันทำให้ผมมีความมั่นใจ แต่เมื่อผมอยู่บ้านที่ Mallorca กับครอบครัวและเพื่อน ผมก็ประพฤติตัวเหมือนคนอายุ 20 ปีทั่วไป

สามปีที่ผ่านมาชีวิตมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมั่ง
ชีวิตที่บ้านก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนครับ ผมก็ยังมีเพื่อนคนเดิม และก็ยังอาศัยอยู่กับครอบครัวที่เดิม แต่เมื่อออกมาจากบ้าน มันจะมีอะไรที่ต้องทำมากกว่า ต้องออกงานกับสปอนเซอร์ และทุกคนก็รู้จักผมมากกว่าแต่ก่อน

คุณรู้สึกรำคาญกับการที่มีคนมาขอลายเซ็นต์คุณมั๊ย
ไม่นะ ผมพยายามดีกับทุกคน เพราะนั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ

คุณมีวิธีผ่อนคลายความเครียดยังไง
ผมก็เล่นกอล์ฟ ไปชายหาด ตกปลา ผมรักฟุตบอลและชอบไปที่สเตเดียมเพื่อชมการแข่งขัน และผมก็ชอบไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ

ทีมโปรดของคุณ ?
Mallorca และ Real Madrid

ลุงของคุณเคยได้เล่นในบอลโลก คุณเคยคิดจะมีอาชีพนักฟุตบอลมั่งมั๊ย
ผมเคยเล่นฟุตบอลตอนอายุประมาณ 15 ผมรักฟุตบอลและก็อยากจะติดทีมชาติสเปน ตอนนั้นผมก็เล่นได้ดีนะครับ และมันก็ยากที่ต้องตัดสินใจเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง


สำหรับนักกีฬาที่รูปร่างขนาดคุณ คุณว่าความเร็วของคุณเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมั๊ย
ไม่นะครับ

คุณฝึกซ้อมในคอร์ทมากน้อยแค่ไหน และในยิมล่ะ มากน้อยแค่ไหน
ผมฝึกซ้อมในคอร์ทมากกว่าครับ ผมมีผู้ฝึกซ้อมและนักกายภาพบำบัดพิเศษ และผมก็ให้ความสำคัญกับการฟิตร่างกายด้วย เพราะเราต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์พร้อม 100% ในการลงแข่งขัน

คุณมีคำแนะนำกับเด็กๆที่อยากเป็น ราฟาเอล นาดาล ยังไง
ไม่ทราบสิครับ ผมก็แค่สนุกกับเกมและสนุกกับการแข่งขัน เด็กตอนอายุ 9 หรือ 10 ขวบมักคิดถึงเรื่องการเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่สำหรับผมตอนนั้น ผมเข้าร่วมการแข่งขันก็เพราะผมสนุกกับมัน ผมมักจะเล่นกับเพื่อนๆ เรามักจะเล่นฟุตบอล หรือไม่ก็ไปว่ายน้ำ นั่นควรจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนที่เรายังเด็ก พอเราอายุ 13 หรือ 14 ตอนที่เราทำได้ดีในสิ่งนั้น ตอนนั้นเราค่อยคิดถึงการหันมาทำเป็นอาชีพ

คุณบาดเจ็บก่อน French Open ในปีที่แล้ว มันยากมั๊ยในการที่จะกลับมาอีกครั้ง
ตอนที่คุณได้รับบาดเจ็บ มันยากมากที่จะกลับมาเพราะคุณอยู่บ้านโดยไม่ได้ฝึกซ้อม ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่ผมก็ได้รับการรักษาเยียวยาที่ดี และพอผมกลับมาเล่นอีกหนผมก็เริ่มได้ดี(ชนะ) นั่นทำให้ผมมีความเชื่อมัน ดังนั้นมันยากครับแต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆสำหรับผม

คุณคิดว่าการที่คนเข้ามาหาคุณ มาเป็นเพื่อนคุณนี่ เป็นเพราะคุณป็นคนมีชื่อเสียงรึเปล่า
ไม่และทำไมผมต้องเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ผมมีเพื่อนฝูง ผมมีเพื่อนจาก Mallorca และโดยเฉพาะที่มาจากโรงเรียนเดียวกับผม เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ผมอายุ 3 - 4 ขวบ เรามีกันประมาณ 7-8 คน และเราก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน นี่แหละเพื่อนผม เพื่อนที่แท้จริง นอกเหนือไปจากนั้น ผมก็มีเพื่อนที่รู้จักระหว่างการแข่งขัน อย่างเช่น Carlos Moya และ Feliciano Lopez นอกจากนั้นก็มีคนอื่นๆที่กลายมาเป็นเพื่อนเพราะผมมีชื่อเสียง ซึ่งจริงๆแล้วคนเหล่านี้ไม่อาจนับว่าเป็นเพื่อนได้จริง


คุณว่าคุณมีภาพลักษณ์เป็น sex symbol มั๊ย
ผมไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

คุณมีร่างกายที่ใหญ่กว่านักเทนนิสคนอื่น แขนของคุณ ...
บางทีมันไม่จริงหรอกครับ ผมอาจดูเหมือนเป็นเช่นนั้น เพราะผมใส่เสื้อไม่มีแขน คุณก็เลยเห็นแขนผม แต่คุณไม่ได้ไปเห็นแขนคนอื่น แขนผมอาจดูเด่นชัดกว่าคนอื่นหน่อย โดยเฉพาะตรง biceps แต่ไม่ใช่ว่ามันจะใหญ่ที่สุดหรอก

คุณว่าอะไรขาดหายไปในเกมของคุณ
แม้ว่าตอนนี้ผมจะพอใจกับตัวเอง แต่ผมก็ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ผมอายุแค่ 20 ผมจะต้องพัฒนาเกี่ยวกับ winners และการวอลเล่ย์ เราสามารถพัฒนาได้ในทุกด้านครับ

คุณสนใจแฟชั่นมั๊ย
ก็ไม่เชิง ผมชอบที่จะแต่งตัวดูดี ก็แค่นั้นครับ

อ่านต้นฉบับ คลิ๊กที่นี่




 

Create Date : 07 มกราคม 2550    
Last Update : 13 มกราคม 2550 5:40:43 น.
Counter : 181 Pageviews.  

1  2  3  4  

- - แป๋วแหวว - -
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบเล่นเทนนิส ชอบดูเทนนิส แต่เล่นไม่เก่ง วิจารณ์ก็ไม่เก่งค่ะ ตอนนี้ชอบดูราฟาลงแข่ง สนุกดี ... ดีใจที่มีคนสนใจเข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำ แวะมาบ่อยๆนะคะ :)


หลังไมค์หาแป๋วแหววคลิ๊กโทรศัพท์ข้างบน
หรือ e-mail มาที่
paawwaaw@gmail.com




Romeo&Juliet

ฉันและเธอ
ที่จริงเรารักกัน
แม้ว่าใจเราต่างรู้ดี
ว่าความจริงนั้น
ไม่ได้เป็นอย่างฝัน

--------------

ฟังเพลง .. คลิ๊กที่นี่


ภาพข้างล่าง
คุณ naya ใจดีทำให้แป๋วแหววค่ะ :)


แป๋วแหววคุยเรื่อยเปื่อย

- อาทิตย์ : ว่าจะเริ่มนอนตอน 4 ทุ่มตั้งกะวันนี้ แต่มีเรื่องตื่นเต้นทำให้นอนไม่หลับค่ะ ... ขอเล่าท้าวความไปยังวันที่แป๋วแหววร่วมเดินขบวนต่อต้านการใช้ความรุนแรงจากจุฬาฯไปยังพารากอน วันนั้นมีคนยื่นป้ายมาให้ชู ข้อความอ่านได้ว่า "สมชาย ไอ้ฆาตกร" แป๋วแหววดูแล้วก็รู้สึกฝ่อ แหม่ มือใหม่ค่ะมือใหม่ แถมสมชายใหนก็ไม่รู้ไม่ได้ระบุนามสกุลให้ชัดเจน ... พอขบวนเริ่มเดินไปถึงมาบุญครอง ใกล้จะถึงสะพานลอยที่มีนักข่าวมาทำข่าวบนนั้นเต็มไปหมด มีคนตะโกนเตือนแป๋วแหววว่า "ชูสูงๆสิคะ ชู ชู๊" แป๋วแหววก็ชูป้ายขึ้นตามสั่ง สักพัก มันเมื่อยอ่ะคะ เขินด้วย เอามือลงได้ซักพัก ก็มีสาวท่านนึงมาขอป้ายไปชูเอง ประมาณว่ายัยคนนี้ทำเสียของ ฮือฮือ แรงกันจังเรย ... กลับมาถึงเรื่องคืนนี้ ยัยมาช่าแมวคู่บุญที่แป๋วแหววป้อนนมมาตั้งกะเป็นแมวทารก เกิดเฮี๊ยนอะไรไม่รู้ ไปเล่นจับจิ้งจกมาได้ ตัวหายไปไหนหาไม่เจอ แต่หางน่ะกระดุ๊กๆอยู่ในปากมาช่า แป๋วแหววตกใจวิ่งไล่ให้คายออกมา มาช่าคายออกมาเป็นหางดิ้นกระแด่วๆอยู่กับพื้น ตอนแรกสติแตกยืนตกใจทำอะไรไม่ถูก พอได้สติก็เอากล่องมาครอบไว้ แมวที่เหลือจะได้ไม่มายุ่ง เดี๋ยวรอให้หางหมดแรงก่อนค่อยเอาทิชชู่จับไปโยนใส่ถังขยะ ... เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มาช่าโดนประณามจากทั้งน้องสาวและแม่ โดยเฉพาะแม่พูดซ้ำๆอยู่นั่นแล้วว่า "มาช่า ไอ้ฆาตกรๆๆ" ฮือฮือ กรรมที่แม่มัน(แป๋วแหวว)ทำไว้ตกมาถึงแมวในสังกัดได้รวดเร็วนัก ... เมื่อคืนนี้แป๋วแหววกะแม่นั่งดูเทนนิสด้วยกันค่ะ แม่เชียร์ซีมองด้วยเหตุผลว่า "มันขาวสะอาดดี"

- เสาร์ : ฟังคุณสมชายบอกเหตุผลที่จะไม่ออกไม่ยุบสภา แล้วรู้สึกขำมาก แต่ตอนนั้นคิดว่าเราคิดไปเองคนเดียว ที่ไหนได้ เปิดอ่านการ์ตูนของคุณชัย ราชวัตร ว๊าย ใจตรงกัน แป๋วแหววหัวเราะอยู่คนเดียว ... ซักพัก ไม่อยากเชื่อ แม่หยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน แม่หัวเราะเหมือนกันเรื่องเดียวกันเลยค่ะ นี่แสดงว่าคิดตรงกันหลายคน ... คลิ๊กที่นี่

- ศุกร์ : นักเรียนเอาของขวัญวันเกิดมาให้ค่ะ ที่ทำแป๋วแหววยิ้มไม่หุบคือชิ้นที่นักเรียนปั้น เคลือบและเผาเอง น่ารักมากๆ ... วันนี้ขณะนั่งรถผ่านอนุเสาวรีย์รัชการที่ 5 เห็นพันธมิตรกำลังแจกซีดี ก็เลยเปิดกระจกขอได้มา 2 ชุด ... ได้มาแล้วก็ไม่กล้าเปิดดู แหม่ ก็มันมีแต่ภาพคนเจ็บคนตายน่ะนะ ... จะว่าไปวันเกิดเหตุแป๋วแหววได้ดูเยอะกว่าคนอื่นนา เพราะดันเจ็บหลังอยู่บ้านทั้งวัน ทีวีไทยเจ๋งมาก ฉายกันสดๆในเหตุการณ์ตลอดทั้งวัน เห็นกันจะจะว่าตำรวจยกปืนยิงคนยังไง ใกล้ชิดแค่ไหน ยังกะหนังแอ๊คชั่นของฝรั่งเลย ... พี่น้องที่กลับจากทำงานมาดูตอนเย็นนี่จะได้เห็นเฉพาะที่เค้าตัดต่อแล้ว พิจารณาแล้วว่าไม่เข้าข้างใคร ก็คือได้ดูเฉพาะภาพประนีประนอมว่างั้นเหอะ ดังนั้นตอนตำรวจมีหนวด(ซึ่งแป๋วแหววเกลียดมาก)ออกมาบอกว่า "ที่ขาขาดนี่คงจะเพราะวิ่งเหยียบกันเองมากกว่าครับ" แป๋วแหววได้แต่เอามือปิดหน้าเหมือนเด็ก home alone อายแทนค่ะ คุณนึกว่าอิชั้นโง่ขนาดนั้นเชียวหรือคะ คุณนึกว่าคนกรุงเทพฯไม่มีทีวีดูกันรึไงคะ จะมาใช้วิธีกลบข่าวเอาศพไปซ่อนเหมือนช่วงพฤษภาทมิฬไม่ได้แล้วนา (คิดแล้วนึกถึงหน้าคนชื่อสุจินดาบ้าอำนาจขึ้นมาทันใด มีสาวแก่หลายคนยังแอบชอบอยู่นะ ด้วยว่าหน้าตาดีเป็นที่ถูกใจป้าๆแม่ยกจอมซาดิสต์) ... ไม่นานมานี้ คุณตำรวจคนเดิมยังแถลงข่าวออกมาอีกว่า "รู้สึกเสียใจที่คนมองตำรวจในแง่ลบ ทั้งๆที่สิ่งที่ทำไปก็เพื่อให้เกิดความถูกต้อง" ... อยากย้อนถามท่านว่า ข้อแรก สิ่งที่ท่านเรียกว่าทำเพื่อความถูกต้อง คือการยิงแก๊สน้ำตาใส่คนเนี่ย เคยมีการฝึกซ้อมการใช้แก๊สน้ำตากันมั่งรึเปล่าคะ หรือว่าแจกๆ เอ้า เอาไปใช้กันนะ ... ชุ่ยกันขนาดนี้เลยรึเปล่าคะ คนตายเพราะคุณใช้อาวุธที่ไม่เคยซ้อมการใช้ที่ถูกต้องมาก่อนเนี่ยนะ แถมเอาของห่วยๆหมดอายุมาใช้กับคนไทยด้วยกันอีก (เอาไปใช้กับทหารเขมรจะไม่ว่าเลย) ... ข้อที่สอง เห็นแล้วว่าตอนเช้ามีคนเจ็บตายมากมาย ทำไมไม่หยุด ช่วงเย็นเห็นทางทีวีชัดๆว่าอยู่ห่างกันคุณก็ยังยิงใส่คนอีก ยิงด้วยวิธีเดิมที่คุณทำคนเจ็บตายเมื่อเช้า ... นี่จะชี้แจงยังไงว่าไม่เจตนา ... แป๋วแหววไม่เหมารวมว่าตำรวจแย่ไปหมด ที่ดีคงมีอยู่เยอะ แต่ตอนนี้ตำรวจที่มีอำนาจน่ะแย่ค่ะ

- พฤหัส : แห่บผี่เบิร์ดเด่ย์ทู๊มีๆ วันนี้แม่เลี้ยงอาหารญี่ปุ่นที่ ฮากิ โรงแรมเซ็นทรัลลาดพร้าวค่ะ ตื่นเต้นรึ ไม่หรอกค่ะ หวาดหวั่นกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นซะมากกว่า เฮ๊ออออ ... วันนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก เพราะอาการแพ้ค่อนข้างแรง ตาแดงเถือกและก็น้ำมูกไหลตลอดเวลา กินยาเข้าไป หลับป๊อก ตื่นมาอีกที อ้าว ชั้นก้าวข้ามเวลา ใกล้เลข 4 เข้ามาอีกหนึ่งขั้นแร๊ววว กรี๊ดดดด ไม่ ไม่นะ ... (อาการแบบนี้จำได้ว่าเคยเกิดเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนตอนใกล้จะขึ้นเลข 3 ค่ะ เริ่มต้นก็เป็นงี้แหละ ปฏิเสธ ไม่ยอมรับความจริง อีกซักพักก็จะซึม เริ่มรู้ตัว จากนั้นก็จะปลง และอาการขั้นท้ายสุดคือลั๊ลลา สี่สิบก็สี่สิบสิฟะ ทำไงได้ โฮ่) อนิจจังวัฏสังขารา....

- พุธ : วันนี้เคลียร์งานหยุมหยิมบนโต๊ะ รู้สึกร้อนจังทั้งที่อยู่ในห้องแอร์ เอ๊ะ ชักเอะใจ หรือว่าเราจะถึงวัยนั้นแล้ว ถามเพื่อนๆบอกว่าต้อง 45 up ก่อน ตอนค่ำเดินกลับบ้านเหงื่อตกซิกๆ โอ่ย ใครว๊ะพยากรณ์ว่าประเทศไทยเข้าหน้าหนาวแล้ว ระหว่างเดิน สวนทางกับช้างตัวโต คนเลี้ยงช้างพยายามตื้อให้แป๋วแหววซื้อกล้วยมาป้อนช้าง คงคิดว่าหญิงสูงวัยน่าจะรักสัตว์ ไม่ดูซะมั่งเลยว่าชั้นน่ะกำลังตกมันอยู่ ตัวเปียกโชกมันย่องไปทั้งตัว เดินเชิดกลับบ้านแบบหมดสภาพ อาบน้ำดูทีวี ว๊าย ยิงกันแล้วเรอะ อะไรกัน ไม่อยากจะเชื่อ เรื่องมันแปลกประหลาด ไม่มีเหตุผลรองรับ ไร้สาระสิ้นดี ... งงกันมั๊ยคะ เรื่องไม่เห็นเป็นเรื่องเลย แปลก แปล๊กกกกกก

พี่น้องค๊ะ ตอน 1 ทุ่ม ขณะที่ไทย-เขมรเพิ่งจะตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด คณะรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกันอย่างหรู นายกฯยิ้มเบิกบานทักทายนักข่าว เค้าคุยกันเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลค่ะ ช่างมิได้นำพากับเหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่งเกิดแต่อย่างใด โอย ประเทศชาติ พระเจ้าช่วย แป๋วแหววกับคุณสมชายเราอยู่ประเทศเดียวกันรึเปล่าคะ คนละอารมณ์เลยนะ ... หลังดินเนอร์กันชื่นมื่นจนอิ่มหนำ นายกฯของพวกเราออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันหนักแน่นว่า "รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไปครับ" อ๋อใช่ซี๊ หยุดหรือถอยพี่เมียก็เสร็จซิ ต้องหน้าทนเอ๊ยอดทนต่อไป วัดใจกันว่าใครเป็นฝ่ายจะทนไม่ไหวก่อน

- อังคาร : ตอนแป๋วแหววอยู่อเมริกา เวลาสั่งสารเคมีทำวิจัย ที่ภาคฯจะมีสโตร์ของตัวเองเลย จะเอาอะไรล่ะ บี๊กเกอร์ หลอดตวง เอทธานอล กรดไนตริก มีสารพัด แค่เดินไปบอกว่าจะเอาอะไรกับบอกชื่ออ.ที่ปรึกษา ก็ได้ของที่ต้องการแล้ว ... ถ้าต้องการสารเคมีแปลกๆ ก็แค่บอกเลขาฯของอาจารย์ที่ปรึกษา อีก 2 วันเป็นอย่างช้าก็ได้ของ ... มือใหม่หัดสั่งสารเคมีอย่างแป๋วแหวววันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการโทรหาสารเคมีกับบริษัทต่างๆ ต่อรองราคา ถามนู่นถามนี่ ท้ายสุดพบว่า สารนั้นไม่มีในสโตร์ของบริษัทใดๆ ต้องเสียเวลานำเข้ามาในประเทศ อื่ม ใช้เวลา 30 วันเป็นอย่างต่ำ ... ไม่มีทางเลือก ก็ต้องเป็นไปตามนั้น กำลังหน้าตูบๆ มีรุ่นน้องมาซ้ำ "พี่เอต้องถามด้วยว่า VAT เท่าไหร่ บางทีมันชาร์ทเรา 200% เลยนะ" ฮ๊ะ อะไรนะ ลำพังราคาสารมันก็สี่พันกว่าบาทเข้าไปแล้ว บ้าแร๊วว รอเป็นเดือนแถมยังต้องจ่ายแพงสามเท่าอีกเรอะ ... กำลังจะโวยวายต่อ (ตามประสาคนเคยอยู่สบายมาก่อน) น้องรีบบอก "หยุดบ่นเลยพี่ แต่ก่อนน่ะต้องรอกัน 3 เดือนนะ" ... ฮือ ฮือ หัวอกนักวิจัยไทย ฮือ ฮือ เข้าใจบรรยากาศมั๊ยคะ ว่าทำไมทำวิจัยเมืองนอกมันถึงสนุกสนานน่าทำ แป๋วแหวววิ่งไปมาในแลปทั้งวันไม่เบื่อเลย เพราะอยากเล่นอยากลองอะไร ทำได้แบบคล่องตัว นักเรียนนักวิจัยเต็มตึก คึกคักทั้งกลางวันกลางคืน มันคนละบรรยากาศกับที่นี่เลย ... ฮื่อ บ่นไปก็เท่านั้น มันเป็นอดีตไปแล้ว บ่นมากๆคนก็หมั่นใส้อีก แต่เข้าใจมั๊ยคะ ว่าทำไมงานวิจัยที่อื่นเค้าถึงเดินหน้าไปเร็วกว่าเรา โปรดเข้าใจความลำบากของเราที่นี่เถิดนะคะ ... จะว่าไป ความขลุกขลักมันทำให้เราต้องปรับตัว ต้องวางแผนการทดลองกันแบบสุดๆ พลาดไม่ได้ (ไม่งั้นต้องรอเป็นเดือนๆ) และในบางมุม มันทำให้บางคนใช้วิธีพลิกแพลง บางทีเลยเถิดไปถึงคำว่า โกงข้อมูล ก็มี

- จันทร์ : งานเข้าซิคะ ก็เมื่อวานทำเป็นอ่อนไหวหดหู่ไม่ยอมทำงาน วันนี้ละไฟลนก้นร้อนฉ่า แต่ในที่สุดวันเดอร์วู๊แม่นก็ทำเสร็จจนได้ เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งกะเรียนประถมจนเด็กเรียกป้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยน บ่นไปก็เท่านั้น เนอะ ... วันนี้ถกกับเพื่อนที่เป็นพันธมิตร ว่าคุณสนธิแกยึกยัก ตอนแรกคุยฟุ๊งว่าจะบุกกรมตำรวจฯแน่นอนอยู่ก็งดซะอย่างงั้น ... เพื่อนพันธมิตรแย้งทันควัน "ไม่ได้ยึกยัก เราอยากให้พวกที่จ้าง นปช เสียตังค์อีก ดูซิ เสียเงินจ้างมายันกับพันธมิตร แต่เราดันไม่บุก ให้มันเสียตังค์เปล่าไง ... ไว้เดี๋ยวค่อยประกาศบุกอีก ให้พวกมันเสียตังค์จ้างมาอีก" ... ประเด็นไม่ใช่ให้เข้าข้างฝ่ายใด แต่แหม่ คนเราเนอะ ถ้ารักใครศรัทธาใคร มันจะมีเหตุผลมา support คนๆนั้นโดยอัตโนมัติ ประมาณว่า รักนะ ยังไงก็รัก อ้าวจบแบบโรแมนติกซะงั้น


แป๋วแหววคุยเรื่องเทนนิส

ช่วงนี้ยังไม่มีรายการเทนนิสให้ดู ขอพักส่วนนี้ไว้ก่อนนะคะ ไว้มาคุยกันใหม่ เมื่อราฟาลงสนามค่ะ




แป๋วแหววคุยเรื่องแมว

ไม่ได้อัพเดทเรื่องแมวซะนาน เอาละค่ะ เริ่มด้วยหนูฝันดีที่อุ้มมาจากข้างถนน ตอนนี้หนูโตเป็นสาวและสุขสำราญสบายดี มีพี่สาว"เฟอร์บี้"คอยดูแล สองคนเอ๊ยสองตัวนี้เค้าสนิทกันค่ะ


อีกสามสาว .. มาช่า คริสตินา และแคนดี้ ก็สบายดีค่ะ (ดูรูปข้างล่าง) ... ยัยอ้วนมาช่านี่ชอบมานอนเบ่งตรงที่แป๋วแหววนอน ประมาณว่าชั้นน่ะลูกรักนะจ๊ะ ... แป๋วแหววมีตุ๊กตาแมวน้ำตัวโปรดวางไว้ข้างหมอน ยัยแคนดี้(ตัวขาว)ก็เปรียบเสมือนลูกของแมวน้ำตัวนี้ละค่ะ




ส่วนผู้ชายคนเดียวของบ้าน "บราวนี่" หรือไอ้ลูกหมีดำ ความที่เค้าเป็นผู้ชายมั๊งเค้าเลยชอบดูกีฬา ก็อย่างที่เห็นละค่ะ ชอบนอนแหมะตรงปลายเตียงดูเทนนิสเป็นเพื่อนแป๋วแหวว

ตอนนี้นะตรงสวนหลังบ้านป้ามีแม่แมวมาออกลูก 4 ตัวและขออาศัยต่อที่นี่ซะเลย ป้ากำลังกลุ้มใจว่าจะเอาไปไว้ไหนดี ในขณะที่แม่แป๋วแหววแอบเอาอาหารให้แมวทั้งห้านี่ประจำจนอ้วนปุ๊กทุกตัว คุณแม่แมวนี่ดุ๊ดุ ดูหน้ามันสิคะ(ภาพล่าง)


เมื่อเย็นนี้ฝนตกหนักมาก แป๋วแหววนั่งทำงานอยู่ในบ้านคิดขึ้นมาได้ว่าแมวคลอกนี้อยู่นอกบ้านจะทำยังไง (ส่วนไอ้แมวเรา 6 ตัวนี่จะฝนตกแดดออกยังไงก็แสนสบายอยู่ในบ้านตลอดทั้งวัน) โผล่ออกไปดูพบว่าแม่กับลูกอีก 3 ตัวหลบฝนได้แล้ว แต่เจ้าลูกตัวส้มน่ะนั่งหมอบตากฝนตัวเปียกม่อกแม่กไปทั้งตัว ก็เลยอุ้มเอาเข้าบ้านมาเช็ดตัว (น่ารักจังเลยค่ะเกาะแป๋วแหววแน่นเลย) เดี๋ยวรอฝนหายก่อนจะเอาไปคืนแม่ ป่านนี้แม่มันคงเป็นห่วงแย่แล้ว




พอฝนซาก็เอาเจ้าสีส้มไปคืนแม่แมวค่ะ แม่แมวเป็นห่วงมาก มายืนรอ มองหน้าแป๋วแหววเหมือนเป็นศัตรู แหม่ เรารักลูกเธอนะ เข้าใจกันมั่ง ... จากนั้น เผื่อว่าฝนจะตกอีก ก็เลยเอาร่มมากางกันฝนไว้ให้ซะเลย ไม่ต้องห่วงแล้วนะคะ แม่ลูก 5 ชีวิตปลอดภัยแน่นอน





เรื่องดีๆ
จากพี่น้องในบล๊อก

ทำนายดวงชะตา
Rafael Nadal

โดย ป้ามีมี่


เกิดวันอังคารที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2529 (ไม่ทราบเวลาเกิด) .... ตรงกับ วันอังคาร แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล


ผม เป็นคนขยัน อึด อดทน ไม่ย่อท้อ ชอบการต่อสู้แข่งขัน ไม่โมโทโกรธาง่ายๆ ชอบรับอาสาไปทำศึกสงคราม เป็นเทพจากดาวอังคารจุติลงมาเกิด ดาวอังคารได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ในเรือนเสาร์แถมสองเด้งจากดาวเกตุเล็งอังคาร เทวดาคุ้มครองครับ

ทำงานหนัก ไม่หวั่นอุปสรรค ไม่ขี้บ่นนั้นไซร้ มาจากดาวเสาร์ ราชาโชค ใครๆที่ว่าผมชอบกินหญ้า กินดินก็ไม่แปลกเพราะผมเป็นเจ้าที่ลงมาเกิดระดับราชา งานหมูๆผมไม่ชอบ ชอบทำงานหนัก เพราะฉะนั้นผมถึงชอบแข่งแบบหินๆระดับ 5 เซ็ท ใครๆก็เอาผมไม่ลง อนาคตผมจะเป็นเศรษฐีที่ดินนะครับ

เรื่องจิตใจนั้นผมทำไรทำจริง เข้มแข็ง ว่องไวแต่กิริยามารยาทผมอาจดูไม่เรียบร้อย อ้อ!ผมเจ้าชู้ด้วยนะเผื่อคุณไม่รู้:) จันทร์ผมเป็นมหาจักรน่ะครับ

พวกนักการตลาดเค้าชอบผมเพราะผมเจรจาดี พุธเด่นเป็นเกษตร (อนาคตไม่แน่ผมอาจเป็นนักวิจารณ์) ผมจะรับทรัพย์มากก็เพราะงี้ ผมมีดวงการค้านะครับ ขอบอก เวลานัดกับผมต้องทำใจเพราะผมชอบผิดนัด โอ้เอ้ มาสาย อันนี้ผมโทษว่าเป็นเพราะดาวพุธผมอยู่ราศีเมถุน

เรื่องการเรียน การศึกษาผมพอผ่านครับ ไม่ชำนาญเท่าไร


คุณนิดากับราฟา ที่ Santander
อ่านประสพการณ์ของนิดาเมื่อเจอกะราฟา คลิ๊กที่นี่


แป๋วแหววคุยเรื่อง blog

- ได้ยินคนบ่นอุบอิบเหมือนกัน (คงเกรงใจเลยไม่กล้าบ่นดัง) ว่าสีพื้นทำไมมันแด๊งแดง แป๋วแหววทำหูทวนลม รู้สึกว่ามันแรงงงดี นานๆทีไงคะ จนมามีเรื่องแปลราฟาบล๊อกแล้วพี่น้องบอกไม่ไหวแล้ว(โว๊ย) ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นโทนอ่อนโยนนุ่มนวล ตอนแรกมองแล้วไม่ค่อยชิน รู้สึกว่ามันจืดจังเลย แต่ดูๆไปก็สบายตาดี

- เปลี่ยนบรรยากาศมาใช้สีแดง สเป๊นสเปน เพื่อต้อนรับฤดูกาลเคลย์คอร์ทที่กำลังจะมาถึง ไม่ค่อยตรงสเป๊กแต่เอาน่ะ แก้เบื่อ

- ปีใหม่ เอ้าเปลี่ยนสีซะหน่อย ก็ยังโทนฟ้าแต่ให้มันเข้มขึ้นมาอีก ตอนแรกกะจะมีสโนว์ มีตุ๊กตาหิมะ มีต้นคริสมาสต์ ทำออกมาแล้ว วุ๊ย ร้อนจะตาย เสแสร้งแกล้งหนาวต่อไปไม่ไหวก็เลยเอาออกค่ะ

- ห้ามใจตัวเองไม่ไหว เปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าอีกหน ชอบสีนี้ที่สุดค่ะ คงไม่เปลี่ยนไปอีกนาน

- ถ้าเข้ามาพอดีตอนนั้นนะ จะมีช่วงนึงที่แป๋วแหววเอาโค๊ดดอกไม้กระจายมาใส่ในบล๊อกเล่นๆ มันสวยดีแต่ทำให้โหลดช้า ก็เลยเอาออกซะ เสียดาย :(

- เบื่อสีชมพู พยายามเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่ออกมาแล้วดูเหมือนตรุษจีน จนตรอกเข้าก็เลยกลับมาเป็นสีเขียวอีกหน ก็สบายตาดีนะแป๋วแหววว่า

- ตกใจมั๊ยล่ะค่ะ จากดำทะมึนกลายมาเป็นชมพู๊ชมพู เห็นใจแฟนราฟาผู้ชายเหมือนกันค่ะ เข้ามาแล้วคงทำตัวไม่ถูก เอาน่า นะ เปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อย ให้เหมือนเดิมตลอดเบื่อกันแย่เลย


แป๋วแหววขอบขอบคุณ เวปแฟนพันธ์แท้ของราฟา vamosrafael.com แฟนๆทั่วโลกที่เป็นสมาชิกของเวปนี้ได้ช่วยเผยแพร่ทั้งรูปและข้อมูล ทำให้แป๋วแหววตามหาบทความเอามาแปลลงในนี้ได้สะดวกขึ้นมากจริงๆ

ตอนนี้ VR.com ปิดไปแล้ว แต่แฟนๆราฟา มีบ้านใหม่แล้วค่ะ บ้านหลังนี้ก่อสร้างและตกแต่งโดย staff เก่าของ VR.com ... เช่นกัน แป๋วแหววขอขอบคุณ บ้านหลังใหม่ vamosbrigade.com (หรือ VB.com) แหล่งข้อมูลทุกด้านของราฟา ขอพึ่งใบบุญต่อนะคะ


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ทำการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความที่ได้แปลไว้ใน blog แห่งนี้ไปใช้ โดยมิได้มีการอ้างอิงถึงที่มาอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืน ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ดอกไม้จะบาน

ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน
บริสุทธิ์กล้าหาญ
จะบานในใจ

สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่
แน่วแน่แก้ไข
จุดไฟศรัทธา

เรียนรู้ ต่อสู้มายา
ก้าวไปข้างหน้า
เข้าหามวลชน
ชีวิตอุทิศยอมตน
ฝ่าความสับสน
เพื่อผลประชา

ดอกไม้ บานให้คุณค่า
จงบานช้าๆ แต่ว่ายั่งยืน
ที่นี่ และที่อื่นๆ
ดอกไม้สดชื่น
ยื่นให้มวลชน...

จิระนันทน์ พิตรปรีชา

ฟังเพลง ... คลิ๊กที่นี่

Friends' blogs
[Add - - แป๋วแหวว - -'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.