Orpheus : Sing to the Sky

Review : ++ Colors of Malaysia ++

ทริปนี้เป็นการ backpack ไปมาเลเซียโดยออกเดินทางไปช่วงวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 52 (กว่าจะมาอัปลง blog ได้ก็เกือบปี - -")

ผมออก เดินทางจากสุวรรณภูมิช่วงค่ำๆของวัน ศุกร์ที่ 29 ต.ค. ไปถึงสนามบิน LCCT ก็ดึกพอสมควร
ตอนแรกกะว่าจะเข้าพักที่ Tune Hotel ซึ่งอยู่ที่สนามบิน LCCT แล้วตื่นแต่เช้าเข้าไปเที่ยวที่ Putrajaya
แต่ด้วยความชะล่าใจ! ไม่ได้จองห้องไว้แต่แรก พอเราไปถึงที่โรงแรมพนักงานก็บอกว่าห้องเต็ม(ถ้าใครจะไปพักที่นี่ก็ควรจอง ไว้ก่อนนะครับ)
ทำให้เราต้องเข้าไปพักที่ KL ก่อน สลับแผนเอา Putrajaya ไว้วันสุดท้ายก่อนกลับเพราะเป็นทางผ่านที่จะกลับสนามบิน

จากนั้นเรา ก็ขึ้นรถ Aero Bus(คันสีเหลือง) เข้าไปที่ KL Sentral แล้วเรียก taxi ไปยังโรงแรม Radius ที่ได้จองเอาไว้
taxi ที่นู่นเก่ามากก ผมบอกไปโรงแรมเรเดียส(Radius) เค้าทำหน้างงก็เลยต้องเอาแผนที่ให้ดู
เค้า บอกว่า อ๋อ เรดิอุซ - -“
ที่นี่ผมจองไว้แล้วสำหรับคืนที่ 2 จะได้ไม่ต้องแบกกระเป๋าย้ายโรงแรมกันอีก check in ลงไปหาของกินที่เซเว่นฝั่งตรงข้ามกว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบตี 4 แล้วครับ

รูปภายในห้องของโรงแรมเรดิอุซครับ




ข้อดีของโรงแรม Radius คืออยู่ที่ย่าน Bukit Bintang การเดินทางค่อนข้างสะดวกใกล้สถานี monorailตรงข้ามมีเซเว่นด้วย แล้วก็อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งด้วย

แต่ข้อเสียของโรงแรมก็คือ มันเก่าครับ เสียงแอร์ก็ดัง ห้องน้ำก็ค่อนข้างโทรม ที่สำคัญเสียงท่อน้ำดังตลอดเวลา เล่นเอาผมนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

ถ้า ใครอยากจะพักแถวๆนี้ลองไปพักที่โรงแรม YY38 เป็นโรงแรมเล็กๆที่อยู่ติดกับ Radius ราคาใกล้เคียงกัน แต่ตัวโรงแรมยังใหม่อยู่ครับ

ภาพนี้คือถนน Bukit Bintang ตึกเขียวๆคือห้าง Lot10



ตื่นเช้าวันแรกก็เรียกtaxiหน้าโรงแรมไปลงที่ Merdeka Square ครับ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ โดนค่า taxi ไป 15 RM



บิ๊กเบนแห่งมาเลเซียครับ ^^
ตอนที่ไปเค้ากำลังจะ จัดงานอะไรซักอย่าง กำลังจัดเต็นท์กันอยู่เลย



จากนั้นก็กางแผนที่แล้วก็เดินเอาครับ ก็มั่วๆหลงๆไปเรื่อยๆไม่ได้มากับทัวร์ครับ ไม่ซีเรียส เวลาเราเหลือเฟือ :)

ผม ชอบถนนที่มาเลเซียครับ ดูสะอาด แล้วก็มีต้นไม้เยอะ ดูร่มรื่นดี



อันนี้เป็นมัสยิดแห่งชาติ ก่อนเข้าไปต้องลงชื่อพร้อมระบุประเทศด้วย พอเขียนว่ามาจาก Thailand เจ้าหน้าที่ก็พูดว่า “สวัสดีครับ” เป็นภาษาไทยประทับใจมากๆพร้อมกับสวมชุดคลุมสีม่วงให้ ^^



เดินเข้าไปถ่ายรูปข้างในมานิดหน่อยครับ



จากนั้นก็มั่วต่อ อุตส่ามีแผนที่แต่หลงทิศครับ จนมาถึงแถวๆสถานีรถไฟเก่า



สวยดีครับ ที่นี่มีสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากตอนที่อังกฤษปกครองมาเยอะ เหมือนกัน



แต่งรูปช่วยนิดนึง เพราะตอนไปฟ้าขาวสุดๆ



หลงจนเดินกลับมาถึง KL Sentral *o*

เล่นเอา ขาลากกันเลย แล้วก็ขึ้นไปกินข้าวกลางวันที่ชั้นบนของ KL Sentral แล้วก็เดินออกมาขึ้นรถ Monorail กลับ Bukit Bintang

แวะเดินเล่นห้าง แถวๆนั้นก่อน แล้วก็ไปนั่งพักกินกาแฟที่ร้านเฉินหลง Jackie Chan’s Cafe ที่นั่งสบายมาก แทบจะนอนกินกันเลยทีเดียว ^^



จากนั้นเราก็กลับมานอนพักที่โรงแรม โดยวางแผนว่าคืนนี้จะไปถ่ายรูปตึกแฝดตอนกลางคืน ช่วงที่นอนพักฝนก็ตกอีกแล้ว ช่วงที่ผมไปฝนตกทุกวันเลยครับ



ระหว่างติดฝนอยู่ก็ถ่ายรูปเล่นอยู่ในห้องรอให้ฝนหยุด



พอฝนหยุดก็ได้เวลาไปตึกแฝดกันแล้ว โดยตั้งใจจะเดินไป เพื่อเป็นการแก้ตัวเมื่อช่วงเช้าที่หลงกันมาทั้งวัน แต่คราวนี้ไปง่ายครับเพราะเห็นตึกแฝดอยู่ไกลๆ ไม่หลงแน่นอน ฮ่าๆ

พอ มาถึงตึกแฝดฝนก็ตกลงมาอีก ก็เลยต้องเดินเล่นอยู่ในห้าง Suria อยู่ต่ออีกพักนึง

แต่พอออกมาอีกทีก็………ตะลึงครับ *o*



ตึกแฝดตอนกลางคืนนี่สวยมากๆครับ เสียดายที่ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป เพราะแบกไม่ไหว เลยอดได้ไฟแฉกเลย - -“



ลองเปลี่ยนเลนส์ยิงยอดดูมั่งครับ ^^



ไม่มีขาตั้งกล้องแต่ก็สู้ครับ รัวไม่ยั้ง ถ่ายทุกซอกทุกมุม พี่ รปภ. ถึงกับมองค้อน - -a



ตอนเช้าใครขยันๆก็มารอต่อคิวขึ้นไปชมวิวตรงสะพาน เชื่อมของตึกได้ครับ ขึ้นไปชมฟรีรอบละ 15 นาทีแต่ต้องมารอแต่เช้าๆหน่อย(หยุดวันจันทร์) ส่วนผมไม่ไหวเดินทั้งวันขอนอนเอาแรงดีกว่า :P



เปโตรนาส (petronas twin tower) ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ที่สูงตระหง่านถึง 452 เมตร มีด้วยกัน 88 ชั้น ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 20,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของตึกนี้เป็นเจ้าของน้ำมันยี่ห้อเดียวตึกนั่นเอง

ส่วนการออกแบบตึกได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม ผสมผสานกับโครงเหส็กที่ท่อหุ้มในแต่ละจุด ทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตามากเลยทีเดียว

ภายในตึกนี้จะเป็นแหล่งความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง และแหล่งซ็อบปิ้งขนาดใหญ่นั่นคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเลีย ห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง



ถ่ายรูปจนพี่ รปภ. เริ่มเคืองก็ได้เวลากลับเรดิอุซแล้ว ^^



แต่คราวนี้เดินกลับไม่ไหวแล้วครับ - -“ เลยนั่ง Monorail จาก Bukit Nanas กลับไปที่ Bukit Bintang แล้วก็แวะซื้อของฝากแถวๆนั้น พอดีเจอร้านขายของฝากที่เจ้าของเป็นคนไทยพี่เค้าลดให้เยอะมากๆ ถูกกว่าร้านแถวๆนั้นเกือบครึ่ง ก็เลยได้ของกลับมาหลายอย่างเลย

KL Tower รูปนี้ถ่ายตรงสถานี Monorail Bukit Nanas ครับ กลางคืนเปิดไฟสวยดี เสียดายไม่ได้ขึ้นไป



ตื่นมาตอนเช้าก็ถ่ายรูป KL Tower อีกที คราวนี้ถ่ายผ่านหน้าต่างของโรงแรม สีตัดกับฟ้าเข้มๆ



แล้วก็ได้เวลาล่ำลาเรดิอุซแล้วครับ ...



เราก็กลับมาใช้บริการ Monorail อีกครั้ง เพื่อไป KL Sentral โดยเป้าหมายของวันนี้คือไป Genting ครับ

ถาพนี้เป็น ถนน Bukit Bintang อารมณ์ประมาณแยกปทุมวัน ^^



ไปถึง KL Sentral ตอน 10 โมงนิดๆ ก็รีบตรงไปจองตั๋วสำหรับไป Genting ทันที
ระหว่างนั้นจะมีแท็กซี่มากด ดันว่าต้องรอหลายชั่วโมง เพราะรถเต็มยาวไปจนถึงบ่าย 2 โมงเลยนะ
แต่เรารอ ได้ครับ เพราะเราจน ฮา….

ถ้าใครจะไป Genting ช่วงวันหยุดต้องเผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ เพราะคิวจะยาวทีเดียว
นั่งๆนอนๆ กินข้าวแล้วก็เดินช้อปอยู่ใน KL Sentral พอถึงเวลาก็กลับมารอขึ้นรถเพื่อไป Genting ใช้เวลานั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็รอคิวขึ้นกระเช้าอีกซักพักก็มาถึงแล้วครับ Genting … ฝนก็ตกอีกตามฟอร์ม



เดินไป check in ที่ First World ไกลพอสมควร(ไม่รู้มาถูกทางรึปล่าว) มีคนมานั่งรอห้องเยอะมาก โชคดีที่ผมจองมาก่อน
ไม่งั้นคงจะซ้ำรอย Tune Hotel แน่ๆ

รูปนี้ ถ่ายจากหน้าต่างของโรงแรมครับ ^^




เข้ามาที่ Genting ไม่ค่อยได้ทำอะไรครับ ตั้งใจแค่มาใส่เสื้อกันหนาวเฉยๆ :P
วันรุ่งขึ้นก็ได้เวลากลับ KL แล้วครับ

รูปนี้ถ่ายระหว่างรอรถกลับ KL ชอบสีต้นไม้ตัดกับสีป้ายบอกทางครับสวยดี ^^



พอกลับมาถึง KL Sentral ก็นั่ง KLIA Transit ไป Putrajaya ต่อครับ แต่ถ้าเป็นรถ KLIA Ekspres เค้าจะวิ่งตรงไปสนามบินเลยไม่แวะจอดตามป้ายเหมือน KLIA Transit รถไฟเค้าสะอาดและเร็ว ทันสมัยกว่าบ้านเราเยอะครับ อยากให้รถไฟบ้านเราเป็นแบบนี้มั่งจัง - -“



พอมาถึงสถานี Putrajaya แล้วก็ไปหารถเพื่อเข้าไปเที่ยวในเมือง
ถามเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าต้องรอรถ เมล์ประมาณ 20 นาที ก็เลยลองเดินไปถามที่ศูนย์แท๊กซี่ พอถามราคาแล้วค่อนข้างแพงก็เลยเดินกลับ

พอดีมีลุงแท็กซี่แกเดินมาบอก ราคาที่ถูกกว่าเยอะพอสมควร ตกลงราคาโดยให้พาชมเมือง 2 ชั่วโมง แล้วให้แกไปส่งที่สนามบินด้วยเลย ราคาประมาณ 110 RM แกก็โอเคครับ แต่แกให้ไปแอบขึ้นอีกด้านนึง เพราะตรงนี้ต้องรับคูปองจากทางศูนย์แท็กซี่ เราก็ไม่รอช้า รีบวิ่งไปรอรถอีกด้านนึงครับ ฮ่าๆ



มาถึงก็ฝนตกอีกแล้วครับ….เซ็ง -*-



ที่มาเลเซีย รถ 80% ที่วิ่งกันบนท้องถนนจะเป็นรถ Proton ครับ รถแห่งชาติของเค้า ไปที่ไหนก็เจอแต่ Proton



แล้วก็มาถึงจนได้ Putra Masjid (มัสยิดสีชมพู) ฝนหยุดพอดี โชคดีมาก

คนที่นู่นเรียก Masjid ครับ ไม่เรียก Mosque



ซูมเข้าไปใกล้ๆ



ผู้หญิง(ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม)ก่อนเข้าไปภายในมัสยิด ต้องสวมชุดคลุมด้วยครับ

ชอบรูปนี้ที่สุดในทริปแล้วครับ ^^



เสาข้างๆไม่แน่ใจว่ามีความหมายยังไง (เสาข้างๆมัสยิดนั่นน่าจะเป็นเสาอาซาน สำหรับให้คนขึ้นไปบนยอด แล้วประกาศว่าเป็นเวลาละหมาดอะไรน่ะค่ะ สมัยก่อนไม่มีเครื่องขยายเสียง ก็เลยต้องทำให้สูงๆ เสียงจะได้ส่งไปไกลหน่อย

จาก คุณ : LuNaTicCaT)



สลับด้วยมุมไกลๆมั่งครับ



เติมฉากหน้าหน่อยครับ ยืนรออยู่นานเลยกว่าจะได้ใบนี้มา



เข้าไปด้านในไม่ได้ครับก็เลยถ่ายรูปเล่นอยู่แค่ข้าง นอก



ด้านข้างของมัสยิดเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี Prime Minister Office



สุดท้ายแล้วครับลาด้วยภาพ Prime Minister Office ด้านหน้า
จบทริปนี้แล้วครับ สนุกดีแม้จะเจอฝนทุกวัน เป็นทริปที่ประทับใจทริปนึงเลย ถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ … มาเลเซีย



แถมภาพ Panorama ของเมือง Putrajaya อีกใบนึง ^^





ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมและ comment นะครับ





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2553 18:39:14 น.
Counter : 1321 Pageviews.  


Valentine's Month


 
ออร์-ฟิ-อุส_orpheus
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ออร์-ฟิ-อุส_orpheus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.