Group Blog
 
All Blogs
 
วันที่สี่ abashiri

หลังจากที่เมื่อวานนั่งรถไฟร่วม 7-8 ชั่วโมง จาก wakkanai-->asahikawa-->abashiri ก็มาถึงซักที abashiri มาถึงราวห้าทุ่มเหมือนเดิม เริ่มเบื่อการนั่งรถไฟนิดๆ

ที่มา abashiri เพราะอยากดูพิพิธภัณฑ์เรือนจำที่นี่ และตอนแรกก็ว่าจะมาขี่จักรยานตาม cycling road ด้วย แต่เห็นแดดแล้วสู้ไม่ไหว เลยนั่งบัสไปที่นี่แทน ทะเลสาบ Notoro เพื่อไปดูต้นหญ้าsalicornia ที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงไปทั่ว


ก่อนไปก็ทำใจไว้แล้วนะว่ามันอาจจะยังไม่แดง เพราะไปก่อนช่วงพีคประมาณหนึ่งอาทิตย์ แต่ก็ลองเสี่ยงดู(เพราะถ้าไม่ไปก็ไม่รู้จะเอาเวลาไปทำอะไรอยู่ดี ถ้ามันยังเขียวๆดำๆอยู่ก็คิดซะว่าไปดูทะเลสาบละกัน)

พอมาถึงแล้วรู้สึกคิดถูกที่มา(ถึงมันยังไม่พีคก็เถอะ)


แดดแรงมาก จะถ่ายรูปต้องรอให้แดดออกก่อน ไม่งั้นแดดร่มแล้วหญ้าจะดูดำๆ


คุณคนนี้ตั้งใจพิจารณาต้นหญ้ามาก


บริเวณที่ไม่มีหญ้าก็สวยนะ


นี่ทางจักรยาน ทำไว้ดีมาก


แต่ที่ชอบสุดๆ นี่เลย ข้าวโพดต้ม ฝักละ 200 เยน ถูกและอร่อยมาก




นั่งรถบัสต่อไปดูพิพิธภัณฑ์เรือนจำ แต่ก่อนหน้านั้นแวะลงไปถ่ายรูปเรือนจำของจริงกันก่อน ถ่ายได้แค่จุดนี้ เลยเข้าไปข้างในแล้วห้ามถ่าย มีเจ้าหน้าที่ยืนคุมอยู่เลย


รีบวิ่งไปขึ้นบัสอย่างไว เพื่อไปที่นี่ Abashiri Prison Museum


พวกตึกอาคารที่จัดแสดงทั้งหลายเป็นอาคารที่ได้ใช้งานจริงตั้งแต่สมัยเมจิ แต่ได้ทำการย้ายมายังบริเวณปัจจุบันและซ่อมแซม ก่อนที่จะเปิดบริการเป็นพิพิธภัณฑ์

มีหุ่นขี้ผึ้งแสดงประกอบคำบรรยาย


จัดบริเวณไว้ได้อย่างสวยงาม


หุ่นขี้ผึ้งจำลองศาลตัดสินคดี


ตรงส่วนนี้จำลองที่พักของนักโทษเวลาออกไปทำงานนอกสถานที่ เช่น ไปสร้างถนน สร้างกันอย่างง่ายๆ เอาขอนไม้มาแทนหมอน เป็นต้น


แสดงการปลูกพืชผักสวนครัว นักโทษที่นี่เขา self-sufficient


โรงครัวประกอบอาหาร


ทีนี้มาดูอาหารที่นักโทษกัน ที่นี่เขามีอาหารชุดจำลองแบบที่นักโทษรับประทานขายในราคา 600 เยน ปลาย่างอร่อยมากขอบอก


ต่อไปเป็นที่คุมขัง ตึกนี้ประกอบไปด้วยตึกยาวห้าส่วน กระจายเป็นใบพัด


ในรูปแสดงระบบทำความร้อนที่ออกแบบให้อุ่นได้ทั่วถึง(ไม่งั้นนักโทษโวยวายแย่)


นี่ห้องขังเดี่ยว



จริงๆแล้วที่อยากมาที่นี่ เพราะอยากมาถ่ายรูปนี้(โดนไกด์บุคครอบงำ)


สังเกตว่ามีคนกำลังจะหนีออกจากคุก เขาคือนายชิราโทริ ผู้ซึ่งมีประวัติโชกโชนในการแหกคุก มีเรื่องเล่าว่า ตอนหลบหนีจากเรือนจำ abashiri เขาได้ราดซุปมิโซะไปบนโซ่ตรวนและบริเวณห้องขัง เกลือจากซุปก็กัดเหล็กไปเรื่อยๆๆๆ จนกระทั่งเขาสามารถแหกคุกออกไปได้ ตอนหลังก็ไปก่อคดีและถูกจับได้อีก แต่ก็ประพฤติตัวดีจนตอนหลังก็ได้รับการปล่อยตัวไป


ส่วนต่อไปเป็นห้องอาบน้ำรวม มีผู้คุมคอยจับตามองตลอดเวลา (ผู้คุมจะรู้สึกยังไงมั่งเนี่ย ดูผู้ชายอาบน้ำ)


ข้ามสะพานนี้ก็พ้นบริเวณพิพิธภัณฑ์แล้ว



หมดเวลากับ abashiri แล้ว นั่งรถไฟไปสถานีต่อไป shiretoko-shari ระหว่างทางรถไฟแล่นเลียบทะเลokhotsk


วิวอีกด้าน มองจากในรถไฟ



ราวหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงสถานี shiretoko-shari เล็กจริงแต่สวยจนไม่หน้าเชื่อว่าเป็นสถานีบ้านนอก ไปถามมาได้ความว่าเพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อปีที่แล้วเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากที่ shiretoko ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 2005


แล้วก็นั่งบัสต่อไปอีกชั่วโมง ถึง Utoro Onsen bus terminal เพื่อเข้าพักที่นี่เป็นเวลาสองคืน ห้องพักแบบญี่ปุ่น ขนาดหกเสื่อ


มาถึงปุ๊บ พักสิบนาที ก็รับประทานอาหารเย็นกันเลยตอนหกโมงครึ่ง มีปูขนด้วย(แต่แอบกินลำบาก) นอกนั้นก็มีปลาย่าง ซูชิหอยเชลล์



ก่อนจะอาบน้ำนอนเอาแรงเที่ยวพรุ่งนี้ต่อ


Create Date : 15 กันยายน 2552
Last Update : 15 กันยายน 2552 20:39:29 น. 2 comments
Counter : 2471 Pageviews.

 
Marusei Butter Sandwich สอบถามหน่อยคะว่านอกจากฮอกไกโดที่อื่นจะมีขายไหมคะ เช่นนาริตะ นะคะ ขอบคุณคะ


โดย: ตาล IP: 124.122.204.150 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:23:11:13 น.  

 
น่าสนใจมากเลยครับ พอจะมีข้อมูลรายละเอียดที่พักมั้ยครับ (Guest house LANTAN หรือว่าเบอร์ติดต่อ) พอดีว่าจะไปเที่ยว Shiretoko หน้าร้อนนี้ แต่ยังหาที่พักไม่ได้เลยครับ ขอบคุณมากเลยครับ


โดย: Summer Boy IP: 133.11.61.151 วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:52:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุกกี้รสส้ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุกกี้รสส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.