อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
คืนสยองขวัญบนรถตู้

คืนสยองขวัญบนรถตู้
(ตอนที่ 1)

กริ๊งๆๆๆๆๆกริ๊งๆๆๆๆๆๆ......

ผมสะดุ้ง...ลืมตา..เพราะเสียง นาฬิกาปลุก บนหัวเตียงที่กรีดระรัวอย่างไม่เกรงใจเจ้าของ จนผมเกรงใจมันต้องลุกขึ้นอย่างขี้เกียจ พลางสะบัดหัว ไล่ความงัวเงีย มึนงง ออกจากหัว พร้อม เอื้อมมือไปในความมืด ควานหา ด้วยความเคยชินไปยัง นาฬิกา ต้นเสียง หยิบคว้าเอามามอง ...กดปุ่มหยุดเสียงให้มันเงียบ...


พรายน้ำจากเข็มนาฬิกา ชี้บอก เวลา ตี 5 พอดิบพอดี ...เป็นไปตามที่ผมตั้งเวลาไว้ ....ปัดเอาผ้าห่มออกจากร่างกายดีดตัวลงจากเตียงนอน พยายาม ไล่ความง่วงที่ยังรบกวนอยู่ ...เหมือนร่างกายยังไม่พร้อมที่จะตื่น เปิดสวิตไฟฟ้า ...วิ่งเข้าห้องน้ำ ปฎิบัติ ภาระกิจ ส่วนตัวทันที....


วันนี้เรามีนัดจะไปงานศพ แม่ของ น้องที่ทำงาน ซึ่งตั้งศพอยู่ที่วัดต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง ทางภาคอีสาน ....ก็ตามสมัยนิยม...ผมตกลงเหมารถตู้เพื่อเป็นพาหนะในการเดินทาง ...เพราะขี้เกียจขับรถ...จังหวัดที่จะไปไม่ใช่ใกล้ๆระยะทาง เกือบ 500 กิโลเมตร....


ลุงบุญ ขับรถตู้มาจอดที่หน้าบ้าน... ผมรออยู่แล้ว ..ไม่ให้เสียเวลา เปิดประตูด้านข้าง ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังคนขับ.. ไม่ต้องรอให้ลุงบุญ มาเปิดให้..


“ลุง มีเพื่อนผม อีก 5 คนรออยู่ที่ หน้าศาลากลางจังหวัด แวะรับด้วย ครับ..!!” ผมยื่นหน้าบอกลุงคนขับ..


แกหันหน้ามาหาผม “ ได้ครับ ไปกัน แค่ 5 คน เท่านั้น เหรอ”......ก็มีไปเท่านั้น แหละ ลุง จะได้นั่งกันสบายๆ ผมตอบแก...


ท้องฟ้ายังมืด อากาศยามเช้าเย็นสบาย ถนนหนทางโล่ง ท้องถนนมีผู้คนไม่มาก บ้านผู้คนสองข้างทางมืดเงียบ นานๆจะมีรถให้พบเห็น...นึกในใจว่าถ้าโลกเราไม่มีดวงอาทิตย์....ไม่มีแสงตะวัน...ชีวิตความเป็นอยู่คงลำบากไม่น้อย...


เบิ้ม , เจ๋ง , ขรรชัย , หมาน และ อ้ายเหวง ยืนรอกันอยู่ ข้างๆศาลากลางจังหวัด...ตรงตามเวลานัดหมายโดยพร้อมเพรียงกัน...


“อ้าย เหวง เอ็ง ขึ้น ด้านหน้า นั่ง คู่กับคนขับ เอ็งมันตัวใหญ่” ผมตะโกน บอกทันทีที่รถจอด ตรงหน้ากลุ่มที่ยืนรอกันอยู่..อ้ายเหวง ตัวอ้วนดำ สูง 180 เซ็นต์ติเมตร หนักคงเป็น ร้อยกิโล เป็นลูกน้องผมเอง หมอนี่ถ้าได้กิน เบียร์ สามารถกินคนเดียวได้เป็นโหล...


.ส่วน อีก 4 คน ทยอยกันขึ้นด้านตัวรถตู้ .ทักทายกัน เล็กน้อย เพราะดูท่าทางบางคนยังเมาขี้ตาอยู่ ขึ้นรถหาที่นั่งกัน ตามเบาะที่เป็นแถว นั่งกันสบายไม่แออัด เพราะรถตู้ปรกติ บรรทุกได้ ถึง 11 คน..ความจริงเราชวน พรรคพวกที่ทำงานเดียวกัน กับน้องลูกสาวคนตาย ไปกันหลายคน แต่ระยะทางมันไกลเลยถอดใจกัน ฝากแต่ซองทำบุญไป....

รถตู้ มุ่งหน้าออกเดินทาง เราใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ..ถนนเส้นนี้เมื่อ 50 ปีก่อนถือว่าเป็นถนนที่ดีที่สุดในประเทศไทย สร้างโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอเมริกา.ความยาว.ต้นทางที่สระบุรีสุดปลายทาง นครราชสีมา...


เดิมพื้นถนนลาดยางมะตอย...ความกว้าง 2 เลน..ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆบางคนเล่าว่า ขนาดขับรถบนถนนน้ำในแก้วยังไม่หก...คงจะเปรียบให้เห็นว่าถนนเรียบเป็นกระดาษ....นั่นมัน พ.ศ. 2500...


ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีต กว้างขวางใหญ่โต ....มีเลนให้วิ่งหลายเลน ...ขับสบายๆๆ...


ลุงบุญ อายุ กว่า 50 ปี แกเป็นเจ้าของรถเอง ใช้บริการกันบ่อย เพราะแกขับรถดีไม่คึกคะนอง นิสัยเป็นกันเอง ...ผมเคยเจอรถตู้บางคัน เจ้าของรถไม่ได้ขับเองเพราะมีหลายคัน จึงจ้าง คนอื่นขับ ไม่รู้มันทะเลาะกับเมียมาหรือเปล่า...? ขับเหมือนไม่มีคนอื่นนั่งอยู่ด้วย...เข็ดขยาด..ขอจำหน้าคนขับจนวันตาย.....และขออวยพรขอให้มันไปตายคนเดียว เถอะ ....!!!


“เฮ้ย...เบิ้ม มีแผนที่วัดที่จะไปนี่ หรือเปล่า ???” ผมหันหน้าเอ่ยถาม......กับเบิ้มซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง...


“มี.. ! มี..! จดมาแล้ว ” ......เบิ้ม พูดพร้อมหยิบกระดาษขนาด เอ 4.....ยื่นมาให้. ….


กางกระดาษดู เป็นแผนที่วาดอย่างสังเขป แสดงตำแหน่ง ของวัดที่เราจะไปกัน ตกใจนิดหน่อย เพราะไม่ได้อยู่ในตัว อำเภอ หรือจังหวัด....ดูจะห่างไกลออกไปอีกมาก..ก็เพียงแต่ภาวนาขอให้ ถนนหนทางไม่ แย่จนเกินไป.. สงสารรถ...เกรงใจคนขับ...!!!


ประมาณ 2 โมงเช้า เราก็ถึงโคราช ลุงบุญเลือกใช้เส้นทางอ้อมเมือง เพื่อไปสู่จังหวัดขอนแก่น แวะกินข้าวกิน กาแฟ ที่ปั๊ม น้ำมันแห่งหนึ่ง ทุกคนอิ่มกันถ้วนหน้า กระปี้กระเปร่า...สดชื่นขึ้น....เพราะช่วงขึ้นรถมาตอนแรก..พวกเล่นนอน กันอย่างเดียว..แต่ผมตาแข็งไม่หลับเหมือนคนอื่น นั่งมองข้างทาง ดูไร่นา บ้านคน เพลินตาดี....


พอรถตู้เคลื่อนตัวออกจาก ปั๊มน้ำมัน “ลุงบุญ เราไปตั้งต้นอีกที่ ตรงทางแยกอ้อมเมือง ก่อนถึงจังหวัดขอนแก่น นะ” ผมยื่นหน้าบอก...เพราะช่วงต่อไปเราจะไปต่อที่จังหวัดกาฬสินธิ์ ...กลัวลุงบุญจะขับเลยไปเพราะแกยังไม่เคยไป จังหวัดกาฬสินธิ์ ...


เส้นทางกว้างดี..โดยเฉพาะไหล่ทางกว้างเป็นพิเศษ พวกที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์จะปลอดภัย และมีที่ให้พักรถใหญ่เช่น 10 ล้อ 18 ล้อเป็นช่วงๆ


สำหรับที่พักรถจะขยายออกไปจากริมทางอีก ทำให้ไม่เกะกะรถเล็กที่วิ่งมาตามไหล่ทาง.....เพราะเคยมีอุบัติเหตุบ่อยๆ...ที่รถบนถนนวิ่งมาชนท้ายรถที่จอดอยู่ริมทาง.....ตายเจ็บกันไปเยอะ..การป้องกันที่ดี..ก็จะเป็นบุญกุศลของพวกมักง่ายและ ประมาท.....


“พี่ พี่...อ้ายหน่อง(หมายถึงลูกสาวคนตาย) มันไปวัดยังไงไปกับใคร” เสียง อีขรรชัย(ที่ทำงานเรียกกันอย่างนั้น)..เพราะลักษณะของแก เป็นเหมือนตุ๊ด...แต่จีบทั้งผู้หญิง ..สีทั้งผู้ชาย..เลยไม่รู้อยู่เพศไหน... ถามมาจากด้านหลังรถ.....คงเป็นห่วง น้องหน่องเพราะน้อง หน่อง ยังไม่มีแฟน สวยเสียด้วยอายุแค่ 20 เศษๆเพิ่งบรรจุเข้ารับราชการไม่กี่ปี....


เหมือนพรรคพวกรู้ทัน เสี่ยเจ๋ง เลยดักคอ “แม่ตายทั้งที จะให้ไปพร้อมแขกหรือไง ? เจ้าภาพต้องไปก่อน...อ้ายหน่องมันลางานตั้ง 3 วัน ป่านนี้อยู่ที่วัดแล้ว”….ผมว่าพวกที่มางานศพ คราวนี้ คงอยากสร้างคะแนนให้ตัวเอง ตามภาษาพวกหัวงู ทั้งหลาย...แต่ไม่ใช่ผมนะครับ....


“ พี่ พี่......” เสียง เสี่ยหมาน พูดขึ้นมาบ้าง “ผมไม่เกี่ยวกับ น้องหน่อง ผมขอให้ โชเฟอร์หยุดรถ ตรงที่พักรถข้างหน้าได้ไหม”........มันพูดขึ้นมาลอยๆๆๆ


“ได้ครับ ได้ จะจอดให้ครับ” ลุงบุญรีบบอก....เพราะแกเป็นคนใจดี......


“ผมปวดเยี่ยว แล้วขอสูบบุหรี่ ซักมวน” เสี่ยหมานรีบพูด ออกตัว.....เสียงสั่นๆเหมือนเสียงคนจะลงแดง....ยังไงยังงั้น...


ประมาณ 5 โมงเช้า เราก็ถึง ทางแยกบายพาส ทางด้านขวามือ เลี้ยวเข้ามาแล้ว ข้ามทางรถไฟ...ก็จะออกสู่...มหาสารคามเมืองแห่งการศึกษา เพราะที่นี่ดูเป็นเมืองเล็กๆ....แต่มีนักศึกษามาเรียนที่นี่กันมาก....


ผ่านมหาสารคาม ไปถึงยางตลาด เลี้ยวซ้าย เพื่อไปจังหวัด กาฬสินธิ์ ....ดูนาฬิกา เกือบบ่ายโมงแล้ว แวะกินอาหารกลางวันกัน...อ้าย เหวง แลบลิ้น ทำท่าเหมือนอยากกิน เบียร์ แต่ผมสั่งห้าม บอก เอาไว้กินตอนขากลับ ให้เสร็จงาน ศพก่อน....


รถตู้วิ่งมาถึง...จังหวัดกาฬสินธิ์ แต่เราไม่เข้าตัวจังหวัด รถเลี้ยวขวาไปทางจังหวัด ร้อยเอ็ด ผมเอาแผนที่มาดูรายละเอียด อีกครั้ง แผนที่ระบุว่า จากจุดนี้อีกประมาณ 20 กิโลเมตร ....


ให้สังเกตุทางแยกขวามือ มีต้นไม้ใหญ่อยู่ปากทาง และจะมีป้ายเขียนชื่อวัดที่เราจะไป..ให้เลี้ยวเข้าไป...ในแผนที่ไม่ได้บอกระยะทางเพียงแต่บอกให้ ไปเรื่อยๆจะถึงวัดเอง...


ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ถึงตำแหน่งตามที่แผนที่ บอกไว้ ลุงบุญเลี้ยวรถ เข้าทางแยก ....สภาพถนนเป็นลูกรัง...กว้างไม่น่าเกิน 5 เมตร สองข้างทางก็เป็น ป่าโปร่งเหมือนชนบททั่วไป แต่แปลกแถวนี้ไม่ค่อยมีใครทำนา มองดูเหมือนปลูกพืชอย่างอื่น ....


สภาพที่ดินเป็นเหมือนเนินเขา รถวิ่งเร็วไม่ได้ถนนบางช่วงสูงขึ้นบางช่วงลาดต่ำลง ผิวถนนเป็นหลุมบ่อพอประมาณ ที่สำคัญ ตั้งแต่เข้ามาไม่มีบ้านคน ซักหลัง


ลุงบุญ ขับรถไป..ช้า ๆ…คงเดาใจผมออก แกบอกว่า เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ จะมีบ้านรวมกันอยู่ในหมู่บ้าน หน้าทำนาจะออกจากบ้านมาทำนากัน บริเวณนี้เป็นที่ทำไร่-นา จึงไม่มีบ้านคน เพราะคนจะไปอาศัยรวมกันในหมู่บ้าน จะเห็นก็มีแต่เถียงนา หรือกระท่อมเล็กๆไว้กันแดดกันฝนเวลามานา-มาไร่


ตอนแรกเข้ามา มองดูข้างทางก็เพลินๆดี พอนานเข้า เอ๊ะ !! ทำไมยังไม่ถึงซักที ....


“ใครมีเบอร์ อ้ายหน่อง มั่ง” อีขรรชัย พูดขึ้นมาลอยๆ มันคงนั่งรถจนเบื่อ คงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะถึง....


เสี่ย เจ๋ง เอาโทรศัพท์ ออกมาจากเอว เพื่อจะไล่กดดูเบอร์ ในเครื่อง.... ซักพักพูดขึ้นว่า “ อีขรรชัย ใสเจีย เสียใจ แถวนี้ไม่มีคลื่น” พร้อมหันหน้าไปทาง คนถาม .... “ไม่มีคลื่นซักขีด...ได้เบอร์ไปก็ไม่มีประโยชน์...


โทรศัพท์ตอนนี้ ก็เหมือนไม้ตีพริก ทำอะไรไม่ได้” .....เสี่ยเจ๋งพูดน้ำเสียง มีกังวล...


ยิ่งลึกเข้ามามาก ทางก็ยิ่ง คดเคี้ยว วกวน ซ้ำข้างทางต้นไม้ก็เริ่มรกครึ้มมากขึ้น นาฬิกา บอกเวลาประมาณ บ่าย 3 โมงแต่ดูแล้วเหมือนหกโมงเย็น รถหรือคน ก็ไม่พบเห็น วัว กระบือ ไม่เห็นมี ...ผมชักใจคอไม่ดี กำลังจะบอกกับลุงบุญว่าเอาไงดี...จะกลับไปตั้งหลักที่จังหวัด ก่อนดีมั๊ย...


อยู่ๆก็มีลมพัด เห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นต้นไม้ขนาดเล็กลู่ตามลม... ลมม้วนตัวเป็นกรวยพัดใบไม้แห้ง เศษไม้ม้วนขึ้นไปในอากาศ...แต่ก็ยังไม่รุนแรงอะไร ซักพักก็หายไป....ทางข้างหน้าเป็นโค้งหักข้อศอก....พอรถพ้นโค้งออกมา....


“ นั่นไง เห็นศาลาวัดแล้ว อยู่ข้างหน้า” อ้ายเหวง.....ตะโกนอย่างดีใจ.....


พวกเราถอนหายใจกัน.... ถึงเสียที... พอรถเข้าไปใกล้...เอ๊ะ...ทำไม่เงียบชอบกล หรือเจ้าภาพจัดงานไม่ใหญ่โต.. .....ลุงบุญ จอดรถหน้าวัด ...???. ด้านหน้าวัด...มีซุ้มหน้าวัด เป็นเสาไม้เนื้อแข็งสูง ประมาณ 5 เมตร.....


ด้านบนของเสาทำเป็นหลังคาเล็กๆครอบไว้ มีป้ายชื่อวัด..ติดอยู่ด้านบนระหว่างเสาสองต้น .ใจผมห่อเหี่ยวเพราะชื่อวัดไม่ตรงกับที่เราจะไป .....วัดนี้ไม่มีรั้ว ...เห็นแต่เสาไม้ เก่าๆ เอียงๆปักเป็นอาณาเขตวัด .....


พวกเราในรถมองหน้ากัน เลิ่กลั่ก...ทำอะไรไม่ถูก...มองซ้ายมองขวา รอบๆบริเวณ อย่างตื่นกลัว ท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่หลงทางกับ พ่อ แม่ ......


หน้าตาแต่ละคน..เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด.... ผมชะเง้อมองเข้าไปในบริเวณวัด ต้นโพธิ์ ต้น ไทร ขึ้นอยู่ทั่วไป พื้นลานทั่วไป เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง ไม่มีการเก็บกวาด เหมือนวัดร้าง หมา แมว ไม่มีให้เห็น ....


มีทางที่รถเข้าไปได้...ผมบอกกับคนขับ. “ลุงบุญ....ขับเข้าไปเลย เผื่อเจอพระจะได้ถามทาง”......


รถเคลื่อนตัวช้าๆ...เข้าไปในวัด...บรรยากาศในรถเงียบสนิท...ได้ยินแต่เสียงแอร์รถยนต์ ครางอย่าสม่ำเสมอ..และเสียงหายใจ...ยาวๆของบางคน....ผมสังเกตุสภาพภายใน ..บริเวณวัด...เพ่งสายตา มองผ่านหน้าต่างรถออกไป..…


มีโบสถ์เก่าคร่ำครึ ไม่มีสีสัน ออกสีดำๆ หลังคามีรอยโหว่เห็น อยู่หลายรู กระเบื้องดินเผาที่เรียงเป็นหลังคา ดูทรุดโทรมไม่สวยงาม ข้างโบสถ์มีต้นไทรใหญ่ อายุคงเป็นร้อยปี มองเห็นรากใหญ่เลื้อยขึ้นมาเกาะ ผนังโบสถ์.....


ถัดมาประมาณ ซัก 100 เมตรเป็นที่ตั้ง ตัวศาลาวัด ลักษณะหลังคาทรงสูงแบบศาลาวัดทั่วไป เป็นไม้สักทั้งหลัง พื้นยกจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร มีเสาประมาณซัก 20 ต้น เอียงกันเป็นฟันโยก ..แสดงถึงความเก่าแก่ และทรุดโทรม..


ผนังข้างฝาศาลาตีด้วยไม้ระแนง...เป็นช่องๆ...โปร่งมองเห็นข้างในชัดเจน.. ....จนมองเห็นพระพุทธรูปตั้งอยู่มุมด้านหนึ่ง..ผมกระซิบ เบาๆกับลุงบุญ ให้จอดตรงบันใด ศาลาวัด...


รถจอดสนิท... “ เอ้าพวกเรา...ลงไปดูอะไรกันหน่อย” ผมลงมาคนแรก มองดูเวลาหกโมงครึ่ง พระอาทิตย์กำลัง จะตกทางทิศตะวันตก...มองเห็นแสงเป็นสีแดงแสด.....อากาศเริ่มเย็น.....ทุกคนมายืนรวมกัน...ตรงบันใดทางขึ้นศาลาวัด.....ชะเง้อ..มองขึ้นไปบนศาลาวัด...ไม่เห็นใครซักคน...


อ้ายเหวง เอามือ ป้องปาก ตะโกน ขึ้นไปบนศาลาวัด.. “หลวงพ่อ คร๊าบบบบ...หลวงพ่อ คร๊าบบบบบ” มันตะโกนจนเสียงแห้ง ปรากฏได้ความเงียบกลับคืนมา...พระอาทิตย์ลับหายไปแล้ว..แต่ยังเหลือแสงเหลืองสลัว....ให้พอมองเห็นหน้ากัน...


อะไรไม่ร้ายเท่า...จู่ๆลมไม่รู้มาจากไหน...พัดกระหน่ำเข้ามาในวัดที่พวกเรายืนอยู่ ได้ยินเสียงใบไม้แห้ง..โกรกกรากลากไปตามพื้นและปลิวว่อน...ขึ้น เหนือพื้นดิน...


เสียงลมกระทบกิ่งไม้...ดังซ่าไปทั่วบริเวณ....ดังสนั่นในความมืด...ซึ่งตอนนี้มืดสนิท...มองหน้ากันไม่เห็นแล้ว...หันมองไปทางไหน...พบแต่ความมืดดำไปหมด....


เสียง ฟ้าร้องครวญคราง...ระงม..เหมือนเสียงอยู่บนหัว...ฟ้าแลบแปลบปล๊าบ...วิ่งเป็นเส้นเหมือนรากไม้เรืองแสง....บนแผ่นฟ้า...ฟ้าแลบแต่ละครั้ง...จะนำแสงสว่าง..ลงมาเป็นช่วงๆ..เป็นไฟกระพริบ ..ของธรรมชาติ..แทนที่จะดูสวยงาน...แต่ยามนี้มันดูน่ากลัว....เสียงหรีดหริ่งเรไร.....ดังกระหึ่มขึ้นมา....เหมือนเปิดเครื่องเสียงขนาดใหญ่...ดังก้องไปทั่วบริเวณ....


“ขึ้นรถกลับ กัน เถอะ ไม่ไหวแล้ว” ผมตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงลม และเสียงใบไม้...ที่ดังกระหึ่ม... อยู่รอบตัว...


ไม่มีใครคัดค้าน..ต่างรีบกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว.....ตามมาติดๆ..คือเสียง ซ่า...ของฝนที่ซัดลงมา...เป็นสาย..กระทบหลังคารถ ดังกราว...พร้อมเสียงลม เอื้ออึง...กระแทกรถเป็นช่วงๆ...ทุกคนเงียบกริบ...ไม่มีใครเอ่ย...คำพูดออกจากปาก...


ลุงบุญ บิดกุญแจ..เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม... พร้อมแสงไฟหน้ารถสว่าง จ้า พุ่งเป็นลำแสงไปข้างหน้า มองเห็นเม็ดฝนนับร้อยนับพัน ตัดกับแสงไฟ “ ต้องขับเลย ไปกลับรถด้านหน้า ถนนมันแคบ ตีวงตรงนี้ไม่ได้” ลุงบุญพูดในความมืด..พร้อมรถเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่าง ช้าๆ....ขับมาได้ประมาณ 30 เมตรแลเห็นพอมีช่องด้านหน้าขวามือ...พื้นที่กว้างพอที่จะกลับรถได้...


ลุงบุญ หักพวกมาลัย หันหัวรถ เข้าที่ว่างขวามือ เต็มคัน แล้วเบรก..ปลดเกียร์ เตรียมถอยหลังกลับรถ....!!


“ ลุง ลุง ข้างหน้านั่น เป็นอะไร เหรอคับ” อ้ายเหวงถามลุงบุญ เบาๆๆ ผม มองตามลำแสงไฟไป ความสว่างจากแสงไฟ จับไปที่ ฐานสี่เหลี่ยมคอนกรีต บนฐานมีแท่งปูนสองแท่ง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งเป็นคู่ขนานห่างกันประมาณ 2 ศอก มีหลังคาสูงมุงอยู่ด้านบน มีเสาสี่ต้นค้ำอยู่...ถัดไปไม่มาก...มองเห็นเป็นเหมือนโกดังเก็บของ ด้านหน้าเป็นประตู บานใหญ่เปิดอ้า...มองเห็นด้านใน..


ทุกคนในรถมองเห็นเหมือนผม........ผมกลืนน้ำลาย..ลงคออย่างยากเย็น ..!! ในโกดังคือโลงศพเรียงซ้อนกันเป็นกองสูงท่วมหัว...ฝาโลงวางอยู่เกะกะไม่เป็นระเบียบ...


อี ขรรค์ชัย...ยื่นหน้ามา กระซิบ ผม “โกดังเก็บศพ กับที่ เผาศพ” ...ผมไม่ยอมพูดอะไรกับมัน..ได้แต่นึกเพียงว่าให้ไปให้พ้นจากตรงนี้โดยเร็ว.......ฟ้าคำรามสนั่น เหมือนรับรู้......แสงจากสายฟ้า...สว่างวาบ...ทาบลงมา ...แยกความมืดออกไปชั่วประเดี๋ยว....ฝนก็ยังกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา......


แต่เหมือน นรกแกล้ง..!!!


ลุงบุญ...ถอยรถไป...ช้าๆ..เนิบๆๆ...ด้วยความระมัดระวัง...เพราะข้างนอกมืดสนิท.... ผมเกร็งขาด้วยความตื่นเต้น อยากออกไปจากที่นี้เร็วๆ.. ...ภาวนาอยู่ในใจขอให้กลับออกไปอย่างราบรื่น...อย่าให้มีอุปสรรค...มาขวาง.. ...


รถถอยออกมาได้ครึ่งคัน..ซักพัก .ผมมีความรู้สึกว่า ..ล้อหลังด้านซ้ายมือ..เอียงวูบต่ำลง.......


ผมใจหายวาบ..ตายละ..!!! รถเป็นอะไรหรือเปล่า ???... เพี้ยงอย่ามาเป็นอะไรตอนนี้เลย....เจ้าประคู๊ณ....!!!


..เสียงรถ..เบิ้ล.. เร่งเครื่อง..ดังขึ้นแรงกว่าเดิม..ล้อรถตะกุยดิน..เศษดินกระทบใต้ท้องรถ จบคนในรถรู้สึกได้ รถโยกไปข้างหน้าหน่อยเดียว...แต่ก็ไหลกลับมาอย่างเก่า........เป็นอย่างนี้อยู่ 3 – 4 ครั้ง....แต่ทุกครั้งก็เหมือนเดิม คือรถยังขยับไปไหนไม่ได้....ทุกคนนั่งไม่ติดเบาะ...ลุกขึ้นยืน...พูด.... ถามกันวุ่นวาย..ดังลั่นรถ...ฟังไม่ได้ศัพท์....


ผมได้สติก่อนใคร “ลุงรถ ติดหล่ม หรือเปล่า ???”....ถามไปยังงั้น...เพราะรู้อยู่แล้วว่าอะไร...เป็นอะไร....


เสียงลุงบุญ..ตอบกลับมาไม่ค่อยเต็มเสียง “ เดี๋ยว ผมจะลงไปดู ไม่รู้ลงลึก หรือเปล่า” แกฉวยไฟฉาย...เปิดประตูลงจากรถไปพวกเราอยู่ในรถ...ได้แต่มองแกทางหน้าต่าง...เห็นแต่แสงไปฉายสาดไปมา.....


ซักพัก แกเปิดประตูรถเข้ามา....พูดเสียงไม่ค่อยดี “..ลงเกือบมิดล้อ...ดินก็เหลวมาก เพราะโดนน้ำฝน เป็นหลุมใหญ่ เบ่อเริ่ม ลำบากครับ ลำบาก” ....พร้อมเอื้อมมือเปิดไฟในตัวรถ...สภาพของแกเปียกโชกไปหมด... “มีทางเดียว ต้องเอารถไถนา มาลาก ..แต่ตอนนี้ จะไปหาใคร.???”...เสียงปลงตก..


ผมก้มมอง ดูนาฬิกามองที่ข้อมือ แค่ ทุ่มเศษๆ.....มันมืดอย่างกับเที่ยงคืน....มองไปรอบๆมีแต่ความมืด ... อย่าว่าแต่รถไถเลย...คนซักคนก็ไม่เห็น..แล้วจะไปหาใคร...ฟ้าก็รั่วแบบนี้....และที่สำคัญ ต้องเดินไปหา...คิดแล้วเสียวสันหลังวูบ....สภาพการณ์แบบนี้.. ใครจะรับอาสา...???..


ลุงบุญ..เอาผ้าขาวม้า เช็ดหัว เช็ดตัวที่เปียกโชก...พร้อมกับ..เปลี่ยน เสื้อ กางเกงใหม่.....แกเปลี่ยนด้วยความชำนาญทั้งๆที่นั่งอยู่ที่เบาะคนขับ....


ดูท่าทางแกสบายตัวขึ้น..... “ ผมว่า..ยาก นะที่จะเอารถขึ้นในคืนนี้..ยังไงคงต้อง รอให้เช้าเสียก่อน...คืนนี้ต้องค้างที่ นี่..” ลุงบุญ พูด เป็นงานเป็นการ...แกยังบอกอีกว่า “เลือกเอา..จะนอนกันในรถ หรือจะไปนอนที่ศาลาวัด...”


“ โอ๊ย...ใครจะไปนอน..!!!! .ศาลาวัด เหรอ... ป่าช้า ชัดๆๆ...นอนในรถดีกว่า”...เสี่ยหมาน...บอกอย่างจริงจัง หนักแน่น...คงประเภทช้างลากก็ไม่ไป....


.ผมก็เห็นด้วย..หันไปมองที่ศาลาวัดที่ไร...มันมีมโนภาพที่...เป็นเหมือนป่าช้าจริง..ๆ.. มืดทะมึนแบบนั้น.....ต่อให้จิตแข็งขนาดไหน...ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน...ทั้งฝน ทั้งฟ้า ยังไม่มีทีท่าจะลดความแรง...คงตกทั้งคืน....


ตกลงเราจะนอนกันในรถตู้.....เบาะด้านหน้าพื้นที่แคบ...ผมให้อ้าย เหวง ปีนข้ามเบาะมาที่ด้านหลัง ไล่ให้มันเดินเลยไปที่เบาะหลังสุด..ของตัวรถ...เสียงมันบ่น อุบอิบ..แต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง…มันคงกลัว.เพราะด้านหลังรถ...กระจกจะดูโล่งๆๆๆ..!!!!


ผมจองแถวที่ 1 เบาะที่อยู่หลังคนขับ.....ถัดไปเป็นของ...เสี่ยหมาน.....ถัดไปอีกแถว...เป็นของ เสี่ยเจ๋ง และอีขรรชัย....


ลุงบุญ ปิดสวิตไฟในรถ...ขยับตัวเตรียมนอน... “ล๊อคประตูรถให้หมด..นะครับ..เพื่อความปลอดภัย” ....ก่อนเอนตัวลงนอน..แกไขกระจกข้างด้านคนขับ...และด้านตรงกันข้าม..ลงมาเล็กน้อย…ประมาณ 2 นิ้ว .พอกระจกเลื่อนลง...ไอเย็นจากละอองฝนและเสียงฝน..ซ่าๆ...แผ่เข้ามาในตัวรถ...


“ลุง ลุง มี ไฟฉายกี่อัน...” ผมถามแกในความมืด..


“ มี อีกอัน เดี๋ยว หยิบให้”..


ผมรับไฟฉาย มาถือไว้ เผื่อมีอะไรจะได้ใช้ไฟฉาย.ให้เป็นประโยชน์.......ในรถมีแต่ความเงียบ..ไม่มีใครพูดคุย อะไร คงเหนื่อยและเพลีย จากการเดินทาง ..และเครียดอย่างหนักที่ต้อง มานอนแบบนี้...นอนคิดไปเรื่อยเปื่อย...อดนึกไม่ได้ว่าถ้ามาคนเดียวแล้วมาเป็นแบบนี้...ขนลุกซู่เลย ..เย็นวาบไปที่ไขสันหลัง.....คงบ้าตายแน่ๆ..


แต่คนเราก็แปลกนะ...อยู่กันหลายๆคน..ใจก็ชื้นอย่างน้อยที่สุดมีเพื่อนอยู่ด้วยความกลัวลดลงไปมาก...ยิ่งมารวมกันอยู่ในรถตู้แบบนี้ เหมือนเรามีเกราะคุ้มกัน...เคยดูในหนังผี..เวลาคนถูกผีหลอก คนนั้นจะรีบคลุมโปงเหมือนเอาผ้าห่มเป็นเกราะ..คุ้มกัน...


ผมนอนไม่หลับ ..คิดโน่นนี่ไปเรื่อย....แว่ว.เสียงกรนของลุงบุญ..มีทั้งเสียงต่ำ และเสียงสูง สลับกัน..แกคงชินกับการนอนแบบนี้ .ฝนยังตกอยู่..แต่นานๆจะมีเสียงฟ้า..คำรามมาบ้าง....เป็นครั้งคราว..


“ เหวง หลับ ยัง วะ.??”....ผมพูดลอยๆขึ้นมาในความมืด....ไม่ได้หวังให้มันตอบ...


แต่มันทะลึ่งได้ยิน.. “ นอนไม่หลับ พี่..!!!ผมกลัวมีใครปีนมาด้านหลังรถ...” ทำปากดี อ้ายเหวง ขอให้เป็นตามที่พูด...เถอะมรึง.!!!


“เสี่ย หมาน หลับ ยัง???” เงียบ.!!!!!


“เอ้า !! ใครยังไม่หลับ บ้าง”...ผมเล่นมุข...แก้เครียด...เงียบ !!!....คงหลับกันหมด.…????


ผุดลุกขึ้นนั่ง...มองออกไปนอกหน้าต่าง.รถ..เอาไฟฉายส่องกราดออกไป...สายฝนยังคงหล่นลงดินเป็นสาย..พื้นดินเฉอะแฉะ..ถ้าลงไปเดินคงแหยงเท้า..อดเอามือลูบขาไม่ได้....มีความรู้สึกว่า ...อยู่ในรถมันอบอุ่น...และปลอดภัย.....สูงสุด....


ชักสนุก.. ผม...ฉายไฟ..สาดไปทั่วๆๆๆ...บนพื้นดิน...ตามต้นไม้...ภาพและเงา.ต้นไม้...ตอนกลางคืน..มองเป็นรูปร่างต่างๆ แล้วแต่จะจินตนาการ กบ เขียด กระโดดเล่นน้ำฝนกันสนุก....มองเห็นตัวอะไร ดำๆยาวๆ..เอ๋อ..งูนั่นเอง...ไม่รู้งู อะไร..ขนาดข้อมือเด็ก..คงออกมาหาอาหาร..กินกบ เขียด.....เอาไปฉายส่องดูเวลา แป๊บเดียว จะ ห้าทุ่มแล้ว..


ผมอดจะมองไปที่โกดังเก็บศพไม่ได้....ทั้งๆที่มืดสนิทมองอะไรไม่เห็น.....กลัวก็กลัว..แต่อีกใจนึง...ก็อยากรู้อยากเห็น...คิดในใจว่าอยู่ในรถกลัวอะไร..มีเพื่อนในรถตั้งหลายคน...ผม...หันกระบอกไฟฉายไปที่หน้าโกดังแบบกล้าๆกลัวๆ....มันน่าตื่นเต้น...แบบที่คนเราชอบทำอะไรที่เสี่ยงๆ...


แสงสว่างจากไฟฉายขนาดถ่านก้อนใหญ่ 4 ก้อน..จับไปที่หน้าโกดัง...ภาพที่เห็นเล่นเอาผม สดุ้ง เฮือก....พูดออกมาแบบไม่รู้ตัว......

“..เฮ๊ย...!!!!...” ประตูโกดัง....ประตูนี้ตอนแรกที่รถติดหล่ม....ตอนหัวค่ำ...ประตู มันเปิดอยู่นี่นา...ยังมองเห็นโลงศพอยู่เลย...บรื๋อ.....แล้วตอนนี้ใครปิด....????? รูขุมขนในร่างกายขยาย..จนตัวชา......โดนเข้าแล้วมั๊งเรา.......????


ผม ปิดไฟฉายทันที....หันไปหาพรรคพวกที่นอนหลับกันอยู่...ในรถมืด...มองไม่เห็น...ได้ยินเสียงกรน เสียงหายใจก็ยังดี..เอาเป็นเพื่อน...นึกโทษตัวเองหาเรื่อง...น่าจะนอนหลับพร้อมกันไป..ก็หมดเรื่อง....


กำลังนั่งใจลอยอยู่....เปรี้ยง...!!!!..เสียง ฟ้า ผ่า...ดังสนั่น จนรถสะเทือน….แสงสว่างไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนแรงเทียน...ไล่ความมืดจนกระเจิง....


ความวัว ยังไม่ทันหาย...ความกระบือ...ก็ระเบิดขึ้นใน...ทันที..


อ้าย เหวง แหกปากตะโกน..แข่งกับเสียง ฟ้าผ่า... “ พี่ๆๆๆๆ ช่วยด้วย...มีคนยื่นหน้า...ที่กระจกหลังรถ...โอ๊ยๆๆๆๆ”...


เสียง อ้าย เหวง ดังลั่น...รถ.....พร้อม ความสูง 180 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกกว่าร้อย โล...มันกระโจนพรวดเดียว มาอยู่ที่กลางรถ..ตรงเบาะ เสี่ยหมาน พอดี....


“ เฮ๊ย..!!! อะไรกัน.วะ...อ้ายเหวง...อ้ายหมี ควาย มรึง... มามุดอยู่ตรงนี้ ได้ ไงวะ เนี่ย...” ตกอกตกใจหมด...อ้าย ห่ะ.!!!!.เสี่ยหมาน..พูดด้วยความโมโห...คงกำลังหลับฝันดี....


ทุก คนในรถ ตื่นกันหมด... เพราะเสียงอ้ายเหวง…แต่มันก็.ยังไม่หยุดพูด “ เห็นเต็มตาเลยพี่ หน้าคนชัดๆ ...เสียงฟ้าผ่าดังผมลืมตาขึ้นมา เห็นพอดี..มันมองผมเขม็งเลย..... โอย.!!..ผมไม่นอนข้างหลังรถแล้ว...ขอนอนที่พื้นหน้าเบาะ เสี่ย หมาน นี่แหละ” ไม่พูดเปล่ามันซุกตัว...นอนเลย...


ลุงบุญ เอาไฟฉายส่องไป...ที่กระจกด้านหลังรถ.... “ ไม่เห็นมี อะไร ตาฝาด หรือฝันไปหรือเปล่า.. ???? อยู่กัน เยอะแยะ กลัวอะไร..ที่หน้ารถนี่ พระตั้งอยู่ นี่ไม่เห็นหรือ..ไง...!!!!.” ไม่พูดเปล่า...แกเอาไปฉาย ส่องให้ดู..พระที่ตั้งอยู่...หน้ารถ ..ตรงกับคนขับ.. เป็นพระทองเหลือง น่าเป็นหลวงพ่อ พุทธโสธร ... “..เดี๋ยวก็สว่างแล้ว....อีกไม่กี่ชั่วโมง”...แกไม่แค่ปลอบใจ อ้ายเหวง..คงปลอบใจคนทั้งรถ และ ตัวแกเองด้วย..ผมว่างั้น ???


หลังจากอ้ายเหวงโวยวาย...ทุกคนตื่นหมด...ไม่มีใครนอนต่อ..ความง่วง..หายไปหมด...สถานการณ์ในรถตู้..เริ่มเครียดอีกครั้ง...ฝนซาเม็ดลงไปแล้ว...อากาศเย็นจนรู้สึกได้...ข้างนอกยังมืดสนิทเหมือนเดิม....อีกทั้งไม่มีเสียง.อื่นให้ได้ยิน...นอกจากเสียงฝนที่ตก พรำๆๆ ........


ผมรู้ตัวอยู่แล้วว่าพวกเราจะ..ต้องโดนอะไร....เพราะโกดังเก็บศพ...เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด....แต่ยังไม่อยากพูด..ให้คนในรถไม่สบายใจ....เอาไฟฉายส่องดูเวลาอีกครั้ง...ประมาณ...5 ทุ่มครึ่ง....


ฝนที่ตกพรำๆ เริ่มขาดเม็ด...และหยุดสนิท... หยุดจนเงียบสงัด.....มีแต่เสียง...ขยับตัวไปมาของคนอยู่ในรถ....ทุกคนเริ่มขยับจากที่เดิมมารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน......ยังไม่ทันได้คุยอะไรกัน....


กลิ่นธูป..จาง.ๆลอย.มาแตะที่ปลายจมูก....ผมได้กลิ่นแต่ยังไม่แน่ใจ...จะหันไปหาลุงบุญ ...ปรากฎแกกำลังปีนจากที่นั่งทางด้านหน้า...ที่แกนอนอยู่เดิม...มายังที่พวกเรานั่งอยู่รวมกัน.....


“..ที่วัดนี่แรง เอาเรื่อง.....กลิ่นธูป..มาก่อนแล้ว...ทุกคนได้กลิ่นหรือเปล่า ????” พอมาถึง แกกระซิบถามผม....เสียงสั่น..ทุกคนที่นั่งอยู่ด้วย..พูดตรงกันว่าได้กลิ่น...


จากกลิ่นจางๆๆตอนนี้เริ่มฉุนมากขึ้น..จนเหมือนคนเอาธูปเป็นกำ..มาจุดอยู่รอบรถ....จากกลิ่น.ตามมาด้วยเสียง...ปี่..เสียงระนาด..แว่วๆๆมา...ฟังไม่ออกว่ามาจากทางไหน... จากเสียงเบา.ๆ และ..เริ่มดังขึ้น.ๆ.....จนได้ยินชัด..เต็มสองรูหู....


เรายังไม่อยากเปิดไฟในรถ..ยังไงอยู่มืดๆในรถ....อบอุ่นใจกว่า...เสียงใครคนหนึ่งพูดขึ้นว่า. “ เสียง..ดนตรี.มาจากศาลาวัด.แน่นอน..”. ผมก็คิดเหมือนกัน....แต่เสียงมันเย็นๆยานๆอย่างไงไม่รู้....ไม่มีชีวิตชีวา..เสียงเนิบๆ...เหมือนคนเล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว.... . พวกเรามีความรู้สึกว่า...บริเวณวัดนี้เหมือนมีงานอะไรซักอย่าง...และมีคนมาร่วมงาน...ไม่ใช่มีแต่พวกเราในรถตู้..อย่างเดียวดาย...ความรู้สึกเป็นอย่างนั้น จริงๆ....


“เอา ไงดี ลุงบุญ.” ผมพูดเบาๆกับ แก..เพราะเห็นว่ามีอาวุโส..และน่าจะผ่านเรื่องแบบนี้มาบ้าง..!!!..


ยังไม่ทันจะตอบอะไร.....มาอีกแล้ว...คราวนี้..กลิ่นฉุนกึกเลย.....เป็นกลิ่น.เผาศพชัดเลยๆ...เหม็นเขียว...อบอวนไปทั่วรถ...


“ ไม่ไหวแล้ว..แรงจริงๆๆ..ต้องออกไปจากที่นี่..ให้ได้เร็วที่สุด..ต้องช่วยกันครับ..”...ลุงบุญ..พูดเสียงแข็ง..ประเภท..หมูไม่กลัวน้ำร้อน....


“คุณขับรถได้ไหม..ไปนั่งที่คนขับ เลย...ที่เหลือลงมากับผม..ช่วยกันยก...”.... ไม่ต้องรอคำตอบแกดันหลัง ..ให้ผมปีนไปที่นั่งคนขับ....พรรคพวกไม่มีใครคัดค้านซักแอะ...รีบเดินตามลุงบุญ ที่เปิดประตูด้านข้างรถ....เดินออกไปด้านนอกรถทันที.....


เดินเกาะกันเป็นกลุ่ม...ไปที่ล้อที่ติดหล่ม...พอให้สัญญาณผมติดเครื่องรถ..ใส่เกียร์ถอยหลัง....


เอ้า..ๆ..เอาเลย...เสียงลั่น...ในความมืด...รถเลื่อนโยนไปข้างหน้า......พอไหลเลื่อนกลับ...ผมปล่อยครัช...เหยียบคันเร่ง...สุดแรง.....ตัวรถกระโจนเหมือนม้าพยศ...ท้ายกระดอนขึ้นเหนือดิน..ผมแทบตกจากเบาะนั่ง..ดีที่มือจับพวกมาลัยไว้แน่น.....


รถตั้งลำขึ้นมาได้แล้ว...ไม่มีใครสั่ง..ลุงบุญ วิ่งมาที่ประตูด้านคนขับ...คนอื่นวิ่งเข้ามาประตูด้านข้าง..แข้งขาเปียกโคลน.เลอะเทอะ..ไม่มีใครใส่ใจ...ส่วนผมปีนจากที่นั่งคนขับมาอยู่ที่เบาะหลังตามเดิม...


“ใจเย็นๆ ...นะลุง ไม่ต้องรีบ...ใจเย็นๆ”...ผมชะโงกหน้าบอกแก...เดี๋ยวตกหลุมลงไปอีกจะยุ่ง....


เหมือนไล่ส่ง...ทั้งกลิ่น..ทั้งเสียง...รอบๆบริเวณ..กระหึ่ม....อย่างรุนแรงกว่าเดิม...


ลุงบุญ เปิดไฟหน้ารถ...ขยับรถให้ตรงทาง.....รถเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ติดหล่ม...ค่อยๆลัดเลาะตามเส้นทางเพื่อออก...จากวัดนี้...ช่วงผ่านศาลาวัด...ผมอดที่จะมองไปที่ศาลาไม่ได้....ยังมือบอนเอาไปฉายส่องขึ้นไป.....บรื๋อ.....เงาดำๆของคนเต็มศาลาวัด!!..........สวัสดี




Create Date : 27 สิงหาคม 2551
Last Update : 28 สิงหาคม 2551 5:38:32 น. 3 comments
Counter : 400 Pageviews.

 
น่ากลัวอ่ะ อ่านไปนึกภาพไป สยอง


โดย: ดาว..กลางวัน IP: 124.121.103.215 วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:20:32:52 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:10:21:18 น.  

 


โดย: SassymOn วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:3:27:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.