อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
ไป..บ้านคุณย่า

ไปบ้านคุณ ย่า...

ราสส์ กิโลหก

(ตอนที่ 1)
ไชโย.!.ไชโย..!..เสียงลั่นบ้านจนแสบแก้วหู ของเด็กชายและเด็กหญิงวัย 12 และ 9 ปีกระโดดโลดเต้น อยู่ในบ้านสวยงามหลังใหญ่ ด้วยความดีใจสุดๆ เมื่อผู้เป็นประมุขของบ้านคือคุณ สมชาย บิดาของเด็กทั้งสองคน เอ่ยปากว่า ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงอีกไม่กี่วันนี้ จะพาเด็กๆไปเยี่ยมคุณย่าที่ บ้านต่างจังหวัด..

คุณสมชายเป็นคนต่างจังหวัด แต่เป็นคนเรียนเก่งจนสามารถเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในกรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบได้รับปริญญาตามหลักสูตรแล้ว ก็สอบเข้าทำงานส่วนราชการแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ด้วยความรู้และความขยันหมั่นเพียร ทำให้มีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบันเขามีตำแหน่งหน้าที่สูงพอสมควร ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตสำหรับฐานะของ เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่เข้ามาขวนขวายหาความรู้ในเมืองกรุง ส่วนคู่ชีวิตของเขาคือ ปรียา สาวสวยที่มีภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ผู้เป็นกำลังใจเสมอมาจนสมชายประสบความสำเร็จในชีวิต

ครอบครัวนี้มีลูก 2 คนคนโตเป็นผู้ชายชื่อมงคล หรือ หมง อายุ 12 ปีและคนเล็กเป็นผู้หญิง ชื่อ วีนัส หรือ วี อายุ 9 ปี เด็กทั้งสองคนได้เคยไปเที่ยวบ้านคุณย่ามาหลายครั้งแล้วและทุกครั้งเด็กๆจะมีความสนุกและความสุขกับบรรยากาศที่บ้านคุณย่ากันมาก จนติดใจฉะนั้นพอได้ยินคำว่าจะมีการไปบ้านคุณย่าอีก พวกเด็กๆจึงมีความดีใจสุดๆ บ้านคุณย่าอยู่ไม่ไกลมากนักระยะทางประมาณ 200 กิโลฯ ถ้าพอมีเวลาว่างเมื่อใดคุณสมชาย จะถือโอกาส พาลูกๆและเมียไปเยี่ยมแม่ที่บ้านต่างจังหวัดเสมอ จนเด็กๆคุ้นเคยกับบ้านคุณ ย่าเป็นอย่างดี

ย่าของเด็กๆมีชื่อว่า ประไพ หรือ ไพ คู่ชีวิตของย่าไพคือ ปู่ เบิ้ม ได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ที่บ้านสวนของย่าไพมีผู้อาศัยอยู่รวมกันทั้งหมด 5 คน ก็มี ปู่ใหญ่ ซึ่งเป็นพี่ชายของ ย่าไพ ปู่ใหญ่อายุร่วม 70 ปี แต่ยังแข็งแรงและครองตัวเป็นโสด ปู่ใหญ่และ ย่าไพ สองพี่น้องคู่นี้รักกันมากไม่เคยแยกกันอยู่ ปู่ใหญ่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เสมอมาตั้งแต่เกิดไม่เคยย้ายไปไหน แกจะอยู่เป็นเพื่อนกันกับน้องสาว ทำให้ย่าไพรักและเป็นห่วงปู่ใหญ่ผู้เป็นพี่ชายมากๆ

คนต่อมาคือ อาเลา เป็นน้องชายของสมชาย อายุ 40 ปี เมียของอาเลาชื่อ อาสวย อายุน้อยกว่าอาเลาไม่มากนัก และคนสุดท้ายคือ พี่ น้อย อายุ 14 ปี เป็นลูกของอาเลากับอาสวย

ย่าไพเป็นเจ้าของพื้นที่ดิน ประมาณ 80 ไร่ ที่ดินแปลงนี้ทำเลที่ดินสวยที่เดียว เพราะด้านใต้ติดแม่น้ำป่าสัก กว้างถึง 50 วา(100 เมตร) ส่วนด้านเหนือติดถนนทางหลวงชนบท กว้างถึง 60 วา(120 เมตร) พื้นที่ 80 ไร่ ได้แบ่งออกมา 40 ไร่เพื่อทำนา ส่วนที่เหลือได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ ในหลวง โดยแบ่งขุดเป็นบ่อน้ำประมาณ 5 ไร่ ส่วนที่เหลือได้จัดพื้นที่ ปลูกพืชผลต่างๆหลายชนิด ทั้งพืชยืนต้น และพืชล้มลุก พืชสวนครัว เช่นตะไคร้ มะกรูดมะนาว กระถิน ฟัก ฟักทอง ถั่วฝักยาว และอื่นๆอีกมากมาย และที่สำคัญได้กันที่ดินบางส่วนปลูกพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาตามแพทย์แผนโบราณอีกหลายชนิด

สัตว์เลี้ยงก็ตามชนบททั่วไป คือ หมาพันธ์ไทยแท้ อีแด่น อ้ายเด่นทั้งหลายมีอยู่4 – 5 ตัว เวลาครอบครัวสมชายไปเยี่ยมย่าทีไร พวกสมุนเห่ากันระงม รอบๆบ้านยังมีไก่ไทยหลายสิบตัว ทั้งพ่อไก่ตัวใหญ่สีสดสวย และ แม่ไก่ล้อมรอบด้วยลูกเจี๊ยบตัวเล็กๆ แบ่งกันเป็นกลุ่มๆหลายกลุ่มหลายแม่ ส่งเสียงจิ๊บๆแจ๊บๆตลอดเวลาไม่มีหยุดเสียง เป็ดห่านก็หลายตัวเพราะพื้นที่มีทั้งแม่น้ำและบ่อน้ำในสวน เป็ดที่เลี้ยงไว้ได้ออกไข่ให้คนในบ้านได้กินเป็นประจำ ไข่เป็ดฟองใหญ่ๆ ไข่แดงสวยสดเพราะความสมบูรณ์ของอาหารเป็ดที่มีอยู่มากมายในธรรมชาติ ไม่ต้องไปหาซื้ออาหารที่ไหนให้เปลืองเงิน

ที่นา-ที่สวนของย่าไพ ไม่เคยขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรเพราะมีทั้งบ่อที่ขุดเอง และแม่น้ำป่าสักที่ใสสะอาดไหลผ่าน ความอุดมสมบูรณ์ครบถ้วนจนล้นปรี่ มีที่นาให้ผลผลิตเป็นข้าว มีสวนให้ความร่มเย็นและผลผลิตดอกผลตามฤดูกาลไม่เคยขาด

ความรู้สึกนึกคิดของเด็กๆที่เกี่ยวกับบ้านคุณย่า เปรียบเหมือนกำลังจะเดินทางไปสู่สนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีของเล่นตามธรรมชาติหลากหลายชนิด บรรยากาศบ้านคุณย่าเป็นกลิ่นไอของชนบทล้วนๆ มีท้องทุ่งนาที่กว้างใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ เล็กมากมาย พื้นที่บางส่วนแลดูเหมือนเป็นป่าขนาดเล็กที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ทรัพยากรป่า

วิถีชีวิตของคนในชนบท มีแต่ความเรียบง่าย พอเพียง สงบไม่วุ่นวาย มีน้ำใจไมตรีต่อกันแบบจริงใจไม่แสแสร้ง ถ้าคนชนบทยึดหลักวิถีชีวิตที่พอเพียงอย่างเคร่งครัด ชีวิตของเขาจะมีความสุขมากกว่าพวกเศรษฐีร้อยล้านพันล้านที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงอย่างเทียบกันไม่ได้

ครอบครัวคุณสมชายออกเดินทางจากบ้านพักด้วยรถส่วนตัว ตั้งแค่เวลา ตีห้ากว่าๆ พวกเด็กๆเกือบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะความตื่นเต้น ช่วงเวลาเช้ามืดรถราไม่หนาแน่นขับสบายๆไม่รีบร้อน ปรียาสะใภ้คนดีไม่ลืมที่จะหาซื้อข้าวของต่างๆไปฝากแม่ย่า..เหมือนเคย

ระยะทางจากบ้านพักของสมชาย ไปถึงบ้านคุณย่า ประมาณ 200 กิโลฯ ระหว่างขับรถอยู่บนถนน เด็กสองคนพี่น้องซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลัง พูดคุยกันกันไม่หยุดด้วยความตื่นตาตื่นใจที่จะได้ไปบ้านคุณย่า บางครั้งเถียงกันเสียงดังลั่นรถมาตลอดทาง จนรถวิ่งมาได้ร้อยกิโลฯเศษเสียงเด็กๆก็เงียบหายไป ปรียาหันมามองเห็นเด็กทั้งสองม่อยหลับไปกับเบาะทั้งคู่ แววตาเธอมองลูกด้วยความเอ็นดู คุณสมชายใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงรถก็มาถึงบริเวณด้านเหนือแปลงที่ดินที่ติดกับถนน เขาขับรถเลี้ยวลงมาจากถนนใหญ่เพื่อเข้าถนนซอยเล็กๆซึ่งสร้างอยู่ในที่ดินของเจ้าของที่ดินเอง ถนนซอยเล็กๆนี้มีระยะทางประมาณ 500 เมตรโดยปลายทางจะไปสุดที่ตัวบ้านหลังใหญ่ของย่าไพ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก

เสียงครางกระหึ่มของรถและตัวรถวิ่งมาถึงด้านหน้าของตัวบ้าน ทำให้เจ้าหมาขนเหี้ยน 4-5ตัวพากันวิ่งออกมาเห่ากันอุดลุต เป็ดไก่ที่หากินกันอยู่แถวๆนั้น ตกใจกระพือปีกวิ่งหนีกันจนฝุ่นตลบ

“แม่ๆๆๆพี่สมชายมา” อาเลาซึ่งขนถัวฝักยาวเต็มกระบุง กำลังจะเอาไปล้างน้ำที่ท่าน้ำ หันมาเห็นพลางตะโกนเสียงดังลั่นไปบนเรือนไม้ 2 ชั้น บอกกับย่าไพ

ทั้งย่าไพ ปู่ใหญ่ อาสวย พากันเดินลงจากเรือนมาที่รถด้วยความดีใจ

ทุกคนทักทายยกมือไหว้กันตามอาวุโสของแต่ละคน อาเลาและอาสวย มาที่รถช่วยยกสิ่งของต่างๆที่ขนมาจากกรุงเทพฯขึ้นไปไว้บนเรือน ทุกคนพากันเดินขึ้นไปบนเรือนหลังไม้เก่าแก่แต่แข็งแรง

“คุณ ย่าครับ เดี๋ยว หมง จะให้พี่น้อยพาไปเที่ยวดูกิ้งก่าสีเขียว ที่สวน นะครับ” เจ้าหมงนอนมาจนเต็มอิ่มบนรถ พอมาถึงจะออกเที่ยวทันที

“พี่ หมง ให้ วี ไปด้วยคน นะ” เสียงแจ๋วๆของน้องสาวอ้อนพี่ชาย

“ไปก็ได้ แต่ถ้าหกล้มหรือเห็นกิ้งก่า ห้ามร้องไห้ นะ”

“รับรอง วี ไม่ร้อง เพราะไปกับพี่ หมง วีไม่กลัว”เด็กหญิงลุกขึ้นยืนพูดเสียงดัง

ทั้งปู่ ย่า พ่อ แม่ และ อาๆ มองดู น้อง วีด้วยความขบขันในท่าทีของเด็กน้อยที่อยากตามพี่ชายไปเที่ยว ย่าไพหันหน้าไปที่ สมชาย ปรียา และเด็กๆ

“เดี๋ยวกินข้าวกินปลากันให้อิ่มก่อน ใครจะไปเที่ยวที่ไหน ค่อยไป”
ก่อนที่จะตะโกนบอกกับ อาสวย “สวยไปจัดสำรับข้าวออกมาเลยเดี๋ยวกินข้าว พร้อมๆกัน”

ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าวมื้อเช้ากัน หม้อข้าวถูกยกออกมา ตามด้วยกับข้าวหอมฉุย 4-5อย่าง ต้มยำปลาช่อน ผัดเผ็ดกระเพราปลาช่อน ปลาสดๆจากการวางเบ็ดของอาเลาเมื่อคืนได้ตัวเขื่องๆมาหลายตัว น้ำหนักนับได้หลายกิโลฯ ไข่เจียวจากไข่เป็ด น้ำพริกขี้การสแซบ ผักสดๆจากสวนที่ไม่ต้องกลัวสารพิษตกค้าง น้ำจิ้มพริกมะนาว พริกผงหอมเพราะคั่วเองตำเอง ข้าวร้อนๆจากหม้อ เล่นเอากินกันเอร็ดอร่อยข้าวหมดหม้อไม่รู้ตัว..

“น้อย เอ๊ย ! ดูแลน้องดีๆนะ อย่าไปไกลนักล่ะ !” ย่าไพ บอกกับพี่น้อยของเด็กๆ ขณะที่พวกเขากำลังเดินลงเรือนเพื่อออกไปเที่ยวที่สวนหลังบ้านเจ้าน้อยหาหมวกมาให้เด็กๆ 2 ใบ และของตัวเองอีก 1 ใบ เอาหมวกสวมที่หัว หยิบย่ามมาสะพายที่ไหล่ในย่ามมีลูกระสุนดินที่ปั้นเป็นลูกกลมๆหลายสิบลูก และหยิบหนังสะติ๊กออกจากย่ามมาเสียบที่เอวอย่างคล่องแคล่ว ไม่ลืมที่จะหยิบไม้ตะพดขนาดยาว 1 เมตรให้เด็กทั้งสองคนถือไว้คนละอัน

“ไปกันได้แล้วพวกเรา ไม้ถือไว้ให้ดี เอาไว้ตีงู เผื่อเจอมันกลางทาง” เจ้าน้อยพูดหยอกเล่น

“มี งู ด้วยเหรอ พี่น้อย !” เสียงเล็กๆของ วีพูดด้วยความกลัว

“ มีแต่ตัวเล็กๆไม่มีพิษหรอกไม่ต้องกลัว ใช่มั๊ย พี่ น้อย ! ” หมง พูดเหมือนปลอบใจตัวเอง

ทั้งสามคนเดินลัดเลาะออกทางหลังบ้าน พากันเดินไปบนคันนา ต้นข้าวในนาขึ้นแตกใบเขียวเต็มไปหมด กลิ่นใบข้าวหอมเย็น กระจายไปทั่ว ในท้องนามีน้ำขังอยู่เต็มสูงเกือบครึ่งของต้นข้าว มองลงไปในท้องนา มองเห็นปูนากล้ามใหญ่ตัวแดงๆหลายตัว เกาะอยู่ข้างคันนาใต้น้ำ พอคนเดินเข้าไปใกล้มันพากันวิ่งหายไปในน้ำด้วยความตกใจ น้ำใสๆขุ่นขึ้นมาทันที จากการวิ่งหนีอย่างรวดเร็วจนโคลนตลบ ของพวกปูนา แมงปอตัวเล็กตัวใหญ่ เป็นร้อยตัวบินกันว่อน บางตัวบินอยู่กับที่เป็นที่น่าแปลกใจ บ้างก็เกาะตามปลายยอดของต้นข้าว บ้างก็บินไปมา

“พี่ น้อย ! แมงปอมันมาทำอะไรกันแยะเชียว” วีเดินไปพูดไป

“ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยมันมาบินเล่นกัน เหมือนเราจะไปเที่ยวเล่นนี่ไง !” น้อยพูดมั่วส่งเดช

“มันคงมากินใบข้าวมั้ง ! เห็นมันชอบเกาะที่ต้นข้าว” หมง หันมาทางน้องสาว พลางเอามือที่ถือไม้ ไล่ตีแมงปอไปมาแต่ไม่ถูกซัก ตัว

“โฮ้ง ๆๆๆๆๆโฮ้งๆๆๆๆๆ” เสียง อ้ายมอมเจ้าหมาจอมวุ่นซึ่งวิ่งตามมากับกลุ่มเด็กๆด้วย มันเอาจมูกดมๆที่พื้นหญ้าข้างๆคันนาแล้วทำท่ายื่นจมูกยื่นเข้ายื่นออก แบบกล้าๆกลัวๆ

“มันเห่า อึ่งอ่าง” พี่น้อยบอก

เด็กๆกับหมาอีก 1 ตัวเดินกันมาจนสุดคันนา เข้าเขตพื้นที่สวน กลิ่นไอความเย็นและร่มรื่นสัมผัสที่ตัวจนรู้สึกได้ ต้นไม้ต่างๆที่ปลูกไว้ถูกจัดอย่างมีระเบียบ เรียงเป็นแนวอย่างสวยงามไม่รกทึบจนเกินไป เจ้ามอมเหมือนรู้หน้าที่มันวิ่งแซงออกไปข้างหน้า วิ่งไปพลางดมโน่นนี่ไปตลอดทาง เหมือนดูแลความปลอดภัย

“กิ้งก่าสีน้ำเงิน ยังไม่ออกมาเหรอ พี่หมง ?” เด็กหญิงถามพร้อมหันหน้ามองไปตามต้นไม้

“เดี๋ยว ซิ ! เดี๋ยวเจอ แน่ ใช่มั๊ย ! พี่ น้อย !” หมงโยนต่อ

“ฮื่อๆๆๆกำลังมองหาอยู่ มันจะเกาะอยู่ข้างๆต้นไม้”

“โฮ้งๆๆๆๆๆโฮ้งๆๆๆๆๆ” เสียงเจ้ามอมที่วิ่งไปข้างหน้าห่างจากกลุ่มประมาณ 20 เมตร มันยืนแหงนคอเห่าอยู่ใต้ต้นฝรั่งต้นใหญ่ เด็กๆพากันวิ่งตามไปแหงนคอมองดู และก็สมใจอยากเพราะมันคือ เจ้ากิ้งก่าตัวใหญ่ลำ ตัวออกสีน้ำเงิน ที่รอบคอเป็นสีแดงสวยงามเหมือนทาสีเอาไว้ มันเกาะต้นไม้เฉย มีแต่ดวงตาที่กลิ้งมองดูเจ้าหมาปากเปาะและเสียงตะโกนของเด็กๆที่โคนต้นไม้.

“เย้ๆๆเห็นแล้ว ตัวใหญ่สวยด้วย อยากเอาไปเลี้ยงที่บ้านจังเลย !” เสียงแหลมๆของยายวีตะโกนอย่างดีใจสุดๆ

“ให้มันอยู่อย่างนี้ดีแล้ว อย่าจับไปเลี้ยงเลยเหมือนจับเอาไปขังคุก เดี๋ยวมันก็เหงาตาย เพราะพวกเพื่อนๆและลูกๆของมันอยู่ในป่านี้ บาปกรรมเปล่า ๆ” พี่น้อยพูดให้เด็กๆฟัง
ยายวีมองหน้าพี่น้อย “กิ้งก่ามันมีเพื่อนด้วยหรือ คะ”

“มี ซิ ! ก็เหมือนพวกเราที่มีเพื่อน มีพ่อแม่ มีพี่น้อง ถ้าโดนจับตัวไป พวกเขาก็เสียใจ ที่ต้องแยกกันไม่เห็นหน้ากันอีก”

“งั้น ! วีไม่จับเอาไปเลี้ยงดีกว่าสงสารพวกเค้า ที่ต้องแยกจาก พ่อ แม่ พี่ น้อง” ยายวีนึกสงสารขึ้นมา

“เดี๋ยวเราไปเก็บมะขามเทศมันกินกันดีกว่า มีฝักโป้งๆสีแดงออกแยะเลยตอนนี้” พี่น้อยชวนเด็กๆออกเดินต่อ
(จบตอนที่ 1)




Create Date : 22 ธันวาคม 2551
Last Update : 22 ธันวาคม 2551 17:55:20 น. 3 comments
Counter : 313 Pageviews.

 

lozocatlozocatlozocat




นับรู้ หนูลับ แล้ว.................................วัวมา
เร้าเคลื่อน เลื่อนเข้า หา.......................ผ่องแผ้ว
วายศก วกใส่ ลา....................................ปีเก่า
ยวนเพื่อน เยือนผวน แล้ว..............ส่งน้อมพรกัน ๚

วันเปลี่ยน เวียนปั่น ข้าม.........................ลาปี
เติมส่ง ตรงเสริม ศรี............................ร่วมแต้ม
ล้วนเผ่า เราผวน มี................................สานสุข
ซัดหลัก ศักราช แย้ม...........เคลื่อนคล้อยลาจาก ๚

จับรัก จักรับ ร้อย...........................เรียงกลอน
ร่างส่ง ลง,สั่ง พร...................................เพื่อให้
มอบติด มิตรตอบ วอน............................เวียนสู่
เทพสั่ง ทั้ง,เสพ ไซร้............................สุขรื้นชีวี ๚

ดีผล ดล,พี่ น้อง.................................ทบพูน
จิตมาก จาก,มิตร กูล............................ช่วยเกื้อ
สานต่อ เสาะเติม คูณ...........................ตามแต่ง
เพื่อนมั่ง พรั่งเหมือน เอื้อ.............พวกพ้องรอบตัว ๚

ครัวรอบ ครอบรั้ว ยั่ง.............................ยืนยง
ใสดั่ง สั่งได้ ตรง...............................แหล่งเหย้า
ไอหนุน อุ่น,ไหน จง..................................เจือสู่
ไร้โศก โรคใส่ เร้า.........................ป่วยไข้ลาเมิน ๚

งานเดิน เงินดั้น เพียบ........................เนืองนอง
ทรัพย์เพิ่ม เสริมพับ กอง.........................มากแท้
รับจาก ลากจับ ครอง............................ครอบอยู่
ซ้ำชุก สุขฉ่ำ แม้...............................ผ่านพ้นปีวัว ๚ะ๛

Happy New Year นะคร้า



lozocatlozocatlozocat



โดย: คนเดินถนนเดียวกัน (คนมีแผลพ่อแม่ไม่รัก ) วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:13:14:36 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:12:49:43 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:15:07:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.