อดีตชาวดิน สระบุรี กรมที่ดิน (ราส์ส กิโลหก)
Group Blog
 
All Blogs
 
อ้ิ้ายหน่อยเพื่อนผม(ตอน 2 ผู้ช่วยเมีย)

อ้ายหน่อยเพื่อนผม..(ตอนที่ 2..ผู้ช่วยเมีย.!)

ราส์ส กิโลหก

หลังเทศกาลสงกรานต์(ประมาณพ.ศ. 2523)ที่ผ่านมา ถือเป็นฤกษ์ดี การรื้อย้ายบ้านแม่ยายที่อยู่ต่างอำเภอก็เริ่มดำเนินการ โดยคณะช่างที่ช่วยในการรื้อย้ายไม่ใช่คนอื่นไกลเป็นญาติๆทางเมียของอ้ายหน่อย.ทำให้มันยิ้มออกคลายความเครียดไปแยะ เพราะไม่ต้องจ่ายเงินมากเกินไป .

ไม้ที่รื้อจากบ้านเก่าและข้าวของต่างๆ พวกที่หลับที่นอน โอ่งชามรามไห เอามากองไว้ที่บ้านผมก่อน จากนั้นก็เริ่มก่อสร้างบ้านหลังใหม่บนที่ดินของมันที่ถมดินรอไว้เรียบร้อยแล้ว รูปแบบเป็นบ้านขนาดไม่ใหญ่มากนักลักษณะไม้สองชั้นหลังคามุงสังกะสี พื้นด้านล่างเทปูนเต็มพื้นที่ ก็ไม่ถึงกับคับแคบอะไร ดีที่มีพื้นที่เกือบ 200 ตารางวา เลยทำให้ภาพโดยรวมเป็นบ้านที่น่าอยู่พอสมควร.

แม่ยายอ้ายหน่อยชื่อ ยายแขก(แต่เป็นคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์). อายุประมาณซัก 50 เศษๆร่างเล็กสูงไม่ถึง 160 ซ.ม.รูปร่างผอมเกร็งปากแดงเพราะกินหมาก มีสัญลักษณ์ที่เห็นได้ชัดคือเวลาเดินแกจะเดินโหย่งๆเหตุเพราะที่เท้าข้างหนึ่งเคยเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องเดินโหย่งๆ ที่เท่ห์สุดๆคือแกใส่แว่นตาแบบกลมๆเหมือนวัยรุ่นใส่กัน ถ้าเปลี่ยนกระจกเป็นสีดำรับรองเข้ารวมกลุ่มกับแก๊งวัยรุ่นต่างๆได้สบาย.

ยายแขกเป็นคนขยันเกินอายุ วันๆไม่ค่อยอยู่เฉยทำโน่นทำนี่ทั้งวัน ผมเคยเห็นแกเดินถือเลื่อยอันใหญ่ผ่านหน้าไปเมื่อตอนเช้า พอตอนเที่ยงวันแกเดินผ่านกลับมาอีกครั้งไม่มามือเปล่าบนบ่าแบกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทอนใบและกิ่งออกแล้วความยาวเกือบ 3 เมตร แกเดินฉิวผ่านหน้าบ้านผมไปอย่างกับเดินตัวเปล่า ได้ความว่าเอาไม้ไปเผาถ่าน ผมต้องยอมรับว่ายายแขกเป็นหญิงเหล็กจริงๆ

วันหนึ่งเป็นวันหยุดไม่ได้ไปทำงาน ช่วงเที่ยงวันอ้ายหน่อยเดินมาหาผมที่บ้าน เจอหน้าผมมันเอาลิ้นเลียปากตัวเองแล้วบอกกับผมว่า ให้ไปที่บ้านมันไปกินยาดองกันวันนี้เป็นวันดีไปฉลองกันหน่อย

ผมแกล้งถามว่า “ฉลองไรวะ ! หรือฉลองว่าวันนี้ไม่ใช่วันพระ ” ผมแซวมันเล่นๆจริงๆแล้วเราหาเรื่องกินกันเกือบทุกวันตอนเย็นๆหลังจากเลิกงานกลับมาถึงบ้าน พอเจอหน้ากันเหมือนขวดเหล้าเจอกับแก้วเหล้า จะนั่งกินกันประมาณหมดขวดแม่โขงขนาดกลม ถ้าไม่มีขาอื่นมาสมทบก็กลับบ้านกัน ส่วนการจะไปกินที่บ้านใครอยู่ที่จังหวะ เพราะบ้านมันกับบ้านผมอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึง 20 เมตร

ถนนหน้าบ้านเดิมเป็นถนนลูกรัง ช่วงหน้าฝนก็เฉอะแฉะเพราะน้ำท่วมขัง ครั้งหนึ่งผมเคยไปรังวัดที่ดินให้เจ้าของโรงโม่แห่งหนึ่งที่ตำบลหน้าพระลาน พอสนิทกันเลยขอหินเพื่อมาถมถนนบริเวณหน้าบ้าน เจ้าของแกใจดีให้มา 2 รถสิบล้อแทนที่จะเอาหินคลุกสำหรับถมถนนมาส่งให้ ลูกน้องเจ้าชองโรงโม่ คงฟังคำสั่งผิดดันเอาหินก่อสร้างที่เรียกว่าหิน 2 ขนมาให้ พอเทลงบนถนนเกลี่ยแล้วหินเป็นก้อนๆไม่ยอมเกาะตัวกัน พรรคพวกอยู่แถวๆด้านในต้องเข้าออกผ่านบ่อยๆ บ่นกันพึม เพราะหินมันเป็นก้อนเล็กๆพอรถขับผ่านก้อนหินจะดิ้นทำให้ลื่น เฮ้อ ! ทำบุญกลับได้บาปโดยไม่ตั้งใจ.

อ้ายหน่อยเตรียมเหล้ายาดองเสือ 11 ตัวพร้อมแก้วและจานกับแกล้ม 2 – 3 อย่างอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เพราะทำเลตรงนี้ร่มเย็นจากกิ่งใบของต้นมะม่วง บรรยากาศก็ดีเงียบๆเพราะขณะนั้นบริเวณนี้ก็เหมือนชนบทกลายๆ บ้านที่สร้างในซอยนี้มีไม่มากนับหลังได้ แปลงที่ดินตรงไหนที่ไม่มีการสร้างบ้านก็เป็นที่ว่างมีต้นไม้ขึ้นเป็นดง ทั้งต้นใหญ่ต้นเล็กเป็นที่อยู่ของงูเงี้ยวเขี้ยวขอไป

นิสัยของอ้ายหน่อยถ้ากินจนเมาก็จะเมาประเภทสุดๆคือไม่รู้เรื่องเหมือนฟิวส์ขาด หญิงกบเมียอ้ายหน่อย เคยพูดกับผมพร้อมพร้อมแสดงท่ามันเขี้ยวทำเสียงสูงๆบอกว่า

“พี่เอ๊ย ! เวลาเห็นมันเมาไม่รู้เรื่องกลับมาบ้าน หนูเห็นแล้วมันเขี้ยวอยากจะจับมันโยน เข้าไปอาบน้ำในเครื่องซักผ้า” หน้าตาเธอแสดงออกถึงการเอาจริงไม่ได้พูดเล่น ผมยังหนาวแทนอ้ายหน่อย.

หญิงกบเมียอ้ายหน่อยเป็นลูกคนโตของยายแขก และมีน้องอีก 2 คน คือ กวางและโพธิ์ เป็นผู้หญิงกับผู้ชายมาอยู่บ้านสร้างใหม่หลังนี้พร้อมกับยายแขกด้วย เมียอ้ายหน่อยเป็นคนเสียงดังและเจ้าอารมณ์ ถ้าสองคนนี้ทะเลาะกันจะได้ยินแต่เสียงเมียลั่นบ้าน ส่วนรูปร่างนั้นไม่ต้องอธิบายเอาเป็นว่าถ้าให้ใส่นวมชกกับอ้ายหน่อย รับรองอ้ายหน่อยสู้ไม่ได้เผลอๆโดนน๊อคแค่ยกที่ 1 เรื่องจิตใจไม่ต้องพูดถึงเพราะหล่อนทำงานเป็นพยาบาลประจำห้อง ไอ.ซี.ยู ของโรงพยาบาลฯ เห็นความตายเป็นเรื่องเล็กอยู่แล้ว

กินกันไปคุยกันไป เวลากินเหล้าเรื่องคุยมันแยะบางที่คุยกันไปแล้ว 1 รอบ ยังเอามาคุยกันใหม่ได้โดยไม่รู้ตัว จนเวลาซัก 6 โมงเย็น เหล้าหมดไปแล้ว 1 กลมใหญ่ชักได้ที่กันแล้ว

เสียงคนเดินมาทางหน้าบ้าน หันไปมองเป็นยายแขก กำลังเดินแบกต้นไม้ขนาดเท่าขาผู้ใหญ่ยาวไม่ต่ำกว่า 3 เมตรเดินเลี้ยวเข้าบ้านเพื่อเอาไปเผาถ่านที่บริเวณหลังบ้าน

อ้ายหน่อยมองตามหลังยายแขกไป เสร็จแล้วหันหน้ามาพูดกับผมว่า “มรึงช่วยโทร.ไปแจ้งตำรวจให้กรูหน่อย ได้ป่าว วะ !” เล่นเอาผมเกือบหายเมา

รีบถามมันด้วยความ งงๆ “ทำไมหรือ ? วะ !”

“นี่ ไง !” มันยื่นมือและชี้นิ้วตามหลังแม่ยาย “พวกตัดไม้ทำลายป่า จนต้นไม้แถวนี้เตียนหมดแล้ว” มันพูดหน้าตาเฉย ผมนึกด่ามันในใจ อ้ายนี่ ทะลึ่ง..!

อ้ายหน่อย เลี้ยงหมาหัวโปรดอยู่หนึ่งตัว ชื่อว่าไอ้เหี้ยน ตัวไม่ใหญ่ขนเกรียนทั้งตัวแบบหมาพันธ์ไทยทั่วไป ตามประวัติมันเก็บมาจากตลาดตั้งแต่ยังเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ อ้ายหน่อยเป็นคนเลี้ยงหมาขึ้น หรือคงรู้ภาษาหมาจนแตกฉาน อ้ายเหี้ยนจึงรักอ้ายหน่อยอยู่คนเดียวในบ้าน คนอื่นๆมันไม่สน ที่รู้ได้เพราะไม่ว่าอ้ายหน่อยไปไหนอ้ายเหี้ยนตามไปเป็นองค์รักษ์ตลอด แต่เวลาเจ้าของไปทำงานมันก็แสนรู้ไม่ตาม

วันนี้เป็นวันหยุด พรุ่งนี้ก็หยุดเพราะเป็นวันอาทิตย์จึงไม่มีอะไรห่วงกินกันได้เต็มคราบ เวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มเหล้าขวดที่ 2 หมดไปอีกเกือบครึ่ง พวกในบ้านอ้ายหน่อยปิดบ้านนอนกันแล้ว

ตัวอ้ายหน่อยเมาจนพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมก็ชักไม่ไหวบอกมันว่าเลิกกันเถอะดึกแล้ว ผมลุกขึ้นจะเดินกลับบ้านซึ่งห่างไปแค่คืบ แต่อ้ายหน่อยไม่ยอมมันบอกว่าต้องไปส่งผมที่บ้าน พอไปถึงหน้าบ้านผมกำลังจะเข้าบ้าน มันกลับบอกให้ผมไปส่งมันที่บ้านบ้าง..

เป็นอย่างนี้กลับไปกลับมาประมาณ 4-5 เที่ยว ถึงจะเสร็จเรื่องต่างคนต่างถึงบ้านเสียที่ ! เวรกรรมพวกขี้เหล้า

ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เกือบ 10 โมงเช้าผมมีธุระต้องเดินผ่านบ้านอ้ายหน่อย มองเห็นมันนั่งตาลอยๆอยู่ที่เก้าอี้หน้าบ้าน เหมือนคนพึ่งตื่น จึงตะโกนทักมันว่า

“เมื่อคืนเป็นไงบ้างวะ อ๊วกหรือเปล่า ?” ผมรู้นิสัยมันดีว่าถ้ากินเหล้าหนักๆมันชอบอ๊วก

มันลุกเดินมาพูดกับผมที่ริมรั้วบ้าน “ กรูเมาไม่รู้เรื่อง เดินจะเข้าบ้านเมื่อคืนเข้าไม่ได้ คนในบ้านนอนหมดแล้ว ดันเสือกอ๊วกเลอะเต็มตัวอยู่ตรงประตูบ้าน เมาก็เมาเลย นอน แม่ง ! ตรงประตูซะเลย” พูดเสร็จมันหันมองเข้าไปในบ้าน

“แต่เมียกรูมันก็ยังดี” อ้ายหน่อยสายตาเป็นประกายแสดงถึงความภูมิใจสุดๆ

“ ขนาดกรูเมานอนหลับอยู่หน้าประตูบ้าน ยุงกัดลายไปทั้งตัว แต่ตอนตื่นขึ้นมาตอนเช้า เสื้อผ้า หน้าตาเกลี้ยงหมด พื้นก็เกลี้ยงสะอาด มันคงมาเช็ดให้กรูไม่รู้ตอนไหน ?” มันก็ดียังมีน้ำใจกับกรู ทุกทีถ้าเห็นเมาที่ไรมันด่ากรูตลอด

ผมไปทำธุระเรียบร้อยแล้ว ช่วงเดินกลับบ้าน ผ่านมาทางหน้าบ้านอ้ายหน่อย เห็นหญิงกบเมียมันยืนอยู่ตรงหน้าบ้าน เลยเอ่ยปากถามว่า เมื่อคืนลงมาเช็ด อ๊วกให้อ้ายหน่อย ตอนไหนหรือ ?

หญิงกบทำหน้า งงๆ เหมือนถูกผีหลอก ซักพักเสียงดังปานฟ้าผ่าก็ดังขึ้น สนั่น !

“ใคร ? ที่ไหน.! จะเช็ดให้มันพี่ ! หนูไม่กระทืบซ้ำก็บุญแล้ว เมาแล้วอ้อนจริงๆ หนูรำคาญเหม็นอ๊วกด้วย เลยปล่อยให้มันนอนนอกบ้านจนถึงเช้าเลย”

“อ้าว ! แล้วใครเช็ดอ๊วกให้มันล่ะ” ผมสงสัย

เสียงหญิงกบมาแรงกว่าเดิมเท่าตัว “ก็อ้าย เห้...(เธอไม่เคยเรียกชื้อเต็มแต่เรียกสั้นๆ)หมาตัวโปรดของมันไง ? ไปกินไปเลียอ๊วก ของตาหน่อยจนเกลี้ยง เมาตามไปอีกตัว นอนอยู่ข้างรั้วนั่นไง !ยังไม่สร่างเลย”

นั่น ซิ! ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าวันนี้ไม่ได้ยินเสียง เห่าของ อ้าย เหี้ยน สัก โฮ่ง ! เดียว..




Create Date : 05 ตุลาคม 2551
Last Update : 6 ตุลาคม 2551 6:45:29 น. 1 comments
Counter : 357 Pageviews.

 
เจิมก่อน เดี๋ยวมาอ่าน

คนเมืองแน่ๆ คริคริ


โดย: patra_vet วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:12:00:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สวนดอก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวนดอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.