ฉันชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย สไตล์มินิมอลลิสม์ เก็บเงินดีกว่าเก็บสิ่งของ ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่ไม่มักง่ายกับการใช้ชีวิต ไม่เบียดเบียนใคร ไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ใคร ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร และไม่คดโกงใคร ความกตัญญูกตเวที รู้จักบุญคุณคน ตอบแทนบุญคุณคนเป็นเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญมากที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตที่มีอิสระเสรี คือชีวิตที่มีความสุขที่สุด











ทุกครั้งที่ฉันไปดำน้ำลึก ฉันจะรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ รู้สึกได้ถึงความมีอิสระเสรี ฉันมีความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้ดูสัตว์ และพืชใต้ทะเล
ฉันรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ ได้ยินแต่เสียงของฟองอากาศที่มาจากลมหายใจเข้า-ออกของตัวเอง

การดำน้ำลึก สอนให้ฉันมีสมาธิ มีสติได้อยู่กับตนเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเอง และสอนให้ฉันรู้จักดูแลตัวเองให้รอดปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัว คอยหมั่นเช็คความลึกของระดับน้ำ เคลียร์หู คอยเช็คดูปริมาณอากาศที่เหลืออยู่ในถังอากาศอยู่เป็นระยะๆ  รู้จักสังเกต เรียนรู้วิธีดูทิศทาง ฝึกการลอยตัวในระดับที่คงที่ไหลไปตามกระแสน้ำตอนอยู่ใต้ทะเล รู้จักระมัดระวังสัตว์ทะเลที่มีพิษและสัตว์ พืชที่สามารถทำอันตรายกับเราได้ การทำSafety Stop

รู้จักยับยั้งชั่งใจไม่จับสัตว์น้ำ พืช พยายามลอยตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สัมผัสกับสิ่งใด ระมัดระวังตัวเองไม่ให้ไปกระทบ, ชน,หรือเหยียบปะการัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย(ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย)
รักษ์โลก ฉันช่วยเก็บขยะใต้น้ำด้วย เล็กๆน้อยๆช่วยๆกัน ธรรมชาติจะได้สวยๆ คงอยู่กับเราไปนานๆ




 

Create Date : 10 เมษายน 2565    
Last Update : 11 เมษายน 2565 8:40:10 น.
Counter : 235 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

อีก1ก้าวของฉันเพื่อการเตรียมตัวเกษียณ

เมื่อวานนี้ฉันไปทำธุระที่ธนาคารมาค่ะ เปลี่ยนสมุดบัญชีธนาคารเล่มใหม่ และตัดสินใจเริ่มซื้อกองทุนรวมกับทางธนาคารเป็นวันแรก รวมถึงสมัครใช้แอพของธนาคารในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยค่ะ

ที่ธนาคารเขาจะมีให้เราเลือกประเภทการลงทุน ซึ่งจะมีทั้งหมด4ประเภท

ประเภทที่1 มีความเสี่ยงสูงสุด แต่ผลตอบแทนก็ดีที่สุด คือกองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดหุ้น/กองทุน/และการลงทุนด้านอื่นๆในประเทศสหรัฐอเมริกา

ประเภทที่2 มีความเสี่ยงรองลงมา ผลตอบแทนค่อนข้างดีพอสมควร แต่ต้องซื้อต่อเนื่องระยะยาวนานถึง20ปี
(ไม่มีเงินปันผล)
เป็นกองทุนรวมที่ฉันเลือกเปิดบัญชีและซื้อไว้นั่นก็คือ "กองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลก"

ซื้อกองทุนรวมปีละ400,000เยน ซื้อติดต่อกันนาน20ปี จะต้องใช้เงินลงทุน(เงินต้น) 8,000,000เยน

ประเภทที่3 ลงทุนในตลาดหุ้นและอื่นๆภายในประเทศญี่ปุ่น

ประเภทที่4 คือให้ความรู้สึกคล้ายๆกับการซื้อสลากออมสินเลยค่ะ เพราะความเสี่ยงต่ำ แล้วผลตอบแทนก็ต่ำมากเช่นกัน 

ฉันศึกษาหาความรู้และใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นานกว่า3ปี ทีนี้เมื่อตัวเองมีเงินพร้อม และทำใจให้พร้อมยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง ฉันจึงตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนรวมกับธนาคารค่ะ



(ส่วนแอพธนาคารในประเทศไทยฉันไม่เคยสมัครใช้งานเลย เพราะโทรศัพท์มือถือของฉันเป็นระบบเติมเงิน เกรงว่าถ้าหากไม่ได้เติมเงินใส่เบอร์มือถือแล้วเกิดเบอร์ถูกยกเลิกไปแอพธนาคารที่สมัครใช้งานไว้มันจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ ไม่ได้อยู่เมืองไทยด้วย กลัวปัญหาแบบนี้ฉันจึงไม่เคยสมัคร ไม่เคยใช้งานแอพธนาคารในประเทศไทยเลย บัตรATM.ของธนาคารในประเทศไทยฉันก็ไม่มี เพราะไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมรายปี มีแต่สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารอย่างเดียวค่ะ)

ที่ฉันตัดสินใจสมัครใช้งานแอพของธนาคารญี่ปุ่น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการรับโอนเงินเดือนจากสามีมาเข้าบัญชีเงินฝากของฉัน โดยที่ฉันไม่จำเป็นต้องรับเงินเดือนเป็นเงินสดเหมือนกับทุกๆเดือนที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว

ฉันจะได้จับเงินสดน้อยลง สะดวกโอนเงินชำระค่าบัตรเครดิตคืนให้สามีผ่านทางออนไลน์ด้วย ไม่จำเป็นต้องไปหาเหรียญหรือเศษสตางค์มาทอนคืนให้สามีเหมือนแต่ก่อนแล้ว
รวมถึงสามารถเช็คยอดเงิน ดูผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุนรวมของฉันผ่านทางแอพลิเคชั่นของธนาคารได้อีกด้วย

ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนตัวเองในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลมากขึ้น

พนักงานที่ธนาคารยังบอกเลยว่า บัตรATM.ที่ฉันใช้อยู่ก็เป็นแบบธรรมดาเบสิคสุดๆ เพราะไม่พ่วงกับบัตรเครดิต ไม่พ่วงกับsuica,PASMOอะไรใดๆทั้งสิ้น เป็นบัตรที่ฉันเอาไว้ใช้ฝากเงิน-ถอนเงินอย่างเดียว แค่นั้นจริงๆ บัตรATM.ของธนาคารและธนาคารไปรษณีย์ญี่ปุ่นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีค่ะ สามารถใช้กดเงินได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น หากทำธุรกรรมในเวลาทำการและกดเงินจากตู้ในธนาคาร หรือในที่ทำการไปรษณีย์จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าหากเรากดเงินจากตู้ATM.ที่ตั้งอยู่นอกธนาคาร นอกที่ทำการไปรษณีย์ เช่นตามสถานีรถไฟ ในห้างสรรพสินค้า นอกเวลาทำการ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมค่ะ

เมื่อวานนี้พนักงานเลยจัดการเปลี่ยนบัตรATM.ใบใหม่ให้ เพราะฉันซื้อกองทุนรวมกับทางธนาคารไว้ เปลี่ยนมาเป็นบัตรATM.ที่สามารถใช้ฝาก-ถอน-โอนเงินในธนาคารเดียวกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แม้จะทำการฝาก-ถอน-โอนเงินนอกเวลาทำการก็ตาม นับว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มากขึ้นกว่าเดิมจริงๆค่ะ เพราะแต่ก่อนเวลาฉันจะฝากเงินหรือจะถอนเงินจะต้องทำในเวลาทำการตามที่ธนาคารเขากำหนด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ฉันจัดการพิมพ์รายการ "เงินออมเพื่อการลงทุน" กับ
รายการ "เงินค่าใช้จ่ายรายเดือน" ใส่กระดาษแล้วเคลือบพลาสติกใสไว้ ทุกๆเดือนฉันจะแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆตามรายการที่กำหนดไว้ จะไม่เอามาปะปนกัน ไม่เอาทุกอย่างมากระจุกรวมกันเพราะตัวเองจะได้ไม่งง ไม่สับสน แยกบัญชีไปเลยให้ชัดเจน ดูง่ายกว่า 


เงินออมเพื่อการลงทุน-เตรียมตัวเกษียณ
ระยะเวลาในการออม-การลงทุน 20ปี 


(เงินสด180,000เยน/เดือน กระจายการออมและการลงทุนดังต่อไปนี้..)



1161.FOR INVESTMENTS ฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารเดือนละ 50,000เยน เพราะฉันซื้อกองทุนรวมผ่านทางธนาคารนี้ โดยธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชีเงินฝากของฉันอัตโนมัติในวันที่10ของทุกเดือน เดือนละ30,000เยน
ยกเว้นเดือนมกราคมกับเดือนกรกฎาคมที่ธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชี50,000เยน

(เงินที่ฉันใช้ซื้อกองทุนรวมปีละ400,000เยน ซื้อกองทุนรวมติดต่อกัน20ปี ใช้เงินลงทุนทั้งหมด8,000,000เยน)
ระหว่างนี้ก็สามารถถอนเงินออกมาได้ตามความต้องการของตัวฉันเอง แต่ทางที่ดีฉันคิดว่าควรซื้อกองทุนรวมสะสมต่อไปเรื่อยๆในระยะยาวจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าค่ะ และที่สำคัญก็คือผลตอบแทนที่ได้ฉันไม่ต้องเสียภาษี


1162.FOR MY HOME ฉันตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้อีกสักก้อนหนึ่ง เอาไว้สำหรับซื้อบ้านที่เมืองไทย ฉันเก็บเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารไปรษณีย์เดือนละ80,000เยน เป็นเวลา60เดือน(5ปี)
จะมีเงินออมเพิ่มขึ้นอีกประมาณล้านกว่าบาท ถ้าฉันยังไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยก็จะยังคงเก็บออมเงินต่อไปเรื่อยๆค่ะ อย่างน้อยๆการที่ฉันมีเงินออมอีกสักก้อนช่วยให้รู้สึกอุ่นใจกว่า

1163.CREDIT CARD เก็บเงินฝากธนาคารเดือนละ50,000เยน สำรองไว้เผื่อตัดยอดชำระค่าบัตรเครดิต



ต่อมา เป็นรายการ..


เก็บเงินสดใส่แฟ้มค่าใช้จ่ายรายเดือน
(เงินสด70,000เยน/เดือน)

1051.เก็บเงินสดใส่กระเป๋าสตางค์ 20,000เยน
1052.เติมเงินใส่บัตรnanaco20,000เยน
1053.เติมเงินใส่บัตรsuica 5,000เยน
1054.เติมเงินใส่บัตรPASMO 5,000เยน

1055.เก็บเงินไว้ไปเที่ยว10,000เยน
1056.เก็บใส่แฟ้มเก็บเงิน เผื่อสำหรับใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเดือนละ 5,000เยน
(ถ้าเดือนไหนไม่มีค่าใช้จ่ายก็จะโปะฝากเข้าบัญชีเงินออมเพื่อซื้อบ้าน)
1057.FOR MYSELF เก็บใส่แฟ้มเก็บเงิน เดือนละ5,000เยน


*ในส่วนของค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแก็ส ค่าโทรศัพท์บ้านและค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าเน็ต ค่าประกันต่างๆ ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำมัน ฯลฯ สามีจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ส่วนฉันมีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะค่าอาหารการกินและของใช้ภายในบ้านที่จำเป็นๆ เช่นข้าวสาร อาหารแห้ง ผักสด ผลไม้ เนื้อสด กุ้ง หอย ปู ปลา เครื่องปรุงรสต่างๆ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ยาสระผม สบู่ กระดาษทิชชู่ ฯลฯ เท่านั้นค่ะ


ปกติค่าโทรศัพท์บ้านและค่าโทรศัพท์มือถือจ่ายค่าบริการรายเดือนไม่แพงเลย เพราะฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบโทรศัพท์คุยกับใครนานๆ ถ้าโทรคุยธุระจะใช้โทรไลน์ฟรี หรือไม่ก็ส่งข้อความทางไลน์ฟรี ไม่เสียเงินค่ะ ในแต่ละเดือนฉันช่วยสามีประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเหมือนกัน.



แฟ้มเก็บเงินของฉันตอนนี้มีทั้งหมด3เล่ม

เล่มแรก "รางวัลชีวิต"
ฉันจะเก็บเงินใส่แฟ้มเล่มนี้สะสมไว้ทุกเดือน เป็นเงินที่เหลือหลังจากเก็บออมและหลังจากหักค่าใช้จ่ายรายเดือนทุกอย่างแล้ว พอเก็บเงินได้ครบ1ปี ก็เอาไปซื้อของขวัญวันเกิด ของขวัญคริสต์มาส ของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองเป็นรางวัลชีวิต ให้กำลังใจตัวเอง เป็นแรงผลักดันให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะเก็บหอมรอมริบเงินเอาไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิตหลังเกษียณ


เล่มที่สอง "แฟ้มเก็บเงิน" ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น "แฟ้มค่าใช้จ่ายรายเดือน"
- จะเก็บสะสมธนบัตรใหม่ เลขสวย เลขตองด้วย



เล่มที่สาม "สมุดบัญชี"
- ฉันจะใช้เก็บพวกสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งธนาคารของไทยและธนาคารในญี่ปุ่น สลากออมสิน สลากธกส. เก็บรวมกันไว้ในแฟ้มเล่มนี้ จะได้หยิบใช้งานได้ง่าย หาก็ง่าย เก็บก็ง่าย

  

















ไปเดินถ่ายรูปดอกซากุระริมคลองแถวบ้าน ที่ฉันเคยรีวิวในเว็บพันทิปเมื่อ10กว่าปีก่อน(รีวิวสถานที่ดูดอกซากุระที่นี่เป็นคนแรกเลย) สมัยนั้นสถานที่แห่งนี้คนไทยยังไม่รู้จักกันมากนัก
อยู่ในกรุงโตเกียว ลงรถไฟใต้ดินสายTOZAI LINE 東西線 ลงที่สถานี MONZENNAKACHO  門前仲町駅

ก่อนที่จะมีโควิด-19ระบาด ที่นี่จะมีเรือพายสมัยเอโดะให้บริการด้วย(เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) จ่ายค่าตั๋วคนละ500เยน ได้โปสการ์ดแถมมาด้วยอีก1ชุดค่ะ มีของกินขายเพียบเลย เดินเล่นเพลินๆ ถ่ายรูปเพลินๆ บรรยากาศสำหรับคนในพื้นที่ที่มาเดินเล่นกันจริงๆ คนต่างชาติมีน้อยมากค่ะ

ปีนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขางดจัดเทศกาลอีกปี(เป็นปีที่3แล้วที่งดจัดงาน)เพราะสถานการณ์โควิด-19ยังระบาดหนักในกรุงโตเกียว ไม่มีเรือพายให้บริการ แต่จะมีบริการล่องเรือยนต์ ตามที่เห็นในภาพค่ะ

ปีนี้ฉันเห็นว่าเริ่มมีชาวต่างชาติมาเดินเล่นถ่ายรูปดอกซากุระที่นี่กันมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเดินได้สบายๆ ถ่ายรูปได้สบายๆ ไม่แออัดเหมือนกับที่อุเอโนะและที่นากะเมะกุโระค่ะ

 




 

Create Date : 07 เมษายน 2565    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2565 15:45:17 น.
Counter : 446 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

คนไทยไกลบ้านขอระบายความอัดอั้นตันใจ(ไม่ได้กลับไทยเพราะโควิด19จะ3ปีแล้ว)

ฉันเป็นคนไทยที่อยู่ไกลบ้านค่ะ แต่เพราะสถานการณ์โควิด-19ระบาดหนักทั่วโลก ทำให้ฉันไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ นี่จะเข้าปีที่3แล้ว

อีกทั้งความเรื่องมาก ความยุ่งยาก หยุมหยิม วุ่นวายในการขอเอกสารต่างๆเพื่อกลับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอTHAILAND PASS
ส่วนตัวฉันมองว่ามันสร้างความยุ่งยากและเป็นเอกสารที่ไม่มีความจำเป็นเลยจริงๆ (ฉันขอพูดตรงๆเลยนะคะว่าเอกสารฉบับนี้ที่จริงแล้วมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี ไม่ต้องทำเลยก็ได้นะ ทำไมรัฐบาลจะต้องสร้างความยุ่งยาก สร้างความลำบากให้คนไทยในต่างประเทศที่ต้องการเดินทางกลับไทยก็ไม่รู้..)

ส่วนตัวฉันเอง ฉันฉีดวัคซีนไฟเซอร์ครบ3เข็มแล้ว
และค่อนข้างระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างมาก
ไม่คลุกคลีกับใคร ไม่รวมกลุ่มไม่รวมตัวอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก 

ฉันไม่เข้าใจจริงๆค่ะว่าทำไมรัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญกับคนต่างชาติเป็นหลักนะ ให้ความสำคัญกับชาวต่างชาติมากกว่าให้ความสำคัญกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศซะอีก 
คิดตื้นๆแค่ว่า คนต่างชาติมีเงินเยอะกว่าคนไทยงั้นหรือ? ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าคนไทยหลายๆคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศมีเงินเยอะกว่าคนต่างชาติก็มีอยู่ไม่น้อยนะ

จริงๆแล้วคนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย พวกเขาใช้จ่ายเงินน้อยกว่าคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศซะอีกนะ ขอพูดตรงๆเลย

คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เมื่อเขาเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เขาใช้จ่ายเงินเยอะมากๆเลยนะ ให้พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง ซื้อของกิน ซื้อของใช้ในตลาดสด ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ท้องถิ่นที่เขาและบรรดาญาติพี่น้องอาศัยอยู่ บางคนหอบเงินมาจากต่างประเทศมาสร้างบ้านให้พ่อให้แม่ หอบเงินมาซื้อที่ดินก็มีไม่น้อยเลยนะ

คนไทยด้วยกันนี่แหล่ะจะรู้ว่าตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่มีที่ไหนบ้าง เวลาเขากลับเมืองไทย เขาจะพาพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง ไปท่องเที่ยวด้วยกัน หลายคนก็มีรายจ่ายหลายบาท รัฐบาลคิดบ้างหรือเปล่า?

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ที่ไม่ได้มีสามีหรือภรรยาเป็นคนไทย เขามาเที่ยวก็พักแค่ในโรงแรม สั่งอาหารตามร้านอาหารในเมือง หรือใกล้ที่พัก มีบ้างที่สั่งอาหารตามสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเขาเดินทางไปกัน แต่ไม่ได้ช่วยกระจายรายได้ให้กับท้องถิ่นมากนัก คนต่างชาติไม่ค่อยเดินซื้ออาหารสด,ผักสดในตลาด เพราะพวกเขาเป็นนักท่องเที่ยวไม่ได้ทำกับข้าวกินเอง พวกเขาจะซื้อของตามร้านค้าต่างๆน้อยมาก พวกเขาจะประหยัดงบ ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ค่อยซื้อของที่ไม่จำเป็น พวกเขาจะนึกถึงน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง สัมภาระที่จำกัดแค่20-30กิโลกรัม (กรณีโดยสารชั้นประหยัด)ตอนขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ

คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศพวกเขาเอาเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยเยอะกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากๆจริงๆนะคะ
เพราะพวกเขากลับมา ก็เอาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงคนทั้งครอบครัว จ่ายเงินซื้อของมากกว่า

คนไทยเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆมากกว่า  หากเงินเหลือพวกเขาก็เอาเงินไปฝากธนาคารไว้ บางคนเอาเงินไปซื้อทอง ซื้อของฝาก และก่อนที่คนไทยจะบินกลับไปต่างประเทศ พวกเขาก็จะพากันไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง น้ำพริก ของกินจากไทยกลับไปด้วย..

คนไทยกลับไทยจะจ่ายเงินเลี้ยงดูคนทั้งครอบครัว
แต่คนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย เขาจะซื้ออาหารการกินแค่เฉพาะตัวเขากับคนที่เดินทางมาพร้อมกับเขาแค่นั้นเอง

เปิดโอกาสให้คนไทย ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกลับไทยให้มันง่ายๆหน่อยค่ะ

ฉันเห็นด้วยที่ให้ตรวจRT-PCRก่อนขึ้นเครื่องบินอย่างน้อย72ชั่วโมง

แต่ไม่เห็นด้วยที่คนไทยจะต้องขอTHAILAND PASS ลดขั้นตอนที่มันหยุมหยิมยุ่งยากให้น้อยลง จะดีมาก

มาถึงไทยปุ๊บ คิดว่าไม่ควรตรวจโควิดอีกรอบในทันที ควรเว้นไปสัก3วันหรือ5วันค่อยตรวจใหม่น่าจะดีกว่า เพราะก่อนขึ้นเครื่องบิน ทุกคนก็ตรวจRT-PCRมาแล้ว งดขั้นตอนที่ยุ่งยากซ้ำซ้อนได้จะดีมาก

ฉันดูช่องยูทู้ป มีคนไทยที่เดินทางมาพร้อมสามีชาวต่างชาติ เดินทางมาเมืองไทย อยู่เที่ยวไทยได้สองอาทิตย์กว่าๆก็มาติดโควิดในไทย แต่พวกเขาต้องกักตัวเองอยู่ในห้องในโรงแรม รักษาตัวเอง หาซื้อยากินเอง ขอให้พนักงานโรงแรมช่วยซื้อยามาให้ โทรติดต่อโรงพยาบาล โรงพยาบาลก็บอกเตียงเต็มๆ ไม่ว่างตลอด
แล้วรัฐบาลจะให้คนต่างชาติซื้อประกันมาเพื่อ? เขามาป่วยติดโควิดในไทย แต่กลับไม่มีเตียงว่างในโรงพยาบาลที่จะรักษาเขาเลย เขาต้องหายากินเอง รักษาตัวเองจนหายดี ก็ไม่เห็นมีหน่วยงานไหนมาช่วยเหลือดูแลพวกเขาเลย จะมีก็แต่เจ้าหน้าที่ในโรงแรมที่คอยช่วยเหลือวิ่งไปซื้อยา ซื้อมะนาว ซื้อของใช้โน่นนี่มาให้คนป่วย  เห็นมีแต่ประชาชนคนธรรมดาๆที่คอยช่วยเหลือกันเอง

แอพต่างๆ ที่ทางรัฐบาลให้โหลดไปก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์ โหลดไปก็ช่วยเหลืออะไรไม่ค่อยจะได้
(ยกเลิกไปเถอะ)

ตอนที่เดินทางเข้าประเทศ ก็ต้องกรอกชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรฯไว้ในใบตม.6อยู่แล้ว หากมีอะไรก็ตามตัวได้ไม่น่าจะยากอยู่แล้วล่ะนะ

ตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม พ.ศ.2560 คนไทย ที่ถือสัญชาติไทย ถือหนังสือเดินทางไทย ไม่ต้องกรอกใบตม.6ตอนเข้า-ออกนอกประเทศไทยแล้ว

แต่ตั้งแต่มีโควิด-19ระบาดหนัก ฉันกลับคิดว่าให้ทุกคนกรอกใบตม.6เหมือนเดิมก็น่าจะดี 

หากไม่ติดโควิด ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทุกที่ ใช้จ่ายเงินได้เต็มที่

แต่ถ้าพวกเขาเกิดมาติดเชื้อโควิดในไทยล่ะ ทางการไทยก็ควรให้ความช่วยเหลือและดูแลพวกเขาให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ออกข่าวทีวีอย่าง แต่ในสภาพความเป็นจริงกลับกลายเป็นอีกอย่าง..

มันน่าเศร้าใจจริงๆนะแบบนี้




 

Create Date : 17 มีนาคม 2565    
Last Update : 17 มีนาคม 2565 15:18:18 น.
Counter : 457 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ดอกซากุระ ปีพ.ศ.2565


ดอกซากุระสีชมพูเข้ม
พันธุ์河津桜kawazu sakura
แถวริมคลองหลังบ้านฉันเริ่มบานแล้ว 

สามีฉันได้จัดการย้ายข้อมูลต่างๆทั้งหมดจากคอมเครื่องเก่ามาใส่ไว้ในคอมของฉันอีกเครื่อง ระบบการจัดการย่อรูปยังไม่คุ้นชิน ทำให้ได้รูปที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมมากๆเลย...

วันนี้ฉันจึงลองย่อรูปและโพสต์รูปลงในบล็อกแก็งค์เป็นครั้งแรกหลังจากที่สามีย้ายข้อมูลมาที่คอมอีกเครื่องค่ะ




 

Create Date : 14 มีนาคม 2565    
Last Update : 14 มีนาคม 2565 9:44:52 น.
Counter : 329 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

โทรศัพท์มือถือพัง ได้เวลาเปลี่ยนเครื่องใหม่

ปัจจุบันฉันใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟน7+ สีทอง เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี2017 
ปีที่แล้วจู่ๆโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ เอาไปที่ช็อปเครือข่ายโทรศัพท์มือถือDocomo เขาเช็คระบบให้แล้วบอกฉันว่าเครื่องเสีย ฉันยังไม่อยากเสียเงินซื้อเครื่องใหม่เพราะไอโฟนเครื่องใหม่ รุ่นใหม่ราคาค่อนข้างแพงมาก ฉันเลยบอกพนักงานว่าถ้าอย่างนั้นฉันขอใช้บริการเสริม โดยการเปลี่ยนเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าของคนอื่นที่มันพังแล้ว แล้วทางช็อปเขาเอาไปซ่อมให้ดูเหมือนของใหม่(แต่จริงๆเป็นของมือสอง) ที่เป็นรุ่นเดียวกันสีเดียวกันกับที่ฉันใช้ เอามาเปลี่ยนให้ฉันใช้แทนเครื่องที่เสีย ส่วนเครื่องของฉันก็ส่งคืนให้ทางช็อปไป(เขาก็จะเอาไปซ่อมแล้วก็จะเอาเครื่องของฉันไปให้คนอื่นใช้งานต่อ..วนไป..)
ตอนนั้นฉันจ่ายเงินค่าบริการเปลี่ยนเครื่องไป12,000เยนค่ะ

ปรากฏว่าโทรศัพท์เครื่องที่ถูกเปลี่ยนมาให้ฉันใช้เครื่องนี้ ฉันใช้งานได้แค่1ปีนิดๆตอนนี้เกิดปัญหาหน้าจอบวมค่ะ เวลาชาร์จแบตหน้าจอยิ่งบวม มันอ้าออกมานอกกรอบเยอะมาก กลัวว่ามันจะระเบิดเข้าสักวัน

ถ้าจะให้ฉันใช้บริการเสริมอีกครั้งโดยเปลี่ยนเอาเครื่องเก่าของคนอื่นที่ซ่อมแล้ว มาให้ฉันใช้งานอีก และจ่ายเงินอีก12,000เยนเหมือนครั้งที่แล้ว ฉันคิดว่าอาจจะใช้งานได้อีกแค่1ปีหรือ2ปีมันก็จะเกิดปัญหาจุกจิกกวนใจตามมา ทำให้เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา (โทรศัพท์มือถือ ของมือสองที่เคยเสีย และเคยซ่อม ยังไงๆมันก็ไม่เหมือนของใหม่มือหนึ่งอย่างแน่นอน)

คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่แล้วจริงๆค่ะ ยอมจ่ายแพงกว่าแต่ได้สินค้าของใหม่มือหนึ่ง ปัญหาจุกจิกกวนใจน่าจะน้อยลง อย่างน้อยๆสามารถใช้งานได้นานๆอีก5-6ปีก็ยังดี

ตอนนี้กำลังมองๆ iPhone 13Pro Max 256GB สีทองเหมือนเดิมค่ะ แต่ดูๆไปสีฟ้าsierra blueก็สวยดี เป็นสีออกใหม่ด้วย
ราคาขายที่ญี่ปุ่นโหดมาก 18x,xxxเยน (ยังไม่รวมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ)
ถ้าเป็น512GB ราคาจะยิ่งแพงขึ้นกว่านี้อีก

ฉันมีธนบัตร1,000เยนที่ฉีกขาดอยู่1ฉบับ วันนี้ฉันเอาไปขอแลกที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าตอนนี้ถ้าเอาธนบัตรเก่า(ที่ชำรุด ฉีกขาด)มาแลก จะต้องเสียค่าธรรมเนียม510เยน ห๊า...ค่าธรรมเนียมโหดมาก 
เจ้าหน้าที่แนะนำว่าแต่ถ้าฉันมีบัญชีเงินฝากของธนาคารที่ไหน ให้เอาธนบัตรที่ชำรุด ฉีก ขาดไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของที่นั่นได้เลย จะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมค่ะ

ฉันก็เลยเดินต่อไปที่ไปรษณีย์ เอาธนบัตร1,000เยนที่ชำรุดฉีกขาดพร้อมกับบัตรเอทีเอ็มของฉันยื่นให้เจ้าหน้าที่ธนาคารไปรษณีย์(ฉันไม่ได้พกสมุดบัญชีเงินฝากไปด้วย) ฝากเงินเข้าบัญชีของตัวเอง
(ธนบัตรชำรุดฉีกขาดจะไม่สามารถฝากที่ตู้เอทีเอ็มได้ค่ะ)
เจ้าหน้าที่รับธนบัตรชำรุดฉีกขาดฉบับนี้ไปฝากเข้าบัญชีให้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น สบายใจหายห่วง

คราวหน้าคราวหลังจะได้จำไว้ว่าถ้าหากมีธนบัตรชำรุด ฉีก ขาดอีกก็ให้เอาไปฝากเข้าบัญชีธนาคารที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร/ไปรษณีย์ จะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมค่ะ

ฉันไปกดเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็ม200,000เยน เตรียมเอาไว้ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ อย่างเร็วประมาณอาทิตย์นี้ หรืออาทิตย์หน้า หรืออย่างช้าก็ประมาณต้นเดือนหน้า..

โทรศัทพ์มือถือเครื่องเก่าที่ฉันใช้งานอยู่ตอนนี้ กลัวว่าหน้าจอมันจะระเบิดตอนชาร์จแบต กลัวจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเองจริงๆค่ะ 

วันที่12 มีนาคม พ.ศ.2565 ฉันเอาโทรศัพท์มือถือไปที่แอปเปิ้ลสโตร์ที่กินซ่า กรุงโตเกียว พนักงานแจ้งว่าแค่แบตบวมมันจึงดันหน้าจอให้อ้าออกมาจากกรอบ เสียค่าเปลี่ยนแบตใหม่แค่5พันกว่าเยน ตอนนี้หน้าจอไม่บวมแล้ว สามารถใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าได้เป็นปกติ ((ดีใจมากๆเลยค่ะที่ฉันยังไม่ต้องเสียเงินซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ สรุปว่าโทรศัพท์มือถือของเดิมที่ฉันใช้อยู่ก็ยังใช้งานได้ตามปกติ ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ค่ะ101 102 101))




 

Create Date : 07 มีนาคม 2565    
Last Update : 14 มีนาคม 2565 9:51:45 น.
Counter : 432 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  

OKANEMOCHI
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 222 คน [?]




Friends' blogs
[Add OKANEMOCHI's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.