ให้รางวัลกับชีวิตบ้างครับ ชีวิตคือการเดินทาง เงินทองของนอกกายไม่ตายค่อย ๆ หากันไปครับ

Puerto Galera ฟิลิปปินส์ Macro World dive 100+

ทริป PG = Puerto Galera นี้เป็นทริปที่เตรียมจะไปตั้งนานแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่พอดีไม่ว่างอีกทั้งตอนนั้นมีการชุมนุมด้วยก็กลายเป็นดีไปที่เราไม่ได้จองตั๋วแล้วก็เลื่อนกำหนดการซึ่งว่าไปตั้งใจยอมจ่ายค่าตั๋วของ Philiphine Airline เกือบหมื่นบาทด้วยซ้ำนะครับ แต่เหมือนมีอะไรดลใจทำให้ได้จองโปรโมชั่นพิเศษที่ทาง //www.cebupaciicair.com ออกมาช่วงคริสต์มาสพอดี เลยลดต้นทุนการดำน้ำทริปนี้ไปได้มาก ๆ ทีเดียวเหลือค่าตั๋วแค่คนละไม่ถึงสองพันบาทรวมค่าภาษ๊สนามบินที่ต้องไปจ่ายที่โน่นแล้วนะอีก 750 Peso



ก็เตรียมตัวมานานครับหาข้อมูลจากพี่หมื่นที่รู้จักกันทาง hi5 แล้วก็ search จาก //www.scubaboard.com และที่สำคัญสุดก็แน่นอนครับ //www.google.com อิอิ ได้ข้อมูลมาหลายเวบครับ เอาที่ผมใช้งานละกันครับ //www.divevip.com เวบที่สำรวจราคาแล้วก็ package แล้วน่าสนสุดเลยใช้บริการเขาครับอีกทั้งชื่อเวบก็จำง่ายมาก ๆ ครับ



ต่อมาเวบนี้ครับ //www.frontierscuba.com/cf/c-howto2.html อันนี้ใช้ดูวิธีเดินทาง แล้วก็เป็นทางเลือกที่สองที่คิดจะใช้บริการครับ จริง ๆ ก็ยังมีอีกเยอะนะก็ลองดูกันละกันครับ สำหรับท่านติดหรูแล้วก็นิยมความสบาย แล้วที่เห็นเขาก็ลูกค้าเยอะด้วยก็คือ //www.atlantishotel.com/scubadiving/scuba_duma_divesite.php กับ //www.llbc.com.ph/charters.shtml



ส่วนที่ต่อมาสำหรับคนที่อยากประหยัดมากกว่าผมครับที่ไปเจอมาก็ sabangbeachclub ครับอยู่ข้าง ๆ divevip นั่นแหละผมเห็นร้านผมก็ไปเช่า tank เรือเขาต่ออีกที ;-0 เดี๋ยวเวบก็ search กันเอานะครับที่นี่ diveshop จะเห็นเป็นของเกาหลีซะเยอะรวมถึงที่นี่ด้วยครับ ราคาดีทีเดียว 5 dives 100 USD ว่าไปไปกันมากคนน่าจะต่อรองได้เยอะนะที่นี่ดูพร้อมมาก ๆ เสร็จเรื่องตั๋วและเรื่องที่พักพร้อมทริปดำน้ำก็แลกตังค์ผมก็ใช้ที่เดิมครับ //www.superrich1965.com/



มาเริ่มเดินทางกันเลยนะครับ เครื่องออกตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ 12:20 AM ในตั๋วที่จองทำให้สับสนอย่างแรงว่าต้องไป check-in วันไหนน่าเพราะก่อนไปนี่ผมก็ลองเข้าเวบวันละสามเวลาว่ามีการเปลี่ยนแปลงไหมแล้ววันล่าสุดระบบมันดัน show ในเวลาที่ถึงมี +1วันด้วยซึ่งก่อนหน้านั้นไม่ยักมี  จะโทรไปก็มีแต่ต่างประเทศ เมล์ไปก็ไม่ตอบกลับมาก็เลยต้องไปสองเที่ยวก็ได้น่า แล้วก็โชคดีครับว่าที่คิดไว้ถูกแล้วเลยรอดไป  ไปถึงมะนิลาสบามบิน Ninoy ก็ประมาณตีสี่ครับกว่าจะเสร็จออกมานั่ง taxi ก็ตีห้ากว่าได้ครับ เนื่องจากสถานที่ที่ต้องไปขึ้นรถต่อไป PG ตามที่ได้ข้อมูลมาไม่ชัดเจนเลยต้องทำการบ้านอีกหน่อยครับ สรุปว่านะครับไปต่อรถที่อู่รถบัสของ JAM หรือ N Dels Rosa Liner ที่ หัวถนน Gilpuyat ตัดกับ Taft Avenue ครับหรือบอก Taxi ไปว่าลงสถานี LRT Gil Puyat เพื่อไป PG ก็รู้เรื่องครับ



เออเรื่อง taxi ก็เหมือนบ้านเราครับที่สนามบินมีหลายเกรด มีแบบเหมาแพงมากหน่อย แล้วก็รองมาก็ meter ตามระยะบวกค่าคิวที่สนามบิน (ผมใช้อันนี้) เริ่ม 80 peso แล้วก็ taxi meter ที่ต้องหาจับเอาเอง เริ่ม 30 peso (ไม่เห็นเลยคงมีการเมืองอ่ะ) ค่า taxi จากสนามบินไป สถานีรถบัสก็ไม่แพงครับไม่น่าเกิน 200 Peso ใกล้ ๆ ครับ ผมตาม meter แค่ 165 แต่ให้คนขับไป 200 Peso นั่นแหละ (อ่ะ ๆ ท่านที่มาช่วงเวลาอื่นต้องเผื่อเวลาและค่า meter อีกเยอะ ๆ นะเพราะรถติดมาก ๆ)

แผนที่



เที่ยวนี้ก็ขอนั่งรถแอร์แล้วครับ รถธรรมดาประหยัดได้ไม่ถึงร้อยแต่เสียเวลาและร้อนเพลียเกินไป สรุปนั่งรถขาไปของ JAM ครับ แต่ท่านอื่นไปแนะนำของอีกทีดีกว่าเบาะใหญ่กว่านั่งสบายกว่าเยอะ ค่าตั๋วไปลง Batangas pier คนละ 166 Peso ครับ ลงแล้วก็จะมีนายหน้ามาขายตั๋วเรือก็ไม่ได้ผมหรอกอิอิ เดินไปซื้อเคาน์เตอร์เองอยู่แล้วเกือบโดนหัวแบะ 555 ค่าเรือข้ามฟากคนละ 230 ครับ(ราคาเต็ม 250 P) แล้วต้องไปจ่ายค่าท่าเรืออีกคนละ 10 Peso ค่าอนุรักษ์เกาะหรือค่าเหยียบเกาะ PG อีก คนละ 50 Peso ครับ



พอจะยกของขึ้นเรือก็มีพวกมาจะช่วยยกของต้องจ่ายคนละ 10 – 20 Peso เชียวนะ ผมให้แค่ครั้งเดียวพอละถือว่ากระจายรายได้

รูปจุดท่าเรือครับ ยกเองก็ไกลอยู่นา

พอไปถึงก็ลงที่หน้าหาด sabang เลยครับ diveshop หาไม่ยากอยู่ที่ต้นไม้ทางซ้ายเดินไป 5 นาทีแล้วเขาก็พาไปพักที่

//www.divevip.com/philippines_scuba_diving_18.html



ห้องแอร์ (btu น้อยไปหน่อย) ดีทีเดียวเลยสำหรับ 30 USD มีครัวด้วยถ้าคราวหน้ามาหลายคนก็มาทำกับข้าวกินกันเองเลยดีกว่าประหยัดรสชาติถูกปากแน่นอน ตลาดก็สำรวจมาแล้วไม่ไกลจากท่าเรือ ที่ต้องเตรียมไปเองหน่อยก็แค่พวกเครื่องปรุงบ้านเราแค่นั้นเอง อิอิ สำหรับท่านที่จะประหยัดเหมือนผมตอนแรกก็นอนห้องพัดลมครับคืนละ 20 USD แล้วก็ยังมี Super Deluxe ด้วย 50 USD ว่าไปที่เดิน ๆ ดูถ้าไม่ใช่เทศกาลหน้า high season ผมเห็นป้ายบ้านว่างเพียบเลย แต่ทริปนี้พอแล้วไม่อยากไปถามเยอะราคาที่ได้มาก็พอใจแล้วครับ อ้อผมจองแบบ packhage นะครับต่อวันสองคนคนละ 58 USD ดำวันละ 2 dives ที่เหลือมีแรงจะดำต่อจ่ายอีก dive ละ 22 USD หรือเบื่อจะเดินเที่ยวเหมือนผม หรือแม้นไปเที่ยวหมู่บ้านน้ำตกก็ยังได้นะครับเกาะใหญ่มีอะไรให้ดูเยอะทีเดียว แต่สุดท้ายคู่ผมทุก ๆ วันก็มานอนกลางวันครับ



มาถึงเรื่องอาหารการกินก็มีหลายระดับเอาแบบประหยัดสุดเลยก็ มาม่าขนไปจากบ้านเราครับ แพงขึ้นมาหน่อยก็ต้องพวกร้าน fastfood หรืออาหารตามสั่งครับเฉลี่ยไม่เกิน 100 P ต่อมื้อ
ถ้าแพงอีกเลยก็ต้องร้านอาหารเลยครับแพงแน่ ๆ ไม่ต่ำกว่า 200 P แน่นอนยิ่งไปทานร้านหรู อาหารทะเลด้วยนี่เหงื่อตกผมทานไปมื้อนึงเกือบพันเลยครับ สำหรับร้านแนะนำก็ ตามรูปด้านบนครับร้านนี้เปิด 24 ชม.เลย แล้วยามเย็นก็มีร้านหมูย่างครับไม้ละ 10 Peso คนละ 5 ไม้ก็อยู่ข้าวอีก 10 Peso จากร้านแรกครับ



อีกร้านแนะนำสำหรับมื้อกลางวันก็ร้านนี้เดินไปทางท่าเรือครับ หน้าซอยเล็ก ๆ ที่เข้าร้านมีป้ายบอกหน้าซอยมีร้านเสริมสวย-นวด และก็ booth ขายทัวร์ครับ ป้ายเป็นรูปชามก๋วยเตี๋ยวครับ ต้องเดินย้อนกลับจากท่าเรือจึงเห็นนะครับมันอยู่สูงกว่าระดับสายตาพอควร



วันแรกไม่มีอะไรนอนอย่างเดียวครับไม่ดำเพราะเคยมาแล้วไม่สนุกหรอกก็เลยนอนแล้วเย็นก็มาเดินเล่นสำรวจ รวมถึงเล่น net อ้อแวะ diveshop เตรียมอุปกรณ์ก่อนด้วยครับ เอ่อที่นี่ก็ดังเรื่อง ightlife ครับเหมือนพัทยาบ้านเราเลย



วันที่สองก็มาที่ diveshop 8:30 แล้วก็ออกไปดำกันที่แถวนั้น เรือที่นำออกไปดำก็เป็น Bangka ครับ dive แรก 9:00 dive สอง 12:00 dive สาม 15:00 จริง ๆ นี่ถ้าเพื่อนที่อยากประหยัดเขามี beach dive นะก็คือเดินจากหน้าหาดลงไปเลยเพราะแนวปะการังก็หน้าหาดเลยครับจะลดค่า dive จาก 22 เหลือ 15 USD แต่มันก็ลำบากอีกหน่อยเปลืองอากาศอีกนิดครับ แต่ที่ผมดำ boatdive กับเขาเนี่ยเหลือเพียบเพราะเขากำหนด dive time 45 min เองแล้วดำไม่เกิน 20 m. ครับ วันต่อ ๆ มาเลยบอกเขาว่าถ้าจะขึ้นก็ให้เขาขึ้นก่อนแล้วคู่ผมจะดำต่อ แล้วก็รู้สึกว่าเขาจะดำนานขึ้นอีกหน่อยครับส่วนคู่ผมก็วนหาของที่ระดับตื้น ๆ รอเรือไปเรื่อย ๆ นานกว่าชาวบ้านเขาไม่มากหรอกเพราะ safety first ไม่ยากให้เราและเขาเป็นห่วงกันทั้งคู่ครับ เอ่อจำ divesite ไม่ได้ละ เอารูปไปดูกันละกัน Divesite ที่ผมชอบก็ Kilima ครับเพราะ seafan เยอะดี



มาดู nudi ซึ่งที่นี่ขึ้นชื่อมาก ๆ แต่ก็ยังตาถั่วหาได้ไม่เยอะเท่าที่ควร



















lionfish ดาษ ๆ

Moray



yellow boxfish

hawkfish

seapen

scorpionfish



ribbon eel

อ้อมีเรื่องปวดหัวของที่นี่มาให้ทำใจคือเรื่องของสตางค์ครับ ผมเอาไปดำน้ำด้วยเพราะไม่ไว้ใจ diveshop และก็โรงแรมเพราะอ่านใน net มาว่าเจอกัน แต่แล้วเราก็ไม่รอดเอาลงเรือไปด้วยก็โดยตอดทีละน้อย ๆ เอาแต่เงิน Peso นะ จับมือใครดมไม่ได้ เพื่อนที่จะไปก็เตรียมตัวเรื่องที่เก็บเงินเวลาลงใต้น้ำด้วยนะครับ ว่าไปจริง ๆ เท่าที่ดูผมว่าฝากไว้ที่เคาเตอร์ที่ diveshop น่าจะ safe สุดนะ แต่ผมก็ไม่ไว้ใจเพราะร้านเปิดกว้างคนเดินๆไปมาตลอด บางครั้งก็ไม่มีคนเฝ้าร้านด้วย แล้วต่อมาที่ทำให้หงุดหงิดที่สุดก็คงเป็นเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน Ninoy อ่ะครับดีนะผมไปกับแฟนในกระเป๋ามีเงินที่เรามักจะแยกไว้หลาย ๆ จุดอันนี้ของแฟนผมโดนเรียกตรวจให้ถอดโน่นนี่ถ่วงเวลา จนท. อีกคนก็ค้นเลย ดีนะผมอยู่พอดีเลยบอก พี่ก็ยังจะขอเราหน้าด้าน ๆ อีกเฮ้อ ๆๆๆ

จบแล้วก็มาพักน้ำเดินเล่นที่ห้าง SM Mall of Asia ครับ



แล้วก็แน่นอนครับเป้าหมาย dinner ก็คือร้าน Geryy's Grill ครับ ปลาหมึกย่างสุดอร่อย //www.gerrysgrill.com/ph/main.php?go=branch

สรุปก็คงจะไปต่ออีกเพราะมันถูกดีครับ อิอิ รอโปรฯ อย่างเดียวครับ หมายหน้า anilao ครับ




 

Create Date : 02 เมษายน 2552    
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 22:28:15 น.
Counter : 988 Pageviews.  

CEBU สวรรค์นักดำน้ำอีกแห่งที่ราคาไม่แพงครับ

มาเกริ่นไว้ก่อนครับเพราะเพิ่งถึงบ้านเมื่อคืนเอง คราวนี้ไปแบบประหยัดหน่อยแต่ไม่มากเท่าที่ควรครับ (ปกติชอบไปแบบตั๋ว base fare 0 บาท) เพราะตั๋วเครื่องก็ยังถือว่าแพงอยู่ประมาณ หกพัน แต่ก็ดีเพราะเป็นเส้นทางใหม่ที่เขาเปิดบินตรงเลยครับของ //www.cebupacificair.com ทั้งทริป 7 วันดำน้ำห้าวัน 12 dives เฉลี่ยรวมตั๋วคนละประมาณ 22000 บาท

เอารูปของสัตว์ใต้ทะเลหายากอีกตัวขึ้นมาเป็นไฮไลท์ก่อนครับ ตัวนี้คือ octopus blue ring มีพิษถึงตายได้ครับ แต่สวยงามมาก ๆ



ตอนนี้ยังมึนอยู่แล้วจะค่อยมาเล่ารายละเอียดทริปนะครับ เผื่อเป็นแนวทางให้คนที่จะไปเที่ยวที่นี่กันบ้างครับ เพราะใน BP มีเรื่องของที่นี่น้อยมาก ผมก็เลยต้องไปหาจากเวบบอร์ดต่างประเทศเป็นหลักครับ

ย่อรูปเพิ่มเตืมให้อีกสองรูปสำหรับไฮไลท์ของที่นี่อีกสองอย่างครับ

Thersher shark ครับ



ต่อด้วย mandarin fish ซึ่งทั่ว cebu นั้นมีมากมายเหลือคนา โดยเฉพาะ divesites " Lighthouse " ที่นิยมไปดำ night dive กัน มองไปเกือบทุกกอของปะการังมีเจ้านี่ว่ายวนเวียนมากมาย แล้วที่สำคัญนะออกมากลางน้ำให้ถ่ายกันก็เยอะครับ เสียดายที่กล้อง olypus ผมโฟกัสช้าก็เลยไม่ได้ภาพที่ดีเท่าไหร่ครับ อ้อแล้ววันที่ดำนั้นไปดำวันแรกเลยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้นอนมาทั้งวัน 555 เลยอยู่ได้แค่ 30 นาทีขณะที่บางคนเขาดำกัน 90 นาทีครับ



CEBU เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของฟิลิปปินส์ครับรองจากเมืองหลวง มะนิลา นั่นเอง แต่ผมก็ไป มะนิลา มาแล้วนะครับ ด้วยบรรยากาศที่ได้ไปสัมผัสนั้นผมว่าที่ cebu นี่ดูเป็นมิตรมากกว่า คนจรจัดก็ไม่ค่อยมี ส่วนเรื่องอันตราย และการตุกติกมันก็มีทุกประเทศนะครับ การไปเที่ยวถ้าเราทำตัวไม่เป็นที่สังเกต ไม่มีของมีค่าโดดเด่น ก็ปลอดภัยครับ ผมกับแฟนแบกกระเป๋าดำน้ำ กับเสื้อพะรุงพะรังดูไม่มีราคาก็ไม่เห็นเป็นที่เตะตาอะไรเลย และการสอบถามก็ได้รับแต่มิตรไมตรีที่ดีครับ เพียงแต่พวกรับจ้างก็ธรรมดาที่เขาก็ต้องการอะไรที่ราคาดีที่สุด ส่วนเราคนซื้อก็ต้องการราคาที่ไม่ถูกโขก ก็พอรอมชอมกันไป แต่บางอย่างก็ไม่ควรเขี้ยวกับเขาเกินไปนะครับ และที่สำคัญครับก็คือการเตรียมตัว ถ้าเราพร้อมไปที่ไหนผมว่าก็รอด เช่น แผนที่ เบอร์โทรฉุกเฉิน อย่างผมขึ้น taxi ปั๊ปก็แกล้งโทรเลยว่าจะไปนั่นนี่ด้วยรถเบอร์นี้ เป็นต้น แค่นี้ก็รอดแล้วครับ ที่นี่เขาคุยอังกฤษก็เลยไม่ต้องเตรียมเรื่องภาษาท้องถิ่นเลย สบายเรา อิอิ เรื่องลักพาตัวนั้นผมว่าที่นี่ไกลจากจุดที่เคยเกิดปัญหามาก ๆ เลยทีเดียว แล้วเราเลือกจุดท่องเที่ยวก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ

ที่ cebu มีทั้งจุดดำน้ำลึก scuba และดำน้ำตื้น snorkle ครับ แต่ถ้าเทียบนะผมว่าบ้านเราสวยกว่านะ แต่ก็นะได้ไปแต่ละที่ก็มีอะไรต่าง ๆ กันไปครับ ถ้าอยากได้ประสบการณือีกแบบก็ไปที่นี่ซิครับไม่ผิดหวัง ถ้าโชคดีจับได้ตั๋วถูก คุณจะสามารถไปดำน้ำที่นี่ในราคาดำที่เกาะเต่าเลยนะครับ อิอิ

เรื่องกีต้าร์ก็อยากซื้อนะ แต่กลัวไม่ให้ถือขึ้นก็เลยอดไป :-( คราวหน้าไปคงได้กลับมาแน่ ๆ ครับ

ต่ออีกรูปละกันก่อนไปนอนครับ juvenile batfish หรือ pinate batfish



ไหน ๆ โชว์รูปบนละเอารูปนี้ไปอีกตัวครับสองตัวนี้ว่ายน้ำแบบแปลก ๆ ครับน่ารักดี ตัวนี้ไม่รู้ชือถูกป่ะนะ juvenile sweetlips



อ่ะให้รูปกันพอสมควรแล้วครับ มาที่การเตรียมตัวไปที่นี่ก็ต้องหาข้อมูลกันหน่อยครับ ก็ตามเวบนี่แหละใช้ google เป็นหลัก แต่ที่ได้ข้อมูลมาเยอะหน่อยโดยความช่วยเหลือก็จากเวบนี้ที่เพื่อน BP ท่านนึงเคยแนะนำไว้เมื่อปีที่แล้วครับ เรียกได้ว่าแถบจะไปตามรอยเขาเลยครับ อิอิ

//www.scubaboard.com/forums/philippine-paradise-divers/210922-moalboal-trip-report-continuation-malapascua-trip-report.html

ถ้าไปที่นี่ควรไปแลกเงิน Peso ที่ Superrich หรือร้านแลกเงินมากกว่าที่สนามบินนะครับ เพราะ rate ต่างกันมาก ๆ ทีเดียว ผมได้ 1.25 Peso = 1 บาท แต่ถ้าที่สนามบินนี่จำได้ว่า 0.98 Peso = 1 บาท นะ

ค่าใช้จ่ายหลักอีกตัวคือตั๋วเครื่องบิน มีทางเลือกหลายอัน แต่ผมว่าบินด้วย //www.cebupacificair.com ดีสุดเพราะไม่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่มะนิลาครับ แม้ตอนนี้คนยังไม่มากแต่เชื่อว่า route นี้น่าจะเป็นที่นิยมของคนไทย โดยเฉพาะนักดำน้ำต่อ ๆ ไปนะครับ ขาไปแป๋วเลยคนไม่ถึงครึ่งลำ แต่ขากลับนี่คนเยอะประมาณ 70% ได้ครับ เชื่อว่าถ้าเขาออกโปรฯ ในอนาคตต่อไปคนคงเยอะกว่านี้นะ

ค่าใช้จ่ายต่อมาก็โรงแรม (อันนี้อันดับท้าย ๆ ของผม) ถ้าเลือกที่ดีก็แพง แต่ผมเลือกที่ถูก เอาแบบพัดลม เพราะเวลาส่วนมากออกทะเล ดำน้ำ และเดินเล่นตามหาด มานอนกลางคืนเท่านั้น มาแย่เอาวันสุดท้ายที่ร้อนเกินห้ามใจ นอกนั้นกลาวคืนหนาวเลยครับ

ต่อมาก็เรื่องของอาหาร มีทางเลือกเยอะครับสามารถให้เขาจัด package ก็ได้นะ เดี๋ยวรีวิว อีกที

ต่อมาก็ transfer อันนี้ถ้าใครใช้บริการเขาเพื่อความสบายใจไม่ไปเองก็หนักเลย แต่ผมเชื่อมั่นตัวเอง ใช้บริการสาธารณะล้วนประหยัดไปเยอะเกือบหมื่นบาทเลยที่เดียว อิอิ

แล้วถ้าดำน้ำลึก อันนี้คงหนักสุดแล้วครับ อิอิ ก็หาไปเรื่อย ๆ ครับ ชอบแบบไหนก็ shop กันตามสะดวก ส่วนผมเลือกที่ malapascua ของ divelink คิด dive ละ 1000 peso และที่ moalboal คิด dive ละ 750 peso ราคานี้อุปกรณ์เราเอาไปเองหมดนะ เขามีให้แค่ divelead, tank, weight ครับ

คงแค่เนี้ยมังครับมาเริ่มรูปเครื่องที่ผมใช้เดินทางดีกว่า เป็น Airbus 319 โดยความรูสึกนะผมว่าระยะห่างเก้าอี้เขาให้มากกว่าของ AirAsia นะ ไม่รู้คิดไปเองป่ะ



เอาภาพแผนที่ cebu และ route การบินของ cebupacificair ฟิลิปปินส์มาให้ดูครับจะได้รูว่า cebu อยู่ไหนครับ

//www.cebupacificair.com/flightinfo/newroute/index.htm

แหมลืมไปอีกอย่างครับ สิ่งดีดีของสายการบินนี้ต้องชมกันหน่อย คือว่าเขามีการเลื่อน flight เร็วขึ้นแค่ 15 นาที เขาส่งเมล์มาแล้วยังโทรทางไกลต่างประเทศมาหาเราอีกเพื่อแจ้งเรื่องนี้ ซึ่งก็ยังมีเวลาให้เรา check mail อีกตั้งสองอาทิตย์ได้ service เยี่ยมจริง ๆ ครับ อยากให้มาเปิดแข่งกับ Airasia เยอะ ๆ จังเลย

มาเพิ่มให้อีกนิดครับเส้นนี้บินข้ามทะเล แล้วเครื่องบินก็เล็กนะครับ ก็จะรู้สึกเสียว ๆ กันหน่อย ตกหลุมอากาศก็บ่อย ใครไปช่วงหน้าฝนแบบผมก็ทำใจหน่อยนะครับ แต่ก็ยังไม่มีข่าวไม่ดีของสายการบินนี้เลยนะครับ บนเครื่องถ้าจะซื้ออาหารน้ำดื่มหนะแพงกว่า AA มาก ๆ เลยครับ cupnoodle 100 peso น้ำขวดเล็ก 50 peso ดังนั้นเป็นไปได้เตรียมพร้อมไปซะ แต่ถ้าคิดว่าอยากอุดหนุนเขาบ้าง เหมือนที่ผมทำก็ตามสบายครับ อิอิ



อ้อตอนนี้เขามีออกบินตรงถึง cebu แค่ 3 flight ต่ออาทิตย์เท่านั้นนะครับ คือ อ. พฤ. อา. ครับ เวลาออกจากไทยก็ 22:55 ถึงโน่นก็ตีสามกว่า ๆ ครับ คนน้อยไม่นานก็ผ่านตม. ออกมากะว่าจะขึ้นไปเรียกแท๊กซี่ที่ departure แต่เนื่องจากครั้งแรกและมืดก็เลยลองต่อราคาที่ arrival ด้านล่างได้ราคา 200 peso ก็พอรับได้ครับ แต่จริง ๆ ถ้าได้ meter น่าจะร้อยนิด ๆ เองนะ แต่แค่นี้ไม่ significant สำหรับคู่ผมครับ อิอิ หมายแรกต้องไปลงที่ northbus terminal ครับเพื่อจับ bus คนละ 68 peso ไปลงที่เมือง maya ใช้เวลา 3 - 5 ชม. ระยะทางถึงเมือง Maya นี้ก็ 145 km แล้วนั่งเรือข้ามฟากอีกคนละ 40 peso ครับ



มาเพิ่มราคา transfer จัดการโดย diveshop 3500 อาจต่อได้ถึง 2500 ครับ แต่ถ้าจะจับ taxi ไปลงที่ maya เองก็ 1800 ครับ(นี่คิดว่าสุด ๆ เขาแล้วนะ) แล้วถ้าไม่อยากรอเรือสาธารณะก็ต้องจ้างเรือพิเศษข้ามแบบเหมาประมาณ 800+ ครับ



อ้อลืมบอกเวลาของรถสาย ceres liner นี้ไปครับมีตั้งแต่ 4am - 11pm ครับแต่ยังไงซะก็หา update ให้ชัวร์ก่อนไปละกัน ถ้าเดินทางช่วงที่เขาเดินทางปกติกันประมาณ 5am-8pm ผมว่ายังไงก็มีนะครับ

ด้านล่างคือรูปของจุดขึ้นเรือไปเกาะ Malapascua ครับจะไปขึ้นที่ bounty beach ที่เป็นที่ตั้ง cocobana beach hotel //www.cocobana.ch/bounty_us.htm ที่จอง package กับทาง divelinkcebu ไว้พอดีเลยครับ //www.divelinkcebu.com/

จริง ๆ ถ่ายรูปรีวิวที่พักไว้หลายรูป เพราะที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลายเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าไปดูรูปและข้อมูลจากที่นี่ดีกว่า

//www.travelphil.com/internet_eng/uebernachten/uebernachten_visayas_cebu.html

แล้วขอสรุปง่าย ๆ ดังนี้ครับ

สำหรับคนที่ต้องการห้องดีวิวสวยมีงบหน่อย (2000+) ไปที่นี่ดีกว่าครับ Bluewater เอาที่ตรงมุมนะที่ยื่นไปทะเลอ่ะสวยดี

กลาง ๆ และมีทางเลือกให้คุณหลากหลายก็ที่ผมพักนี่แหละ cocobana มีตั้งแต่ 1000+ ครับ

แล้วสำหรับคนที่อยากประหยัดสุด ๆ ก็มีแบบห้องสไตล์ backpacker ที่มีเตียงสองชั้น แต่โทรมไปหน่อย ผมคงไม่ไหว แต่คนที่ลุยและอยากได้ราคาดีก็ไปได้ครับ Kuan-ba อันนี้จะอยู่ด้านในไม่ติดหาดอยู่กับหมู่บ้านประมงครับราคาต่อเตียงอาจต่อได้ถึง 100+ ต่อเตียงเลยนะครับ



ผมดีลเป็น package กับทาง divelink ได้มา 18800 peso 14 dives ต่อ 2 คนรวมห้องพักแบบพัดลม และอาหารเช้าสองมื้อที่ cocobana ครับ ที่นี่ราคาอาหารและน้ำดื่มแพงสุด ๆ เลยเหมือนเวลาเราไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ บ้านเราแหละ ส่วนผมชอบประหยัดก็เดินหาไปเรื่อยก็เจอสองที่ครับที่ถือว่าถูกดีครับ ร้านแรกกินเกือบทุกมื้อเลยก็ร้าน Mabuhay อยู่ข้าง ๆ Bluewater resort ทางไป Divelink อาหารเช่นหมึกย่าง (Grilled quid) 85 Peso ข้าวอีก 20 peso ครับ ถ้าน้ำดื่ม 1 ลิตร 50 peso เอ่อว่าไปถ้าคุณกินแบบหลายอย่างรวม set ที่ cocobana ก็มีนะครับ american bf set 200 peso มี ไข่ดาว ไส้กรอก ชา/กาแฟ น้ำผลไม้ (ผมชอบแค่ไข่ดาว กับน้ำเปล่า ก็เลยคิดว่าจ่ายเกินไปอ่ะ) อาหารอื่น ๆ ก็เช่น squid adobo ก็คล้ายกับผัดพริกหยวกครับ 80 peso squid caramales ก็หมึกชุบแป้งทอด 85 peso อ้อที่นี่มักนิยมกินกันแค่ หมู ไก่ หมึก ครับ พวกอื่น ๆ หายากและแพงครับ



อีกร้านเป็นร้านด้านในต้องเดินเข้าไปทาง sunsplash hotel ด้านหลังโน่นอ่ะ เป็นร้าน internet ด้วย 30 min. 30 peso ครับ อาหารเน้นไปทางญี่ปุ่น แต่ก็ถือว่าไม่แพงมาก แต่น้อยไปหน่อย อ้อที่นี่ซื้อน้ำอัดลมขวดแก้วถูกสุดบนเกาะครับ 25 peso น้ำดื่มก็ไม่แพงนะ



จริง ๆ มีร้าน net อีกร้าน แต่ร้านนี้แพงทุกอย่าง ถือว่าเป็นเหลาของเกาะเลยมังครับ ไปทานมามื้อเดียวราคาเท่ากับเราทานร้าน Mabuhay วันกว่า ๆ เลย 555 Malito บนหาด logon ทางไปร้านดำน้ำครับ ภาพร้านดำน้ำที่ไปใช้บริการ ผมว่าที่นี่ใช้ได้เลย เลือก divesite ได้ด้วย มีเรือสองลำ มี DM หลายคนเจ้าของเป็น Filipino ชื่อ Gary



ด้วยราคาที่เขาเสนอปกติ 1250 peso/dive เนี่ยผมยังอึ้งเลยเมื่อพบว่ามีแค่คนเดียวเขาก็ออกไปดำน้ำกับลูกค้าด้วย service เยี่ยมมาก ๆ ครับ ภาพนี่คือ dive lead ผม Danny and his son ครับ (คนกลางผมเอง) เอ่อมาที่นี่ต้องทำใจหน่อยนะสำหรับนักดำน้ำอนุรักษ์อ่ะ เพราะเขาชอบเอาใจลูกค้า จับมาจัดฉาก ไล่สัตว์ออกจากที่หลบเป็นเรื่องปกติเลย ขนาด blue ring ที่เจอเขายังจับมาให้คนอื่น ๆ ที่ไม่เคยเห็นดูเลยอ่ะ คู่เราเห็นก็ทำหน้าเบ้ เลยทำเขาเสียความมั่นใจไปเลย ก็เลยเห็นเขาจับสัตว์ต่าง ๆ มาโชว์เราน้อยลง 555 อดถ่ายภาพไปหลายเลยมั๊งเนี่ยเราเพราะไม่มีคนคอยจัดฉากให้ อิอิ



7 divesของเรา ดังนี้ วันแรก 17:30 lighhouse แต่ฝืนสังขารไม่นอนเลยดำได้แค่ 30 นาทีเสียดายตังค์จัง อย่าเอาอย่างผมนะถ้ามาถึงก็รีบนอนเลยครับจะได้มีแรงดำ วันสอง 4 dives 5:30 Monad shoal ดู thersher shark 10:00 Kato Island south wall 1 12:30 Kato Island Guard house อันนี้ชอบได้ลอดถ้ำเยอะเลย 16:00 Lighthouse วันที่สาม 9:00 Lapus Lapus Island 11:00 Chocolate Island ของวันนี้เน้นของเล็กพวก nudi แต่กลับได้เจอ Blue-ring

มาดูรูปแก้เครียดเนื้อหาดีกว่าครับ ลอดถ้ำสนุกดี เริ่มลังเลว่าจะต่อ tech dive ดีไหม



nudi เยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากดังหวังแฮะ





















ม้าน้ำ seahorse บ้าง



พวกกุ้งบ้าง





White tip shark ที่หลบในถ้ำที่เรามุดไปดูกัน



มาดูปลาแปลกตาผมบ้าง





baned pipefish หางพัด



อันนี้ pipefish เกาะหญ้าทะเลที่ลอยผิวน้ำเจอตอนก่อนออกเรือ ไม่สังเกตไม่รู้เลยนะครับ กลืนมาก ๆ ธรรมชาติอัศจรรย์ดีนะ



พอที่ Malapascua ก่อนครับ แล้ววันแห่งการเดินทางก็มาถึงอีกครั้งเพราะเราต้องย้ายไปดำกันที่ Moalboal ก็ย้อนรอยครับ แต่คราวนี้เรือที่จะออกนั้นมีที่หาด logon ก็ที่ร้าน diveshop เรานั่นแหละ แล้วก็นั่งรถตอนกลางวันร้อนๆ (เมื่อจอด) กว่าจะถึงเมือง cebu ก็บ่ายกว่า ๆ หิวตาลาย เราเลย north bus terminal ไปเพื่อลงข้าง ๆ SM Mall ครับ (ฟรี แต่ต้องหิ้วกระเป๋าหนัก ๆ เข้าห้างอีกสัก 50 เมตรได้) ทานอาหารในห้างติดแอร์สักชั่วโมงกว่า ๆ และก็หาที่แลกตังค์ครับ มีในห้างรับแต่สกุลหลัก ได้ 1 USD = 42 Peso เงินบาทไม่รับ :-( คิวยาวทีเดียวแถมยังจำกัดไม่เกิน 300 USD ต่อคนอีก เลยได้รับคำแนะนำจาก รปภ. ให้ไปแลกโต๊ะเถื่อนด้านนอก ซึ่งนั่งกันที่ร้านกาแฟ ได้ rate 1.2 Peso=1 บาท (ต่อสุด ๆ ได้แค่นี้เรา) ก็เลยจำยอม ดังนั้นใครจะมาเนี่ยแลกเผื่อไว้จาก superrich ดีกว่านะ

อ้าวเข้าเนื้อหาอีกละ แก้เครียดด้วยรูปที่เขาว่ามันเป็น กุ้งตัวตลก harlequin shirmp หลบในรูอ่ะ



แล้วเราต้องนั่ง taxi คราวนี้ที่ห้างมีคิว meter อยู่ก็สบาย ๆ เลยไปถึง south bus terminal แค่ 75 peso เอง แล้วก็ต้องเสียค่าเข้าของ taxi อีก 10 peso แต่คนขับนิสัยดีมากช่วยถามรถให้ด้วยก็เลยให้ไป 100 peso ครับ นั่งรถ ceres liner เหมือนเดิมคนละ 89 peso แต่อันนี้ต้องคอยดูดี ๆ เพราะจุดลงที่ moalboal หนะเป็นแค่ทางผ่านนะ คอยถาม ๆ คนข้าง ๆ หรือกระเป๋ารถไว้ หรือง่าย ๆ ก็กะเวลาประมาณ 2 ชม.กว่า ๆ ก็ถึง ถ้าเห็นเมือง ronda ก็เตรียมลงอ่ะครับ หรือดูที่หลักกิโลก็พอได้จะประมาณ km ที่ 90 อ่ะครับ ตลอดทางจะผ่านทิวทัดภูเขาสลับท้องทะเลอันสวยงามเลยทีเดียว

อ้อลืมทางเลือกที่ให้ โรงแรม หรือ diveshop มารับที่สนามบินคนละ 2500 peso ถ้าจับ taxi ตรงสุด ๆ ก้แค่ 1500 peso

รูปจุดที่ลงครับ



ครับแล้วที่เห็นก็ต้องนั่งรถสามล้อพ่วงเข้าไปครับ เขาว่าแค่ 20 peso แต่ต่อยังไงก็ไม่ยอม ได้สุด ๆ แค่ 40 peso เอง ของเราคงเยอะมั๊ง นั่งเข้าไปตั้ง 4 km แนะประมาณ 10-20 นาทีได้ เป้าหมายคือหาด panagsama ร้าน Nelson's Diveshop ครับ ที่ถูกสุดแล้วที่หาได้ 750/dive with own gear ซึ่งก็อยู่ข้าง ๆ Eve's Kiosk Lodge ที่เป็นของ sister ของ Nelson นั่นเอง เราเลือกห้องพัดลมแบบถูกสุด ๆ แค่ 500 peso เองพออยู่ได้ แต่มาร้อนตับแลบเอาคืนสุดท้ายแค่นั้นเองครับ

เวบเขา //www.ibara.ne.jp/~bitoon/ แล้วก็ที่พักครับ//www.eveskiosk.com/ ถ้าเข้าไปดูก็จะเห็นว่ามีให้เลือกหลายแบบในราคาที่ผมว่าถูกมาก ๆ เลย อาหารที่นี่ก็ไม่แพงนะครับ มีสระว่ายน้ำด้วยนะ ไม่ธรรมดาในราคานี้ แต่ว่าไปถ้าที่นี่เต็ม ในละแวกนั้นก็ยังมีอีกให้เลือกมากมายเหลือคนา แน่นเหมือนที่พักตามหาดในสมุยบ้านเราเลยครับ

อีกที่ครับก่อนที่ผมจะเจอด้านบน //www.savedra.com/pricelistPay.html ผมว่าอันนี้ก็ไม่เลวทีเดียว วันที่ไปที่นี่ลูกค้าของที่นี่เยอะมาก ๆ เลย ถ้าคนชอบดำเยอะ ๆ ที่นี่มีแบบ unlimited house reef เหมือนของ seaventure ด้วยนะ แต่คู่ผมไม่ใช่ก็เลยใช้ด้านบนคุ้มกว่า อิอิ



เรื่องอาหารการกินตามจุดท่องเที่ยวนี่แพงดีครับ สำหรับ backpacker ที่ต้องการประหยัดจริง ๆ ก็จะมีร้าน Minimart แถวนั้นครับ มีขาย cup noodle ขนมปัง แต่ถ้าคิดว่ายังแพงอยู่ เอาแบบสุดๆ ก็ซื้อตุนขนมปังนะครับจากตลาดที่ลงรถอ่ะครับ ชิ้นละ 5 peso สบาย ๆ ชิ้นเดียวอิ่ม แต่ถ้าอยากหาของแพงแถบนั้นมีหลายร้านให้เลือกไปทานมาสองวันด้านนอกมื้อเย็น พวก pub&res ยังไม่อร่อยเท่าของทางโรงแรมเราอยู่เลยครับ
ที่นี่เขาพยายามดำน้ำกันแบบอนุรักษ์ครับ ห้ามใส่ถุงมือด้วย แต่พอเราถามได้ไหมเขาก็ว่าได้ตราบใดที่ไม่ไปจับปะการัง คล้าย ๆ ที่ สิปาดันเลยนะ ต่ออีกภาพครับ พวกชอบคุกคามสัตว์ให้พึงระลึกกันหน่อยนะ ว่าขนาดตัวเราเองยังไม่อยากให้ใครที่ไม่ต้องการมาจับเราเลย สัตว์ใต้น้ำก็เช่นกัน การที่เราดำน้ำลงไปชื่นชมเขา บางทีก็เป็นการคุกคามอานาเขตเขาแล้ว แค่เนี้ยเขาก็เครียดแล้วนะครับ ยังไปจับอีก ฝาก ๆ กันไว้นะครับ เก็บมาเพียงความทรงจำ



จุดดำน้ำที่นี่ครับ เราดำกันแค่ 5 dives เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไร ขนาด DM ยังบอกว่ามีคนเยอะกว่าปลาเลย 555 ดำไปนี่เซ็งเหมือนตอนเริ่มดำน้ำที่กองหินริเชริว เจอแต่ฟองอากาศเซ็ง ๆ ไป ได้ดำแค่ Pecasdor Island 2 dives, Kasai wall 2 dives, Talisay 1 dive ซึ่งไม่สามารถเลือกได้ต้องตามเสียงส่วนใหญ่ไปครับ ถ้าคราวหลังไปกันกลุ่มใหญ่คงมีโอกาสเลือกมากกว่านี้นะ ที่นี่เจอปลากบตัวใหญ่มากครับ กลืนกับปะการังเชียว




ต่อด้วยเต่า



dragonet ไม่รู้พวกญี่ปุ่นถ่ายอะไรกันนะ ถ่ายจังเลย เราไม่ยักเห็นอะไรน่าถ่ายเลย ดำไปแบบเซ็ง ๆ หรือว่าเราเริ่มดำเยอะไปแล้วหว่า เห็นอะไร ๆ มันก็ธรรมดา หรือว่าเราตาถั่วหว่า อิอิ แต่ DM ไม่หาอะไรให้ดูเลยจริง ๆ เซ็ง ๆๆๆๆ



นี่ moray ตัวเดียวที่เจอในทริปเลยนะ ไม่รู้ทำไมที่นี่น้อยจัง



ที่นี่ก็มี mandarin เยอะนะแต่ไม่มากเท่ากับที่ Lighthouse divesite Malapascua มาดูปลาที่ไม่รู้จักครับ กล้องมัน focus ช้าเลยถ่ายปลายไม่ค่อยได้ครับ

นี่ nemo อะไรสีดำเมื่อมเลย แปลกดี สงสัยอยู่ตื้น ๆ อาบแดดนานไป 555



ปลาอะรูมิไร้ ? ตัวเล็ก ส้มขาวนะครับ ต้องทำใจครับ ผมได้มาแค่เนี้ยเนี่ย ต้องแบบกะฟลุกดักทางมันเลย ถ้าเอาแบบเต็ม ๆ ที่หมดสิทธิ์เลยครับ 555



นี่อีก highlight นึ่งของที่นี่ลอดถ้ำ ผมว่าสนุกดีครับ ตอนแรกอ่านเขาว่ามีให้ดำแบบนี้แต่ต้อง techdive เยอะทีเดียว ดู ๆ ไปก็อาจได้ลองในเวลาอันใกล้ก็ได้นะ



จบการดำน้ำที่ moalboal แบบเซ็ง ๆ รอพักน้ำตากชุด วันกว่า ๆ ก็ไปเล่น net แถวน้ำถูกดี ชม.ละ 30 peso เอง แล้วก็ไปเดินตลาดครับ คนที่นี่นิยมเล่นพนันจริง



ตอนแรกกะว่าจะไปน้ำตก Kawasan ด้วยแต่คิดอีกทีไม่ไปดีกว่า เพราะแฟนเหนื่อยอยากนอน ก็ไม่ว่ากัน จริง ๆ เลยตั้งใจไปโรยตัวจากน้ำตกมากกว่าอีกประสบการณ์น่าลองครับ ที่ savedra มีจัด group ในราคาพอรับได้นะ เอาภาพน้ำตกจากเวบเขามาให้ดูละกัน



แล้วเราก็ย้อนรอยมารอเครื่องเดินห้างสำรวจวิถี shopping ชาว Filipino ครับมาถึงก็เกือบเที่ยงเพราะเราออกแต่เช้าเลย ก็ทานร้าน Gerry's Grilled ที่เล็งไว้ตั้งแต่มาครับ เพราะคนเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ถ้ามานี่อย่าลืมแวะมาทานให้ได้นะครับ อร่อยมาก ๆๆๆๆๆๆๆ



มีให้เช่ารถที่เป็นรูปการ์ตูนสำหรับให้เด็กนั่ง ผู้ใหญ่ shopping ด้วยครับ

ก็จบทริปด้วยความสนุก แม้จะเจอเหตุการณ์ตุกติกบ้าง แต่ที่นี่ไม่เลวร้ายเท่าที่มะนิลาที่เราเจอนะครับ ที่ผมเจอหนักสุดก็ taxi ตอนไปสนามบินจากห้าง SM ไม่ยอมเปิด meter ก็เลยเถียงกันจนเกือบจะเปิดกระจกเรียกรปภ.ช่วยแล้ว แต่ก็ตกลงกันได้ให้เพิ่มอีก 20 peso ค่า meter แค่ 120 เอง แหมเราก็รู้ว่าใกล้นิดเดียวจะขอเหมา 200 - 300 ช่างเหมือนสามล้อบ้านเราแถววัดพระแก้วซะจริง ๆ เฮ้อ ๆๆๆๆๆ ยังไงซะเพื่อนที่ไปก็ระวังหน่อยนะถามก่อนขึ้นดูหน้าตาคนขับหน่อยก็ดี เกือบไปเรา 555

อ้อถ้าไม่อยากเดินห้างอีกทางเลือกนึงก็ไปเล่น casino ที่สนามบินเลยครับ อิอิ ผมอ่ะจะเข้าแต่แฟนไม่ให้เข้าเพราะเวลามันน้อยแล้วให้ไปรอในสนามบินดีกว่า



ผ่านไปพอสมควรแล้วก็ยังไม่ได้มีการโพสมาเพิ่ม ก็อยากฝากบอกอีกเรื่องก็คือเรื่องของน้ำจืดที่ Malapascua เนี่ยจะมีปัญหาเหมือนเกาะต่าง ๆ อ่ะครับ น้ำจะกร่อยและเค็มมาก แต่ที่ Moalboal เนี่ยไม่มีปัญหาเลย

มาเพิ่มรูปโบสถ์สวย ๆ ระหว่างการเดินทางครับ แต่รูปกีต้าร์มันไม่ชัดครับ จะลองหากันเองไปก่อนนะครับ




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2551    
Last Update : 15 ธันวาคม 2551 20:26:34 น.
Counter : 2911 Pageviews.  

รีวิว บาหลี สุด ๆ กับ โมลาโมลา และประสบการณ์แย่ ๆ จากการเที่ยวบกที่ต้องจดจำเอาไว้เป็นบทเรียน

Dives นี้เป็น Dives ที่ 90+ ดำกันแค่ 4 Dives ครับ เราจองตั๋ว 0 บาทของ AA ล่วงหน้าครึ่งปีครับ แล้วก็จอง Package 4D3N กับทาง ENA ในงาน TDEX เดือน พค.ที่ผ่านมาครับ เลยทำให้ คชจ. ไม่มากนัก แต่ก็ยังพลาดหลายจุดเลยใช้เกินงบไปนิดหน่อยตกคนละประมาณ 22000 มาเริ่มต้นด้วยสุดยอดของการดำน้ำลึกที่นี่กันคือ Mola Mola หรือ Sunfish นั่นเอง เป็นสัตว์ประหลาดมาก ๆ ครับ



แล้วก็เอารูปปลานกแก้วหัวโหนกมาแบบโดด ๆ ที่จุดดำน้ำ tulamben ที่หฤโหดอีกอันครับ แล้วจะมาเล่าต่อว่ามันโหดยังไง คนไปดำช่วงเดียวกันคงเป็นที่เล่าขานกันแน่ ๆ อิอิ



เริ่มจากการที่ต้องการความชัวร์ก็จองเผื่อเวลาไว้มาก ๆ ในการเปลี่ยนเครื่องประมาณ 5 - 6 ชม. แล้วก็กะว่าถ้าไม่ดีเลย์คงออกไปเที่ยว Genting หรือเมืองนำไล รอบนอกแถบนั้น แต่ ๆๆๆๆๆๆ อาการทางร่างกายไม่ค่อยดีกว่าจะแก้ไขได้ก็เสียเวลาไปมาก อีกทั้งราคาค่าฝากสัมภาระก็แพงเกินคาดเลยตกลงนั่งอ่านหนังสือ เล่นเน็ตกันไป รอแล้วรอเล่าเผ้าแต่รอครับ วันที่ไปนี่เจอคนไทยเพียบนะครับ ทั้งไปดำน้ำ และดำบก 555

มาเริ่มที่ความซวยอันดับแรกก่อนก็คือ เราไม่สนใจที่นั่งก็ได้นั่งแยกกันแล้วก็ลงเครื่องรับกระเป๋าช้าออกมาก็เคว้งซิครับ นัด diveshop ไว้ว่ามีรถมารับแน่ หาอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงก็แน่ละไม่มีแน่ ๆ ก็โทรไปเลย เสียค่าโทร เสียอารมณ์มาก ๆ จอง Package กับ ENA ครับยังไงเพื่อนที่จะจองไปเองก็ระวังและเน้นเรื่องนี้หน่อยนะ ผมกับแฟนไม่เท่าไหร่ ไม่ panic เพราะเที่ยวกันเองบ่อยการจับ taxi ไปร้าน diveshop เองเนี่ยสบาย ๆ ไปถึงก็ได้รับคำขอโทษต่าง ๆ นา ๆ ข้อเสนอที่จริง ๆ ไม่อยากได้เลยแต่อะนะมองโลกในแง่ดี เขาทำดีที่สุดแล้ว และได้รับคำชึ้แจงว่า ก็กลุ่มที่เราเจอที่บินไปด้วยกันนั่นแหละกลุ่มใหญ่ ๆ อ่ะเขาไม่รอเรา เขาไม่รับฟังคนขับเลยว่ายังมีอีกสองคน เราสองเลยเคว้ง นี่ค่าโทรศัพท์ตรูจะเบิกกับใครเนี่ย ??????

ปล. ฝากเพื่อนนักดำน้ำกลุ่มนั้นด้วยนะว่าพวกท่านได้ทำให้คู่เราเดือดร้อน อิอิ ล้อเล่น ได้รับไมตรีจากคนในกลุ่มนี้บ้าง ไม่ได้รับบ้าง ก็ไม่เป็นไรต่างคนต่างความคิดครับ (แล้วก็มาพบกันในกระทู้คนจัดทริปกลุ่มนั้นก็มาชี้แจงแล้ว ก็ได้ทราบว่าเป็นปัญหาเรื่องการสื่อสารครับ)

เอาภาพรถตู้ของ dive shop ที่พาเราไปดำน้ำครับ



ไปถึงก็ได้ที่พักที่คิดว่าคุ้มค่ามากครับกับราคา package ที่เราจ่ายไปคราวหน้ามีโอกาสเหมาะคงมาที่นี่อีกครับ พักที่ Puri Mesari Resort หาด Sanur แต่ที่พักนี้ไม่ติดหานะต้องเดินไปไกลพอควร



รีสอร์ทและทีพักสไตล์บาหลีเน้นเข้าหาธรรมชาติมาก ๆ และที่นี่ทำไมให้พื้นที่สำหรับห้องน้ำเยอะจังก็ไม่รู้แฮะ ???? วันแรกห้องเราไม่ว่างเขาเลยให้ห้องใหญ่เราพักแทนก่อนหนึ่งคืน หรือไม่รู้ว่าชดเชยที่ไม่ไปรับเราสนามบินอ่ะเปล่าไม่รู้ แต่สำหรับเราห้องใหญ่เล็กไม่ค่อยมีผลสำหรับเราเพราะเวลาส่วนใหญ่จะอยู่ข้างนอกครับ มีแค่เตียงดี ๆ ห้องสะอาด เครื่องทำน้ำอุ่นก็พอแล้ว

ผ่านวันแรกคืนแรกไปได้อย่างเหนื่อยกับการนั่งเครื่อง และนั่งรอเปลี่ยนเครื่องครับ เอาน่าลด คชจ.ได้เป็นหมื่นเลยนะถ้ามา TG ก็ค่าตั๋วเกือบสองหมื่นเลยนะ อิอิ รุ่งขึ้น ABF อย่างอร่อยเลยครับ อ้อเจอคนไทยอีกกลุ่มที่มากันเองเหมือนกันที่ที่พักนี่ครับคุยกันสนุกสนานไปเลยแต่ไม่ได้ดำน้ำด้วยกันนะ แล้วรถก็มาตามเวลานัด 7:30 กว่าจะไปถึงจุดดำน้ำก็ใช้เวลานานมากสำหรับ divesite " TULAMBEN " อันนี้เป็น Highlight อีกจุดของที่ Bali ครับเป็นเรือจมที่ชายหาดชื่อ Liberty มีพี่คนไทยอีกคู่ที่ไปเองอ่ะ ชอบที่นั่นมาก ๆ หาของเล็ก ๆ กันเก่ง รอบนี้เขาก็ใช้เวลาที่นั่นตั้งสามวัน แต่ไม่รู้ถ้าเจอแบบเราพี่เขาจะถอยไหมนะ อิอิ

ครับพี่คู่นี้ชอบไปเองเหมือนคู่ผม โอกาสหน้าคงได้มีโอกาสไปด้วยกันนะครับพี่ อิอิ



ที่นี่เป็น Beach Dive ซึ่งคู่ผมเพิ่งเคยดำน้ำแบบนี้ครั้งแรกเลย หินที่หาดเนี่ยเจ็บสุด ๆ ขนาดเช่า boot ที่ร้านมาแล้วยังเจ็บเลย สำหรับคนที่จะใช้ fullfoot แบบที่ผมคิดไว้ตอนแรกก็เลิกคิดได้เลยครับยอมจ่ายเงินเถิดครับ มาที่ความซวยวันที่สองก็คือคลื่นที่ใหญ่มาก ทำให้การดำแบบ Beach Dive นี่ลำบากยิ่งขึ้นอีก กว่าจะเดินผ่านคลื่นลูกใหญ่ลงน้ำ เห็นคนถูกซัดล้มกันเยอะแยะรวมถึงตัวเราด้วย ฝ่าไปได้ก็ดันทำ Fin หายไปข้างต้องดำแบบ Fin ข้างเดียวเลย สู้ตายอยู่แล้ว อิอิ แล้วคนเยอะน้ำขุ่นมาก อีกทั้งคลื่นที่แรงก็ทำให้การควบคุมการลอยตัวลำบากมาก ๆ กล้องแถบถ่ายอะไรไม่ได้ อีกทั้งของก็ไม่ค่อยไม่ให้ดูเลย

อีกกลุ่มนึงเขาย้ายไปที่อื่นสำหรับ Dive ที่สองแต่เราต้องดำที่นี่ต่อครับ แฟนเราขอลาแต่ว่าเราสู้ครับ มาครั้งสองนี่รู้หลัก และเทคนิคจากการคิดพอสมควรละก็ทำให้ไม่ยากหรอก อิอิ แค่รอจังหวะคลื่น ก้าวให้ไว ทรงตัวให้ดี แล้วที่สำคัญ Fins นะขยายสายรัดคล้องไว้ที่แขนเลย พอลงไปจุดที่พ้นหาดแบบว่าลอยแล้วอ่ะนะก็ค่อยคว้าจากแขนมาทีละข้างแค่นั้นเอง ก็ดำง่ายขึ้นละทีนี้คนก็น้อยน้ำใสขึ้นแล้ว แต่ของก็ไม่ค่อยมีเหมือนเดิม

รูปผมกับนักดำน้ำฉากหลังที่กำลังจะฝ่าคลื่นลงไป คลื่นนี่บางทีสูงสองสามเมตรเลยนะครับ



//www.enadive.co.id/bali-diving-package.php ดูราคาครับ คู่ผมจองจากงาน TDEX ที่เขามาออกครับ นอกจากปัญหาเรื่องเบี้ยวนัดรับเราที่สนามบินแล้วอย่างอื่น ๆ ผมว่าดีทีเดียวเลยนะครับ (ไม่รู้ว่าเรามันขาลุยจน อะไร ๆ ก็ได้อ่ะป่ะ อิอิ)

ต่อด้วยรูป Seafan ที่ขึ้นข้างเรือครับ



เอ่อการดำน้ำที่เจอแบบนี้ถ้าไม่มีถุงมือ wetsuit แบบเต็มตัวนี่มีแผลเต็มตัวแน่ ๆ ครับ อีกทั้งพวกกล้องอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็อาจเสียหายได้นะ ถ้าเลี่ยงได้อย่าดีกว่านะผมว่า แต่ของผมเขาไม่ยอมย้ายให้อ่ะ :-( ก็เลยได้เจอเจ้านี่ Bluespot Ray แล้วก็ปลาตัวใหญ่ ๆ อีกหลาย ๆ ตัว



แล้วขากลับเขาแวะร้านข้างทางซื้อ fish satay อร่อยดีครับไม้ละ 500 เองคล้าย ๆ กับห่อหมกปิ้งเสียบไม้บ้านเราครับ



กว่าจะถึงที่พักก็มืดแล้วอดไปดูอาทิตย์ตกที่ ULUWATU หรือ Tanah lot ตามแผนเลยเรา ไม่เป็นไรเหนื่อยแล้วจากการฝ่าจราจร และคลื่นที่ tulamben ก็กิน dinner ที่โรงแรมที่ราคาก็แพงหน่อยแต่สะดวก และอร่อยนะผมว่า

วันรุ่งขึ้นก็ซวยอีกละอุตส่าห์มาแต่เช้าแต่ต้องรอคนอื่นขึ้นเรือกันไปก่อน รอแล้วรอเล่าต้องเกือบสามชั่วโมงที่หาดกว่าจะได้ออกไปดำน้ำ เฮ้อ ๆๆๆๆๆๆ ไม่เอาแล้วดำน้ำช่วงเทศกาล หนีบ้านเรามาบาหลีก็เจอคนไทยเนี่ยแหละตรึมเลย :-( ซวยต่อมาก็คือเขาแจ้งว่าน้ำแรงมากดำน้ำที่ Crystal bay และ Manta point ไม่ได้ :-( แล้วตรูจะได้ดำน้ำกับ Mola ไหมเนี่ย?????? เขาเลยพาไปดำอีกที่ที่ SD Point น้ำก็เย็นจับจิตจริง ๆ แถบบริเวณนี้ดังนั้นชุดดำน้ำ 5 mm (2+3 mm) และ hood คลุมหัวที่เตรียมไปก็พอรับไหว แต่ก็ยังหนาวอยู่ครับ ดำได้ไม่นานหรอก ไม่ค่อยมีอะไร แวะทานอาหารแล้วก็ได้รับข่าวว่า เขาเจอ Mola กันก็เลยคุยกันในกลุ่มดำน้ำนั้นบอก leader ไม่ว่าแรงแค่ไหนก็จะไปดำก็เลยได้ไปไม่งั้นกินแห้วแน่ ไปถึงน้ำก็ไม่แรงเท่าไหร่เลยทำไมหนา .............. แล้วพอลงได้ไม่นานครับเจอ น้ำเป็นวุ้นมาเลยครับสั่นสะท้านดูที่ divecomp 18 องศาครับ อะจึ๋ยรีบตีหนีเลย แล้วก็เห็นอะไรดำ ๆ ใหญ่ ๆ ด้านอก ก็เลยไปไม่สน divelead เลยเรา 555 แล้วในที่สุดทุกคนก็ตามเรามา โอความเฮงมาแล้ว Mola Mola 4 ตัวครับมีตัวนึงมาใกล้แบบแถบต้องหลบครับคล้าย Manta ที่หินแดงเลยหนอ กลุ่มที่ตามมาทีหลังว่าเห็นกันแค่ 3 ครับ

เอารูป nudi ที่ปลิว ตามน้ำเลยครับน้ำแรงดี อิอิ



อ่ะลืมความซวยอีกเรื่องครับท่าน ระหว่างทางกลับจาก Tulamben รถเกิดเสียงประหลาดจนคนขับต้องลงมาดูสองสามรอบ แล้วก็พอว่าน็อตล้อมันหลวมครับ ใครแกล้งตรูเปล่าหว่า เพราะไม่อุดหนุนของคนที่หาดเลยเรา???? จะซื้อได้ไงเสื้อยืดตัว 150,000 Rp (600 บาท+)

อ่ะเอารูปวิวนาขั้นบันไดคลายร้อนกับความซวยของผมระหว่างรอเขาจัดการครับ เจอแบบนี้หลายคนคงเซ็งแต่คู่ผมนั้นเฉย ๆ ปลงนิด ๆ ยังร้องเพลง ยังยิ้มได้ของพี่เสือ สบาย ๆ ครับ อิอิ



ต่อรูปใต้น้ำนะครับ Robust Ghost pipe Fish dive lead ที่เป็นคนญี่ปุ่นอ่ะชี้ได้ดูโอ้โห มันเนียนมากเลยครับ สุดยอดนึกว่าเศษหญ้าทะเลซะอีก



ทากปุ่ม Nudi ต่อครับ





ปูตัวเล็กที่ปะการังเขากวาง หาเจอกันไหมเอ่ย?



ปูตัวโตอีกหน่อยครับ



nudi สีขาว กำลังถ่ายอยู่ดีนะได้มาไม่งั้นเคือง divelead แน่ ๆ เรียกให้ไปอยู่ได้ไม่รู้จะรีบไปไหนกันนะ ;-?





ปลาอะไรไม่รู้แต่คิดว่ามันสะดุดดีก็ถ่ายไว้ครับ ถ่ายปลาที่ว่ายไปมาเนี่ยยากสุด ๆ เลย เฮ้อ ๆๆๆๆ



กลับที่พักกันอย่างยิ้มระรื่นครับเพราะเจอ mola อิอิ



เขามีงาน Sanur celebration พอดีครับรถก็เลยติดหนักถึงที่พักก็เกือบเย็นล้างอุปกรณ์ก็หมดเวลาไม่ได้ไปดูอาทิตย์ตกอีกละเลยว่ายน้ำสระนั่นแหละ แต่ดีแหะมีสาว ๆ ต่างชาติเล่นน้ำในสระด้วย เขาเล่นของเขาเราว่ายของเรานะ อิอิ ไม่เกี่ยวกันครับ เดี๋ยวหัวขาดได้ อิอิ ปล่อยแฟนนอนพักเหนื่อย และอาการหนาวจากน้ำเย็นแล้วก็ไปเดินเตร่ริมหาดยามค่ำคืน

ภาพเครื่องวัดลมเขาครับ แต่งกันสวยดีมีเสียงคล้ายว่าว ดุ้ยดุ่ยเลย



เรื่องในน้ำ Scuba ก็จบลงแบบ Happy Ending ครับ วันที่สี่เราก็สบาย ๆ นั่งเล่นนอนเล่นกันที่รีสอร์ทตอนเช้า ออกไปเดินชมวิวริมหาดดูรีสอร์ทหรู ๆ ริมหาด Sanur กันครับ ภาพรีสอร์ทที่สระน้ำใหญ่น่าพักมาก ๆ ครับ คงต้องมาอีกทีถ้าจัดงบได้ Sanur beach hotel



ภาพสวย ๆ บางส่วนของชายหาดอันยาวเหยียดเดินหมดไม่ไหวครับ ถ้าให้ดีอยากให้ทั่วก็เช่าจักรยานนะครับ







รอรถมาส่งเราไปที่ Homestay ที่ UBUD ตามที่ตกลงไว้ตอนจอง Package ครับ แล้วเที่ยงรถก็มารับกว่าจะถึง Homesaty Rumah Roda ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามโมงละทำไมระยะสั้น ๆ แต่วิ่งนานนะ ก็เพราะว่าเขาเร่งก่อสร้างทางระบายน้ำครับคงเข็ดกับเหตุการณ์น้ำท่วมเกาะที่ผ่านมามัง แต่เท่าที่ดูแค่นี้คงช่วยไม่ได้มากหรอกครับ

//rumahroda.com/roda/map.html

มาดูที่พักกันครับสำหรับผมการอยู่แบบนี้สบายมาก ๆ แต่ถ้ายึดติดกับความสะดวกสบายต่าง ๆ มาก ๆ ก็ไม่แนะนำครับผมเลือกห้องละ~400 บาทครับดีทีเดียวแลย มาดูรูปด้านหน้ากันครับห้องแบบนี้เขามีแค่ 4 ห้องครับอีกห้องนึงถูกกว่าประมาณ 300 บาทเล็กกว่าหน่อย ๆ ครับ



มีอาหารเช้าให้ได้ด้วยครับเป็นพวก banana pancake คล้าย ๆ โรตีหรือขนมโตเกียวบ้านเรากับผลไม้จานนึง สำหรับผมไม่ค่อยทานข้าวเช้าทานแต่ pancake ก็อิ่มมากแล้วครับ ว่าไปก็แปลกนะทานอาหารที่บาหลีนี่ทานอิ่มไม่นานมันก็หิวอีกครับ อยู่นั่นกินข้าวกินขนมกันวันละ 6 เที่ยวเลยอิอิ พอเก็บของเอา scuba set มาผึ่งเสร็จก็ออกไปเดินตลาด UBUD ครับเป้าหมายคือต้องซื้อ Sarong ครับเพราะการเข้าวัดที่นี่ต้องมีครับก็อาศัยข้อมูลคนอื่น ๆ ที่เคยอ่านแต่ต่อได้ไม่เท่าเขาหรอก เอาครับอยู่ในงบได้มาสุด ๆ แค่ 20000 Rp อย่า ๆๆๆๆๆๆ ตกใจเพราะมันมีผ้าหลายคุณภาพครับ ผมใช้ชั่วคราวก็เอากลาง ๆ มาทางต่ำหน่อยก็พอครับ ดูซิขนาดรูปปั้นยังใส่เลยเห็นมะ



ให้ทาง GH เขาช่วยจัดการเรื่องตั๋วดีละครเลือก KACAK DANCE ก่อนเลยเพราะลูกสาวเขาแสดงด้วย @50000 Rp แต่เราไปอยู่แบบคล้ายโรงแรมก็เลยไม่ค่อยได้รู้จักครอบครัวเขาเท่าไหร่ อิอิ จริง ๆ homestay น่าจะทำความรู้จักเขานะจะได้สัมผัสชีวิต จริง ๆ แต่คู่ผมก็สบาย ๆ ทักทายนิดหน่อยก็โอเคครับ ให้จัดการเช่ามอเตอร์ด้วยสองวัน @40000 Rp รวมประกัน น้ำมันต่างหากนะ แล้วก็รถไปส่งที่ Airport ด้วย ใช้บริการเขาหน่อยแม้รู้ว่าไปหาข้างนอกอาจได้ถูกกว่าครับ แต่ให้เขาช่วยจัดการเราได้ความปลอดภัย ทาง GH ก็คงได้ commission นิดหน่อย win-win ครับ

ภาพอาหารเช้าครับที่ GH จัดให้ เขาดูแลดีมากนะครับมาขยันถามไถ่เหลือเกินว่าจะเอาอะไรอีกไหม ขอผ้าห่มเพิ่มก็รีบวิ่งไปจัดมาแนะนำเลยครับที่นี่ถ้าอยากไปอยู่สัมผัสชีวิตเขานะ และผลดีอีกอย่างคือถูก อิอิ อ้อลืมบอกไปว่าที่นี่เดินลึกจาก UBUD Palace หน่อยแต่ใกล้กับแหล่งเที่ยวต่าง ๆ มากกว่าครับ



คู่ผมไม่เน้น shopping ก็เลยเดินไม่นานก็ทั่วครับ อ้อลืมไปว่าวันแรกอ่ะแวะไปทานที่ Cafe Lotus ก่อนเดินครับเพราะหิวมาก แล้วก็แลกตังค์แถบนี้แหละครับ ทาง GH แนะนำร้าน Central เราก็หาจนเจอ มันชื่อ PT.Central ร้านใหญ่ครับได้เรทดีสุดเลย แต่ว่าซวยครับเพราะเงินหมดพอดี ก็ไม่เป็นไรร้านอื่น ๆ ก็ได้ต่างกันนิดหน่อยเอง เอ่อเรื่องแลกเงินนี่ต้องระวังนะครับอย่าดูแต่ Rate อย่างเดียวมีกระบวนการหากินแปลก ๆ เยอะ ดูร้านดี ๆ หน่อย ดูป้ายและถามให้แน่ใจนะว่าได้เท่าไหร่ no commission แน่ ๆ นะ เราโดนร้านนึงเล่นไม่ซื่อแต่ดีรู้ทันครับ ให้ราคาดีมาก แล้วก็แกล้งนับให้เราดูพอยื่นให้เราแล้วเกิดเผลอไม่นับอีกทีก็จะหายไปเยอะเลยครับ แต่ผมนับอีกทีเลยเถียงกันนิดหน่อยแล้วก็ขอเงิน USD กลับ ระวังกันมาก ๆ หน่อยนะ โดยเฉพาะแถบ Beach ต่าง ๆ อ่ะ ผมเห็นบางร้านมันเข้าไปในหลืบเลยนะ !!!!!!!

อ่ะอาหารราคาแพงที่ผมเลือกทานที่ Cafe Lotus ครับเป็นขนมพื้นเมืองบาหลี 6 อย่างครับ ที่นี่กลางคืนจะมีแสดงด้วยครับราคาจะเพิ่มขึ้นอีก แต่นี่แค่ไปกลางวันคนยังเยอะเลย โดยส่วนตัวผมรสชาติ/ราคา คิดว่าไม่ผ่านครับ อ้อเขาเรียก Cafe Lotus เพราะมันเป็นร้านข้างสระบัวครับ



แล้วก็กลับที่พักไปนอนอีก ตื่นมาเพื่อไปหาข้าวเย็นทานครับแวะร้านอาหารญี่ปุ่นก่อนไปดู KACAK DANCE ตอนทุ่มครึ่งครับ แพงอีกเช่นกันคนก็เยอะ แต่บรรยากาศดี อาหารอร่อยครับ ชอบ ๆๆๆ ไม่รู้เพราะคุ้นกับรสชาติของ Fuji มาก่อนมั๊งเลยทานแบบนี้ได้อร่อยไปเลย อิอิ

มาดูรูป KACAK DANCE ครับ ไม่มีเครื่องดนตรีเลย ใช้เสียงคงอย่างเดียวแทนเครื่องดนตรี ตอนแรกฟังก็โอครับ แต่นาน ๆ มันรู้สึกรำคาญอ่ะ อิอิ อ้อไปถึงช้าเลยได้มุมไม่ดี อยากได้ที่นั่งดี ๆ แนะนำให้ไปก่อนอย่างน้อยสักชั่วโมงนะครับ



มาถึงประสบการณ์แย่ ๆ ในการดู KACAK DANCE ก็คือ ยุง ครับ ยุง เยอะมาก ๆ เล่นเอาที่ใส่ขาสั้นไปนี่ขาเละไปเลย ตุ่มเพียบ ดีนะมีเสื้อหนาวไปแขนก็เลยรอดครับ ใครไปก็ใส่ขาวยาวไว้นะครับ แล้วก็เสื้อหนาวด้วยครับอากาศที่นั่นเย็นมาก ดีนะไม่เป็นไข้

วันรุ่งขึ้นก็ต้องใช้มอเตอร์ไซค์เที่ยวแล้วครับ ไอ้นี่แหละที่ทำให้เกิดประสบการณ์เที่ยวบกแบบแย่ ๆ เยอะมาก ๆ ทั้งร้อน ทั้งไม่ปลอดภัย ทั้งช้า ทั้งโดนตำรวจจบไถ ทั้งยางแตก ทั้ง ............. แต่ก็ยังสามารถพาเราไปเที่ยวได้หลายที่นะ ยังยิ้มได้เช่นเคย 555

เอ้าภาพแมงไซ คู่ชีวิต



วันแรกเป้าหมายคือ KitaMani กับ Besakih ครับ ขับไปก็ถามทางไปตลอด ขอบใจน้ำใจชาวบาหลีมาก ๆๆๆๆๆๆ พยายามช่วยเต็มที่ทุกคน แต่ .......... มั่วกันซะเยอะทำให้ต้องวนไปวนมา เฮ้อ ๆๆๆ ป้ายบอกก็ไม่ค่อยมีเลยนะ ถ้าใครจะตะลอนกลางดึกด้วยเจ้านี่อ่ะเลิกคิดเถิดครับ อันตรายนะผมว่า อ้อปกติไปไหนไม่ค่อยกลัวหลงเพราะผมมี GPS Navigator ครับ แต่ที่บาหลีนี้ผมใช้เวลาหาอาทิตย์นึงก็ยังไม่ได้เลย เศร้าไปครับ ใครมีก็แนะนำกันหน่อยสำหรับเพื่อนท่านอื่น ๆ ที่จะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อ ๆ กันไปนะครับ

กว่าจะเจอ Besakih เราโดนบอกให้ไปอีกทางเลยได้เที่ยว Batur LAke อีกทีไปก็ดีครับวิวสวยดีมีให้นั่งเรือเที่ยวด้วยแต่ไม่ไหวครับ ขอบายดีกว่าท่าทางไม่น่าจะมีอะไรครับ

ภาพสวย ๆ ที่ริมทะเลสาบ Batur



แล้วก็วนหาอยู่นานกว่าจะเจอ Besaki ที่นี่แหละมันขึ้นชื่อเรื่องไกด์ท้องถิ่นมาก ๆ เลยครับ เราก็ว่าเตรียมตัวมาดีแล้วนะแต่ก็ไม่รอด อารมณ์เสียจนได้ เจอกลุ่มคนไทยที่เถียงกับเขาด้วยก็ให้ทำใจอีก ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติครับ นี่ถ้าคิดเหมือนที่เคยคิดว่าจ่ายเขาไปเถิดนิดหน่อยได้เทียวสบายใจคงต้องเหมือนเจ้าพวกฝรั่งที่มันโดนแน่ ๆ คือไกด์พาเข้าไปจุดนึง แล้วจะขึ้นอีกจุดก็ขอเงินอีกเยอะเลย (มันมีป้ายว่าให้เข้าเฉพาะ Worship) แต่ก็เห็นพานักท่องเที่ยวที่ยอมจ่ายขึ้นไปอ่ะ สรุปว่าเพื่อน ๆ เอย อย่าไปเลยอีกต่อไปนะที่นี่ถ้าไม่อยากเสียเวลาเสียอารมณ์ในการพักผ่อนของเรา ไกลก็ไกลนะค่าเข้าก็เสียค่าไกด์เรายอมเสียก็ยังต้องเจอไถร่ำไป ดีนะเราทำการบ้านมาก็แค่ขอถ่าย ๆ รอบ ๆ ถ่ายรูปไปต้องระแวงพวกไกด์ไป เฮ้อ ๆๆๆๆๆๆ ย้ำอีกครั้งว่าอย่าไปมันเลยขนาดคุยกับคนที่นั่นเขายังบอกเลยว่าที่นั่นอ่ะรัฐบาลยังทำอะไรไม่ได้เลย เศร้าจริง ๆ ทำไมหนอ ????????



แล้วก็วนรถกลับมาเพื่อทานอาหารกลางวันแบบ Buffet ที่ร้านอาหารแถบ Kitamani วิวดีอาหารอร่อยในราคาไม่แพงเลยครับ ผมชอบสะเต๊ะสุด ๆ นั่งดู Vlocano กับ Lake สุจใจไหนปานครับ



ขากลับจาก Kitamani เจอตำรวจบาหลีตั้งด่านลอยเหมือนบ้านเรา ถ้าบ้านเราไม่ได้แอ้มผม แต่ที่บาหลีนี่ใช้ทุกมุขไม่ได้ผลแฮะ อิอิ คาถาจากพี่วุฒิ wutkate ก็ไม่รอด แฟนแกล้งทำพูดไม่รู้เรื่องก็ไม่รอด พี่แกรู้หมดจะยึดกุญแจเลย มาตอนนี้ก็ยื่นให้โทร พี่เขาก็บอกอันนี้ไม่สน เราก็แบบว่ากะจะให้ยึดทะเบียนไปเลยเดี๋ยวเราก็กลับละก็เกรงใจ เดี๋ยวเสียคนไทยต่อ ๆ ไปที่จะมาเช่ารถก็เลยเจรจากัน เอาวะดีกว่าเสียเวลา และเสียเงินเต็ม ๆ ตั้ง 150000 ได้สุด ๆ แค่เสีย 30000 Rp แล้วก็ฝ่ารถติดยามบ่ายแดดร้อนแวะบเข้าที่พักก่อน นอนพักเพื่อลุยต่อคืนนี้อีกที กะว่าจะไป Tanah Lot เลยแต่ไม่ไหวแล้วครับ เลยตัดสินใจไปดูละครที่ UBUD Palace วันนี้มีพิเศษ Legong ค่าตั๋วแพงว่า @80000 Rp มีแค่ทุกวันอังคารครับ อันนี้แรก ๆ ดีเพราะมีดนตรีจากเครื่องดนตรีบาหลี ชอบที่คล้ายระนาดบ้านเราแต่เขาใช้ฆ้อนตีอ่ะเสียงใส ๆๆๆ



เรื่องที่แสดงก็เป็นรามเกียรติ์อ่ะครับ พวกหัวแดงดูไม่นานก็เบื่อครับลุกหายกันเรื่อย ๆ ไม่รู้เพราะมีฝนพรำขณะดูด้วยหรือเปล่า แต่คิดว่าเขาน่าจะเบื่อมากกว่านะเพราะแสดงตั้งชั่วโมงครึ่งอ่ะ แล้วก็แบบคล้าย ๆ กัน ระชุดนี้ผมชอบท่าเต้นของกวางน้อยที่สุดน่าเสียดายไม่มีรูปชัด ๆ ของกวางน้อย เอารูปพระรามเกี้ยวกับนางสีดาไปก่อนนะครับ ถ้ารู้วิธีลง clip แล้วจะได้ดูความน่ารักของนักรำกวางน้อย



วันที่ห้าก็ผ่านไปครับถึงห้องต้องโด๊ปพาราฯซะหน่อยเพราะเจอฝนพรำเข้าให้ วันรุ่งขึ้นก็ออกจากที่พักแต่เช้าเจ็ดโมงกว่า ๆ ครับเพื่อไป Uluwatu กับ Tanah Lot เราประมาณเองจากการไป Besakih ว่ามันคงหนักหนากว่าแน่ แต่ผิดคาดครับ มาทางใต้นี่ขับสบายกว่าถนนใหญ่ แต่ยังหาป้ายบอกทางที่ชัดเจนไม่ค่อยได้ เฮ้อ ๆๆๆ ออกมาก็เจอฝนเลยก็เลยต้องหาซื้อชุดกันฝน กะว่าจะลุยฝนแต่เดี๋ยวจะแย่เอาก็เสียค่า raincoat ไป@35000 ก็ได้ใช้แค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงฝนก็หยุดมาร้อนตับแตกเหมือนเดิม เอ้อลืมไปเรื่องว่าเกือบแหกโค้งที่ Batur Lake ครับ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วดีที่ขับไม่เร็วมากนะเนี่ย ใช้เวลาไม่นานแค่ 2 ชม.กว่า ๆ ก็มาถึง Uluwatu ครับ



แล้วเราก็ไม่กล้าฝ่าดงลิงครับเพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องฉกของฉกแว่นมาก ๆ ก็เลยไปได้เท่าที่ลิงไม่กวนครับ คราวนี้ก็ต้องหาที่พักร้อนซะหน่อยก็เลยไปหาด Kuta ครับเข้าห้างเพื่อทานข้าวกลางวัน มุ่งหน้า foodcourt ครับ เจอราคาแล้วก็อึ้งครับเพราะถูกกว่าหลาย ๆ วันที่เรากินตามร้านอาหารเยอะเลย แล้วก็สั่งมานั่งด้านนอกที่ได้ดูวิวชายหาดด้วย สบาย ๆ เอกเขนกไปอีกชั่วโมงกว่า ๆ ครับ



ห้างที่เราไปทานชื่อ Centro ครับอยู่กลางหาด Kuta เลย หาดนี้แหละที่ครั้งที่แล้วมีระเบิดที่นี่ อิ่มจากข้าวเที่ยงก็แวะร้านเกมครับ เลือกเล่นที่ชอบและทำประจำคือ ชู๊ตบาสครับ แต่มีอย่างอื่น ๆ เล่นด้วยก็มันกันไปหมดไปเยอะเหมือนกันแถมยังมีรางวัลเล็ก ๆ แลกมาเป็นที่ระลึกอีก ชอบ ๆๆๆ



บ่ายสามกว่า ๆ เกือบบ่ายสี่เราก็มุ่งหน้าต่อเพื่อไปดูอาทิตย์ตกที่ Tanah Lot ครับเขาว่างามนัก ขับเลาะหาดไปเรื่อย ถนนเลียบหาดนี่รถติดสุด ๆ เลยครับ กว่าจะมาถึงก็ต้องมาเจอเหตุการณ์ระทึกที่เริ่มแล้วครับ ยางอ่อนครับ เสียค่าเติมลมไป 1000 Rp แล้วก็ขี่ไปจนถึง Tanah Lot ครับ



การนั่งหรือขับแมงไซเที่ยวนี่ไม่สนุกนักสำหรับคนที่ใช้รถเป็นพาหนะในภาวะปกติ มันทั้งเมื่อยทั้งร้อนทั้งเหนอพนะ อีกทั้งสิวฝ้าบน การไหม้บนใบหน้าถามหาอีก ไม่น่าเลยเราไม่อาอีกละ เราก็ต้องการทานข้าวเย็นที่นี่แหละ แต่แปลกครับว่าไม่ค่อยมีคนทานที่นี่มากนักครับ ส่วนใหญ่เน้นขายแต่เครื่องดื่มที่ทำราคาสูงขึ้นไปมากทีเดียวอ่ะครับ Beer Bintang ขวดใหญ่ ที่หาซื้อได้แค่ 16000 Rp แต่เขาขาย 35000 Rp แต่คนก็ทานกันเยอะครับส่วนผมทานแค่มะพร้าว 15000 Rp มาดู Tanah Lot ยามอาทิตย์อัสดง



มาต่อครับหลังจากดูอาทิตย์ตก หม่ำมื้อเย็นเสร็จก็จะกลับ UBUD ครับ ไอ้คราวนี้แหละปัญหาเพราะมีสัญญาณมาก่อนแล้วในส่วนยางอ่อน วิ่งไปได้พักเดียวก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ แล้วตามคาดครับยางแบน แต่โชคดีหน่อยที่เริ่มเข้าเขตเมืองแล้ว (มองโลกในแง่ดีอีกละเรา อิอิ) ถ้าเกิดเหตุแถบ Tanah Lot ที่มีแต่ทุ่งนาอ่ะแย่แน่ ๆ ครับ ก็ต้องแถด ๆ รถถามหาร้านปะยางด้วยภาษากายกับคนแถบนั้นที่คุยอังกฤษไม่รู้เรื่องเลยครับ เข็นกันเกือบกิโลเลยมั๊งเรา ทั้งมืดทั้ง ....... ดีนะพกไปฉายดำน้ำที่สว่างโคตร ๆ ซึ่งปกติไปเที่ยวต้องมีติดตัวอยู่แล้ว ปะยางไปชั่วโมงครับ แล้วก็วิ่งไปได้อีกไม่ไกลก็แตกอีก คราวนี้ต้องหาร้านยากกว่าเดิมครับเพราะมืดแล้วไม่มีร้านเปิดเลย เข็น ๆๆๆๆ ถาม ๆๆๆๆๆ ทั้งหนาวทั้งเหนื่อย แต่ยังยิ้มได้ อิอิ ในที่สุดก็พบคนใจดีครับ เขาอุตส่าห์ไปช่วยเคาะประตูร้านที่เขาปิดแล้วมาช่วยปะยางให้เราครับ ร้านนี้ละเอียดครับเลยทำให้รอด แล้วก็ปะสติมเลยมั่นใจกว่าครับ เอาภาพสติมแบบเดิมที่ใช้ Lกฮ เผาครับ แต่เดี๋ยวนี้ที่ผมคุ้นก็ใช้แต่ไฟฟ้าแล้วอ่ะ



แล้วก็ขับ ๆ ถาม ๆ ทางที่มืด ๆ มาตลอดกว่าจะถึงที่พักก็สี่ทุ่มได้ร้านเน็ตก็ปิดหมดอดตรวจสอบเที่ยวบินเลยเรา ขับมานานจนหนาวไปหมดทั้งกายเสื้อก็เอาไม่อยู่ครับ พอเจอเจ้ารูปนี้ก็อุ่นใจว่าได้นอนแล้วเรา อิอิ



ที่นี่จะจำทางแยกสามารถดูจากรูปปั้นก็เป็นอีกจุดที่ใช้สังเกตได้ดีครับ วันรุ่งก็เตรียมตัวกลับบ้านแล้วครับ กว่าจะถึงสนามบินก็เร็วเกินคาดครับเลยต้องเดินเล่นหาของทานกันไปครับ ในห้องน้ำที่นี่มีที่สะดุดตาดีครับ บ้านหลังต่อไปถ้ามีโอกาส มีงบสร้างเองได้คงใช้ความคิดนี้ครับ ยิ่งคนชอบดำน้ำแบบเราด้วยนี่แจ่มจริง ๆ ครับ



แล้วก็ลาจากแล้วครับบาหลีจำไม่ลืมเลยจริง ๆ อ้อที่สนามบินมี WIFI ให้เล่นฟรีด้วยครับ





 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 10:18:24 น.
Counter : 2837 Pageviews.  

Sipadan low cost 11 Dives สุดมันกับ Guba Dive gang

เริ่มด้วยการสรรหาทริปพ่วงกับโปรฯ ของหางแดงครับ เที่ยวนี้ได้แค่ 8RM พอออกมาก็ไล่หาทริป ทั้งครู และเวบต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็เลือกไปกลับครูพลแห่ง //www.gubadive.com ซึ่งก็อาจจะไม่ยืดหยุ่นแพงกว่านิดหน่อยแต่ก็สบายใจเพราะไปกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่เป็นคนไทย แต่เราดำไม่อึดก็เลยเลือกแค่ดำน้ำ 3 วันส่วนพวกบ้าดำน้ำจริงก็ดำกันสีวันเต็มไป 555

เริ่มออกเดินทางจากกทม. ถึง LCCT เที่ยงก็นั่งรอเปลี่ยนเครื่องไป Tawau 3 ชม. กว่าจะถึงก็หกโมงกว่า นั่งเครื่องทั้งวันแล้วยังต้องนั่งรถบัสทรหดเส้นทางสองเลนสวนอีกชั่วโมงกว่าจะถึงโรงแรม seafest ที่ท่าเรือเมือง Semprona ก็เกือบสองทุ่มหิวข้าวมาก ๆ เลยขอปลีกตัวจากกลุ่มที่เขาไปกินกันด้านนอกส่วนเราสั่งจานด่วนของโรงแรมรวดเร็ว ได้นอนสบาย ๆ ไป อิอิ



เช้าวันรุ่งขึ้นก็ออกแต่เช้ามืดมาหาเสบียงก่อนไป Seaventure รีสอร์ท ผ่านสนง.ขาย Uncle Changs รีสอร์ทคนแบกเป้ที่ได้ข้อมูลมาด้วยว่าจะไปที่นี่แทนปีหน้าเพราะเหมาะกับคนนิยมของถูกและดีอย่างเรา อิอิ



แล้วก็นั่งเรือ speedboat ตอนแปดโมงกว่า ๆ ถึงรีสอร์ทเก็บของกว่าจะได้ลงไดฟ์แรก เฮ้อ

Dive ที่ 1 : Seaventure House reef
เวลา : 12.09 - 13.11 (โดยประมาณ)
Pygmy Seahorse สีเหลือง 2 ตัว



check dive แรกก็เจอของดีเยอะเลยครับ ฝูงปลามากมายรายรอบ



crocodile fish



ของขึ้นชื่อที่นี่ piggy seahorse ม้าน้ำจิ๋ว เล็กมาก ๆ ครับ ขนาดแค่ปลาย pointer เองครับ



ปลาสิงโต ปลาโนรี ปลาผีเสื้อปากยาว แล้วก็พวก trumphet fish นี่ก็เยอะนะตามมาปาดให้ถ่ายรูปตลอดเลย กลางคืนมองจากรีสอร์ทยังเห็นเส้นยาว ๆ เยอะแยะบนผิวน้ำเลยครับ



Dive ที่ 2 : Lobster Wall - Mabul
เวลา : 15.26 - 16.19 (โดยประมาณ)

แต่ดันไม่ยักกะเจอ Lobster แหะ สงสัยโดนจับขึ้นเหลาหมดอ่ะมั๊ง อิอิ เจอฉลาม และ Nudi รวมถึงปลาอื่น ๆ มากมายทีเดียว แต่ยังหาของไม่เก่ง ถ่ายภาพใช้กล้องไม่ค่อยเป็นเลย ได้มานิดหน่อยเอง



ปลาสิงโต



Dive ที่ 3 : Seaventure House reef
เวลา : 18.21 - 19.11 (โดยประมาณ)

ลงอีกละแต่เขาว่ากันว่าใต้นี้ของเยอะนะแต่เรามันตาถั่ว หาไม่ค่อยเจอกับเขาหรอก 555 ไดฟ์นี้ได้ภาพเจ้า flying gurnard



Dive ที่ 4 : Baracuda Point - Sipadan
เวลา : 06.43 - 07.44 (โดยประมาณ)
ฝูง Bumphead / ฉลาม

กะจะออกกันแต่ตีสี่แต่ส่วนใหญ่ไม่ไหวรวมถึงกระผมทำพลาดอย่างแรงตั้งเวลาผิดใช้เวลาไทย เลยทำให้เพื่อน ๆ เสียเวลาไปมาก ต้องขออภัย


ลงปุ๊ปเจอฝูงนกแก้วหัวโหนกเลย Bumphead Parrot fish



ปลาดาวสีแปลก ๆ ก็เยอะครับ



Nemo ก็เยอะเลือกถ่ายไม่ถูกเลย

Dive ที่ 5 : SouthPoint - Sipadan
เวลา : 09.11 - 10.03 (โดยประมาณ)

ไดฟ์นี้ลงฝ่าคงแตนทะเล นึกในใจจะเจอพี่ฉลามวาฬบ้างไหมนะ แต่ก็ไม่มีเซ็งไปเจอแต่เต่าตรึมเลย 555



คั่นด้วยบรรยากาศขึ้นจากเรือด้วยลิฟท์ครับ



nudi ก็มีบ้างครับ

แบบปุ่มนี้เยอะมาก



มาพักที่รีสอร์ทนัดกันเที่ยงแต่ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของรีสอร์ท เขาเลยลง housereef กันก่อนเที่ยงเรามาไม่ทันอดไป แต่ก็ดีได้พักนานเลย

Dive ที่ 6 : Gurnard Ground - Kapalai
เวลา : 15.07 - 16.00 (โดยประมาณ)

ที่นี่น้ำขุ่นมาก ๆ มองแถบไม่เห็นเลยเซ็งไป แถมยังโดนทิ้งอีกเพราะเราดัน tank หลุดก็เลยอาศัยความกล้าดำมองหาฟองกันจนเจอกะว่าสัก 10 นาทีไม่เจอก็จะเผ่นขึ้นผิวน้ำละ ไม่เจออะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ดำแบบขุ่น ๆ เลยไม่สนุก ไปฉาย Wagnon ก็น้ำเข้าอีก แต่ดีนะมีสำรองแบบ LED อีกอันไม่งั้นแย่ ถ้าว่ายไปชนตัวนี้เข้าถึงตายเลยนะ ปลาหิน stone fish



Dive ที่ 7 : Paradise II - Mabul
เวลา : 17.29 - 18.17 (โดยประมาณ)
Mandarin / Ghost Pipefish / Robust Pipefish / Leaf fish

ไดฟ์นี้ดีที่สุดของทริปเลยครับ ทำไมไม่มาหลาย ๆ รอบนะ เขาว่ามันมี 1 2 3 อ่ะ ไว้เที่ยวหน้าจะระบุที่นี่เท่านั้นเลย อิอิ

MAndarin



Ghostpipe fish



leaf fish



Nudi สวย ๆ ก็เยอะแต่หาไม่เจอ ถ่ายไม่ได้





yellow box fish น่ารักมาก ๆ



Dive ที่ 8 : Seaventure House reef
เวลา : 19.43 - 20.01 (โดยประมาณ)

วันนี้ดีมี lead อีกคนชื่อย้งบริการดีหาของเก่งมาก ๆ ครับ เห็นเราเคว้งไม่ได้เรียกไปดูนั่นดูนี่ตลอด นี่ Scan แป๊ปเดียวเจอ pygmy seahorse สีแดงแย่งคิวถ่ายกันนานโขเลยครับ



nudi ต่อ





Spot Moray



วันรุ่งจะไปดูฉลามหัวฆ้อน แต่ไม่มีวาสนา

Dive ที่ 9 : Baracuda Point - Sipadan
เวลา : 06.49 - 07.35 (โดยประมาณ)

เจอคล้ายเมื่อวานแต่อีกกลุ่มเจอกลุ่มบาราคูด้าด้วย





มีกั้ง กุ้งแอบอยู่พอควร





ปักเป้าคางเหลือง



Dive ที่ 10 : Drop Off - Sipadan
เวลา : 08.58 - 09.37 (โดยประมาณ)
ดูฝูง Jack ดูถ้ำใต้น้ำ



Juvenile clown Frog fish



Dive ที่ 11 : Froggi Lair - Mabul
เวลา : 11.38 - 12.33 (โดยประมาณ)
ปลากบ / Jack ในโครงไม้ / Nudi ขน ๆ Pteraeolidia ianthina





ต้องรีบมา pack กระเป๋าเรือออกบ่ายสองโมงครับ แล้วก็ไปส่งอีกกลุ่มที่สนามบินก่อนแล้วก็เลยไปพักที่ EMAS hotel ในเมืองก็เลยเดินเล่นซะสบายใจ

วันรุ่งก็ต้องบินทั้งวันอีกละ เฮ้อเสียเวลาเดินทางสองวันแหนะ




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2551 18:09:03 น.
Counter : 392 Pageviews.  

Dive 40+ เคาะสนิม เกาะริ้น ลอมฟางพัทยา

จำไม่ได้ว่าไดฟ์เท่าไหร่ละครับน่าจะ สี่สิบกว่า ๆ อ่ะ งานนี้ผมกับแฟนไปเคาะสนิมหลังจากไม่ได้ลงน้ำนานเกือบสี่เดือน เป้าหมายหลักเพื่อลองอุปกรณ์เก่า พวก BCD+Reg และของใหม่ Dive comp กล้องใต้น้ำ Olympus 770SW ครับ

ครูพลนัดซะเช้าเลยครับ 8 โมงเขาว่าออกโดยเรือ BAN แต่มาจริงกว่าจะได้ออกโน่นเกือบสิบโมง เซ็งไป 555 แถมกลายเป็นทีงานเรือ BAN มาใช้เรือ Lawthaweesup ของครูต้องซะเนี่ย



ดีนะไม่เจอครูต้องไม่งั้นมีงอนนิดหน่อยอ่ะเปล่าไม่รู้ อิอิ คงไม่มีหรอก คิดกันไปเองทั้งนั้น วงการดำน้ำมันแคบ

ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงก็ถึงที่หมายแรกเกาะริ้น ซึ่งเป็นเกาะไกลของการมาดำน้ำที่พัทยา แล้วผมก็มาครั้งแรกด้วย ดีมากครับ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาจริง ๆ เลย

ลงไดฟ์เช้าปุ๊ปโชคดีปั๊ปเลยครับ เจอเต่าครั้งแรกเลยครับที่พัทยาเนี่ย ดีใจจนเผลอถ่ายไปเยอะ แบตหมดไปเยอะมากเดี๋ยวอดถ่ายอย่างอื่น



แล้วก็ถ่ายไปเรื่อย ๆ ครับ แวบมาดูความพยายามของโปรเขากัน อิอิ

ส่วนเรานั้นไซร้กดได้ไม่ต้องยั้งแม้ไม่มีอะไรเลยเปิดมาได้ลบอื้อเพราะมันเบลอ อิอิ



หอยมือเสือก็เยอะนะแต่สีไม่ค่อยสดเท่าไหร่อ่ะ สงสัยแดดยังไม่ดีพอมั้ง



จบไดฟ์แรกก็เกือบบ่ายโมงครับ หิวโซเลยนะ อิอิ ยอมรับฝีมือพ่อครัวครับอร่อยดี โดยเฉพาะไข่เจียว เอหรือว่าหิวเกินไปนะ หุหุ



กินอิ่มแล้ว เราก็พร้อมที่จะหลับ



ไดฟ์สองนี่สุดยอดครับ ลอมฟาง ชื่อนี้คงตราตรึงครับ ถ้ามาเคาะสนิมคงเจาะจงมาที่นี่กับ เรือคราม เท่านั้น



ที่นี่อุดมไปด้วยปะการังอ่อนแข่งกันออกสีสันสดใสมาก ๆ แถมมีหนอนภู่ฉัตร หรือเจ้า Christmas ที่ผมชอบและประทับใจพอสมควรแม้จะไม่เยอะเท่า Chritmas point อันดามันแต่แค่นี้ก็สุขสดุ ๆ แล้วครับ



ไดฟ์นี้เจอเจ้านี้ด้วย กระเบนลายจุดสีฟ้า สวยมาก ๆ ครับ



มาดูอื่น ๆ บ้างครับ แล้วก็ภาพที่สวย ๆ ชัด ๆ ก็มาจากกล้องคนอื่นนะ อิอิ




ลูกระเบิด











จบไดฟ์เข้าฝั่งก็ประมาณหกโมงเย็นได้ แวบไปอาบน้ำคอนโดใครก็ไม่รู้ อิอิ ครูพลพาไป แล้วก็ทานข้าวต้ม อาหารเย็น ที่พัทยาก่อนกลับ กทม. ครับ จบทริปอย่างมีความสุข รอวันกลับมาลอมฟางใหม่ และที่อดใจรอไม่ไหวแล้ว สิปาดัน จ๊า ฉลามหัวฆ้อนช่วยแวะเวียนมาให้ข้าน้อยถ่ายรูปหน่อยเด้อ




 

Create Date : 13 มกราคม 2551    
Last Update : 13 มกราคม 2551 13:03:13 น.
Counter : 639 Pageviews.  

1  2  

ok3
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ok3's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.