ให้รางวัลกับชีวิตบ้างครับ ชีวิตคือการเดินทาง เงินทองของนอกกายไม่ตายค่อย ๆ หากันไปครับ
ต้าลี่ ลี่เจียง เชียงกรีลา คุนหมิง เชียงรุ้ง (จอดรถหน้าด่านบ่เต็น)

เริ่มจากหาข้อมูล ก็รีวิวเก่าเพื่อน ๆ ใน BP TKT wutkate โดยเฉพาะทริปนี้ได้ความเอื้อเฟื้อจากเพื่อน TKT อย่างมากส่ง file มาให้แบบสำเร็จรูปเลยทีเดียว ขอแสดงความขอบคุณคุณ Trin อย่างยิ่ง

ของผมจะต่างจากเพื่อน ๆ หน่อยนึงในคราวนี้ที่ช่วงในลาวผมจะขับรถไปถึงด่านนะ แต่ว่าไปถ้าเจ้าหน้าที่ที่ด่าน Mohan เขาได้รับการยืนยัน GMS agreement ในส่วน CBTA ก็น่าจะให้ผมขับรถเข้าไปเที่ยวได้นะ

//www.adb.org/GMS/Cross-Border/default.asp

ในส่วนของเรื่องการเตรียมรถข้ามลาวมีรีวิวไว้แล้วนะครับจากของเดิม //www.unlimit-travel.com/board/viewtopic.php?t=95

ครอบครัวผมคราวนี้ไปกันผู้ใหญ่ 4 เด็ก 1 ครับ ออกตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี เพื่อไปถึงเชียงของเช้าครับ ต้องไปวันธรรมดานะเพราะการเอารถข้ามด่านวันหยุดอาจทำไม่ได้เพราะ ศุลกากรที่ด่านปิดครับ เอ่อ ถ้าให้ดีเพื่อน ๆ วันกลับก็ควรเป็นวันธรรมดาเพราะจะโดนเพิ่มค่าเรือแพขนานยนต์แบบผมได้ครับ ครั้งนี้การดำเนินการเอกสารเร็วกว่าปีที่ผ่านมาเพราะเคยข้ามที่นี่แล้วเมื่อปีที่แล้ว

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=ok3&date=31-12-2007&group=1&gblog=2

วันที่ไปโชคร้ายมีฝนตกทำให้เกิดรถติดหล่มเลยเสียเวลารอเรือข้ามฟากไปหลายชั่วโมงเลยไปถึงด่านบ่เต็นเย็นกว่า 16:30 เขาเลยไม่ให้เอารถผ่าน ก็เลยต้องนอนโรงแรมแถบที่ด่านต่อราคาได้สุด ๆ คืนละ 120 Y โรงแรมใหม่ดี แต่เสียที่น้ำไม่ร้อนเลย :-( แถบนี้มีโรงแรมอีกแห่งที่เห็นคือที่ casino เลยปีที่แล้วถามราคาแล้วประมาณ 200-400Y เลยไม่เอาเห็นพี่ที่เจอกันที่จงเตี้ยนว่ามีอีกที่แต่เข้าซอยแถบ ๆ นั้นคืนไม่เกิน 100 Y



อ้อด้านบนลืมเอ่ยชื่อผู้มากประสบการณ์ในการเที่ยวจีน คุณห้าสิบกะรัต //www.data4thai.com ซึ่งผมก็อาศัยรีวิวพี่เขาโชว์รูปที่เที่ยวให้รถตู้เล็กที่โน่นเหมาราคาพาเที่ยว มาเรื่องคชจ. ในการเอารถข้ามไปขับในลาวเทียบกับการนั่งรถทัวร์เลยจากกรุงเทพแล้วต่อรถที่ลาวไปด่าน Mohan นั้นถ้ามีสักสี่ห้าคนผมว่าคุ้มและถูกกว่านะ แล้วยังได้เรื่องของเวลาที่จะยืดหยุ่นกว่ามาก ๆ อีกทั้งสะดวกในการไปเที่ยวไหน ๆ ต่อก็ได้ ของผม คชจ. ช่วงนี้ก็มีดังนี้ น้ำมัน กทม.-mohan-กทม. ~ 2800, ค่าแพขนานยนต์ 3500 (ที่จริงต้อง 2000 ขาละพัน แต่โดนวันอาทิตย์วันหยุดขอค่า ot เราก็ต้องจำยอม) ค่าประกันรถยนต์ในลาว ค่าพาสีรถในลาว ฯ ~ 1000 อ้ออีกเรื่องที่ต้องเตือนคือเรื่องเอกสาร custom ในลาวของผมเกือบโดนกักรถเพราะในใบทางการว่าให้อยู่ได้ 7 วันแต่ผมไป 10 วัน ซึ่งตอนตรวจเอกสารก่อนออกผมก็ย้ำแล้วว่าให้แก้แต่เจ้าหน้าที่บอกไม่เป็นไรให้ไปเลย ยังไงเพื่อนที่คิดจะตามไปแบบนี้ก็ให้เขาแก้ดีกว่าสบายใจไม่งั้นต้องเสียวเหมือนผมนะ อิอิ

เอ่อดูเหมือนว่ายังไม่มีใครเคยอธิบายเรื่องการเอารถข้ามที่ด่านเชียงของก็ขออธิบายเพิ่มอีกนิดนะครับ

ขั้นตอนฝั่งไทย ให้ดีก็ไปถามเรื่องเรือข้ามก่อนว่ามีไหมราคาเท่าไร? ปกติมีคนข้ามประจำก็คันละ 1000 ถ้าไม่มีก็ต้องเหมา 2000 ไม่ปกติก็คงต้องแล้วแต่ตกลงครับ
1. ก็ต้องเอารถไปทำเรื่องรถออกชั่วคราวที่ ศุลกากรเชียงของ อันนี้ไม่ได้อยู่จุดเดียวกับ ตม. และที่เอารถลงเรือข้ามนะครับ ถ้าขับเข้าเชียงของในเมืองก็จะเห็นป้ายด้านขวามือ ถ้าไม่เจอถามเขาได้ไม่น่าหายาก เอกสารที่ได้ก็ตามด้านบนครับ
2. ไปแจ้งเรื่องที่ตม. ซึ่งไม่ใช่ที่ท่าเรืออีกเช่นกัน ก็ได้ฟอร์มมาอีกชุด
3. แจ้งเรื่อง passport stamp ออกที่ ตม ตรงท่าเรือ
4. แจ้งเรื่องรถออก ที่ ศุลการกร ที่ท่าเรือ เขาก็ stamp ลง passport รถ

ข้ามมาลาว
1. เสียค่าฉีดล้างล้อ 20 บาท
2. ไปแจ้งเรื่องรถเข้า ที่ตึกหลังคาแดง มีบันไดขึ้นไปบนเนินแรก ทำเรื่องศุลกากรลาว จ่ายพาสีรถในลาว ได้ใบ บ.53 (อย่าลืมดูระยะเวลา)
3. ไปซื้อประกันรถยนต์ในลาว แล้วก็ stamp passport รถเข้าลาว
4. ต้องขับรถไปด่านที่เรือข้ามขนคนข้ามฝาก (คนละที่กับรถยนต์ข้าม) คือขึ้นจากท่าเรือแพรถก็ขับไปเจอแยกเลี้ยวขวาครับ ขับไปเรื่อย สังเกตุ วัดทางซ้ายตามรูปด้านล่าง หรือถามคนแถวนั้นก็ได้ ไป stamp passport คนที่ตม. ลาว



ตามแผนและข้อมูลที่ผมได้มาก็น่าจะผ่านเอารถขับข้ามไปเที่ยวได้ แต่เช้าวันเสาร์ก็โชคร้ายครับผ่านไม่ได้ ก็ต้องตัดสินใจว่าจะจอดที่หน้าด่าน (ตม. ไทยเตือนไว้อย่างมากเรื่องรถหาย ล้อแม๊กถูกถอด) หรือวนรถกลับมาหาที่จอดฝากรถที่หลวงน้ำทา แต่ด้วยความที่ลุยและไม่ค่อยคิดมากเรื่องทรัพย์สิน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดก็เลยจอดไว้นั่นเลย ตอนแรก ตม.จีนก็บอกให้ไปจอดที่ลาวดีกว่า แต่พอเรายืนยันว่าจะจอดที่นั่นถามเรื่องที่ฝากเขาว่าไม่มี แล้วก็บอกเราว่าน่าจะสบายใจได้เพราะเขามีกล้องวงจรปิดที่หน้าด่านให้จอดใกล้ ๆ ด่านตรงมีกล้องไว้ ผมก็จ่อคันแรกเลย อิอิ เอ่อวันที่ไปเห็นรถกระบะเมืองไทยจอดออกไปด้านหลังอีกคันเหมือนกันครับ อีกเรืองที่ด่าน ตม. จีนมี จนท. พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก แถมหน้าตาหล่อด้วยนะครับ

แล้วคราวนี้ก็ต้องจัดแจงขนของลงจากรถแล้วข้ามด่านมาก็เจอ รถตู้เรียกไป mengla เพียบบอกราคามา 30 Y ก่อน เราก็รี ๆ รอ ๆ เพราะต้องเอาโพยมาดูตอนนั้นมึนครับหาไม่เจอก็พยายามตั้งหลัก แล้วก็ตกลงเหมาไป 100 Y แล้ว jackpot เจอคนเขี้ยวลากดินอีก อุตส่าห์จะให้เหมาไป jinghong เลย 550 (บอกราคาแรกมาก็ 800 Y) ดันมารับคนหาคนตลอดเลยทำให้เซ็งเสียอารมณ์มาก ๆ แล้วยังไม่ไปทางด่วน (มารู้ทีหลัวว่าตั้ง 17Y mohan-mengla) ก็เลยกะว่าจะลงที่ mengla ไม่ไปกับเขาละที่ jinghong (เชียงรุ้ง-สิบสองปันนา) ก็มาเจออีก shot ถ่ายกลุ่มผมไปรถตู้อีกคันไป jinghong ก็เลยโวยแล้วจ่ายไป 100 แล้วบอกจะไปหารถเอง สุดท้ายก็ตกลงกับรถตู้ที่จะไป jinghong ว่าจะจ่ายแค่ 200 Y นะ (มารู้ขากลับค่ารถคนละ 38 Y) ไปก็เจอต่ออีกทีเขาไม่ยอมไปส่งท่ารถจอดที่ปั๊มป์ก่อนถึงท่า แล้วเรียกอีกคนละ 5 Y สรุปก็ยอมจ่ายไป 225Y เจอเท่านี้ก็ซึ้งเลยกับการเดินทางในจีนวันแรกคุยก็ไม่รู้เรื่องเจอแบบนี้เข้าอยากกลับบ้านเลยครับ แล้วก็หาข้าวเที่ยงทานกันตอนบ่ายสาม เดินหารถจะไปต้าลี่ Dali ก็เต็ม มีแต่ของ คุนหมิง Kunming ตอนแรกบอกราคามา 170 พอมาซื้ออีกทีขึ้นเป็น 198Y ก็ยอมจ่ายไปแบบมึน ๆ เป็นการนอนรถนอนครั้งแรกในจีน เนื่องจากได้ยินกิติศัพท์มาก็หวั่นว่าจะรับกันได้ไหมแต่ใจผมอยากเที่ยวก็เลยบอกให้ลอง แล้วก็ไม่เท่าไหร่ครับ อิอิ อาจจะเคยลำบากมาก่อนแค่นี้เลยชิว ๆ ครับ เอ่อเรื่องราคารถ 198Y มาคิดอีกทีมองโลกแง่ดีก็อาจจะเขาคิดเอาราคา 5 ที่นั่งด้านหลังนั้นมาบอกเราเป็นราคา 4 ที่ก็ได้เพราะมีแต่เราอยู่ 5 คนรวมเด็ก แต่ที่จริง ๆ รับผู้ใหญ่ได้ 5 ที่



ตอนนี้ทางด่วนที่นั่นทำค่อนข้างดีเมื่อดูเทียบเวลาเดินทางกับข้อมูลที่ได้มาก็พอรู้ว่าเราเดินทางระหว่างเมืองด้วยเวลาน้อยกว่ามากเพราะทางด่วนพี่จีนทำอย่างดี เจาะอุโมงเมื่อเจอเขา ทำสะพานเมื่อผ่านเหว mohan-mengla 1 hr+ mengla-jinghong 2 hrs+ jinghong-kunming 8 hrs+ อ้อตอนนี้ที่คุนหมิงกำลังเร่งทำถนนทางด่วนก็เลยรถติดมาก ๆ ยังไงที่นี่เมืองใหญ่นะถ้าเลือกได้ผมว่าเที่ยวที่เมืองอื่น ๆ ดีกว่าเที่ยที่นี่สักวันถ้าไปนอกเมือง หรือครึ่งวันถ้าเที่ยวในเมืองก็พอ

พอได้ตั๋วรถนอนไปคุนหมิงก็เดินเล่นแถบ ๆ สถานี รวมถึงหาของกินบนรถด้วย นี่ถนนที่เน้นขายเครื่องประดับ



ฝั่งตรงข้ามนี้มีร้านอาหารเพียบ เราไปทานไอ้ติม ปลาหมึกย่าง แล้วที่ชอบรสชาติพอได้ก็คือร้านเกี้ยว (หุ่นตุ้น) บะหมี่น้ำร้านนี้



พวกผมรู้ศัพท์น้อยมากก็ใช้ภาษากาย ชี้นิ้วเป็นส่วนใหญ่ในการซื้อขาย ถามทางครับ สำหรับคนที่ไม่เคยลองดูครับ ผมว่าไม่รู้ภาษาก็ไม่ยากเย็นหรอกครับ คนที่ยูนนานใจดีใช้ได้เลย ยกเว้นพวกรถรับจ้างที่อาจเขี้ยวกับเราหน่อย รถออกสองทุ่ม ถึงคุนหมิงหกโมงเช้า พอลงรถก็มีนายหน้าเดินตามเลย ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปต้าลี่ ลี่เจียง หรือจงเตี้ยนเลย แต่ไม่ได้อาบน้ำเลยก็เปลี่ยนแผนนอนคุนหมิงก่อนคืนนึงปรับสภาพละกัน ก็เดินเที่ยวหารถ หาราคา ก็ต้องยึกยักดูแผนที่ แกล้งถามพวกนายหน้า ถ้าไม่รู้เรื่องก็โดนบวกราคาซะ 1-3 Y ต่อใบ หรืออาจมากกว่านั้น อิอิ แต่มีเวลาก็เลยหาโรงแรมก็ข้าง ๆ สถานีนี้แหละ 80 Y



พอได้ห้องพักก็ต่อรองเรื่องการเหมาเที่ยวในคุนหมิง ก็ไปสองที่วันนี้ ป่าหิน stone forest กับ จิ่วเซียง jiuxiang ก็ใช้ราคาคุณ50กะรัตเป็นแนวทางแต่เนื่องจากไม่ต้องการเสียเวลาก็เลยยอมเหมา 1500 Y สองที่ กว่าจะอาบน้ำพักได้ออกกันก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว และดันเจอปัญหาเรื่องการสื่อสารที่เขาจะไม่รวมค่าข้าวเที่ยงอีก เฮ้อ ๆๆๆๆ

ภาพรถคันที่พาเราไป ซึ่งมาก ๆ ดีครับทำเวลาได้ดีแต่เสียวมาก ๆ ไม่เอาอีกแล้ว



แล้วเราก็เจอเรื่องตุกติกอีกจนได้พี่ท่านนี้ได้นัดเพื่อนเขาจะพาเราเข้าทางลัดที่ไม่ต้องจ่ายค่าเข้าป่าหินครับ เป็นทางเปลี่ยวมาก ๆ ถึงปั๊ปก็ไล่ลงให้หมด คราวนี้ผมก็ลงตามไปดูคนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ ให้อยู่ในรถก่อน เดินไปนิดเดียวก็บอกไม่ไปทางนี้เด็ดขาดจะเข้าทางหลัก เขาก็ต้องจำใจไม่งั้นพวกเราไม่ลงรถ เอ้อเจออีกอย่างเรื่องการจ่ายตังค์ เขาจะเก็บทีเดียวเลย ก็ต่อรองกันเรื่อย จนในที่สุดก็มาสรุป จ่ายสี่งวด 500 ก่อน กินข้าว 300 จบป่าหิน 300 ถึงโรงแรมอีก 400 นี่มากันเยอะเลยต้องแข็ง ๆ นี่ในมือผมก็ถือโทรศัพท์เตรียมกดเบอร์ฉุกเฉินแล้ว เบอร์กงสุลไทยในยูนานก็มีนะ พร้อมครับ ไม่ไหวมาสองวันแรกเจอหนัก ๆ เลยเรา

ภาพนี้คือเขาต้องยอมไปซื้อตั๋วที่หน้าประตูหลักคนละ 140 Y ที่นี่เขาว่ากันว่าไม่คุ้มแต่มันก็นะขึ้นชื่อในโปรแกรมทัวร์ก็ไปซะหน่อย แล้วก็จริงดังว่าไม่คุ้มเลยกับ 140 Y แถมเรายังจ้างไกด์อีก 100 Y รถอีก 200 Y ก็เลยไม่แนะนำที่นี่อย่าแรงครับ



รถขับนำเที่ยวรอบนอก ถ้าเดินเองเหนื่อยครับ แต่ผมว่าก็งั้น ๆ พาเที่ยวได้ก็แค่นิดเดียวเสียดายตังค์อย่างแรง วิวก็เฉย ๆ ครับ มีเวลาที่นี่แค่ ชม.ครี่งเองครับ เลยเดินไม่ทั่วเท่าไหร่



รถวนไปได้ดูวิวอย่างนี้เป็นต้น



จุดขึ้นรถด้านหน้าที่เป็น landmark



หินอีกอันที่เขาจินตนาการไปว่าคบเพลิง olympic ในนั้นมีเยอะครับให้จินตนาการกันไป ดู ๆ ไปรู้สึกว่าหลาย ๆ เหมือนจงใจทำมากกว่าเป็นธรรมชาติแล้วนะ



อีกวิว ซึ่งตรงข้ามมีทัวร์พาไปเดินดูแต่เวลาน้อยเลยไม่ได้ไปดูครับ



แล้วแป๊ปเดียวประมาณครึ่งชั่วโมงก็วนมาจุดเดิมด้านหน้าที่มีสัญลักษณ์ unesco อ่ะ แล้วก็ต้องเดินไปส่วนที่คนต้องไปดูกันในส่วนป่าหินนี้ครับ



อันนี้เขาว่าห้องน้ำห้าดาวเลย เราเข้าไปก็สะอาดดี ที่ว่าห้าดาวผมว่าคงเนื่องมาจากมีทีวีเล็กส่วนตัวที่ห้องสุขามังครับ สถานที่เที่ยวที่เก็บตังค์นี่ห้องน้ำจะดูดีครับเข้าได้สบาย ๆ แต่ถ้าตามข้างทาง ปั๊มป์ สถานีรถ หละก็ทำใจอย่างเดียวครับ ท่านที่อยากลดน้ำหนักไปเที่ยวจีนแบบนี้แล้วลดได้แน่ ๆ ครับ พวกเรากลับมาผอมลงเยอะ ผมเอวหายไปสองสามนิ้วเลย 555 เพราะไม่กล้าทานมากรับห้องน้ำไม่ค่อยได้ นั่งถ่ายผ่านร่อง แถมไม่มีประตูปิดอีก กลิ่นก็สุดยอด



ถ่ายรูปได้ไม่มากเพราะกล้องโดนความเย็นทำให้แบตหมดเร็วมาก ๆ ต้องคอยซุกในตัวให้อุ่นแล้วนำออกมาถ่ายอีกที เสร็จแล้วก็ไปต่อที่จิ่วเซี่ยง ที่นี่แนะนำเลยครับสวยใช้ได้ แต่เดินตามถ้ำขั้นบันไดเยอะมาก ๆ เล่นเอาหอบ ลำพังตัวเราไม่เท่าไหร่แต่ต้องแบกเจ้าตัวเล็กด้วยนี่ซิ :-( ไม่มีรูปเพราะแบตหมดครับอยู่ที่กล้องในมือถือพี่สาว ค่าเข้ารวมกระเช้า 90+15 Y โดนอีกตอนแรกเจ้าคนขับบอกไม่รวมต้องจ่ายให้เขาเพิ่มเราก็ไม่ยอมในที่สุดก็ได้ เราก็ลงบันลิฟท์ไปนั่งเรือล่องแม่น้ำเล็ก ๆ ก่อน แล้วขึ้นมาเดินเลาะไปตามทางเขาดูหินงอก หินย้อย แสงสีหลากหลายตระการตาทีเดียว ผมว่าเหมารถมาที่นี่ที่เดียวก็พอครับ

กว่าถึงที่พักก็สามทุ่มเหนื่อยจากการลุ้นนั่งรถกลับ เลยไม่ได้ไปเดินตอนกลางคืนที่คุนหมิงเลย แล้ววันรุ่งขึ้นกะจะแวะไปหาซื้อตั๋วรถนอนไปจงเตี๋ยน หรือ ลี่เจียง ครับ แล้วก็เจอพวกนายหน้าอีก รถจงเตี๋ยนที่เจอเป็นรถเล็กเก่ามาก ๆ กลิ่นรับไม่ได้เลยไม่เอา (จริง ๆ มารู้อีกทีที่จองเตี่ยนว่ามีรถดี ๆ มาจากคุนหมิงเพียบ) ก็ไปหารถนอนไปลี่เจียงเจอแต่รอบเช้าก่อน 10 โมงซึ่งเราไม่เอา ต้องการรอบเย็นราคา 152 Y แล้วเราไม่แน่ใจเพราะไม่เห็นรถรอบนั้นตอนนั้นเลยกะว่ากลับมาจากเที่ยวแล้วมาจองอีกที แหะ ๆ คราวนี้พวกนายหน้าไม่ได้กินเงินเราเลยเพราะเรารู้ราคาจากบอร์ด ในรูปไม่ใช่บอร์ดสถานีรถที่เราไปนะครับ แค่ให้ดูเป็นตัวอย่างให้พอเดาได้ สำคัญเราต้องรู้ตัวอักษรของเมืองต้นทาง ปลายทางที่จะไปครับ แถวอื่นน่าจะพอเดาได้ราคาก็ดูไอ้ที่มีสัญลักษณ์เงินหยวน แล้วแถวหลังสุดก็เวลาเดินทาง



อ้อลืมเราฝากกระเป๋าที่โรงแรมเลย แหมดันมาคิดตังค์เราอีกตั้ง 7x3 Y น่าจะฟรีนะเนี่ยแต่ไม่เป็นไรครับ ไปเดินเที่ยวดีกว่าตามข้อมูลให้นั่งรถสาย 51 ไปก็วนหาหน้าสถานีรถไฟตั้งนาน ถามก็ไม่ค่อยรู้เรื่องจนในที่สุดก็เจอจนได้ ต้องเดินไปไกลจากสถานีพอสมควรทีเดียว ง่าย ๆ นะครับ ที่ถนนหลักหน้าสถานีรถไฟ Kunming zhan ฝั่งตรงข้ามนั้นเองที่เราหันหน้าเข้าให้เดินไปทางซ้ายจนสุดเลยจะเจอถนนใหญ่ครับ เลี้ยวซ้ายไปจะเห็นร้าน Mcdonald แล้วป้ายรถก็อยู่เลยเจ้าร้าน Mcdonald นี่ไม่ไกลครับ เอ่ออีกเรื่องอย่าไปนั่งรถที่คล้ายรถมินิบัสบ้านเราเชียวนะ เพราะผมขากลับโดนปล่อยเกาะให้ลงหลังสถานีรถไปเกือบแย่แหนะ ต้องนั่งรถสีเขียวที่ใหญ่หน่อยนะครับ อ้อลืมไปทางผ่านจะเห็นสถานีรถเมล์ทางซ้าย เดินไปอีกนิดมีร้านน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ รสชาติพอได้ราคาไม่แพงด้วยแค่ 0.7 Y ต่อถ้วย/ตัวเอง



แล้วเราก็ได้นั่งรถเมล์สาย 51 คนละ 1 Y เกือบถอดใจจ้าง taxi แล้ว อิอิ ไปถึงทางตีนเขาก็ต้องนั่งรถตู้ไปคนละ 4 Y



ต่อด้วย cable car คนละ 25 Y ดีนะนั่งถ้าเดินขึ้นเหนื่อยแน่ เมื่อวานถ้ำจิ่วเซียงก็เล่นเอาล้าไปละ นี่ขนาดแค่เดินลงยังทำให้ขาอ่อนลื่นล้มไปหนี่งทีเลยครับ



เป้าหมายของเขาซีซันนี้คือประตูมังกรครับ



ได้ดูเมืองคุนหมิงบนมุมสูงครับ อ้อลืมต้องเสียค่าเข้าอีกคนละ 30 Y ครับ



ดูกันต่อ ๆ มีหลายอย่างน่าสนใจ แหะ ๆ ป้ายยังมีภาษาไทยเลย แสดงว่าคนไทยมาเที่ยวเยอะนะเนี่ย



จริง ๆ ยังมีอีกเยอะแต่ดูแค่ dragon trail ก็เล่นเอาเหนื่อยแล้วส่วนอื่น ๆ ด้วยคงแย่ :-)



ออกมาด้านล่างมีรถไฟฟ้ามาส่งด้านหน้าเพื่อนั่งรถตู้คนละ 5 Y ครับแต่เราไม่นั่งเดินดูของไปเรื่อย ๆ หลายกิโลอยู่นะ เฮ้อ ๆๆ แล้วก็เจอเสียงคนไทยกลุ่มนึง แต่ไม่ได้ทักครับ มีพี่สาวมาบอกว่าเขามาถามภาษาในการซื้อของ ส่วนผมก็พาลูกเดิน ๆ วิ่ง ๆ ไปตามทาง วิวก็สวยดี อากาศก็เย็น ๆ ครับ

ในรูปด้านล่างอ่างน้ำมีถ้วยให้หย่อนเหรียญลงปากมังกร แนว ๆ นี้พี่ไทยชอบนักแล อิอิ



ขากลับนั่งรถตู้ต่อราคาได้คนละ 3 Y ได้ราคาลดอีกหน่อย อิอิ แต่ดันไปเจอมินิบัสนรก ทั้งซิ่งทั้งทิ้งเรากลางทางเกือบแย่ ดีพอ ๆ จำ kunming zhan ได้ไม่งั้นแย่แน่ ตอนนี้เราก็เดินไปหารถนอนไปลี่เจียงครับดูรถแล้วพอใจ ก็ลังเลเรื่องที่นอนคุยไม่รู้เรื่องคนที่ห้อยป้ายแดงที่ประจำรถก็ช่วยพาไปดูที่นั่งสุดท้ายก็ได้ที่นอนแยกกันด้านล่างครับ นอนสบายกว่าจากคุนหมิงหน่อย แต่แฟนผมลำบากสุดเพราะมีเจ้าตัวเล็กนอนด้วย ส่วนผมที่นอนก็ยังไม่ดีเพราะต้องสอดเท้าเข้าช่อง พลิกตัวนอนเท้าก็ติดไม่สบายเท่าไหร่แต่ก็พอถูไถนอนไปได้ประหยัดเวลา และค่าโรงแรมครับ ถ้าเพื่อนที่ตัวยาว ๆ สูง ๆ แบบผมแนะนำให้ไปเลือกที่นอนด้วยตัวเองก่อนก็ดีนะ เพราะขากลับสุดท้ายจาก ต้าลีมาจิ่งหงนี่ผมได้ที่ที่หลังเอียงสูงทำให้หัวไม่ติดนอนหลับสบายไปเลย



แล้วก็ไปเดินหาของทานกันที่สถานีรถไฟ ไปทานร้านบะหมี่ที่หน้าร้านทำโปรฯ เหลือ 5Y แต่พอเข้าไปสั่งบอกว่าหมด ก็เลยต้องสั่งอย่างอื่น ๆ เป็น set ครับมื้อนี้เลยต้องจ่ายแพงเลยเกือบ 100Y บะหมี่ชามโตมาก ๆ ชามนึงทานได้สองคนสบาย ๆ แต่ผมหิวก็เลยซัดซะคนเดียวชามกว่า ๆ เลย



นี่ครับรถแบบนี้อย่าไปนั่งเด็ดขาดนะ



คือทานร้านข้างทางแล้วท้องไม่ดีมาหลายวันละทาน carabon ทุกวันเลย พอมาเจอร้านแบบนี้ก็ต้องซัดกันหน่อย วันหลัง ๆ ปรับตัวได้ก็ทานได้เกือบทุกอย่างครับ ทานเสร็จก็บ่ายสี่กว่าแล้วก็ไปที่ไกล ๆ ไม่ได้ก็เลยไปวัดหยวนทง นั่งรถสาย 59 มั๊ง (แหะ ๆ จำไม่ได้ละถามเขาเอาอีกทีละกัน) จากสถานีรถไฟ จะไปลงที่ yuantong lu ซึ่งจะเห็นสวนสัตว์ทางซ้ายครับ ลงแล้วถามเขาเอาเดินไปจากสี่แยกประมาณ 5 นาที ค่าเข้า 4 Y ครับ ไปขอพรพระซะหน่อย สงสัยได้ผลแหะหลังจากนั้นก็เจอบ้างแต่ไม่หนัก (หรือว่าเราเริ่มทำใจยอม ๆ จ่ายแล้วก็ไม่รู้)



นั่งรถเมล์มาสังเกตกำแพงนี้ทางด้านซ้ายไว้ครับ เป็นของสวนสัตว์ ว่าไปถามคนที่นั่นรู้จักดีครับวัดดัง หรือไม่ก็คอยฟังเสียงว่าถึง yuantong lu หรือยัง



กำลังขึ้นรถตอนสองทุ่มเพื่อออกไปลี่เจียงครับ ตัวหนังสือ ด้านซ้าย คุนหมิง ขวาลี่เจียง ครับ



ภาพท่ารถที่ลี่เจียงครับ



upload แผนที่บริเวณที่ต้องเดินหาจุดขึ้นรถเมสาย 51 ที่จะไปเขาซีซาน เพื่อนที่จะไปทีหลังจะได้ง่ายในการเดินหาครับ



วันพุธถึงลี่เจียงแต่เช้ามืด ลงจากรถก็มีนายหน้ามาเสนอที่พักครับ โชคดีได้เจอคนจีนที่พอพูดภาษาอังกฤษได้เลยไปกับเขา แต่ก็ปนมากับความโชคร้ายหน่อย ๆ เพราะเขาเที่ยวสไตล์ประหยัดเกินไปทำให้ไม่สนุก แล้วเสียเวลามาก ๆ ครับ



ถึงที่พัก 7:00 ได้นอนอาบน้ำมานัดเจอกัน 9 โมงเขาคุยกับเจ้าของโรงแรมชาวนาซีเหมารถเที่ยวทั้งวันได้คันละ 100 Y เป็นรถเก๋ง จริง ๆ น่าจะได้รถตู้เล็กจะได้ไปกันคันเดียวนะ แต่ก็ดีนั่งสบายหน่อย อิอิ แต่พอไป La shi lake ก็เริ่มออกลายครับเพราะราคาทัวร์ขี่ม้าแพงมาก เลยได้แต่ถ่ายรูปรอบ ๆ พวกคนจีนพาไปลองหาคนท้องถิ่นพาเที่ยวทะเลสาบ แค่เขาพาเดินเรียกคนละ 50 Y ก็เลยกลับดีกว่า



รถก็เลยพาไปส่งที่ Shuhe เป็นหมู่บ้านเก่าอีกที่เหมือนลี่เจียงครับ ถ้าใครเบื่อนอนในลี่เจียงก็มาพักที่นี่ก็ได้ มีที่เดินเที่ยว shopping เพลิน ๆ เขาคุยกันว่าให้เดินสักชั่วโมงสองชั่วโมงจะมารับ แล้วรถทั้งสองคันนี้นก็หายจ้อยปล่อยเกาะพวกเราไว้เลย



จริง ๆ ตามแผนเลยต้องไปเขาหิมะมังกร yunlong mountain ก่อน แต่ไปกับกลุ่มคนจีนนี้เลยต้องเปลี่ยนแผนครับ ที่ Shuhe นี่ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะนะ นมจามรีอยากลองมาก แต่กลัวท้องเสียเลยต้องบายครับ ในภาพแช่เย็นแบบธรรมชาติครับ



อีกวิวนึงที่ไม่ควรพลาดในการถ่ายครับ



มีคนแต่งชุดพื้นเมืองทาหน้าดำร้องเสียงดังมาก ๆ ลูกสาวกลัวมุดหน้าหนีซุกอกเลย



มีเด็กมาขอแบ่งขนมดาวของลูกสาว เด็กที่นั่นเขาปล่อยเดินเล่นกันตามถนนเลยไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ดูแฮะ



เดินกันจนบ่ายหิวข้าวมากแล้วแต่กลุ่มคนจีนไม่ทานครับ ก็เกรงใจกันทางกลุ่มผมก็อาศัยขนมทานรองท้องกันไป ร้านนี้มีนักดนตรีเล่นสดน่านั่งมาก ๆ



แล้วเราก็ต้องหารถเหมาไปต่อที่ Baisha ครับ ต่อรองหาได้ราคา 15 Y ครับ ก็หมู่บ้านเก่าได้เห็นลักษณะบ้านดินผสมกับบ้านสมัยใหม่ แม้จะไม่ใช่ คอมมูนเก่าขนาดที่ผมเคยไปไหว้บรรพบุรุษที่ซัวเถา แต่ก็ได้เห็นลักษณะบ้านอีกแบบครับ



เสร็จที่นี่ก็แก่วกันหล่ะครับรถรับจ้างก็หาไม่ได้เลย เดินหากันเกือบชั่วโมงเลยครับ ต้องเดินมาที่ถนนใหญ่ด้านหน้าเกือบครึ่งกิโล ทั้งหนาวทั้งเมื่อยแล้วที่สุดก็ได้รถรับจ้างกลับเมืองเก่าลี่เจียงในราคา 25 Y ถึงแม้ประหยัดแต่ไม่ได้เที่ยวอีกหลาย ๆ ที่คิดดูแล้วไม่คุ้มเราที่มีเวลาไม่มาก แต่ถ้ามองแง่ดีก็มีคนจีนกลุ่มนี้คอยช่วยเหลือครับ ขอบใจหลายเด้อ แล้วก็แยกกันเพราะเราหิวข้าวแล้วก็เลยทานร้านบะหมีข้ามสะพานอันลือชื่อร้านนี้ตามรีวิวพี่ 50กะรัต ร้านอยู่ทางเข้าเลยครับ



พอทานเสร็จก็กลับที่พักเอาแรงครับ อ้อที่พักคืนนี้เราไม่ต้องนอนแยกห้องครับเพราะได้ห้องสี่เตียงในราคาพิเศษแค่ 70 Y เองครับ แล้วเย็น ๆ ค่ำ ๆ ก็ออกมาเดินดูเมืองลี่เจียงซะหน่อยครับ เดินไปดูตรงจัตุรัสมีการเต้นรำกับนักท่องเที่ยวในแบบพื้นเมืองคนเยอะแยะ แล้วก็ไปหาอาหารท้องถิ่นพวก BBQ แถบด้านหน้าครับ เสร็จก็ไปหาซื้อเสื้อหนาว ลองจอน เพราะซื้อที่จีนถูกกว่าบ้านเราเยอะแล้วก็จริงดังว่าได้มาหลายตัวเลย อิอิ



กว่าจะเข้าที่พักได้ก็เกือบเที่ยงคืน วันรุ่งขึ้นเรากะว่าจะไปกันเอง แต่เพื่อนจีนผู้น่ารัก็มาเรียกตอนเก้าโมงเช้าก็ไปกับเขาครับ แล้วก็เช่นเดิมโดนเรื่องราคารถอีก เฮ้อ ๆๆๆๆ ของกลุ่มจีนเขาต้องการขี่ม้าขึ้นเขาหิมะ แต่พวกเราต้องการขึ้น cable car สรุปกลุ่มจีนก็ไปหารถเหมาเป็นทอด ๆ เหมือนเมื่อวานแบบเดิม ส่วนกลุ่มเรายอมจ่ายค่ารถเหมาแพงหน่อย 150 Y เพื่อไปเขาเลย กว่าจะได้ขึ้นเขาก็เกือบเที่ยงครับ ดีไปมาช่วงนี้คนน้อยไม่ต้องเข้าคิวเหมือนที่เคยได้อ่านรีวิวคนอื่น ๆ ครับ หิมะตกตั้งแต่ด้านล่างเลย ได้สัมผัสหิมะตกครั้ง แต่หิมะแรกผมนั้นจับแล้วที่เกาหลีใต้ครับ
ในภาพจุดที่กล่มเพื่อนชาวจีนจะขี่ม้าขึ้นเขาครับ



ที่เราไปค่าเข้า 190 Y ก็ใช้วิชามารตามที่ได้เรียนรู้ต่อ ๆ กันมาพวกใบขับขี่บัตรนักศึกษาเก่าครับ ได้ลดเหลือ 160 Y แต่ได้ทราบว่าน้องอีกกลุ่มได้แค่ 120 Y ก็ดีกว่าไม่ได้ลดเลย อิอิ (ผมว่าที่นี่คงรู้จักกลุ่มคนไทยเยอะในแบบนี้นะ เห็นเขาคุยแต่ meiyo อย่างเดียวแต่ก็ให้เรานะ :-) ) แล้วก็ไปจ่ายค่า cable car อีก 172 Y ตามรูปที่ซื้อตั๋ว cable car



เขามีขาย oxygen กระป๋องสองราคา 40 กับ 60 Y ครับ เราเลือกตัว 40 Y ไว้กันไว้ก่อนซึ่งจริง ๆ เคยไปมาหลายที่ไม่มีปัญหากันเลย พวกเสื้อผ้าก็มีให้เช่าแต่พวกเราเตรียมกันพร้อมแล้ว อิอิ พอเข้าแถวก็ต้องออกมานั่งรถบัสที่จะพาไปขึ้นที่สถานี cable car ด้านล่าง มาแล้วก็ต้องถ่ายระดับ 3356 ก่อนครับ



แล้วก็ขึ้น cable car ผ่านความหนาว ดีนะวันที่ไปคนน้อยไม่ต้องเข้าคิวเหมือนที่เห็นหลาย ๆ คนรีวิว อากาศหนาวมาก ๆ แล้วก็ห่วงเจ้าตัวเล็กเพราะซึมไปเลยก็เลยถ่ายกันแค่จุด 4506 เมตรครับ สักพักก็ต้องให้ oxygen กระป๋องตัวเล็กทำให้น้องดีขึ้นเยอะ ผมก็เลยลองบ้างไม่เห็นแตกต่างเลยแหะ





เรามีแผนไปจงเตี้ยนหรือเชียงการีล่าต่อเลยครับเลยไม่ได้เที่ยวในอีกหลายจุดเสียดายเหมือนกัน รถที่เหมาก็วิ่งช้าเหลือเกิน กว่าจะกลับโรงแรมลากกระเป๋า เหมารถมาที่ท่ารถเพื่อไปจงเตี้ยนก็เกือบสี่โมง โดยโก่งราคาจาก 15 Y เป็น 20 Y เขาอ้างว่ามีหลายท่ารถ ซึ่งก็ทำวน ๆ รถแล้วก็มาที่ท่าใหญ่สรุปได้ตั๋วรถตอนห้าโมงเย็นไปถึงโน่นก็ค่ำสามทุ่มครับ ท่ารถปิดเราก็กำลังหลับก็เป็นเหตุให้ลืมกระเป๋าบนรถเลยครับ อ้อระหว่างทางลี่เจียง จงเตี้ยนวิวสวยมาก ๆ ครับเสียดายมาเย็นไปหน่อยครับ



ตัวอย่างวิวระหว่างทางครับ



พอถึงในข้อมูลว่าเดินแถว ๆ ท่ารถนั้นมีโรงแรมถูก ๆ เพียบแต่เราไม่เห็นถาม taxi ก็ไม่รู้เรื่องก็เลยให้เขาพาไปสักที่ใน list ที่มี แล้วก็เจอดีครับพาไปโรงแรมที่แพงที่เดียว ราคา 260 Y ต่อเต็มที่ได้แค่ 200 Y แล้วเราก็ไม่เอาละเอาของลงเลยจ่ายเขาไป 10 Y ตามที่ตกลง แล้วก็ออกไปหาโรงแรมเองเพราะที่ผ่านมาเห็นเยอะทีเดียว แล้วก็ได้ที่นี่ครับกลับกลายเป็นดีเพราะเป็นจุดเมือง แล้วรถเมสาย 3 ผ่านพอดีไป โรงแรมนี้ครับ YAGE hotel ต่อได้คืนละ 60 Y



เราลืมกระเป๋าบนรถทั้ง ๆ ที่คุยไม่รู้เรื่อง Ting bu tong เขาก็พยายามช่วยเต็มที่ผมไปกับ จนท. เขาคนนี้ถึงสามรอบ ดีก ๆ หนาว ๆ เกือบเที่ยงคืนรอบ แล้วเช้ามืดเจ็ดโมงรอบ สิมโมงอีกรอบก็ไม่ได้กระเป๋าคืนครับเพราะพลาดคันนี้ดันลืมถ่ายรูปไว้ ปกติรถทุกคันผมถ่ายไว้หมดนะ เฮ้อ ๆๆ

ขอแสดงความนับถือน้ำใจคงที่นี่จริง ๆ ครับ



ที่พักนี้สังเกตง่ายครับมีวัดที่เด่น ๆ กลางเมืองเป็นจุดสังเกตเลย



ที่นี่เราเจอร้านอาหารอร่อยมาก ๆ ฝั่งตรงข้ามซอยโรงแรมที่แพง ๆ business hotel ซอยนี้ครับ



อร่อยจนเราต้องมาฝากท้องถึงสองมื้อทั้งเช้า และกลางวันครับ



ตามข้อมูลก็นั่งรถเมสาย 3 ไปสุดสายครับจะไปสุดที่วัด songzanlinsi พอดีเลย แต่เขามีระบบอะไรไม่ทราบก็ต้องลงก่อนเพื่อซื้อตั๋ว 30 Y เป็นค่าเข้าแล้วนั่งรถบัสเข้าไปอีกนิด แต่ขากลับนั้นรถเมสาย 3 ก็มารอเลยที่หน้าวัด งง ผมว่าค่าเข้า 30 Y กับวัดนี้ไม่ค่อยคุ้มเลยครับ





แล้วก็นั่งรถสาย 3 ย้อนกลับไปเมืองเก่าจงเตี้ยนครับ จะไปสุดท้ายพอดี ต้องเดินไปอีกหน่อยเพื่อไปวัดระฆังใหญ่ ๆ วัดนี้ไม่เสียตังครับ ไปเพื่อแสวงบุญหมุนระฆังนี้แหละครับ ดีครับไม่เสียตัง





ตอนที่ไปหากระเป๋าก็เลยซื้อตั๋วไปต้าลี่รถนอนรอบดึกไว้เลยครับ อ้อที่ท่ารถเขาไม่มีป้ายบอกไปต้าลี่นะ ต้องดูตัวอักษรที่เขียนว่าไปเซี๊ยนก๊วนครับ แล้วตอนบ่ายแก่ระหว่างรอขึ้นรถรอบดึกก็เดิน shopping ในเมืองแถบหน้าโรงแรมที่เราฝากกระเป๋า (ฟรี) นั่นเอง ได้เจอร้านขายไส้กรอกอร่อยมากครับ แล้วก็ซื้อพวกขนมปังรองท้องรอบดึกครับ แล้วที่สถานีนี้ก็ได้เจอพี่คนไทยอีกคนมาร่วมก๊วนกลับไทยครับ



พอเช้าก็มาถึงต้าลี่ หารถจะไปจิ่งหงหรือสิบสองปันนาหรือเชียงรุ่งเลย เขาบอกต้องไปอีกที่ก็เลยต้องออกแรงไปหารถตู้เล็กเหมาด้านนอก 10Y ครับ เห็นเขาดีก็เลยเหมาเที่ยวต่อเลยบอกราคาทีแรกมาแค่ 25Y เองแต่พอจบตันกลายเป็น 150Y ไม่รู้เราฟังผิดหรือเขามี trick นะ แต่ด้วยบริการที่เขาช่วยพาไปเที่ยวหลาย ๆ ที่สวย ๆ แล้วก็คิดว่ากระจายรายได้ก็เลยยอมจ่ายเขาไปครับ



เขาพาไปหลายที่นะ เวลาไปซื้อของก็เดินตามไปช่วยดูด้วยอ่ะ ที่แรกก็ด้านบนไปทานอาหารเช้าก่อน แล้วก็ไปถ่ายหน้าวัดสามเจดีย์



ป้อมเมืองอะไรสักอย่าง



ไปทะเลสาย Erhai Hu ที่มีเรือพาเที่ยวคนละ 30 Y เสียค่าจอดรถอีก 5 Y ครับ แต่ไม่กล้าขึ้นเรือเที่ยวกลัวตกรถรอบบ่ายสอง ไว้คราวหน้าเอารถเข้าได้แล้วจะมาใหม่นะ เจอร้านเกาลัดราคาถูกดีกิโลจีน (กงจิน=1/2กิโลกรัม) 6 Y เท่านั้นเลยได้มาสองโล เสร็จลูกสาวเกือบหมดเลย



ลูกสาวตัวน้อยผมให้อุ้มตลอด พอบอกว่ามี mickeymouse ก็มีแรงวิ่งเลย



แล้วก็มาส่งเมืองเก่าเราขอเดินเล่นชม.นิด ๆ นัดมารับบ่ายโมงครับ วิวนี่จุดบังคับถ่ายเลยครับสำหรับเมืองเก่านี้





โรตีจีนครับอร่อยดีแต่เลี่ยนเนยไปหน่อย 2Y



มาพร้อมขึ้นรถครับ อักษรบนรถด้านซ้าที่เราอ่านคือ จิ่งหง ขวาคือ เซี๊ยก๋วน (ต้าลี่)



แล้วเจ้าคันนี้ก็ทำเราเสียแผนไปเยอะเพราะต้องการเข้าไทยบ่ายวันเสาร์ แต่รถมันดันเสียระหว่างทางต้องรอรถมาเปลี่ยนเสียเวลาไปสี่ชั่วโมงกว่า ๆ นี่ดีที่มีรถเปลี่ยนไม่ได้ทิ้งเรานะเนี่ย เฮ้อๆ



กว่าจะถึงจิ่งหงก็สิบโมงแล้วครับ นั่งรถตู้ไปเมิงล้าอีกเสียเวลาไปอีกสองชั่วโมงนิด ๆ แล้วพอถึงเมิงลาก็ฝนตกอีกจุดที่มีรถตู้ไปด่าน mohan ต้องไปอีกหลายป้ายรถเม ผมก็ต้องการไวเลยหาเหมารถไปเลย 150 Y ครับถึงด่านก็บ่ายโมงพอดีเห็นรถผมที่จอดไว้ก็สบายใจแล้วครับ อิอิ แวะทานข้าวที่ร้านอาหารที่เคยทานฝั่งลาว แล้วเร่งขับมาเพื่อข้ามไปเชียงของแต่ติดเรื่องด่านปิดเลยต้องพักที่โรงแรมที่บ่แก้วครับ



แล้ววันอาทิตย์เช้าก็มาเจอเรื่องโก่งค่าแพรถข้ามอีกจากคันละพันบาท กลายเป็นเหมา 5000 บาท แต่ดีมีรถไทยอีกคันที่ฝรั่งขับ เขาใจดียอมไปกับเราด้วยทั้ง ๆ ที่เขาไม่รีบ อีกทั้งเจอค่าอะไรอีกมากมาย :-( ทั้งค่าเอารถจะข้ามเรือ 300 บาท ค่าล่วงเวลาเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตม. ฯ ตั้งโต๊ะหลายอัน แต่ไม่ว่ากันอยากกลับบ้านแล้ว อีกทั้งเรื่องป่วนสุดก็เรื่องเอกสารศุลกากรที่เขาระบุใน บ.53 เขาแค่ 7 วันแต่เราอยู่กัน 10 วันทำอิดออดเกือบโดนอีกหลายตังค์ แต่เรายืนยันว่าเจ้าหน้าที่เขานั่นแหละที่ไม่ยอมแก้ให้เราก็เลยผ่านมาได้ครับ นี่ถึงแล้วบ้านเรา พอถึง ตม. เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าห้องพระอะไรรถถึงรอดปลอดภัยกลับมาได้เนี่ย แต่โดยส่วนตัวผมว่าไม่น่ากลัวนะเพราะหน้าด่านมีกล้องวงจรปิดเฝ้าอยู่



แล้วก็ตามคาดครับต้องเจอรถติดตั้งแต่เชียงรายเลย แล้วลำปางก็เริ่มชะลอตัว แต่แปลกอยุธยาที่ปกติจะติดหนักกลับวิ่งได้ดี แต่มาติดหนักสุดกลับเป็น motorway วงแหวนกว่าถึงบ้านก็ห้าทุ่มครับ

จบด้วยภาพรับปีใหม่กับลุงซานต้าที่เขาหิมะครับ




Create Date : 02 พฤษภาคม 2552
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 17:12:33 น. 2 comments
Counter : 2179 Pageviews.

 
คงจะทั้งสนุก ทั้งเหนื่อยเลยมั้งคราฟ นี่


โดย: พระจันทร์สัญจร วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:39:23 น.  

 
ตามมาจากกระทู้ TKT ค่ะ น้องน่ารักมากเลยนะคะ เอ สรุปว่ารถจาก Mengla ไป Dali มีใช่มั้ยคะ ใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมงคะ
เอ๋จะเดินทางวันที่ 25 ธันวาคม 52 นี้ค่ะ


โดย: Jhaaenaja วันที่: 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:46:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
ok3
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ok3's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.