Group Blog
 
All Blogs
 

3 วัน 2 คืน @นครนายก - เขาใหญ่ // ฉบับมนุษย์เงินเดือน (ไม่ต้องลางาน)






3 วัน 2 คืน @นครนายก - เขาใหญ่
- แบบไม่ต้องเสียวันลางาน -






เริ่มเรื่อง......ขอเกริ่นก่อน....



ขอเรียกทริปนี้ว่า....."ทริปกระชับมิตร" เป็นทริปแกงค์เพื่อนป.โท

ก่อนไปสมาชิกในทีมไม่สนิทกันเลยสักนิด..ขากลับ...คนละเรื่อง...ตบไหล่กันได้สบายๆ




*** แนะนำสำหรับใครที่อยากกระชับความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนฝูง...ลองตามรอยทริปนี้ดูกันค่ะ ***



----------------------------------------------


ทุกอย่างเริ่มต้นที่เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน...ที่ยุ่งวุ่นวาย...ฝนตก รถติด!!


ที่ทำงานแต่ละคนอยู่คนละทิศละทาง แต่ก็มาเจอกัน และไปด้วยกัน - ออกจาก กทม.19.30 น. เห็นจะได้...
(แนะนำว่าให้ไปด้วยกันนะคะ..อย่าต่างคนต่างขับไปคนละคัน มันไม่สนุก..และเปลืองด้วย!)


เวลาประมาณ 21.30 น. เราก็ถึงที่หมาย...ที่แรก "นครนายก"



ที่พักวันนี้ชื่อว่า "I Din Lake View Resort"

ที่พักไม่ได้หรูหรามาก...ทริปนี้เน้นที่พักที่รับคนได้เยอะ และราคาไม่แพงมากค่ะ


ทริปนี้สมาชิกมากันทั้งหมด 6 ชีวิต (ทั้งรุ่นมีสมาชิกเท่านี้จริงๆ 5555+)


กระจุ๋มกระจิ๋มแต่เปี่ยมคุณภาพค่ะ!!!  ^___^






ทางเข้าบ้านพักค่ะ ก่อนเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ข้างหน้าได้เลยค่ะ
กันเองสุดๆ (ใครสนใจลองโทรถามที่พักได้ค่ะ 081-6828463)




บ้าน 1 หลัง มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ระเบียงด้านหลังเปิดออกไปเจอลำธารเล็กๆ หลังบ้าน
ราคา 3,400 บาท/คืน (ไม่รวมอาหารเช้านะคะ)





หน้าบ้านค่ะ...







บ้าน 1 หลัง มี 2 ห้อง (ประหนึ่งห้องแฝด) ซึ่ง 2 ห้องนี้เชื่อมต่อโดยประตู 1 บานที่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ค่ะ




บรรยากาศด้านในรวมๆ ก็ประมาณนี้ค่ะ...



** แนะนำ...เอาสบู่/แชมพู มาเองดีกว่าค่ะ ส่วนยาสีฟัน/แปรงสีฟัน ต้องเอามาเองอยู่แล้วเนาะ**


เพราะสบู่ที่เค้าเตรียมไว้ให้เป็นก้อนเล็กๆ ธรรมดาๆ สาวๆ บางคนอาจจะไม่โอเคเท่าไหร่ 

แต่ถ้าหนุ่มๆ ไม่ซีเรียส..ใช้ของที่รีสอร์ทเค้าเตรียมไว้ให้ก็ได้ค่ะ




นี่เป็นระเบียงหลังห้อง มองเห็นลำธารเล็กๆ หลังบ้านค่ะ




--- อ่อลืมบอก...ว่าก่อนทางเข้ารีสอร์ทมีโลตัส Express นะคะ --- 

แกงค์ไหนจะหาเครื่องดื่มกระชับมิตร ก็แวะจับจ่ายซื้อของตรงนี้ก่อนเข้าซอยก่อนก็ได้ค่ะ



เย็นวันศุกร์แบบนี้..แนะนำจิบ L สักนิด...กระชับมิตร
(แนะนำว่านิดๆ พอนะคะ พรุ่งนี้เราต้องไปต่อเดี๋ยวหัวทิ่ม!!)



........................................................



เช้าวันเสาร์ ตื่นกันไวหน่อยค่ะ...สัก 07.30 น. ออกไปเดินรอบๆ รีสอร์ท ดูวิว ชมนกชมไม้








บรรยากาศด้านในรีสอร์ทก็จะประมาณนี้

แกงค์ไหนเน้นเที่ยวหรูหราไม่แนะนำที่นี่ค่ะ...แต่ถ้าเน้นชิวๆ ธรรมชาติ สงบเงียบๆ นี่ที่ก็โอเคนะคะ


..............................................




ราคา 3,400 นี้ไม่รวมอาหารเช้า...ฉะนั้นตอนเช้าออกไปหาร้านตามสั่งข้างรีสอร์ทรองท้องก่อนได้ค่ะ

เลี้ยวซ้ายออกจากรีสอร์ทไปไม่ไกลมากก็เจอค่ะ...เลยไปหน่อยก็มีร้านกาแฟสด รสชาติโอเคพอได้ค่ะ



... ก่อนออกไปแนะนำให้ติดต่อเจ้าของรีสอร์ท ให้เค้าติดต่อ.. "ล่องแก่งเรือยาง" ไว้ให้รอเลยก็ได้นะคะ

 ราคา 1,000 บาท (มีรถรับ-ส่ง ฟรีถึงรีสอร์ทเลยค่ะ)



จริงๆ ล่องแก่งเรือยางที่นครนายกมีหลายที่ค่ะ...


แต่เหตุผลที่เราเลือกให้ทางรีสอร์ทติดต่อให้เลยคือ


(1) ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นค่ะ...เราไปสำรวจดูของสาริกาแอดเวนเจอร์พอยด์ ราคา 1,500 บาท 
(บรรยากาศด้านในไม่สมราคาเลยค่ะ..ไปถึงเงิบๆ แล้วเราก็เดินออกมาเงียบๆ)



(2) สะดวกมาก!! เพราะเจ้าอื่นเราต้องแบ่งเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอาบน้ำ
ห้องน้ำก็ตามสภาพที่เค้าเตรียมให้..สบู่+แชมพู+ผ้าเช็ดตัว หาเองไปเอง!!


แต่ถ้าเลือกเจ้าที่รีสอร์ทติดต่อให้อันนี้ คือเราก็อาบน้ำที่บ้านพักนั่นแหละค่ะ..สบายๆ 
(เช็คเอาท์ได้ถึงบ่าย 2 โน่นค่ะ)


*** แนะนำอีกอย่างคือ...ล่องแก่งช่วงตอนเช้าๆ เถอะค่ะ ดีที่สุด!!!!
..ทั้งบรรยากาศ + คนไม่วอแว..


และที่สำคัญไม่ร้อนแดด...แถมหน้าไม่ไหม้เหมือนช่วงบ่ายแน่นอน!!! ***




อันนี้เป็นนามบัตรเจ้าล่องแก่งเค้าให้มาค่ะ...ใครจะติดต่อเองโดยตรงเลยก็ได้ หรือติดต่อผ่านที่พักก็ได้ค่ะ

เจ้านี้ดีค่ะ..บริการดี ยิ้มแย้มชวนคุยสนุกสนาน






รถที่เค้าเอามารับ...เป็นรถกระบะค่ะ...ตอนนั่ง...จับดีดีกันนะคะ

เค้าจะขับพาเราไปที่ต้นน้ำ โดยที่นั่นจะมีอุปกรณ์ให้คือหมวกกันกระแทก กับเสื้อชูชีพค่ะ
(แล้วก็มีกระเป๋ากันน้ำให้ 1 ใบ/ลำ)





สมาชิกในทีมค่ะ...



เช้าๆ อากาศดีมาก!!!!...รายทางคนยังไม่เยอะ..สายน้ำทั้งสายเป็นของเรา!!

เวลาแวะเล่นน้ำ ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ก็ไม่ต้องไปแย่งกับชาวบ้านเค้า คือดีงาม!!!




--- แต่แบบขออภัย ไม่มีรูปรายทางให้ดูเลยค่ะ..อยู่ในกล้องเพื่อน..ไม่ได้ขอมา >< ---




ระหว่างทางก็จะมีจุดให้ตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ เล่นกับคลื่น กับโขดหินบ้าง...

สุภาพสตรีแนะนำตอนแรือเหวี่ยงกระแทกให้จับเชือกแน่นๆ นะคะ



อย่าเหมือนอินี่!!! นั่งหน้า เรือกระแทกโขดหิน...ตัวลอยไปตามแรงกระแทก



กระเด็นตกน้ำมันตรงโขดหินแม่มตรงนั้นเลยค่ะท่านผู้โชม!!!!! 
(โชว์โง่กับเพื่อนใหม่ซะเลย -*- )



ได้เลือดกลับมาเล็กน้อยเรียกสีสัน...สนิทกันเลยทีนี้!!!! 
มันใช่หราาาาาาาาาาาาา!!! - -"



(ตอนมุดอยู่ในน้ำคิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว..น้ำไม่ลึกนะคะ แต่ยืนไม่ได้เลย โดนเหวี่ยงหัวทิ่มหัวตำ T^T)



----------------------------------




(รูปนี้ยืมภาพมาจากเวปค่ะ)



ระหว่างล่องพี่คัดท้ายเค้าจะปล่อยให้เราเล่นน้ำตามจุดต่างๆ ถ่ายรูปสวยๆ

และก่อนถึงที่หมาย..เค้าจะให้เราโดดลงกลางทาง ลอยคอไปตามน้ำเลยค่ะ



"ควรอยู่ริมๆ ซ้ายมือ เอาไว้นะคะ"



เวลาถึงฝั่งจะได้ไม่ลำบาก เพราะน้ำค่อนข้างแรง...

สมาชิกในแกงค์นี่คือ..หยุดไม่อยู่..ไหลตามน้ำไปไกลลิ่วเลยจ้า!!!!...แต่พี่เค้าก็ลงไปช่วยลากกลับมาค่ะ


---------------------------------------------------------------


เสร็จแล้วพี่เค้าก็ขับรถไปส่งที่บ้านพ้กตามเดิม..แยกย้ายกันอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยค่ะ

เสร็จปุ๊บ....เช็คเอาท์...มาถ่ายรูปเก๋ๆ ต่อที่นี่เลยค่ะ



"เขื่อนขุนด่านปราการชล"





ขับรถขึ้นไปหน่อยจะมีจุดชมวิว..สวยๆ ด้านบน

ใครอยากชมสันเขื่อนด้านบนแบบเต็มตา...ด้านบนมีให้เช่ารถกอล์ปฟขับเอง หรือนั่งรถรางเค้าก็มีบริการค่ะ



ราคารถรางคนละ 30 บาท
(ขอเค้าแวะลงกลางทางไม่ได้นะคะ..ขึ้นตรงไหนลงตรงนั้นค่ะ)










บรรยากาศด้านบนจะประมาณนี้ค่ะ

หลักๆ ที่เค้ามาที่นี่กันก็เน้นถ่ายรูปค่ะ



แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ มากันนะคะ อย่าเหมือนอินี่...ภาพที่เห็นนี่คือแอบมาสำรวจก่อนไปล่องแก่ง
(ชุดเลยแบบ...เตรียมเล่นน้ำเต็มที่!! )


เป็นไงหละ...แต่งตัวอย่างกับจะไปวิ่งมาราธอนริมเขื่อน!!! -*-


--------------------------------------------------


ทั้งล่องแก่ง ทั้งถ่ายรูปเวลานี้ก็จะเที่ยงแล้วค่ะ...ต้องแวะหาอะไรรองท้องสักหน่อย










ร้านที่มาวันนี้ ชื่อร้าน "ครัวป่ามะขาม"


เป็นร้านริมอาหารริมน้ำตก..บรรยกาศดี  อาหารเลิศ ราคาย่อมเยาว์

(ทานเสร็จอย่ามักง่ายโยนอะไรทิ้งลงน้ำตกนะคะ!)










3




เมนูแนะนำ...

(1) ไก่ย่าง 
(2) ใบเหลียงผัดไข่
(3) ปลาช่อนเผา
(4) พวกส้มตำก็รสชาติใช้ได้ค่ะ


แนะนำร้านนี้นะคะ...อาหารรสชาติดีใช้ได้..บรรยากาศชิวๆ ราคาก็ไม่แพงมาก...ชอบค่ะ


--------------------------------------


ไปต่อค่ะ...ทริปนี้เราอัดแน่นกันมาก!!


ที่นี่คือ "ภูกะเหรี่ยง" ค่ะ




ช่วงที่ไปทุ่งนายังไม่เขียวมากเลยค่ะ...ถ้าเขียวๆ คิดว่าน่าจะสวยมาก!!

ที่นี่จะแยกเป็น 2 โซน

โซนแรกคือเดินชมทุ่งนา...ถ่ายรูปเก๋ๆ

อีกโซนจะเป็นพิพิธภัณฑ์มีของเก่าโบราณรุ่นคุณทวดอายุกว่า 100 ปีค่ะ




** มีค่าเข้านะคะ...ถ้าเข้าชมทุ่งเฉยๆ 20 บาท...แต่ถ้าทั้ง 2 โซนเลย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสัก 30-40 บาท ค่ะ **

แต่ถ้าให้แนะนำอีก...ชมแค่ทุ่งก็พอค่ะ...พิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีอะไรมากเท่าไหร่



ปล.เจ้าของน่ารักมากค่ะ...Confirm!!! ^___^








บรรยากาศจะประมาณนี้ค่ะ...ตอนไปไม่เขียวเท่าไหร่...ถ้าเขียวๆ เลยน่าจะสวยกว่านี้
(ไปต้นเดือนมิถุนายนค่ะ)



** อ่อที่นี่เปิดเฉพาะเสาร์ -อาทิตย์นะคะ **


--------------------------------------------


เที่ยวได้นิดๆ หน่อยก็รีบออกแล้วค่ะ



เพราะต้องไปเขาใหญ่กันต่อ...
(วันนี้มีไปส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ค่ะ..เลยต้องขึ้นเขาไปก่อน 18.00 น. ค่ะ)


ขับอีกแค่ไม่นานก็ถึงค่ะ...ก่อนเข้าอุทยานก็เสียค่าเข้านิดหน่อยนะคะ



 ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และรถยนต์ (เก๋ง/กระบะ/ตู้) 50 บาท 
(ราคาคร่าวๆ ประมาณนี้ค่ะ)





บรรยากาศในอุทยานสบายๆ ค่ะ..แกงค์เราปิดแอร์ เปิดหน้าต่างรับลมเย็นดีค่ะ...ชิวด้วย

ก่อนเข้าที่พักก็แวะถ่ายรูปรายทางไปเรื่อยๆ 





อยากแวะตรงไหนก็แวะ...






ถึงแล้วค่ะ....จุดบริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่...



ที่มาที่นี่เพื่อมาติดต่อเรื่องบ้านพัก (จองบ้านพักอุทยานไว้ค่ะ) และมาส่องสัตว์ตอนกลางคืนด้วย 
(ราคารถเหมาเพื่อส่องสัตว์คันละ 500 บาทค่ะ)



ใครที่มากันน้อยๆ นั่งรวมกับคนอื่นได้ค่ะ..นั่งได้ประมาณคันละ 10 คน (ตกคนละ 50 บาท)


------------------------------------------------


** ส่่องสัตว์มี 2 รอบนะคะ รอบ 1 ทุ่ม กับ 2 ทุ่ม **

แนะนำ 1 ทุ่มค่ะ..คนยังไม่เยอะ..2 ทุ่มคนเพียบ!!!!!!!!! 



** ถ้าเราจองบ้านพักกับที่อุทยาน และเหมารถ เค้าจะมารับ-ส่งเราที่หน้าบ้านเลยค่ะ **









เดินเข้าใปติดต่อที่นี่เลยค่ะ (ภาพจากเวปนะคะ)



ด้านในจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ค่ะ




อันนี้ก็ภาพจากเวปค่ะ..คือจริงๆ ถ่ายรูปมาเยอะนะคะ

เกิดเหตุนิดหน่อยภาพหายไปบางส่วน (ก็หายไปเยอะอยู่ T^T)






อันนี้เป็นร้านขายของฝากด้านในค่ะ...
(พวกเสื้อ หมวก ตุ๊กตา พวงกุญแจ สัญลักษร์เขาใหญ่ต่างๆ นาๆ)





และนี่...เดินเยื้องไปหน่อยจะเจอร้านกาแฟ บรรยากาศชิวๆ 


จิบไปชมธรรมชาติไป...บรรยากาศดีมากค่ะ
(แต่ไปตอนเช้าดีกว่านะคะ...คนน้อย ชิวสุด!! จะถ่ายรูปสักร้อยก็ไม่มีใครว่า ไม่ติดคนด้วย)


เพราะสายๆ คนจะค่อนข้างเยอะมากค่ะ

แต่เรื่องรสชาตินี่ ไม่รู้ค่ะ...อินี่ไปถ่ายรูปเฉยๆ เนียนๆ ^^"



---------------------------------------------------------------------------------



ติดต่ออะไรเสร็จสรรพ...ก็ 6 โมงกว่าๆ เห็นจะได้...ไปหาอะไรรองท้องกันค่ะ

ด้านบนนี้จะมีแต่พวกร้านอาหารสว้สดิการอะไรประมาณนี้นะคะ

จะหาร้านชิคๆ เก๋ๆ ไม่มีค่ะ ต้องขับออกไปข้างนอก ซึ่งไม่ทันกลับมาส่องสัตว์แน่








อันนี้รูปจากเวปเช่นกัน

ภาพที่เห็นนี่คือร้านอาหารบริเวณรอบๆ ศูนย์อาหารค่ะ (ส่วนใหญ่เป็นอาหารตักๆ ค่ะ)



** แนะนำ!!!! ซื้อของกินตั้งแต่นครนายกดีกว่าค่ะ...หรือไม่ก็แวะกินที่อื่นมาก่อน!! **

เพราะรสชาติอาหารคือแบบ...กินกันตายมากค่ะ T^T




ส่วนของอื่นๆ ร้านขายของชำ เช่น ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ยาแก้ปวดหัวของใช้เล็กๆ น้อยๆ 

เค้าก็มีร้านสวัสดิการขายค่ะ....แต่!!!!  แนะนำ (อีกแล้ว!!!)



ซื้อมาก่อนตั้งแต่นครนายกนั่นแหละค่ะ เพราะร้านปิดเร็ว 18.00 น.ก็ปิดละค่ะ

แถม..คนขายนี่หน้าตาไล่แขกมาก!!! หน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลองไปอีก!!! -*-


------------------------------------------------------





ทางไปบ้านพักของทางอุทยานค่ะ




วันนี้แกงค์เราจองบ้านอรพิมพ์...หลังเดียวและหลังสุดท้ายที่เหลือพอดิบพอดีค่ะ..บ้านเต็มหมด!!!!

นอนได้ 8 คน /  2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / คืนละ 2,400 ค่ะ

เป็นบ้านพัดลม...มีเครื่องปรับน้ำอุ่น...มีผ้าเช็ดตัว...แต่ยาสระผม สบู่เตรียมเองนะคะ

มีเตียงเดี่ยวเรียงกันห้องละ 4 เตียงค่ะ...(กลิ่นอับเล็กน้อยถึงปานกลาง)

ไม่มีอาหารเช้าให้นะคะ


-------------------------------------------------------




เวลาประมาณ 19.00 น. เป๊ะ! พี่เจ้าหน้าที่ก็เอารถกระบะมารับหน้าบ้าน พาไปส่องสัตว์เลยค่า

แต่แอบเสียดาย ไม่ได้รูปเลยค่า...สมาชิกพกกล้องไปค่ะ...แต่ดันลืมเมมเอาไว้ในบ้านพัก...อดถ่ายรูปไปตามระเบียบ 

ดูด้วยตา...แล้วเมมโมรีไว้ในใจเอานะคะ 5555555+



สัตว์ที่เจอส่วนใหญ่จะเป็นกวางค่ะ...(ยังไงก็เจอแน่นอน!!!)

วันที่ไปเจอเหยี่ยว / ชะมด / กระทิง


เสียดายฝนตกเลยมีสัตว์ออกมาไม่เยอะ...อดเจอช้างอีกต่างหาก  ><



ใช้เวลาในการส่องสัตว์อยู่ประมาณร่วมชั่วโมงได้ค่ะ...ถามว่าคุ้มมั้ย
ถ้าคนละ 50 บาทก็ถือว่าคุ้มนะคะ..เพลินๆ ค่ะ


--------------------------------------------------------------










มาเที่ยวทั้งที ตื่นเช้าสักนิด...นับว่ากำไรค่ะ

ออกมาถ่ายรูปตอนเช้าๆ เจอกวางเยอะพอๆ กับส่องสัตว์ตอนกลางคืนเลยค่า....ฮ่าๆๆๆๆ

เช้าๆ อากาศดี เย็นสบายค่ะ



สัมผัสบรรยากาศป่าเขาจนชุ่มปอด 

แนะนำว่าอย่าออกจากบ้านพักสายมาก...ให้ไปทานข้าวเช้าที่ศูนย์อาหารเขาใหญ่ที่เดิมค่ะ




แต่!!! ไม่ต้องไปซื้อกินแบบเมื่อวานเย็นแล้วนะคะ..ตรงบริเวณข้างๆ จะมีร้านอาหารตามสั่ง

ชื่อ "ครัววนาลี" แนะนำว่าทานร้านนี้เถอะค่ะ...อร่อยกว่าเมื่อวานเยอะ

เป็นร้านอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ค่ะ...แต่นักท่องเที่ยวอย่างเราก็เข้าไปสั่งได้ค่ะ

ร้านเค้าปิดเร็วค่ะ...(ถ่ายรูปหน้าร้านมานะคะ แต่รูปหาย T^T)







เป็นร้านตามสั่งง่ายๆ ..รสชาติดีเลยค่ะ...ราคามิตรภาพอีกต่างหาก...เยี่ยม!!!



ท้องอิ่ม...รออะไรหละคะ..."ไปเข้าป่ากัน!!!" ^___^







ทางเข้าจะอยู่แถวๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั่นแหละค่ะ



แนะนำ!!!! (อีกแล้ว) ซื้อถุงกันทากใส่ด้วยนะคะ!!!


ถ้าใครมีอยู่แล้วก็พกมาค่ะ...ถ้าใครไม่มีเค้ามีขายที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ขายของฝากนั่นแหละค่ะ...

ราคาคู่ละ 70 บาท...รับรองคุ้ม!!!








เส้นทางประมาณนี้ค่ะ...


จะเรียกว่าเดินป่าก็ไม่ถูก...เรียกว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติดีกว่าค่ะ

ระหว่างทางที่เดิน เค้าจะมีป้ายบอกตามต้นไม้ว่าต้นนี้เรียกว่าต้นอะไร...ลักษณะยังไง..

ใครที่ชอบอะไรแบบนี้ เดินเพลินๆ เลยค่ะ



ใช้เวลาเดินไม่นานมากค่ะ...เกือบๆ ชั่วโมง (เดินไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย เรื่อยๆ ไม่รีบ)







นี่แหละค่ะทาก!!!


ในรูปเป็นทากตัวลูกค่ะ...ตัวใหญ่ก็มี (ดันถ่ายแล้วทำรูปหาย -*-)

บางคนอาจจะมองว่า แหม!! ตัวแค่นี้เอง...ต้องถึงกับซื้อถุงกันทากเลยเหรอ??



จะบอกว่า ตัวแค่นี้...แต่มาเป็นรังเลยค่ะ!!!!!! 
และที่สำคัญนางไชเข้าใปในรองเท้าเลยจ้า!!!  ขนลุกมาก!!!T^T 


ปล.ไม่ได้มีแค่ที่พื้นนะคะ..กลางอากาศนางก็มา..
น้องที่ไปด้วยกันโดนดูดเลือดที่คอไปค่ะ..นี่ทากหรือแดร็กคูล่าเนี่ย 555+



--------------------------------------------------------------



ระหว่างเดินเห็นมีผู้ชายอยู่ 2 คน ไม่ได้ใส่ถุงกันทากมา...เราเห็นเค้ามายืนแกะทากตามเท้าตามตัว 



โอยยย..คุณพระ!!!!!!...เลือดยุบเลือดยับไหลออกมาเป็นจุดๆ จ้ำๆ เต็มแข้งเต็มขาไปหมด!!!
(เค้าว่าอย่าไปดึงออกตรงๆ ให้เอาไฟแช็คลนๆ เอาค่ะ..จะดีกว่า)




จะหยุดเดินก็ไม่ได้นะคะ...เข้ามาแล้วก็ต้องทนเดินให้มันดูดต่อไปจนสุดทางออกนั่นแหละค่ะ!!!


















เวลาเดิน...เดินมองทางดีดีนะคะ...พวกบุ้งนี่ชอบห้อยอยู่กลางอากาศ 

เกือบเดินชนหน้าตั้งหลายที!!




ไปถึงข้างบน..จะเป็นที่ที่สามารถมองเห็น "น้ำตกกองแก้ว" (ไม่แน่ใจชื่อนี้รึเปล่า)

คือเห็นแล้วมองได้อย่างเดียวค่ะ...



ไม่กล้าเดินลงไป ทางชัน กลัวไถลตกลงไป....จะงานงอก!!!







จากจุดที่ชมน้ำตกกองแก้ว เดินมาอีกนิดก็ถึงทางออกค่ะ (เข้า-ออกทางเดียวกัน)



ออกมาสิ่งแรกที่ทำคือ....สำรวจทากที่ตัวค่ะ!!! มีติดมามั้ย...

ในรองเท้านี่เช็คดีดีนะคะ โดยเฉพาะไนกี้รุ่นที่แบบระบายอากาศดีดี...ไชดีนักแล ><


------------------------------------------------





ก่อนจะกลับ...แวะไปถ่ายรูปน้ำตกเหวสุวัตสักนิดค่ะ....^^


------------------------------------------------------------



ออกมาจากอุทยานก็เที่ยงพอดี....ไปหาอะไรรองท้องกันค่ะ

ร้านที่จะพาไปนี้...ชื่อร้าน "เป็นลาว" 







เป็นร้านอาหารอีสาน...พวกส้มตำ / ต้มยำ / ลาบ / ไก่ย่าง / ไก่ทอด 

สาเหตุที่เลือกมาร้านนี้คือ...เปิดรีวิวตามเค้ามาค่ะ เห็นเค้ามาก็มาตามเค้า



เมนูมีหลากหลายมากค่ะ...ราคาปานกลาง...

แต่รสชาติเราว่า....เฉยๆ ค่ะ....ไม่คอมเม้นต์เยอะแล้วกันค่ะ...แล้วแต่คนชอบ

อ่อ...ร้านนี้เค้าจะแบบให้หยิบผักเองตามใจชอบนะ



ตรงข้ามร้านเป็นลาวจะเป็นสถานที่ฮิตคือ..." The Birder's Lodge "


ซึ่งทำใจก่อนไปเลยนะคะ...คนเยอะมากกกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว!!!)

...ใครอยากได้รูปสวยเก๋...แนะนำไปวันธรรมดาไม่ใช่เสาร์ - อาทิตย์แบบนี้ค่ะ




ปล.วันที่ไปคือเราไม่ได้รูปมาสักรูปเลยค่ะ...คนเยอะมากจริงๆ 
(เลยเอารูปที่ไปครั้งก่อนซึ่งไปวันธรรมดาให้ดูแทนแล้วกันนะคะ)






นี่เลยค่ะ...จุดที่คนเค้าแย่งกันถ่ายรูปหูดับตับไหม้!!

ที่นี่เป็นทั้ง Cafe และมีโซนที่พักด้วยนะคะ...แต่ที่พักเค้ามีบริการแค่ 5 หลัง ซึ่งก็เต็มตามระเบียบค่ะ!







ตรงนี้เป็นโซนของ Cafe...มีที่นั่งทั้งแบบ in door และ out door ค่ะ



เมนูของที่นี่จะมีทั้งของคาว / ของหวาน / เครื่องดื่มพร้อมค่ะ

สั่งและจ่ายเงินที่เคาเตอร์เลยนะคะ..แล้วเดี๋ยวพนักงานจะมาเสิร์ฟให้เองที่โต๊ะค่ะ




แอบกระซิบ!!! รสชาติอาหารที่นี่อร่อยกว่าร้านเป็นลาวเยอะเลยค่ะ!!!! ><

ปริมาณอาจจะน้อยกว่า..แต่รสชาติ และหน้าตาอาหารดีกว่าร้านเป็นลาวเยอะค่ะ 

ราคาไม่ต่างกันมากด้วย...(แต่ก็แล้วแต่คนชอบเนอะ ^^')





ไก่ตะไคร้ ราคา 110 บาท

กรอบอร่อย รสชาติดีค่ะ




จานนี้โรตีเขียวหวานไก่ ราคา 130 บาท

รสชาติดี อร่อยค่ะ




จานนี้เมี่ยงปลาแซอลมอน 280 บาท

ราคา คุณภาพ รสชาติ ไปทิศทางเดียวกันค่ะ อร่อยค่ะ ชอบๆ ^^




ภาพรวมสักนิดค่ะ



ไปรอบนั้นไม่ได้ชิมของหวานเค้าเลยค่ะ...เลยไม่สามารถบอกรสชาติของหวานได้

แต่ของคาวคอนเฟิร์มได้ว่า อร่อยค่ะ!!!!









ข้างในร้านค่ะ ตรงนี้จะมีโซนนึงที่ฮิตๆ คือจะมีเปลให้นั่งถ่ายรูปเก๋ๆ

แต่พอดีตอนนั้นไป มีคนนั่งอยู่เลยไม่กล้าถ่ายมาค่ะ...^^"




อันนี้ตรงหน้าร้านค่ะ...มุมนี้บอกเลย...ไม่ค่อยมีคนถ่าย คนไม่ค่อยสนใจ

แต่ดีงามพระรามแปดเช่นกันนะคะ...ลองไปแอ็คท่าเก๋ๆ กันได้ค่ะ ^__^


--------------------------------------------------------------


ยังไม่หมดนะคะ สำหรับคาเฟ่เก๋ๆ .....ไปกันต่อค่ะ...เค้าบอกร้านไหนดี ร้านไหนดัง 

อินี่ก็ตามเค้าไปหมดค่ะ!!!!



ร้านต่อไป Next Station " Yellow Submarine Coffee Tank "




เป็นร้านกาแฟโคตรฮิตอีกหนึ่งร้าน ที่สายฮิปเตอร์พลาดไม่ได้



และมุมนี้ก็เป็นมุมฮิตจริงๆ ค่ะ...มาเสาร์-อาทิตย์ นี่รอคิวถ่ายรูปไปเถอะค่ะคุณ

นี่ยืนรอจนอารมณ์เสีย กลุ่มข้างหน้าถ่ายรูปไปแสนแปดเฟรม ถ่ายเสร็จไม่เดินออกนะคะ...ยืนดูรูปกิ๊วก๊าวแม่มตรงนั้นเลยค่ะ!!!

คนอื่นเค้าก็ต่อคิวรออีกล้านกว่าคน (อินี่ก็เว่อร์!!) พวกเค้าก็ยังสนุกสนานดูรูปอยู่ตรงนั้นหาได้แคร์ใครไม่!!!!!



***** บอกเลยนะคะ...ตามมารยาท ถ้าคนเยอะแบบนี้...Landmark เค้าขนาดนี้
ถ่ายรูปเสร็จแล้ว รบกวนไปกดดูรูปบริเวณอื่นเถอะค่ะ 
ให้คนอื่นเค้าได้โพสต์กันบ้างนะคะคุณคะ!!! *****




จากความนอยด์อะไรพวกนี้..บวกกับคนแน่นขนัดจริงจรัง..อินี่เข้าไปถ่ายรูปอีกนิดหน่อย..เน้นว่าหน่อยจริงๆ 

แล้วก็ออกมาเลยค่ะ...ขออภัยที่ไม่ทันได้อุดหนุน...


ไว้วันธรรมดาค่อยมาใหม่นะฮะ...วันนี้ขอลาก่อย
(ใจจริงอยากไปชิมกาแฟเค้า...แล้วเอามารีวิว...แต่ไม่เป็นไร...อ่านกระทู้อื่นก่อนเนาะ -*-)











วันนี้ถ่ายรูปมาแค่นี้แหละค่ะ....วันหลังมีโอกาสค่อยมาอีกที...แต่คงไม่มาวันเสาร์ - อาทิตย์แล้วค่ะ...เข็ดเล็กน้อย


------------------------------------------------------------------


ยังไม่ยอมแพ้ค่ะ...ยังไงวันนี้ต้องได้รูปคาเฟ่บ้าง



Next Station "The Mew Cafe in the Park " 

คาเฟ่มุ้งมิ้ง มีมุมถ่ายรูปกับธรรมชาติเยอะ....มุมชิคๆ เก่ๆ ก็มี...มุมสำหรับนักปั่นก็มา





บริเวณหน้าทางเข้าค่ะ












ร้านแบ่งเป็น 2 โซนค่ะ in door กับ out door

รูปข้างบนนี้เป็นโซน out door ทั้งหมดค่ะ จริงๆ มีมุมมากกว่านี้นะคะ..อันนี้คัดมาแค่บางมุมเท่านั้น






ห้องน้ำก็ไม่เว้น!! ฮ่าๆๆๆๆ










อันนี้เป็นโซนข้างในค่ะ..แอร์เย็นสบาย

คนไม่วอแวมาก กำลังดี นั่งชิวๆ สบายใจ...^^




Warm Japanese Cheese Cake with Maple Syrup


ถ้าจำไม่ผิดราคา 185 บาทค่ะ...รสชาติจัดว่าดีเลยค่ะ




Homemade Scone Set มีวิปครีม กับแยมสตรอเบอรีเป็นหลัก ที่เพิ่มมาคือแยมเสาวรสค่ะ (เค้าเรียกแยมรึเปล่าไม่แน่ใจ)


ราคา 160 บาท...อร่อยเลยหละค่ะ...ละมุนสุด



จริงๆ มีรูปเครื่องดื่มและรายการเมนูอาหารอีก...แต่ก็นั่นแหละค่ะ..ทำไฟล์รูปหาย T^T

ร้านนี้เค้าไม่ได้มีแค่ของหวานนะคะ...อาหารคาวเค้าก็มี

ออกแนวฟิวชั่น...อิตาเลียน...วันที่ไปไม่ได้ลองนะคะ..ท้องจะแตกกันแล้ว



แต่สำหรับเรา...ราคาปานกลางไปถึงสูงนิดนึงค่ะ...กาแฟ 5 แก้ว ขนม 2 อย่าง 
เช็คบิลออกมา 900 กว่าบาทเกือบพันค่ะ


-------------------------------------------------------------



อิ่มหนำไปแล้ว...กลับบ้านกันเถอะค่ะ....เดี๋ยวจะมืดค่ำกันซะก่อน




แต๊นนนน...แวะที่นี่แปบนึงนะคะ


ร้าน "Sweet and Green" หรือ ไร่เบิกบาน

ใครชอบผักสด ผลไม้ดีมีคุณภาพ แนะนำร้านนี้ค่ะ

โดยเฉพาะเมล่อน...คือรสชาติดีงามมากกกก....แอบเสียดายวันที่ไปเมล่อนหมดค่ะ

เลยได้แต่ชิมอย่างเดียวไม่มีให้ซื้อ T^T




แยมเค้าก็มีนะคะ...เป็นแยมโฮมเมด...

มาที่นี่ไม่ได้มีอะไรเป็นจุดเด่นพิเศษค่ะ...หลักๆ คือมาซื้อเมล่อน ผักสดอะไรทำนองนี้ค่ะ

ด้านในเค้าจะมีเรือนกระจกปลูกผักไว้..แต่เราเข้าไปใม่ได้นะคะ..เค้าควบคุมอุณหภูมิไว้

เราดูได้ข้างนอกอย่างเดียวค่ะ...แกงค์ไหนไม่ใช่แนวอารมณ์แม่บ้าน... Skip ผ่านไปได้เลยค่ะ



ปล.อ่อลืมบอก...ไอติมเมล่อนอร่อยดีค่ะ ^^


--------------------------------------------------


ผ่านไปรายทาง...ไม่ถึงกรุงเทพสักทีค่ะ...ขออีกร้าน ที่สุดท้ายแล้วค่ะ


"Dairy Home"





แวะกินไอติมกัน...ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ กลับบ้านได้ค่ะ 


-----------------------------------------


เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ...


ทริป 3 วัน 2 คืน ฉบับหนุ่ม-สาวออฟฟิศไม่ต้องลางาน กระชับมิตร พอโอเคนะคะ...

ไม่มีอะไรมาก..ก็จะประมาณนี้ค่ะ...รับรองได้มิตรภาพกลับไปแน่นอนค่ะ 



สุดท้ายนี้..เที่ยวให้สนุกสนาน กระชับมิตรนะคะทุกคนนนนน ^___^



---------------------------------------------




แถมค่ะแถม!!!


ขอเพิ่มสถานที่ และร้านอาหารดีดีที่นครนายกให้เป็นของแถมค่ะ


ที่แรก..."พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ สวนพุทธชยันตี 2600 ปี"









มีทำบุญตามวันเกิด และปิดทองลูกนิมิตค่ะ




หลักๆ ประมาณนี้ค่ะ...ไหว้พระ ถ่ายรูป ^^


--------------------------------------------------------


แถมอีกสักที่!!!!


Cafe ดี จังหวัดนครนายก ชื่อร้าน "Tree House"





คาเฟ่..ชิคๆ โปร่งๆ สบายๆ ชิวๆ ค่ะ

วันที่ไปตอนนั้นคนไม่เยอะมาก..บรรากาศดี ถ่ายรูปสวยค่ะ ^^




























ดูเมนูไปพรางๆ ก่อนนะคะ...ไปถึงจะได้สั่งเลยไม่ต้องคิดนาน

ร้านนี้สั่งของที่เคาเตอร์ แล้วจ่ายเงินตรงนั้นเลยค่ะ...เดี๋ยวพนักงานก็มาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ




น้ำผึ้งมะนาวโซดาราคา 65 บาท

รสชาติแก้วนี้ยังไม่พีคค่ะ..เฉยๆ





คาปูชิโน่ร้อนราคา 50 บาท พี่ที่ไปด้วยกัน...บอกเฉยๆ ค่ะ




โอริโอมิลค์เชค ราคา 95 บาท

เฉยๆ พอได้ค่ะ



สตรอเบอรีมิลค์เชค ราคา 95 บาท

ก็ธรรมดาพอได้ค่ะ



ช็อคบราวนีมิลค์เชค ราคา 95 บาท

พอได้ค่ะ




วนิลาคาราเมลมิลค์เชค ราคา 95 บาท

หอมคาราเมลหน่อยๆ 







วาฟเฟิลไอศกรีม 129 บาท...อันนี้รสชาติดีค่ะ

ใช้ได้เลย






สตรอเบอรี บิงซู ราคา 129 บาท

เค้าจะเสิร์ฟพร้อมสตรอเบอรีซอส และนมข้น...อร่อยใช้ได้ค่ะ




และสุดท้ายไอศกรีมรสชาไทย..อร่อยพอดีค่ะ...ไม่หวานมาก

ลูกนี้แถมค่ะ...อัพ IG เค้าก็แจกฟรี่ค่า


--------------------------------------------------------

โดยภาพรวมแล้วโอเคนะคะ..ราคากลางๆ บรรยากาศชิวๆ ค่ะ






ท้ายสุดๆ แล้ว....ไปก่อนแล้วค่า...ไว้ทำที่เที่ยวอื่นๆ อีก 


แล้วพบกันใหม่ ^^



. . . . . . . . .



. . . . . . 



. . .


.



- o i l i i e -















































































 

Create Date : 27 มิถุนายน 2560    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 11:20:00 น.
Counter : 1470 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

หนึ่งวัน ณ ฉะเชิงเทรา















หนึ่งวัน ณ ฉะเชิงเทรา





ทริปนี้...รับรองค่ะ....เป็นหนึ่งวันที่คุ้มค่ามาก 

ไม่น่าเชื่อว่าในหนึ่งวันเราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างมากมายจริงๆ ที่ฉะเชิงเทรา

เริ่มกันเลยค่ะ...ทริปนี้ตื่นเช้ากันสักหน่อยนะคะ


.......................................



08.30 น. สตาร์ทออกจากบ้านกันเลยนะคะ


09.30 น. แวะเติมพลังกันหน่อย...ถึงจะมาฉะเชิงเทรา เราก็ชิคได้ค่ะ




ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Rest & Roll เป็นร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ในปั๊มเอสโซ่ริมถนนฉะเชิงเทรา - บางปะกง

















เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งสัก 10 โต๊ะเห็นจะได้ค่ะ...

บรรยากาศไม่เหมือนอยู่ในปั๊มเลยค่ะ...เหมือนอยู่คาเฟ่ในเอกมัยย่อมๆ ได้เลย




อันนี้เป็นเคาเตอร์สำหรับสั่งเมนูต่างๆ ค่ะ (สั่งอาหาร คิดเงินจบที่เคาเตอร์นี้เลยนะคะ)





แก้วแรก...คาราเมลมัคคิอาโตร้อน

ราคา 60 บาทค่ะ

อันนี้พี่ที่ไปด้วยกันชิม...พี่เค้าว่ากาแฟรสชาติดี หอมใช้ได้เลยค่ะ





มีมุมให้เติมความหวานเล็กๆ น้อยๆ มุ้งมิ้งๆ ด้วยค่ะ






แก้วที่ 2 ตามมาติดๆ 

แก้วนี้เป็นชาไทยเย็นหวานน้อย ราคาแก้วละ 60 บาท

รสชาติดีใช้ได้เลยค่ะ




และแก้วนี้ชาเขียวมัทฉะเย็นหวานน้อย ราคาแก้วละ 65 บาท

รสชาติดีค่า...ร้านนี้ใครไม่กินกาแฟก็สั่งเป็นชา เป็นโกโก้ก็ได้นะคะ




แก้วนี้คาราเมลมัคคิอาโต้เย็นค่ะ...หวานน้อยเช่นกัน

ราคาแก้วละ 70 บาท  จัดว่าดีใช้ได้เลยค่ะ




สั่งพวกเบเกอรีเพิ่มอีกนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ




ชิ้นแรกโดนัท ราคาชิ้นละ 28 บาทค่ะ

ถามว่าอร่อยมั้ย...ส่วนตัวคิดว่าธรรมดา แต่ไม่ขี้เหร่นะคะ...ถ้าอุ่นร้อนๆ หน่อย คิดว่าน่าจะดีเลยค่ะ





ชิ้นต่อมา ครัวซองเนยค่ะ...ราคาชิ้นละ 35 บาท

รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง...ชิ้นนี้ก็ขอตอบว่าไม่ได้ปลื้มปริ่ม Recommend ว่าต้องสั่ง แต่ก็ไม่ขี้เหร่ค่ะ พอทานได้ค่ะ


.........................


เติมพลังกันพอสมควรแล้ว 

สถานีต่อไปวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธรที่เราเรียกกันจนติดปาก





วันนี้แดดค่อนข้างดีมากค่ะ...จัดว่าร้อนเลยหละ...ถ่ายรูปสวยงาม ^^

"หลวงพ่อพุทธโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทราเป็นพระพุทธรูป ปูนปั้นปางสมาธิ 

ปัจจุบันมีผู้คนมานมัสการปิดทอง หลวงพ่อพุทธโสธรจำนวนมาก

ผู้คนส่วนมากอย่างที่รู้ๆ กันก็น่าจะมาขอโชค ขอเลขเด็ดกันซะส่วนใหญ่

ไม่ก็ขอเรื่องหน้าที่การงาน ร่ำรวยเงินทอง (ประมาณนี้)

.................

แต่ที่นี่เท่าที่อ่านมาเบื้องต้นคือไม่ควรจะขอเรื่อง บุคร กับ เกณฑ์ทหารนะคะ
(ถ้าขอลูกรู้สึกเด็กจะไม่ครบ 32 แต่ถ้าขอไม่ให้จับได้ทหาร...คุณจะได้เป็นทหารแน่ๆ ค่ะ)
(อันนี้อ่านจากเวปอื่นมาบอกอีกที ^^')


"อ่อ..ลืมบอกค่ะว่าเวลาแก้บนให้ไปแก้ที่อุโบสถหลังเก่านะคะ"

เนื่องจากอุโบสถหลังใหม่ไม่อนุญาตให้จุดธูปเทียนด้านในอุโบสถได้ แต่อนุญาตให้ประชาชนได้เข้าไปกราบไหว้ได้








ส่วนในภาพที่เห็นด้านบนนี้เป็นบรรยากาศของอุโบสถหลังใหม่ค่ะ...

ซึ่งจะประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จริงไว้








ส่วนอันนี้จะเป็นอุโบสถหลังเก่าค่ะ

สารภาพว่าลืมถ่ายรูปด้านหน้ามาค่ะ ><"

ด้านหน้าของอุโบสถหลังเก่านี้จะมีการรำถวายแก้บน และมีไข่มาวางแก้บนไว้จำนวนมากค่ะ


...............................................



12.30 น. เวลานี้ก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วค่ะ ^__^

ร้านที่จะพาไปนี้ชื่อร้าน "Sweet Loft Cafe & Bistro" 

อยู่ไม่ไกลจากวัดหลวงพ่อโสธรเท่าไหร่ค่ะ (ไม่เกิน 10 นาที)



แนะนำสุดๆ ค่ะร้านนี้...ถ้ามาที่นี่ ก็ลองแวะมาทานนะคะ...เป็นร้านที่รสชาติอาหารใช้ได้ 

บรรยากาศร้านดี และหน้าตาอาหารค่อนข้างดีงาม

และที่สำคัญราคายังสมเหตุสมผล กินอิ่มเดินออกจากร้านอย่างอิ่มเอม



... แต่แอบมีบอกเอาไว้ให้ทราบนิดหน่อยก่อนไปร้านค่ะ...

คือ.......อาหารแต่ละเมนูอาจจะใช้เวลาทำนานสักนิดค่ะ....
















บรรยากาศภายในร้านก็จะประมาณนี้ค่ะ

เล็กๆ น่ารัก อบอุ่น กันเอง










ดูเมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่มกันไปพรางๆ ก่อนนะคะ

อ่อ..ลืมบอก...ร้านนี้มี Wifi ฟรีด้วยค่ะ





ระหว่างรอ...แอบนาน...ถ่ายรูปอะไรได้ก็ถ่ายหมดค่ะ

ขวดซอสยังถ่ายเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ




เมนูแรกก็มาค่ะ...สเต็กปลาทอด

จานนี้ราคา 129 บาทเท่านั้นค่ะ!!

เนื้อปลานี่..บะเริ่มบะเทิ่มเต็มจานค่ะ (ทุกเมนู ยิ่งใหญ่หมดเลยค่ะ)

รสชาติดีอรอ่ยใช้ได้เลยค่ะ ^^




อันนี้ไม่แน่ใจว่าสเต็กปลากระพงย่างราดซอสเนย หรือสเต็กปลาดอลลี่ย่างราดซอสเนย

ถ้าเป็นปลากระพงก็ราคา 169 บาท ถ้าปลาดอลลีก็ราคา  149 บาทค่า



เมนูนี้อร่อยที่สุดค่ะ...สเต็กหมูย่างจิ้มแจ่ว/ข้าวเหนียว

ราคาจานนี้ 139 บาทค่ะ...อันนี้น้องบอกหมู และข้าวเหนียวนุ่มมากค่ะ...น้องกินเกลี้ยงไม่เหลือสักนิดเลยค่ะ 




จานนี้คาโบนารากุ้ง...

ราคาจานละ 139 บาท

ตอนได้มาดูเหมือนน้อย...แต่จานมันเป็นหลุมลึกมากค่ะ...

กินหมดนี่จุกได้เลย!!




และจานต่อมาคือ...สเต็กหมูสันในพันเบคอนซอสพริกไทยดำ

จานนี้ราคา 159 บาท

เพื่อนบอกว่าจานนี้อาจจะเหนียวนิดหน่อย แต่รสชาติใช้ได้ค่ะ...

ใครอยากกินหมูนุ่มๆ แนะนำเป็นสเต็กหมูย่างจิ้มแจ่วจะดีกว่าค่ะ




และนี่...เห็นเป็น Signature ของทางร้าน สเต็กไก่ยัดไส้ผักโขม

ราคาจานละ 169 บาท...ถามว่าอร่อยมั้ย?...

ต้องตอบว่าถ้าคนที่ชอบไก่แบบสะโพก หรือน่อง แบบ Juicy เนื้อฉ่ำๆ อาจจะยังไม่โดน


แต่ถ้าใครที่แบบชอบพวกอกไก่ เราว่ามันดีเลยหละค่ะ!!

จะบอกว่าจานนี้ใครกินหมดจานนี่เก่งมาก...คือใหญ่มาก!! จุกไปสามบ้านแปดบ้าน





ขอถ่ายจากมุมนี้บ้างค่ะ ^^

สำหรับร้านนี้...ทีแรกเราว่าจะกินของหวานกันเพิ่ม 

แต่แบบ...เจอปริมาณอาหารแต่ละจานเข้าไป...จอดสนิทค่ะ...จุกไปถึงลิ้นปี่....

หนังท้องตึง...หนังตาอย่าเพิ่งหย่อนนะคะ...ไปต่อค่าาาาา


..................................................










สถานีต่อไป วัดสมานรัตนารามค่ะ

และนี่ก็เป็นบรรยากาศข้างทางก่อนไปวัด





จอดรถปุ๊บ สิ่งแรกที่เจอเลย คือน้องควายค่ะ...เรียงรายกันเป็นแถวเต๊มมมมเลย

ใครมีจิตศรัทธาหยอดกระปุกให้อาหารน้องกับมือได้นะคะ
(ถ้าจำไม่ผิด...ไถ่ชีวิตโคกระบือด้วยค่ะ)








อันนี้เป็นบรรยากาศข้างทางเดินก่อนเดินเข้าไปด้านในค่ะ




จุดแรกที่เจอเลยคือ....พระราหูที่เค้าว่าองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยค่ะ




สังเกตง่ายๆ ทางเดินเข้าจะเห็นช้างสามเศียรก่อนเข้าไปค่ะ




สำหรับไหว้ค่ะ...ปีนี้ใครที่เป็นปีชง ก็มาไหว้ได้นะคะ










นอกจากพระราหูแล้วก็มีไหว้พระแก้ปีชงข้างๆ กันด้วยค่ะ







บรรยากาศด้านหน้าก็จะประมาณนี้






อ่านเป็นความรู้ค่ะ...เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

เราว่าชงไม่ชง อยู่ที่ตัวเราค่ะ...ต้องมีสติรู้ตลอดเวลา ทำอะไรอย่าประมาท




ตามภาพคือ พระพุทธอโรคะ - ปางห้ามโรคภัยค่ะ



ด้านในบรรยากาศก็จะประมาณนี้ค่ะ

ไหว้กันเสร็จแล้ว เดินต่ออีกสักหน่อยค่ะ




วันนี้อากาศร้อนนมากค่ะ...ก่อนเข้าไปยังองค์พระพิฆเนตร แวะซื้อน้ำอ้อยข้างๆ ค่ะ

...ร้านนี้อร่อยชื่นใจค่ะ..ไม่หวานมาก รสชาติกำลังดี




และแล้วก็ถึงที่หมายค่ะ...องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ผู้คนมักจะมาขอพรกันอย่างมากมาย...เห็นว่าขอแล้วสมหวังกันเยอะอยู่ค่ะ

เป็นปางที่ประทานความมีกินมีใช้ เงินทองไม่ขาดมือ สุขสบาย อิ่มหนำสำราญ ไม่มีเรื่องให้วุ่นวายใจ

 รอบฐานจะมีปางต่างๆ ให้ชมอีกถึง 32 ปาง







ด้านหน้าฐานพระพิฆเนศ จะเห็นปูนปั้นรูปหนูอยู่สองตัว ที่ยืนคนทำมือป้องหูไว้ 

ตามประวัติเค้าเล่าว่าพระพิฆเนศมีหนูเป็นบริวาร และความเชื่อของผู้ที่เคารพและสักการะขอพร

เชื่อว่าถ้าอยากขอพรสิ่งใดให้สมหวัง ให้ไปกระซิบที่หูหนู แล้วเจ้าหนูบริวารนี้จะนำความไปบอกท่านพระพิฆเนศ 

ให้ประทานสิ่งที่ต้องการ และต้องติดสินบนหนูด้วย โดยการทำบุญใส่ตู้ที่วางไว้ด้านหน้า

อะไรประมาณนี้ค่ะ






เดินมาอีกหน่อยก็จะเจอ พระพิฆเนศปางปาฏิหาริย์ 108 กร 

เป็นปางที่ขอสิ่งใดสำเร็จรวดเร็วทันใจดังปาฎิหาริย์






มองมาอีกฝัั่งก็จะเจอซุ้มพญานาคาค่ะ




หันมาอีกหน่อย...เอ๊า!! โดเรมอนก็มา!!!!




หล่อเทียนค่ะ







ถัดมาก็กบหยกเขียวพันปี กับพญานาคราชแก้วสารพัดนึก
(ถึงจุดนี้...อย่าด่าเรานะ..แอบคิดในใจ..ไหว้ไม่ถูกแล้วค่ะ มันเยอะแยะไปหมด)





มองออกไปก็จะเจอ จุดเทียนดอกบัวนพเคราะห์

ถึงจุดนี้เดอะแกงค์ยืนไหว้อยู่ข้างนอกห่างๆ แล้วค่ะ...อย่างที่บอกเยอะจริงๆ 

จากจุดนี้ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันแล้วค่ะว่า...วันนี้ตรงนี้พอก่อนเถอะ!!

ไหว้ไม่ไหวกันแล้ว (ปกติแกงค์เราแทบไม่เข้าวัดเข้าวาเลยค่ะ...นับครั้งได้ มีแค่พรรคหลังๆ มานี่เอง) 

.....................................


ที่วัดสมานฯ นี้ไม่ได้มีแค่นี้นะคะ อีกฝั่งนึงยังมี พระโพธิสัตว์กวนอิมปรางประทานบุตร

องค์ท้าวมหาพรมหมใหญ่ที่สุดในโลก ฯลฯ อีกมากมาย

แต่แกงค์เราคือขอพักที่วัดนี้แค่ตรงนี้ก่อนค่ะ









ขับรถออกมาเจอบรรยากาศริมสองข้างทางแบบนี้ค่อยสดชื่นหน่อย

สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันค่ะ




คุ้มวิมานดินค่ะ...มาหาอะไรเป็นที่ระลึกติดไม้ติดมือก่อนกลับบ้านกันสักหน่อย




บรรยากาศด้านในจะประมาณนี้ค่ะ




เดอะแกงค์ค่ะ...แต่งตัวกันคนละทิศละทาง คนละแนว คนละตีม ต่างที่มามากๆ 5555+




เสียค่าเข้าหน่อยนะคะ 30 บาท




น้องขายตั๋วค่ะ...น่าตาน่ารัก...และที่พีคมากคือ...

น้องปั้นดินเก่งมากค่ะ!!! อิป้าๆ ที่ไปนี่ไม่ได้เรื่องสักคน ฮ่า ๆ ๆ ๆ




ได้ตั๋วมาแล้วค่ะ














เดินผ่านประตูเข้ามาก็จะเจอบรรยากาศประมาณนี้ค่ะ

จุดนี้มีขายของฝากค่ะ...ถ้าเราจะปั้นดินจำไม่ได้ว่าต้องเสียเงินเพิ่มที่ตรงนี้รึเปล่านะคะ...ลืมจริงๆ ขออภัย






เดินเข้ามาด้านใน..บริเวณที่นั่งปั้นจะมองเห็นวิวประมาณนี้ค่ะ




ที่สำหรับนั่งปั้นค่ะ








บรรยากาศบริเวณที่นั่งปั้นค่ะ






นี่เป็นอุปกรณ์สำหรับปั้นค่ะ...


โปรดอย่าถามค่ะ ว่าปั้นยังไง...อุปกรณ์ตรงหน้านี้ใช้ยังไง

จะบอกว่า เดอะแกงค์เราก็แอบเคืองค่ะ...ก็เข้าใจว่าไปเวลานี้ก็บ่ายคล้อยแล้ว 

พนักงานก็อาจจะเหนื่อยล้า...จากลูกค้าเยอะแยะ



แต่ก็นะ..แนะนำกันบ้าง อะไรคืออะไร ใช้ยังไง...ไม่ใช่มาถึงก็มาโยนกองๆ ตรงหน้า

อิเดอะแกงค์ก็มองตากันปริบๆ มันปั้นอะไรยังไงหละ..



พอหันไปถาม "พี่คะอันนี้เอาไว้ทำอะไร แล้วอันนี้ใช้สำหรับอะไร? "


เอ๊า!! พนักงานก็ตอบส่งเดชปนรำคาญแบบ..(ขอโทษนะคะแอบใส่คำหยาบติ๊ดนึง)

อารมณ์แบบ..แค่นี้_ึงไม่รู้หรอ (คือรับรู้ได้ถึงอารมณ์ประมาณนี้ค่ะ -*-)


อิเดอะแกงค์ก็แอบนอยด์ค่ะ...แม่ม...งั้นใครจะทำอะไรก็ทำแม่งเลยละกัน มั่วๆไปเลย!!!




ปั้นกัน 5-6 คน ได้มาเท่าที่เห็นในภาพนี่แหละค่ะ ที่พอดูได้

...คือไม่รู้จะขึ้นรูปเริ่มปั้นยังไงจริงๆ ไม่มีใครแนะใครนำเลย

ผ่านไปสักพัก...น้องที่ขายตั๋วให้เรานี่แหละค่ะ...เดินมาแนะนำ เห็นอิกลุ่มนี้นั่งเหงื่อหยดงกๆ เงิ่นๆ 
(คงแอบสงสารปนสมเพช 55+)


น้องก็เลยเดินมาช่วยแนะนำ...พี่คะใช้น้ำประสาน (หมายถึงน้ำดินๆ ในถ้วย) มากเกินไป 

เวลาเผามันจะแตกนะคะ...เวลาปั้น ถ้าปั้นตันๆ แบบนี้ไม่ได้ค่ะ ต้องแบบนี้นะคะ...บลาๆๆๆ


ค่ะ!!!!!!


มันไม่ทันแล้วค่ะ...ปั้นกันจนเล็บดำ จนจะเฟี้ยงเททิ้งลงน้ำหมดละค่ะ...ได้กันมาเท่าที่เห็น ขำๆ กันไป




กระถางที่ได้มาล่าสุดหลังน้องมาแนะนำค่ะ..ดูเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาหน่อย...

น้องน่ารักมากค่ะ...(อันนี้ชมจริงๆ อัธยาศัยดี พยายามแก้งานให้ ช่วยหลายอย่างเลย)


สุดท้ายนี้...ถ้าไม่ได้น้องเค้ามาช่วย..แกงค์อิป้านี่คงได้เศษดินก้อนกลมๆ 

กลับบ้านกันแค่คนละก้อนหละค่ะ!!! ฮ่า ๆ ๆ 



.............................................



หมดแล้วค่ะ One Day Trips @ฉะเชิงเทรา


หวังว่าบล๊อคนี้คงจะพอช่วยได้นะคะ..สำหรับใครที่ต้องการไปเที่ยวทริประยะสั้นไปเช้า-เย็นกลับ




วันนี้ไปก่อนค่ะ...เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะคะ ^^




..............................................


.........................


.......



..




.




- o i l i i e -
































 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 11:47:12 น.
Counter : 722 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


BlogGang Popular Award#13


 
Oiliie PlastX
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




- o i l i i e -

+ ชอบรีวิวร้านอาหาร (ทั้งคาวหวาน..ถ้าไปได้เราไปหมด)

+ ถ้าว่างๆ ชอบทำอาหารกินเอง

+ แล้วถ้าว่างมากๆ อีกชอบไปเที่ยวค่ะ
(เที่ยวไปเรื่อยตั้งแต่ใกล้ยันไกลๆ ตามงบประมาณช่วงนั้น)

+ ชอบหารีวิวร้านอาหาร..ร้านโน้น ร้านนี้ ไปเรื่อย
(ร้านไหนอร่อย ร้านไหนดี ร้านไหนสวย อินี่ไปหมด)

--- แต่ไม่เคยนึกลองอยากเขียนรีวิวเองสักที ---

+ อันนี้มีคนแนะนำ...บอกแกๆ ทำรีวิวเถอะ เลยอยากลองทำดู

มือใหม่ค่ะ ดีไม่ดียังไงรบกวนเม้นติ เม้นชมได้ค่ะ จะได้เอาไปปรับปรุง ^__^
Friends' blogs
[Add Oiliie PlastX's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.