Group Blog
 
All Blogs
 

A Werewolf boy : อิ่มเอมและเจ็บสุดหัวใจ









ปฏิเสธไม่ได้ว่า Descendants of the sun เป็นจุดเริ่มต้นของการสถาปนาตัวเองเป็นติ่ง Song Joong Gi อย่างเต็มตัว และก็ไม่ปฏิเสธว่า การเป็นติ่งนั้น เริ่มมาจากความหลงใหลในหน้าตาของนักแสดง แต่จริงแค่ 50% นะ เพราะเหตุผลหลักที่เริ่มเปิดใจยอมรับความเกาหลีคือ การดำเนินเรื่องและแก่นของเรื่องที่ได้รับจากซีรีย์มากกว่า จุงกิสำหรับเรา เรารู้สึกว่า การแสดงของเขา ไม่เหมือนการแสดง (สำหรับเรื่อง DOTS อะนะ) รู้สึกว่าเขาเก่งที่สามารถสุขุม มั่นคงจริงจัง และตลก ขี้เล่นได้ในนาทีเดียว 


จบจาก DOTS เรากลับไปย้อนดูการแสดงของจุงกิเรื่อง Innocent Man มีอยู่ฉากนึงที่คังมารูยืนพิงผนัง แล้วมองและยิ้มให้นางเอก อีกไม่กี่วิถัดมาสายตาคู่นั่นเปลี่ยนเป็นสายตาอาฆาตแบบดูเลือดเย็นอ่ะ เรารู้สึกว่า เฮ้ยยย นักแสดงคนนี้ เจ๋งจัง ไม่ได้แค่หล่ออย่างเดียวแล้วล่ะ (แต่ด้วยบทแล้ว สุดท้ายเรายังดู Innocent Man ไม่จบนะ มันยืดเยื้อและดราม่าเกินไป)


สำหรับ A Werewolf boy เพิ่งดูจบเมื่อคืน ดังนั้นการเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เวลานี้นี่แหละที่เหมาะที่สุดแล้ว เพราะว่าอารมณ์มันยังคุกรุ่นอยู่ในใจ


เรื่องราวเริ่มต้น ของ Suni เด็กสาวที่มีปัญหาสุขภาพเรื่องระบบทางเดินหายใจ ครอบครัวจึงได้ย้ายบ้านมาอยู่นอกเขตเมือง บ้านที่มาอยู่นั้นก็เป็นบ้านของพ่อเลี้ยง ที่มีลูกติดเป็นผู้ชายเพลย์บอยที่ต้องการได้นางเอกมาเป็นแฟน Suni กำลังเรียนแบบ Home school เป็นเด็กเงียบๆ เก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ดูอมทุกข์ตลอดเวลา  วันนึงโชคชะตาทำให้เธอกับแม่ ได้มาเจอตัวอะไรสักอย่างนั่งคุดคู้อยู่ข้างโกดัง มันต้ม คือสิ่งที่มันต้องการ แม่ของเธอไม่ได้ทำร้ายมัน แต่โยนมันต้มให้มัน มันมีกลิ่นเหม็นสาป เนื้อตัวสกปรก เสื้อผ้าขาดวิ่น ดูหวาดระแวงและหิวโหย แม่ของเธอพามันไปส่งตำรวจ แต่ไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ แต่ก็พยายามจะหาที่อยู่ใหม่ให้กับมัน แต่ในระหว่างที่รอที่อยู่ใหม่นั้น มันต้องอยู่ร่วมกับครอบครัวเธอไปก่อน เธอไม่ชอบมันตั้งแต่แรกเห็น แม้เธอไม่ได้ทำร้ายมัน แต่เธอไล่มันไปในครั้งแรกที่พบ และบอกไม่ให้แม่เข้าไปยุ่งกับมัน เธอไม่ยอมร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัว เพราะมีมันร่วมโต๊ะอยู่ด้วย มันมูมมาม ตะกละ น่าขยะแขยงแม้ว่าแม่ของเธอจะอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณให้มันสักกี่รอบ มันก็ยังคงน่ารังเกียจ (สำหรับเธออยู่ดี) 


วันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังหาหนังสือเรียนของเธอในลังหนังสือสูงสามชั้น มันเดินย่องเข้ามา ใกล้เข้าไปเรื่อยๆจนเธอร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่นบ้าน ใครๆคงคิดว่ามันคงทำตามสัญชาตญาณสัตว์ร้าย เข้ามาทำร้าย มันเพียงแค่เข้ามาช่วยเธอยกลังหนังสือต่างหาก และดูเหมือนพละกำลังของมันจะมากมายเหลือล้น ลังหนักๆสองลังมันถือได้อย่างสบายๆ และวันเดียวกันนั้นลูกพ่อเลี้ยงของเธอเข้ามาระราน ก็ได้มันที่คอยขู่คำรามไล่ผู้ชายคนนั้นให้ออกไป แม่เธอเรียกมันว่า Cheol-Su ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นชื่อที่พ่อของเธอที่เตรียมไว้หากมีลูกชาย มันอยู่ในร่างกายมนุษย์ แต่มันพูดไม่ได้ เอาแต่นั่งนิ่งๆ เหมือนเด็กไร้เดียงสา คอยมองตามคนในบ้าน พยายามเลียนแบบการเขียนหนังสือของเธอ และยังคงเนื้อตัวเหม็นแม้จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้แล้วก็ตาม  ในบรรดาหนังสือที่เธอกำลังค้นหาอยู่นั้น มีตำราการฝึกสุนัขรวมอยู่ด้วย หรือว่าจะได้ผล ถ้าเอามาฝึกมัน อย่างน้อยเธอก็จะได้อยู่ร่วมกับมันอย่างสันติ 


“รอ” คำสั่งแรกที่เธอพยายามสอนมัน เธอใช้มันต้มเป็นสื่อการสอน แม้ในครั้งแรกมันจะวิ่งจู่โจมเข้ามาแย่งหัวมันไปจากเธอแล้วกินอย่างมูมมาม แต่หลังจากมันกัดเธอเลือดออกเพื่อแย่งหัวมัน อีกครั้งเมื่อเธอสั่งให้รอ มันก็ทำสำเร็จ เธอชมมันด้วยการลูบหัวเบาๆ และจากนั้นเธอจึงสามารถร่วมโต๊ะอาการกับมันได้ เพราะคำสั่งคำนั้น คำว่า “รอ” 


มันเริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันจากเธอ ไม่ว่าจะแปรงฟัน พับที่นอน ผูกเชือกรองเท้า ใช้ตะเกียบแทนมือ ฝึกเขียนหนังสือลงในสมุด มันช่างแสนรู้ และรางวัลแห่งความแสนรู้ของมันคือมือของเธอที่ลูบหัวมันเบาๆ 











ครั้งที่มันออกไปพบโลกภายนอก โลกที่ต้องอยู่ร่วมกับสังคม มันช่วยปกป้องครอบครัวของเธอไว้ หลังจากคานเหล็กตกลงมาจากไซท์ก่อสร้างตกลงมาโดยมีตัวเธอและน้องยืนอยู่ใต้รัศมีคานเหล็กนั้น มันใช้หลังของมันรับแรงเหล็กโดยไม่ได้รับความเจ็บปวดอะไร มันเริ่มสนิทกับเธอมากขึ้น คอยตามติดรอฟังคำสั่ง มันสนใจกีต้าร์ที่มุมห้อง เธอจึงเล่นให้มันดู และร้องเพลงให้มันฟัง มันมองเธอตาไม่กระพริบ เมื่อเพลงจบมันลูบหัวเธอ มันคงอยากขอบคุณเธอ 



ความสุขของมันที่ได้อยู่กับเธอกำลังสั่นคลอน เมื่อกลางดึกคืนวันหนึ่ง ลูกชายของพ่อเลี้ยงที่อยู่ในสภาพเมามายกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับพยายามลากตัวเธอออกไปด้วย เมื่อมันเห็นเธอถูกผลักล้มลง ภาพนั้นทำให้มันไม่อาจซ่อนตัวเองในความมืดได้อีกต่อไป ความโกรธเปลี่ยนมันให้กลายเป็นปีศาจร้าย เขี้ยวอันแหลมคมและ มันกระโจมเข้าไปทำร้ายคนเลวที่ทำร้ายเธอ ก่อนที่มันจะฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้น เธอห้ามมันไว้ได้ทันด้วยคำสั่ง “รอ” มันมีท่าทีผ่อนคลายลง ร่างกายกลับไปเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดรอคำสั่งต่อไปจากเธอ มันถูกทำโทษด้วยการถูกขังในโรงเรือนข้างบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่อาละวาดอีกครั้ง แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดเธอ แต่มันก็เฝ้ามองเธอจากหน้าต่างตลอดเวลา จนกระทั่งเธอยอมใจอ่อนเข้าไปหามัน มันดีใจสุดพลัง และเมื่อสิ้นคำสั่งว่าเลิกรอได้ มันรีบวิ่งไปหยิบสมุดมาอวดที่มันวาดรูปเธอ วาดกีต้าร์ของเธอ เธอพอใจกับพัฒนาการของมันมาก เธอมีหนังสือนิทานติดมือไปหนึ่งเล่ม เธอบอกมันว่านี่เป็นหนังสือที่พ่อซื้อให้ แต่เธอไม่เคยได้อ่านมันสักที และเธอก็จะไม่อ่านมันด้วย เพราะเธออยากให้มันเรียนรู้ที่จะอ่าน และพูดคุย มันจะได้อ่านนิทานให้เธอฟังได้ เธอพูดถึงฤดูหนาว เมื่อหิมะตก มันและเธอจะช่วยกันปั้นตุ๊กตาหิมะ เธอเกี่ยวก้อยสัญญากับมัน และเธอยังถามมันอีกด้วยว่า มันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปได้หรือไม่ เธอสั่งให้มันตอบว่าได้ มันจึงตอบว่า “ได้” (มันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป) 


ความสุขสั้นๆ ของมันหมดลงนับจากนั้น เพราะหลังคำสัญญา มันและเธอวิ่งแข่งกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้อาการป่วยของเธอกำเริบ เธอล้มลง มันทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อุ้มเธอกลับไปบ้านแต่ไม่เจอใคร ไปบ้านเพื่อนบ้านก็ไม่เจอใคร มันไม่มีที่ไป มันรู้เพียงว่ามันต้องปกป้องเธอ มันวิ่งพาเธอเข้าไปหลบในป่า ครอบครัวของเธอตามหาจบพบ และวันเดียวกันนี้ ความจริงเกี่ยวกับตัวมันก็เริ่มปรากฎขึ้น จากการขุดคุ้ยของลูกพ่อเลี้ยง มันคือมนุษย์ทดลอง มันคือหมาป่า มันจะภักดีกับเธอเฉกเช่นหมาป่ามีเพียงคู่ครองเดียว และมันคือตัวอันตราย มันถูกคุมขังล่ามโซ่เอาไว้ในโรงเรือน มีเจ้าหน้าที่เฝ้าและปิดลอคแน่นหนา และเพื่อกำจัดมันออกไปให้พ้นทาง ลูกพ่อเลี้ยงจึงใช้อุบายหลอกมัน จุดอ่อนของมันคือเธอ แล้วเขาก็ทำสำเร็จ ด้วยความจงรักภักดี เมื่อเขาบอกมันว่าเธอเกลียดมัน แต่หากมันได้กีต้าร์มาคืนเธอ เธอจะเกลียดมันน้อยลง มันรีบพังที่คุมขัง ออกไปบ้านคนเลี้ยงแพะ คนที่เขาบอกว่าเป็นคนเอากีต้าร์ของเธอไป เหตุการณ์ที่วางแผนมาอย่างดีของลูกพ่อเลี้ยง ทำให้มันตกหลุมพราง มันเพียงยกภาพวาดกีต้าร์ขึ้นมา เพียงแค่อยากหากีต้าร์เท่านั้น แต่ไม่มีใครเข้าใจมัน ลูกของพ่อเลี้ยงอาศัยจังหวะนี้ เล็งปืนไปที่มัน เธอเข้ามาขวางทางปีนไว้ และเมื่อเขาทำร้ายเธออีกครั้ง ความอดทนของมันจบสิ้นแล้ว มันกลายร่างเป็นปีศาจ กระโจนเข้าขย้ำเข้าที่คอของเขา จนเขาตายคาที่ 



มันเห็นสายตาหวาดกลัว รังเกียจ จากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มันตกใจทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ มันอุ้มเธอวิ่งเข้าไปในป่า มันตรวจดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ เธอเพียงบอกว่าถ้าไม่สนใจ แม้มันจะเป็นตัวประหลาด แล้วเธอก็หมดสติไป รุ่งเช้าทางบ้านของเธอออกมาตามหา เธอตระหนักดีว่า หากพวกเขาพบเธออยู่กับมัน มันจะต้องถูกฆ่า เธอบอกให้มันหาที่ซ่อน ห้ามตามเธอมา แต่มันไม่เข้าใจ มันยังคงติดตามเธอในทุกฝีก้าว แม้เธอจะบอกว่าเธอเกลียดมัน มันก็ยังคงเดินตามเธอ มันอยากอยู่กับเธอ เธอปัดมือมันออกจากเธอ มันก็เอาหัวของมันก้มเข้าไปหาเธอ หวังให้เธอลูบ แต่เธอก็ต้องปกป้องมันด้วยการผลักมันออกไป เธอตบหน้ามัน เธอเขวี้ยงก้อนหินใส่หน้ามัน เธอเป็นฝ่ายเสียใจ เสียใจที่มันให้มันเจ็บ เสียใจที่ต้องปกป้องมันด้วยวิธีนี้ เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ที่มันพูดออกมาได้เต็มคำ “อย่าไป” แต่เธอก็จากมันไปด้วยใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน 




นั่นคือครั้งเดียว ครั้งสุดท้าย ที่มันได้เห็นเธอ เธอเองก็เช่นกัน นับจากนี้เธอก็ไม่สามารถอยู่บ้านหลังเดิมได้อีก ก่อนเธอจากบ้านหลังนั้นไป เธอเขียนอะไรบอกอยู่างลงในกระดาษแล้วทิ้งข้อความไว้ในโรงเรือนแห่งนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 40 ปี เธอกลับมาบ้านหลังนี้อีกครั้ง เพื่อมาจัดการเรื่องการซื้อขายบ้าน บ้านที่เธอเจอมัน บ้านที่เธอสอนมัน เธอกลับมาในวัยชรา ผมหงอกเต็มหัว พร้อมกับหลานสาวของเธอ และด้วยภาพความหลังมันยังชัดแจ้งในใน ภาพเหล่านั้นจึงพาเธอไปยังโรงเรือนข้างบ้าน เมื่อเธอเปิดประตู เธอพบกับสวนดอกไม้ในร่มที่สวยงาม ด้านในสุดที่ที่เคบเป็นที่คุมขังมันมีแสงสว่างอยู่ในนั้น และเมื่อเธอเปิดประตู เธอจึงได้เห็นมัน ผู้จงรักภักดี มันมอบกระดาษนั่นคืนเธอ กระดาษที่เธอเป็นผู้เขียนทิ้งไว้ "รอ แล้วฉันจะกลับมา" มันส่งกีต้าร์ให้กับเธอ กีต้าร์ที่จะทำให้เธอเกลียดมันน้อยลงอย่างที่เขาว่า มันทำความดี มันเป็นเด็กดีที่รอคอยเธอ มันขอเพียงก้มหัวเข้าไปหาเธอ เพื่อให้มือของเธอลูบหัวชื่นชมมัน แม้เธอจะโทษตัวเองที่ทำให้มันรออย่างเดียวดาย รอเธอนานแสนนาน นานจนตอนนี้เธอกลายเป็นหญิงชราไปแล้ว แต่มันกลับบอกว่า เธอยังคงเหมือนเดิม สัมผัสของเธอ ดวงตาของเธอ มันคิดถึงเธอเหลือเกิน




เมื่อเธอกลับมาตามสัญญาที่ให้ไว้กับมัน ก็ถึงคราวที่มันทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอ นิทานเล่มนั้นที่มันสัญญา บัดนี้มันกำลังอ่านให้เธอฟัง เธอที่นอนอยู่บนเตียงที่มันรอคอยเธอมานานแสนนานนั้นจนหลับไป รุ่งเช้าเธอลืมตาขึ้นมาพบเพียงห้องว่างเปล่า ภาพวาดดินสอแตะตามผนัง เธอไม่แน่ใจนักว่าเรื่องเมือคืนนั้นเป็นความฝันหรือเรื่องจริง แต่เมื่อเธอได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าที่ติดต่อมา เธอก็มีคำตอบของเธอเอง "ฉันไม่ขาย" รถที่แล่นออกจากถนนยาวสุดลูกหูลูกตา บทเพลงที่เธอเคยเล่นกีต้าร์ให้มันฟังดังแว่วอยู่พร้อมกับสายตาของมันที่มองเธอจากมันไปอีกครั้งหนึ่ง ท้ายที่สุด มีเพียงมัน ที่กำลังปั้นตุ๊กตาน้ำแข็งอย่างเดียวดาย



หลังจากดูจบ สำหรับเรานี่คือรู้สึกแย่มากอ่ะ ไม่ได้กับตัวหนังนะ หนังทำดีเลยล่ะ ช่วงที่โชซูเรียนรู้จากนางช่วงนี้อิ่มเอมหัวใจจริงๆ แต่ช่วงจบเรื่อง เรารุ้สึกแย่กับนางเอกมาก รู้สึกสงสารโซชูสุดหัวใจ ความจงรักภักดีของมันไม่มีใครเห็นค่าเลย คือตอนจบของเรื่องมันเกือบจะออกมา Happy Ending แล้ว แต่สุดท้ายก็ทำแบบลานเลือง นางเอกไม่แน่ใจว่านั่นใช่ฝันหรือเปล่า แต่สำหรับโชซูมันคือความจริงไง มันยังรอ มันยังมั่นคงในคำสัญญา มันยังจงรักภัคดีอ่ะ แล้วสายตามันมองตามรถนางเอกนี่คือ จะจากฉันไปจริงๆเหรอ ไม่ได้กลับมาแล้วอยู่กับฉันตลอดไปเหมือนที่เราสัญญากันเหรอ หิมะตกแล้วนะ ไม่เล่นปั้น Snowman ด้วยกันเหรอ ฉันยังรอเธออยู่ตรงนี้นะ 


จุดนี้ต้องชมจุงกิจริงๆ อันนี้คือชมแบบไม่ติ่งเลย ทั้งเรื่องมีบทพูดอยู่ 2 ครั้ง ที่เหลือเป็นการแสดงท่าทาง สีหน้าและแววตาล้วนๆ ทำออกมาได้ดีมาก เป็นคนที่แสดงเป็นหมาได้เนียนจริงๆ แววตาบ้องแบ๊ว หน้าตาขี้อ้อน เหมือนหมามองเจ้าของจริงๆ ฉากที่จากนางเอกนี่คือเว้าวอนมาก ปากพูดว่าอย่าไปแต่ดวงตาพูดออกมาเยอะกว่านั้น เหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งจริงๆ ตอนจบเจอเจ้าของอีกครั้ง จุงกิใช้สายตาและท่าทางดูมีความหวังให้นางเอกเข้ามาหาจริงๆ สายตาและท่าทางอย่งนั้นมันบอกว่าอย่าเกลียดฉันเลย ฉันเอากีต้าร์มาคืนแล้วนะ ฉากนี้นี่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากเลยนะ ยังดีใจว่าดีจังจบดี แต่สุดท้ายกว่า คือแล้วบทมันดันบอกให้เธอก็จากไป แววตาจุงกิแบบ สับสน มีคำถาม เห็นหน้าจุงกิฉากนี้เราจุกอกชะมัด เสียใจอ่ะ เสียใจที่จบแบบนี้ น้ำตาไหลหนักมาก นั่งดูฉากเล่นหิมะจนจบน้ำตายังไม่หยุดไหล ดูจบเข้าไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำอีก หนังมันหักหลังคนดูได้จุกในใจชะมัด ยกให้เป็นหนังที่จบได้หน่วงหัวใจมาก เจ็บมาก เหมือนโดนทิ้งเสียเองยังไงอย่างนั้น 




 

Create Date : 20 เมษายน 2559    
Last Update : 21 เมษายน 2559 15:17:14 น.
Counter : 1582 Pageviews.  


Data_Unix
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add Data_Unix's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.