Group Blog
 
All Blogs
 

กินติ่มซำสุดคุ้ม ณ โรงแรมคามิโอ เฮ้าส์ ศรีราชา ชลบุรี

สวัสดีค่ะ

วันหยุด(ที่นานๆจะมาถึงสักที) อยากพักผ่อนด้วยการทานอาหารที่ถูกปาก นัดกันกับสามีว่าเดี๋ยวเราจะไปกินติ่มซำกันตอนเย็น แต่ปรากฎว่าความจริงกว่าจะได้ไปก็ทุ่มกว่า เนื่องจากคุณภรรยายังไม่ตื่น!!!


ร้านที่เราจะไปกินและมารีวิวให้ดูในวันนี้ คือห้องอาหาร Tapestry @ Kamio House Sriracha ซึ่งอาหารส่วนใหญ่เท่าที่ดูเมนูจะเป็นอาหารจีนและติ่มซำค่ะ มีอาหารญี่ปุ่นแซมๆมาเล็กน้อย เพราะโรงแรมนี้ เป็น Service apartment ที่เปิดให้คนเข้าพัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มผู้บริหารชาวญี่ปุ่นนั่นเอง

เนื่องจากเรามีประสบการณ์จากการทานครั้งแรก ที่สั่งแบบไม่บันยะบันยัง ล้นโต๊ะและแพงลิ่ว ครั้งนี้เลยเลือกทานแบบเป็น Set ค่ะ โดยใน 1 Set จะประกอบด้วย
- ติ่มซำ 4 เข่งตามที่กำหนด มีให้เลือกเช่นขนมจีบหมู ปู กุ้ง ฮะเก๋า กุ้งสามสี ซาลาเปาไส้ครีม สาหร่ายห่อกุ้ง และอีกประมาณ 5 อย่างค่ะ
- ซุป มีให้เลือก 3 อย่าง มีเกี๊ยวปู/ ซุปกระเพาะหมู/ อีกอันจำไม่ได้ค่ะ
- อาหารหลัก มีโกยซี่หมี/ ข้าวผัดปลาเค็ม/ หมี่ฮกเกี้ยน
- ขนมหวาน มีน้ำแข็งใสถั่วแดงญี่ปุ่น/ น้ำอข็งใสรวมมิตร/ อีกอย่างรู้สึกจะเป็นสาคูแตงไทยค่ะ


โดยในวันนี้ Set ภรรยา จัดฮะเก๋า 2 จีบกุ้ง 1 กุ้งสามสี 1 ซุปเกี๊ยวปู ข้าวผัดปลาเค็ม น้ำแข็งใสถั่วแดงญี่ปุ่น

ส่วน Set สามี จัดซาลาเปาไส้ครีม 2 สาหร่ายห่อกุ้ง 1 กุ้งสามสี 1 ซุปกระเพาะหมู โกยซี่หมี่ น้ำแข็งใสถั่วแดงญี่ปุ่น


จานแรกที่นำมาเสิร์ฟเป็นซุปค่ะ ถ้วยนี้เป็นซุปกระเพาะหมูค่ะ รสชาดก็คล้ายๆกระดูหมูเห็ดหอมประมาณนั้นค่ะ กลมกล่อมพอสมควร แต่แอบไม่ใช่แนวเราค่ะ




ซุปอีกถ้วยตามมาติดๆ ลูกรักเลยถ้วยนี้ เป็นซุปเกี๊ยวปูค่ะ ได้เกี๊ยว 3 ตัว อร่อยมากกกก เกี๊ยวรสชาดดีมากค่ะ น้ำซุปก็กลมกล่อมอีกเหมือนกัน




รอไม่นาน ไม่น่าเกิน 5 นาที ติ่มซำก็เริ่มมาเสิร์ฟค่ะ อย่างที่บอก ภรรยาจัดหนักเบิ้ลฮะเก๋า 2 เข่ง ค่ะ วันนี้แป้งแอบเยอะไปหน่อยค่ะ แต่เนื้อกุ้งข้างในก็ยังคงมาเต็มเกหมือนเดิม ให้อภัยได้เสมอเพื่อน้องฮะเก๋าค่ะ




ต่อด้วยกุ้งอีกเข่งค่ะ คราวนี้เป็นขนมจีบกุ้ง วันนี้ผิดหวังเล็กๆกับฮะเก๋า แต่ไม่อยากจะบอกว่าฟินเว่อร์ๆกับขนมจีบกุ้ง กุ้งเป็นกุ้งค่ะ คีบเข้าไปเต็มปากเคี้ยวเจอกุ้งหนุบหนับ รสชาดก็เลิศเลอ เมนูเปรี้ยวปากในวันนี้เลยค่ะ




วันนี้มาแต่กุ้งค่ะ เพิ่งมารู้สึกตัวตอนสามีทัก เข่งต่อไปก็กุ้งค่ะ เป็นกุ้งสามสี อ่านจาก Foresquare เค้าแนะนำว่าอร่อยเหลือเกิน ประกอบกับสามีก็อ่านเจอ ตอนสั่งไม่ได้ปรึกษากัน เลยได้สั่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่ก็ผิดหวังทั้งคู่ค่ะ คล้ายๆฮะเก๋าคือวันนี้แป้งหนาจัง กุ้งไม่เต็มเหมือนฮะเก๋า คำก็ใหญ่ เป็นเมนู Fail ประจำวันนี้เลย




ยังคงเป็นกุ้งค่ะ เข่งนี้ Presented by สามีค่ะ เขาว่าอร่อย เป็นสาหร่ายห่อกุ้งค่ะ สามีบอกว่าเหมือนขนมจีบกุ้งแต่ห่อด้วยสาหร่ายค่ะ เราเองก็ไม่ได้ชิม แต่ดูจากแนวตาสามีแล้วน่าจะอร่อยสมคำกล่าวล่ะค่ะ


แข่งสุดท้ายแต่มาเบิ้ล เป็นการจัดหนักโดยสามีค่ะ ซาลาเปาไส้ครีม คือเราเคยมาทานรอบแรกตอนนั้นจัดกันคนละเข่ง มาคราวนี้สามีเลยจัดคนเดียวสองเข่งกันไปเลย เข่งนี้ไม่รู้จะอธิบายยังไง แป้งบาง ครีมหอม หวาน กลมกล่อม ครีมเยอะมาก โอ๊ย กินแล้วฟินค่ะ พูดเลย ถ้าขนมจีบกุ้งเป็นเมนูเปรี้ยวปากประจำวันนี้ ซาลาเปาไส้ครีมคามิโอก็เป็นเมนูเปรี้ยวปากประจำชาตินี้เลยค่ะ




มาถึงอาหารบ้างนะคะ เป็นอาหารที่มาพร้อม Set ค่ะ สำหรับของเราเองเป็นข้าวผัดปลาเค็ม รสชาดโอเคมากค่ะ คือปกติเราไม่ใช่คนชอบปลาเค็ม แต่กินจานนี้แล้วก็กินได้เกือบหมดจานอยู่ ไม่เค็มโดด ไม่จืดชืด แต่เหมือนข้าวผัดใน 7-11 ยังไงไม่รู้




ส่วนอาหารของสามีเป็นโกยซี่หมี่ค่ะ คือทั้งสองคนไม่เคยทานโกยซี่หมี่กันมาก่อน ไม่รู้ว่ารสชาดเป็นยังไง หน้าตาแบบไหน ตอนชิมอารมณ์ประมาณน้ำกระเพาะปลาค่ะ แล้วก็มีหมี่เหลืองกับผักต่างๆ ตอนแรกสามีบ่นจืดมาก พนักงานเห็นสามีเริ่มวางตะเกียบหยิบช้อนก็ตรงเอาเครื่องปรุงมาให้เลย พอได้ปรุงแล้วชีวิตสดใสขึ้นเยอะค่ะ สามีเราก็ทานเกือบหมดอยู่ค่ะ




สุดท้ายเป็นขนมหวานค่ะ อยากจะสารภาพว่าความจริงสองผัวเมียอิ่มตั้งแต่วางตะเกียบแล้วกินข้าวแล้วค่ะ กินกันเสร็จกะจะกลับแล้ว หันไปสบตาพนักงาน พนักงานเดินเอาของหวานมาเสริฟ สิงผัวเมียมองหน้ากันอึ้งๆ เอิ่ม ยังเหลืออีกหรอ
ขนมหวานเป็นเมนูน้ำแข็งใสถั่วแดงญี่ปุ่นค่ะ เพิ่งเคยได้ทานก็อร่อยดีค่ะ หวานดี แต่อิ่มเกิน ทานได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง




สนนราคามื้อนี้นะคะ ราคา Set ต่อคนอยู่ที่ 200 บาท มีค่า Service 10% Vat 7% รวมราคา 235.40 บาทต่อคนค่ะ ไม่มีค่าเครื่องดื่มเพราะว่าน้ำเปล่าฟรีค่ะ ซึ่งค่อนข้างคุ้มมากๆค่ะ คราวที่แล้วที่มา อย่างที่บอกว่าสั่งกันไม่บันยะบันยัง และไม่ได้สั่งแบบ Set หมดไปต้ัง 900 กว่าบาท ได้จำนวนอาหารก็พอๆกัน


ตอนนี้คิดไว้แล้วค่ะ ว่าย่อยมื้อนี้เสร็จ และหยอดกระปุกกันครบห้าร้อยบาท จะไปจัดแบบ Set อีก คราวนี้จะสั่งขนมจีบกุ้ง 1 เข่ง ขนมจีบปู 1 เข่ง และะซาลาเปาไส้ครีม 2 เข่งไปเลย



หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์บ้างนะคะสำหรับคนที่อยากทานติ่มซำราคาสบายกระเป๋า สวัสดีค่ะ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2556    
Last Update : 18 สิงหาคม 2556 1:23:21 น.
Counter : 6314 Pageviews.  

ว่ากันด้วยเรื่อง ต้นไม้

ว่ากันด้วยเรื่องต้นไม้สักหน่อย


แม้ว่าอีกตั้ง 20 เดือนกว่าบ้านน้อยของเราจะสำเร็จเป็นรูปร่าง
แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดอยากจะปลูกต้นไม้หน้าบ้านซะแล้ว ทั้งๆที่พื้นที่สวนหน้าบ้านเหลือเพียงนิดเดียว


หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ตกลงปลงใจเอากะไทรเกาหลี
อยากได้เจ้าต้นนี้มาปลูกริมรั้วฝั่งหน้าบ้าน จะได้ช่วยลดเรื่องแสงตอนเช้าๆหน่อย

หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ได้ความเห้นที่หลากหลายมากๆ เลยจะเอามารวบรวมไว้ เพื่อเวลาที่จะสรรหามาปลุก จะได้ไม่ต้องหาข้อมูลใหม่ทั้งหมด




"ไทรพวกนี้ดีกว่าโมกที่ใบเขียวจากโคนถึงยอด ไม่ค่อยมีช่องว่างระหว่างต้นด้วย จะแพ้โมกที่ไม่มีดอกอย่างเดียวครับ ถามราคามาเห็นบอกว่าคลอง15 ขนาด 1 เมตรราคาต้นละ 80 บาท แต่พวกนี้โตเร็วครับดังนั้นไม่ต้องซื้อต้นใหญ่หรอก "

จาก //www.baanlaesuan.com/plantlover/webboard/viewtopic.aspx?qId=1999


"ระยะห่างระหว่างต้น ถ้าซัก 60-80 ซม. จะแน่นไปมั้ยคะ"
จาก //108-homes.com/%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2/





"ไทรเกาหลีสวยแน่นตั้งแต่โคนจรดยอด แต่ต้องขยันเล็มตัด ความสูงก็ตามแต่จะตัดถึง แต่คงบังแดดชั้น 2 ไม่ถึง"



"ไทรเกาหลีน่าจะตัดแต่งสูงให้สวยได้เต็มที่สัก 3-4 เมตร ไม่แน่ใจระยะระหว่างรั้วกับตัวบ้าน จขกท. ห่างกันแค่ไหนนะคะ ถ้าห่างมากคงบังแดดให้ตัวบ้านไม่ได้แน่ๆ เลยค่ะ ที่บ้านปลูกห่างจากห้องทำงานประมาณ 1.5 ม. ตอนนี้สูง 3 เมตร ระยะห่างต้น 50 ซม. บังแดดช่วงบ่ายได้ดีมากๆ เลยค่ะ เพราะใบทึบเขียวสวยตลอดปี 1-2 เดือนตัดแต่งที ตามแต่ขยันค่ะ ไทรเกาหลีเค้าโตเร็ว อาจจะไม่ต้องซื้อต้นใหญ่ๆ มาก็ได้นะคะ
กระแตฯ ซื้อสูง 1.5 ม. ผ่านมาปีกว่า ได้ 3 เมตรแล้วค่ะ "



"ไทรเกาหลีครับ ไม่ทิ้งใบร่วงไปกวนเพื่อนบ้านด้วย"



"อยากให้ต้นใหญ่ใบหนาต้องลงดินครับ รากเค้าเยอะ "




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2556    
Last Update : 14 สิงหาคม 2556 21:54:05 น.
Counter : 2234 Pageviews.  

แชร์ประสบการณ์ เมื่อดิฉันเป็นโรคช่องคลอดอักเสบ และหลายความเสล่อเกี่ยวกับโรคนี้

ความจริงเขียนกระทู้พันทิปจนได้เป็นกระทู้แนะนำห้องสยาม ชานเรือน และสวนลุมไปแล้ว แต่ว่ากลัวกระทู้จะหายไปพร้อมกาลเวลา เลยตัดสินใจเอามาลงใน Blog ด้วยเลยแล้วกัน


ช่วงเวลาที่โดนเจ้าโรคนี้ทำร้ายจิตใจก็ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อจากนี้ก็จะ Copy มาจากในกระทู้เลยนะ

รู้จักกับโรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา
เชื้อที่เป็นสาเหตุได้แก่ C. albicans แต่ก็อาจจะเกิดจากเชื้ออื่นก็ได ้เกิดจากการที่เชื้อราในช่องคลอดเจริญมากเนื่องจากความเป็นกรดเสียไป โรคนี้ไม่ติต่อทางเพศสัมพันธ์

สาเหตุ
- ความอับชื้น ไม่เช็ดน้องจิ๊ให้แห้งหลังเข้าห้องน้ำ
- กางเกงในไม่โดนแดด แบบเปียกฝนตากในร่ม
- สวมใส่กางเกงคับๆ ทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเท
- ใช้สบู่ล้างจุดซ่อนเร้น ทำให้ค่า pH เปลี่ยน
- กินยาปฎิชีวนะติดต่อกันนานเกินไป เพราะยาปฎิชีวนะจะไปฆ่าแบคทีเรีย โดยเฉพาะยาในกลุ่ม tetracyclin
- ทานอาหารหมัก ดอง

อาการแสดงของโรค
- มีตกขาวลักษณะคล้ายตะกอนนมบูด เรียกว่า curd-liked
- คันและแสบบริเวณช่องคลอด



เมื่อเราเจอกันครั้งแรก

เกริ่นก่อนว่า ดิฉันจุ๊กกรู๊ๆ ไปเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์รู้สึกแหม่งๆ วันจันทร์ดิฉันอบรมพนักงานครึ่งวันเช้า อั้นฉี่ ไม่ได้กินน้ำ บ่ายวันนั้นเราฉี่แล้วรู้สึกแสบๆ ฉี่ขัดๆ เหมือนฉี่มันจะออกได้มากกว่านี้ ดิฉันตัดสินใจแทนแพทย์ได้ทันที ว่าดิฉันกระเพาะปัสสาวะอักเสบแน่นอน เพราะเคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบเพราะจุ๊กกรู้มาก่อน นี่ล่ะค่ะ เสล่อแรกของดิฉัน
ดิฉันกิน Norfoxacin พร้อมกับยาแก้ปวดบิดท้อง ที่พยาบาลที่บริษัทจัดมาให้ทั้งหมด 3 มื้อด้วยความหวังว่า เช้าวันอังคารอาการฉี่ขัดๆน่าจะหายได้แล้ว เพราะตั้งแต่กินยา เรากินน้ำค่อนข้างแยอะ และไม่อั้นฉี่เลย



เมื่อมันคุกคาม

เช้ามาเรากินยาเป็นครั้งที่ 3 ตามที่บอกเมื่อกี้ แต่ว่าเราไม่รู้สึกว่าอาการฉี่ขัดดีขึ้นเลย แถมตอนสายๆ เราเข้าห้องน้ำแล้วเริ่มเห็นความผิดปกติบนกระดาษที่ซับน้องจิ๊ เราเข้าใจว่านั่นคือตกขาว แต่ตกขาวครานี้ไม่ยักกะมีกลิ่นเปรี้ยวๆเหมือนก่อนมีประจำเดือนนะ และมีอาการหนักกว่าเก่าคือ ฉี่เสร็จแล้วแสบ คันมากๆ
การซับเอาเจ้าก้อนขาวๆออกมา ต้องซับแบบรุนแรงกับน้องจิ๊สุดๆ มันถึงจะออกมาและอาการแสบๆขัดๆมันถึงจะทุเลาลง ตอนนั้นเราตัดสินใจว่า ได้เวลาถ่างขา ถ่างขาแล้วล่ะ ไปโรงพยาบาลเถอะ



เมื่อน้องจิ๊เจอหมอ
เราตัดสินใจถูกที่สุดที่ไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล เข้าไปแผนกสูตินรีเวช พยาบาลทำเรื่องเสร็จแจ้งเราว่า “คนไข้อยากเข้าห้องน้ำก็เข้าได้นะคะ” แต่ No ค่ะ ดิฉันจะให้หมอดูให้ได้ ว่าไอ้ก้อนขาวๆนั่นมันคืออะไร ถ้าดิฉันเข้าห้องน้ำ คงไม่วายที่จะเช็ดมันออกจนหมด
ตัดขั้นตอนถ่างขาออก หมอเปิดม่านดูปร๊าดเดียว หมอบอกว่า อิฉันเป็นโรค ช่องคลอดอักเสบค่ะ คุณหมอบอกว่าไม่ได้ติดมาจากใครหรอก มาจากความอับชื้น และการใส่กางเกงคับๆ น้องจิ๊ไม่มีอากาศถ่ายเท เดี๋ยวหมอจะให้ยาสอด และยาทาน



เมื่อดิฉันต้องสอดยา เป็นครั้งแรก
การสอดยานี่เป็น Skill เทพของเพศหญิงที่ควรเรียนรู้นะคะคุณ ซึ่งสมัยนี้โรงพยาบาลก็ทำดีค่ะ มีเอกสารตัวอย่างเล็กๆมาให้ ซึ่งคุณเภสัชกรก็ได้แนะนำดิฉันตอนรับยา แต่พอมาใช้จริง ฮาค่ะ
ดิฉันก็นอนชันขาตามที่เอกสารตัวอย่างบอก แต่ด้วยความที่หาช่องคลอดไม่เจอ จุ่มยาเสร็จสอดลงตรงไหน ก็ปล่อยมันเลย แต่รู้สึกค่ะ ว่ามันไม่ได้เข้าไปในช่องคลอด มันเหมือนอยู่แค่ปากช่องคลอดเองน่ะ แต่จะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าสอดไปแล้ว ยาก็เริ่มละลายแล้ว อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเสล่อที่สองค่ะ
ความรู้สึกหลังสอก มีอาการคันยิบๆในช่องคลอด เข้าใจว่ายากำลังฆ่าเชื้อราอยู่จึงทำให้เกิดเอฟเฟคดังกล่าว ผลจากการสอดยาครั้งแรกของดิฉัน คันจนตื่นค่ะคุณ



เมื่อผลของความสเล่อ สอดยาไม่เป็น
เราตื่นตอนตีสองกว่าๆ ด้วยอาการคันจับใจแถวปากช่องคลอด และเหมือนว่ามันคันเข้าไปถึงข้างในด้วย และตอนเข้าไปฉี่ในห้องน้ำ ก็เห็นว่ากก้อนยาไหลออกมากองที่กางเกงในเป็นก้อนๆที่ละลายแล้ว พอซับน้องจิ๊หลังฉี่เสร็จก็เห็นไอ้ก้อนขาวๆเยอะกว่าก่อนเหน็บยาอีก จิตตกค่ะ บอกตรงๆ
ด้วยความที่ทรมาน นอนไม่หลับ เลยเปิด google ดู อยากรู้ว่าเขามีอาการยังไงบ้างหลังจากเหน็บยา ไปเจอข้อมูลจากเวปจีบันมา หลายๆท่านแนะนำให้ทานยาคูลท์ (เดี่ยวอธิบายละเอียดอีกคัร้งนะคะ)
ดิฉันเลยไปหายาคูลท์ในตู้เย็น คุณพระ เจออยู่ 2 ขวด เลยซัดโฮกทันที กินยาคูลท์เสร็จ มันดีนะ!!!! อาการคันลดลงภายในครึ่งชั่วโมงค่ะคุณ รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ที่อาการคันหายไป สรุปคืนนั้น ดิฉันนอนตีสามกว่าๆ และด้วยการคำนวณชีวิตตัวเองแล้ว ดิฉันรับไม่ได้ที่ต้องไปนั่งเกาคุณจิ๊ให้พี่ๆที่ทำงานดู ดิฉันเลยต้องลาป่วยในวันรุ่งขึ้นไปโดยปริยาย



เมื่อต้องส่องกระจก แหวกน้องจิ๊
ในวันที่ลาป่วยนี้เอง ดิฉันฉุกนึกถึงคอมเมนท์ในเวลปจีบันที่ว่า เขาแหวกน้องจิ๊เห็นก้อนขาวๆ ดิฉันเลยขอแหวกกะเขาบ้าง ว่าแล้วก็จัดแจงเอากระจกตั้งโต๊ะวางบนชักโครกแล้วปฏิบัติการแหวก
แล้วเราก็ได้พบกันค่ะคุณ เจ้าก้อนขาวๆที่ว่านี้ จะอยู่ตรงช่องคลอดพอดี รวมตัวกันเป็นก้อนๆ และยังคงยืนยันว่าไม่มีกลิ่น (ดิฉันทดสอบกลิ่นตั้งแต่วันแรกที่เจอจนกระทั่งแหวกเจอมาแล้วค่ะ)
นอกจากนี้ยังสังเกตได้อีกว่า เวลาที่เรารู้สึกคันจิ๊มากๆเนี่ย เมื่อเข้าห้องน้ำ เราจะพบว่าเจ้าก้อนนี่มันอยู่ที่ปากช่องคลอดแล้ว และเมื่อเช็ดก้อนขาวๆออก อาการคันจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หลังจากแหวกแล้ว พอคันปุ๊บดิฉันจะวิ่งเข้าห้องน้ำทันที และส่องกระจากเช็ดก้อนนี่ออก



เมื่อสอดยาแบบพิเรน
ด้วยความที่คืนแรก ดิฉันสอดยาก่อนสามีจะกลับบ้าน แต่คืนที่สอง สามีอยู่บ้านตลอด เขิลค่ะเขิล เลยเกิดการสอดยาแบบพิเรน เสล่ออีกแล้วใช่ไหมคะ เมื่อไม่สามารถไปสอดยาบนเตียงได้ เราจึงย้ายตัวเองไปสอดยาที่ห้องน้ำค่ะ ก็จัดการสอดยาเข้าช่องคลอดล่ะค่ะ แล้วก็เนียนๆไปนอนบนเตียง
ผลจากการพิเรนสอดยาตอนยืน สอดไปได้ชั่วโมงเดียว ดิฉันคันหนักกว่าเก่าค่ะ คันแบบคันมากๆ ครั้งจะเข้าไปเช็ดก้อนขาวๆออก ก็จะทำให้เช็ดยาออกไปจนหมด แต่สุดท้ายก็ทนความคันไม่ไหวค่ะ เช็ดออกเกลี้ยงค่ะ ตอนนั้นก็ไม่รู้อันไหนก้อนขาว อันไหนยา เพราะสีเหมือนกัน แต่ที่เห็นชัดคือ ยาละลายออกมาค้างที่กางเกงในเยอะมาก มากกว่าคืนแรกเสียอีก ทั้งที่เพิ่งสอดไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา
หลังจากเช็ดยาออกจนหมด เราเปลี่ยนกุงเกงในและสอดยาอีกเม็ด คราวนี้นอนสอดแบบถูกต้องเป๊ะๆ คือหาช่องคลอดตัวเองเจอก่อนเข้าสอดยา คราวนี้เพิ่งรู้สึกได้ ยาเข้าไปค่อนข้างลึกตามความคาดหวังของเอกสารอธิบายการใช้ยา ผลตอนเช้า มียาละลายออกมาติดกางเกงในเล็กน้อยเองค่ะ เมื่อเทียบกับการสอดแบบผิดๆมาสองวัน



การรักษา
- เบื้องต้นแนะนำทานยาคูลท์ จากประสบการณ์เลยนะคะ อธิบายง่ายๆว่า ช่องคลอดเรา มีทั้งเชื้อรา และแบคทีเรียอยู่แล้ว ดังนั้นมันเชื้อราคุกคาม นั่นหมายความว่าแบคทีเรียหายไป เราจึงต้องเติมแบคทีเรีย (ยาคูลท์) ลงไปให้สมดุลค่ะ (เอาแบบวิชาการ เขากล่าวไว้ว่า การดื่มและรับประทาน Cranberry juice และ yogurt จะช่วยป้องกันการติดเชื้อรา เนื่องจากจะเพิ่มความเป็นกรดและเพิ่มเชื้อ lactobacillus ในช่องคลอด)
- พบแพทย์เถอะ ในความจริงแล้วเราซื้อยามาทานเองได้ แต่ว่าเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคมีหลายสายพันธุ์ การที่เราซื้อยามาทานเอง อาจไม่ตรงกับโรคนัก และการแหกขาให้หมอสูตรวจ ไม่ใช่เรื่องยากลำบากเลย
- ใช้ยา Clotrimazole 100 mg สอดช่องคลอดวันละครั้งเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งยาสอดนี้มีทั้งแบบสอด 1 วัน 3 วัน 7 วัน ดังนั้นก็ขอย้อนไปข้อก่อนหน้า ว่าหาหมอดีกว่าค่ะ เพราะหมอจะได้จัดยาให้ตรงกับโรคและความรุนแรง

การป้องกัน
- สวมชุดที่ไม่รัดและทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน ไหม
- หลีกเลี่ยงชุดรัดรูป
- ห้ามสวนล้างช่องคลอดเพราะจะทำลายเชื้อแบคทีเรีย
- ลดการใช้ยาดับกลิ่น
- งดการใช้ผ้าอนามัยที่มีน้ำหอม
- สวมเสื้อผ้าที่แห้งอยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยงการอาบหรือแช่น้ำอุ่น
- ล้างชุดชั้นในในน้ำอุ่น
- รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
- รับประทานโยเกิต ยาคูลท์
- ควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่



สรุปแล้วจ้า สรุปๆ

โรคนี้ ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์นะคะ แต่เกิดจากความอับชื้นเป็นหลัก และสาเหตุร่วมหลายอย่างตามที่บอกข้างต้นนะคะ อาการของโรคจะมีอาการคันที่ช่องคลอด ย้ำว่าที่ช่องคลอด และเมื่อซับด้วยกระดาษทิชชู่จะมีก้อนขาวๆคล้ายตะกอนนมบูดออกมาด้วย

การรักษาจงไปพบแพทย์โดยพลัน ไม่แนะนำให้ซื้อยามาเหน็บเอง เพราะอาจดื้อยา และอาจได้ Dose ของยาที่มาก หรือน้อยกว่าโรคที่เป็นอยู่

สุดท้าย เมื่อได้ยาสอดมา กรุณานอนสอด และสอดให้ลึกๆ ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ หากไม่มั่นใจ ให้หาช่องคลอดให้เจอก่อนแล้วค่อยสอดยา นี่เป็นประสบการณ์ตรง ทีเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากท่านในมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมกว่านี้ ก็รบกวนช่วยเขียนเป็นวิทยาทานเผื่อสาวๆทั่วไทยด้วยนะคะ

จุ๊บๆ




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2556 13:10:28 น.
Counter : 260812 Pageviews.  

เป็นต่อ

ในชีวิตคนเรา มีอะไรที่รู้สึกผูกพันกับมันมากมากไหม???


วันนี้มีโอกาสนั่งดูละครเรื่องเป็นต่ออีกครั้ง
เพราะเปิดไปเจอคลิป "ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน" ที่สามีแชร์เอาไว้ในเฟสบุ๊ค


เราเริ่มรู้สึกผู้พันกับซิทคอมเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่แน่ใจ
แต่ถามว่านึกถึงเป็นต่อ นึกถึงอะไร
1.คงนึกถึงโต๊ะกินข้าว
2.อ๊อดๆ จ๊ะกลิ้งแกล๊ดๆ
3.พี่ยม พี่อู้ด ไอ้วอก และพี่หมอน
4.และครอบครัวเหรียญทอง


เราไม่ได้ติดตามเป็นต่อตั้งแต่ตอนแรก ได้ดูเป็นต่อเพราะพีทชอบเปิดดูตอนเบื่อๆ ครั้งนึงพีทนั่งเล่นคอมแล้วขำอะไรแปลก มันแปลกแบบเราไม่เคยเห็นเขาขำอะไรแบบนี้มาก่อน เลยอยากรู้อยากเห็น ไปนั่งดูกับเขาด้วย นั่งคงเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับเรากับซิทคอมเรื่องนี้



การนั่งดูเป็นต่อของเรา จะเป็นการนั่งบนเตียงขนาดสามฟุตสองเตียงติดกัน มีโต๊ะกินข้าววางพาดระหว่างสองเตียง นั่งกินกันคนละข้างกับพีท
เวลาเปิดดูก็จะเจอปัญหาข้าวหก กับข้าวกระชอก ข้าวติดคอ เพราะว่าต้องคอยหัวเราะแก๊งค์ออฟฟิตแทบทุกตอน
กินไป หัวเราะไป บ่นกันไป อายกันไป งอนกันไป แต่เชื่อเถอะ สำหรับเราสองคน มันคือการกินข้าวที่อร่อยมากๆเลยนะ



นอกจากเราจะผูกพันกับซิทคอม ซิทคอมก็ทำให้เราสองคนผูกพันกัน
บางครั้งเรางอนกันด้วยเรื่องอื่นๆ แต่ใครคนใดคนหนึ่ง สามารถเปิดเป็นต่อพร้อมกับเร่งเสียงดังๆ จนทำให้อีกคนลืมตัวว่างอนแล้วเดินไปนั่งดูข้างๆ
หรือบางทีเราแข่งกันทำท่าอ๊อดๆ สร้างเสียงหัวเราะกันเองสองคน





เป็นที่น่าเสียดาย ที่เป็นต่อหยุดฉายทางฟรีทีวี ด้วยเหตุผลที่ทางสถานีแจ้งมา
แต่การที่ได้นั่งดูเป็นต่ออีกครั้งในวันนี้ รู้สึกเหมือนเป็นต่อไปได้หยุดฉายไปไหน มันเหมือนเราเจอเพื่อนเก่า เรายังคงจำได้ว่าใคร เคยทำอะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร
เรายังคงสามารถนั่งร้องไห้กับเพลงครั้งหนึ่งเราเคยรักกันในฉากชุดแต่งงานได้ หรือแม้แต่ฉากป้อนข้าวต้ม ฉากวอกเสียใจ ฉากพี่ยมอ๊อดๆกับเจ๊มินท์



เราทราบดี ว่าละครทุกเรื่องมีตอนจบของตัวเอง แต่สำหรับเรา เป็นต่อไม่เคยจบบริบูรณ์เลย เพราะสำหรับเรา พวกเขาไม่ใช่ตัวละคร แต่พวกเขา คือความทรงจำ


https://www.youtube.com/watch?v=xuzx4K4y4oY




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2556 21:00:32 น.
Counter : 1028 Pageviews.  

มนต์บางแสน สามหัว หลายรอบ - หัวที่ ๑ รอบที่ ๑



หัวใจเราฝาก เคียงไว้อยู่ คู่บางแสน
จิตตราตรึง ถึงถิ่นพิมาน อันตระกานเรืองรอง
ฝังใจมั่นอยู่ มิรู้หน่าย คลายเคลื่อนหาย
ยามพระพายพริ้วแผ่วกรายกราว ใบมะพร้าวล้อลม
ชวนพิศยามเฟื่องฟ้างาม ชงโคงามยามลมพัดผ่าน
ถิ่นใดปาน วิมานเทพไท้ เทียมทันได้ ฤ มี

-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-

บทประพันธ์ข้างต้น ใครแต่งไม่รู้ เป็นโคลง หรือฉันท์ หรือกาพย์ หรือกลอน ก็ไม่ค่อยจะแน่ใจ

แต่สิ่งที่ค่อนข้างจะแน่ใจนั่นก็คือ เด็กม.บูรพามากกว่า 60% สามารถร้องได้ (บางทีมีท่าทางประกอบด้วย)


จิตตราตรึงถึงถิ่นพิมาน คงจะใช้ได้กับเด็กม.บูหลายๆคน
อย่างน้อยก็ต่ายกะพีทสองคนล่ะ
ตั้งแต่จบมา เรายังไม่เคยห่างม.บูและบางแสนเลย
ทุกวันนี้ก็ยังคงแฝงตัวเนียนๆกับนิสิตในห้างแหลมทอง ตลาดหนองมน และซอยสดใส(เป็นบางครั้ง)


บางแสนกับเราสองคนเป็นอะไรที่มี Something เยอะ
นี่คงเป็นเหตุผล ที่เราไม่อยากห่างจากบางแสนไปไหน แม้ว่าในปีนึง เราไปบางแสนยังไม่ถึง 5 ครั้งด้วยซ้ำ
ภาพถ่ายพรีเวดดิ้งของเรา ก็เลือกโลเคชั่นเป็นบางแสน (แหลมแท่น)
เรารู้ว่าบางแสนอยู่กับเราตลอดไปไม่ได้ แต่เราสามารถบันทึกบางแสนให้อยู่กับเราตลอดไปได้
เพราะหัวใจเราฝาก เคียงไว้อยู่ คู่บางแสน




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2556 20:08:08 น.
Counter : 3105 Pageviews.  

1  2  

Data_Unix
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add Data_Unix's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.