Group Blog
 
All blogs
 

เลี้ยงสิงโตยังไง ให้ออกดอก?

"เลี้ยงสิงโตยังไง ให้ออกดอก?"
รูป + เรื่อง โดย MB.
เพิ่มเติม, แก้ไข โดย OATZ
**สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้ตีพิมพ์หรือเผยแพร่เพื่อการค้า**



หากกล่าวถึงกล้วยไม้ “สิงโตกลอกตา” ที่ใช้เรียกกันในวงการกล้วยไม้บ้านเรานั้น ก็เป็นที่ทราบกันว่าหมายถึงกล้วยไม้ในสกุลต่างๆ เช่น Bulbophyllum, Cirrhopetalum, Trias, Drymoda, Ione, Rhytionanthos, Sunipia, หรือ Mastigion ดังนี้เป็นต้น เนื่องจากกล้วยไม้สกุลเหล่านี้มีส่วนของปาก(lips) ที่ขยับไหวไปมาเมื่อต้องลม หรือสัมผัส ทำให้ว่ากันว่าชื่อ “สิงโตกลอกตา” นั้นได้มาจากการนำลักษณะเด่นของกล้วยไม้เหล่านี้ ไปเปรียบเทียบกับอากัปกิริยาของลูกตาสิงห์ ในการเชิดสิงโตที่กลอกกลิ้งไปมาเวลาเชิด หรือสิงโตหินที่ประดิษฐ์ให้ส่วนของลูกตาขยับไหวไปมาได้นั่นเอง

“สิงโตกลอกตา” หรือเรียกให้สั้นและง่ายว่า “สิงโต” เป็นกล้วยไม้สกุลหนึ่งซึ่งมีการนำมาปลูกเลี้ยงตั้งแต่ครั้งโบราณ ดังที่ปรากฏไว้ใน “ตำราเล่นกล้วยไม้”พระนิพนธ์ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์พินิจ ที่มีการกล่าวถึงกล้วยไม้สกุลนี้อยู่แล้ว หากแต่ในปัจจุบันที่ผู้คนนิยมใช้ “รูปลักษณ์ภายนอก”เป็นตัววัด “คุณค่า” แล้ว กล้วยไม้สกุลนี้กลับไม่ได้รับความนิยมมากเท่าใดนัก ทั้งๆที่เป็นกล้วยไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และน่าสนใจที่สุดสกุลหนึ่ง เพราะว่าดอกของกล้วยไม้กลุ่มนี้มักมีขนาด
เล็กนั่นเอง

ด้วยความที่มีจำนวนกว่า 1,200 ชนิด และมีการกระจายพันธุ์ไปทั่วโลก แทบทุกทวีปแล้ว จึงทำให้กล้วยไม้ในสกุลสิงโตกลอกตา (Bulbophyllinae) นับว่าเป็นสกุลกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ และกระจายพันธุ์กว้างมากที่สุดสกุลหนึ่งกล้วยไม้สกุลนี้แต่ละชนิดก็เจริญเติบโตในสภาพอากาศและภูมิประเทศแตกต่างกันออกไป โดยส่วนมาก มักพบขึ้นเกาะอิงอาศัยบนลำต้น หรือคาคบของต้นไม้ใหญ่ แต่ก็มีบางชนิดที่ขึ้นได้แม้กระทั่งบนลานหินที่แห้งแล้ง หรือก้อนหินที่มีมอสขึ้นปกคลุม

สำหรับการเลี้ยงกล้วยไม้จำพวกสิงโตกลอกตาในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนและค่อนข้างแห้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้มีความชื้นในอากาศพอที่จะทำให้มันสามารถเจริญเติบโตได้ บางท่านอาจใช้นำระบบปิด อย่าง Evap มาใช้ในโรงเรือน ซึ่งทำให้เลี้ยงได้หลากหลายชนิดยิ่งขึ้น รวมไปถึง พวกที่ขึ้นอยู่ตามภูเขาสูงที่ต้องการความเย็นและความชื้นสูงมากได้
สำหรับสภาพอากาศปกติแล้ว กรุงเทพฯก็ใช่ว่าจะเป็สถานที่เลวร้ายอะไร หากเลือกสถานที่ดีๆแล้วกล้วยไม้ในกลุ่มนี้ก็สามารถปลูกได้ทั่วไป แม้กระทั่งแขวนไว้ตามร่มไม้ชายคาบ้านก็สามารถให้ดอกได้ดีโดยไม่ต้องมีโรงเรือนเป็นพิเศษแต่อย่างใด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกชนิดของสิงโตกลอกตาที่จะนำมา เลี้ยง ซึ่งควรจะเลือกชนิดที่ขึ้นอยู่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลนัก โดยสอบถามจากผู้รู้ หรือดูจากหนังสือต่างๆ แต่ถ้าไม่ทราบชื่อชนิด ควรดูจากสภาพของต้นไม้ที่ได้มาหากบริเวณรากมีฝอยลมหรือไลเคนเกาะอยู่ ก็พอจะอนุมานได้ว่าต้นที่ได้มานั้น ขึ้นอยู่ในที่สูง ซึ่งมีความหนาวเย็น และชื้นจัด ทำให้ยากต่อการปลูกเลี้ยงในพื้นที่ ที่มีอากาศร้อนอย่างใน กทม. หรืออีกอย่างหนึ่งคือสอบถามจากผู้ขาย ถึงแหล่งที่มาของพรรณไม้ที่ขึ้น หรือปลูกเลี้ยงมาจากจังหวัดที่มีอากาศหนาวอย่างเช่นจังหวัดเลย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาจเลี้ยงไม่ได้หรือต้องใช้เวลาในการปรับตัวมาก

กล้วยไม้กลุ่มสิงโตกลอกตาที่ปลูกเลี้ยงและให้ดอกได้ดีในกรุงเทพนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็น่าจะเป็นสิงโตในกลุ่มสิงโตพัดหลายชนิด เช่นสิงโตพัดแดง (Cirrhopetalum lepidum) กล้วยไม้อิงอาศัยขนาดเล็กที่ทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักไม้ในกลุ่มนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น มีดอกสีชมพู เรียงตัวในระนาบเดียวกันจึงทำให้มีลักษณะคล้ายพัดสีชมพูแดงสมชื่อ สิงโตพัดแดงปลูกเลี้ยง และให้ดอกได้ง่ายแทบทั้งปีโดยไม่เลือกฤดู ไม่เลือกเครื่องปลูก ทั้งยังสามารถพบเห็นได้ง่ายแทบทุกภาคในประเทศไทยและแถบเอเชียตอนใต้

นอกจากสิงโตพัดแดงแล้ว สิงโตกลอกตาในกลุ่มCirrhopetalum ที่มีลักษณะคล้ายกันอย่าง สิงโตร่มขาว (Cirrhopetalum companulatum) สิงโตร่มชมพู(Cirrhopetalum auratum) และ สิงโตร่มแดง(Cirrhopetalum curtisii) ที่มีดอกเรียงตัวกันเป็นวงกลมและงุ้มลงเล็กน้อยคล้ายร่ม สิงโตนักกล้าม(Bulbophyllum lasiochilum) ที่มีลักษณะคล้ายตัวคน ทั้งแบบหลังคาขาว หลังคาดำ ดอกหอม หรือไม่หอม รวมไปถึงสิงโตดอกหอมอย่างสิงโตก้ามปูใหญ่ (Bulbophyllum macranthum) ก็ล้วนแต่เป็นชนิดที่ให้ดอกได้ง่ายในที่ๆมีอากาศร้อน

และด้วยเหตุที่ทนความร้อนได้ดีนี่เอง จึงทำให้เมื่อนำสิงโตพัดแดง สิงโตนักกล้าม หรือสิงโตอื่นๆที่ให้ดอกได้ง่ายในกรุงเทพฯ มาผสมกับสิงโตตัวที่เลี้ยงยาก ให้ดอกยาก หรือสิงโตตัวอื่นๆ ก็มักจะสามารถให้ดอกได้ค่อนข้างง่ายกว่าต้นพ่อหรือต้นแม่ เมื่อนำมาปลูกเลี้ยง เพราะได้เชื้อทนร้อนครึ่งหนึ่งมาจากบรรพบุรุษ และเมื่อนำมาปลูกเลี้ยงแล้ว บางตัวก็สามารถให้ดอกได้ดีตลอดทั้งปี จนเป็นไม้ไม่มีฤดูออกดอกที่แน่นอนได้เช่นกัน

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ก็เริ่มเป็นฤดูดอกของสิงโตในกลุ่มสิงโตสยาม (Lobbii Complex; Section Sestochilus)หลายชนิดที่มักผลิดอกในช่วงเวลานี้ อย่างสิงโตสยามสองชนิด (Bulbophyllum siamense และ orcectopetalum) ที่ให้ดอกได้ดีในกรุงเทพ แต่ควรระวังการรดน้ำไม่ให้ถูกดอกตูมเพราะอาจจะทำให้ฝ่อก่อนได้ชื่นชมความงาม สิงโตในกลุ่มนี้อีกสองตัวที่สวยไม้แพ้สิงโตตัวไหนๆ อย่าง
สิงโตอาจารย์เต็ม (Bulbophylluim smitinandii) และสิงโตโพลี (Bulbophyllum polystictum) นั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่ในธรรมชาติขึ้นในที่สูง และชื้นกว่า จึงทำให้ออกดอกได้ค่อนข้างยากกว่า

สิงโตที่สวยสะดุดตามากอีกสองชนิดจากทางภาคใต้ของไทย ที่มาพร้อมกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์คล้ายคาวปลา ก็ดูเหมือนจะให้ดอกได้ง่ายในกรุงเทพฯเมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่ และถึงเวลาของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็น:


สิงโตขาว; สิงโตดอกไม้ไฟ (Bulbophyllum medusae) ที่มีดอกเบียดกันอัดแน่นเป็นช่อสีขาวคล้ายพลุ ขอเพียงแต่ให้มีวันฝนตกติดต่อกันสัก3-4วัน และมีความชื้นในอากาศสูงๆ


สิงโตเครายาว; สิงโตลองกิส
(Bulbophyllum longissimum) สิงโตที่มีกลีบดอกยาวที่สุดในโลก ทั้งอย่างลิ้น(Lip)ขาวของไทย หรือ
ลิ้นเหลืองของพม่า ก็ผลิดอกเมื่อถึงเวลาเช่นเดียวกัน(ตุลาคม-พฤศจิกายน)

หากพูดถึงสิงโตของไทยที่เป็นที่นิยมแล้ว คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงสิงโตอีกสองชนิด ซึ่งก็คือสิงโตเหยี่ยวใหญ่ (Mastigion fascinator) สีแดงสด และสิงโตเหยี่ยวเล็ก (Mastigion putidum) ที่สีออกเขียว-เหลือง สองเหยี่ยวฝาแฝดนี้เป็นที่นิยมมานาน รวมไปถึงสิงโตกลุ่มรวงข้าวอีกหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น สิงโตรวงทอง (Bulbophyllum orientale) ที่ประกอบไปด้วยดอกขนาดเล็กสีส้มสดหลายสิบดอกในหนึ่งช่อ ทำให้คล้ายรวงข้าวสีส้ม ก็สามารถปลูกเลี้ยงได้ง่าย ทั้งลงกระเช้ากล้วยไม้ หรือผูกติดตามขอนไม้
ต่างๆ ก็ออกดอกได้ดี

ยังมีสิงโตอีกหลายชนิดสามารถปลูกเลี้ยงและออกดอกได้ในกรุงเทพมหานคร หากแต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิงโตผลิดอกได้นั้น คือสภาพแวดล้อมของที่เลี้ยง และการดูแลเอาใจใส่ของผู้ปลูกเลี้ยงสภาพที่ปลูกเลี้ยงควรจะไม่แตกต่างจากสภาพแวดล้อมของที่ๆ เค้าเคยอาศัยมากนัก นอกจากนี้ต้นไม้ที่ได้รับการดูแล มีการให้ปุ๋ยบำรุง และยาควบคุมโรคเป็นประจำ ย่อมแข็งแรง และสามารถผลิดอกสวยงามมากกว่าต้นที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ที่ดีอย่างแน่นอน

*ชื่อสามัญที่ใช้อาจไม่ถูกต้องนัก ให้ยึดชื่อวิทยาศาสตร์เป็นหลัก*




 

Create Date : 12 มกราคม 2549    
Last Update : 19 มกราคม 2549 19:50:50 น.
Counter : 4186 Pageviews.  


mb.
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเด็กครับ เลยชอบไม้วัยรุ่นอยู่ 55
Friends' blogs
[Add mb.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.