Group Blog
 
All blogs
 

E-Garden: บ้านตัวเอง 1

บางคนอาจจะคิดว่า บ้านหลังเล็กๆ เอาต้นไม้มาวางให้เกะกะเปล่าๆ เสียพื้นที่ใช้สอยไปแบบไม่มีประโยชน์ แถมยังเสียเงินเสียทองอีก ทั้งที่จริงแล้ว การจัดวางต้นไม้ซักต้นสองต้น ก็พอที่จะทำให้บ้านสดชื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วคุณอาจจะพบว่าคุณน่าจะหาอะไรมาจัดตกแต่ง เพิ่มเติมขยายจนสุดท้ายคุณก็ง่วนอยู่กับพื้นที่สีเขียว จนกลายเป็นงานอดิเรกโดยไม่รู้ตัว

อย่างบ้านผมหลังนี้เป็นทาวน์เฮ้าส์ ไม่ถึงยี่สิบตารางวาดี มีพื้นที่หน้าบ้านที่พอจะตกแต่งได้ประมาณ 1x3 เมตรเท่านั้น แต่ผมก็อุตส่าห์ไปหาอะไรมาวางจนได้


นี่คือหน้าบ้านซึ่งแคบมากๆ เดิมก็เอาหินโรยไว้บนดิน แล้วก็มีต้นไม้ประดับเกะกะอยู่บ้าง
ส่วนด้านในนั้นคืออ่างสวนญี่ปุ่น ซึ่งถูกทิ้งร้าง


ผมก็รื้อหินออก นำสวนญี่ปุ่นอะไรที่ว่าออกมาล้างทำความสะอาด
จากนั้นก็นำหญ้ามาเลเซียมาปูบนดินแทนหินขาวๆ หญ้ามาเลเซียเป็นหญ้าที่ไม่ต้องการแดดจัด
ซึ่งเหมาะกับที่แคบๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่บังแดดแบบนี้


จากนั้นก็เริ่มหาอะไรมาวางๆ โดยพยายามใช้ไม้กระถางที่ไม่ใหญ่นัก จะได้ไม่ดูรกและแคบ
และไม่วางออกมาให้เกะกะมากนัก จะได้เหลือที่ใช้สอยบ้าง




แพงพวย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสวนขนาดเล็ก ของคนขี้เกียจดูแล


คุณนายตื่นสาย ปักรวมๆกันไว้ในกระถาง เอาอิฐมาวางบังไว้ก็ได้มุมเล็กๆที่สีสันสดใส


ด้านหลังติดกำแพงก็เบรคสีสันของดอกไม้ด้วยราชินีหินอ่อน ถ้าปลูกในน้ำก็ต้องระวังยุงกันหน่อย


ปลูกบัวหน้าบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย เสริมมงคลกับบ้าน


ตกแต่งเล็กๆน้อยๆ ด้วยวัสดุเหลือใช้ ทำให้สวนมีลูกเล่นขึ้นบ้าง


การใช้รางวางกระถางแบบแขวนรั้ว ทำให้ไม่เสียพื้นที่ และดูสวยงามไปอีกแบบ


ไม้น้ำที่ไว้ใส่ตู้ปลา นำมาดัดแปลงจัดวางลงในอ่าง ดูแปลกตาดี


ยกขึ้นวางบนขาตั้ง ทำให้ไม่เกะกะพื้น ดูโปร่งไม่รกรุงรัง


ตุ๊กตาเซรามิก นำมาสร้างบรรยาศให้กับสวนได้ดี


สวนญี่ปุ่นที่มีอ่างหินกับภูเขาเล็กๆ สร้างความเคลื่อนไหวให้กับสวนได้


ก็คงไม่เกี่ยวกับขนาดของบ้าน แต่การทำบ้านให้น่าอยู่ ขึ้นกับความตั้งใจของผู้อยู่อาศัยมากกว่าครับ




 

Create Date : 21 กันยายน 2549    
Last Update : 2 กันยายน 2550 19:03:38 น.
Counter : 4020 Pageviews.  

E-Garden: วัดท่าการ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ไปเที่ยวมาครับ สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ การได้ออกไปสูดอากาศสดชื่นๆ แถบชานเมืองก็เป็นสุขที่สุดแล้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงจะไม่ใช่ปริมณฑล แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เลย แถมยังมีสถานที่ท่องเทียวมากมายก่ายกองชนิดที่เรียกว่าเที่ยววันเดียวไม่หมด

วันก่อนมีโอกาสไปเที่ยวอยุธยา และได้แวะไปที่วัดท่าการ้อง ซึ่งที่วัดนี้เขามีการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงามมากๆ จนขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว


วัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้าน-ป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวัดแห่งนี้เป็น วัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่า กับ บ้านการ้อง ดั่งเช่นกับ วัดตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ ท่ามกลางชุมชนมุสลิมล้อมรอบทั้งตำบล มีชาวพุทธอาศัยอยู่เพียง 8 หลังคาเรือน หรือเพียง 8 ครอบครัวเท่านั้น ในอดีตใช้สำหรับเป็นที่ประหารเชื้อพระวงศ์

นักโบราณคดีคาดว่าวัดท่าการ้องมีอายุกว่า 450 ปี เป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา รุ่งเรือง แต่ไม่ ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง และสร้างใน พ.ศ. ใด.....แต่ สันนิษฐานว่าคงจะเป็นวัดที่ ราษฎรสร้าง เพราะไม่ปรากฏรายชื่อในพระอารามหลวง วัดนี้มีอายุมาเกือบ 5 ศตวรรษแล้ว และมี พระพุทธรูป เก่าแก่องค์หนึ่ง เป็น พระประธาน ชื่อ พระศรีรัตนมหามงคล ประดิษฐานในพระอุโบสถ ชาวบ้านเรียกขานพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อยิ้ม แต่มีบางท่านที่เล่าขานกันต่อๆมาว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเอกาทศรถ แต่ยังไม่มีหลักฐานข้อมูลที่แน่นอน
(ที่มา //www.guidescenter.com/message_board.php?msg_type=5&msg_id=7377)


หลังจากทราบประวัติคร่าวๆแล้ว ลองมาเดินดูรอบๆ กันนะครับว่าสวยงามอย่างไร



บริเวณลานภายนอก มีการจัดดอกไม้ ต้นไม้ เป็นกลุ่มๆ ดูสะอาดตา


มองไปข้างโบสถ์ก็จะมีสวนหย่อมซึ่งก็มีน้ำตก โขดหิน
สิงสาราสัตว์ต่างๆ เหมาะสำหรับถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


ดอกไม้ถูกจัดอย่างง่ายๆ ไม่ได้ใส่กระถางอะไร
เพียงแค่เอาดอกไม้ที่อยู่ในถุงมาวางเรียงๆ กัน แล้วก็เอาอิฐมอญบังไว้เท่านั้น
ซึ่งก็คงต้องหมั่นดูแลกันบ่อยๆ ถึงได้ดูสวยงามอย่างที่เห็น


ระหว่างเดินเข้าไปไหว้พระ ก็ต้องเดินผ่านโทรศัพท์เครื่องนี้
ซึ่งดูคลาสสิคเข้ากับสวนหย่อมด้านนอกได้ดีจริงๆ
แถมยังรู้สึกว่าจะใช้งานได้จริงอีกด้วย


ภายในโบสถ์เล็ก (ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้เขาเรียกอะไร แต่ไม่ใช่พระอุโบสถใหญ่)
มีทั้งพระพุทธรูปไทย รวมทั้งรูปเคารพของทางจีน อย่างเจ้าแม่กวนอิม พร้อมตู้บริจาค
ซึ่งแต่ละตู้ก็เพื่อประโยชน์ต่างๆกันไป ธูปเทียนสักการะ และแผ่นทองที่เราสามารถเขียนชื่อของเราลงไปได้


เดินออกมาทางห้องน้ำ ก็มีสวนหย่อมที่จัดเป็นบ่อน้ำเล็กๆ พร้อมลูกเล่นน้ำล้น น้ำไหล น้ำตก
รวมทั้งการตกแต่งด้วยเครื่องดินเผาทั้งโอ่ง และตุ๊กตา
เห็นน้ำไหลๆแล้วอยากรีบๆ เข้าห้องน้ำยังไงพิกล


ตุ๊กตาน้ำไหลน่ารักๆ ทำให้มุมเล็กๆ หน้าห้องน้ำดูสดชื่นไม่น้อย


ห้องน้ำวัดที่ผมจัดว่า สะอาดที่สุดในประเทศไทยแห่งหนึ่ง แถมใหญ่พอๆ กับบ้านของผมเลย
ที่นี่ มีการจัดดอกไม้ปลอมสลับจริง มีตู้ปลาขนาดใหญ่ ตุ๊กตาเซรามิกทั้งบริเวณอ่างล้างหน้า
หรือในห้องน้ำก็มีการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ สะอาดมากๆ เพราะเขาให้ถอดรองเท้าตั้งแต่บ่อน้ำด้านหน้าโน่น


เดินตรงออกจากห้องน้ำ ก็จะเจอศาลาเก่าซึ่งเดิมก็คงเป็นโบสถ์
ด้านหน้าก็มีการจัดบ่อน้ำ ที่มีกังหันไม้ที่ดูเข้ากับศาลาเก่าได้ดีทีเดียว


กังหันน้ำที่ว่า มีตุ๊กตาไม้คอยหมุนกังหันอยู่ข้างๆด้วย


เดินมาเรื่อยๆ ด้านทิศเหนือของพระอุโบสถ ก็มีการจัดสวน ซึ่งด้านนี้จะเน้นต้นไม้ และของตกแต่งใหญ่ๆ
มีทางเดินเล็กๆ ลัดเลาะไปมา ไม่เหมือนกับลานด้านทางเข้า
ซึ่งตรงนี้ก็มีทางเดินเลียดแม่น้ำ โดยจะมีศาลาพักผ่อนอยู่เป็นระยะ


หันหน้าไปทางโบสถ์ ก็จะเห็นต้นไม้ดัดเป็นรูปช้างรูปม้า รวมทั้งหมู่เจดีย์ และตุ๊กตาสัตว์ต่างๆ


หันหน้าไปอีกด้านก็จะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลาท่าน้ำที่สามารถลงไปให้อาหารปลาได้
มีอาหารปลาจำหน่ายในราคาถุงละ 10 บาท


เดินลงมาจากศาลาก็จะเป็นทางเดินไปโป๊ะสำหรับเรือเทียบ ตรงนี้มีปลามากมายมารอกินอาหาร
พาเด็กๆ ไปก็ต้องระวังนิดนึง


ศาลาพักผ่อน มีสี่ห้าหลัง บ่ายๆเย็นๆ มานั่งริมน้ำ
เอนหลังกับหนังสือซักเล่ม น้ำหวานซักแก้ว สบายที่สุดในโลกแล้ว


ทางเดินริมน้ำ เรียงรายด้วยเสาไม้ และต้นไม้พุ่มต่างๆ


เป็นวัดที่สวยงามมากๆแห่งหนึ่ง สำหรับวันว่างๆ หากได้มาเที่ยวอยุธยา ก็อยากให้แวะมาที่นี่นะครับ มาทำบุญไหว้พระ และชมไอเดียการจัดสวนสวยๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมก็เชิญได้ที่นี่ครับ //members.thai.net/wtkr/des.htm




 

Create Date : 21 กันยายน 2549    
Last Update : 21 กันยายน 2549 20:12:29 น.
Counter : 4847 Pageviews.  

รวยด้วยน้ำในสวน

หลักฮวงจุ้ยให้ความสำคัญกับน้ำมาก น้ำเป็นบ่อเกิดแห่งพลังและโชคลาภ หากตัดหัวข้อฮวงจุ้ยไป ลองนึกดูเล่นๆ ว่าถ้าชีวิตประจำวันเราขาดน้ำจะเป็นอย่างไร สมมติว่าน้ำประปาไม่ไหล 3 วันเต็ม ชีวิตคุณสบายขึ้นหรือเปล่า น้ำไม่ต้องอาบ ฟันไม่ต้องแปรง ไม่ต้องสระผมปล่อยให้มันเยิ้มประหยัดเจล ทานข้าวไม่ต้องล้างจาน ปลดทุกข์ในห้องส้วมไม่ต้องกดน้ำชำระ ต้นไม้ในสวนยืนตายหมดเพราะไม่มีน้ำจะรด รอฟ้าบันดาลฝน โอย ชีวิตรันทดจริงๆ

สวนของเราก็เหมือนกันครับ หากมีการตกแต่งด้วยน้ำบ้าง สวนของเราจะมีบรรยากาศ มีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ แค่น้ำพุในสวน อ่างบัว หรือ โอ่งปลาเล็กปลาน้อย ล้วนช่วยเติมเต็มสวนด้วยเรื่องราวที่คุณจะเพลิดเพลิน ลองดูซิว่าเราจะจัดตกแต่งสวนให้มีน้ำเป็นองค์ประกอบอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร เอาแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องจ้างนักจัดสวน เอาแบบ DIY ประหยัดงบ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

1. ง่ายที่สุดแล้ว โอ่งปลาครับ หาซื้อโอ่งดินเผาซักใบ กลมๆ ปากกว้างหน่อย เผื่อเลี้ยงปลาด้วย จะปากเกร็ด หรือริมทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา หรือ จตุจักร ล้วนมีให้เลือกมากมาย เติมน้ำเกือบเต็ม เหลือที่ว่างให้ออกซิเจนบ้าง วางไว้ใกล้ต้นไม้ ในวันแดดจัด โอ่งใบนี้ยังอาจช่วยชีวิตใบเฟิร์น หรือต้นไม้เล็กๆ ที่รายล้อมใกล้ๆ โดยแผ่ความเย็นไปรอบๆ เลี้ยงปลาหางนกยูง ปลาสอด และบอลลูน ไว้กินลูกน้ำ ลูกยุง ใส่ต้นไม้น้ำไว้ซักต้นช่วยสังเคราะห์แสง คายออกซิเจนให้หมู่ปลา ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ไม่ต้องใส่ปั๊มน้ำเพิ่มออกซิเจน เห็นไหม แค่นี้ เรื่องราวของครอบครัวปลาหลากสีก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว

2. อ่างบัว ค่าอ่างบวกค่าบัว แพงกว่าข้อ 1 นิดหน่อย แต่ได้ชื่นใจยามบัวออกดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม เรียกผึ้งมาวนเวียนขอน้ำหวานไปเก็บไว้ยามหนาว มีข้อแม้ว่าต้องให้บัวทักทายกับแดดมากหน่อย จะได้ออกดอกให้ชื่นชมกัน

3. น้ำพุ หากคุณมีบ่อน้ำอยู่แล้ว ไม่ยากเลย แค่ซื้อหัวน้ำพุ เอาหัวฟองเบียร์ก็ได้ น่ารักดี ซื้อปั๊มน้ำขนาดเล็กและท่อพีวีซีมาด้วย ลองหาซื้อดูตามร้านที่ขายอุปกรณ์การเกษตร เขาจัดให้เสร็จสรรพครับ ลองไปดูที่ KU Garden ตรงจตุจักรก็ได้ครับ หากอยากให้สวยขึ้นก็ซื้อโอ่งดินเผาปากแคบ ทรงสูงมาด้วย เอาหัวน้ำพุใส่เข้าไปข้างใน พอเปิดน้ำแล้วจะได้เหมือนมีน้ำผุดจากโอ่ง ยังงงอยู่ว่าทำยังไงเหรอครับ ตามร้านขายต้นไม้อย่างริมทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา มีเป็นชุดสำเร็จรูปเลย ชี้เอาเองครับ ถ้าอยากได้แบบใกล้ชิดธรรมชาติอีกนิด ลองใช้วิธี น้ำพุจากกระบอกไม้ไผ่ก็แปลกไปอีกแบบ คล้ายกับโอ่งน้ำผุด แต่เปลี่ยนเป็นกระบอกไม้ไผ่แทน ไม่ต้องขุดบ่อให้เมื่อยด้วย เดินท่อที่ระดับพื้นได้เลย แต่อย่าลืมนะครับว่า ปั๊มน้ำนั้นต้องให้อยู่ในน้ำไม่อย่างนั้นไม่สามารถดูดน้ำได้ ตั้งโต๊ะสนามไว้นั่งเล่นข้างน้ำพุ เอาไว้ทานขนมกับครอบครัวในวันหยุด วางกล้วยไม้สกุลหวายออกดอกตลอดปีไว้ใกล้ๆ น้ำพุกระเซ็นถึง กล้วยไม้ชื่นใจไม่ต้องรดน้ำให้อีก อยู่คนเดียวก็มีความสุข เปลืองค่าไฟนิดหน่อยแต่ช่วยกระตุ้นพลังงานและความคิดให้แล่นตามหลักฮวงจุ้ย แต่สำหรับผมเสียงและความเย็นของน้ำพุช่วยสงบอารมณ์ร้อนได้ดี อยากไปเดินป่าขึ้นมาเชียว


..........................................................................

ที่มา : Thai Home Master
//www.thaihomemaster.com/showinformation.php?TYPE=17&ID=487




 

Create Date : 04 กันยายน 2549    
Last Update : 4 กันยายน 2549 11:03:38 น.
Counter : 222 Pageviews.  

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน

“มะละกอ” ชื่อคล้าย มร หรือ มะระ แปลว่า ตาย เอามาปลูกไว้ในรั้วบ้าน จะทำให้ฉิบหายวายวอด มักนิยมปลูกนอกรั้วบ้าน หรือในสวนไกลออกไป

“ต้นมะระ” เป็นไม้เลื้อยก็ไม่ปลูกในบ้านเหมือนกัน

“หลุ่ย” ต้นไม้ประเภทนี้มีฝัก มักขึ้นในดินแดนใกล้ทะเล เอามาปลูกในบ้าน จะทำให้หลุดลุ่ย บ้านจะเป็นความ ต้องรื้อถอน ต้องขายโยกย้ายกระจายไป

“สลัดได” ไม่นิยมปลูกในรั้วบ้านเช่นกัน เพราะหมายถึง การสลัดโชคลาภออกไปจากบ้าน

“มะตูม” ปลูกในรั้วบ้านอาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดอัคคีไฟตูมตามแน่

“กล้วยตานี” ถือว่ามีนางตานี ปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ไม่นิยมปลูกในบ้าน

“ลั่นทม” ปลูกไว้ในบ้านไม่ดี มีสุขจะกลายเป็นทุกข์ คู่ครองจะห่างเหิน จะมีแต่ความทุกข์ นานาประการ

คำว่า ลั่นทม ออกเสียงคล้ายระทม อันแปลว่าความทุกข์ แต่ภาคเหนือ เรียกลั่นทมว่า “จำปาลาว” ทางภาคอีสานเรียกว่า “จำปา” ไม่มีความหมายของความทุกข์จึงไม่ถือกัน

“ปรง” ภาคกลางไม่นิยมปลูกในบ้าน เพราะถือกันว่า ใบของมันมักถูกนำมาใช้ประกอบหีบศพหรือทำพวงหรีด

“ไผ่” บางท้องถิ่นถือว่า ต้องให้ผู้สูงอายุปลูกถึงจะดี หนุ่มสาวห้ามปลูก เพราะถือกันว่าลำต้นไผ่ใช้เป็นคานสำหรับหามโลงหรือผีไปฝังในป่าช้า

“หลิว” คนจีนไม่นิยมปลูกในบ้านเพราะใบหลิวลู่ย้อยลงมา เป็นสัญลักษณ์คล้ายคนโศกเศร้า เห็นเข้าทำให้อารมณ์เศร้าซึม

เขาว่าบ้านใดมีลูกสาวและปลูกต้นหลิวไว้ในบ้านด้วย ลูกสาวบ้านนั้นจะไม่มีใครมา สู่ขอและต้องเป็นสาวแก่ทึนทึกไปจนตาย

“โพธิ์” “ไทร” “มะขาม” และ “ตาล” เป็นไม้ใหญ่ ไม่นิยมปลูกใกล้บ้านหรือในรั้วบ้าน เชื่อว่ามีวิญญาณอาศัยอยู่

“น้ำเต้า” เป็นไม้เถา รูปร่างคล้ายนมสตรี คนมีวิชาคาถาอาคม ห้ามกิน และห้ามลอดร้านน้ำเต้า

“กระทุ่ม” ชื่อมีความหมายถึงทุ่ม หรือขว้างปา

“มะขามเทศ” กับ “หวาย” เป็นไม้มีหนามซึ่งถือกันว่า เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดอุปสรรคต่างๆ

“มะพูด” เป็นต้นไม้ใหญ่เหมือนกัน มีอาถรรพณ์บางอย่าง

“เพกา” เป็นของต้องห้าม ฝักมีปลายแหลมเหมือนคมหอก ดาบ ตรีศูลหรือนพศูลนพศูลที่อยู่บนยอดปรางค์ บางทีก็เรียกว่า ฝักเพกา

“ถั่วแปบ” ท่านห้าม ความหมายของ แปบ แปลว่าอะไร เดี๋ยวนี้ไม่มีคนรู้ แต่รู้ว่ามีขนมถั่วแปบ ใช้แป้งห่อถั่วเขียวข้างใน เอามาต้มแล้วคลุกมะพร้าว

อีกคำคือ กะปอบ กะแปบ แปลว่า กะปริดกะปรอย คือ ค่อนข้างขัดข้อง ไม่ได้สะดวก

..........................................................................

“จันคำ” เขียนไว้ในเรื่อง “ต้นไม้.. ความเชื่อ” ในนิตยสารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม 2545 เกี่ยวกับไม้ที่ไม่นิยมปลูกในบ้านดังนี้

โศก โบราณว่าหมายถึงความโศกเศร้า

มะเฟือง ท่านว่าไม่ดี คนมีวิชาอาคม หรือถูกลงยันต์ห้ามลอดกิ่งมะเฟือง

มะรุม ผู้คนจะมารุมข่มเหงเอา

ตะเคียน เป็นไม้ยืนต้นที่เชื่อกันว่า มีผีนางไม้สิงอยู่

ชวนชม เป็นไม้ประดับสวยงาม ที่มีความหมายในทางชักชวนให้เชยชม บ้านที่มีลูกสาวจะไม่ยอมปลูกต้นไม้ชนิดนี้เด็ดขาด

เต่าร้าง ชื่อออกไปในทางหย่าร้าง

นางแย้มป่า คนโบราณเชื่อว่าเป็นต้นไม้ผีสิง วันดีคืนดีจะกลายเป็นผีเอาก้อนอิฐขว้างปาบ้าน

ชบา ในอินเดียตอนใต้ ใช้ดอกชบา ร้อยเป็นพวงมาลัย สวมคอนักโทษที่กำลังจะถูกประหารชีวิตจึงเชื่อว่าเป็นดอกไม้อัปมงคล

มะกอก เชื่อว่าจะทำให้เจ้าของบ้านกลายเป็นคนกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

รักเร่ ใครปลูกจะเป็นคนหลายใจ เร่ขายรัก

ต้นสน เชื่อว่าถ้าปลูกแล้วจะขัดสนไปตลอดชีวิต

พุดตาน เนื่องจากดอกพุดตานเปลี่ยนสีได้ตลอดวัน จากขาวเป็นชมพูอ่อน และเข้มขึ้นในตอนบ่าย ทำให้เจ้าของเป็นคนสับปลับ

..........................................................................

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนแต่เป็นเรื่องของความเชื่อ เนื่องมาจาก ชื่อของต้นไม้มีความหมายไปในทางไม่ดี ยกเว้นต้นไม้บางชนิด เช่น ต้นโพธิ์ ไม่ควรปลูกในบ้าน เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ มีการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว จึงควรปลูกไว้ในวัด หรือในเขตธรณีสงฆ์เท่านั้น บางท่านก็อธิบายต่อไปว่าเนื่องจาก ต้นโพธิ์ เป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ คนทั่วไปเลยถือว่า ไม่ควรนำมาปลูกในบ้านเพราะ รุกขเทวดาที่สถิตอยู่ จะแรงกว่าปกติ

หรืออย่าง “ต้นไผ่” ที่บางตำราก็บอกว่าไม่ควรปลูก และบางท่านก็ยืนยันว่าปลูกแล้วจะดี เช่น

“ไลเคน” เขียนไว้ในเรื่อง “ไผ่กับความเชื่อ” คอลัมน์ “ชีวิตกับธรรมชาติ” ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2545 ว่า

“เอ่ยถึงไผ่ขึ้นมา อดคิดเลยเถิดถึงความสัมพันธ์ของคนไทยกับต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้ ต้นไผ่ผูกพันกับคนไทยมาช้านาน เริ่มตั้งแต่เกิด ในสมัยที่การแพทย์ยังไม่เจริญรุดหน้า ไม้ไผ่นี่แหละที่เป็นกรรไกรคมสุด สะอาดสุด ที่หมอตำแยใช้ตัดสายสะดือ แม้กระทั่งที่อยู่อาศัย กระท่อม กระต๊อบ วัสดุก่อสร้างล้วนทำมาจาก ไม้ไผ่

ไผ่ยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพร เช่น ไผ่ตง ไผ่สีสุก ใบมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับปัสสาวะ ขับและฟอกโลหิตระดูที่เสีย แก้มดลูกอักเสบ ไผ่ชนิดนี้มีดอกเป็นช่อ มีกาบหุ้มเหมือนหญ้า เมื่อดอกแห้งแล้ว ต้นมักจะตาย เรียกว่า ไผ่ตายขุย

มีบ้านเรือนจำนวนไม่น้อยเลย ที่นิยมปลูกต้นไผ่เอาไว้ในบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็นไผ่เหลืองทอง ไผ่สีสุก ไผ่เตี้ย หรือไผ่น้ำเต้า การที่คนไทยนิยมปลูกต้นไผ่นั้น มีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่าหากปลูกต้นไผ่เอาไว้ในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยให้สมาชิกทุกคนในบ้านนั้น เป็นคนที่ไม่คดโกงหรือเอารัดเอาเปรียบใคร

ความเชื่อเหล่านี้ มีพื้นฐานมาจากลักษณะของต้นไผ่นั้นเอง ต้นไผ่จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งก้านสาขาที่เหยียดตรง และเรียบเนียน ส่วนด้านในของปล้องไผ่แต่ละปล้อง ก็จะมีแต่เนื้อสีขาวบริสุทธิ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนโบราณเชื่อว่าไผ่สีสุกนั้น จะช่วยส่งผลให้สมาชิกทุกคนในบ้านประสบแต่ความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง มีความสุขกันทั่วหน้า เพราะชื่อของไผ่ชนิดนี้ คล้องจองกับคำว่า มั่งมีศรีสุข จึงช่วยให้เกิดความสุขความเจริญ แก่ผู้ลกกันทั่วทุกคน

สอดคล้องกับชาวจีน ก็เชื่อกันว่า ไผ่จะเสริมมงคลให้คนในบ้าน เป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจจริง มีปัญญาเลิศ มีเหตุผล ซื่อตรง เอื้ออารี และกตัญญูรู้คุณ”

ทั้งหมดทั้งสิ้น จึงควรอยู่ในดุลพินิจของเจ้าบ้านเป็นสำคัญว่า ไม้อะไรควรปลูกหรือไม่ควรปลูก เช่น บ้านที่มีเนื้อที่มาก ก็อาจปลูกไผ่บางชนิดได้

ดังนั้นจะปลูกหรือไม่ปลูกต้นไม้อะไร ก็ขอให้เจ้าบ้านสบายใจก็แล้วกัน ... ขอจบด้วย ข้อเขียนของอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ เรื่อง “ต้นไม้ริมรั้วหน้าบ้าน” ในคอลัมน์ “คุยเรื่องบ้านกับสถาปนิกไทย” ในหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2545 ว่าดังนี้

“อย่าปลูกต้นไม้เอาใจขโมย”

“บางท่านอาจเคยฟังคำพังเพยโบราณว่า อย่าให้กิ่งไม้เสียดสีกับหลังคา เพราะจะทำให้เกิดโชคร้าย (เป็นความเชื่อของทั้งไทยและจีน)...คติคิดที่แอบอิงอยู่ในคำพังเพยดังกล่าวมีสองประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นแรก ก็คือ หลังคาบ้านเราอาจมีปัญหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ฝนตกหนักและมีพายุ กิ่งไม้ใบไม้ที่ระอยู่กับแผ่นหลังคา อาจทำให้แผ่นหลังคาเปิด และเกิดน้ำรั่วเข้าบ้านได้ หรือแม้แต่ตอนฝนหยุดตกแล้ว พายุลมแรงผ่านไปแล้ว แผ่นกระเบื้องหลังคาที่ถูกเสียดสีตอนที่เกิดพายุ ก็อาจจะหล่นลงมา ทำอันตรายเมื่อไหร่ก็ได้ครับ

ประเด็นที่สอง ของการห้ามปลูกต้นไม้ให้ระชายคา ก็คือ ตั วลำต้นและกิ่งไม้ครับ เพราะต้นไม้ที่ปลูกจนระหลังคาได้ ก็จะต้องมีกิ่งก้านสาขาแผ่ออกใกล้ตัวบ้านมาหน่อย จะเป็นทางเดินของขโมย ซึ่งจะเข้าบ้านเราได้สะดวกครับ หรือหากเป็นรั้วบ้าน ก็จะมีอาการเช่นเดียวกัน ผู้ที่ประสงค์ร้าย จะถือเป็นช่องทางปีนเข้าสู่บ้านเราได้ครับ

(แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่มีหนาม ก็คงไม่เกิดกรณีนี้ครับ เพราะขโมยคงไม่อยากทายาแดง)” นับเป็นคำเตือนที่ดี ที่ทุกท่านพึงระวัง เมื่อคิดจะปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน

จากนิตยสาร คู่สร้างคู่สม..


..........................................................................
ที่มา //www.yenta4.com/horoscope/10/tree-02.php
..........................................................................




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2549 0:50:49 น.
Counter : 680 Pageviews.  

ดอกไม้ประจำวันเกิด

จะมีคนสักกี่คน ที่รู้ถึงความหมายและพลังแห่งดอกไม้ว่า...ดอกไม้แต่ละดอกล้วนมีพลังธรรมชาติและพลังแห่งความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของมันเอง...มนุษย์มีความผูกพันกับดอกไม้และต้นไม้มานาน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้และวันเกิดของคนแต่ละคนจึงมีดอกไม้แห่งโชคลาภและความเป็นมงคลในชีวิตแตกต่างกันไปด้วย ดอกไม่มงคลที่เพิ่มพลังแห่งรักและเป็นตัวแทนของคนที่เกิดในแต่ละวันนั้น จึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของคนที่เกิดในวันนั้นๆ คุณคงอยากรู้แล้วว่าดอกไม้อะไรมีความสัมพันธ์กับคุณเพียงไหน ก็อ่านดูในวันเกิดของคุณ

แล้วคุณจะเห็นความมหัศจรรย์ของพลังแห่งดอกไม้เหล่านั้น...

1. ดอกไม้แห่งรักของคนเกิดวันอาทิตย์

โบราณมักดูจากพลังของดาวประจำดวงชะตาของคนเกิดวันอาทิตย์ว่า ความรักเป็นเรื่องจริงจัง และเป็นคนเลือกมาก แต่เมื่อตัดสินใจแล้วมักจะเป็นของจริง ความรักมั่นคงและยั่งยืน ดอกไม้แห่งความรักสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์คือ ดอกกุหลาบสีแดง ซึ่งหมายถึงความมั่งคงและความสุขที่ยั่งยืน ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีความหอมและมีกลีบสวย อันหมายถึงความรักของหนุ่มสาววันอาทิตย์จะเปี่ยมด้วยความหอมจรุงใจและความอ่อนโยนทะนุถนอมซึ่งกันและกัน หนามของกุหลาบจะสื่อความหมายถึงความทรนง และความเข้มแข็งแห่งจิตวิญญาณของความรักและครอบครัว หากคุณจะมอบดอกไม้แห่งความรักให้หนุ่มและสาวที่เกิดวันอาทิตย์ คุณต้องมอบดอกไม้แห่งดวงชะตาของวันอาทิตย์ คือ ดอกุหลาบสีแดง นั่นเอง


2. ดอกไม้แห่งความรักของคนที่เกิดวันจันทร์

เมื่อเรานับพลังจากระบบสุริยจักรวาล พลังสีเหลืองของดวงจันทร์จะมีอิทธิพลต่อความสงบ สีเหลืองจึงเป็นสีแห่งการหลับใหล และความสุขยามค่ำคืน การพักผ่อน และรางวัลแห่งชีวิตที่ยิ่งใหญ่ หากคุณเกิดวันนี้ ความรักของคุณจะเริ่มต้นด้วยความสับสนเพราะความหลายใจของคุณ แล้วจึงค้นหาความสุขอ่อนหวานที่แท้จริงได้ คุณไม่ชอบคนห้าวก้าวร้าวมากนัก ดอกไม้แห่งความรักของคนที่เกิดวันจันทร์นั้นค่อ ดอกเบญจมาศสีเหลือง สื่อความหมายถึง ความสุขเต็มหัวใจเหมือนดั่งพระจันทร์ ก้านดอกอ่อนไหวบ่งบอกถึงความอ่อนไหวของจิตใจ ดอกซับซ้อนไล่สีเป็นชั้นๆ หมายถึงการค้นหาความสุขที่แท้จริง กลางเกสรมีสีขุ่ม จึงเป็นความหมายของความสำเร็จแห่งความรัก ที่ได้มาด้วยความพยายาม กลีบดอกรวบไปสู่จุดศูนย์กลาง อันสื่อความหมายถึง การแสวงหาหนทางสู่ความสำเร็จแห่งรัก หากคุณจะมอบดอกไม้ให้คนวันจันทร์นั้นควรเลือกดอกเบญจมาศสีเหลือง จะสื่อความหมายแห่งความรักของคนเกิดวันจันทร์ได้ดียิ่ง ว่าความสันติสุขในความรัก จะบังเกิดอย่างยั่งยืนในหัวใจของคนสองคน


3. ดอกไม้แห่งความรักของคนที่เกิดวันอังคาร

เมื่อดาวอังคารเป็นดาวสงครามและการต่อสู้ แต่นำไปสู่สันติภพของชีวิตในบั้นปลาย คนที่เกิดวันอังคารจึงเป็นยอดนักสู้ บางครั้งอาจจะดูซื่อๆ ไม่ค่อยทันคนเป็นธรรมชาติของคนเกิดวันนี้ สีชมพูเป็นสีหวานแหวว จึงให้ความหมายของพลังความอ่อนโยนของคำพูด ความคิด ดอกไม้ แทนความรักของคนเกิดวันอังคาร คือ ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึง มิตรภาพที่เริ่มต้นด้วยสันติภาพของหัวใจ ความเป็นอิสระแห่งความรักและการเริ่มต้น แต่มีความมั่นคงในความรัก การมอบดอกคาร์เนชั่น จะสื่อความหมายถึง การร่วมกันสร้าววิมานแห่วความฝันด้วยกัน และการพร้อมจะเดินเคียงกันต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกันในวันข้างหน้า กลีบของคาร์เนชั่น หมายถึงความอ่อนโยนถนอมรักและการลดทิฐิซึ่งกันและกัน กานบางของดอกให้ความหมายว่า ความอ่อนหวาน ก็มีกลังยึดความรักให้ยั่งยืนได้ ทั้งดอกและก้านรวบเข้าหากัน ก็เป็นพลังแห่งความรักและสันติสุขของมิตรภาพที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแน่นอน


4. ดอกไม้แห่งความรักของคนเกิดวันพุธ

เมื่อพลังชีวิตเป็นดาวพุธที่หมุนอยู่เสมอ ความแน่นอนจึงเป็นเรื่องสำคัญของคนวันพุธ สื่อที่แสดงความรู้สึกความรักของคุณได้อย่างดีแม้ว่าคุณจะผ่านกาลเวลาแห่งความรักมาสักเท่าใดก็ตาม แต่ความรักที่แน่วแน่ในใจของคุณคือการเริ่มต้นครอบครัวและสานฝันแห่งความรักกับเขาคนนี้อย่างแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงคือ ดอกหน้าวัว วัวเป็นพาหนะของพระศิวะ หรือพระอินทร์นั่นเอง ดอกหน้าวัว ชื่ออาจจะไม่เก๋ แต่มีความหมายถึงพาหนะของพระอิศวรที่เป็นใหญ่ในสวรรค์ ดอหน้าวัวสีเขียวเป็นดอกไม้ที่มีความเป็นอมตะในความหมายแห่งความรักที่ดีมาก เพราะมันหมายถึงการเริ่มต้นด้วยกันที่นำไปสู่ความงอกงามของชีวิตชั่วนิจนิรันดร ก้านดอกแข็งแรงมั่นคง อันหมายถึงการตัดสินใจที่มั่นคงชัดเจน ลักษณะของดอกปลายรีเรียวสดสวยและมีเงาเคลือบสวยหมายถึงความมั่นใจในหัวใจและความรักของตัวเอง ปลากเกสรซึ่งตรงสู่แสงแดดจ้า สื่อให้เห็นถึงความสำเร็จที่ท้าทาย และบั้นปลายที่สุขสมหวัง หากคนรักของคุณเกิดวันพุธ ดอกหน้าวัวสีเขียว เป็นดอกไม้แทนสื่อความรักในวันวาเลนไทน์ที่หมายถึงความงอกงามของชีวิตเริ่มขึ้นแล้วในหัวใจของเธอและฉันที่อมตะนั่นเอง


5. ดอกไม้แห่งความรักของคนเกิดวันพฤหัส

ชีวิตของคุณกว่าจะพบความสำเร็จได้ต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก การก้าวเดินไปตามเส้นทางของชีวิตคุณนั้นได้มาจากสติปัญญาโดยแท้ มักเป็นคนอ่อนน้อมยอมคนอยู่เสมอ แต่เวลาจะดื้ทิฐิขึ้มา ใครรั้งคุณไม่อยู่เลยทีเดียว ดอกไม้แทนความรักของคุณที่เกิดวันพฤหัสบดี เป็นดอกไม้ที่เกิดจากโคลนตมแต่ไม่เปื้อนโคลนตามชาติกำเนิดของตัวเอง มีความสดใสและปิ่มน้ำรอวันแห่งความเบิกบานของปัญญาแห่งชีวิต ความรักของคุณจึงเป็นความเข้าใจ และร่วมทุกข์ร่วมสร้างกันมาจนมีญานะแห่งชีวิตที่มั่นคงได้ ดอกไม้ดอกนั้นเป็น ดอกบัว อันมีความหมายถึงที่เกิดของพระโพธิสัตว์หรือว่านักปราชญ์อันยิ่งใหญ่ ดอกบังมีสามลีลา ดอกบัวตูม คือ ความรักที่พบเจอจากการค้นหาของสติแห่งวิญญาณไม่มีความเพ้อฝันมากมาย ดอกบัวกำลังบาน เป็นการมองหาสัจธรรมของการครองเรือนได้อย่างชัดเจน ความอดทนและรอคอยเป็นสิ่งที่ดีของชีวิต ดอกบัวบาน เป็นความสำเร็จที่นิรันดรของความรักและชีวิต หากมอบดอกไม้ให้คนรักของคุณที่เกิดวันพฤหัสบดี ดอกบัวสีม่วง สื่อรักวาเลนไทน์แทนความหมายของความรักที่สูงส่ง ห่วงใยอาทรและมั่นคงซึ่งกันและกันนั่นเอง


6. ดอกไม้แห่งความรักของคนเกิดวันศุกร์

ดาวศุกร์เป็นดาวที่แสวงหาไม่มีสิ้นสุดและค้นหาอย่างลึกลับ การได้มาของสิ่งใดก็ตามมันเป็นเรื่องเหนือธรรมดา คนที่เกิดวันนี้สิ่งที่ต้องการคือแสงสว่างแห่งความรักที่มาจากใจ และไปได้ทั่วทิศ จะถือว่าเป็นแสงสว่างที่ทำให้ความปรารถนาของการแสวงหาลงตัวที่สุด คุณชอบดอกไม้ที่มีทั้งความหอมและความอ่อนโยนผสมกัน คุณเป็นคนก้าวร้าวแข็งเหลือประมาณ จึงชอบแทนความรู้สึกที่เรียกหาจากคนรักด้วยความอ่อนหวาน และความอ่อนโยน เป็นคนช่างฝัน ดอกไม้แทนรักที่เหมาะสมและมีความหมาย นั่นก็คือ ดอกลิลลี่สีส้ม หรือ ดอกลิลลี่สีชมพู ปลายกลีบเป็นแฉกแยกเป็นทิศไปทั่วองศา หมายถึงการค้นหาความสุดยอดแห่งความรักแล้วพบเจอมัน คือที่สุดของหัวใจ ใบ และก้านไม่แข็งมากแต่ไม่อ่อนเกิน จึงเป็นลักษณะของการผสมผสานของอารมณ์แห่งความรักได้อย่างลงตัว หากคุณยื่นดอกไม้ในวันแห่งความรักให้กับคนที่เกิดวันศุกร์ มอบดอกไม้ลิลลี่สีชมพู หรือลิลลี่สีส้ม แทนหัวใจคุณทั้งหมด หรือแทนความรู้สึกทั้งหมด จะสื่อความหมายถึงรักและจริงใจกับคุณมากสุดหัวใจอย่างแท้จริงนั่นเอง


7. ดอกไม้แห่งความรักของคนเกิดวันเสาร์

การทำงานหรือการสร้างอนาคตของคนที่เกิดวันนี้ มักจะมีคนอุปถัมภ์เสมอ ดาวเสาร์มักจะเป็นดาวที่ใช้เวลาในการรอคอยเพื่อคู่ครองที่แท้จริงได้ แม้จะนานแค่ไหนก็รอได้อย่างใจจดใจจ่อ เดินผ่านความผิดหวัง และความล้มเหลวมาหลายหน แต่เป็นบทเรียนของความรักที่ดีเพื่อการสร้างอนาคตที่ลงตัวของชีวิตให้ยืนยาวได้อย่างมั่นใจ เป็นคนมีความรักจริงคนเดียว แต่ชอบสนุกหรืออดไม่ได้ที่จะขอเปรี้ยวบ้าง เห็นจะต้องทำใจ หากตราบใดเขายังให้เกียรติคุณอย่างมากเพียงพอ ก็ขอให้เฉยเสียบ้าง ดอกไม้แทนความรักสื่อแห่งความหมายที่ลึกซึ้งแห่งรักของคนที่เกิดวันเสาร์ คือ ดอกเยอเบร่าสีม่วง ดอกเยอเบร่าเป็นดอกไม้แห่งรัก เพราะว่ากลีบซับซ้อนของดอกจะพุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางเหมือนวันเสาร์ ที่มีรัศมีเป็นพวยพุ่งออกมาจากจุดเริ่มต้น สีที่ซับซ้อนมากมาย แต่เห็นริ้วรอยเป็นสีม่วงไม่ว่าอ่อนหรือเข้มก็ตาม เป็นสีแห่งชัยชนะของความรัก หรือว่าถนนแห่งมิตรภาพ แห่งความรักที่ยั่งยืน หากคุณมอบดอกไม้ให้กับคนที่เกิดวันเสาร์ดอกเยอเบร่าสีม่วง เป็นดอกไม้ที่แทนความหมายว่าคุณคือคนกำหัวใจแห่งชัยชนะในความรักของฉันตลอดมาและตลอดไป



..........................................................................

ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือ ดอกไม้สื่อรัก (กาญจน์มุนี)

31 มกราคม 2549
เวลา 11:50 น. [A-940]
..........................................................................

คัดลอกจาก
//www.formumandme.com/




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2548    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2549 23:08:57 น.
Counter : 214 Pageviews.  


หมีแมนยู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hi Folks
Leave Your Message Here
Friends' blogs
[Add หมีแมนยู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.