" ถนนสายนี้มีตะพาบ 41.....(ภาพสีฟ้าน้ำทะเล)"

กลิ่นไอแดดอ่อนๆ ยามต้องน้ำค้างบนยอดหญ้า


ผสมกลิ่นกาแฟคั่วบดที่ถูกชงอย่างง่ายๆแบบบ้านๆ


ปลายดาวกำลังนั่งมองกระดาษใบหนึ่งที่เธอเพิ่งเจอมันเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง


มันร่วงหล่นมาจากหนังสือที่เธอหยิบมันมาอ่านเพื่อค่าเวลา ช่วงที่ฝนกำลังตก


แล้วเธอไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่าการนอนอ่านหนังสือ


ในตอนนั้นปลายดาวเพียงแค่หยิบมันมาดู แล้วพลิกไปพลิกมากับแสงไปที่อยู่ตรงเตียงนอน


ก่อนที่เธอจะสอดมันไว้ในหนังสือหน้า 23 ดังเดิม



…………



เช้านี้ ปลายนึกถึงกระดาษสีฟ้าน้ำทะเลแผ่นนั้น


เธอจึงหยิบมันมาพร้อมกับแก้วกาแฟที่ชงเสร็จเรียบร้อย


ปลายดาววางกาแฟลงอย่างกับไม่ใคร่สนใจที่จะดื่มมันมากกว่าการดมกลิ่นไอของมัน


แต่สิ่งที่สนใจคือกระดาษแผ่นนี้ที่อยู่ในมือของเธอ


ซึ่งดูๆไปก็คล้ายกับโปรสการ์ดใบหนึ่งที่เธอคุ้นตา


ผิดแต่ตรงที่ว่ามันไม่มีทั้งที่อยู่ผู้รับและตราประทับจากปลายทางที่ส่งมา


มีเพียงแค่ลายเซ็นเล็กๆที่มุมกระดาษ กับข้อความสั้นๆที่เขียนเอาไว้ด้านหลังกระดาษ


เพียงปลายดาวอ่านชื่อที่เขียนเอาไว้ เธอก็จำมันมันได้ว่ามาจากไหน



…………



กระดาษใบนี้ คือ โปรสการ์ดทำมือที่เพื่อนของเธอทำให้เป็นของที่ระลึก


มันเป็นภาพทะเล ที่เธอชอบ และเป็นที่ที่ปลายดาวและเขาได้พบกันโดยบังเอิญ


ตอนที่ปลายดาวกลับไปเยี่ยมบ้านเมื่อเดือนเมษา ปี่ที่แล้ว


แต่เพราะอะไร โปรสการ์ดใบนี้จึงถูกเก็บเอาไว้ในหนังสือที่เธอหยิบมาอ่านเมื่อคืนนั้น


ปลายดาวก็จำไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ


เพราะเธอคิดว่าอะไรที่เราจำมันไม่ได้ ก็ไม่ต้องพยายามนึกถึงมัน


เราแค่เพียงเก็บในสิ่งที่น่าจดจำ คือเพื่อนของเธอคนนั้น


ที่เธอไม่มีแม้แต่ อีเมล เบอร์โทร ที่จะสามารถติดต่อกันได้เลย


ด้วยเพราะเธอและเขาคิดว่า เพื่อนที่แสนดี ต่อให้ไม่ได้เจอกันนาน ยังไงก็จะยังนึกถึงกัน


ปลายดาวจึงมีแค่โปรสการ์ดใบนี้ ใบเดียวที่ทำให้ปลายดาวจะยังคงจำเขาได้


และนึกถึงเขา เวลาที่เธอเห็นภาพๆนี้



 "ภาพสีฟ้าน้ำทะเล"

 



คุยกันสักนิด**
1. สวัสดีเพื่อนๆมิตรสหายชาวบล็อกแก็ง ช่วงนี้ก็ยังอยู่ในภาวะวิกฤตน้ำท่วม กันเกือบจะทั่วบ้านทั่วเมือง ช่วงนี้เลยดูว่าน้ำท่าออกจะอุดมสมบูรณ์ไปนิด เป็นเหตุให้งานงอกงามดี อย่างกระเพาะถั่งงอกกันเลยทีเดียว (อิอิ ไม่วายว่ามาแอบบ่นอีกตามเคย) ยังไงก็ฝากเพื่อนๆดูแลข้าวของและสุขภาพกันดีดีนะค่ะ ในช่วงอากาศแบบนี้

2.ก็คงจะขอฝาก ถึงเพื่อนๆที่แวะเวียนมาหากันบ่อยๆ ต้องขอฝากข้อความถึงสักหน่อย ที่ไม่ได้แวะไปเยือนกันถึงบ้านท่านสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงคิดถึงเพื่อนอยู่นะค่ะ ใครผ่านมาก็แวะเวียนฝากข้อความให้ได้รู้ว่าท่านก็คิดถึงเราเช่นกัน สักนิดสักหน่อย พอเป็นแรงใจให้เจ้าของบ้านกันนะค่ะ

3. ตะพาบตอนที่ 41 เนื้อเรื่องออกแนวมั่วมาส่งอีกเหมือนเคย ก็เรามันคงเขียนเรื่องเรียบเรียงข้อความไม่เก่งนิน่ะ แต่ที่อยากบอกก็คือชื่อตอนที่เจ้าของบ้านตั้งใจมากๆ "ภาพสี้สีฟ้าน้ำทะเล" แอบเขียนก่อนวันส่งไว้เล่นๆ แต่เรื่องมันออกจะยาวและเลยเถิด จนมาวันส่งนี้ละที่ขยุกไปขยุกมาให้เนื้อหาเหลือเพียงแค่นี้ ยังไงฝากคุณๆท่านช่วยติชมด้วยนะค่ะ
4. เนื้อเรื่องในตอนนี้เป็นแค่เรื่องที่อ้างและเขียนมาจากความคิดเสริมเติมแต่งของเราเองที่อยากจะเขียนมันออกมา โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือผ่านเรื่องราวของใครๆ นอกจากเป็นเรื่องเล่าผ่านความทรงเจ้าของ ด.ญ.ปลายดาว คนนี้คนเดิม



ก่อนไปลงท้ายด้วยโจทย์ประจำหลักกิโลที่ 41 ซึ่งอำนวยการสร้างโดยคุณเป็ดสวรรค์






Create Date : 12 ตุลาคม 2554
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 11:30:51 น.
Counter : 421 Pageviews.

27 comment
" ถนนสายนี้มีตะพาบ 40.....(...จดหมายถึงต้นน้ำ)"

27 กันยายน ปีสองพันห้าร้อยสิบสอง




 


ระเบียงริมน้ำที่ๆฉัน ชอบมานั่งเล่นคนเดียว เวลาที่ฉันโกรธกับเธอ


วันนี้เธอเป็นอย่างไร สบายดีไหม มีใครคอยดูแลเธอแล้วหรือยัง


เธอยังคงทำงาน ไม่ยอมหยุดยอมพักผ่อน เธอยังคนตัวเธอคนเดิมอยู่ไหม


หรือว่าเธอจะเจอใครที่ยอมให้เธอคิดจะปรับปรุงตัวเธอเองเพื่อเขาแล้วหรือยัง


 


.....................................



 


แค่อยากจะถาม เธอจะเป็นอย่างไรในวันที่ไม่มีฉัน


เธอจะมีอาการแสดงยามที่หวั่นไหวบ้างหรือเปล่า


ตอนที่เธอเหงาเธอคิดถึงใคร กาลเวลาจะทำอะไรให้เปลี่ยนไปไหม


ฉันจะได้ยินได้ฟังเสียงเธออีกไหม....


แค่ครั้งเดียว ตอบคำถามให้ฉันมั่นใจ


อยากรู้เธอมีใครใหม่หรือยัง..(กับ.."คำถาม")


 



…………………………


 



จะโลกนี้ โลกหน้าหรือโลกไหน


ระหว่างเราจะมันจะเป็นอะไร ยังคงเป็นดังเดิม หรือแปรเปลี่ยนไป


1 ปี, 10 ปี ก่อนหน้านี้ เราต่างเป็นอย่างไร


อีก 1 ปี 10 ปี หรือ 100 ปี 100 วันเวลาข้างหน้านั้น


เรายังพอจะมองเห็นกันและกันอีกไหม


หรือ เราต่างมองเห็นในมุมของเรา ที่เวลาต่างก็หมุนและห่างกันไปไกลแสนไกล


จนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของความทรงจำ


 



 .


 


 .


 


 .


 


 


ลงท้าย...ปลายดาว(ผู้หญิงคนเดิม)





คุยกันสักนิด**
1.ช่วงนี้วุ่นๆกับงานหลายๆด้าย เริ่มก็เกริ่นว่าวุ่น เหมือนว่าก่อนหน้านี้เราก็ไม่วุ่นงั้นละ สรุปมันก็มีวุ่นมีเว้นว่าง ตามเวลาที่เราจะจัดการได้นั้นละ
ใจจริงยังไม่รู้ว่าจะบอกเล่นหรือเขียนอะไรเท่าไหร่นัก กลัวว่าเขียนไปพิมพ์ไปจะวนมาบ่นอยู่ในเรื่องเดิมๆ แต่จะไม่ส่งงาน กับ"ถนนสายนี้กับตะพาบ" ก็ไม่ได้เพราะเสียดายหลักกิโลที่มันจะขาดหายไป หลังจากที่ร่วมเดินมากับเพื่อนๆ พร้อมกับว่ามีเนื้ออยู่ในใจว่าอยากจะเล่าเขียนอะไร หลังจากเห็นโจทย์จากบ้านคุณเป็ด"โลก ในอีก100 ปี ข้างหน้า"ในครั้งแรกโน้น... เลยต้องเข็นมันมาส่งจนถึงที่สุด
2.ถึงเพื่อนๆที่แวะเวียนมาหากันบ่อยๆ ช่วงนี้ไม่ได้แวะไปเยี่ยมไปหาใครเลย ก็อดที่จะขอโทษไม่ได้กับความไม่น่ารักของเราที่ จะหาเวลาไปหาแวะเวียนกันสักนิดก็ไม่ได้ อยากบอกว่าบ่อยครั้ง มือมันกดเข้ามาแล้ว อยากจะกดพิมพ์ไปต่อแต่มันก็ไปต่อไม่ได้ไม่รู้เพราะอะไร ส่วนจะมาทักทายบอกกล่าวทิ้งไว้ที่หน้าบ้านตัวเอง ก็กลัวว่าเรื่องราวมันจะวนๆมาอยู่ที่เดิมๆ เหมือนตอนแอบเม้าส์ตัวเองในตอนเก่าๆ ฝากความคิดถึงพร้อมขอโทษที่ยังไม่ได้ทักทายใครอย่างเป็นทางการ หลังจากเงียบหายไปเกือบจะหนึ่งอาทิตย์ได้แล้วกระมั้ง
3. ว่าด้วยชื่อเรื่องชื่อตอน อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับโจทย์ "โลก ในอีก100 ปี ข้างหน้า" แต่ในตอนนี้ เราอยากให้เรื่องราวที่เคยเขียนเล่นๆมานั้นเกี่ยวเนื่องกัน และ อยากให้ตอนนี้เล่าสื่ออกไปประมาณนี้นะค่ะ
4.. ฝากต่อเรื่องภาพท้ายเนื้อเรื่อง เป็นภาพที่เอามาจากเว็บ lingjug.multiply.com ที่ไปลองส่องๆหามาได้ ตามความรู้สึกที่อยากจะได้ภาพประมาณไหน อารมณ์ไหน เลยขอฝากข้อความอนุญาตคุณเจ้าของที่แอบเอารูปคุณมาโดยไม่ได้ขอก่อน ถ้ามีเพื่อนมาพบเห็นก็ฝากข้อความถึงเจ้าของภาพด้วยนะค่ะ และขอโทษตามประสาคนที่ถ่ายภาพสวยๆไม่ค่อยเก่ง
5.กลับมาแก้ไขอีกนิดหน่อย จะบอกว่าเนื้อเรื่องเป็นแค่เรื่องที่อ้างและเขียนมาจากความคิดเสริมเติมแต่งของเราเองที่อยากจะเขียนมันออกมา โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือผ่านเรื่องราวของใครๆ นองจากเป็นเรื่องของ"ด.ช.ต้นน้ำ และ ด.ญ.ปลายดาว" ที่เราสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ต้น





Create Date : 27 กันยายน 2554
Last Update : 27 กันยายน 2554 15:22:33 น.
Counter : 197 Pageviews.

20 comment
" ถนนสายนี้มีตะพาบ 39.....(...ปลายดาว...งาน...ทัศนคติ)"



"...ปลายดาว...งาน...ทัศนคติ"




22.40 น. นาฬิกามุมขวาล่างจอคอมพิวเตอร์ บอกเวลาดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว


ปลายดาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่กับโน้ตบุ๊คคู่ใจ


เพียงชั่วขณะที่สายตาของปลายดาวเหลือบไปเห็นเวลา ความคิดเธอก็ล่องลอยไป


...............................


เมื่อสองสามวันก่อนปลายเพิ่งจะโดนหัวหน้างานตำหนิอย่างแรง


กับงานที่ทำแล้วออกมาไม่ถูกใจ ไม่น้ำเสียงไหนว่า หัวหน้าเธอจะรักษาน้ำใจเธอ


ในฐานะที่เธอ อดหลับอดนอนเพื่อเร่งงานชิ้นนี้ให้เสร็จทันเสนอในที่ประชุมอีกสองสามวันข้างหน้า


ปลายเสียกำลังใจต่อการทำงานชิ้นนี้อย่างมาก เพราะตั้งแต่เธอได้รับคำสั่งมาเมืออาทิตย๋ก่อนโน้น


เธอก็รีบเร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อเอามาประกอบการทำงานชิ้นนี้


และทำงานชิ้นออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย


........................................


ก่อนหน้านี้ปลายดาวเคยตั้งหน้าตาตาว่าเธอจะเข้ามาทำงานในสำนักแห่งหนึ่งให้ได้


เพราะเธอเชื่อว่าถ้าคนเราได้ทำในงานที่ที่ตัวเองรัก ก็จะมีศักยภาพต่อการทำงานได้ดีกว่า


เพราะถ้าเรารู้สึกรักต่อสิ่งใด เราก็จะทุ่มเททำมันให้ออกมาอย่างดีที่สุด


1 ปี เต็มกับการทำงานอยู่ที่นี่ เธอได้เรียนรู้ ได้สังคม ได้เพื่อนร่วมงาน ที่หลากหลาย


และประการณ์ 1ปีเต็ม ทำให้เธอรู้ว่า แม้จะอยู่กับงานอันเป็นที่รัก


แต่ต้องอยู่ในแววล้อมเพื่อนร่วมงาน สังคมที่มันไม่เข้ากับเธอนั้นมันช่างยากต่อการจะทำงานให้ดีได้


1 ปี ย่างเข้า ปีที่2 งานที่เธอเคยทำแล้วดูดีในสายตาผู้ใหญ่ กลับเริ่มจะไร้ค่าไร้ผลงานใดๆ


งานของเธอเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมาก แต่ผลงานของเธอก็ไม่เคยที่จะถูกใจเพื่อนร่วมงานเลยสักครั้ง


ทั้งๆที่ งานแต่ละชิ้นปลายดาวจะเป็นทำงานสะ 50-70% ก็ตามที


................................


ปลายดาว กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง หลังจากเผลอปล่อยให้ความคิดความรู้สกล่องลอยออกไปไกล


กลับมาสู่ ความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า นั้นคืองานชิ้นสำคัญที่เธอจะต้องแก้ไขให้เสร็จทันวันประชุม


หลังจากที่เธองาน ที่เกือบจะเสร็จไปแล้วประมาณ 80 % แล้วถูกบอกให้แก้ไขปรับปรุงเกือบทั้งหมด


ปลายดาว...เธอก็ได้เอางานกลับมาแก้ไขตามคำสั่ง


โดยจะมั่วปล่อยเวลาให้หมดไปกับการโต้แย้งนั่นคงจะไม่ใช่


เธอยังรับผิดชอบงานที่อยู่ในส่วนหน้าที่เธออย่างเต็มที่ และพยายามทำออกมาอย่างดีที่สุด


เพื่อว่าสักวัน ที่เธอต้องเดินออกจากที่ทำงานแห่งนี้ ใครหลายๆคนจะได้นึกถึงเธอเวลาทำงาน








*โจทย์คราวนี้เป็นคำสั้นๆ ที่น่าจะง่ายต่อการสร้างเรื่องๆหนึ่ง
แต่เจ้าคำว่า "ทัศนคติ" ไหนมันช่างยากสำหรับเราจังเลยนะ
เอาเป็นว่า ก็แต่ง เขียน สร้างเรื่องตามความรู้สึกที่อยากจะให้มันออกมาละกัน
เนื้อหาอาจอ่านแล้วเข้าใจยาก อ่านแล้วงงอย่างเช่นเคย แต่ไงก็ฝากเนื้อฝากเรื่องไว้ให้เพื่อนมาติชมกันด้วยนะค่ะ

** ภาพจั่วหัวเรื่องเป็นภาพที่ไปแอบขโมยมาจากบ้านคุณเป็ดหวั่น ทั้งคราวที่แล้ว และคราวก่อนที่ไม่ได้พูดถึงต้องขออภัยนะคร่า....




Create Date : 08 กันยายน 2554
Last Update : 8 กันยายน 2554 9:18:40 น.
Counter : 193 Pageviews.

24 comment

เจ็บแต่ตอนหายใจ
Location :
สุราษฏร์ธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เจ็บแต่ตอนหายใจ มาจาก เพลงๆ หนึ่ง
ที่บังเอิญฟังแล้วมันใช่ โดนใจ
เพราะตราบใดที่..เรายังมีลมหายใจอยู่
เราก็ยังรู้สึก และรับรู้ สิ่งต่างๆ
และนั้นคือเหตุผลของการเป็นตัวเรา

พูดถึงล็อกอิน "เจ็บแต่ตอนหายใจ"
หรือคุณเจ็บ ที่เพื่อนบางคนที่เรียกเรา
คุณเจ็บ ก็คือ....

...ผู้หญิงคนหนึ่งที่ แอบมีโลกส่วนตัวอยู่บ้างบางเวลา
...ชอบที่จะนอนอ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลง
เพราะๆ มากกว่าออกไปเดินเบียดเสียดกับคนข้างนอก
...เป็นคนง่ายๆ แต่เหมือนจะเยอะในความคิด
...เป็นคนที่อ่อนไหวกับเรื่องราวง่ายๆ และแอบเหงาอยู่บ่อยๆทั้งที่ไม่ได้อยู่คนเดียว
...เป็นคนที่คิดว่าเข้ากับคนง่าย ถ้าเขาฟัง และพูดคุยกับเรารู้เรื่อง
....และน้องเล็กของบ้าน แต่ต้องคอยรับรู้เรื่องราวของครอบครัวมากกว่าพี่สาวคนโต

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
*★*...Time 's the best answer...*★*


New Comments