Group Blog
 
All Blogs
 

ทะเลดูด Rip Current

นัทศิริได้รับเมลล์ฟอร์เวิรด์เกี่ยวกับทะลดูด (Rip Current)
ผมคิดว่าน่าสนใจมากเลยนำมาแบ่งปันให้เพือนๆครับ

ท่านทราบไหมว่า
ทะเลบางแห่งทำไมถึงดูดคนออกสู่ทะเลลึกได้ เช่น หาด(คุณ)แม่รำพึง(ถึงคุณลูก) จังหวัดระยอง
ปรากฎการณ์เช่นนี้ เขาเรียกว่า Rip Current ซึ่งเกิดจากกระแสน้ำถูกขวางจากสิ่งต่างๆ เช่น โขดหิน
หรือสันทราย ไม่ให้ไหลกลับไปยังท้องทะเลได้สะดวกนอกจากบางช่องทางเท่านั้น ส่วนมากมักจะเป็นแนวตั้งฉากกับชายฝั่งทะเล
อันตรายของ Rip Current จะเกิดกับคนที่ไม่รู้วิธีรับมือกับมัน ซึ่งมักจะว่ายทวนกระแสเข้าหาฝั่งและจะหมดแรงจมน้ำในที่สุด


เวลาน้ำพัดเข้าฝั่งจะมาแบบนี้

เวลามันกลับจะเป็นแบบนี้

รูปจริงของ Rip current ครับ



วิธีการเอาตัวรอด
ห้ามว่ายเข้าฝั่ง ต้องว่ายตามกระแสน้ำหรือว่ายออกด้านข้างไปก่อน แล้วคลื่นจะพัดเรากลับเข้าฝั่งได้อีกด้วย
หากเราไปเที่ยวทะเลแล้วเจอทะเลดูด เราก็สามารถเอาตัวรอดได้แล้วครับ






 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2552 20:33:14 น.
Counter : 862 Pageviews.  

เคล็ดลับที่น่าทึ่งที่ถูกซ่อนในโทรศัพท์มือถือ

โทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันนอกจากจะมีประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร, เป็นกล้องถ่ายรูป, สมุดบันทึก ฯลฯ
โทรศัพท์มือถือยังมีเคล็ดลับอื่นๆที่ถูกซ่อนอยู่ ผมคิดว่าเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ
นายนัทศิริก็เลยนำมาข้อมูลจากฟอร์เวิรดิ์เมลล์แบ่งปันให้ให้ทราบครับ

1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก
ถ้าเกิดเราหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย แต่มีเหตุด่วนเหตุร้ายให้กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติแม้แต่เราล็อคปุ่มก็ยังกดเบอร์ นี้ได้ ทีนี้เราก็รอดตายแล้วครับ

2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ (สำหรับรถที่ใช้กุญแจแบบรีโมท)
ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ
(เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะครับ) เมื่อเขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่มปลดล็อค
บนกุญแจสำรองในขณะที่เราถือมือถือ ให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต
(คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้องเอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่ม)
ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรีโมทด้วยตัวเอง
ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็นร้อยๆ กม. ก็ตามครับ

3. กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370# (สำหรับมือถือยี่ห้อ Nokia)
ถ้าเกิดพลังงานแบ็ตเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับ แต่เราจำเป็นต้องโทรออกให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมาแล้วแสดงให้เห็นว่า
เพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50% และมันจะชดเชยส่วนสำรอง
นี้ในการชาร์จแบตครั้งต่อไป

4. ถ้าโทรศัพท์หายต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไปในกรณีนี้เราต้องใช้หมายเลข serial number
ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15-17 หน่วย
การที่จะทราบหมายเลขนี้กด *#06#
แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล
จดไวแล้วเก็บไว้ให้ดี....ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่น
ให้โทรไปที่ศูนย์แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไป
เขาก็จะบล็อคเครื่องของเราให้แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย
ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card
มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
แบบนี้สะใจดีครับโดยเฉพาะพวกที่ชอบโขมยมือถือ

ลองทำตามที่บอกดูนะครับเชื่อแน่ว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยแหละครับ
โดยส่วนตัว นายนัทศิริได้ลองทดลองตามคำแนะนำในข้อหนึ่ง ข้อสามและข้อสี่ ปรากฎว่าใช้ได้จริงครับ
ส่วนคำแนะนำในข้อสองยังไม่ได้ลองทำครับ เนื่องจากไม่มีกุญแจแบบรีโมทให้ลองครับ




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2552 18:40:50 น.
Counter : 143 Pageviews.  

IPTV ทีวีบนอินเทอร์เน็ท

วันนี้นำข่าวเก่ามานำเสนอครับ เกี่ยวกับการรับชมทีวีบนอินเทอร์เน็ท ปัจจุบันมีเริ่มมีผู้ให้บริการทีวีบนเน็ทเพิ่มมากขึ้นครับ เทรนนี้ก็น่าจะจับตามองมากครับ ข้อดีของบริการนี้คือสามารถเข้าถึงได้เลือกที่จะรับชมข้อมูล สามารถเข้าถึงได้ทุกเวลาและสามารถที่จะดูรายการย้อนหลังได้ ส่วนข้อเสียคืออัตราในการดาว์โหลดข้อมูล ซึ่งอัตราในการโหลดข้อมูลขึ้นอยู่กับบริการอินเทอร์เน็ทที่เราใช้บริการ ถ้าใช้บริการสายใยแก้วนำแสง(hikari fiber) เราจะสามารถรับชมทีวีได้อย่างไม่สะดุด

ผมขอแนะนำ IPTV ที่เปิดให้บริการ
ไทย
iPTV //www.ip-tv.tv/
บริษัทในครือแกรมมี่ //www.myiptv.tv/
Hi speed world //www.hispeedworld.com/

ญี่ปุ่น
Gyao //www.gyao.jp/
NHK //www.nhk.or.jp/index.html

**************************************************************************

ไอพีทีวี (IPTV)
ที่มา: www.bangkokbizweek.com/20050601/ ibiz/index.php?news=column_17544139.html

ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ settapong.m@cmmu.net
รูปแบบใหม่ของการให้บริการทางด้านโทรทัศน์ ที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้ ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการโทรทัศน์ที่เรียกกันว่า "ไอพีทีวี (IPTV : Internet Protocol TeleVision)" ซึ่งเป็นการให้บริการที่มีความคล้ายคลึงกับการให้บริการเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นแนวทางเลือกใหม่ในธุรกิจโทรทัศน์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีราคาประหยัด โดย "ไอพีทีวี" ได้นำแนวทางการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตนี้มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและเพิ่มคุณค่าของการให้บริการ


ในทศวรรษหน้ารูปแบบการให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารและบันเทิง จะมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยจะเป็นรูปแบบของ "วิดีโอ ออน ดีมานด์" (Video on Demand) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถดูในสิ่งที่ต้องการในช่วงเวลาที่เลือกเองได้ โดยไม่ได้ยึดติดกับตารางเวลาที่กำหนด

โดยผู้ใช้บริการจะสามารถควบคุมการให้บริการไอพี-ทีวี ผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถที่จะจัดรายการต่างๆ ของตนเองได้ (Personalization)

เทคโนโลยี "ไอพีทีวี" นี้ได้มีผู้สนใจ และมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการให้บริการจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านโทรศัพท์รายใหญ่ทั้งในแคนาดา ยุโรป เอเชีย และบางพื้นที่ให้สหรัฐอเมริกา

ไอพี-ทีวีเป็นการให้บริการโทรทัศน์ทั้งในรูปแบบของภาพและเสียง โดยส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โปรโตคอล (Internet Protocol : IP) ซึ่งเครือข่ายไอพีจะมีการให้บริการต่างๆ ทั้งรับและส่งข้อมูลภาพ เสียงรวมไปถึงมัลติมีเดียต่างๆ ผ่านการติดต่อสื่อสารจากไอพี โปรโตคอล

"ไอพีทีวี" เป็นการนำเอาจุดเด่นของการเป็นอินเทอร์เน็ตผนวกรวมกับการถ่ายทอดแบบสถานีโทรทัศน์ทำให้เกิดรายการโทรทัศน์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ผู้ชมสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้จัดรายการได้ตลอดเวลาผ่านการแชท โหวต หรือใช้เวบแคมออกอากาศซ้ำได้ และสามารถเรียกดูรายการตามความต้องการได้ผู้จัดสามารถจัดรายการได้ที่บ้านหรือสำนักงานเพียงมีอุปกรณ์พื้นฐาน คือ กล้อง มินิ ดีวี (Mini DV) อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และคอมพิวเตอร์

โดยระบบจะนำมัลติมีเดีย (เสียง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูล) ส่งไปยังผู้ใช้บริการที่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยอาจผ่านระบบดีเอสแอล และไฟเบอร์ออฟติก (FTTP - Fiber To The Home) เป็นสื่อในการส่งข้อมูล

บริการไอพีทีวี สามารถตอบสนองความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในระดับการใช้งานแบบบุคคล หรือเชื่อมต่อใช้งานหลายคนพร้อมๆ กันในระดับองค์กรขนาดเล็ก (SME)

ไอพีทีวี ยังรองรับการใช้งานประเภทการเรียกดูข้อมูลแบบมัลติมีเดีย เช่น อี-เลิร์นนิ่ง, ดูหนัง, ฟังเพลง, หรือการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้แล้วเทคโนโลยีไอพีทีวี ยังช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจเคเบิลต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และให้บริการที่มีความหลากหลายได้มากยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการวิดีโอ หรือ อินเทอร์เน็ตต่างๆ ผ่านความเร็วในการส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มรายได้ต่อเลขหมาย (ARPUs : average revenues per user) อีกทางหนึ่งด้วย

กลุ่มธุรกิจด้านความบันเทิงต่างๆ มีความสนใจในการให้บริการผ่าน "ไอพีทีวี" มากขึ้นทุกขณะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มบุคคลแบบเพอร์ซันนัลไลซ์ (Personalization) มากยิ่งขึ้นด้วย ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจด้านความบันเทิงต่างๆ สามารถนำข้อมูลนี้มาทำการวิเคราะห์และพัฒนาสื่อต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนข้อเสียคือ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ในการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตโดยใช้เทคโนโลยีใหม่นี้และการจัดสรรทรัพยากรบุคคลเพื่อเข้ามาดูแลระบบเพิ่มขึ้นด้วย

ผู้ใช้บริการจะมีช่องทางในการรับบริการที่หลากหลายสามารถเลือกได้ตามความพอใจของแต่ละบุคคล ทำให้ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจสูงขึ้น และสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเอง และมีความยุติธรรมในด้านของการใช้บริการอีกด้วย โดยผู้ใช้บริการแต่ละรายจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้บริการเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนปัจจุบันที่เป็นลักษณะเหมาจ่ายรวมทุกบริการ

มัลติมีเดีย รีเสิร์ช กรุ๊ป (Multimedia Research Group, Inc.) ได้ทำนายว่าจำนวนสมาชิกของดีเอสแอล (DSL) จะมีการเจริญเติบโตจาก 109 ล้านในปี 2004 ไปเป็น 204 ล้านในปี 2008 อัตราการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ สมาชิกของดีเอสแอลเหล่านี้จะเป็นฐานที่สำคัญสำหรับผู้เป็นสมาชิกไอพี-ทีวีนั่นเอง

มีการคาดการณ์ไว้ว่า จำนวนของผู้ลงนามผู้เข้าเป็นสมาชิกของ "ไอพีทีวี" ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.9 ล้านคนในปี 2004 เป็น 25.3 ล้านคนในปี 2008 นั่นคือมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยเป็น 79 เปอร์เซ็นต์ !!!

ส่วนการทำนายด้านรายได้ของการให้บริการคือ มีตัวเลขจาก 635 ล้านดอลลาร์ ในปี 2004 และจะเพิ่มเป็น 7.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2008 นั่นคืออัตราการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยเป็น 102 เปอร์เซ็นต์!!!

ปัจจุบันในเมืองไทยมีการให้บริการไอพีทีวีเช่นกัน โดยสามารถเรียกดู TV ช่อง 3 , 5 , 7 , 9 , 11 , ITV และ MTV ผ่าน //www.ip-tv.tv และผู้ใช้บริการยังสามารถเรียกดูรายการทีวีย้อนหลัง อีกทั้งยังมีบริการทีวี รีเพลย์ (TV Reply) หรือบริการคาราโอเกะ ออนไลน์, เพย์ เพอร์ วิว (Pay Per View) วิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video On Demand) อี-เลิร์นนิ่ง (E-Learning) และบริการต่างๆ อีกมากมาย

ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณธนิกุล แก้วสมวงศ์ และ คุณณัฐนันท์ เลาหภิชาติชัย ลูกศิษย์วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการช่วยรวบรวมข้อมูล คุณค่าของบทความนี้ขอมอบให้เป็นความดีของลูกศิษย์ ส่วนข้อผิดพลาด ผู้เขียนขอรับไว้เพียงผู้เดียว

**************************************************************************




 

Create Date : 04 มกราคม 2549    
Last Update : 4 มกราคม 2549 20:36:16 น.
Counter : 542 Pageviews.  

What will we gain from current outsourcing?

คนไทยจะได้อะไรจากกระแส outsourcing

โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เชื่อหรือไม่ว่า ทฤษฎีที่บอกว่าโลกกลม กำลังจะถูกล้มล้าง เพราะโลกกำลังจะแบน !!!
หนังสือ “The World is Flat” ของ Thomas Friedman ได้จุดประกายความคิดนี้จากการเดินทางของผู้เขียนไปทำข่าวที่เมือง Bangalore ประเทศอินเดีย และได้พบกับความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และพบว่าประเทศของเขาคือสหรัฐอเมริกา และประเทศที่เคยถือว่าด้อยพัฒนากำลังจะก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกัน ทำให้เป็นโลกที่ไม่มีอันดับอีกต่อไป เขาจึงสรุปว่า “โลกกำลังจะแบน” ซึ่งถือว่าเป็นขั้นสุดยอดของโลกาภิวัตน์ (Globalization) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าโลกแบนในเชิงกายภาพ
Friedman ได้แบ่งโลกาภิวัตน์ออกเป็น 3 ยุค คือ Globalization 1.0 (version 1.0) เริ่มต้นตั้งแต่โคลัมบัสค้นพบดินแดนใหม่ ยุคนี้เป็นการเชื่อมกันระหว่างประเทศ โดยตัวจักรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ กำลังคน กำลังของสัตว์ต่าง ๆ
ต่อมาคือยุค Globalization 2.0 เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปี 1800 ซึ่งเริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดการค้นพบเทคโนโลยีการผลิตตั้งแต่ พลังเครื่องจักรไอน้ำ เครื่องจักรที่ใช้น้ำมัน จนกระทั่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ โทรเลข เป็นต้น ทำให้ต้นทุนในการขนส่งและสื่อสารลดลง ยุคนี้จึงเกิดบรรษัทข้ามชาติ (Multinational corporation – MNCs) ขึ้น และเป็นโลกที่เชื่อมโยงกันไม่เพียงแต่ระดับรัฐชาติเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงระดับบรรษัทข้ามชาติที่ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศต่าง ๆ
สุดท้ายคือยุค Globalization 3.0 ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2000 Friedman มองว่ายุคนี้เป็นการเชื่อมโยงลงลึกไปถึงระดับปัจเจกบุคคล ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยตรงผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เช่น การประชุมระหว่างผู้บริหารบริษัทที่อยู่กันคนละทวีป หรือนักศึกษาชาวอเมริกันและชาวนิวซีแลนด์ร่วมกันคิดค้นโปรแกรมโดยไม่เคยเห็นหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียว เป็นต้น
Friedman ได้อธิบายการเชื่อมโยงของโลกในปัจจุบัน ที่มีระบบการจ้างหน่วยงานหรือบุคคลภายนอก (outsourcing) มากอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น บริษัทในสหรัฐฯ ต่างย้าย call center ไปยังอินเดีย โดยมีพนักงานชาวอินเดียที่สามารถพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันได้อย่างดี เช่นเดียวกับบริการบริษัทด้านบัญชีของสหรัฐฯ ที่นิยมจ้างนักบัญชีในอินเดีย โดยธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 25,000 งานในปี 2003 เป็น 4 แสนงานในปี 2005 แม้แต่บริษัทด้านข่าวอย่าง Reuters ยัง outsource ไปยังอินเดีย หรือแม้แต่รูปปั้น Virgin of Guadadalupe ที่ชาวเม็กซิกันนับถือและวางขายในเม็กซิโกยังทำมาจากประเทศจีน เป็นต้น
อันที่จริง outsourcing เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์เท่านั้น ยังมีกระบวนการผลิตแบบอื่น ๆ อีกมากที่ Friedman ได้กล่าวในหนังสือเล่มนี้ แต่การที่ผมนำเรื่อง outsourcing มาเล่าสู่กันฟัง เพราะคิดว่าเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อคนไทย
ในด้านโอกาสนั้น outsourcing ทำให้ตลาดแรงงานของไทยถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแรงงานโลก ซึ่งแน่นอนว่ามีค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าการทำงานในประเทศไทยมาก outsourcing จะทำให้แรงงานไทยจำนวนหนึ่งสามารถรับการจ้างงานจากบริษัทต่างประเทศ โดยไม่ต้องจากบ้านจากถิ่นไปยังต่างประเทศ แต่ได้รับรับเงินเดือนระดับสูงได้ (แม้จะยังต่ำกว่าค่าจ้างแรงงานอเมริกัน) ซึ่งเป็นโอกาสให้แรงงานไทยในระดับบนทั้งหลาย
แต่ในขณะเดียวกัน outsourcing อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย
ประการแรก ความไร้เสถียรภาพของตลาดแรงงานระดับสูง เพราะเมื่อตลาดแรงงานไทยถูกผนวกเข้ากับตลาดแรงงานโลกแล้ว อาจทำให้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจะถูกส่งผ่านมายังเศรษฐไทยมากขึ้น กล่าวคือหากเศรษฐโลกตกต่ำจะส่งผลโดยตรง ทำให้แรงงานระดับสูงของไทยตกงานไปด้วย
ประการที่สอง ปัญหาการสมองไหลจากหน่วยงานในประเทศ โดยเฉพาะหน่วยงานราชการจะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อมีบริษัทต่างชาติมาจ้างคนไทยด้วยเงินเดือนสูงถึงบ้านเกิดเมืองนอน
ประการสุดท้าย ช่องว่างการกระจายรายได้ที่มากขึ้น เนื่องจากแรงงานที่รับประโยชน์จาก outsourcing คือแรงงานที่มีฝีมือ (skilled labor) ที่มีคุณสมบัติสำคัญขั้นพื้นฐาน คือ พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศได้คล่องและใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี ความต้องการแรงงานกลุ่มนี้จะทำให้ระดับค่าจ้างแรงงานมีฝีมือในประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น outsourcing จะทำให้ช่องว่างของรายได้เพิ่มมากขึ้น
ผมเห็นว่าความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถจัดการได้ outsourcing จึงน่าจะเป็นโอกาสมากว่าความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวนี้อาจจะยังไม่เปิดต่อประเทศไทยมากนัก เนื่องจากบุคลากรในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทต่างประเทศต้องการ มีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งเป็นผลจากความล่าช้าของการปฏิรูปการศึกษา ทำให้คนไทยจึงไม่ได้รับประโยชน์จากกระแส outsourcing มากนัก




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2548    
Last Update : 27 ธันวาคม 2548 1:16:54 น.
Counter : 200 Pageviews.  


nut_siri
Location :
Koriyama, Fukushima Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nut_siri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.