เจอดี คืนอยู่เวร...
นักดนตรีอย่างผม ใครจะเชื่อว่า หน้าหยั่งงี้...
กลางวันมีอาชีพเป็นครูนะคะ ขอลล๊องงงงงง~ Smiley

อาชีพครู นอกจากสอนเด็กๆ, งานแผนการสอนที่วุ่นวาย, ประเมินนู่นนี่สารพัด
มีอีกสิ่งที่ครูหลายคนเคยต้องทำ คือ การอยู่เวร

บางโรงเรียน ใครที่เป็นครูอัตราจ้างอย่างผม ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย (ครูอัตราจ้าง คือ คนที่มาเป็นครูโดยที่ยังไม่ได้สอบบรรจุครู อาจเรียนจบครูมาโดยตรงหรือไม่ใช่ก็ได้<บางคนไม่มีวุฒิครูแต่ได้ทำงานครูก็อาจเป็นเพราะหนทางแห่ง "เส้น" แบบฉบับไทยสไตล์>) ก็อาจโดนอยู่เวรกลางวันในวันหยุดราชการหรือหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนครูที่เป็นผู้ชายและเป็นครูบรรจุก็จะต้องอยู่เวรกะกลางคืนในวันราชการปกติ (จันทร์ถึงศุกร์)
หรือ...
บางโรงเรียน (เช่นโรงเรียนผม) จะให้ครูผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราจ้างหรือข้าราชการบรรจุ นอนค้างที่โรงเรียนตามเวรที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละเดือน (โดนหมดทุกวัน จันทร์ถึงอาทิตย์ แล้วแต่ว่าใครจะโดนวันไหน)
ส่วนครูสาวๆ ก็จะโดนเวรในวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์

แล้วแต่โรงเรียน
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงที่ผมนอนโรงเรียน

เรือนนอนครูเวรโรงเรียนผมตั้งอยู่หน้าโรงเรียน เป็นเรือนชั้นเดียว ด้านหลังเรือนนอนจะหันหลังให้สนามหญ้าที่ใช้เป็นสนามฟุตบอลหรือเวลาโรงเรียนมีงานกีฬาสี โดยที่ถ้าเปิดหน้าต่างบานเลื่อนกระจกในเรือนนอน ก็จะสามารถรับอากาศจากสนามหญ้าได้ อาจมีเสียงรถเมล์วิ่งบ้างแต่ไม่ดังขนาดหนวกหูรบกวนอะไรได้
ฟังดูร่มรื่นดีใช่มั๊ยล่ะ?

เรื่องมันเกิดอีตรงสนามหญ้านี่แหละคุณเอ๊ย~

คือ ปกติเวลาเล่นดนตรีก็นอนดึกตื่นเช้าอยู่แล้ว เวลานอนเวรก็มักจะนอนไม่หลับ บางคืนก็จะหิ้วกีต้าร์มานั่งเขียนเพลงแก้รำคาญไปเรื่อยเปื่อย
เมื่อคืนจ้ะ สดๆ...
กำลังนอนแผ่แกะเพลงหาคอร์ดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่บนเตียง มือจับคอกีต้าร์ เที่ยงคืนนิดๆก็ได้ยินเสียง...

"แฝ่ดดดดด แฝ่ดดดดดดดด แฝ่ดดดดดดดดดดดด"

ลักษณะเป็นเสียงกวาดใบไม้แห้งอยู่ในสนามหญ้า

ต้องบอกว่าปกติเป็นคนไม่กลัวผี โอเคเชื่อนะว่ามีแหละ แต่ไม่กลัว ก็เลยลุกไปเปิดม่านดู
แหง~ ไม่มีใครอยู่แล้ว...ใครจะมากวาดอะไรตอนเที่ยงคืนกว่าขนาดนี้ Smiley
ก็เลยปิดม่านลง พอปิดม่านลงปุ๊ป

"แฝ่ดดดดดด แฝ่ดดดดดดดดดด แฝ่ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

ชัดเจนว่าเป็นเสียงกวาดใบไม้แน่นอน ระหว่างเสียงยังดังอยู่ก็ชะโงกไปมองที่ป้อมยามหน้าเรือนนอน เผื่อจะเป็นยามนึกครึ้มรักสะอาดขึ้นมาในยามวิกาล
ปรากฎว่า ไอ่เชี่ยยามนั่งหลับอยู่เหมือนเดิมตรงป้อม Smiley
แล้ว...ใครกวาดวะ?Smiley ระหว่างนั้นเสียงกวาดยังดังอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ

ก็เลยเดินไปที่ม่านอีกครั้ง กะจังหวะว่าจะกระชากม่านออกให้โป๊ะเชะ ถ้าเป็นคนแกล้ง มึงหลบกูไม่ทันแน่ๆ
กระชากพรึ่บ!!!
ว่างเปล่าเหมือนรอบแรก Smiley

ชัดเจน...
ก็นั่งเล่นกีต้าร์ต่อ เสียงกวาดนั่นก็ดังเป็นระยะ จนกระทั่งรู้สึกว่า เออ ง่วงละ นอนดีกว่า...

แต่เสียงกวาดนั่นไม่ง่วงกับผมนะ ยังดังทั้งคืน

เดี๋ยวสายๆวันนี้จะรวบรวมข้อมูล เผื่อใครเคยเจอเหมือนกัน จะได้รู้ว่า
เป็นใคร ต้องการอะไร จะได้ทำบุญให้ถูกคน

ที่สำคัญคือ...
คืนนี้มีคนขอแลกเวร นัทตี้ต้องนอนเวรคืนนี้อีกคืน...

จบตรงนี้ Smiley



Create Date : 23 มกราคม 2558
Last Update : 23 มกราคม 2558 9:21:40 น.
Counter : 417 Pageviews.

0 comment
ผ้าเช็ดหน้า กับ การลองกางเกงตัวใหม่
วันก่อน ไปซื้อกางเกงยีนส์ใหม่ จะเอามาเข้ารูปเป็นเดฟ (อ้วนหยั่งกะเป็นชู้กับผีเสื้อสมุทร เสือกจะเข้าเดฟ~ Smiley) แล้วก็มา fade ให้มันถลอกๆ

ก็ไม่รู้จะไปซื้อของใหม่เพื่อมะเขือเทศอะไร เดี๋ยวแม่งก็ต้องถลอกอยู่แล้ว Smiley

ไปถึง สะดุดเข้ากับยีนส์ดำๆซีดๆ ตัวนึง ดูจากไซส์แล้วพอดีและใส่ได้แหง
หยิบมาอย่างไว เข้าห้องลอง
คือจริงๆจะแก้ผ้าลองตรงนั้นก็ได้อยู่นะ แต่เดี๋ยวใครๆอ้วกแตกตายกันตรงนั้นมันจะไม่โสภาSmiley

กางเอวกางเกงออกมา เอาปลีขาอวบๆยัดลงกางเกงไปข้างแรก รู้สึกได้เลยว่า คงไม่ต้องเอาไปเข้าเดฟ...เพราะไอ้เดิมๆนี่แม่งก็แน่นขี้ยากจะตายห่านอยู่แล้ว Smiley
ข้างแรก ผ่านไป ยัดข้างต่อมา
มันเข้าได้ ไม่แน่นอย่างที่คิดด้วย สวยกำลังดี จัดแจงรูดซิปอย่างไว

ฉับพลันที่ดึงซิปขึ้นอย่างเร็ว ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง...
พลังงานของซิปตัวเล็กๆ
ที่...
หนีบ.......
Smiley

สถานการณ์ตอนนั้น ตึงเครียดมากครับคุณพุชม! จะร้องก็ร้องไม่ได้เดี๋ยวเรื่องใหญ่ ข้างนอกก็หญิงรึ่มเลย! ไม่รู้จะแห่มาซื้อเสื้อผ้าอะไรกันนักหนา~ หือ~Smiley ไปหาลูกช้งลูกชิ้นกินกันซักแปปนึงด๊ายยย ป้ะ???

ใครพังประตูเข้ามาจะพบกับภาพของมือกลองกากๆอ้วนๆคนนึง ยืนเอามือกุมเป้า เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

ในใจกำลังดีไซน์ว่า รูดซิปย้อนรอยยังไงให้ไม่เจ็บ...เอ่อ...หรือเจ็บน้อยที่สุด

ซึ่งคิดให้ตายยังไงก็ต้องยอมเจ็บอีกรอบ Smiley

เอาวะ! เจ็บก็เจ็บ...
เอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงตัวที่ถอดออก เอามากัดไว้

ถ้าใครแม่งอุตริเปิดผ่างเข้ามาเห็นกูจะอธิบายเค้ายังไงวะเนี่ย Smiley

ทำใจอยู่อึดใจใหญ่เลยครับ
อารมณ์ตอนนั้นเข้าใจคำว่า "ข อ ง รั ก ข อ ง ข้ า~" เป็นอย่างดี
กัดฟัน นับ นืงงงงงงงงงง ส่องงงงงงงงงงงง
กระตุกแมร่ง~!!!

พอรู้สึกว่าซิปพ้น...แหนมตุ้มต้มพะโล้ ของตัวเอง
รีบก้มลงสำรวจอารยธรรมก่อนเลยครับ มีเลือดมั๊ย? ขาดมั๊ย? Smiley
ปรากฎว่าไม่เป็นไรเท่าไหร่ครับ คงเพราะมีบ๊อกเซอร์รองไว้

เลิก! กูไม่ลองไม่ซื้อ ไม่ fade ไม่เข้าร่งเข้ารูปแม่งละ พอ!!!

เดินออกมาจากร้านด้วยอาการสงบเสงี่ยม และได้ข้อคิดอีกอย่างเพิ่มในชีวิต
ถ้าคิดจะลองกางเกง
คราวหน้า
สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด...

ผ้าเช็ดหน้า...

จบตรงนี้ ซะดีๆ Smiley



Create Date : 20 มกราคม 2558
Last Update : 20 มกราคม 2558 16:20:42 น.
Counter : 271 Pageviews.

1 comment
ความซุ่มซ่าม คืองานของกูจ้ะ
ชีวิตอีนัทตี้ไม่รู้ทำบาปทำกรรมอะไรกับความซุ่มซ่ามความเปิ่น นักหนา
คืนก่อนก็ทีนึงละ เล่นดนตรี เด็กบาร์น้ำส่งน้ำดื่มมาให้ขวดนึงตามปกติ แต่ดันเอามาตั้งอยู่หลังกลองที่กุนั่ง
แล้วไอ้กูก็ไม่รู้ไง หันไม่ได้ระวัง ขาเตะขวดล้ม น้ำหกราดปลั๊ก
สปาร์คดัง "ปั่ป!"
กรี๊ดกันทั้งร้าน Smiley ทั้งกลิ่นทั้งควันหยั่งกะใครย่างไก่อยู่บนเวที

ดีนะเค้าไม่ไล่กุออก Smiley เกือบฌาปนกิจร้านเค้าซะงั้น

วันนี้ค่ะ วันนี้
สดๆ ตะเช้าเลอ
สารภาพตามตรง นอนน้อยด้วย เพราะกลางคืนมีอาชีพเป็นนักดนตรี กลางวันทำงานโรงเรียน ต้องเจอกับนักเรียนมากหน้าหลายตาตามปกติของอาชีพหลัก

เหตุเกิดในโรงอาหาร Smiley
กำลังตัดสินใจว่า จะกินเด็กคนไหน...เจ๊ยยย!!! Smiley ม่ายช่ายยยยย

...กำลังเลือกเมนูว่าจะประทังชีวิตด้วยอะไรในเช้านี้
สายตาเหลือบไปเห็นร้านน้ำเต้าหู้มาใหม่ คนขายหน้าตาดีอีกตังหาก Smiley อย่าได้เสียเวลา จงก้าวเข้าไป

ตัดภาพสโลว์~
ชายร่างอ้วน หน้าตาดี(?) เดินอย่างเท่ห์(?) มุ่งหน้าไปยังร้านน้ำเต้าหู้ โดยที่ไม่ได้ดูเหนือดูใต้ว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีถัดจากนี้

แต่แล้ว!
อยู่ๆโลกทั้งใบกลับหมุนในแนวดิ่ง ภาพตรงหน้าที่เห็นเปลี่ยนไป ร่างกายที่เคยควบคุมด้วยตัวเองได้กลับกลายเป็นติดพื้นเอาดื้อๆ

เอาง่ายๆ...กูลื่นค่ะ Smiley
ลงไปกองชนิดที่เรียกว่าถ้ามีหมอนก็นอนตรงนั้นได้เลย

ที่สำคัญ...วินาทีที่จ้ำเบ้าลงไปนั้น.......
นักเรียนรึ่มค่ะคุณขา~ Smiley
ตูดก็เจ็บ อายก็อาย แต่ The Show Must Go On!!!
กูโพสท่าแม่ง~ Smiley กูเสียใจแต่ไม่แคร์เว้ย!
นักเรียนนี่ไม่ต้องพูดถึง ฮากันกระจาย

หันไปมองอีน้องน้ำเต้าหู้
แม่งขำเสียคนไปเรียบร้อย Smiley

ไม่ด่งไม่แดรกแมร่งละน้ำเต้าหู้

พอช่วงสาย มีคนมาเคาะกระจกห้องทำงาน
หันไปมอง
อิน้องน้ำเต้าหู้ เอาน้ำเต้าหู้ขึ้นมาให้พร้อมปาท่องโก๋
"เห็นเมื่อเช้าอดกิน เจ็บมากมั๊ยคะ"
ง่อววววววววววววววววววววววววววววววSmiley

แต่มึงยังแอบขำกูอีน้อง กูเห็น Smiley

จบตรงนี้...



Create Date : 15 มกราคม 2558
Last Update : 15 มกราคม 2558 13:18:57 น.
Counter : 265 Pageviews.

2 comment
นึกครึ้ม เปิดไปเจอเพลงแต่งเก่าๆของตัวเอง
เคยอกหักกันมั๊ยครับ
(ง่อววววววววววววววว Smiley intro ซะหล่อสัสรัสเซีย)
วันนี้รื้อไฟล์เก่าๆของตัวเองในเว็บยูถุ๊ย ไปเจอเพลงแต่งเก่าๆของตัวเองเพลงนี้


หน้าหยั่งงี้ นัทตี้เคยอกหักนะครับจ๊ะ ขอวร๊องงง!!!
ตอนนั้นยอมรับ โคตร SAD นี่พี่พูดเลย!
ชอบหญิงคนนึง แบบ...ตรงสเป็คงา! ขาว หมวย ตัวเล็กๆ หวานๆ เผ็ดๆ ไม่ใส่พริก (กวนส้นตรีนทุกเวลางี้ไง๊ หญิงถึงทิ้ง Smiley)

จัดจีบให้ไป~
เช๊ดดดด ติดเว๊ยเฮ๊ย~!!! หญิงมีจัยยย หญิงมีจัยยยย~

คุณขา~ การได้เป็นแฟนกับคนที่ตรงสเป็คเนี่ย แมร่งโคตรเป็นอะไรที่โลกสีชมพูเลยนะคุ๊ณ!!

แต่ทีนี้ ต้องแยกแยะนะ ระหว่างสเป็ค กับ "ไปกันได้"

ด้วย "สันชาตดาน" (เป็นการสนธิกันระหว่างคำว่า สัญชาตญาณ+สันดาน Smiley ภาษาไทยวันละคลำ Smiley)
อ่ะ..ต่อ...ด้วยสันชาตดานของนักดนตรี ก็ยอมรับกันตรงๆเลยว่า หน้าตากากๆเงี้ยแต่โคตรหน้าม่อนะคะคุณขา ก่อนหน้าที่จะเจอเค้าก็จีบไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คิดจริงจังกับใคร แต่พอมาเจอคนนี้นี่แบบ (อารมณ์ในตอนนั้นก็คิดว่า) คนเนี้ย คือที่สุดของแจ้ละ!

เห็นม่อๆแบบนี้ เวลาหยุดที่ใครนี่ก็หยุดแบบเบรกหัวทิ่มบ่อเลยนะคะขอล๊องงงง~ มีเจ้าของชัดเจนปุ๊ปคือจบ หยุดม่อ หยุดเจ้าชู้
เพราะผมซีเรียสอย่างนึงว่า ถ้าเราจะคบใครเราต้องให้เกียรติเค้ามากพอกับที่เค้าให้เกียรติคบกันเรา
ง่อวววววววววววววววววววว~ Smiley
เฮ่ย คิดงี้จริงๆนะ Smiley

แรกๆที่คบกัน ก็ยังหวานจ๋อยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ตามประสา ไปดูหนัง ช็อปปิ้ง จูงมือกันกระหนุงกระหนิง

ที่นี้พอคบกันไปได้ซัก 4-5 เดือน แววแห่งความร้าวรานมันเริ่มขึ้น พักหลังๆที่คุยกัน อยู่ๆก็หมดเรื่องคุยเอาซะเฉยๆงั้นอ่ะ Smiley
คือไม่ได้โกรธ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันนะ แต่อยู่ๆเกิดอาการ dead air ทางโทรศัพท์ ต่างคนต่างเงียบและก็ไม่รู้จะพูดอะไรกัน
เราพยายามหาเรื่องพูดกันทั้งคู่ แต่บทสนนทนาที่พึ่งเริ่มมันก็จบลงอย่างรวดเร็ว ทุกทีเลย

ก่อนหน้าเลิกกัน เดือนกว่าๆ เราสองคนไม่ได้โทรหากันเลย ด้วยสิ่งที่ต่างคนต่างต้องทำ ประกอบกับไม่มีเรื่องจะคุยกันด้วย เราเลยยิ่งห่างกันออกไป
ห่างออกไป ออกไป เรื่อยๆ

มีอยู่วันนึง หลังจากที่ไม่ได้คุยกันเลยเกือบสองเดือน เธอโทรมาครับ
ดีใจม๊าาาากกกกกกก!!!! จำได้ว่ารับสายมือสั่นเลย แหม~ ก็คนมันคิดถึงนี่ครับ Smiley
วันนั้นคุยกัน 2.15 นาที โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่านั่นคือสองนาทีสุดท้ายที่ผมกับเธอจะได้คุยกันในฐานะแฟนกัน

เธอขอมุ่งมั่นกับการเรียนครับ ผมก็โอเค ยินดีนะที่เธอได้มีชีวิตที่ดีกว่าการอยู่กับคนอย่างผม (แม๊ะ! แค่นึกถึงยังอดหดหู่เล็กๆไม่ได้ Smiley)
แล้วประโยคมฤตยูก็ตามมาครับ
"เราเป็นแค่พี่น้องกันดีมั๊ย"
ฟังดูเหมือนน้ำเสียงเธอก็กำลังสับสนอยู่เหมือนกัน แต่ผมเองก็ไม่อยากรั้งให้เธอต้องกังวลครับ เลยตัดสินใจตอบตกลงไป
ก็เป็นอันเลิกกันอย่างชัดเจน Smiley

ร้องไห้เป็นเดือนเลยครับ ร้องทุกคืน เป็นอีกครั้งที่เจ็บจี๊ดมากๆ เจ็บที่ตัวเองดูแลเค้าไม่ดีพอ เจ็บที่พึ่งเข้าใจว่า สเป็ค กับ ความเข้ากันได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่คู่กันเสมอไป

ตาบวมเป็นปลารักเร่ทุกวันเลย ทุเรศมาก Smiley

ร่ายมาซะยืดยาว ผมเชื่อว่าประสบการณ์แบบนี้ทุกคนต้องมี ต้องเจอ อย่างน้อยคนละครั้งในชีวิต
เก็บไว้ครับ เก็บเป็นสิ่งสอนตัวเองในวันข้างหน้า

ถึงจะจบลงด้วยคำว่าเลิกกัน แต่ความทรงจำที่สวยงาม ภาพวันที่ได้รักใครสักคนอย่างหมดใจ มันยังอยู่และชัดเจนเสมอ

ง่อวววววววววววววว หล่อปิดท้าย Smiley

ยังไงก็ ฝากเพลงแต่ง ฝากคลิปตีกลอง "นัท กลองกากๆ" ในเว็บยูถุ๊ยยย ด้วยนะครับ
อยากเห็นรอยยิ้มจากทุกคนครับผม

จบตรงนี้...



Create Date : 09 มกราคม 2558
Last Update : 9 มกราคม 2558 16:23:47 น.
Counter : 211 Pageviews.

0 comment
อับอาย's Day
ชีวิตนี้เคยอายอะไรชนิดที่เรียกว่า แทบแทรกแผ่นดินหนี กี่ครั้งครับคุณ

วันที่ 8 ม๊ะกะราโครม~

วันบ้าบอคอแตกอีกวันของนัทตี้ ต้อนรับปี ‘58

หลังจากเมื่อวานรถล้มลงไปกองกับพื้นถนนเป็นหมีป่าตกรถทัวร์ เช้าวันนี้แมร่งร้าวรานไปถึงระบบภายใน โดยเฉพาะซีกซ้ายทั้งซีกนี่ไม่ต้องพูดถึง

อารมณ์เหมือนโดนซุปเปอร์แมนต่อย

เช้านี้แบกก้อนร่างอ้วนๆไปทำงาน ขี่มอไซค์ผ่านจุดที่ล้มเมื่อวานนี่กุชะลอจนแทบจะลงไปแบกรถแล้วเดินแทน

ไม่ได้กลัวเจ็บตัวซ้ำ...คือกุอายค่ะ...

วี๊ดว๊ายกระตู้วู้กันหยั่งกับกุคอขาดตายคาที่ Smiley

ไปถึงโรงอาหารประจำตลาดแห่งนึงร่างกายกระหายโจ๊ก เข้าไปสั่ง “พิเศษหมู ข้นๆ ไม่ขิง”

ยืนเก๊กอย่าง(ที่คิดว่า)เท่ห์ระหว่างนั้นมีคุณพี่ท่านนึงถือจานข้าวมันไก่เดินผ่านหลังไป

พอได้โจ๊กรับชามมา ร้อนๆ กรุ่นๆ หอมๆ อีก้อนร่างอ้วนๆก้อนนี้ก็หันหาที่นั่งเหมาะๆกับการกินโจ๊กแกล้มการเหล่หญิง

พอก้าวเท้าออกเดินก้าวแรกปลายเท้าสัมผัสได้ถึงพลังงานเล็กๆบางอย่าง

มันคือพลังงานของแตงกวาเปียกๆ 1ชิ้นถ้วน!

ผลลัพธ์อ่ะเหรอ...สไลด์สิคะคุณขา...

ตัดภาพสโลว์~

ขากุค่อยๆกางออก กางออก กางเรื่อยๆ...หยั่งง๊าน...กางอีก...อีก...อีกนิด....และ...

“แขว่~กกกกกก!!!!”

คือไม่ต้องก้มมอง กุก็รับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างบริเวณเป้ากางเกง Smiley

โจ๊กในชามนี่ไม่ต้องพูด

ลองถึงนึกสภาพไอ้อ้วนคนนึง อยู่ๆก็โชว์ยิมนาสติกลีลาฉีกขา 180 องศาในร้านขายข้าวจนเป้าแตก แล้วก็เอาโจ๊กหมูมาสระผมตัวเอง

เสียงวี๊ดว๊ายกระตู้วู้นี่ดังลั่นยิ่งกว่าวงเกาหลีมาเยือน Smiley อยากจะลุกไปจากตรงนั้นใจจะขาด แต่ขากูหุบไม่ได้Smiley Smiley


เป้าแมร่งก็ขาดเป็นกิโล

โจ๊กหมูก็เต็มหัวกะบาล

ไม่เห็นมีอะไรน่าอายตรงไหน-..-


กุเกลียดแตงกวา กุเกลียดโจ๊กหมู

และกุต้องลางาน! 

จบตรงนี้...Smiley




Create Date : 08 มกราคม 2558
Last Update : 8 มกราคม 2558 17:08:31 น.
Counter : 237 Pageviews.

1 comment
1  2  

Nutdrumhazard
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]