Group Blog
 
All Blogs
 
Diet is Hell 2!!

เขียนต่อ

พอผอมลงก็ดีใจมาก กางเกงเก่าเริ่มสวมได้ แต่ความดีใจ
มาพร้อมกับความระแวง ประสาท โรคจิต ย้ำคิดย้ำทำ
หลายชนิดรวมกัน

นั่นคือ เราจะเป็นพวก กลัวอ้วนทันที เผลอกินอะไรนิดนึง
เราจะเอาแล้ว วิ่งไปออกกำลังกาย แล้วเวลาใส่กางเกง
ก็จะพยายามหมุนๆ ให้รู้สึกว่ามันหลวม แล้วเราจะติดท่า
นึง คือ เราจะเอาหลังแขนไปแตะที่สะโพกว่ากระดูกมัน
โผล่หรือยัง ถ้าโดนกระดูกเป็นอันโอเค

เพราะตอนอ้วน เนื้อตรงสะโพกมันจะเผละมาก แล้วเราจะ
เกลียดมันมาก พอหายไป ก็จะกลัวมันกลับมา

อีกอาการคือ จิตหลอน มีอยู่ครั้งเราอยากกินขนมมาก
(ไม่ได้สัมผัสน้ำตาล ไขมัน และโปรตีน มาหนึ่งเดือนเต็ม)
แล้วรู้สึกเหมือนสมองมันสั่งให้เปิดตู้เย็น แล้วหยิบคุ้กกี้
ออกมา เรากัดไปคำนึง แล้วก็รู้สึกตัวรีบคายออก
รู้สึกว่ามันอร่อยมากๆๆ เลยอ่ะ แต่แบบไม่ ชั้นจะไม่อ้วน
ฮือๆๆ คิดถึงตอนนั้นแล้วทรมากมากมาย

เดือนที่สองก็ยังตั้งหน้าตั้งตาลด เพื่อนกินขนมยั่วแค่ไหน
เราก็ไม่กินเด็ดขาด จนทุกคนยอมรับอ่ะ ว่าเรานะ เจ๋งจิง
เพราะแม้แต่พวกลูกอมเรายังไม่แตะเลย นังเป้ที่เริ่ม
ปรามาสเรา ก็เริ่มสงบปากสงบคำลง พร้อมๆ กับมีชมเรา
ว่า ผอมลง เหอๆๆ สะใจมาก

เดือนที่สองผ่านไป หายแว้บไปอีกสองโลครึ่ง คราวนี้เรียก
ได้ว่าเราไม่ใช่คนอ้วนอีกแล้ว รูปทรงเริ่มเข้ารูป ดูเป็นคน
เพรียวๆ แล้ว หน้าเล็กตอบลง เพื่อนสนิทและไม่สนิทต่าง
ก็มาถามใหญ่ว่าทำยังไง

พอเข้าเดือนที่สาม น้ำหนักค่อยลดลงทีละนิดจนเหลือ 48
ซึ่งกำลังดีทีเดียว วันนึงเราใส่เสื้อดำ กางเกงดำ ไปมหลัย
ทุกคนชมเลยว่าผอมแล้ว แต่มีนังเป้เนี่ยชม แต่ปาก dog
ว่า เออ ดูผอมแล้ว แต่ก้นยังใหญ่ๆ อยู่ เราแบบอยาก
จะ spider kick ปากมันสักที ยุ่งอะไรกับกรูจริ๊ง

พอผอมสักพักเราเริ่มกลับมากินข้าว ทีนี้เราเพิ่งรู้ว่า
เวลาอดอาหารเยอะๆ แล้วกลับมากินมันจะเป็น PingPong Effect
พอกินได้ เราก็กินใหญ่ อาหารทุกชนิด ไม่เคยอิ่ม ไม่เคยพอ
เราจำได้ว่า ตอนกลางวันเราพยายามสร้างภาพว่าเรา ยังไดเอ็ทอยู่
ทำเป็นกินน้อย พอกลางคืนเราจะแอบย่องลงมาคุ้ยหาข้าวสวย กับ กับข้าว
เหลือๆ กิน รันทดอ่ะ พวกขนมเราก็กลับมากินเยอะกว่าเดิม
ทั้งที่ตอนก่อนอ้วน บางอย่างเราไม่กินเลย แต่พอเลิกไดเอ็ทมันเหมือน
อัดอั้น ก็เลยกินได้ทุกชนิด และไม่บันยะบั้นยั้งด้วย (เรากินได้ทั้งวัน)

เรามีอาการทางประสาทเรื่องอาหารการกินจนจบมหาลัย ที่น่าเศร้าคือ
น้ำหนักเราเด้งทันทีหลังเลิกไดเอ็ท จาก 48 ที่กำลังดี มาเป็น 50 บางที
แอบกินเยอะ ก็จะเป็น 51-52 ก็คือ อวบนิดๆ ซึ่ง หน้าบวม และเราเป็นคน
โครงแบน อาจจะไม่ได้อ้วนมากมาย แต่มันดูตัวใหญ่ สะโพกใหญ่
ใสเสื้อผ้าไม่สวย ทำให้เราเป็นปมด้อยมาก (รู้สึกไปเอง)

น้ำหนักเราขึ้นๆ ลงๆ อวบๆ ผอมๆ แล้วแต่ภาวะนั้นๆ เช่นงานหนักก็น้ำหนักลง
แต่พอ กินน้ำหนักก็เด้งขึ้นมาเร็วมาก เป็นอยู่ประมาณ 3-4 ปี จนอาการ
ประสาทเรื่องอาหารน้อยลงๆ ไปเองเพราะมีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ เช่น เรื่องงาน
เรื่องสอบ เรื่องเรียนโท ในที่สุด เราก็สามารถกลับมากินตามปรกติ
โดยไม่ห่วงเรื่องอ้วน ผอมอีกต่อไป ถ้าว่างก็ไปฟิตเนสบ้างแต่ไม่บ้าเหมือน
เมื่อก่อน

พอไม่ได้กังวล สมองก็ทำงานตามปรกติ ร่างกายก็ไม่หิวทั้งวัน หรือ อยากกิน
อะไรเว่อรๆ อีก ถ้าหิวก็กิน ถ้าอิ่มก็จะไม่กินต่อ จนเราทำงานที่หนึ่ง ซึ่ง
งานหนักมาก และมีเรื่องกลุ้มๆ เรื่องความรัก น้ำหนักเราลดลงๆๆ ทั้งที่กิน
ตามปรกติ สุดท้ายเรากลับกลายมาเป็นคนผอมเหมือนเดิมน้ำหนักคงที่แค่
46-47 โดยไม่ทำอะไรเลย

เราไม่เคยไดเอ็ทอีกเลย เพราะมันมีเรื่องอื่นให้คิด ไม่ได้คิดแต่เรื่องกิน
เหมือนสมัยเรียนอีก ไปๆมาๆ ตอนนั้นพยายามแทบแย่ กลับไม่ลด
แต่ตอนนี้นั่งๆ นอนๆ กินมั่งไม่กินมั่ง กลับลดลงไปเฉยๆ


Create Date : 04 ธันวาคม 2549
Last Update : 4 ธันวาคม 2549 15:44:31 น. 1 comments
Counter : 141 Pageviews.

 
พออายุมากขึ้นเรามานั่งคิดว่าทำไมเราต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น กินข้าว
แค่สองสามคำ แอบเอาอาหารไปทิ้ง คอยแต่เอาสายวัดมาวัดเอวตัวเอง
ทั้งที่จะว่าไปแล้ว สูง 165 หนัก 55 มันก็ไม่ใช่เคสร้ายแรง หายนะอะไร
จนได้ข้อสรุปว่า "เราอ่อนแอเกินไป" ณ ตอนนั้น วัยรุ่นเอาเพื่อนเป็นบรรทัดฐาน
พอเพื่อนว่ามากๆ เราก็เกิดความอาย จนกดดันตัวเองให้ผอม
พอใช้วิธีลดความอ้วนแบบผิดๆ คือ ฝืนธรรมชาติมากเกินไป กดดันตัวเองเกินไป
สมองก็เริ่มทำงานเพี้ยนๆ แทนที่พอลดแล้วจะผอมสวย กลับไปได้สภาวะโรคจิต
เป็นของแถมให้เราต้องทนทรมานเรื่องกิน เรื่องอ้วน อยู่เป็นปี ทั้งๆ ที่ควรเอา
เวลาไปคิดเรื่องอื่นๆ มากกว่า การหมกมุ่นเรื่องกิน ทำให้มีผลเรื่อง
self-esteem ของเรา เราจะแบบ sensitive มากถ้าใครมาว่าเราอ้วน
เกิดความไม่มั่นใจ ถ้าตอนนั้นเราเข้มแข็งกว่านี้ มั่นใจในสิ่งที่เราเป็นมากกว่านี้
ช่วงชีวิตที่เรามัวแต่คิดแต่เรื่องแคลลอรี่ เราคงได้พบผ่านอะไรดีๆ ในชีวิต
มากกว่าที่ได้รับมาในตอนนั้นก็ได้
-----------------------------------------------------------


โดย: นู๋ปิ๋มมี่ วันที่: 4 ธันวาคม 2549 เวลา:15:54:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นู๋ปิ๋มมี่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นู๋ปิ๋มมี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.